TLC. #มาร์คอ้อน [ MARKBAM ]

ตอนที่ 9 : TLC - 8 | 158%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 7,848
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 595 ครั้ง
    7 มี.ค. 62





            “แบมง่วงอะ”


            “อย่าขยี้ตาสิ บอกตั้งไม่รู้กี่รอบ”


              ในตอนเช้าที่ไม่ได้เช้ามากนักแบมแบมปลุกเจ้าดื้อขี้เซาให้ลุกออกมาจากที่นอนเพื่อเตรียมของใส่กระเป๋าที่จะไปคยองกีกันในตอนบ่าย


               แต่กว่าจะตื่นขึ้นมาได้ก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ทำตัวดื้อใส่เขาไม่รู้ตั้งกี่รอบ เกี่ยวรัดเขาให้ลงไปนอนเป็นเพื่อนตั้งนานสองนานเรียกแล้วเรียกอีกจนต้องดุด่าไปตั้งหลายยกเจ้าตัวจึงยอมกระเด้งลุกขึ้นมานั่งบนเตียงกว้างด้วยสภาพหัวฟูๆกับแผงอกเปลือยเปล่าที่คาดว่าคงเผลอถอดเสื้อออกตอนนอนอีกตามเคย


               เจ้าดื้อที่ลุกขึ้นมานั่งประจันหน้ากับเขาส่งสายตาทำหน้าเป็นลูกหมาอ้อนมองหน้าเขาเหมือนรอคอยอะไรบางอย่าง


               ไอ่น่ารักก็น่ารักหรอกอยู่ แต่มองแล้วรู้สึกไม่ค่อยดีเท่าไหร่เลย...


               “...”


               “...” มาร์คเงียบพี่แบมก็เงียบตาม สองพี่น้องได้แต่ฟาดฟันสายตาใส่กันก่อนที่คนพี่จะคิดอะไรออกเมื่อเหลือบมองดูนาฬิกาบนหัวเตียงก็นึกออกทันทีว่าตอนนี้เป็นเวลาเช้าและไอ่อ้วนยังไม่ได้รับมอร์นิ่งคิส!


               พอบอสใหญ่ได้สติแบบเต็มตัวก็เริ่มกระวีกระวาดดันผ้าห่มออกจากตัวเพื่อที่จะรีบปลีกตัวไปเข้าห้องน้ำให้เร็วที่สุด


               “จะไปไหน~” เสียงแหบพร่าที่พึ่งพ้นจากการตื่นนอนเอ่ยขึ้นอย่างยียวนหลังจากกระโดดข้ามจากอีกฝั่งมาคว้าข้อแขนพี่แบมไว้แน่นเมื่อรู้ว่าคนพี่พยายามจะเลี่ยงในสิ่งที่เขาต้องการ


               ถึงพี่แบมจะเร่งสปีดขนาดไหนก็ไม่เคยทันเด็กกระดูกกระเดี้ยวแข็งแรงดีแบบมาร์ค


               “ฮื่อ มาร์ค~ พี่แบมจะรีบไปอาบน้ำไง เนี่ยเหนียวตัวไปหมด เหงื่อก็เหม็น” คำพูดข้อเสียร้อยแปดของพี่แบมถูกยกขึ้นมาอ้างแบบกลายๆ เพื่อที่จะได้พ้นเหตุการณ์นี้ไปได้


               แต่มีเหรอที่คนอย่างมาร์คต้วนจะฟัง ขึ้นชื่อว่าเจ้าดื้อเลยนะ


               “เหม็นจริงป่าว พิสูจน์ก่อน” มาร์คดันตัวพุ่งขึ้นไปกอดรัดคอพี่แบมไว้ก่อนจะตวัดให้ล้มนอนบนเตียงด้วยกันทั้งคู่โดยที่มีพี่แบมโดนมาร์คกักยู่ใต้ร่าง


               เจ้าดื้อโถมตัวลงมาทับก่อนจะหอมแก้มกลมทั้งสองข้างไปฟอดใหญ่อย่างไม่สนใจเสียงโวยวายของพี่แบม


               ฟอด! ฟอด!


               “ไม่เห็นได้กลิ่นเลย” ผละหน้าออกมาพูดเหมือนไม่ประสีประสาอะไร ทั้งที่จะรู้อยู่เต็มอกว่าหลอกแตะอั๋งพี่แบมแต่เช้า!


               ฟอด!


               “ฮื่ออ พอแล้วววว” พี่แบมเริ่มโวยวาย คนที่เริ่มจะแก่ตัวแบบพี่แบมโอกาสที่มันจะเป็นโรคหัวใจมีได้ง่ายๆเลยนะเว้ย!


               “หึๆ

                จุ๊บ!

               Morning Kiss ครับผม” มาร์คอาศัยโอกาสที่พี่แบมกำลังยู่ปากเตรียมงอนก้มลงไปจุ๊บปากอวบแบบเร็วๆ แขนที่เต็มไปด้วยมัดกล้ามละคนออกกำลังกายสอดเข้าไปใต้แขนเล็กเพื่อให้หมดโอกาสหนีก่อนจะมือใหญ่เลื่อนขึ้นไปกอบกุมแก้มกลมของแบมแบมใช้นิ้วโป่งลูบไล้เล่นหลังจากผละออกจากการมอร์นิ่งคิสเรียบร้อยแล้ว ส่งยิ้มน่ารักให้กับคนพี่ที่ยังไม่เลิกทำหน้ายู่เขา


               “ฟันก็ไม่แปลงมาจุ๊บได้ไง”


               “ทุกทีก็ไม่เห็นว่าอะไรนี่ครับ” มาร์คเลิกคิ้วถาม แต่ก็ยังไม่หยุดส่งยิ้มกวนๆ


               ก็ทุกทีมันไม่ได้รู้สึกเขินแบบนี้ไหมเล่า ปั๊ดโถ่!


               “เนี่ย โตมาก็เป็นโรคจิตชอบถอดเสื้อนอน ไม่สบายขึ้นมาจะทำยังไง” แบมแบมเฉไฉยกเรื่องอื่นขึ้นมากลบเกลื่อนเพื่อเปลี่ยนบทสนทนา


               เพี๊ยะ!


               “โอ้ะ...” สุดท้ายเจ้าดื้อก็ไม่พ้นโดนฝ่ามืออรหันต์ของพี่แบมฝาดลงไปที่แผงอกเต็มแรงไปที


               ทำอะไรไม่ถูกสุดท้ายก็จบลงด้วยการใช้กำลังแก้เขินมันซะทุกที...

 







               โรงแรมฮันกัง คยองกีโด


               “แบมมม วิวสวยมากกกกก” มาร์คปรี่เข้าไปเปิดกระจกบานเลื่อนหน้าระเบียงเรียกพี่แบมอย่างตื่นเต้นให้มาเห็นภาพทิศน์ทัศอันสวยงานนี้ด้วยกัน


               เด็กดื้อมีท่าทางกระดี๊กระด๊าตั้งแต่เดินทางมาถึงคยองกี พอเช็คอินเข้าโรงแรมเจ้าตัวก็รีบปรี่เข้าไปเกาะหนึบที่ระเบียงมองวิวที่เต็มไปด้วยหิมะพร้อมกับผู้คนจำนวนไม่น้อยที่วาดลวดลายไถสกีและสโนว์บอร์ดแข่งกันจนดูน่าสนุก


               ตั้งแต่ที่มาร์คกลับมาจากอเมริกาก็ยังไม่มีโอกาสได้เล่นสโนว์บอร์ดที่เกาหลีเลยสักครั้ง ต่างจากตอนเรียนที่แคริฟอร์เนียร์ทุกวันหยุดเขามักจะไปทำกิจกรรมที่มันผาดโผนกับแก๊งค์เพื่อนอยู่บ่อยครั้งโดยเฉพาะในฤดูหนาว


               แต่ก็อาจจะไม่บ่อยเท่าบินกลับเกาหลีเพื่อมาหาคนที่เขาเฝ้าคิดถึงอยู่ทุกวันหรอก


               ส่วนแบมแบมที่วันนี้ดูน่ารักกว่าทุกวันเนื่องจากใส่เสื้อคอเต่าสีครีมกับทรงผมที่ถูกปล่อยลู่ลงมาไม่ได้เช็ตทรงดังเช่นทุกครั้งพร้อมกับกางเกงลายสก็อตสีเทาที่เข้ากับขาเรียวยาวทำให้เจ้าตัวดูเด็กเหมือนย้อนวัยได้อีกครั้ง กำลังง่วนอยู่กับการแยกกระเป๋าของเจ้าอ้วนและของเขา แต่ก็ถูกเรียกร้องความสนใจจากทุ้มๆของมาร์คจึงจำต้องละสายตาจากการจัดของที่เจ้าอ้วนมันไม่ใยดีตั้งแต่เห็นวิวด้านนอกของโรงแรม หันไปมองมาร์คที่กำลังทำตัวเหมือนเป็นเด็ก สนใจกับสิ่งใหม่ๆรอบข้างจนนึกเอ็นดู



               บางทีก็ชอบทำตัวเป็นผู้ใหญ่เกินเขาในบางเรื่องจนน่าหมั่นไส้ แต่ในบางเวลาก็ยังคงเป็นเด็กน้อยในสายตาพี่แบมที่พร้อมเอ็นดูเสนอ


               ในตอนเป็นเด็กสิ่งที่มาร์คจะพูดกับเขาตลอดก็คืออยากที่จะโตไวๆจะได้มาดูแลเขาได้เหมือนกับที่เขาดูแลมาร์ค เพียงแค่คำพูดของเด็กๆที่ดูเหมือนพูดออกมาลอยๆอย่างไม่ใส่ใจ แต่เขากลับเอามาคิดเป็นตุเป็นตะ และอุ่นใจทุกครั้งเมื่อคิดถึงประโยคนี้


               อย่างน้อยๆเขาก็ไม่ได้อยู่ตัวคนเดียว ยังมีเจ้าอ้วนที่พร้อมจะดูแลเขาอยู่


               และพี่แบมก็จะอยู่ดูแลมาร์คตรงนี้ จะในฐานะอะไรก็ได้ที่มาร์คอยากให้เขาเป็น เขาจะอยู่เท่าที่มาร์คต้องการ จะอยู่ดูแลเด็กดื้อคนนี้จนถึงวันที่มาร์คไม่ต้องการเขาแล้ว...


               อยู่ๆก็นึกเศร้าขึ้นมาในใจเมื่อนึกถึงความเป็นจริงที่ต้องพึงระลึกอยู่เสมอว่าระหว่างเขากับมาร์คมันเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้อย่างน้อยๆก็ควรเตรียมใจเผื่ออะไรมันถาถมเข้ามาจะได้ตั้งตัวทัน


               เขาไม่สามารถพูดอะไรได้เลย ถึงสถานะของเขาและมาร์ค เพราะต่างคนต่างรู้กันดีอยู่แล้วว่าอยู่กันในจุดที่เรียกว่าความสัมพันธ์พี่น้อง...



                “ลงไปเล่นไหม” แบมแบมเดินไปยืนเคียงข้างมาร์คเอ่ยถามขึ้นเมื่อเห็นในแววตาคมเป็นประกายเต็มไปด้วยความอยากเล่นเต็มที


               แต่เจ้าตัวก็ส่ายหน้าเป็นการปฏิเสธ


               “เค้าอยู่กับแบมดีกว่า” พี่แบมเห็นใบหน้าที่แอบเสียดายของมาร์คเพียงนิดเดียวก่อนจะกลับมาทำตาให้เป็นปกติที่สุด


               กลัวเขาต้องอยู่คนเดียวสินะ


               “จะอยู่กับพี่แบมก็ลงไปข้างล่างด้วยกัน พี่แบมจะไปหาเช่าสกี”


               “จริงเหรอครับ!” เด็กดื้อหันหน้ามามองเขาแววตามีความสดใสขึ้นมาทันที


               “ไปเร็ว” พี่แบมเลือกที่จะดึงข้อมือใหญ่ให้เดินไปตามทางแทนการตอบ






               พอเดินถึงหน้าล็อบบี้ของโรงแรมก็จะมีอุปกรณ์กีฬาต่างๆที่ใช้เล่นบนหิมะให้เช่า เจ้าอ้วนที่มีความถนัดและรู้เรื่องด้านนี้ดีอยู่แล้วเป็นคนจัดการให้เสร็จสรรพ พี่แบมได้สกีมา 1 เซ็ต ส่วนของเจ้าดื้อเป็นสโนว์บอร์ด


               ตามใจเด็กมันเพลินจนลืมไปเลยว่าตัวเองไม่เคยแม้แต่จะเล่นสกีเลยสักครั้ง


               “แต่พี่แบมไม่เคย...” แบมแบมพิจารณาสกีที่รับมาจากมาร์คสักพักก่อนจะเงยหน้าขึ้นไปสบตากับมาร์คด้วยความลำบากใจ


               “เดี๋ยวเค้าสอนให้ได้น่า” มาร์คต้วนยักคิ้วให้พี่แบมสองจึกก่อนจะนั่งชันเข่าขึ้นข้างนึงก้มถอดสนีกเกอร์ของพี่แบมออกแล้วใส่รองเท้าสกีเข้าให้แทน


               “เห้ย พี่แบมใส่เอง” แบมแบมพยายามยื้อเท้าของตัวเองกลับ แต่แรงของมาร์คที่ยื้อไว้นั้นมีมากกว่า บอกยังไงก็ไม่ฟังจึงแต่ปล่อยเลยตามเลย


               “เสร็จแล้ว” พอมาร์คก้มลงใส่ของตัวเองบ้างโดยมีพี่แบมนั่งบนเก้าอี้ตัวยาวและมีมาร์คนั่งอยู่ตรงพื้นข้างหน้าแบมแบมใส่รองเท้าสำหรับเล่นบอร์ดเสร็จสรรพ ก็ไปฝากรองเท้าไว้ที่ล็อคเกอร์แล้วถือไม้สกีเดินตามกันมายังบริเวณที่มีผู้คนเล่นสกีกันอย่างหนาแน่น


               บริเวณที่ปกคลุมไปด้วยหิมะมีทั้งผู้ที่เล่นสกีออกลีลาท่าทางอย่างมืออาชีพไปจนถึงคนที่กำลังฝึกเล่นแบบพี่แบมด้วยท่าทางเงอะงะ


               ไหนๆก็พาไอ่อ้วนมาปล่อยแล้ว จะเล่นให้เต็มที่ด้วยก็ได้


               “แล้วมันต้องเริ่มยังไง...”


               “แบมต้องเปิดล็อคตรงไม้สกี ดึงบังเกอร์ข้างหน้าตรงนี้...” มาร์คสอนวิธีเช็ตอุปกรณ์การเล่นคร่าวๆกับวิธีการใช้ของอุปกรณ์ต่างๆนิดหน่อยก่อนแบมแบมจะเริ่มงอแงว่ามันอยาก แค่ศัพท์ที่มาร์คพูดมาก็ดูเยอะจนเล่นไม่น่าจะเล่นเป็นแล้วชาตินี้


               “มาร์คเล่นโชว์หน่อยรอบนึง พี่แบมจะนั่งดูอยู่ตรงนี้” ว่าแล้วพี่แบมก็วางไม้สต็อกไว้ข้างตัวกระชับเสื้อโค้ทผืนโตแล้วนั่งจุ๋มปุกอยู่ตรงนั้น


               ใบหน้าหวานที่ปะทะเข้ากับอากาศเย็นๆทำให้แดงขึ้นมาเล็กน้อย ปากอวบๆหายมุดเข้าไปภายใต้เสื้อโค้ทตัวใหญ่ทำให้พี่แบมเหลือตัวกระตึ๋งนึงจนมาร์คนึกหมั่นเขี้ยวอยากจะก้มลงไปฟัดซะเดี๋ยวนี้ถ้าไม่ติดว่าเป็นที่สาธารณะแถมคนเยอะอีก แก้มย้วยๆนั่นสาบานได้เลยว่าจะต้องถูกแนบไปด้วยจมูกของเขาแน่นอน


               มาร์คต้วนพยักหน้ารับคำอย่างไม่อิดออดพร้อมโชว์สเต็ปการเล่นสโนว์บอร์ดอย่างเต็มที่ ก้มลงฝากหมวกบินนี่กับแว่นตาสำหรับใส่เล่นสโนว์บอร์ดไว้ที่พี่แบมก่อนจะเดินไปที่เนินด้วยท่าทางเซอร์ๆ ผมฟูๆที่ไม่ได้เซ็ตมาเข้ากับไรหนวดที่ยังไม่ได้โกนหน่อยๆทำให้เด็กดื้อดูเป็นแบดบอยเมกันสไตล์มากๆ


               ทำเป็นเท่ห์ไม่ห่วงสุขภาพเลยนะไอ่อ้วน



               กรี๊ดดดดด แกผัวจะเล่นสโนว์บอร์ด!’

               ใจเย็น นั่นผัวกู

               มึงงงง เขาหล่อมากอะ



               แบมแบมแอบตกใจเสียงหวีดแหลม หันไปตามเสียงที่คุยกันเรื่องผัวๆเมียๆ ก็เจอเข้ากับสาวๆกลุ่มหนึ่งที่ยืนกรี๊ดกร๊าดเขินตัวบิดเป็นผ้าขี้ริ้วเปียกน้ำ มองให้ความสนใจในบุคคลคนเดียวกัน สายตาแบมแบมจึงหันไปมองตามทิศทางที่สาวๆใช้วางสายตาก็เจอเข้ากับไอ่อ้วนที่ยืนทำหน้าแบดๆเด่นหราอยู่คนเดียว


               โอ้โห พ่อคนฮ็อต อายุแค่นี้ริอาจจะเป็นผัวชาวบ้านหรอ


               พอกวาดสายตามองรอบๆตรงเนินที่เขานั่งนี่ออกจะสะดุดตาผู้คนไปสักหน่อย เพราะส่วนใหญ่จะลงไปไถสกีกันแถวล่างๆ แต่ตรงที่เขาอยู่มันเป็นเนินซึ่งก็มีคนอยู่เพียงไม่กี่คน เอาจริงๆก็มีแค่กลุ่มสาวๆ เขากับมาร์คแค่นั้นแหละ...


               แบมแบมพยายามทำตัวให้เล็กลง เขยิบให้พ้นจากระยะสายตาเพื่อเลี่ยงการเป็นจุดเด่น ถ้ารู้ว่ามากับลุงแก่ๆแบบเขาสาวคงจะไม่กรี๊ดมาร์คก็ได้ เป็นคนหนุ่มคนแน่นก็คงจะชอบแบบขาวๆผมยาวมากกว่าสินะ


               พี่แบมแอบกลับห้องก่อนได้ไหมเนี่ย...


               มาร์คต้วนเริ่มไถลตัวไปช้าๆตามแนวเนิน แบมแบมแอบใจหายวาบตอนที่มาร์คกระโดดข้ามแผ่นกระดานแล้วไหลลงไปอย่างลวดเร็ว


               จังหวะตอนที่มาร์คย่อตัวตอนที่บอร์ดแตะพื้นมันดีมาก ไหนจะตอนที่ปัดตัวเบี่ยงเพื่อให้บอร์ดมันไหลได้อย่างปลอดภัยนั่นอีก สงสัยคงเล่นบ่อยจริงๆนั่นแหละ


               พี่แบมแอบมองว่าเท่ห์ไปแปปนึงเลยนะเนี่ย


               แต่จู่ๆก็มีอีกคนที่ออกตัวมาจากทางด้านข้างหลังจากที่มาร์คไหลลงไปแล้วไถลตามมาติดๆ ตัวค่อนข้างที่จะสูงกว่ามาร์คแต่ใบหน้าปกปิดไปด้วยหมวกกันกระแทกกับแว่นตาทำให้ไม่เห็นใบหน้าแต่ด้วยลักษณะการแต่งตัวคาดว่าคงจะเป็นคนที่มีสไตล์อยู่ไม่ใช่น้อย


               กองเชียร์ข้างหลังพี่แบมก็กรี๊ดไม่หยุดตั้งแต่มาร์คเริ่มไถบอร์ดลงเนินจนมาร์คต้วนกับผู้ชายที่ไถลตัวตามกันมาหยุดลงพร้อมกันทั้งสองถอดตัวรองเท้าออกจากบอร์ดก่อนจะเดินมาจับมือกันแล้วใช้ไหล่กระแทกแบบที่ผู้ชายอกสามศอกเขาทำกัน


               ก็ลองมากระแทกไหล่กับพี่แบมสิ กระอักเลือดแน่ๆเลย


               ผู้ชายนี่สนิทกันง่ายจัง มาร์คต้วนได้เพื่อนใหม่แล้วสินะ


               แบมแบมนั่งมองมาร์คอย่างไม่ละสายตาจนผู้ชายอีกคนเริ่มถอดหมวกกับแว่นออก ใบหน้าคมคายของมาร์คก็เบิกตากว้างจนพี่แบมต้องหันไปมองตาม...


               ผู้ชายตัวสูงรูปร่างกำยำแบบพอดีใช้มือนึงจับกับมือมาร์คแน่น ส่วนอีกข้างก็ใช้ถอดหมวกกับแว่นอกจากใบหน้าด้วยท่าทางกร๊าวใจ


               เมื่อเพ่งมองอย่างพิจารณาใบหน้าที่แสนคุ้นนั่นแบบดีๆแล้วแบมแบมก็เบิกตากว้างตามมาร์ค ผู้ชายสองคนที่หน้าตาคล้ายคลึงกันยืนจับมือโดยที่คนตัวสูงกว่าไม่ยอดปล่อย แถมยังยิ้มเยาะใส่มาร์ค


               มีด้วยหรอคนที่หน้าตาคล้ายมาร์คแทบจะทุกส่วน ต่างก็แค่ดูมีอายุมากกว่าเท่านั้น เผลอๆอาจจะแก่กว่าเขาด้วยซ้ำไป


               นี่มันมาร์คเวอร์ชั่นโตชัดๆ!


               ถ้าไม่แฟนตาซีเกินไปพี่แบมจะคิดว่าเป็นแฝดมาร์คที่พลัดพรากจากกันละนะ...



               แบมแบมมองทั้งคู่ด้วยสายตานิ่งทว่าภายในหัวกำลังพิจารณาถึงความเป็นไปได้ที่ทำให้สองคนนี้หน้าตาละม้ายคล้ายคลึงกัน ไอ่ที่ว่าเป็นฝาแฝดกันนี่ตัดออกได้เลย เพราะแบมแบมก็ไปเยี่ยมม๊าพิมพ์ตอนที่กำลังคลอดเจ้ามาร์คออกมาภายในไว้กี่วันที่โรงพยายาม เห็นน้องมาร์คแข็งแรงสมบูรณ์ในอ้อมออกม๊าพิมพ์บนเตียงคนไข้มาแล้ว


               ทีแรกก็กะว่าจะยืนดูฉากต่อไปแบบเงียบๆแต่พอเห็นมาร์คที่พยายามสะบัดมือของอีกคนแล้วมันต้องไม่ใช่เรื่องดีแน่ๆ ความเป็นห่วงจึงเกาะกุมเข้ามาในใจทันที


                แบมแบมมองเนินที่ใช้สำหรับเล่นสโนว์บอร์ดแล้วก็ได้แต่ทำหน้าเลิ่กลั่กไม่รู้ว่าจะลงไปยังไงดีสกีก็ยังเล่นไม่เป็น พอมองหน้ามาร์คที่ทำเหมือนอยากร้องไห้อยู่มะลอมมะล่อสลับกับเนินแล้ว สุดท้ายความเป็นห่วงก็มีมากกว่าความกลัว


 แบมแบมตัดสินใจรีบถอดรองเท้าออกจากตัวสกีแล้วค่อยๆเดินลงไปหามาร์คด้วยความระมัดระวัง


               แต่ด้วยความที่ทั้งชีวิตไม่ได้อยู่กับกีฬาแบบแบมแบมถึงจะระวังมากแค่ไหนร่างกายที่อ่อนปวกเปียกก็สู้ความชันของเนินไม่ได้


               ร่างกายบอบบางที่ทั้งชีวิตใช้เวลาอยู่กับแค่หนังสือและงาน มือที่ใช้จับปากกาและตาจ้องตัวอักษร กลิ้งขลุกลงไปกองที่มาร์คกับผู้ชายคนนั้นยืนอยู่แทนที่จะเป็นการเดินลงไปแบบที่ตั้งใจไว้แต่แรก


               พี่แบมเหมาะกับแค่การนั่งจับปากกาทำงานภายในห้องจริงๆนั่นแหละ...


               มาร์คที่เห็นแบมแบมเริ่มเสียหลักแต่แรกใจก็กระตุกวูบขึ้นมาทันที มือที่ถูกจับไว้แน่นถูกมาร์คสะบัดออกด้วยเรี่ยวแรงทั้งหมดที่มีเพราะความตกใจทำให้พลังที่ยื้อไว้แต่แรกมีมากกว่าเดิม เขาพยายามที่จะไปรับแล้วแต่ก็ไม่ทันอยู่ดีจึงทำได้เพียงย่อตัวลงไปดูคนพี่ด้วยความเป็นห่วงปนรู้สึกผิดที่ทำให้พี่แบมต้องลงมาเจ็บตัวแบบนี้


               “ฮื่อ มาร์ค” แบมแบมส่งเสียงอ้อนขึ้นมาแบบไม่รู้ตัวใส่มาร์คพรางลูบสะโพกที่มันเริ่มเจ็บแปรบๆ ทำเอาอาการคนฟังถึงกับเสียศูนย์ไปพักนึง “พี่แบมเจ็บ”


               เป้าสายตาคนนับสิบจ้องไปยังบริเวณที่แบมแบมอยู่ ไอ่เจ็บก็เจ็บอยู่หรอก แต่ตอนนี้อายจนอยากจะร้องไห้เลย ลุงแก่ๆแบบเขาดันมาตกเนินเล่นสกีซะได้


               แบมแบมเบ้หน้าน้ำตาแทบลื้นทั้งเจ็บทั้งอายรวมกันไปหมด ช้อนตามองมาร์คด้วยท่าทางซึมๆทำให้คนในบริเวณโดยรอบแอบเอ็นดูไม่ใช่น้อย



               รวมถึงคู่กรณีของมาร์คที่ยืนหัวโด่มองเหตุการณ์เงียบๆนั่นก็ด้วย...



               “ลุกไหวไหม ให้มาร์คอุ้มดีกว่า” ยังไม่ทันที่พี่แบมจะได้ออกความคิดเห็นใดๆเจ้าอ้วนก็ช้อนตัวพี่แบมในท่าเจ้าสาวขึ้นมาแบบไม่ทันตั้งตัวทำให้พี่แบมตกใจรีบใช้มือตวัดลงบนรอบคอมาร์ค ก่อนจะนึกขึ้นได้ว่ามีคนจำนวนไม่น้อยกำลังมองมาที่เขาอยู่จึงรีบหันหน้าเข้าซบกับอกแกร่งของมาร์ค แล้วไม่หือไม่อืออะไรอีก


               เจ้าอ้วนกอดกระชับร่างบางให้แน่นขึ้นแล้วกันหน้าเตรียมด่าทอตัวต้นเหตุทั้งหมด



               “เพราะอา แบมถึงต้องเจ็บตัว” มาร์คใช้สายตาข่มคนที่ตัวเองพึ่งเรียกว่าอาไปหมาดๆอย่างไม่นึกเกรงกลัว แต่อีกคนกลับยิ้มเยาะแบบเดิมซ้ำๆจนมีคำๆนึงที่มาร์คอยากจะพ่นด่าวันละหลายๆหนถ้าไม่ติดที่ว่าเป็นน้องของพ่อ


               กวนตีนคำนี้คงเหมาะที่สุดกับสถานการณ์ตอนนี้สำมัน


               ตอนแรกก็ตกใจที่จู่ๆก็ดันมาเจออาในสถานที่แบบนี้ ตั้งใจจะมาพักผ่อนแท้ๆแต่กลับเจอตัวปัญหาตั้งแต่วันแรกที่เหยียบคยองกี 


               “โห เป็นห่วงกันจังนะ สาวผมสั้นหรอกหรอเนี่ย” แต่แทนที่อีกคนจะสนใจในทำด่าทอของมาร์คแต่เปล่าเลย เจ้าตัวกลับขยับเข้ามาใกล้มาร์คก้มหน้ามองคนที่เอาแต่ซบอยู่ในอกแกร่งจนมาร์คต้องเบี่ยงตัวหลบ


               ไม่อยากให้ผู้ชายคนนี้เข้าใกล้แบมเลยจริงๆ


               “ผมเป็นผู้ชาย” เสียงทุ้มเล็กๆของพี่แบมเอ่ยตอบพรางขมวดคิ้วไม่พอใจใส่คนที่มีศักดิ์เป็นอาของมาร์ค


               ถึงจะเล่นกีฬาไม่เป็น ไม่ได้เข้าฟิตเน็ตมีกล้าม แต่ก็ไม่ได้อ้อนแอ้นขนาดนั้นนะเว้ย!


               “หึๆ งั้นหรอครับ นึกว่ามาร์คแอบพาสาวมาเที่ยวซะอีก แต่ที่เห็นคือเกินคาดไปหน่อยมั้ง” น้ำเสียงหยอกล้อกวนๆถูกเปล่งออกมาโดยผู้ชายที่ยืดกอดอกทำหน้าทะเล้นเหมือนชีวิตมีอะไรสนุกนักหนาไม่ยอมหยุด


               แบมแบมจึงแตะอกแกร่งของมาร์คให้ปล่อยเขาเองลงก่อนเพราะดูท่าว่าคงจะต้องคุยกันอีกนาน เดี๋ยวมาร์คจะหนักเปล่าๆ


               “อาตามผมมางั้นหรอ” มาร์คยอมปล่อยพี่แบมลงแล้วดันตัวให้ไปหลลบอยู่หลังมาร์คก่อนจะถามขึ้นด้วยน้ำเสียงแข็งกร้าว


               “แกเห็นฉันว่างขนาดนั้นเลยหรอ” ไมค์เลิ่กคิ้วข้างเดียวขึ้นถาม ถ้าเป็นคนอื่นมาเห็นคงกรี๊ดจนสาวแตกเลยมั้ง แต่สำหรับสถานการณ์นี้สำหรับแบมแบมมันไม่ควรที่จะมาชื่นชมบุคคลตรงหน้าสักเท่าไหร่


               “แล้วทำไมอาถึงมาที่นี่ มาเที่ยวคงบังเอิญไปมั้ง อเมริกาไม่มีที่ให้เที่ยวแล้วหรอ” มาร์คแทบแค้นหัวเราะออกมาเมื่อนึกถึงความเป็นไป ถ้าไม่แอบตามเขามาแล้วทำไมถึงต้องบังเอิญเจอกันที่นี่แถมยังมาไถบอร์ดเทียบข้างกันอีก มันฟังดูไม่ขึ้นเลยจริงๆ


               “หึ มีแฟนแล้วปากดีขึ้นเยอะเลยนะ โตพอที่จะปกป้องคนๆนึงแล้วเหรอ” ไมค์ถามมาร์คเป็นการลองเชิง พี่เลี้ยงก็ต้องดูแลเด็กที่ตัวเองเลี้ยงถูกไหมล่ะ เพราะงั้นคำถามนี้ก็ไม่ได้ก้าวก่ายเลยสักนิด


               “เลิกสนใจผมแล้วเอาเวลาไปเสริมความอินดี้ให้ตัวเองเถอะ ผมจะดูแลใครแล้วทำไมอาต้องยุ่ง” มาร์คเลี่ยงตอบคำถามอาไมค์ปล่อยให้อีกคนเข้าใจไปแบบผิดๆเรื่องความสัมพันธ์ของเขากับพี่แบม


               ให้เข้าใจแบบนี้ก็ดี รู้ทั้งรู้ว่ามันเจ้าชู้จะตาย คงไม่อดอยากถึงขนานต้องมาแย่งของหลานไปหรอกมั้ง ไมค์ก็คงจะรู้อยู่แก่ใจแล้วว่าเขาคิดยังไงกับพี่แบม


               และที่บอกว่าอินดี้ก็คือมันอินดี้จริงๆนั่นแหละ แทนที่จะเรียนบริหารแล้วมาทำงานในบริษัทเดียวกันกับพ่อที่ได้มาจากคุณปู่แต่เจ้าตัวกลับหนีไปเรียนในด้านที่ตัวเองชอบ ทั้งที่มีทุกอย่างแต่ชอบใช้ชีวิตแบบติดดิน ก่อตั้งบริษัทเองจนเป็นหน้าเป็นตาในสังคม


                มันจะไม่อะไรเลยถ้าปู่กับป๊าไม่เห็นการใช้ชีวิตของมันแล้วบอกกับเขาว่าควรเอาเป็นเยี่ยงอย่าง ถึงได้ระเห็จส่งเขามาอยู่ที่อเมริกาเพื่อใช้ชีวิตเลียนแบบมัน พอได้หลานอย่างเขามาอยู่ในกำมือก็ได้ใจใหญ่แกล้งกันสารพัดตั้งตัวเป็นบิ๊กเฮดในบ้านกร่างไม่เลิกจนต้องแอบหนีมานอนคอนโดเพื่อนบ่อยๆ


               แบมแบมที่เป็นเหมือนลมธาตุอากาศมาสักพักใช้มือลูบหลังมาร์คให้ใจเย็นลง ในเวลานี้มาร์คเหมือนคนที่โกรธอาตัวเองจนหอบหายใจแรง


               “งั้นก็ดูแลให้ดีๆ อย่าเผลอแล้วกัน ไม่งั้น...” อาของมาร์คพูดถึงตรงนี้ก็สาวเท้าเดินไปใกล้ วางสายตาจ้องคนที่มาร์คให้หลบอยู่ข้างหลังอย่างมีเลศนัยพร้อมเลียริมฝีปากอันแห้งผากจากอากาศหนาวของตนเองจนมาร์คต้องเอื้อมมือไปโอบประครองทางด้านหลังด้วยความหวงแหน


               “ก็บอกว่าอย่ามายุ่ง”


               “หึ เอาเถอะๆ ฉันมาทำงาน แล้วก็นะครับคุณแบม ถึงผมจะไม่ได้ทำให้คุณเจ็บตัว แต่ก็ขอโทษที่เป็นต้นเหตุแล้วกันนะครับ ยังไงพรุ่งนี้ก็คงจะได้เจอกัน หวังว่าจะมีโอกาสได้คุยกันแบบดีๆ...กว่านี้” อาของมาร์คพูดจบก็ล้วงกระเป๋าหยิบนามบัตรที่เตรียมไว้ยื่นให้แบมแบมก่อนจะรับมาดูแบบลวกๆแต่ก็ไม่วายให้ตกตะลึงอีกรอบ



               ไมค์ เมสัน ต้วน



               แบมแบมละสายตาจากนามบัตรที่พึ่งดูไป เงยหน้าขึ้นมาสบตากับเจ้าของนามบัตรอย่างอึ้งๆ


                “ทำไม...” แบมแบมคิ้วขมวดเข้าหากันจนแทบผูกเป็นโบว์ทั้งมึนงงและสับสน


               ไมค์ เมสัน คือชื่อของคนที่เขาจะต้องร่วมงานด้วยในวันพรุ่งนี้ กับ เมสัน ต้วน อาของมาร์ค เหอะ ทำไมทั้งคุณเฟยและทั้งมาร์คไม่เคยบอกอะไรให้เขาได้รับรู้เลยนะ


               ทำไมมาร์คไม่เคยบอกอะไรเกี่ยวกับคนๆนี้ให้เขาฟังเลย...


               “แย่จังนะครับ ต้องร่วมงานกันแท้แต่คุณกลับไม่มีข้อมูลอะไรเลย” ไมค์ถอยห่างออกมาจากทั้งคู่พอสมควรแต่ก็พอจะอยู่ในระยะที่สื่อสารกันได้ชัดเจน


               “ผม...” แบมแบมอ้ำอึ้งเม้นปากเป็นเส้นตรง นี่เขากำโดนต่อว่าใช่ไหม กำลังจะบอกว่าเขาบกพร่องในหน้าที่หรือป่าว...


               แต่ก็อาจจะจริงแบบที่คุณไมค์พูดนั่นแหละ เขาพลาดเองที่ไม่ใส่ใจรายละเอียดอะไรให้มากกว่านี้


               “ช่างเถอะๆ ต่อไปนี้ผมจะทำให้คุณรู้จักผมด้วยตัวเอง แล้วเจอกันนะครับ” พูดจบก็ถือบอร์ดเดินออกไปโดยไม่ได้ล่ำลาหลานชายของตัวเอง


               ผู้ชายคนนี้... ช่างร่าเริงแบบไม่ดูสถานการณ์เลยจริงๆ ชิลล์เกินไปแล้ว



               อินดี้แบบที่มาร์คพูดจริงๆนั่นแหละ...





 

               “ไม่เห็นแบมบอกเลยว่ารู้จักกับอาไมค์” มาร์คถามขึ้นในตอนที่อุ้มเขาขึ้นมาบนห้องแล้ว นั่งพันข้อเท้าที่แพลงให้พี่แบมด้านล่างเตียงเอ่ยขึ้นทำลายความเงียบหลังจากที่ทำหน้ามึนใส่กันได้สักพักตั้งแต่ขึ้นมาบนห้อง เพราะพี่แบมงอนที่ตลอดเวลาที่ผ่านมามาร์คไม่เคยพูดเรื่องคุณไมค์ให้พี่แบมฟังเลย


               “ไม่ได้รู้จักสักหน่อย พี่แบมจ้างเขามาทำงาน แต่ไม่รู้จักเขา” แบมแบมที่นั่งอยู่ปลายเตียงปล่อยให้มาร์คนั่งพันข้อเท้าให้เอ่ยตอบ


               เรื่องจ้างวิศวะมาทำงานให้คุณเฟยนั่นแหละเป็นคนหาให้ ก็เพราะไว้ใจที่ปกติคุณเฟยก็ทำงานไม่เคยพลาด ข้อมูลอะไรก็เลยไม่ได้เช็คปล่อยให้เป็นหน้าที่คุณเลขาหมด ส่วนเขาที่ใช้ชีวิตแบบรีบๆเลขาส่งอะไรมาให้เซ็นก็อ่านบ้างไม่อ่านบ้าง โดยส่วนใหญ่ก็จะผ่านการพิจารณาจากคุณเลขามาแล้วหนึ่งขั้น ทำให้เขาไม่ต้องพิถีพิถันอะไรมากนัก จะว่าเป็นมือขวาเขาก็ย่อมได้ อะไรที่มันไม่ได้เสี่ยงหรือเกิดผลกระทบรุนแรงในอนาคตก็ไม่จำเป็นที่เขาจะต้องมานั่งพิจารณางานทั้งหมดคนเดียว


               “ว่าแต่มาร์คเถอะ ไม่เห็นเคยบอกพี่แบมเลย ไหนว่าจะไม่มีความลับต่อกันไง” แบมแบมที่ตั้งใจจะหาจังหวะถามมาร์คตั้งหลายรอบแต่ทำเป็นงอนอยู่ก็เลยเก๊กนิ่ง พอได้ทีก็ไม่รอช้าถามต่อมาร์คทันที


               “ก็ไม่อยากให้รู้จัก” มาร์คละมือจากข้อเท้าพี่แบมเปลี่ยนมาขยับใกล้ๆคนพี่แล้วกอดเข้าที่เอวบาง ซุกหน้าลงบนตักอุ่น ถึงแม้พี่แบมจะรู้สึกเจ็บแปรบๆอยู่บ้างแต่เพื่อความสุขของเด็กน้อยพี่แบมย่อมอดทนได้


               “...” แบมแบมขมวดคิ้วงงเล็กน้อยรอฟังที่มาร์คจะเอ่ยบทสนทนาต่อ


               “ตอนมาร์คไปอยู่เมกา ป๊าให้อาไมค์เป็นพี่เลี้ยงให้ตอนอยู่ที่นั่นเพราะป๊าอยากให้โตมาเป็นแบบอาไมค์...” มาร์คเริ่มเล่าเรื่องราวตั้งแต่อดีตในช่วงที่ต้องย้ายไปเรียนที่อเมริกาให้พี่แบมที่ตั้งหน้าตั้งตาฟังอย่างตั้งใจ อยากถามแทรกใจจะขาดว่าก็ไหนบอกอยู่คนเดียว แต่ก็ต้องงพับเก็บไว้เดี๋ยวไอ่อ้วนมันเปลี่ยนใจไม่เล่าต่อ


               “มันเป็นครั้งแรกที่รู้จักกับอาไมค์ตั้งแต่มาร์คจำความได้”

 





               มาร์คช่วง 13 ปี


               “เอาล่ะไอ่หนู ตั้งแต่วันนี้ฉันจะเป็นพี่เลี้ยงให้แกเอง” ไมค์ในช่วงอายุ 30 ปี ยืนกอดอกข่มอำนาจใส่เด็กตัวน้อยๆที่เข้ามาในบ้านพร้อมกับกระเป๋าเดินทางใบโตไร้ผู้ปกครองติดตามมาด้วย มีแค่เพียงคนขับรถของป๊าต้วนที่เดินทางไปรับลูกชายของเจ้านายที่สนามบิน


               มาร์คเองไม่ได้ซีเรียสอะไรที่จะต้องเดินทางมาที่นี่ด้วยตัวคนเดียว ต่างจากมารดาที่ร่ำไห้จะขอมาส่งลูกชายถึงที่ให้ได้แต่ก็ติดงานใหญ่จนมาร์คต้องเอ่ยปลอบหลายทางกว่าจะยอมให้เขามาด้วยตัวเอง


               เมื่อรอดจอดถึงหน้าบ้านที่เขาต้องมาอยู่อาศัยเป็นเวลาหลายปีก็ไม่ได้ดูเล็กสักเท่าไหร่แต่ก็ถือว่าเล็กกว่าบ้านเขาที่เกาหลีอยู่มาก เอ่ยขอบคุณคนขับรถที่อุตส่าห์ไปรับและมาส่งแถมยังลงมาเปิดประตูรถให้ตามมารยาทที่แบมแบมเคี่ยวเข็ญหนักหนา คิดไว้ในใจไว้แล้วล่ะว่าถ้าแบมแบมมาเห็นก็คงจะต้องภูมิใจมากแน่ๆ แต่นั่นก็ไม่เท่าความผิดหวังที่พึ่งก่อเกิดขึ้นในใจเมื่อลากกระเป๋าเดินทางมาจอดไว้หน้าประตู สภาพเจ้าของบ้านหรือผู้บริหารบริษัทวิศวกร Double M Building ในช่วงอยู่บ้านออกจะชิลล์ไปสักหน่อย เสื้อกล้ามกับกางวอร์มที่เดินออกมาต้อนรับหลานชายพร้อมกับถังป๊อปคอร์นไม่ต้องบอกก็พอจะเดาได้เลยว่าเป็นคนแบบไหน  


               นี่ต้องอยู่กับคนแบบนี้ไปถึงห้าหกปีเลยหรอวะ...


               เมื่อนึกย้อนไปถึงรูปถ่ายที่ม๊าเปิดให้ดูหลายสิบรูปของอาไมค์ก่อนที่จะเดินทางมาที่นี่พร้อมกับประโยคแสนอวยที่ดูจะภูมิใจในหน้าที่การงานของมันนักหนา บอกว่าดีอย่างงั้นอย่างงี้เทียบกับสภาพความเป็นไปในตอนนี้โคตรต่างกันริบลับ


               เสื้อสูทสุดเนียบกับผมที่ถูกเซ็ตขึ้นแบบเท่ๆในรูป ที่เขาคิดว่าโตไปก็คงจะประมาณนี้ ครั้งแรกก็แอบตกใจที่หน้าคลายกันอย่างกับแกะแต่ก็แอบภูมิใจที่โตมาก็อาจจะหล่อเหมือนอา จนมาเห็นด้วยตาตัวเองตอนนี้ก็ต้องรีบเปลี่ยนความคิดเมื่อเจอเข้ากับสภาพเน่าๆของมัน


               “เข้ามาก่อนๆ ยืนแข็งแบบนั้นเดี๋ยวรากก็งอกพอดี ฉันไม่ได้อยากมีต้นไม้ที่หน้าเหมือนเจ้าของบ้านมาประไว้หน้าประตูแสนแพงของฉันหรอกนะ ฮ่าๆๆ” ไมค์ว่าอย่างอารมณ์ดีพร้อมอุ้มถังป๊อปคอร์นด้วยมือเดียวแล้วสาวเท้าเข้ามาเกี่ยวคอมาร์คให้เดินไปที่ห้องรับแขกภายในบ้านด้วยกัน


               ไอ่บ้านี่...


               มาร์คที่ยังไม่ทันได้พูดอะไรตั้งแต่เข้ามาในบ้านก็ถูกชักจูงให้ไปนู่นไปนี่ตามคนบ้าที่พึ่งจะรู้จักแต่ทำตัวเหมือนสนิทกันมานานก็ได้แต่เออออตามเพราะ ณ เวลานี้ไม่มีแรงที่จะสู้แล้ว เดินทางมาเหนื่อยๆยังไม่ทันได้พักอะไร ก็ต้องมารับมือกับคนที่มีนิสัยผิดมนุษย์มะนาซะแล้ว


               เนี่ยพูดแล้วก็คิดถึงแบมเลย... คนในบ้านนี้จะมีคนดีๆแบบแบมได้สักครึ่งนึงไหมวะ...


ภายในห้องรับแขกที่แสนกว้างใหญ่เมื่อมองสำรวจรอบๆดีๆแล้วก็จะมีบันไดเป็นทางขึ้นไปชั้นบนสองทาง ห้องที่ไม่ต่ำกว่าห้าห้องทำให้มาร์ครู้สึกแปลกใจทั้งที่อยู่คนเดียวทำไมถึงมีห้องที่เยอะขนาดนั้น


               ก็ได้แต่แอบหวังว่าจะไม่ได้สร้างขึ้นมาเพื่อซุกกิ๊กหรอกนะ...


               กวาดสายตาได้ไม่ทันไรเจ้าของบ้านผีบ้าก็หัวเราะออกมาแบบไม่มีปี่ไม่มีขลุ่ยทำให้มาร์คเริ่มรู้สึกกลัวนิดๆ


               ไม่ได้บ้าจริงๆใช่ไหมเนี่ย...


               “หัวเราะอะไรครับ” มาร์คเอ่ยขึ้นท่ามกลางเสียงหัวเราะอันบ้าครั่งในความคิดของมาร์คหลังจากที่ฟังเสียงหัวเราะอันน่ารำคาญนี่มาสักพัก


               “ป่าวๆ ฮ่าๆๆ” ไมค์ใช้มือกุมท้องที่ดูเหมือนจะหัวเราะมากไปจนปวด อีกมือนึงก็ใช้โบกๆบอกปฏิเสธก่อนที่เสียงหัวเราะจะค่อยๆเบาลงและหายไปในที่สุด เมื่อหัวเราะจนพอใจเจ้าของบ้านก็เรียกแม่บ้านให้เอาขนมและน้ำมาเสิร์ฟแขกหมาดๆให้เลือกกินหลายสิบอย่าง


               มาร์คได้แต่ทำหน้าเอือมอย่างโจ่งแจ้งใส่ไมค์เพื่อรอฟังสิ่งที่ไมค์จะพูดต่อไป


               “มีแฟนรึยัง”


               “พรูด!!! แค่กๆๆ” แก้วน้ำที่ถูกยกขึ้นจรดริมฝีปากและยังไม่ทันที่จะได้กลืนลงคอดีถูกพู่ออกมาจนเลอะโต๊ะพร้อมสำลักหน้าดำหน้าแดง


               “ไอ๊หยา แค่ถามว่ามีแฟนหรือยังทำไมต้องทำลายข้าวของของฉันด้วยห๊ะ ไอ่เด็กนี่” ไมค์ทำตาโตนิ่งค้างก่อนจะโยนป๊อปคอนที่อยู่ในมือไปทางมาร์คพร้อมต่อว่าแบบไม่จริงจังมากนักออกจะไปทางแซวเสียมากกว่า “ก็แค่จะเกริ่นว่าตอนฉันเท่านี้สาวเพียบเลยนะ ให้ตายเถอะคิดแล้วก็สงสารตัวเองทำไมต้องเกิดมาหล่อขนาดนี้ด้วยนะ” ไมค์ว่าพร้อมลูบไรหนวดที่ขึ้นมานิดๆตัวเองเล่นไปมา


               แล้วมาบอกกันทำไมล่ะเฟ้ย โม้ดีจริงๆเลยไอ่ลุงนี้ มาร์คจ้องหน้าไมค์พร้อมก่นด่าในใจไปหลายรอบ


               “พี่หล่อมากไม่ต้องมองขนาดนั้น” สายตาฉันจะฆ่าแกอยู่แล้ว เอาไหนมาชื่นชมกันล่ะไอ่บ้าเอ้ยยยย!!


               มาร์คมองบนใส่ในเวลานี้คงไม่ต้องมีกันแล้วมารยงมารยาทถ้าแบมแบมรู้จะต้องฆ่าเขาแน่ที่บังอาจทำตัวไม่เหมาะสมใส่อาตัวเอง


               แต่มันน่าเคารพไหมล่ะเนี่ย! ถ้าจะมาแบบนี้ก็ไม่ต้องเกรงใจกันแล้วล่ะเว้ย!


               “ให้ตายเหอะผิดหวังชะมัดนี่อุตส่าห์คิดชื่นชม ป๊าม๊าก็เล่าแต่ด้านดีๆของอาให้ผมฟัง ไม่ยักรู้เลยจริงๆแล้วเป็นบ้า” มาร์คใช้มือท้าวคางลงกับโต๊ะบอกสิ่งที่อยู่ในใจให้ไมค์ฟังด้วยน้ำเสียงเบื่อหน่าย หมดแล้วความเคารพ... “ทำตัวให้น่าเคารพหน่อยเด้ลุง”


               “โฮะๆๆ ตอนฉันเป็นเด็กก็ปากร้ายแบบนี้แหละ แล้วรู้ไหมพ่อแกจัดการกับฉันยังไง...”


 

               “ว๊ากกกกกกกกกกกกกก ไอ่ไมค์ ปล่อยนะว้อยยยย!” หลังจากพูดจาหมาไม่แดกใส่อาไมค์ไปสองปะโยค มาร์คก็ถูกรวบหัวหางถูกอุ้มขึ้นมาบนชั้นสองของบ้านพร้อมกับเชือกที่มัดเท้าของมาร์คไว้อย่างแน่นหนา


               นี่คือสิ่งที่เจอในวันแรกเลยหรอวะ เหี้ยสุดๆ!


               “ต้องขอบคุณพี่เรย์มอนด์ที่ส่งแกมาหาฉันถึงที่ หายเหงาไปเยอะเลยไอ่หลาน”


               “แกมันวิปริตหรอหะ!! ปล่อยเว้ย!!” มาร์คตะเบ็งเสียงออกมาอย่างสุดเสียงเมื่อไมค์เลื่อนประตูหน้าระเบียงออก ไม่สนใจสรรพนามว่าเขามีศักดิ์เป็นอาแล้วในเวลานี้


               “บันจี้จั๊มพ์คือสิ่งที่ฉันไม่เคยลืม”


               “กะ..แก ว๊ากกกกกกกกกกกก!!!

 





               หึ่ย!


               พอย้อนถึงอดีตที่แสนแค้นแล้วมาร์คก็นึกขนลุกขึ้นมา ในหลายสิ่งหลายอย่างสารพัดการกลั่นแกล้งพิเรนทร์ๆ ที่ไมค์มันทำกับเขา ที่ไม่เคยเล่าอะไรเกี่ยวกับไมค์ให้แบมฟังและไม่เคยเล่าอะไรให้ไมค์ฟังเกี่ยวกับแบมนั่นถูกต้องแล้ว เขาเองไม่ถึงเสียใจที่โกหกแบมหรอก กลับรู้สึกดีด้วยซ้ำที่สองคนนี้จะไม่รู้จักกัน


               นั่นแหละเขาไม่ได้ยินดีกับอะไรไปซะทุกเรื่องหรอก ทุกทีที่แบมถามว่าอยู่ที่ไหนหรืออยู่กับใครตอนสไกป์ไปหาเขาก็มักจะตอบอย่างเลี่ยงๆเสมอ


               มันบอกว่าสาวเยอะนี่ ไว้ใจเอาไม่ได้ซะเลย เขารู้สึกว่าพี่แบมจะไม่ปลอดภัย


               ถึงจะไม่ค่อยชอบขี้หน้ามัน แต่ในบางครั้งก็แอบคิดว่าดีแล้วพี่พ่อส่งไปอยู่กับไมค์ถ้าอยู่กับพ่อก็คงจะสาหัสเอาการดูจากที่ไมค์มันโดน แล้วเอามาลงที่เขาต่อ


               ห้ามเอาลูกไว้กับพ่อจริงๆ


               แบมแบมที่ฟังมาร์คเล่าไปทำหน้าเหมือนจะร้องไห้ไปก็นึกเอ็นดูเอื้อมมือไปลูบหัวมาร์คที่ยังนั่งเอามาซุกกับตักเขาอยู่ข้างล่างเตียงเบาๆอย่างอ่อนโยน


               “แต่มาร์คก็โตมาเป็นเด็กดีไม่ใช่หรอ” แบมแบมยิ้มบางๆให้มาร์คเป็นการปลอบ ดวงตากลมโตที่สบเข้ายามใดก็อบอุ่นใจไปเสียทุกครั้ง ไม่ได้นึกโกรธหรือติดใจอะไรแล้วกับการที่มาร์คไม่ยอมเล่าอะไรให้เขาฟัง มาร์คก็คงจะมีเหตุผลของมาร์ค ส่วนเขาก็แค่เป็นห่วงการเป็นอยู่ของอีกคนในต่างแดน พอรู้ว่ามีคนคอยดูแลก็สบายใจถึงแม้ว่ามันจะผ่านมาแล้ว ก็เพราะตอนโทรไปหาทีไรก็บอกอยู่กับเพื่อนจนพี่แบมนึกกลัวว่าอย่างมาร์คจะทันคนเขาหรือป่าวหรือจะพากันเสียคนจนไปเป็นแก๊งค์สเตอร์กันไปซะแล้ว


               แต่เห็นที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ เป็นเด็กดีของม๊า และเป็นเด็กดีของพี่แบมก็เบาใจแล้ว


               “อื้อ ใช่ไหมล่ะ” มาร์คยิ้มกว้างตอบเหมือนเด็กที่พอโดนคำชมจากผู้ใหญ่หัวใจก็พองโต วางคางบนหน้าขาเล็กของพี่แบมแล้วช้อนสายตาขึ้นมองอย่างอ้อนๆ มือก็ยังกอดไว้ที่เอวบางดังเดิม “เพราะมาร์คน่ะเป็นเด็กดี จะรีบๆโตมาดูแลแบมแบบที่แบมดูแลมาร์คได้... ตอนนี้มาร์คโตพอหรือยังครับ”


               เด็กน้อยของพี่แบมคงจะเก็บคำพูดของคุณอามาคิดมากเกินไปแล้วล่ะมั้งเนี่ย


               “พันแผลให้สวยแบบนี้เก่งมากๆแล้วครับ”   แบมแบมเฉไฉตอบ


               “เค้าไม่ได้ถามแบบนั้นสักหน่อย” มาร์คยู่ปากแล้วฝุบหน้าลงกับตักให้แบมแบมลูบผมให้เหมือนเดินจนเจ้าดื้อหลับคาตักพี่แบม


               “ไหนบอกว่าจะดูแลพี่แบม หลับทิ้งกันเฉย ฮึๆ” ใบหน้าสวยมีรอยยิ้มอ่อนโยนประดับอยู่ทุกคราที่มองเจ้าอ้วนตอนนอน


               ก็ยังไม่โตจริงๆสักหน่อยนี่นา พี่แบมไม่ได้อยากโกหกน้องมาร์คในร่างผู้ใหญ่แต่นิสัยลูกหมาน้อยว่าโตแล้วหรอกนะ


               ก็เราเคยสัญญากันไว้แล้วว่าจะไม่โกหกกัน...




---- 158% ----














น้องมาร์คเค้าติด TOP20 ด้วย ขอบคุณมากๆเลยค่ะ ;-;





Talk 190106 | 60%

พลอยมาอัพก่อนที่จะไปเที่ยวเชียงรายนะคะทุกคน สำหรับตอนนี้พลอยพิมพ์ไว้เสร็จแล้ว 

เนื่องจากว่าเค้าไม่ได้อัพนานนึกว่าจะไม่รอกันแล้ว แต่พอเห็นรีดเดอร์ที่เคยมาคอมเมนต์ตั้งแต่ต้นเรื่องจนถึงตอนนี้ยังรอกันอยู่ก็มีกำลังแต่งขึ้นมากโขเลยค่ะ เลิฟๆงับ


Talk 190109 | 100%

มีคนเดาถูกด้วยค่ะ รีบอัพก่อนค่ะ ยังไม่ได้ขัดเกลา ไว้จะมาแต่งเสริมอีกทีค่ะ 

ตอนกลางวันพึ่งรู้ว่าตัวเองกดอัพของเดิมไปค่ะ ซึ่งไม่ใช่เนื้อเรื่องที่พิมพ์ไว้ หลัง 60% ให้อ่านใหม่นะคะ 


Talk 190112 | 143%

ยังไม่ได้ตรวจคำผิดแป้นพิมพ์เสียอาจจะพิมพ์ตกไปหลายคำค่ะ 

> พี่ไมค์หล่อตลกแฟนไรท์เอง 555555555555555555 


Talk 190207 | 158%

Rewrite (เนื้อหาเดิมเพิ่มเติมคำบรรยาย)



ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 595 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,634 ความคิดเห็น

  1. #1625 IninNutCham (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 3 ธันวาคม 2562 / 00:19
    สงสารมาร์คเลยย อาขยันแกล้งอ่ะ
    #1,625
    0
  2. #1604 phaka (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 17 มิถุนายน 2562 / 20:51
    พี่แบมแอบชอบอ้วนสินะ
    #1,604
    0
  3. #1571 Nuthathai Por (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 00:09

    ก็ทำแบบนี้กับหลาน หลานจะเกลียดก็ไม่แปลกหรอกนะไมค์

    #1,571
    0
  4. #958 Spices_smile (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 08:03
    เมื่อไหร่จะบอกความรู้สึกตัวเองหล่ะ
    #958
    0
  5. #926 pimpimpim1a (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 10:33
    แบมย่าจะอึดอัดพอควรเลย ว่าแต่อา อย่ามายุ่งกับแบมน๊าาา
    #926
    0
  6. #758 WTWT (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 22 กุมภาพันธ์ 2562 / 12:15
    ก็ไม่ได้เป็นไบ้กันหนิทำไมไม่บอกความรู้สึกตัวเองไปละ
    #758
    1
  7. #728 uromtbb (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 20 กุมภาพันธ์ 2562 / 08:00
    สู้ๆพี่มัค
    #728
    2
  8. #621 PrincessDark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 17:56
    อาจะแค้นพ่อแล้วมาลงที่หลานไม่ได้นะ 5555
    อาอินดี้มากอ่ะ
    #621
    0
  9. #614 Ingnamboon (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 05:16
    ตั้ลล้าก อาอินดี้อ่ะ
    #614
    0
  10. #595 hazelcoco (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 14 มกราคม 2562 / 09:21
    พล็อตเรื่องที่รอมานาน^^
    #595
    0
  11. #517 Octaidol (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 16:02
    เด็กหวงของงงง
    #517
    0
  12. #426 มิรา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 07:40

    โอ้ยน้องมาร์คกับพี่แบม

    #426
    0
  13. #425 ayumikimlee (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 02:13
    อาแสบมาก555
    #425
    0
  14. #424 PRscarlet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 มกราคม 2562 / 00:24

    ไรท์เอง : ถ้าขยันก็จะแต่งสเปให้อ่านนะคะ
    #424
    0
  15. #423 แก้วกาแฟสีใส (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:53
    คุณอาโคตรอินดี้ ชอบบบ
    #423
    0
  16. #422 Aom5659 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 มกราคม 2562 / 21:43

    รอน้าาาาาาาาา
    #422
    0
  17. #419 MM_MB (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 มกราคม 2562 / 16:47
    เอาแล้วมาร์ค​รอนะคะ
    #419
    0
  18. #418 มิรา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 13:04

    งานเข้าแล้วมาร์ค

    #418
    0
  19. #417 แป้งเกียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 12:55
    คุณอามาเพื่อกระตุ้นมาร์คชัดๆ5555555555
    #417
    0
  20. #416 PrincessDark (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 09:26
    คุณอาคะจะกวนแบบนี้ไม่ได้นะคะ น้องมาร์คมีความหวงพี่แบมแรงมากกกกกแหง๋สิน้องมาร์คจองพี่แบมมาตั้งแต่เด็กแล้วนี่เนอะ
    #416
    0
  21. #415 JNieyy (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 09:07
    น้องน่ารักกกก
    #415
    0
  22. #414 JMB195 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 10 มกราคม 2562 / 00:57
    กรี๊ดดดด อากวนตีนมาก
    #414
    0
  23. #412 มิรา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 9 มกราคม 2562 / 21:18

    โอ้ยพี่แบม

    #412
    0
  24. #411 แป้งเกียว (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 14:43
    ใครอ่ะะะ
    #411
    0
  25. #407 PMarkNBam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 7 มกราคม 2562 / 23:19
    ลุ้นอะ ใครรรรรรรร
    #407
    0