[Fic Dc] Just a Normal girl (Damian Wayne x Oc)

ตอนที่ 3 : Normal people number 3

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 187
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    3 ต.ค. 62



What did i do





เวลาล่วงเลยผ่านไปจนถึงเวลาพักเที่ยง เด็กนักเรียนถยอยออกจากห้องเรียน โรงเรียนนี้จะมีนักเรียนระดับชั้นตั้งแต่ม.ต้นจนถึงม.ปลาย แต่จะแยกตึกเรียนออกจากกัน Godtham acdemy นี้นับว่าเป็นโรงเรียนที่มีขนาดใหญ่มากจนเด็กบางคนที่เรียนจบไปแล้วก็อาจจะไม่รู้ด้วยซ้ำว่ามีตึกหรือห้องเรียนนี้มาตั้งแต่เมื่อไร 

เดเมี่ยน เวนย์เองก็ยังทำตัวเหมือนเช่นเคย ปลีกวิเวกจากคนอื่น ไม่คุยไม่ยิ้มไม่อะไรทั้งสิ้น เค้าเดินออกจากห้องเรียนไป 

"โว้วๆ" เสียงของชายหนุ่มผิวตกกระต่างห้องที่ยืนอยู่หน้าประตูร้องดังขึ้น เพราะเดเมี่ยน ได้เดินพุ่งออกจากห้องโดยไม่สนว่ามีใครยื่นอยู่ตรงหน้ารึเปล่า

"เฮ้ย มิลลี่" เสียงของเด็กสาวลูกครึ่งแอฟริกันอเมริกันผมหยิกสีน้ำตาล อาริ เนลสัน เธอเรียกชื่อของมิลลี่ข้างกายเธอมีชายหนุ่มตัวสูงร่างเล็ก หน้าตกกระผมสีน้ำตาลแดง เอาจริงๆแล้วถ้าเทียบกับผู้ชายคนอื่นหมอนี้ถือว่าผอมอยู่แต่ก็มีหุ่นที่กำยำเมื่อยืนอยู่กับพวกเธอ วิลเลียม ลัสเซลส์ หรือเรียกแค่วิลเฉยๆ

พวกเค้าทั้งสองเป็นเพื่อนของเธอตั้งแต่เธอเข้ามาอยู่ม.ปลายที่นี้ใหม่ๆ พวกเค้าทั้งสองเรียนที่Godtham academy มาตั้งแต่ม.ต้นและทั้งสองเองก็เป็นลูกคนมีฐานะพอสมควร อาริเป็นลูกสาวของร้านขายอุปกรณ์ก่อสร้างรายใหญ่ ส่วนวิลมีพ่อแม่เป็นเจ้าของธุรกิจเกี่ยวกับเพรชพลอย

มิลลี่เก็บของก่อนจะเดินไปหาเพื่อนของเธอ จริงอยู่ที่เธออาจไม่ชอบคบค้าสมาคมกับคนอื่นสักเท่าไรแต่สำหรับสองคนนี้พวกเค้าดูเป็นคนปกติที่สุดตั้งแต่ที่เธอเคยเจอและพวกเค้าเองก็เป็นมิตรกับเธอด้วยเช่นกัน
เธอเดินไปหาเพื่อนของตน 

พวกเค้าทั้งสามได้เดินมุ่งหน้าไปยังโรงอาหารของโรงเรียน ในระหว่างทางเองพวกเค้าทั้งสามก็ต่างแลกเปลี่ยนหัวข้อพูดคุยกัน จนกระทั้งมาถึงหัวข้อที่กำลังเป็นที่พูดถึงกันตอนนี้

"มิล หมอนั้นใช่ม่ะ คุณชายเดเมี่ยน เวนย์ลูกของบรูซ เวนย์หนะ" วิลเริ่มเปิดประเด็นเรียกชื่อของมิลลี่ ซึ่งมิลเป็นชื่อเล่นที่พวกเคาเรียกกันในกลุ่ม เค้าได้พูดถึงคนที่เดินเกือบชนเค้าเมื่อก่อนหน้านี้อย่างมั่นไส้

"ใช่" เธอตอบกลับไปสั้นๆ 

"อะไรหละนั้นปฎิกิริยาแบบนั้น" อาริยกคิ้วข้างซ้ายขึ้นอย่างสงสัย

"ปฎิกิริยาแบบไหน" เธอถามกลับ

"ก็แบบ นั้นใช่เดเมี่ยนเวนย์ไหม ส่วนเธอก็ตอบแค่ว่าใช่ ฉันนึกว่าเธอจะพูดแบบ ใช่คนนั้นแหละหล่อเนอะว่าไหมอะไรแบบนี้ " อาริทำแกล้งทำเสียงสูงเพื่อทำให้เหมือนมิลลี่ มิลลี่กรอกตามองบนกับการกระทำของเพื่อนสาว 

"และอีกอย่าง หนึ่งสัปดาห์ที่ผ่านมาหญิงสาวทุกคนในโรงเรียนนี้อยากจะนั่งที่แทนเธอทั้งนั้นแต่เธอที่ได้นั่งข้างกับคุณชายเทพบุตรแบบนั้นกับไม่มีปฎิกิริยาใดๆเลย"

"อาริมันก็แค่ที่นั่งอีกอย่างฉันเองก็แทบจะไม่ได้คุยกับหมอนั้นด้วยซ้ำ"

"ใช่แล้วอาริ มิลเค้าไม่ได้เข้าหาผู้ชายทุกคนไม่เลือกหน้าแบบเธอหรอกนะ"

"เจ็บมากเลยวิล" อาริเอามือแกล้งเช็ดหยดน้ำตา "อีกอย่างข้อแรกจริงอยู่ที่เดเมี่ยนเวนย์คนนั้นหล่อ ข้อสองฉันไม่ได้เข้าหาผู้ชายทุกคน ข้อสามฉันชอบผู้ชายที่มีอายุ และสุดท้ายฉันเลือกเป็นย่ะ" พวกเราทั้งสามคนหัวเราะ 

"นี้พวกเธอคงไม่เชื่อแน่ว่าฉันเจออะไร เบ็นพยายามใช้กระสุนน้ำลายยิงเค้าในคาบฟิสิกส์"

"เดี๋ยวๆ เบ็น ชิลล์จอมวางหมาดคนนั้นเนี้ยนะ" อาริเสริม 

"หมอนั้นอายุกี่ขวบกันแน่ที่ทำอะไรแบบนั้น แต่ว่าฉันไม่เห็นรอยหรือคาบอะไรติดหน้าหมอนั้นเลย"

"ใช่ หมอนั้นรับกระสุนพวกนั้นได้แบบอย่างกับนินจายังไงยังงั้น" มิลลี่ทำท่าหลบเหมือนกับนินจา เอามือบังหน้าเพื่อทำให้เพื่อนเธอนึกภาพตาม

"เดี๋ยวๆ มิลเธอคงดูนั่งเยอะไปแล้ว"อาริหัวเราะในลำคอกับความคิดเพื่อนสาว

"จริงๆนะ หมอนั้นหยิบสมุดจดขึ้นมาบังในขณะที่มือยังจดเนื้อหาอยู่เลย"

"มิล เธอคงจะหน้ามืดหิวแน่ๆ เลยผสมความเป็นจริงกับจินตนาการ จริงอยู่ที่เมืองก็อตแทมอาจจะมีพวกวายร้ายไม่สมประกอบเยอะ และเดเมี่ยน เวนย์หละเป็นอะไร โรบินผู้ช่วยแบทแมนรึไง" วิลหยอกเพื่อนสาวตัวเอง

พวกเค้าทั้งสองหัวเราะกับเรื่องเล่าของฉัน ซึ่งฉันเองก็ไม่ได้คิดว่าพวกเค้าจะเชื่อหรอก ถ้าฉันเป็นพวกเค้าฉันเองก็อาจจะคิดแบบพวกเค้าเหมือนกัน คนอะไรจะรับก้อนน้ำลายนั้นโดยไม่หันมามองเลย

"เอาเถอะพวกเธอจะไม่เชื่อก็ไม่เป็นไร"

"เดี๋ยวสิมิลอย่าพึ่งงอลสิ พวกเราเชื่อเธอนะ" วิลง้อมิลลี่ที่ตอนนี้งอลแก้มป่องเป็นที่เรียบร้อย

"ฉันคนนึงหละไม่" อาริชูมือปฎิเสธ "แต่ฉันเชื่อว่าหมอนั้นต้องรับน้องใหม่อย่างเดเมี่ยนแน่"

"เอาเหอะ เรารีบไปโรงอาหารก่อนจะไม่มีที่นั่งเหลือเหอะ" ในเมื่อบทสนถนานี้จะดูไม่มีใครเชื่อ มิลลี่เลยเปลี่ยนหัวข้อสนถนาไป

พวกเค้าได้เดินมาถึงประตูโรงอาหารสีแดงใหญ่เปิดอ้าไว้ มีนักเรียนหลายร้อยคนตั้งแต่เกรดสิบถึงสิบสอง ถึงที่นี้จะมีมอต้นแต่ตัวโรงอาหารก็จะแยกไปอีกตัวตึกเช่นกันจึงไม่ได้มารวมกับกลุ่มรุ่นพี่ โต๊ะหลายตัวถูกจับจองไปเกือบหมด วิลเลยตัดสินใจว่าจะไปจองที่นั่งให้ในขณะที่พวกเธอไปเอาอาหารมา มิลลี่และอาริได้เดินไปที่แถวต่ออาหาร พลางดูเมนูไปด้วย 

คนภายนอกอาจจะมองว่าโรงเรียนนี้หรูแต่หารู้ไม่ว่าเมนูอาหารนั้นไม่ได้ต่างจากโรงเรียนภาคอื่นเลย มันไม่ได้แย่แต่ก็ไม่ได้ดี จึงมีนักเรียนหลายคนตัดสินใจห่อข้าวมากินเองบ้าง

"ไม่อยากจะเชื่อว่าจ่ายค่าเทอมซะแพงแต่อาหารห่วยแตกชะมัด" อาริบ่นกับเมนูอาหารที่จืดชืด

"เอาน่าอย่างน้อยวันนี้ก็มีมีทบอลที่เธอชอบนะ" มิลลี่ปลอบเพื่อนสาวของเธอซึ่งถ้าเสียงดังไปมากกว่านี้มีหวังป้าแม่ครัวได้ปาตะหลิวมาที่พวกเธอแน่ๆ

"มีทบอลแช่แข็งหละสิไม่ว่า" 

พอพวกเธอตักอาหารเสร็จก็ได้มองหาชายหนุ่มเพื่อนรัก วิลที่อยู่ริมหน้าต่างของโรงอาหารก็โบกมือให้กับเด็กสาวทั้งสองคน

"วันนี้มีมีทบอลหรอเนี้ย" วิลถาม

"มีทบอลแช่แข็ง" อาริก็ยังคงเสียงแข็ง มิลลี่ที่เห็นเพื่อนสาวตัวเองที่ยังไม่พอใจกับอาหารตัวเองสักเท่าไรจึงได้เริ่มกินมื้อเที่ยงของตัวเอง

"งั้นฉันจะไปเอาบ้าง เดี๋ยวมานะ" วิลขอตัวเดินไปต่อแถวตักอาหาร

"แล้ว เดเมี่ยน เวนย์ที่ว่านี้เป็นคนยังไง" อาริถามพลางตักก้อนมีทบอลเข้าปาก

"เป็นไงนี้คือ"

"ก็แบบ เจ้าชู้ บ้าบอ ติ๊งต็องหรือแบบ แบดบอยลูกมาเฟียประมาณนี้หนะ" 

"เอาจริงๆนะที่เธอพูดมาไม่ตรงสักอย่าง" มิลจิ้มมีทบอลในจานก่อนจะพูดต่อ "เค้าเป็นคนไม่ค่อยพูดหละมั้ง เดเมี่ยนแทบจะไม่คุยหรือปฎิสัมพันธ์กับใครในห้องเลย"

"เหนือความขาดหมายแหะ นึกว่าจะมาแบบเบ็นซะอีกเห็นเป็นลูกมหาของมหาเศษฐีจะมาแบบ เห้ ฉันเวนย์รู้ไหมฉันลูกใครซะอีก" อาริทำท่ายืดอกเหมือนกับทหารแล้วดัดเสียงเข้มล้อเลียน มิลลี่ขำเล็กน้อยกับท่าทางของเพื่อนสาว

วิลได้กลับมานั่งที่โต๊ะ พวกเค้าสามเกลอก็เริ่มพูดคุยสัพเพเหระไปต่างๆนาๆจนกระทั้ง มิลได้หันออกไปนอกหน้าต่างเห็นใครบางคนกำลังนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ เธอเห็นชายหนุ่มที่น่าตาคุ้นเคย ผมสีดำที่สะท้อนแสงแดดประปรายเพราะมีต้นบังไว้

เดเมี่ยน เวนย์
 
ถึงเค้าจะนั่งอยู่ห่างจากเธอแต่เธอก็ยังสามารถเห็นดวงตาสีเขียวสวยได้อย่างชัดเจนเค้าที่นั่งใต้ต้นไม้นิ่งอย่างสุขุมใบหน้าคมได้รูป ถ้าสาวใดมาเห็นก็อาจจะหลงเสน่ห์เพียงชั่วพริบตาเดียวไปเลยก็ได้ ไม่รู้ว่าเธอจ้องเค้ามานานแค่ไหนแล้วแต่อยู่ดีๆ เพียงชั่วคณะ เดเมี่ยนได้หันมาหาและได้สบตากับเด็กสาวชั่วครู่ ความรู้สึกปั่นป่วนที่ท้องเกิดขึ้นมันไม่ใช้ความรู้สึกที่ไม่ดี มันเหมือนกับความรู้สึกที่เธอเจอเค้าครั้งแรก ทำไมถึงเป็นแบบนี้อีกแล้ว เธอคิดในใจ 

"มิล นี้ มิล" วิลดีดนิ้วเรียกสติ

"ห่ะ เมื่อกี้ว่าไรนะ" มิลลี่ได้ถูกเรียกสติจากเพื่อนของเธอ

"เราเรียกเธอมาร้อยรอบได้แล้ว อยู่ดีๆเธอก็เหม่อมองออกไปนอกหน้าต่างแล้วก็นิ่งไปเลย" 

นี้เธอนิ่งไป เหม่อไปนานขนาดไหนกันเนี้ย อาริและวิลได้หันออกไปนอกหน้าต่างเพื่อดูว่าอะไรทำให้เพื่อนสาวเหม่อได้ขนาดนี้ 

"ไม่เห็นมีอะไรหนิ" วิลพูดบอกเมื่อเค้าหันไปก็พบแต่เก้าอี้ม้านั่งใต้ต้นไม้ที่ว่างเปล่าแทน

มิลลี่หันไปที่ใต้ต้นไม้แต่กลับไร้ซึ่งวี่แววของใครทั้งสิ้น 

"อย่าบอกนะว่าเธอเห็นผีแล้วพอเราไม่บอกว่าไม่เห็นหรือเธอบ้าไปแล้ว จนตอนสุดท้ายเธอก็โดนผีเข้าและถูกสิงไปตลอดชีวิต" อาริบรรยายเพ้อไปเรื่อย

"ฉันว่าคนที่ดูหนังมากไปมันน่าจะเป็นเธอมากกว่านะมาริ โดยเฉพาะเรื่องคอนจูริง" มิลลี่กล่าว

"แล้วเธอเห็นอะไรหละ แม่สาวญาณทิพย์" อาริถาม

แต่ยังไม่ทันที่เธอจะพูดอะไรเสียงประตูโรงอาหารที่เป็นตรงทางเข้าจากด้านนอกได้ถูกเปิดขึ้น เมื่อปรากฎร่างของคนมาเยือน เสียงซุบซิบสายตานับร้อยก็ได้จับจ้องไปที่คนๆนั้น 

"นั้นเดเมี่ยนหนิ"
"เดเมี่ยน"
"ลูกชายของบรูซหมอนั้นแหละ"

เค้าได้เดินมาทางเดียวกับกลุ่มของมิลลี่ที่นั่งอยู่เพราะว่าประตูทางออกอยู่ในทางเดียวกับที่นั่งของพวกเธอ
จังหวะนั้นเองกลุ่มนักเรียนชายกลุ่มนึงได้ลุกขึ้นมาจากโต๊ะโรงอาหาร โดยมีชายหนุ่มน่าทะเล้นเดินยิ้มมาหา เดเมี่ยนใช่แล้ว เบ็น ชิลล์กับพรรคพวกของเค้า

"นี้เวนย์" เสียงของเบ็นตะโกนดังไปทั่ว ทั้งโรงอาหารเริ่มเงียบ แต่เดเมี่ยนก็ไม่ได้หยุดตามเสียงเรียก

"เด็กใหม่ เดเมี่ยน เวนย์" เบ็นเรียกชื่อเต็มอีกฝ่าย ซึ่งนั้นก็ทำให้เค้าหยุดและหันมาหา สาวๆบางคนก็แอบหยิบมือถือขึ้นมาถ่ายรูปของชายทั้งสองมาเก็บซึ่งมันใช่เวลาที่ควรจะทำไหมและ บ้างก็หยิบขึ้นมาถ่ายวิดีโอกับเหตุการณ์ซึ่งวิลเองก็ทำอยู่ตอนนี้ 

"เพื่อน ฉันว่าพวกนั้นต้องมีเรื่องกันแน่" วิลเริ่มกดถ่ายวิดีโอ 

"นึกว่าจะไม่หันซะแล้ว จะรีบไปไหนหละเวนย์" เบ็นพูดกับอีกฝ่ายแต่ก็ไม่มีเสียงตอบรับกลับ

"เงียบแบบนี้ที่บ้านคงมีเงินมากแต่คงไม่มีเงินมาสอนพูดงั้นสิ เห็นในห้องไม่ยอมพูดกับใครเลย น่าสงสาร" เพื่อนในกลุ่มของเบ็นเริ่มหัวเราะกับตลกร้ายของเค้า 

"เรื่องที่จะพูดมีแค่นี้ใช่ไหม" เดเมี่ยนพูดด้วยน้ำเสียงที่เรียบนิ่ง เบ็นเห็นปฎิกิริยาแบบนั้นก็เอียงคอยิ้มแบบเจ้าเล่ห์

"ม่ายย ไม่ได้มีแค่นี้แน่นอน ก็แค่ในตอนเช้าพวกเราต้อนรับนายยังไม่ได้อบอุ่นมากพอ จริงไหมพรรคพวก" 
เบ็นลากเสียงยาว เจ้าตัวก็ไม่ได้ตอบอะไรกลับ เดเมี่ยนกำลังจะหันหลังให้ 

มิลลี่มองชายหนุ่มที่ยื่นไม่ห่างจากโต๊ะของเธอมากนัก เค้าไม่ได้มีสีหน้าที่ดูตื่นตระหนกเหมือนกับคนอื่นๆที่อยู่ในโรงอาหารหรือสีหน้าของความกังวลใดๆทั้งสิ้น

"ดูมันดิเดินหนีน้ำใจของเราว่ะเพื่อน ทำตัวเหมือนเด็กไปได้ไม่พอใจอะไรก็เดินหนี" เบ็นตะโกนกร่างให้คนทุกคนได้ยิน ซึ่งนั้นแหละขีดจำกัดของคนเองก็มีจำกัด

เดเมี่ยนหันหน้ากลับมาก่อนจะเอยปากพูด

"อย่างนายที่ทำตัวเป็นเด็กเกรดสามที่เคี้ยวกระดาษในห้องเรียนแล้วปาใส่คนอื่นไปทั่วมาว่าคนอื่นว่าเด็กหนิมันยังไงอยู่นะ ฉันว่าเด็กที่อายุน้อยกว่านั้นยังมีความคิดสร้างสรรค์ในการอฃแกล้งคนอื่นมากกว่านี้อีก แล้วอีกอย่าง"  

คนในโรงอาหารบางคนถึงกับเผลอหลุดหัวเราะออกมา นั้นจึงทำให้เบ็นหันไปมองแบบอาฆาตจนคนกลุ่มนั้นต้องถึงกับหยุด เดเมี่ยนเว้นระยะการพูดก่อนจะมองไปยังใบหน้าอีกฝ่าย

"ฉันได้ข่าวมาว่าบ้านนายยังเป็นบริษัทลูกจ้างของฉันนะ อย่าลืมหละ ชิลล์" ประโยคนั้นเองที่ทำให้เบ็นชิลล์นั้นถึงกับฟิวขาด เค้ามุ่งเดินหน้าไปยังเดเมี่ยนด้วยความโกรธจัดสุดๆ

"นายอย่ามาจองหองให้มากนักอย่าเอาฉันไปเหมารวมกับบริษัทพ่อฉัน ถึงนายจะเป็นลูกตระกูลเวนย์ แต่นายก็ แอ็ค-" อยู่ดีเบ็นก็ล้มลงไปกับพื้นแบบไม่มีสาเหตุ หรือจริงๆแล้วต้นเหตุนั้นมาจากเด็กสาวผมสีบลอนด์ทองที่นั่งอยู่แถวนั้น อยู่ดีๆเธอก็ยื่นขาออกมาขัดเบ็นไว้ในขณะที่เค้ากำลังจะวิ่งกระโจนไปหาเด็กใหม่ของโรงเรียน

"มิลนั้นเธอทำไรหนะ!" วิลกระซิบเสียงดังถามเด็กสาวกับการกระทำ อาริถึงกับเบิกตากว้างกับเพื่อนของเธอ
 
'นี้ฉันทำอะไรลงไป' เธอเองก็กำลังถามตัวเองอยู่เหมือนกัน ปกติแล้วเธอเป็นคนรักสงบ ถ้ามีเรื่องอะไรก็จะอยู่ให้ห่างเข้าไว้ โดยเฉพาะเรื่องทะเลาะวิวาทพวกนี้เธอแทบจะไม่ย่างกรายเข้าไปหายใจร่วมเลยด้วยซ้ำ
การให้เหตุผลว่าเอเลี่ยนมีอยู่จริงยังจะเข้าใจง่ายกว่ากับการกระทำของตัวเธอด้วยซ้ำ

"นี้เธอ แอมเมอร์สัน กล้ามากนะที่ทำแบบนี้" เบ็นลุกขึ้นยืนหันหน้าไปหาเด็กสาวตรงหน้า ใบหน้ามีเลืดกำเดาไหลเพราะเมื่อกี้เค้าได้ล้มหน้าทิ่มลงไปกับพื้นอย่างจัง เค้าปัดเลือดอกกจากจมูกอย่างลวกๆ  

ซวยแล้วไงไม่น่าหาเหาใส่หัวเลย

"อยู่ดีๆไม่อยากอยู่อยากหาเหาใส่หัวงั้นสิ" เบ็นพูดประโยคเดียวในหัวเธอ หมอนี้อ่านใจเธอได้รึไง

มิลลี่จับถาดอาหารในมือแน่น ถ้าหมอนี้พุ่งมาทำอะไรเธอนะ แม่ฝาดหน้าหันแน่

แผละ 

เสียงถาดอาหารถูกปามาที่หน้าเบ็นอย่างจังซอสมีทบอลสีแดง กับขนมพุดดิ้งที่ยังกินไม่หมดไหลเต็มไปทั่วทั้งหัวและตัวของเบ็น สภาพของเค้าตอนนี้ไม่ต่างจากคนตกถังขยะด้วยซ้ำ มิลลี่ตกใจกับภาพตรงหน้าหันไปหาทิศที่ถาดถูกโยนมา

"นี้ๆ นายคุยอยู่กับฉันอยู่ไม่ใช่รึไง" คนที่ขว้างถาดอาหารมายังเบ็นไม่ใช่คนอื่นที่ไหนแต่เป็น

"เดเมี่ยน เวนย์ แก" เบ็นโยนถาดอาหารข้ามไปอีกฝากของโรงอาหาร เด็กบางคนร้องตกใจ                                    "วันนี้แกไม่รอดแน่" ฟังจากน้ำเสียงแล้วเบ็น ชิลล์ในตอนนี้ถือว่าเป็นระเบิดลูกใหญ่ที่พร้อมทำลายร้างทุกอย่างและสิ่งที่เค้าจะทำลายเป็นสิ่งแรกก็คือ เด็กใหม่ตรงหน้าเค้า








 เดเมี่ยนกล่าวพลางเยียดยิ้มออกมาเล็กน้อย ถ้าหากไม่สั่งเกตให้ดีหละก็ ก็คงคิดว่าหมอนี้หน้าตายเป็นที่เรียบร้อย แต่มิลลี่เธอกลับเห็นรอยยิ้มนั้นได้อย่างชัดเจน รอยยิ้มที่ดูเหมือนกำลังบอกว่าชายตรงหน้ากำลังสนุกอยู่

"ขอให้เป็นยังงั้นเหอะ" 




" What are you doing Mil ! "

'I ask myself too'





Ari Nailson

   

William Russail





 




TB
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

11 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 5 ตุลาคม 2562 / 02:15
    สปาร์คเก่งอั้ยย๊ะๆๆๆๆๆๆๆ
    #5
    0