TLC. #มาร์คอ้อน [ MARKBAM ]

ตอนที่ 7 : TLC - 6 | 130%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 8,800
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 612 ครั้ง
    24 ต.ค. 61


Cozy Living Room Ideas for Small Apartment



               ใครบอกว่าประธานบริษัทจะต้องทำตัวเป็นตัวอย่างที่ดีให้แก่ลูกน้อง เข้าบริษัทเช็คความเรียบร้อยทุกวัน หรือในสายตาของคนทั่วไปเขาอาจจะเป็นแบบนั้น


               ในความเป็นจริง แสนดีเบอร์นั้นคงไม่ใช่กันต์พิมุกต์คนนี้เป็นแน่


               ประธานบริษัทที่ว่ากำลังทำตัวเป็นผักนอนเปื่อยอยู่ที่เตียง ภาวนาอย่าได้มีเสียงรบกวนมาปลุกเขาจากการนอนหลับฝันดี


               พอไอ่อ้วนกลับบ้านถาวรชีวิตของเขาก็เหมือนวนลูปแบบเดิม หาความเป็นส่วนตัวไม่ได้แล้วเดี๋ยวนี้ ทำตัวยิ่งกว่าเป็นเลขาของเขา อยู่เฝ้าตั้งแต่เช้ายันเย็น พอมีประชุมก็เข้ามาร่วมในฐานะอะไรก็มิทราบพร้อมแว่นตาหนาเตอะกับสมุดโน้ตและปากกา ทำตัวเป็นเด็กดีนั่งจดตามคำพูดยิกๆ ทั้งที่เขาไม่ได้ขอ และไม่จำเป็นต้องจดก็ได้ พอถามก็ได้รับคำตอบเดิมแบบซ้ำๆว่า มาฝึกงาน


               อยากจะเบ้ปากมองบนเสียทุกครั้ง มหาลัยก็ยังไม่มีให้อยู่ริอาจมาฝึกงาน ได้ข่าวว่าจะเรียนสถาปัตย์เหตุไฉนถึงมาทำตัวเป็นเลขาของเขากัน


 

               ติ๊ด ติ๊ด ติ๊ด


               เสียงนาฬิกาจากหัวเสียงดังตามเวลาที่ตั้งไว้เพื่อเตรียมตัวออกไปทำงาน


               แต่แล้วยังไง เขากำลังทำตัวเป็นผู้บริหารที่ละเลยต่อหน้าที่ กะเอาไว้ว่าจะไม่เข้าบริษัทสักอาทิตย์และฝากงานทั้งหมดไว้ที่คุณเฟยแทน ดีลกันไว้แล้วว่าคุณเฟยจะได้โบนัสจากการทำงานเหนื่อยขึ้นเป็นสองเท่า ถ้ามีเอกสารด่วนก็ให้พนักเดินเอกสารขับรถมาส่งให้เขาที่คอนโด


               อ่อ... ต้องบอกว่าพนักงานขับรถส่งเอกสารใช่ไหม


               เขามักจะทำแบบนั้นแหละ เนื่องจากหน้าที่ของประธานแบบเขาไม่จำเป็นที่จะต้องลงมือทำงานเองไปซะทุกอย่างในเมื่อมีพนักที่เชี่ยวชาญเป็นฝ่ายๆแล้ว ก็โยนงานไปตรงนั้นเลย สบายใจเขาดี


               ก็แค่เขาล่ะนะ ส่วนพนักงานคงไม่ แต่ก็ได้เงินเป็นค่าเหนื่อยก็คงจะไม่ปรีปากบ่นอะไรเท่าไหร่

 



               พอเข้าช่วงสายของวันแบมแบมก็ลุกขึ้นมาเกาหัวแกรกๆ หมดแล้วสภาพประธานสุดฮ็อต


               ถ้าจะถามว่าไอ่อ้วนมันไปไหน อันนี้เขาก็ไม่รู้เหมือนกันว่ามันไปไหน แต่เห็นบอกไว้ตั้งแต่เมื่อคืนตอนวีดีโอคอลว่า นัดกับเพื่อนสมัยประถมไว้ พูดคุยกันเรื่องเรียน สงสัยจะคงไม่พ้นกลับมารวมกลุ่มแล้วตกลงเรียนที่เดียวกันแน่ อีกไม่กี่เดือนก็จะสอบแล้วนี่เนอะ



               ร่างบางในชุดอยู่บ้านชิลๆเดินลงจากเตียงมารินน้ำใส่แก้วดื่มหลังตื่นนอนอย่างที่ทำเป็นประจำเพื่อดีท็อกซ์ลำไส้ ให้ผิวพรรณผ่องใสโดยไม่ต้องพยายาม


               นี่ไง รักกับพี่ขี้ไม่ต้องเบ่ง


               แดดวันนี้ไม่ได้แรงมากเหมาะกับการที่แบมแบมย้ายตัวเองไปดื่มด่ำกับบรรยากาศหน้าระเบียง ทัศนียภาพที่มองจากชั้นบนของคอนโดช่างงดงานกว่ามองเอกสารเป็นไหนๆ เหลือบไปมองข้างล่างก็พบกับสนามเด็กเล่นพี่พาเจ้าอ้วนลงไปเล่นบ่อยๆแล้วก็นึกขำในความกลัวเด็กผู้หญิงตอนเด็กของมัน



               แบมมม อุ้มมม อุ้มมม เจ้าตัวน้อยที่วิ่งป่าราบเหมือนหนีอะไรมาตะกุกตะกายที่ขาเขาให้อุ้ม


               พอแบมแบมก้มตัวไปอุ้มเจ้าตัวก็กอดคคอเขาแน่นมุดหน้าลงคอไม่สนใจอะไรอีกต่อไป


               ม้าคมานี่นะ เด็กผู้หญิงตัวน้อยในชุดกระโปรงวิ่งมาหามาร์คด้วยความเร็วไม่มากนักอายุก็น่าจะรุ่นราวคราวเดียวกัน ในมือถือริบบิ้นสีแดงเอาไว้พร้อมกับหวีอันเล็ก


               ฮ่าๆๆ นี่ไม่ใช่ว่าโดนเด็กผู้หญิงแกล้งหรอกใช่ไหมเนี่ย


               ฮื่อ มาร์คกระชับกอดที่คอของแบมแบมดิ้นตัวหนีไม่อยากให้เด็กผู้หญิงคนนั้นมาใกล้


               พี่ขาาา ปล่อยม้าค เด็กหญิงทำหน้าบึ้งใส่เขาตรงหน้า เอานิ้วสั้นป้อมมาชี้หน้าเขาให้ปล่อยมาร์คลง


               เห่ยๆ จะทำอะไรให้มีขอบเขตเหอะยัยหนู


               ไม่ได้หรอก พี่ต้องพามาร์คกลับแล้ว แบมแบมว่าอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน คิดว่าเด็กยังคงไม่รู้เรื่องรู้ราวว่าอะไรควรไม่ควร เขาก็จะไม่โกรธ แต่ความประทับใจแรกคงไม่มีให้ซะแล้ว


               แต่หนูยังเล่นกับม้าคไม่เสร็จ เด็กน้อยเริ่มโวยวายใช้กำปั้นทุบตีหน้าขาของเขาที่ไร้การปกปิดเพราะวันนี้ใส่กางเกงสามส่วนออกมาข้างนอก


               แบมแบมเตรียมจะเดินออกจากบริเวณถ้าไม่มีผู้ปกครองของเด็กนั่นเข้ามาขอโทษสะก่อน


               ผมต้องขอโทษแทนน้องสาวด้วยนะครับ ผู้ชายตัวสูงหน้าฝรั่งที่บอกว่าเป็นพี่ชายของเด็กสาวเอ่ยก้มหัวขอโทษด้วยภาษาเกาหลีสำเนียงแปล่งๆแต่ก็ฟังออกอยู่บ้าง แบมแบมที่ไม่ได้ถือสาอะไรมากกบอกปัดก่อนจะพามาร์คกลับ




               “พรืดดดด แค่กๆๆๆ” เมื่อคิดถึงความหลังถึงตรงนั้น ความทรงจำก็ไหลเข้ามาในหัวเป็นฉากๆก่อนที่จะสำลักน้ำที่พึ่งจะกลืนลงไปแล้วผู่ออกมา



               ไอ่เหี้ย!! กูคิดออกแล้ว ไอ่หน้าฝรั่งในวันนั้นมันคือไอ่คุณเซนในตอนนี้!



               ถึงแม้ว่าจะผ่านมาเป็นสิบๆ ปีแต่เขาก็ยังจำดวงตาสีน้ำข้าวได้แถมโคลงหน้าก็ไม่ได้เปลี่ยนไปสักนิด มันมาทำอะไรที่เกาหลีอีกวะเนี่ย!



               จะว่าไปไอ่คุณเซนนั่นมันก็พูดเกาหลีได้นี่หว่า ตอนเจอเขาก็ทำเป็นแอ๊บพูดอิ้งใส่เขาเฉย ทำตัวได้น่าหมั่นไส้ไปอีกนะ!



---- 30% ----



               ณ ร้านปิ้งย่าง


               “โอ่วว ไอ่มาร์คมาแล้วเว้ย นั่งๆ” ยูคยอมที่นั่งปิ้งเนื้ออยู่แล้วภายในร้านตะโกนเรียกมาร์คเสียงดังเมื่อเห็นมาร์คเดินมาใกล้เพียงกระจกกั้น


               จะไปเกรงใจอะไรล่ะ นี่ร้านของพี่ฮีคยองน้ายูคยอมเองคร้าบบ


               “หล่อไม่เปลี่ยนเลยนะมึง” แจ็คสันทักมาร์คอย่างเป็นกันเองหลังที่ไม่เจอกันซะนาน


               “ใครอะ...” พอมาร์คเอ่ยคำนี้จบเหมือนมีฟ้าผ่าลงมากลางใจแจ็คสัน หายไปห้าปีนี่มึงลืม! อุตส่าห์ชมทำไมทำกันอย่างงี้วะเนี่ย!


               “ยู  คยอม ฮึกๆ” แจ็คสันแสร้งหันไปกระแหนะกระแหนยูคยอม พูดไปพรางทำเสียงสะอื้นไป


                รีแอคชั่นดีเด่นเหมือนเดิม


               “อ่อ จำได้ละ” ผู้เล่นใหญ่เกินเบอร์ของกลุ่มสินะ อืมๆ มาร์คได้แต่คิดชมตัวเองในใจ


               ก็จดจำคนอื่นได้ดีเหมือนกันนะเนี่ยเรา


               “ดี แต่ก็เอาเถอะจะถือว่ากูหล่อขึ้นจนจำไม่ได้ละกันนะ” แจ็คสันเก๊กท่ากางนิ้วโป้งกับนิ้วชี้ขึ้นมาแนบคางพรางยักคิ้วไปให้มาร์คสองจึก


               โทรบอกให้แบมมารับได้ไหมเนี่ย ท่าจะบ้า


               “กูย่างรอมึงจนจะไหม้ กินๆ กูเลี้ยงเองเลยวันนี้ ฉลองต้อนรับการกลับมาของกลุ่มเดิม” ยูคยอมเอ่ยตัดบท มือก็ถือกรรไกรตัดไส้ย่างลงจานให้มาร์ค


               มาร์คได้แต่นั่งตัวแข็งทื่อ จำได้ว่าสิ่งที่อยู่ในจานที่ยูคยอมพึ่งยื่นมาให้คือไส้ก็แทบจะยกโทรศัพท์ขึ้นมาโทรถามแบมว่ามันกินได้ไหม ไส้นี่มันเปื้อนขี้หมูมาก่อนใช่หรือป่าว แต่ก็กลัวจะเสียมารยาทเกินไปจึงเงยหน้าขึ้นมาถามยูคยอม


               “กินได้ใช่ไหม” มาร์คชี้ที่จานตัวเอง


               “กินได้ๆกูย่างให้มึงนั่นแหละ” แต่ดูเหมือนว่าเจตนาความคิดจะสวนกัน ยูคยอมกลับคิดไปอีกแบบว่าจานที่ให้มาร์คไปคือให้มาร์คแล้วใช่ไหม จะได้ลงมือกิน เจ้าตัวจึงได้กระตือรือร้นตอบ เอามือโบกๆพยักหน้าใส่ประมาณว่า เออๆของมึงแดกเลย


               แต่มาร์คก็ไม่ได้คิดอะไรกินได้ก็กิน คีบชิ้นที่เล็กที่สุดในจานไปจุ่มในถ้วยน้ำจิ้มก่อนจะไปหาทิชชูมารองไว้เพราะกลัวน้ำจิ้มจะหกเลอะโต๊ะ มันดูสกปรก แบมไม่ชอบ


               สองเพื่อนที่มาถึงก่อนมาร์คมองดูกริยาอันงดงามดั่งบุคคลผู้สูงส่งนั้นแล้วก็ได้แต่ทำตาปริบๆใส่กัน ก้มมองดูหน้าโต๊ะตัวเองก็มีแต่เศษผักระเนระนาดก็แทบหยิบทิชชูขึ้นมาเช็ดเก็บกวาดแทบไม่ทัน


               ใครเลี้ยงมันมาวะ ถ้ามีลูกน่าเอาไปฝากเลี้ยงชิบหาย โตไปจะได้ดูเป็นผู้ดีบ้าง แจ็คสันคิด



               หลังจากไส้อันเล็กกะตึ๋งนึงเข้าปากมาร์ค ปลายลิ้นสัมผัสเข้ากับรสชาติเผ็ดๆของน้ำจิ้ม ความหนุบหนับของไส้รสชาติก็ไม่เลว ไม่มีกลิ่นเหม็น ไม่ขม แสดงว่าเป็นไส้ที่มีคุณภาพสินะ เชฟมาร์คให้สามผ่าน


               เอ๊ะ แต่มีคนเดียวนี่เนอะ...




               “อื้อ จะคุยเรื่องที่เรียนใช่ป้ะ” จู่ๆมาร์คก็โพล่งขึ้นทำให้อีกสองคนด้านหน้าที่เฝ้ามองกริยาถึงกับสะดุ้งเล็กน้อย


               “เอ่อๆ ใช่ กูว่าจะเข้ามหาลัย S” แจ็คสันเอ่ยด้วยท่าทางที่ดูสงบเสงี่ยมไม่กระดี้กระด้าเหมือนเมื่อครู่


               โอ้โห่ ใครจะไปทำท่าเป็นลิงเป็นข้างต่อหน้าคุณชายใหญ่ ไม่มี๊


               “เหมือนกันอะ มันเป็นมหาลัยอันดับหนึ่งในเกาหลีเลยนะเว้ย ไอ่พวกบริษัทใหญ่ๆเวลาจะหาพนักงานก็จะมาขอจองตัวนักศึกษาที่มหาลัย S นี่แหละ ถ้าเราสอบได้น่ะนะ” ยูคยอมพูดอย่างมีสาระขึ้นมาบ้าง


               “เรายังไม่ได้คิดเลย รู้แค่ว่าจะเรียนสถาปัตย์”


               “อื้อหือ เลื่องชื่อมากเลยนะสถาปัตย์ มอ S อะ ไม่มีใครตกงานสักคน มีแต่พวกเก่งๆทั้งนั้นอะ มันยากไปป้ะ” ยูคยอมไม่ได้พูดตัดกำลังใจแต่มันก็ยากจริงๆ เขากับแจ็คสันคิดมหาลัยไว้แล้วก็จริงแต่ยังไม่รู้ว่าจะเรียนอะไร มีคิดไว้หกอันดับแต่ยังตัดสินใจไม่ได้


               “นักเรียน A+ ทุกชั้นปีก็คงยากสินะ” มาร์คเกาคางเริ่มกลุ้มใจขึ้นมาทันที อุตส่าห์ตั้งใจเรียนขนาดนี้ก็ยังสอบเข้ายากอีกเหรอเนี่ย การศึกษาที่เกาหลีข้อสอบน่าจะยากกว่าอเมริกาสินะ คงต้องค้างกับแบมเพื่อติวทั้งวันทั้งคืนแล้วแหละ หึๆ


               “โห ถ้าเรียนได้ขนาดนั้นก็ยื่นเกรดเดินเข้าเถอะ” แจ็คสันตบโต๊ะ ใครมันจะไปเรียนได้ขนาดนั้นกันล่ะวะ


               “อ่าว มันมีแบบนี้ด้วยหรอ?” มาร์คถามอย่างมีหวัง เขายังไม่ค่อยรู้ระบบการศึกษาของประเทศนี้มากนัก


               “มีดิ ก็ถ้าทำได้แบบนั้นจริงอะนะ คือถ้าจะยื่นเกรดก็ยื่นเอารอบแรกเลย ส่วนถ้ายื่นไม่ผ่านก็คงต้องสอบเอา” ยูคยอมเอ่ยเข้าสาระ รอบแรกคือยื่นแฟ้มผลงานในระดับชั้นมัธยมปลายถ้าผ่านเกณฑ์รอบแรกได้ก็ไม่ต้องเหนื่อยอ่านหนังสือสอบแล้ว


               “อ่อ..งั้นเราก็จะเข้า ม.S ด้วยละกัน จะได้ไม่เหนื่อย..” ถึงจะแอบเสียดายที่ไม่ได้นอนค้างกับแบมเพื่อติวก็ตามทีเถอะ เฮ้ออ .. เสียดายจัง...


               “ทำไมวะ..” แจ็คสันขมวดคิ้วถาม


               “ก็เราจะยื่นเกรดแล้วเดินเข้าเลย” มาร์คว่าอย่างไม่ทุกข์ไม่ร้อน มือก็ถือตะเกียบเอื้อมไปพลิกหมูบนตะแกรง


               “ห๊ะ/ห๊ะ!” อยู่ๆสองเพื่อนข้างหน้าก็ตะโกนขึ้นมาทำเอาคนในร้านหันมาสนใจก่อนจะหันไปปิ้งหมูของตัวเองต่อ


               “นี่อย่าบอกว่าที่พูดมาเมื่อกี้คือตัวมึงเองอะ” ยูคยอมพูดเบาระกับเสียงลงมานิดนึง มองมาร์คอย่างอึ้งๆ


               “แล้วทำไมเราต้องไปพูดถึงคนอื่นด้วย...” พูดไปพรางคีบหมูจุ่มน้ำจิ้มแล้วเอาเข้าปากก่อนจะพยักหน้าพึงพอใจในรสชาติ ไม่ได้คิดเลยว่าคำพูดของตัวเองทำให้คนอื่นตะลึงมากแค่ไหน


               “หว่า เชรดเข้ เก่งสาสสส ลืมว่ามึงมันนักเรียนนอก” แจ็คสันกอดอกเอาตัวไปพิงกับพนังเกาอี้ ชื่นชมอยู่ในใจ โอเคเขายอม ลืมไปว่ามันเก่งตั้งแต่ประถมแล้ว


               “กูตงิดใจตั้งแต่เมื่อกี้ละ เพื่อนกันไม่ต้องพูดอะไรสุภาพขนาดนั้นก็ได้ปะวะ” ยูคยอมว่า ถือตะเกียบชี้ๆที่มาร์ค


               “งั้นหรอ ขอปรับตัวก่อนแล้วกัน แบมไม่ชอบให้พูดหยาบ ” ก็จริงเหมือนกันแหะ นี่แทบไม่รู้ตัวเลยนะว่าตัวเองพูดสุภาพเพราะชินกับการพูดแบบนี้กับแบมไปซะแล้ว แต่ก็ไม่ใช่ว่าจะดีตลอดหรอกนะ ตอนเรียนที่อเมริกาเขาก็พ่นคำหยาบกับเพื่อนเป็นว่าเล่น


               “อ้อ พี่เลี้ยงมึงอะนะ ใช่คนที่มารับมึงทุกเย็นแล้วมึงก็โดดกอดใส่เขาทุกครั้งนั่นป้ะ? ยังอยู่ด้วยกันอีกหรอวะ”


               “ปากหรอนั่นน่ะหะ ถามว่าตอนไหนไม่อยู่ด้วยกันยังจะง่ายกว่าอีก” มาร์คพูดอย่างเคืองๆ


               “แล้วตอนไหนบ้างวะ” แจ็คสันชะโงกหน้ามาถามอย่างต้องการทำตอบ แต่แทนที่จะได้ยินเสียงจากอีกฝ่ายกลับได้รับสายตาเคืองๆแทน เริ่มเข้าใจละว่ามันแค่พูดเปรียบเปรย จึงย้ายตัวเองมานั่งสงบเสงี่ยมเจียมตัว เขายังจำได้ดีภาพที่ไอ่มาร์คมันต่อยรุ่นพี่ ป.6 ตอนนั้นทำเอาพี่เลี้ยงมันโกรธไปหลายวันอยู่เหมือนกัน ถ้าไม่อยากเข้าโรงบาลตอนนี้ก็คงต้องนิ่งเท่านั้น


               “จริงๆสถาปัตย์ก็น่าสนนะ มีรุ่นพี่คนนึงจบจาก ม.S เปิดบริษัทซะใหญ่โต BK design อะไรเนี่ยมั้ง มีแต่พนักงานเจ๋งๆทั้งนั้นอะ เห็นว่าข้างในบริษัทอะน่าอยู่มากกก แต่กูจำชื่อเขาไม่ได้อะ ยาก”ยูคยอมว่าคลายบรรยากาศให้ดีขึ้นพร้อมกับเอาเนื้อเข้าปากเคี้ยวตุ่ยๆ “ถ้าได้เข้าไปทำงานในนั้นก็คงจะดี”


               “กันต์พิมุกต์ ภูวกุล ใช่ไหม?” บุคคลที่อยู่ร่วมกับเจ้าของบริษัทดังกล่าวเอ่ยชื่อประธานขึ้นมาอย่างคล่องแคล่วไม่มีผิดเพี้ยน พูดอย่างภูมิใจนักหนา ทำเอายูคยอมกับแจ็คสันสนใจไปตามๆกัน


               “เอ่อใช่ๆคนนั้นแหละ มึงรู้จักเค้าหรอ...เอ..แต่ก็ไม่น่าจะใช่อย่างมึงคงไม่รู้จักคนระดับนั้น” พูดเองเออเองเสร็จสรรพ เกือบจะคิดไปแบบนั้นแต่ถ้ามองอีกแง่ ผู้บริหารระดับสูงคงไม่รู้จักเด็กอย่างพวกเขาหรอกมั้ง ยูคยอมคิด


               “เค้าเป็นแฟนกูเอง” มาร์คพูดเป็นภาษาไทย ขอตู่ไว้ก่อน เดี๋ยวก็ได้เป็น น้ำหยดลงหินทุกวันหินยังกร่อน ถึงแม้ว่าเดี๋ยวนี้หินจะเริ่มรุนแรงโดยการฟาดเขาก็ตาม แต่ถ้ามันคือความสุขของเขา มาร์คก็จะอยู่ให้ฟาดจนเนื้อเขียวเลยก็ย่อมได้ รู้ว่าหล่อมากไม่ต้องชม


               “หะเมื่อกี้มึงพูดภาษาอะไรอะ?” แจ็คสันเอ่ยถามอย่าง-งงๆ


               “อ่อ..กูจะบอกว่าเค้าเป็นคนไทย” แล้วก็กลับมาพูดภาษาเกาหลีต่อ


               “อ้อ อย่างงี้นี่เอง” ถึงจะฟังดูแปลกๆแต่ยูคยอมก็พยักหน้ารับ ไอ่มาร์คมันคงสนใจจริงๆจนไปหาข้อมูลพวกนี้มาอ่านเล่นๆ


               “อยากไปไหมเดี๋ยวกูขอตั๋วเข้าเยี่ยมชมให้” มาร์คว่าติดตลก


               “เดี๋ยวมึง บริษัทไม่ใช่สวนน้ำไอ่ห่า” ถ้าไม่ติดว่ามันกำลังปรับตัวแจ็คสันคงเอาตะเกียบเคาะหัวไอ่มาร์คมันไปแล้ว


               “ไว้กูจะถ่ายรูปมาให้ดูก็แล้วกัน”


               “เอาจริงดิ? มึงไปทำอะไรในบริษัทเขา”


               “กูไปเป็นยามเฝ้าประธานบริษัท” มาร์คว่าปนกลั้นขำ เดี๋ยวคงต้องไปขอเงินเดือนจากประธานคนสวยของเขาซะแล้ว หึๆ




               พอคุยกันสัพเพเรหะเพื่อปรับตัวเข้าหากันได้และแรกไลน์กันเสร็จเรียบร้อยพร้อมตั้งกรุ๊ปแชท สรุปก็ตกลงว่าจะสอบเข้า มอ S ด้วยกันส่วนคณะไหนเดี๋ยวจะไลน์มาบอก ถ้ามาร์คว่างบางทีก็จะมาติวให้ แต่ก็คงจะไม่ได้เก่งกาจเท่าแบมแบมคงต้องขอแบมสอนแล้วค่อยมาถ่ายทอดความรู้ให้อีกทีนึง


               หลังจากนั้นก็แยกย้ายกันกลับบ้าน มาร์คควบ Ducati สีแดงคู่ใจมุ่งตรงไปยังคอนโดแบมแบมที่พึ่งโทรไปถามเมื่อกี้แล้วบอกว่าอยู่คอนโด ก็กะว่าจะไปอ่อยให้หินมันกร่อน ถ้าไม่โดนหินมันฟาดจนช้ำซะก่อนอะนะ



---- 75% ----



              “กูว่าเราต้องหาเวลาคุยกันเรื่องนี้เป็นจริงเป็นจังว่ะแจ คือกูก็แก่แล้วไหม มาทำตัวให้เด็กมันเข้าใจว่ากูไร้เดียงสา มึงคิดว่าเด็กมันโง่เร้อะ?” ในระหว่างที่รอมาร์คมาหาที่คอนโด แบมแบมที่ยังอยู่ในชุดเดิม เชิ๊ตบางๆกับกางเกงสามส่วน ยืนพิงระเบียงเอ่ยคุยกับเพื่อนรักปลายสายอย่างออกรสออกชาติ เพราะเป็นเพื่อนที่สนิทกันมากๆแบมจึงโทรไปเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ยองแจฟัง


               [กับมาร์คมันก็ไม่แน่ไม่ใช่หรอวะ มึงทำอะไรมันก็เชื่อมึงไปหมดนั่นแหละ]


               แล้วกูก็ต้องปล่อยให้มันแทะโลมต่อไปแบบนี้อะนะ?


               [พูดสิว่ามึงไม่ชอบ]


               “ก็ไม่ใช่อย่างงั้นไปซะทีเดียว แต่มึงก็รู้อายุกูกับน้องมันอะ มึงคิดว่าถ้าเป็นแบบนั้นจริงน้าจะรับได้หรอ คิดถึงความเป็นไปได้ด้วย” แบมแบมหมุนตัวหันหน้าไปให้ลมโกรกเพื่อผ่อนคลายอารมณ์ที่เริ่มขุ่นมัว


               [แล้วมึงจะเอายังไง?]


               “ถ้าไม่มีใครเริ่มพูดกูก็จะไม่พูด ความสัมพันธ์ก็ยังคงอยู่ฉันพี่น้อง กูไม่คิดว่ามาร์คมันจะคิดอะไรกับกูแบบที่มึงบอกหรอกนะแจ กูเลี้ยงน้องมาแต่เด็กมึงก็เห็น มันก็คงจะติดกูแบบอาหลานทั่วไป มึงอะคิดมาก”


               [ไม่มีอาหลานหรือพี่น้องที่ไหนที่โตกันเป็นควายแล้วมายืนคิสกันหรอกนะอีแบม]


               “ก็กูนี่ไง” แบมแบมหลับตาค่อยผ่อนลมหายใจ


               [ก็มึงมันบ้า ไม่มีใครจูบกันโดยไม่รู้สึกอะไรหรอกนะ]


               “เป็นแบบนี้กูก็ว่าดีอยู่แล้ว กูไม่อยากทำอะไรให้มันยุ่งยาก”


               [แค่มึงพูดอะแบม มันไม่ยากเลยเว้ย]


               “กูกลัวการเปลี่ยนแปลง มันไม่ใช่เรื่องที่จะมาพูดว่าเป็นเรื่องแค่นี้ได้นะเว้ย Relationship เนี่ย”


               [เฮ้อยย] ยองแจถอนหายใจอย่างปลงตกใส่แบมแบม


               “มันจะไม่แตกหักหรอวะ มึงจะให้กูไปถามน้องมันว่า แกชอบฉันใช่ไหมอย่างงี้หรอ หรือให้กูบอกก่อนดีล่ะ? แล้วไงต่ออะ ถ้าสุดท้ายแล้วน้องมันไม่ได้คิดอะไรกับกูขึ้นมาก็จะมีแค่กูงี้หรอ?


               [แค่มึงอะไร…] ปลายสายรอฟังคำตอบอย่างใจจดใจจ่อ มันต้องเป็นไปตามที่ยองแจคิดไม่ผิดแน่ๆ


               “คะ..แค่กู..ที่คิด...” สุดท้ายแบมแบมก็ยอมรับไป


               [กูไม่รู้หรอกนะว่ามาร์คมันคิดแบบไหนกับความรู้สึกของมึงต่อน้องมัน ก็จริงที่น้องมันอาจจะคิดว่ามึงมันไร้เดียงสา ที่มึงยืนนิ่งๆให้น้องมันจูบมันก็คงไม่ได้คิดอะไรหรอก แต่การกระทำน้องมันอะกูดูออก ยังไงน้องก็ชอบมึงแน่ๆ]


               “มึงไม่มีหลานให้เลี้ยงอย่ามาทำเป็นรู้ดีเลยแจ ยังไงมันก็คิดกับกูแค่พี่ แล้วที่มันจูบกู กูก็จะคิดสะว่าเป็นนิสัยที่ทำจนชินของมัน กูเลี้ยงมันมากูย่อมรู้จักมันดีกว่ามึง”


               [ที่มึงพูดๆมาคือจะยังไง ถ้าน้องมันขอจูบก็จะให้มันจูบ ปล่อยให้มันแทะโลมมึงอย่างที่มึงพูด ทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้เพื่อประครองความสัมพันธ์พี่น้องต่อไป จะเอาแบบนั้นใช่ไหม]


               “แล้วกูทำอะไรได้เล่า มาร์คมันก็รักสนุกของมัน กูผิดที่เผลอใจเอง ความรู้สึกกู กูรับผิดชอบเอง ถ้ากูตัดใจซะก็จบ สักวันมาร์คมันก็ต้องมีเมีย เค้าจะมาสนใจอะไรกับคนแก่อย่างกู เพ้อเจ้อ” แบมพูดเสียงแผ่ว


               [มึงทำได้แต่มึงไม่ทำ ปล่อยให้เด็กมันตอดเล็กตอดน้อยเขาจะคิดว่ามึงมีใจ ถ้ามึงจะตัดใจก็เริ่มหาผัวซะ อย่าปล่อยให้มันแทะโลมมึง ใจมึงอะ มึงโกหกใจตัวเองไม่ได้หรอกว่ะแบม ตอบกูมาชัดๆเลย]


               “อะไร...”


               [ถ้าน้องมันไม่คิดอะไรกับมึงแล้วยังไง ตกลงมึงคิดกับน้องเค้าไหม ไม่โกหกกู]


               “เออกูชอบเค้ากูยอมรับเว้ย!


               [กูบอกไม่เชื่อมึงก็สังเกตเอาเองละกัน แค่นี่แหละ]



               ติ๊ด




               “เฮ้ออออ แบมแบมถอนหายใจออกมา เขาไม่ค่อยจะเชื่อหรอกว่ามาร์คมันจะมามีความรู้สึกแบบเดียวกันกับเขา มันก็เป็นแบบนี้มาตั้งแต่เด็กๆแล้ว ขี้อ้อนเก่งเป็นที่หนึ่ง สำหรับเขาที่เจอมากับตัวก็นับว่าเป็นเรื่องปกติ ไม่ได้คิดว่าการกระทำที่มาร์คแสดงมันจะสื่อถึงอะไรหรอกนอกจากอ้อนเขาน่ะ ถ้าเขาบอกว่าชอบมาร์คออกไปแล้วมาร์คไม่ได้คิดอะไรกับเขาแล้วเริ่มตีตัวออกห่างล่ะ ให้มันเป็นแบบนี้น่ะดีแล้ว... ยังไงซะมันก็เป็นไปไม่ได้อยู่ดี จะให้มาคบกับคนที่อายุห่างกับเกือบรอบมาร์คก็คงอาย เขาคิดถูกแล้ว...



          แบมแบมกำลังจะหมุนตัวกลับเข้าห้องก็ต้องสดุ้งโหยงกับบุคคลตรงหน้า


               “มะ..มาร์ค...มาตั้งแต่เมื่อไหร่...”

 

---- 95% ----



               สำหรับมาร์คต้วนแล้วเรื่องเข้าห้องแบมไม่ใช่เรื่องยากเย็นนัก คีย์การ์ดอีกใบจะอยู่ที่ใครไม่ได้นอกจากเขา สิ่งนี้ทำให้รู้สึกชนะคนทั้งโลก


               พอเข้ามาในห้องแล้วเห็นแบมยืนอยู่ที่ระเบียง ตอนแรกก็กะว่าจะเข้าไปแกล้งจากด้านหลังอย่างที่เคย แต่ก็ต้องหยุดกึกกับเสียงสนทนาที่กระทบผ่านเข้ามาในหู



               “…เพ้อเจ้อ

               

               “อะไร...”

               ...

               “เออกูชอบเค้ากูยอมรับเว้ย!

 


               ชอบ...แบมมีคนที่ชอบแล้วงั้นหรอ



               มาร์คยืนนิ่งค้างอยู่อย่างนั้นจนได้ยินเสียงแบมแบมเรียก



               “มะ..มาร์ค...มาตั้งแต่เมื่อไหร่...” แบมแบมมีสีหน้าตกใจรีบเก็บโทรศัพท์เข้ากระเป๋ากางเกงด้วยท่าทางร้อนรน


               “มาร์คพึ่งมา แบมคุยกับใครหรอ” มาร์คมีสีหน้าหงอยลงอย่างเห็นได้ชัด ทำให้แบมแบมตีความผิดไปว่ามาร์คอาจจะได้ยินเสียงที่เขาคุยกันเมื่อกี้แล้วเกิดรับไม่ได้ขึ้นมา


               “พี่คุยกับยองแจนิดหน่อย ไม่มีอะไร” แบมแบมตอบหลบสายตามาร์ค


               “งั้นหรอครับ งั้นเดี๋ยวมาร์คไปเอาน้ำมาให้นะ” ในเมื่อแบมแบมไม่อยากพูดถึงเขาก็จะไม่ถามอะไรให้แบมรำคาญและเลือกที่จะเมินเฉยต่อมันไปเสีย ถึงแม้ว่าภายในกำลังเจ็บปวดมากแค่ไหนก็ตาม


               ถ้าแบมบอกว่าไม่มีอะไรเขาก็จะคิดว่ามันไม่ได้มีอะไร




               “อากาศร้อนๆเค้าเอาน้ำส้มมาให้แทน” มาร์คหายเข้าไปในครัวสักพักเดินออกมาพร้อมกับน้ำส้มที่เทใส่แก้ว ใบหน้าที่เต็มไปด้วยหยดน้ำนั้นบ่งบอกได้ว่าเจ้าแอบไปล้างหน้ามา


               “อ้อ ขอบใจ เป็นไงบ้าง เจอเพื่อนสนุกไหม” แบมแบมถือรีโมทเปลี่ยนช่องไปเรื่อยๆสายตาแอบลอบมองปฏิกิริยามาร์คแล้วหันหน้ากลับมามองทีวีทำเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไรมาก แม้จะแอบห่วงความรู้สึกอีกคนอยู่บ้างแต่เขาก็ต้องทำตัวให้เป็นปกติ


           ในเมื่อเจ้าตัวบอกว่าพึ่งมาถึงและไม่ได้ถามอะไรเขาต่อ ก็ขอคิดเข้าข้างความสบายใจตัวเองละกันว่ามาร์คพึ่งมาถึงแบบที่เขาบอก แม้ว่าในใจกำลังร้นรนกลัวมาร์ครังเกียจก็ตาม แต่ในเมื่อไม่มีใครพูดอะไรเขาก็จะทำตัวให้เป็นปกติที่สุด


               “ก็ดูบ้าๆบอๆกันเหมือนเดิมอะ” มาร์ควางกระเป๋าอดิดาสพร้อมน้ำส้มไว้บนโต๊ะตัวเตี้ยหน้าโซฟาเสร็จก็ล้มตัวนอนเหยียด    เบียดแบมแบมให้ติดสุดขอบโซฟาหัวก็หนุนตัวเอาหน้าซุกท้องมือก็กอดรอบเอวบางไว้แน่นราวกับหวงแหน


               “สนุกล่ะสินะ แล้วเรื่องเรียนตกลงกันว่ายังไงล่ะ” มือเล็กปล่อยรีโมทแล้วเปลี่ยนสางกลุ่มผมนุ่นไปมาแทน


               พันกันยุ่งเหยิงแบบนี้ขับรถตีลมแล้วไม่ใส่หมวกกันน็อคแน่ๆไอ่อ้วน มีแอบเอาหน้ามาเช็ดกับเสื้อเขาไปอีกนะ


               “อ่อ... มาร์คคุยกับเพื่อนไว้แล้วว่าจะเรียนมอ S พึ่งรู้ว่าแบมก็จบที่นั่นมาเพื่อนมันโม้ให้มาร์คฟังใหญ่เลยนะ”


               “อ่า...งั้นเหรอ แต่ก็ตั้งนานนะกว่าจะได้เท่านี้ ถ้าพี่แบมทำคนเดียวก็คงจะไม่ได้ นี่มีพ่อแม่ช่วยเรื่องทุนก่อสร้างให้ด้วยเหมือนกัน” แอบภูมิใจในตัวเองอยู่หน่อยๆที่มีคนสนใจในตัวเขาและสายงานอาชีพที่เขาทำ ก็อุตส่าห์พยายามมาซะขนาดนี้เลยนี่เนอะ “จริงๆจะลองยื่นพอร์ตก่อนก็ได้นะมาร์ค ถ้าไม่อยากเหนื่อยอ่านหนังสืออะ” แบมแบมเสนอขึ้นมา


               “ก็พอรู้มาจากเพื่อนบ้างแล้วล่ะ ว่าจะลองยื่นดู” มาร์คกระชับกอดพยายามมุดหน้าไปในเสื้อแบมแบม


               “งั้นเหรอ...แล้วการเรียนระดับไหนล่ะ ผลงานที่โรงเรียนเก่ามีไหม?” แบมแบมเอ่ยตอบทั้งที่มือก็พยายามดันหัวไอ่ดื้อไปด้วย


               “เรียนได้ A+ ทุกวิชา นักกีฬาบาสโรงเรียน โอริมปิกคณิตศาสตร์เหรียญทอง พอไหวไหม” มาร์คพูดอย่างเป็นเรื่องปกติ พยายามหาเรื่องเด่นๆที่เขาทำในโรงเรียน ตอบเสียงอู้อี้ในขณะที่หัวผลุบเข้าไปในเสื้อเช็ตแบมแบม


               “งั้นก็ไม่ต้องติวแล้วสินะ” แบมเอ่ยตอบใบหน้าหวานก็ก้มลงมองไอ่อ้วนที่หน้าผลุบเข้าไปในเสื้อเขาเรียบร้อย มองจากนอกเสื้อแล้วก็เหมือนก้อนอะไรก็ไม่รู้ พอสำรวจเสร็จก็ย้ายสายตามาลอบมองหน้าคมผ่านคอเสื้อกว้างๆของตัวเองที่หลับตาพริ้ม


               ถ้ารังเกียจเขาก็คงจะไม่เล่นหยอกกันแบบนี้สินะ ค่อยเบาใจไประดับหนึ่ง มาร์คคงไม่ทันได้ยินอะไรจริงๆนั่นแหละ


               “แต่ก็ยังจำเป็นอยู่นะ กะว่าจะไปช่วยติวให้เพื่อนด้วย ติวให้เถอะนะ” มาร์คขออย่างออดอ้อน ยังไงซะก็ต้องหาเรื่องมาอยู่กับแบมให้ได้ “นะครับ น้าาา”


               “มันก็เอาความรู้ ม.ปลายนั่นแหละสอบ ถ้าเรียนได้ขนาดนั้นก็ไม่ต้องติวแล้ว เผลอๆเก่งกว่าพี่แบมอีก นี่ก็ลืมๆเนื้อหาไปเยอะเหมือนกัน ลองไปอ่านเองดูก่อน ถ้าไม่เข้าใจก็มาถาม เดี๋ยวพี่แบมหาเกณฑ์คะแนนมาให้ อ๊ะ มาร์ค!” อุตส่าห์เมินเฉยไม่ว่าอะไรที่เอาหัวเข้ามาในเสื้อ แต่สุดท้ายไอ่อ้วนก็เลียหน้าท้องเขาให้สยิวเล่นก่อนจะดูดจนขึ้นรอยแดง


               “คร้าบบ~” มาร์คยิ้มกริ่มตอบ ทั้งที่รู้อยู่แก่ใจว่าคนพี่ไม่ได้เรียกตัวเองหากเป็นเพราะตกใจ มาร์คจึงขยับหัวออกมาพร้อมเลิกเสื้อแบมแบมขึ้นดูผลงานตัวเอง


               อืมๆ สีสวยใช้ได้ ต้องตีตราไว้ก่อน



               “น้ำลายอะ” แบมแบมตีหน้ายุ่งใส่มาร์ค เพราะทำให้ท้องเขาเปรอะน้ำลายไปหมดแล้ว แถมมีรอยแดงด้วย


               แต่แบมก็ไม่ได้คิดเข้าข้างต้วเองอะไร พรางนึกไปว่าเด็กมันซนก็เล่นไปเรื่อย


               “รังเกียจเค้าหรอ” มาร์คแสร้งตีหน้าเศร้าขยับหน้าเข้าไปคลอเคลียกับท้องที่มีเนื้อผ้าบางๆกั้นอีกหน


               “เรามันดื้อ”


               “ดื้อแล้วรักไหมครับ” มาร์คว่าก่อนจะนอนหงายแล้วส่งสายตาจริงใจไปให้แบมแบม มือหนาคว้ามือเล็กขึ้นมาจูบที่ฝ่ามือก่อนจะเอามาแนบที่แก้ม


               “เราชอบพูดจาเลี่ยนๆ”


             “ไม่ชอบเหรอครับ”


                “ไม่คุยกับมาร์คแล้ว นอนดีๆเลยไม่ให้หนุนตักแล้ว” แบมแบมเฉฉัยตอบ ไม่รู้ว่ามาร์คจะหมายถึงความสัมพันธ์ไหน ฉะนั้นก็ขอข้ามไปก่อนแล้วกัน ส่วนตอนนี้ก็เริ่มดีขึ้นมาหน่อย แม้จะมีความกังวลอยู่นิดๆก็ตาม


                ที่เริ่มสบายใจขึ้นมานั่นก็เพราะว่าระหว่างเขาสองคนมันไม่ได้มีอะไรเปลี่ยนแปลงไปจากเดิมในความรู้สึกของแบมแบม


               หรือมาร์คทำเพื่อเขาให้เขาไม่ต้องกังวลใจ อันนี้ก็ไม่รู้นะ...


               “แบมหน้าแดงจัง” มาร์คลอบมองดวงหน้าหวานที่เริ่มแดงปรั่งเพราะคำพูดของเขาแน่ๆ ยิ้มทะเล้นกระชับกอดที่เอวแบมแบมไม่ยอมลงไปจากตักตามคำสั่ง


               “อากาศมันร้อน มาร์คยังบอกเมื่อกี้อยู่เลย”


               “ครับๆ เชื่อครับ”



               ถึงแม้ว่าแบมจะชอบใครอยู่ก็ตาม แต่เรื่องอะไรที่มาร์คจะยอมแพ้กัน เขานี่แหละจะไปตามกันมันออกห่างๆเอง! ต้องเดินหน้าลุกให้เต็มที่แล้ว




---- 130 % ----









Talk 181022 | 30%

ขอถีบส่งคุณเซนแปป 

ปล.ตอนนี้พลอยเปิดรีพล็อตนิยายใหม่เรื่อง Daylight - เราพบกัน ฝากอาแบมกับพี่ชายของเค้าด้วยนะคะ


Talk 181022 | 75%

เรื่องการสอบเข้าเราอิงของไทยมานะคะ เป็นความจริงครึ่งต่อครึ่งค่ะอาจจะไม่ใช่ทั้งหมด ส่วนแจ็คสันจริงๆพี่แกจำได้นะคะแต่แค่แกล้ง เอาจริงๆคือตอนที่มาร์คเจอเพื่อนเราแต่งได้ไม่ค่อยดีเท่าไหร่ อาจดูแปลกก็ขออภัยค่า จะพยายามให้ดีขึ้นค่ะ

ปล.ใครไมเกทมุกหินของมาร์คบ้าง ก็คือ มาร์คเป็นน้ำ ส่วนพี่แบมเป็นหิน หินฟาดก็คือ มาร์คโดนพี่แบมตี นั่นเองจ้า


Talk 181023 | 95%

อรุ่มมม เปิดเทอมพรุ่งนี้ละค่ะ อรุ่มมมม จะบอกว่าพาร์ทนี้ลบแล้วเขียนใหม่จนเหนื่อยแล้วอะ ;-; ไม่อยากให้รอนาน เค้าก็เอาที่ทำดีที่สุดมาให้เท่านี้ ยิ่งแต่งยิ่ง งงตัวเองหนักเลยค่ะ แงงง ต้องขออภัย


Talk 181024 | 130%

อีหยังวะ สองคนนี้55555 อีกคนก็กังวล อีกคนก็อุ๊บอิ๊บไว้ก่อน เดี๋ยวก็โดนแย่งหรอกพ่อคู๊ณณณณ

ปล.พลอยชอบอ่านคอมเมนต์นะคะตลกดี5555 มันเหมือนได้สนิทกับคนอ่านและเราก็ได้แลกเปลี่ยนความคิดกัน บางทีเจอคอมเมนต์แนะนำว่า เออ แบบนี้น่าจะดี พลอยก็เอามาคิดแล้วใส่ปนๆไปบ้างนะคะ คิกๆ รักๆค่าาา





ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 612 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1,634 ความคิดเห็น

  1. #1623 IninNutCham (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 ธันวาคม 2562 / 11:31
    ต่างคนต่างคิด เมื่อไหร่จะคิดตรงกันน้าาา
    #1,623
    0
  2. #1614 YanisaCH (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 3 กรกฎาคม 2562 / 22:52
    แนร่~~~
    #1,614
    0
  3. #1577 ออมม่า (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 เมษายน 2562 / 14:20

    เข้าใจผิดไปคนละเรื่องเลย

    #1,577
    0
  4. #1569 Nuthathai Por (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2562 / 21:17

    มาร์คน่าจะมาให้เร็วกว่านี้หน่อยนะ

    #1,569
    0
  5. #974 LINLYG7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 13:12
    จะกันตัวเองทำไมมาร์คคคค😅😅
    #974
    0
  6. #972 MB.임지수GOT7 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2562 / 12:39
    พี่แบมชอบนายอะมาร์ค!
    #972
    0
  7. #950 Spices_smile (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 23:12
    เเงงงง เข้าใจกันผิดหมดเลยยย
    #950
    0
  8. #918 pimpimpim1a (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2562 / 00:17
    เข้าใจคนละทางซะงั้น
    #918
    0
  9. #842 CastleHill (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 22 มีนาคม 2562 / 08:50
    งั้นกันตัวเองออกไปเลยค่ะคุณ555
    #842
    0
  10. #754 WTWT (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 21 กุมภาพันธ์ 2562 / 23:56
    ปากมีก็พูดฟไปซิทั้งคู่เลยนี่ว่าต้องมีใครซักคนหนีไปมีแฟนก่อน ดราม่า เเน่ๆ
    #754
    0
  11. #709 uromtbb (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2562 / 20:43
    สู้ๆนะพี่มัค
    #709
    0
  12. #410 แป้งเกียว (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 8 มกราคม 2562 / 06:52
    มาร์คอย่าเข้าใจพี่แบมผิดน้าา

    ปล.มีคำผิดนะคะ
    คิดสะว่า น่าจะเป็น คิดซะว่า
    ร้นรน=ร้อนรน นะคะ
    #410
    2
    • #410-1 PRscarlet(จากตอนที่ 7)
      8 มกราคม 2562 / 07:11

      ขอบคุณมากค่ะ ตอนนี้เค้ามาเที่ยวเดี๋ยวกลับบ้านแก้ให้นะคะ :D
      #410-1
  13. #373 ayumikimlee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 มกราคม 2562 / 00:38
    อย่าเพิ่งเข้าใจผิดน้า
    #373
    0
  14. #344 _mook (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 11 พฤศจิกายน 2561 / 21:30
    ไรท์หายยยย
    #344
    0
  15. #343 Mydear_1718 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 พฤศจิกายน 2561 / 12:33

    รอติดตามคะ
    #343
    0
  16. #342 kamchutamanee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 4 พฤศจิกายน 2561 / 17:43
    น่ารักกกกกรอติดตามนะคะ
    #342
    0
  17. #337 Kmvgnjj (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 ตุลาคม 2561 / 00:15
    จะกันตัวเองออกเหรอ
    #337
    0
  18. #336 jarenpon2 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2561 / 17:03
    มาร์คเอ้ยแบมเขาอยู่กับแกตลอดแถบไม่ห่างจะไปชอบใครรรรร
    #336
    0
  19. #335 tunty0505 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:58
    มาร์คเอ้ยยยย คิดมาก พี่เขาจะไปชอบใครได้ล่ะ
    #335
    0
  20. #334 LA.MB แดนรัก (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 21:09
    แงงง เหมือนแฟนกันเลยอ่าาา น่ารักจัง
    #334
    0
  21. #333 มิรา (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 15:24

    โอ้ยหลงรักทั้งคู่เลย

    #333
    0
  22. #332 PrincessDark (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 12:06
    ขำแปบนะคะ 555555 มาร์คจะกันใครออกจากพี่แบมกันนะ
    มีตีเนียนสร้ายรอยไว้อีกแหนะ อ้วนเอ้ย
    #332
    0
  23. #331 PrincessDark (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 12:05
    ขำแปบนะคะ 555555 มาร์คจะกันใครออกจากพี่แบมกันนะ
    มีตีเนียนสร้ายรอยไว้อีกแหนะ อ้วนเอ้ย
    #331
    0
  24. #330 AdB23 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 11:56
    เเบบนี้สิดี รู้เร็วไปก็ไม่สนุกอะเนอะ55
    #330
    0
  25. #328 Octaidol (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 ตุลาคม 2561 / 03:58
    เดี๋ยวตกลงมาร์คได้ยินแค่ไหน ไม่ใช่คิดว่าพี่แบมชอบคนอื่นนะ
    #328
    0