{BTS x You} IRATE [แค้น]

ตอนที่ 1 : IRATE [1]

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 58
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ก.ค. 63

การนั่งมองท้องฟ้า แสงแดด และต้นไม้ที่กำลังพริ้วไหวตามแรงลม เป็นช่วงเวลาที่น่าจดจำอยู่ไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นแสงแดดที่ไม่ทำให้ร้อน หรือสายลมที่ไม่ทำให้หนาว

 

........ราวกับว่าผู้ที่กำลังเหม่อมองอยู่ตอนนี้ เป็นเหมือนเจ้าหญิงในทุ่งลาเวนเดอร์ไปเสียแล้ว

 

หมู่บ้านเล็กๆของฉันอยู่คั่นกลางระหว่างทางเข้าเมือง และ ทางเข้าป่า ถึงจะว่าอย่างนั้นก็เถอะ หมู่บ้านฉันค่อนข้างชนบท เหมือนหมู่บ้านย้อนยุค ที่มีความเชื่อต่างๆนานา ทั้งภูตผีปีศาจ หรือแม้กระทั่งแวมไพร์ ทำให้พอถึงเวลาพลบค่ำ ฟ้าเริ่มมืด คนในหมู่บ้านก็เริ่มปิดบ้าน ปิดไฟ จนในหมู่บ้านนั้นเงียบสนิท แต่บ้านฉันอยู่ลึกสุด แบบติดกับป่าเลยล่ะ ฉันก็พรอยต้องปิดไฟนอนแต่หัวค่ำไปด้วย ไม่ว่างานฉันจะเสร็จหรือไม่เสร็จ 

.

"อาาาา วันนี้อากาศดีจังนะคะ พี่ซูอันว่ามั้ย" หญิงเอ่ยออกไปด้วยสีน่าท่าทางที่บ่งบอกว่าคนพูดกำลังอารมณ์ดี

 

"นั่นสิ บรรยากาศชวนให้ออกไปเดินเล่นดี ไม่ก็ปิคนิค ซูอินอยากไปหรือเปล่าล่ะ"คนเป็นพี่เอ่ย

 

"อยากไปสิ แต่วันนี้ฉันต้องจัดการกับงานนี่นา น้อยซะที่ไหน" ใช่ๆ ฉันลืมบอก ฉันทำงานคล้ายๆฟรีแลนซ์น่ะ เอางานมาทำที่บ้าน ทำบ้างไม่ทำบ้าง เรื่อยๆตามกำหนด ตอนนี้เลยเยอะหน่อย

 

"งั้นหรอ ถ้าอย่างนั้นวันนี้พี่จะชวนจีร่ามาเล่นที่บ้านเรานะ จะได้ไม่เหงา"พี่ชายเธอพูดอย่างยิ้มแย้ม

 

"งั้นก็ดีสิ วันนี้งานเยอะ นั่งทำคนเดียวเหงาแย่เลย งั้นเดี๋ยวฉันจะไปทำกับข้าวรอนะ สายๆพี่ค่อยไปรับเธอมาละกัน แล้วตอนนี้พี่ก็รีบไปอาบน้ำได้แล้วนะ"ฉันพูดเสียงแข็งเชิงดุเบาๆ

 

"ครับๆ คุณแม่ เดี๋ยวลูกชายจะไปเดี๋ยวนี้แหระครับบ"เขาพูดล้อเลียนใส่ก่อนจะวิ่งเข้าไปในห้อง ปล่อยให้ฉันที่กำลังเตรียมของทำกับข้าวรอพี่สะใภ้อยู่ทำคนเดียว

 

ระหว่างที่กำลังทำอาหาร จู่ๆลมที่ค่อยๆพัดผ่านกลับแรงขึ้นเรื่อยๆ จนหน้าต่างปิดเข้าออกดังปั้งอย่างแรง ทำให้ฉันตกใจไม่น้อย จึงรีบปิดล๊อคมันเสีย แล้วรีบหันกลับมาทำอาหารต่อ..

 

 

 

สายลมปรอยๆพัดประทะเข้ากับหน้าของ'คิม นัมจุน' ชายหนุ่มผู้เป็นเจ้าของปราสาทหินเก่า ที่ราคามูลค่าประมาณไม่ได้ ซึ่งประสาทแห่งนี้อยู่ใจกลางป่าลึกฝั่งตะวันออก

 

 

ในเวลานี้ภายในห้องนั่งเล่นที่มีกระจกอยู่โดยรอบ ระบายอากาศอยู่ไม่ให้ร้อน กับชายหนุ่มทั้งเจ็ด ที่แยกกันนั่งอยู่ตามโซฟาหรือบริเวณห้อง

 

"วันนี้เข้าวันที่3แล้วนะ ทำไมฉันยังถึงไม่เข้าใจการมารวมของพวกนายที่บ้านฉันอยู่ล่ะ ตามจริงฉันควรอ่านหนังเงียบๆในมุมใดมุมหนึ่งของบ้านโดยที่ไม่มีคนหลายๆคนเดินป้วนเปี้ยนอย่างนี้นะ"นัมจุนพูดอย่างติดตลก ทีเล่นทีจริงกับเหล่าเพื่อนๆเขาทั้ง6

 

"นี่ นัมจุนอาาา เราก็บอกนายแล้วไง ว่าจุดประสงค์การมาของเราคือการมาพบสมาชิกใหม่บ้านนายไงล่ะ นี่เรามารอแสดงความยินดีนะ"จอง โฮซอก หนุ่มผมแดงสด ผู้สร้างเสียงหัวเราะให้เหล่าเพื่อนๆอยู่เสมอพูดกรั้วหัวเราะอย่างนึกสนุกสนาน

 

"ฮ่าๆ พี่ก็พูดไปน่า เธอจะยังไม่มาเร็วๆนี่หรอก พวกเราแค่กะมาพักร้อน แล้วที่นี่ก็เหมาะสุดๆแล้วล่ะ ใช่มั้ยล่ะ"ปาร์ค จีมิน ชายหนุ่มหัวทองประกาย ผู้ใช้รอยยิ้มอ่อนๆได้เปลืองที่สุดเอ่ยตอบอย่างนึกขำ เพราะแววตาของนัมจุนที่บ่งบอกได้ว่าเขากำลังหงุดหงิดคำตอบของโฮซอกอยู่ไม่น้อย และเขาเองเลือกที่จะลงท้ายคำพูด ด้วยคำถามถึงทุกๆคนในห้องตอนนี้

 

"นี่ พวกนาย ตอบคำถามตรงๆกับฉันทีสิ ว่าพวกนาย มา ทำไม"นัมจุนเริ่มฉุนเฉียวขึ้นเรื่อยๆและถามย้ำทีละคำ เพราะเขาต้องการจุดประสงที่แท้จริง ว่ากำลังสื่ออะไรกันแน่ ถึงเขาจะฉลาด รอบคอบและสุขุมแค่ไหน หากพูดถึงผู้หญิงและความรัก เขาดูเป็นเด็กอ่อนหัดไปเลยล่ะ

 

"ไม่รู้" ใช่ นี่แหระคำตอบที่เขาได้กลับมา จากทั้ง4คนที่เหลือน ไม่ว่าจะเป็น ซอกจิน จองกุก ยุนกิ หรือแทฮยอง ทำให้นัมจุนส่ายหัวแล้วหัวหลังเดินขึ้นห้องไป….

 

"ใครกันนะ สมาชิกใหม่ ฉันกำลังจะมีลูกเหรอ ไม่น่า แค่ภรรยายังไม่คิดจะมีเลย"เขาสบัดหัวไล่ความคิดแล้วเข้าห้องไปอ่านหนังสือเงียบๆ

.

.

.

 

วันนี้เป็นวันพักผ่อนของฉันล่ะ หลังจากที่เมื่อวานเคลียร์งานอยู่ทั้งวันจนนอนซมไม่เป็นท่า แต่แทนที่ฉันจะออกไปปิคนิคกับพี่ชายและพี่สะใภ้ แล้วนี่ทำไมฉันยังต้องคลุกอยู่อยู่ในบ้านล่ะหญิงสาวคิดในใจ พลางเหลือบมองนอกหน้าต่างอย่างเซ็งๆ เพราะภายนอกนั้น ทั้งที่เมื่อวานท้องฟ้าสดใสปลอดโปร่ง แต่ทำไมวันนี้จู่ๆฟ้าเริ่มมืดครึ้มมาแต่ไกล ฝนก็เริ่มตก จากรินเบาๆ กลับเริ่มหนักขึ้นเรื่อยๆเสียจนคิดว่าถ้าโดนผิวเข้าจังๆคงจะแสบน่าดู

 

"วันนี้บรรกาศดูเหงาๆเศร้าๆไปนะ ซูอิน"ซูอันพูดเบาๆแล้วหันมองน้องสาวของตนที่นั่งคอตกอยู่ริมหน้าต่าง

 

"ใช่ มันดูหดหู่ เหมือนวันนั้น วันที่พ่อกับแม่เสีย"เมื่อพูดจบใบหน้าที่พอจะมีรอยยิ้มแต่งแต้มเล็กน้อย เริ่มหายไปทีละน้อย จนเปลี่ยนเป็นน้ำตาคลอ

 

"ไม่เอาสิ เราสัญญากันแล้วนี่ ว่าจะไม่พูดเรื่องนี้ โตแล้วนะ อย่าทำให้พ่อแม่ที่อยู่บนนู้นร้องไห้เสียใจเพราะสิ"พี่ชายไปพลางมองท้องฟ้าเพื่อสื่อถึงพ่อแม่ที่อยู่สวรรค์

 

"ฉันพยายามไม่คิดแล้ว แต่ฉันแค่รู้สึกเศร้า แทนที่เราจะอยู่พร้อมหน้าพร้อมตา แต่ตอนนี้เหลือแค่เรา แค่เราสองคน ถ้าวันนั้นฉันไปกับพ่อแม่ ฉันคงไม่ต้องมานั่งคิดเสียใจแบบนี้"ซูอินพูดค่อยๆคล้ายกับว่ากระซิบ และด้วยแรงสะอื้น ทำให้ออกแทบไม่เป็นศัพท์

 

"เธอคิดจะทิ้งพี่งั้นเหรอ เธอจะปล่อยพี่ให้อยู่คนเดียวได้ยังไงกัน ไม่สงสารพี่รึไง"พี่ชายพูดกรั้วหัวเราะให้เด็กน้อยตรงหน้าเขา

 

"ไม่ทิ้งๆ หนูไม่ทิ้งพี่ไปไหนแล้ว พี่ก็ด้วย ห้ามหายไปไหน หนูมีแค่พี่นะ เหลือแค่พี่คนเดียว"ซูอินพูดไปพลางเช็ดน้ำตาไปพลาง

 

"เห็นมั้ยเราเหลือกันแค่นี้ พี่อาจจะไม่อยู่ซักวัน ด้วยเหตุผลที่ดีหน่อย คือไปทำงาน หรือแย่หน่อย พี่อาจจะจากเธอไปก่อนด้วยซ้ำเพราะฉะนั้น ตอนนี้เราจะไม่พูดถึงเรื่องนั้น เพราะถ้าเวลานั้นมาถึงเธอต้องดูแลตัวเองให้ได้ อย่าให้พี่และพ่อกับแม่เป็นห่วงนะ เธอต้องใช้ชีวิตให้มีความสุขที่สุด เข้าใจมั้ย"ซูอันพูดแล้วลูบผมน้องสาวเบาๆเชิงปลอบประโลมให้น้องไม่ร้องไห้

 

"พี่พูดเหมือนเป็นลางเลย พี่ต้องอยู่กับฉันนะ"เธอพูดอย่างคาดโทษ

 

"อืม พี่สัญญาว่าจะไม่ไปไหน"เขาพูดแล้วระบายยิ้มออกมาอ่อนๆ

 

ฉันก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้น แต่ทำไมกันนะ ทำไมในสายตาของพี่ถึงสื่อไม่เหมือนที่เขาพูดล่ะ มันกลับสื่อเหมือนว่า'ไม่นาน พี่ก็จะจากเธอไป'

.

.

.

"นี่พี่นัมจุน พี่ว่าคนรักของพี่จะเป็นคนแบบไหนหรอ ในความคิดของพี่น่ะ" จองกุกเอ่ยถามผู้เป็นพี่

 

"ฉันว่า คงเป็นคนลุยๆมั้ง เข้มแข็งแค่ภายนอก แต่ภายในเก็บอะไรต่างๆนานาไว้ในใจ แต่ไม่ให้ใครรู้ อะไรอีกล่ะ อือเธอคงเป็นคนที่สวยมากๆ เหมือนกับฉันที่หล่อมากๆไง"เขาพูดแล้วหัวเราะออกมาแรงๆ

 

"นี่พี่เห็นมารึไง พูดถูกเป้ะเลย "จีมมินพูดเสริม และยังยกนิ้วให้ สื่อว่า เขาเก่งมากๆ

 

"ว่าไงนะ เห็นมา เห็นอะไร นี่พวกแกจะบอกอะไรฉันกันแน่เนี่ย " เขาหันมองจองกุกและจีมินสลับกัน เหมือนกำลังหาคำตอบ

 

"อยู่ถือสาเลยน่า น้องมันคงพูดเล่น"ผู้มาใหม่อย่างจินเอ่ย แล้วเดินมานั่งข้างๆเขา

 

"ฉันล่ะไม่เข้าใจเลย ทั้งที่รู้อะไรมา แทนที่จะบอกตรงๆ กลับมาเล่นปริศนาใบ้คำอยู่ได้"นัมจุนพูดแล้วลุกเดินไปชั้นหนังสือทันทีที่เขาถึงชั้นหนังสือ ก็สะดุดกับสิ่งของบางที่เขาคิดว่ามันไม่เคยอยู่ตรงนี้ และมันก็ไม่ใช่ของเขา เขาจึงหยิบมันขึ้นมาดูรายละเอียด

 

"เฮ้!นัมจุน นั่นมันแก้วเหล้าญี่ปุ่นของนะ"จินตะโกนออกไป แต่ยังทันจะพูดจบ แก้วนั้นก็ตกจากมือนัมจุนไปกองอยู่ที่พื้น ในสภาพที่เจ้าของแก้วแทบจะน้ำตาร่วง

 

"เอ่อ นายจะตะโกนทำไมล่ะ ฉันตกใจนะ มือเลยอ่อน นายว่าฉันไม่ได้นะ ฉันออกไปข้างนอกล่ะ"เขาพูดจบก็รีบสาวเท้าเดินออกมาทันทีไม่วายที่จะมีเสียงตะโกนตามหลังมาติดๆ

 

เมื่อเขาเดินออกมา ข้างนอกบรรยากาศก็เป็นใจชวนให้เดินเล่น แต่พอหันไปอีกฝั่งด้านทางเข้าเมืองเหมือนพายุจะเข้าด้วยซ้ำ นัมจุนจึงนึกขอบคุณที่มันไม่มาตกฝั่งนี้

.

.

.

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

1 ความคิดเห็น