ตอนที่ 9 : อ่อนสยบแข็ง ช้ากับความเร็ว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 3728
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 102 ครั้ง
    24 ส.ค. 61

      “โธ่พระเจ้า! ทำไมต้องกลั่นแกล้งข้าอย่างนี้ด้วยยยย...” จางซื่อหลงคุกเข่าร้องตะโกนขึ้นฟ้า ซึ่งทั้งเมืองมีแต่เขาเท่านั้นที่เป็นผู้เล่นเพียงคนเดียวที่ยังอยู่ในเมืองเริ่มต้น



       สองพี่น้องตระกูลอี้ถึงกับทำหน้าตกใจตะลึงงัน ที่จางซื่อหลงอยู่ๆก็ตะโกนขึ้นมาโดยไร้สาเหตุ



       “ท่านพี่…” อี้หยินกำลังจะเอ่ยถาม แต่ก็ถูกอี้หยางหยุดยั้งเอาไว้ก่อน


       ---


       ---

       อีกด้านหนึ่งที่อยู่ห่างไกลจากเมืองเริ่มต้นไปหลายร้อยลี้ มีหญิงสาว 3 คน ผิวพรรณผุดผ่องไร้มลทิน หน้าเรียว ตาคม สีผมดกดำกำลังเดินลงมาจากหุบเขา


       “พรสวรรค์นี่เจ้าเป็นอะไรมากหรือเปล่า ข้าเห็นเจ้าขบขันจนน่าหมั่นไส้มาพักหนึ่งแล้วนะ” หญิงสาวหนึ่งในสามคนถามขึ้นมาด้วยความสงสัย


       “ข้าไม่ได้เป็นอะไรหรอกพรเทพา ตะกี้ข้าเห็นเต่ามันวิ่งกลิ้งลงไปตามทาง ข้าเลยนึกขันมันน่ะ” พรสวรรค์ยิ้มแล้วยังทำสีหน้าอมขำเอาไว้


       “อย่าไปเชื่อยัยนั่นนะพรเทพา เต่าที่ไหนจะวิ่งได้ เมื่อกี้ข้าแอบไปดูช่องสื่อสารยุทธภพ ฉันเห็นบุรุษเลเวลแปดผู้โชคร้าย โดนพรสวรรค์หลอกให้ไปป่าไผ่ ว่าที่นั่นเก็บเวลได้เร็วซะงั้น” หญิงอีกคนหุ่นเอวบางร่างสวยกล่าวขึ้น


       “เธอก็ว่าฉันเกินไปนะพรจันทรา พอหมอนั่นไปถึงป่าไผ่แล้ว เดี๋ยวเขาก็เปลี่ยนใจเองแหละ คงไม่มีใครบ้าพอจะไปลุยกับหมีป่าทมิฬหรอก จริงไหม” พรสวรรค์พูดจบก็ทำหน้าระรื่นปนทะเล้นใส่เพื่อนสาวของนาง


       “มันก็จริงน่ะนะ คงไม่มีใครบ้าหรอก... แต่มันยังมีอีกเหรอ คนที่ยังอยู่ที่เมืองเริ่มต้นน่ะ” พรเทพาหยุดคิดจนเพื่อนสาวของนางเดินไกลออกไปหลายสิบเมตร พอเห็นเพื่อนสาวเดินทิ้งห่างจึงร้องเรียก “รอฉันด้วย! จะรีบเดินไวไปไหนกันเนี่ย”


       เสียงใสๆของพรสวรรค์หันหลังมาเรียกพรเทพา “เร็วๆ ยังมีเรื่องสนุกๆ รอพวกเราอยู่นะ” จากนั้นสามสาวก็พากันเดินต่อไปในท่ามกลางธรรมชาติที่สวยงาม



       ---


       ---


       สถานที่แห่งหนึ่งที่เต็มไปด้วยป่าไผ่ อยู่ห่างจากเมืองเริ่มต้นไปทางทิศใต้ประมาณ 4 ลี้ จางซื่อหลงกำลังฝึกอี้หยางกับอี้หยินใช้กระบี่อยู่บริเวณหน้าทางเข้าป่าไผ่ “เจ้าต้องจับให้มั่นกว่านี้ แล้วตวัดมันออกไปให้เป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย จากนั้นให้เจ้าแทงออกไปยังจุดตายอย่างรวดเร็ว นั่นคือการใช้กระบี่”


       “ข้าเริ่มจะเข้าใจบ้างแล้วครับ” อี้หยางพูดพร้อมกับตวัดกระบี่ เสร็จแล้วทำท่าแทงอย่างรวดเร็ว


       “ข้าก็เช่นกันท่านพี่” อี้หยินพูดขึ้น พร้อมกับโชว์การตวัดกระบี่แล้วแทงไปข้างหน้า


       "พวกเจ้าทำได้ดีมาก” จางซื่อหลงทึ่งมากๆ กับเด็กทั้งสองคน เขาสอนเพียงครั้งเดียว สองพี่น้องตระกูลอี้ก็สามารถทำได้ดีอย่างไม่น่าเชื่อ ซึ่งที่นอกเกมเรียกคนประเภทนี้ว่า ‘อัจฉริยะ’


       “ไปกันเถอะ ได้เวลาเข้าไปปรับระดับของพวกเรากันแล้ว” จางซื่อหลงพูดขึ้น


       “ครับ,ค่ะ” อี้หยางและอี้หยินตอบรับพร้อมกัน


       จางซื่อหลงแม้จะได้รับการแนะนำจากผู้เล่นที่ชื่อว่า พรสวรรค์ ให้มาปรับระดับที่นี่ แต่เขาก็ไม่เคยคิดประมาทตั้งแต่เหตุการณ์เจอบอสที่ป่าสน พวกเขาเข้าไปในป่าไผ่แล้วเริ่มทำการค้นหาร่องรอยของสัตว์ป่าแถวนั้นทันที ด้วยทักษะสะกดรอยของจางซื่อหลงทำให้หาร่องรอยไม่ยากนัก ที่สำคัญเขาให้สองพี่น้องตระกูลอี้ช่วยกันสะกดรอยอีกแรงหนึ่งด้วย เพื่อจะได้ปรับระดับทักษะสะกดรอยของสองพี่น้องให้เพิ่มขึ้น แล้วก็ไม่ผิดหวัง


       “ผู้ติดตามอี้หยางได้ยกระดับทักษะสะกดรอยจากระดับหนึ่งเป็นระดับสอง” เสียงจากระบบทำให้จางซื่อหลงยิ้มออกมา


       เมื่อผ่านไปพักหนึ่ง “ผู้ติดตามอี้หยินได้ยกระดับทักษะสะกดรอยจากระดับหนึ่งเป็นระดับสอง” ตอนนี้ทั้งอี้หยางและอี้หยินสามารถเห็นร่องรอยได้อย่างชัดเจนและสามารถคำนวณจำนวนรอยเท้าได้อย่างเเม่นยำอีกด้วย


       “รอยเท้ามันใหญ่กว่าที่เราเคยสะกดรอยในป่าสนเสียอีก ท่านพี่ว่ามันเป็นตัวอะไรเหรอครับ” อี้หยางถามด้วยความสงสัย


       “ถ้าเราตามรอยมันไป ประเดี๋ยวก็คงรู้” จางซื่อหลงไม่แน่ใจว่าจะใช่รอยเท้าที่เขาคิดไว้หรือเปล่า


       สะกดรอยไปไม่นานก็พบเจ้าของรอยเท้าจนได้ มันอยู่ห่างจากพวกเขาประมาณ 20 เมตร “ใช่อย่างที่คิด มันคือหมีจริงๆด้วย” จางซื่อหลงพูดออกมาเบาๆ


       “อี้หยาง อี้หยิน เจ้าหมีที่อยู่ตรงหน้าพวกเจ้า หนังของมันหนามากยากต่อการฟันและเฉือน พวกเราสามารถจู่โจมมันด้วยการแทงเท่านั่น จุดอ่อนคือดวงตา จมูก คอหอย หน้าอก และช่วงท้อง เดี๋ยวข้าจะบอกแผนสังหารมันให้พวกเจ้าฟัง” จางซื่อหลงบอกแผนการ ที่จะจัดการเจ้าหมีให้สองพี่น้องตระกูลอี้ฟัง


       จางซื่อหลงใช้ทักษะพรางกายเข้าไปหามันอย่างช้าๆ เมื่ออยู่ในระยะหวังผล เขาจับกระบี่ไว้มั่น กระโจนเข้าใส่มันทันที



       เจ้าหมีป่ารู้ด้วยสัญชาตญาณ เมื่อภัยมาถึงตัว จึงถอยหลังไปอย่างรวดเร็วเพื่อตั้งหลัก พอมันเห็นจางซื่อหลง มันก็ลุกยืนขึ้นร้องข่มขวัญ โฮกกก!


       จางซื่อหลงคาดการณ์ผิด ไม่คิดว่ามันจะไหวตัวได้เร็วขนาดนี้ เขาเริ่มกวัดแกว่งกระบี่ไปรอบๆตัว เพื่อไม่ให้มันเข้ามาประชิดตัวของเขาได้


       ในขณะที่หมีป่าเริ่มเดินไปมาหาช่องว่างจู่โจม



       จางซื่อหลงเหมือนรู้ว่ามันคิดอะไร เขาแกล้งเปิดช่องโหว่ให้มัน เมื่อมันเห็นว่าเป็นโอกาส มันจึงพุ่งจู่โจมเข้ามาทันที กรรร!


       ขณะที่มันพุ่งเข้ามา จางซื่อหลงฉวยจังหวะหลบแล้วควงกระบี่ในมือเข้าแทงที่ข้างท้องของมันอย่างรวดเร็วและรุนแรง



       แกร่ง! เสียงกระบี่ที่แทงไปดังขึ้นจนจางซื่อหลงต้องแปลกใจ


       “มันแทงไม่เข้าเหรอ!” เร็วเท่าความคิด จางซื่อหลงรีบกระโดดถอยออกห่างจากระยะโจมตีของมันทันที เขายังไม่แน่ใจกับสิ่งที่ตนคิดเท่าใดนัก


       เจ้าหมีป่าเห็นอาการของจางซื่อหลงก็ได้ใจ มันไม่ปล่อยให้ศัตรูของมันได้หยุดพัก มันกระโดดพุ่งตรงเข้าไปหาจางซื่อหลงอีกครั้ง แล้วใช้กรงเล็บของมันหวังเข้าไปตบจางซื่อหลงทันที กรรร!


       แมัร่างของมันจะใหญ่กว่าจางซื่อหลงเป็นเท่าตัว ส่วนความเร็วของมันนั้นกับทำให้เขาอึ้งทึ่ง เขาพยายามเบี่ยงกายออกหลบ แต่กรงเล็บของมันก็เฉี่ยวเข้าที่หัวไหล่ของเขาไปจนได้ ฉึบ!



       จางซื่อหลงตกใจเล็กน้อยเมื่อได้รับบาดเจ็บ เลือดเริ่มไหลออกมาตามรอยผ้าที่ขาดลุ่ยเป็นรอยกรงเล็บของมัน


       เมื่อเจ้าหมีป่าเห็นศัตรูของมันได้รับบาดเจ็บ มันจึงลุกขึ้นยืนเพื่อร้องข่มขวัญอีกครั้งอย่างฮึกเหิน โฮกกก!


       จางซื่อหลงไม่สนใจการข่มขวัญของมัน เขากวัดแกว่งกระบี่ไปรอบๆตัวเช่นเดิม



       เจ้าหมีป่าไม่ประมาท รอโอกาสบุกเข้าโจมตี มันจ้องเขม็งแววตาแดงก่ำ



       จางซื่อหลงใช้แผนเดิมคือการเปิดช่องโหว่ให้มันเห็น แน่นอนเจ้าหมีป่าเมื่อสบช่อง มันไม่รอช้าบุกพุ่งจู่โจมทันที


       ในขณะที่มันพุ่งเข้ามา จางซื่อหลงย่อตัวก้มลงต่ำแล้วเคลื่อนไหวสวนทางที่มันพุ่งมา เขาจับกระบี่เข้าแทงที่ช่วงอกของมัน



       แกร่ง! เสียงแทงที่สั่นสะท้านมาถึงข้อมือ ทำให้จางซื่อหลงเริ่มหวาดหวั่นเล็กน้อย


       “อะไรวะ! แทงมันไม่เข้าอีกแล้วเหรอ” จางซื่อหลงบ่นพำตั้งสติ แต่มือก็ยังกวัดแกร่งกระบี่ปิดช่องโหว่เอาไว้อย่างมาดมั่น


       ทันใดนั้นเอง…



       เจ้าหมีจอมฮึกเหิมเห็นว่าจางซื่อหลงไม่สามารถทำอะไรมันได้ มันจึงพุ่งตัวเข้าไปหาเขาทันที กรรร!


       จางซื่อหลงใจหายตกลงไปอยู่ที่กระตุ่ม ด้วยสัญชาตญาณการเอาตัวรอด "อ๊ากกก! พ่อจ้าแม่จ้าช่วยลูกด้วย!” เขาพุ่งกระโดดม้วนตัวหลบจนล้มกลิ้งออกไปแบบไม่เป็นท่า


       ขณะเดียวกันเมื่อจางซื่อหลงตั้งหลักได้ เขารีบวิ่งหลบกระโดดไปมาราวกับกบที่กำลังโดยไล่จับเพื่อไม่ให้เป็นเป้านิ่ง วิธีการนี้กับได้ผลอย่างไม่น่าเชื่อ ถึงเจ้าหมีป่าจอมโหดจะพุ่งเข้าโจมตีด้วยความเร็วขนาดไหน แต่ก็ยากจะควบคุมให้หยุดอย่างกระทันหันได้ จึงทำให้มันเสียหลักทุกครั้งที่เข้าโจมตีจางซื่อหลง


       ‘นี่เราโดนหลอกหรือเนี่ย… ป่านี้มันอสูรกายชัดๆ’ จางซื่อหลงพึ่งนึกได้ว่าตัวเองน่าจะถูกหลอก แต่มันไม่ใช่เวลามานั่งคิด เพราะมัจจุราชกำลังไล่ตามตะปบหลังเขาอยู่มะลอมมะล่อ


       เร็วเท่าความคิด จางซื่อหลงนึกถึงสองพี่น้องตระกูลอี้ ที่เขาล่อลวงไปฆ่าในป่าสน หมูป่าหางดอกซึ่งเลเวลสูงกว่าแต่กับไม่สามารถทำอะไรทั้งสองได้ เพียงแค่ถูกมันจู่โจมไม่กี่ครั้งพวกเขาก็สามารถอ่านการโจมตีและรับมือหมูป่าหางดอกได้อย่างเฉียบขาด เขาก็น่าจะทำแบบนั้นได้เช่นเดียวกัน


       จางซื่อหลงเริ่มสังเกตการจู่โจมของมันทันที ส่วนเจ้าหมีป่าไม่สนว่าจางซื่อหลงจะคิดอะไร มันแค่มุ่งฆ่าเขาให้ได้ก็เพียงพอแล้ว


       จางซื่อหลงหลบการโจมตีของมันไปได้สักพัก เขาก็เห็นการจู่โจมของเจ้าหมีป่าตัวร้ายเริ่มอ่อนแรงลง แน่นอนไม่ว่าจะเป็นผู้เล่น ผู้ติดตาม หรือแม้แต่สัตว์ป่าเมื่อออกแรงไปมาก ความเหนื่อยล้าย่อมต้องปรากฎให้เห็น


       ความคิดหนึ่ง ผุดขึ้นมาในหัวของเขาทันที ‘ความสงบมาสยบความเคลื่อนไหว ใช้ความอ่อนหยุ่น พิชิตความแข็งแกร่ง ใช้ความช้าเข้าต่อกรกับความเร็ว’ นี้ก็คือเคล็ดวิชาไทเก๊กของบู๊ตึ๊งที่เขาเคยได้ศึกษามาก่อนหน้านี้ในอินเตอร์เน็ตนั่นเอง


       ก่อนหน้าที่เขาจะมาเล่นเกมศึกชิงจ้าวยุทธภพ เขาได้ศึกษาตำรา หนังสือ และในเน็ตเกี่ยวกับวิทยายุทธ์ของจีน พอเขาศึกษาข้อมูลไปก็สดุดตากับข้อความนี้เข้า และท่องจำไว้ในใจตลอด


       จางซื่อหลงฉีกยิ้มที่มุมปากกว้างจนเห็นไรฟัน เขาคิดในใจว่า ‘ไอ้หมีโชคร้ายเอ๋ย แกเสร็จฉันแน่’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 102 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #173 bensansonninja (@bensansonninja) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 31 ตุลาคม 2560 / 22:23
    คืองงค่ะ เกมยังไงก็ต้องมีผู้เล่นใหม่ๆตลอดเวลาไม่ใช่หรอคะ ทำไมเกมนี้เหมือนกับว่าให้เล่นแค่หมื่นคนแล้วปิดเลย แต่เนื้อเรื่อง สำนวนสนุกดีค่ะ
    #173
    1
  2. #86 DEVILSAKETO (@DEVILSAKETO) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 24 กันยายน 2560 / 07:34
    ถ้าแกมุ่งมั่นเก็บระดับแบบไม่คิดจะกำจัดผู้ติดตามนะ อย่างน้อยคงได้ไปพร้อมกับคนอื่น
    #86
    1
  3. #79 ana julia (@anajulianovela) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 23 กันยายน 2560 / 08:28
    คารวะปรมาจารย์เตียเจ้าค่ะ
    #79
    2
    • #79-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 9)
      23 กันยายน 2560 / 09:18
      อืม... สายลมพัดเฉียดฉิว ตัวกายไหวอ่อนรวบรัด หลุดแล้วกรงเล็บหมู่มาร.... เคล็ดวิชาหลบหลีกสายลม ของสำนักหลุดลอย ฮึฮึฮึ^-^

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 23 กันยายน 2560 / 09:20
      #79-1
    • #79-2 nut254727 (@nut254727) (จากตอนที่ 9)
      21 สิงหาคม 2561 / 17:45
      ดูดก็ลอยได้ครับ
      #79-2
  4. #34 kpisunee (@kpisunee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 10:36
    ชอบตอนนี้ที่สุดเลยค่ะไรต์
    #34
    3
    • #34-2 kpisunee (@kpisunee) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 07:20
      หืมม เพิ่งหายป่วยจ้าา
      #34-2
    • #34-3 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 9)
      17 กันยายน 2560 / 09:09
      ยินดีต้อนรับกลับมา เรายังติดตามผลงานเธออยู่
      #34-3
  5. #20 Doctor_Gee (@Doctor_Gee) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 19:48
    พระเอกเรื่องนี้ น่าสงสารนะครับ เข้ามาเป็นคนสุดท้าย เลเวลเป็นอันดับสุดท้ายด้วย
    คัมภีร์ที่ได้มา ก้ไม่รู้ว่ามีประโยชน์อะไร
    รู้แต่ต่อไปจะเปิดร้านขายก๋วยเตี๋ยว.....
    #20
    1
    • #20-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 9)
      14 กันยายน 2560 / 06:09
      "ถ้าสงสารอย่าลืมเขียนนิยม โหวด 100 แล้วแชร์ด้วยด้วยนะ T_Tซซิก ซซิก" มันสะอื้นให้กับความเห็นใจ
      #20-1
  6. #13 Zhangye (@Zhangye) (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 11 กันยายน 2560 / 19:34
    ฆ่ามานนนน 
    #13
    1
    • #13-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 9)
      11 กันยายน 2560 / 19:59
      >_< "ใกล้จะหมดบทของพระเอกละ"
      #13-1