ตั้งค่าการอ่าน

ค่าเริ่มต้น

  • เลื่อนอัตโนมัติ
    [Fic Durarara] My special Human (Izaya Orihara x Oc)

    ลำดับตอนที่ #5 : Chess piece 5

    • อัปเดตล่าสุด 20 ก.ย. 64








         เหลือเวลาอีกสิบวิ ชายหนุ่มเกศาสีดำมองนาฬิกาข้อมือ เขายืนรออยู่ในตึกร้างกับกระเป๋าเดินทางสีดำที่ตั้งนอนอยู่ข้างๆมาได้สักพัก มือเก็บมือถือเข้ากระเป๋าพลางนับเวลาในใจ

    5

    4

    3

    2

    และ
         'กึกๆ กึกๆ' กระเป๋าเดินทางเกิดการขยับขึ้นมาเอง มันสั่นและมีเสียงดังมาจากด้านในได้สักพักและได้หยุดไป จนกระทั้งมันกลับมาสั่นและกระแทกอย่างรุนแรงใหม่อีกครั้ง

         'กึกๆๆๆๆๆๆๆๆๆ แกกๆๆๆๆๆๆ' ชายหนุ่มเดินเข้าไปใกล้และได้รูดซิบกระเป๋าให้เปิดออกยังไม่ทันที่จะรูดซิบจนสุดกับมีบางสิ่งพุ่งทะลุออกมาจากกระเป๋าแทน มันพุ่งตรงไปยังหน้าของชายหนุ่มไม่สิสิ่งนั้นพร้อมพุ่งชนไปกับทุกสิ่งที่เปิดกระเป๋านั้นไม่ว่าจะคนดีหรือไม่ดีก็ตาม

         แต่เขากลับหลบการโจมตีได้อย่างสบายๆพร้อมถอยตัวห่างจะกระเป๋าใบนั้น ภาพตรงหน้าถ้าหากใครมาเห็นอาจจะคิดว่าเป็นผีก็เป็นได้แต่ว่าสำหรับชายคนนี้รู้อยู่แล้วว่าเธอคนนี้เป็นใคร ก็แหงละก็เป็นวางแผนหมดเองนั้นแหละ

         "หลับสบายดีไหม ชิยูกิ" เสียงทุ้มนุ่มพูดกับเด็กสาวที่อยู่ในกระเป๋านั้นเป็นเวลานาน ร่างของเธอเต็มไปด้วยเหงื่อ หายใจหอบจากการขาดอาการ ถึงดานในจะมีหน้ากากกับถังออกซิเจนให้พร้อมแต่ยังไงมันก็อึกอัดอยู่ดีเมื่อต้องมานอนในกระเป๋าเดินทางใบเล็ก 

    สีหน้าท่าทางของเธอตอนนี้พร้อมที่จะกินเลือดกินเนื้อคนตรงหน้าเต็มที่ ดวงตาสีฟ้าของเธอหมองลงเมื่อเห็นชายตรงหน้า


         "ฉันไม่เอานายไว้แน่" เธอชี้หน้าไปที่ชายตรงหน้า "อิซายะ" เธอพูดเสียงเข้มลอดผ่านไรฟันอย่างเครียดแค้น อิซายะทำเพียงแค่ยิ้มต้อนรับ

         "ได้ซื้อของให้ พี่ชาย รึเปล่า" เมื่อพูดจบประโยคกลับมีเศษก้อนอิฐปาเข้ามาที่เขา "อุ้ยโย้ ไม่น่ารักเลยนะปาของใส่คนอื่นแบบนั้นมันอันตรายนะ"

         "อย่ามาทำเป็นพูดดี นายกล้าดียังไงเอาฉันใส่กระเป๋าบ้านั้นและยิ่งไปกว่านั้น" เธอชี้หน้าชายที่ยืนอยู่ตรงหน้าเธอ

         "นายแฮคมือถือฉันเพื่อส่งข้อความมาหลอกกันอีก" เธอก้าวจากกระเป๋าพร้อมวิ่งพุ้งไปชกคนตรงหน้า

         "นั้นเรียกว่าคำเชิญต่างหากละแถมกระเป๋านั้นก็ออกแบบมาเพื่อเธอเลยนะ" ยังจะมีหน้ามาพูดอีกนะ คำเชิญบ้านไหนเขาจับเด็กผู้หญิงมอปลายใส่กระเป๋าเดินทางมาบ้าง 

         เด็กสาวทั้งพยายามต่อยตีเตะอีกฝ่ายแต่ก็ไม่เป็นผลเพราะฝ่ายชายหลบได้ทุกครั้ง พอทะเลาะกันไปได้สักพักเด็กสาวก็ถึงกับจะเซล้มลงไปกับพื้น เพราะอาการหน้ามืดที่นอนอยู่ในที่แคบบวกกับอากาศที่ไม่ค่อยมีในกระเป๋า

         แต่ยังดีที่อิซายะคว้าตัวไว้ไม่ให้หัวไปกะแทกกับพื้นซะก่อน ชิยูกิที่อยู่ในอ้อมแขนของชายตรงหน้าก็ตวัดหมัดไปชกแต่ก็ถูกมือที่ใหญ่กว่าห้ามไว้

         "แรงก็แทบจะไม่ค่อยมีอยู่ ยังคิดจะสู้อีกงั้นหรอ ดื้อจริงๆเลยนะเธอน่ะ" ชายหนุ่มพูดด้วยสีหน้ายิ้มแย้มผิดกับอีกมือที่รับหมัดไว้ กวนประสาทชะมัดหมอนี้ เด็กสาวสะบัดตัวหนีผละออกห่างจากคนตรงหน้า

         "อย่ามาแตะตัวฉัน" เธอพูดเสียงเข้มมองอย่างเหยียดๆ

         "ก็ได้ๆ ไม่แตะก็ไม่แตะ แต่ว่าเธอควรดื่มน้ำหน่อยนะ" อิซายะชูขวดน้ำเปล่าขึ้นมาให้เด็กสาว "อ่ะนี้ฉันซื้อน้ำมายังมีข้าวปั้นกับขนมอย่างอื่นด้วยนะ เธอคงยังไม่ได้ทางข้าวเย็นละสิท่าถึงได้หงุดหงิด" 
    ยัง ยังอีก ยังจะมาล้อเล่นกับสถาณการ์แบบนี้อีกนะ

         เด็กสาวที่กระหายหลังจากเสียเหงื่อกับคอที่แห้งผา สายตามองไปที่เครื่องดื่มพร้อมกับจะยื่นมือไปแต่ก็ต้องชะงักห้ามตัวเองไว้เพราะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายจะมาไม้ไหน

         "ฉันไม่โง่กินของพวกนั้นแน่ ถ้านายวางยาอะไรแปลกๆไว้ละ" 

         "ขี้ระแวงจังน้า" จะไม่ให้ระแวงได้ไงละกับสิ่งที่ทำมาเมื่อกี้ เจ้าบ้า

         "ในน้ำไม่มียาอะไรหรอกนะ ทั้งขนมด้วย" เขาชูของทั้งสองอย่างขึ้นมาโชว์ให้เห็นว่าไม่มีรอยแกะใดๆทั้งสิ้น

         "เหอะ เชื่อก็โง่แล้ว" อิซายะถอนหายใจแต่ก็ยังคงรอยยิ้มไว้อยู่ เขาเปิดฝาขวดน้ำที่แกะใหม่ออกก่อนจะหยิบมันขึ้นมายกกระดกดื่มต่อหน้าเด็กสาวให้เห็น 

         "ทีนี้จะเชื่อฉันได้ยัง" มือยื่นน้ำมาตรงหน้าของเด็กสาวที่ถูกดื่มไปแล้ว แต่สายตาของเธอก็เบนไปทางถุงสะดวกซื้อที่มือของอีกฝ่าย

         "อ่าเข้าใจแล้วๆ เดี๋ยวฉันจะกินให้ดูต่อหน้าทุกอย่างเลย ไม่ต้องห่วง" 

         เธอคว้าขวดน้ำจากอีกฝ่ายไม่วายดมกลิ่นที่อยู่ในน้ำตรวจสอบอีกครั้ง เมื่อแน่ใจแล้วว่าในขวดน้ำจะไม่มียาอะไรเธอก็ยกขึ้นมาดื่มหมดพรวดเดียว ความร้อนได้ถูกบรรเทาลงจากน้ำดื่มเล็กน้อย

         "จะนับว่าเป็นจูบทางอ้อมไหมนะ" อิซายะพูดหยอกล้อ

         ชิยูกิถึงกับคิ้วกระตุก เธอปาขวดเปล่าใส่อีกฝ่ายแต่ก็ไม่โดนอยู่ดี ไอ้หมอนี้จะหลบเก่งไปไหนเนี้ย 
    ถึงเธอจะอยากตีหัวคนตรงหน้าให้แตกยังไงก็คงจะมีแต่เสียแรงเปล่าๆ เอาไปฟ้องชิซึโอะดีไม่ดีเมืองได้แว่งไปครึ่งแน่และคงจะทำให้เดือดร้อนอีก เธอถอนหายใจกับวิธีที่จะเอาคืนคนตรงหน้าแต่ดูเหมือนจะไม่มีแผนไหนสำเร็จสักแผนแต่ช่างมัน เธออยากกลับบ้านจะแย่แล้ว

         เธอเดินผ่านอิซายะไปราวกับเป็นฝุ่นอากาศ มุ่งหน้าออกจากตึกร้างในเมื่อสู้ไม่ได้ตอนนี้ก็มีได้แต่ถอยทัพก่อนทว่าอิซายะจะไม่ยอมง่ายๆ เขาจับที่ข้อมือของเด็กสาวไว้แน่น

         "จะไปไหนละ" 

         "ยุ่ง" เธอพยายามสะบัดมือออกแต่ก็ไม่หลุด

         "ถ้าจะกลับบ้านฉันไม่แนะนำให้เลยนะ" 
         
         "ฉันจะไปไหนก็เรื่องของฉัน" เธอสะบัดข้อมืออีกครั้งแต่ก็ยังไม่เป็นผล

         "ก็ตามใจถ้าเธออยากจะเดินจากชินจูกุไปอิเคบุคุโระอ่ะนะ" อิซายะปล่อยข้อมือของเด็กสาวก่อนจะยักไหล่ขึ้นแบบไม่คิดอะไร

         เธอต้องสะดุ้งกับสิ่งที่ชายหนุ่มพูดเมื่อสักครู่ เมื่อกี้นี้ว่าอะไรนะ ชินจูกุ นี้เธอนอนอยู่ในกระเป๋ามานานแค่ไหนกันเนี้ย 

         "นี้นายจับฉันใส่กระเป๋ามาไว้ชินจูกุเนี้ยนะ" อีกฝ่ายไม่ตอบอะไรได้แค่ยิ้มแป้นแล้นตอบกลับเช่นเคย

         "ช่างเถอะฉันจะโทรเรียกเซลตี้ให้ม่ะ-"  มือพลางลวงเข้าไปในกระเป๋ากางเกงแต่กลับว่างเปล่า มือถือหายไปไหน กระเป๋าตังค์ด้วย และเมื่อนึกได้ทั้งกระเป๋าสะพายข้างของเธอด้วย

         "หานี้อยู่หรอ" อิซายะชูมือถือสีเงินกับกระเป๋าสะพายข้าง หยิบของนู้นนี้ดูด้านใน เธอเดินไปหาเข้าอีกครั้งก่อนจะเอื้อมมือไปขว้าของของเธอแต่ทว่าเขากลับถอยหลังหลบการคว้าของเด็กสาว

         "เอาคืนมาเดี๋ยวนี้ อิซายะ" ชิยูกิแยกเขี้ยวใส่ แต่ดูอีกฝ่ายจะไม่กลัวหรือสะทกสะท้านกับภาพตรงหน้าเลย ดีไม่ดีจะชอบซะด้วยซ้ำ

         "ฉันชอบเวลาเธอโมโหนะ" เพราะว่าเด็กสาวตรงหน้าเหมือนลูกแมวตัวเล็กที่กำลังขู่ฟ่อๆ ยังไงยังงั้นน่ารักจริงๆ

         ชิยูกิจะหงุดหงิดน้อยกว่าก็เป็นได้ถ้าระยะทางของชินจูกุกับอิเคบุคุโระไม่ได้ห่าง5-6กิโลและเธอก็ไม่รู้ทางกลับบ้าน ซึ่งถ้าเดินก็ต้องใช้เวลา1-2ชั่วโมง ถ้าไปทางรถไฟคงจะเร็วกว่านี้ แต่ดูจากความมืดและระยะเวลาที่เธอดู เวลานี่้คงหมดรอบรถไฟแน่ๆ กระเป๋าตังค์กับมือถือก็อยู่กับเจ้านั้นอีก ถึงจะหนีไปได้เจ้านี้ก็ต้องลากเรากลับมาแน่ๆ 

         ชิยูกิถอนหายใจเฮือกใหญ่ คงมีแค่ทางเดียวสินะ เธอหันไปหาตัวต้นเหตุของเรื่องทั้งหมด

         "ถ้าเธอมากับฉันละก็จะไปส่งให้ก็ได้นะ" เขาเว้นระยะ "แต่ก่อนอื่นฉันจะพาเธอไปดูการแสดงก่อน" 

         อีกแล้วเป็นแบบนี้อีกแล้ว เค้าคนนี้ โอริฮาระ อิซายะ เค้าชอบพาเธอไปดู การแสดง ถ้าจะให้เรียกแบบนั้น ตั้งแต่เด็กจนโตเค้าชอบที่จะลากเธอไปดูสิ่งแปลกๆนี้ขนาดตัวเธอที่หายหน้าหายตาไปนานและได้กลับมาที่ญี่ปุ่นอีกครั้ง นิสัยของชายคนนี้ก็ยังเหมือนเดิมไม่มีผิดแถมยังหนักขึ้นทุกวันด้วย 

         เค้าชอบพาไปดูสิ่งที่เรียกว่าการกระทำของมนุษย์มาตั้งแต่ไหนแต่ไร ซึ่งเธอเองก็ไม่เข้าใจเหมือนกันว่าทำไมเค้าถึงชอบพาเธอไปทำอะไรแบบนี้ด้วย

         "ว่าไงละ หืมมมม" อิซายะลากเสียงยาว ชิยูกิถอนหายใจมือเท้าสะเอวมองอย่างหมดอาลัยตายอยาก

         "เฮ้อออ ทำยังกะฉันมีทางเลือก" 













    รู้งี้ยอมเดินหลงกลางเมืองห้ากิโลกลับบ้านตั้งแต่แรกซะยังจะดีกว่า

         "นี้มันอะไรละเนี้ย" ตอนนี้เธอไม่สิ เธอและอิซายะกำลังอยู่หน้าคอนเสริต์ของ มิริมิริจัง ซึ่งเต็มไปด้วยผู้ชายวัยหนุ่มจนวัยทำงานมายืนต่อคิวที่มีแต่หูกระต่ายสีชมพูเขียนว่า Love Love Miri Miri นี้ยังไม่นับเสื้อคลุมสีชมพูนีออนที่มีรูปผู้หญิงหัวชมพูแป๋นอีกนะ และที่สำคัญอิซายะได้ยื่นของพวกนั้นมาที่เธอ

         "ก็อุปกรณ์เชียร์ไง" 

         "ไม่ใช่เรื่องนั้น ฉันหมายถึงคอนเสริต์พวกนี้คืออะไรทั้งยังคนพวกนี้อีก" เธอหันหน้าไปมองกลุ่มชายวัยชกรรจ์ที่อยู่ตรงหน้า

         "ก็โชว์ที่ฉันจะพาเธอมาดูไงละ" ชายหนุมตอบหน้าซื่อ คำตอบไม่ได้ช่วยให้เธอกระจ่างขึ้นเลย 

         "นายเป็นโอตะตั้งแต่เมื่อไร"

         "ฉันเปล่าเป็นนะ" อิซายะยกมือปฎิเสธ "ยังไงก็เหอะ ทำไมเธอไมลองใส่นี้ซะละ"พูดไปก็เอาหูกระต่ายสวมเข้าที่หัวของเธอ ซึ่งมันเป็นสีขาวตัดกับผมสีน้ำตาล

         "น่ารักเข้ากับเธอดีนะ" อิซายะยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ราวกับได้จับตุ๊กตาแต่งตัวตามที่ตัวเองชอบ ตอนนี้ชิยูกิอยู่ในสภาพสีชมพูทั้งตัวพร้อมกับหูกระต่ายสีขาว เธอทำหน้าเบ้ไม่พอใจกับการยัดเยียด

         "ทำไมนายไม่ใส่ด้วยละ"

         "มันไม่ใช้สีที่ฉันชอบสักเท่าไรและก็ไม่ใช่สไตล์ฉันด้วย" เธอพยายามจะถอดออกแต่ก็ต้องถูกอีกฝ่ายจับใส่อีกครั้งเมื่อพยายามถอดออกเท่าไรอีกคนก็จะใส่ให้เธออยู่ดี นั้นจึงทำให้เด็กสาวต้องยอมแพ้ ชิยูกิคิ้วขมวดด้วยความไม่พอใจแต่ดูเหมือนอิซายะจะไม่สนใจสักนิด

         "เอาละเราเข้าไปกันดีกว่า" ชายหนุ่มจับข้อมือของเด็กสาวแล้วพาตัวเธอเข้าไปใน พวกเค้าทั้งสองเดินลงไปยังชั้นใต้ดินของตึกแห่งหนึ่ง ทางเดินค่อยๆมืด เมื่อเดินมาจนสุดทางเดินก็จะพบกับประตูบานนึงเมื่อพวกเค้าเข้าไป 

         กลิ่นอับชื่นกระจายไปทั่ว ทั้งห้องนั้นล้วนสว่างและเต็มไปด้วยเหล่าแฟนคลับนับร้อยชีวิตอยู่ในห้องที่เหม็นอับนี้อีก ความร้อนที่กระจายเต็มทั่วห้องที่ถึงแม้จะมีเครื่องปรับอากาศก็แทบจะไม่ช่วยอะไรเลย

         ร้อนชะมัดแถมยังอึดอัดอีกด้วยนั้นคือสิ่งที่เด็กสาวคิด เสียงผู้คนตะโกนดังโหวกเหวกเรียกชื่อดาราที่ตัวเองชื่นชอบกัน

         ตอนนี้ทั้งอิซายะและชิยูกิได้อยู่แถวหน้าสุดที่อีกนิดนึงก็แถบจะติดกับขอบเวทีแค่เอื้อม

         "รู้ไหมว่าเราได้ที่พิเศษที่สุดเลยนะ" แหมไม่บอกไม่รู้นะเนี่ย ชิยูกิเบ้ปากไม่พอใจตอบ "ถ้าทางเธอจะร้อนนะ เอานี้" อิซายะยื่นพัดลายมิริมิริจังมาให้ ชิยูกิมองลายพัดทั้งด้านหน้าและด้านหลัง

         "ถามจริงเหอะ นายน่ะไม่ได้เป็นโอตะของมิริอะไรนั้นใช่ไหม" ถึงเธอจะถามไปแต่ก็ยังรับพัดนั้นมาพัดอยู่ดี

         "ทำไมหึงฉันงั้นหรอ" อิซายะเท้าคางกับราวเหล็กยื่นหน้ามาใกล้เด็กสาวแต่เธอกลับเอาพัดตีหน้าอย่างจังแล้วค่อยกลับมาพัดต่อ

         "ฉันไม่เอาความรู้สึกไร้สาระมาใช้กับนายหรอกนะ" 

         "ใจร้ายจังเลย" อิซายะบีบเสียงเล็กให้ดูน่าสงสารพูด ช่างน่าหมั่นไส้นักผู้ชายคนนี้ ในจังหวะนั้นเองแสงไฟค่อยๆมืดลง หมานควันของการแสดงค่อยลอยขึ้นมาแสงและดนตรีค่อยๆบรรเลง เหล่าแฟนคลับทั้งหลายที่ได้เห็นสัญญาณก็ต่างส่งเสียงดังหนักกว่าแต่ก่อน 

         ร่างเงาดำของเด็กสาวค่อยๆโผล่จากม่านหมอกควัน เผยให้เห็นร่างของเด็กผู้หญิงในผมสีชมพูมัดผมทวิลเทลกับ ชุดกระโปรงฟูฟ่องระบายระยิบระยับ กับดวงตาสีฟ้าใส มือของเธอนั้นถือไมค์ชมพูประดับด้วยโบว์

         "สวัสดีค่ะ ทุกคนๆ มิริเองค่ะ" เสียงเล็กหวานน่ารักราวกับเด็กก้องไปทั่วห้อง "ทุกคนเป็นยังไงกันบ้างค่าาา" เสียวตะโกนดีใจบอกรักของเหล่าแฟนคลับตอบกลับกันอย่างล้นหลาม

         "วันนี้มิริ ดีใจมากเลยที่ทุกคนมาพบกับมิริเพื่อมาฟัง Secret Concert of MIRI MIRI" คอนเสิตร์ลับงั้นหรอก็ว่าทำไมถึงต้องมาร้องเพลงในห้องชั้นใต้ดินแบบนี้

         "แล้วก็นะ วันนี้มิริจะมาร้องเพลงที่พึ่งแต่งขึ้นมาใหม่ให้เหล่าแฟนๆทุกคนโดยเฉพาะเลย" มิริทำมือเหมือนกับอุ้งเท้าแมววางไว้ใต้คางพลางขยิบตาส่งให้ทุกคน

         "งั้นเราอย่ามาเสียเวลาเลย มาเริ่มเข้าสู่ห้วงแห่งความฝันสี่ชั่วโมงแบบ non-stop กันเถอะค่าาาา" เธอชูมือขึ้นฟ้ากับเสียงเฮที่ดังตามมาติดๆ

    "Music" เสียงเพลงดังขึ้น แท่งไฟสีชมพูถูกโชว์แกว่งไปมาตามจังหวะพร้อมเพรียงราวกับนัดซ้อมหมู่ขณะมาก่อนหน้า

         ชิยูกิลอบกลืนน้ำลายเมื่อกี้เธอฟังไม่ผิดใช่ไหม สี่ชั่วโมงแบบไม่หยุดกับห้องจำลองซาวหน้า งานนี้เธอต้องตายแน่ๆ ตายทั้งเป็นแน่ๆ เธอหันไปหาตัวต้นเหตุซึ่งหน้าสลอ ดูท่าหมอนี้จะสนุกที่ได้ทรมารคนอื่นโดยเฉพาะการทรมารเธอทั้งเป็นแบบนี้
         
         "ฉันเกลียดนาย" ชิยูกิพูดด้วยน้ำเสียงที่เหนื่อยอ่อนแต่ดูมันจะไม่กระทบอะไรอิซายะ

         
         "ฉันก็รักเธอเหมือนกัน" 


         
         ไม่น่าตามหมอนี้มาเลยเรา
    TB
    ติดตามเรื่องนี้
    เก็บเข้าคอลเล็กชัน

    ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    อีบุ๊ก ดูทั้งหมด

    loading
    กำลังโหลด...

    ความคิดเห็น

    ×