ตอนที่ 3 : ออกล่าสัตว์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 4979
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 117 ครั้ง
    22 ส.ค. 61

       ตาแก่พอเห็นท่าทางเซ็งๆของจางซื่อหลงก็หยุดหัวเราะ “อะแฮ่ม! ภารกิจง่ายๆ ไม่ยาก ไม่ซับซ่อน ข้าต้องการเงินแค่สิบชั่ง เจ้ามีมันหรือเปล่า ถ้ามี... ข้าจะให้ตำราหนึ่งเล่มและที่สำคัญในยุทธภพนี้มีเพียงเล่มเดียวเท่านั้น” พอได้ยินว่ามีเพียงเล่มเดียวจางซื่อหลงก็ถึงกับเบิกตากว้างทันที



       จางซื่อหลงจึงเข้าไปในระบบการแลกเปลี่ยนเงินระหว่างบัญชีธนาคาร โดยมีอัตราแลกเปลี่ยนเงินในเกมดังนี้

10 สลึงจะเท่ากับ 1 บาท หรือ 1 ตำลึง

10 ตำลึงเท่ากับ 1 ชั่ง

100 ชั่งเท่ากับ 1 ตำลึงทอง


ตอนนี้จางซื่อหลงมีเงินในบัญชี 500 บาทเพราะต้องใช้เป็นเงินฝากเพื่อเปิดบัญชีธนาคาร จึงนำเงินมาแลกเงินในเกมได้ 50 ชั่ง จากนั้นเงิน 50 ชั่งก็เข้าไปอยู่ในช่องเก็บของโดยอัตโนมัติ จางซื่อหลงได้อ่านคู่มือเกี่ยวกับการแลกเปลี่ยนเงิน มาเป็นอย่างดีเพราะเขาต้องการมาหาเงินในเกมอยู่แล้ว


       “ลุงเอาไป เงินสิบชั่ง” จางซื่อหลงหยิบเงินออกมาให้


       “ดีมาก ดีมาก ฮ่าๆๆๆ เดี๋ยวเจ้าตามข้ามานะ” ตาแก่รับเงินแล้วพูดบอกจางซื่อหลงเบาๆ แน่นอนในยุทธภพนี้ การเอาคัมภีร์ยุทธ์หรือตำราออกมาในที่แจ้งย่อมไม่เป็นการสมควร จากนั้นตาแก่ก็พาไปในที่ลับตาผู้คน แล้วเอาตำราเล่มสีทองออกมายื่นให้


        จางซื่อหลงรับตำรามาด้วยความตื่นเต้นหน้าปกเขียนไว้ว่า ตำราฟื้นฟูจตุชีวา จากนั้นเสียงจากระบบก็ดังขึ้นในหัว “ผู้เล่นจางซื่อหลงทำตามเงื่อนไขมอบเงินสิบชั่งให้กับเฒ่าขอทาน และรับตำราจากเฒ่าขอทาน ภารกิจเฒ่าขอทานสำเร็จ ได้รับรางวัล ประสบการณ์เพิ่มขึ้น”


       “ผู้เล่นจางซื่อหลงได้ยกระดับพื้นฐานจากเลเวลหนึ่งขึ้นเป็นเลเวลห้า” เสียงแจ้งจากระบบดังขึ้นอีกครั้ง


       หลังจากที่เสียงจากระบบหายไปจางซื่อหลงก็หัวเราะชอบใจ “ฮ่าๆๆๆ นี่ผมโชคดียิ่งกว่าถูกหวยซะอีก ใช่ไหมลุง... O_O!!” จางซื่อหลงตกใจเมื่อไม่เห็นตาแก่เสียแล้ว



       “ตาลุงนี่ลึกลับจริงๆ แฮะ” จากนั้นจางซื่อหลงจึงเปิดอ่านเนื้อหาในตำรา อ่านไปได้สักพักก็ถึงกับอ้าปากค้างหน้าตาคิวขมวดเข้าหากัน



       จางซื่อหลงเก็บตำราไว้ในกระเป๋าแล้วเดินตรงไปยังร้านค้าเบ็ดเตล็ดพูดคุยกับเถ้าแก่เจ้าของร้าน เมื่อออกมาจากร้าน เขาทำสีหน้าเหมือนคนกำลังครุ่นคิดอะไรบางอย่าง


       “เอาอย่างนี้ดีกว่า เราไปเก็บเวลก่อนก็แล้วกัน เดี๋ยวเราจะเวลไม่ทันไอ้เดชกับไอ้กล้ามัน” คิดได้อย่างนั้น จึงเดินทางไปยังร้านค้าอาวุธ


       ---


       ---

       ที่บริษัทเอ็นพีซีออนไลน์…



       “นี่ก็จะชั่วโมงแล้วนะ ท่านประธานยังไม่กลับมาอีก ใกล้จะถึงเวลากำหนดการประชุมอยู่แล้ว” ผู้หญิงสาวสวยใส่ชุดสูทสีน้ำตาลเดินไปเดินมาอยู่หน้าอุปกรณ์เล่นเกมขนาดกว้างยาวประมาณ 3 เมตร ในอุปกรณ์มีชายคนหนึ่งกำลังสวมชุดรัดรูปกับหมวกกันน็อคหุ้มทั้งศรีษะสีดำ


       ตี๊ด! ตี๊ด! ตี๊ด! สัญญานบ่งบอกว่าอุปกรณ์กำลังจะเปิด ชายที่อยู่ในเครื่องเล่นลุกออกมาพร้อมกับถอดหมวกกันน็อค หน้าตาของเขาเหมือนกับตาแก่ขอทานที่มอบตำราสีทองให้กับจางซื่อหลงไปไม่มีผิด


       “ยินดีต้อนรับกลับมาค่ะท่าน ภารกิจสำเร็จไหมคะ” ผู้หญิงสาวสวยก้มคำนับพร้อมกับเอ่ยถาม


       “ฮ่าๆๆๆ สำเร็จสิ แต่กว่าจะมีคนมานั่งจุดที่มอบภารกิจก็ต้องรอเป็นครึ่งค่อนวันเลย” ชายแก่พูดจบก็หัวเราะอีกครั้ง


       “ดิฉันก็บอกท่านแล้วว่าให้พนักงานไปทำแทนท่านก็ไม่ฟัง” ผู้หญิงสาวสวยคนนั้นบ่น



       “เอาน่า เอาน่า เลขาริน ฉันก็อยากรู้ว่าเกมของฉันที่ลงทุนไป มันสนุกหรือเปล่าก็เท่านั้น ฮ่าๆๆๆ” ชายแก่พูดจบก็ยังหัวเราะอย่างอารมณ์ดี


       “คนที่รับตำราไปจากท่านประธานหยางวู่ คือใครกันน๊า~ ถึงได้ทำให้ท่านอารมณ์ดีได้ขนาดนี้” เลขารินถามด้วยความอยากรู้


       “ชื่อของเขาคือผู้เล่น... จางซื่อหลง” ประธานหยางวู่พูดจบก็เดินหัวเราะไปยังห้องแต่งตัวทันที


       ฮัดเช้ย!...


       จางซื่อหลงจามออกมาเสียงดัง “ใครเอ่ยถึงเราวะ หรือว่าจะเป็นสาวๆในสำนักงาน... หล่ออย่างเรามันก็เอาเรื่องเหมือนกันแฮะ ฮ่าๆๆๆ” เขาพูดเองเออเองยืนท้าวเอวหัวเราะอยู่หน้าเมืองเริ่มต้น


       ‘เออ… แล้วเราจะไปไหนดีล่ะ’ จางซื่อหลงครุ่นคิดพร้อมกับหันซ้ายแลขวา



       “อ้อ! รู้แล้ว... เปิดระบบ” หน้าต่างระบบถูกเปิดขึ้นจากนั้นเขาก็ไปที่ระบบช่องทางสื่อสารยุทธภพแล้วพิมพ์ส่งไปว่า

จางซื่อหลง:ตอนนี้ผมเวล 5 ครับ ใครแนะนำได้บ้างว่าต้องไปเวลที่ไหนต่อ


       ช่องทางสื่อสารยุทธภพทุกคนสามารถพิมพ์ประกาศได้กันทุกคน พอพิมพ์เสร็จข้อความอื่นก็แทรกเข้ามาเต็มไปหมด ส่วนใหญ่จะพูดถึงเรื่องเป็นศิษย์สำนักไหนดี บ้างก็ว่าสำนักกระบี่มังกรเพลิง บ้างก็ว่าสำนักทวนท่องเมฆา บ้างก็ว่าสำนักดาบจันทรา เต็มไปหมด


       จางซื่อหลงไม่สิ้นความพยายามกดส่งข้อความเดิมๆไปอีกหลายชุด เหมือนเริ่มมีคนรำคาญ ผู้เล่นคนหนึ่งที่ชื่อ หงอคงขนทอง พิมพ์กลับมาว่า

หงอคงขนทอง:ให้ไปที่ป่าสนอยู่ด้านหลังเมืองเริ่มต้นครับ

แล้วจางซื่อหลงจึงพิมพ์กลับไปว่า

จางซื่อหลง:ขอบคุณ ท่านหงอคงขนทอง ถ้าข้าเจอท่านข้าจะเลี้ยงก๋วยเตี๋ยวสักชาม


       จางซื่อหลงได้ซื้อไอเทม(สิ่งของที่ใช้ในเกม)ไว้หลายรายการ แผ่นที่เมืองเริ่มต้น ราคา 1 ชั่ง, กระบี่ระดับ1 ราคา 5 ชั่ง, น้ำยาฟื้นฟูพลังชีวิตขวดเล็กจำนวน 50 ขวด ราคาทั้งหมด 5 ชั่ง(สามารถฟื้นฟูได้ 50 หน่วย ฟื้นฟู 1 วินาทีต่อ 1 หน่วย), น้ำยาฟื้นฟูพลังกายขวดเล็ก 100 ขวด ราคาทั้งหมด 10 ชั่ง(สามารถฟื้นฟูได้ 50 หน่วย ฟื้นฟู 1 วินาทีต่อ 1 หน่วย) ทำให้จางซื่อหลงเหลือเงินเพียง 19 ชั่ง



       จางซื่อหลงรู้ได้ทันทีว่าในเกมนี้ทุกอย่างต้องใช้เงินดูยังไงบริษัทก็รวยเละเทะเป็นแน่ โดยเฉพาะค่าสถานะพลังงาน ทุกคนต้องกินอาหารตลอดเมื่อถึงเวลาที่พลังงานเหลือไม่ถึงครึ่งเพราะจะรู้สึกหิวนั่นเอง


สถานะของจางซื่อหลงตอนนี้คือ ระดับผู้ฝึกหัด เลเวล 5 อาชีพ ยังไม่มี

พลังงาน 100 *ค่าสถานะเหลือต่ำกว่าครึ่งจะรู้สึกหิว ถ้าค่านี่หมดจะปวดท้องพลังชีวิตจะลดลงจนตาย

พลังชีวต 250 *คือเลือดที่เรามีถ้าถูกโจมตีหรืออดอาหารค่านี้จะลดลง เมื่อเหลือ 0 ก็คือตาย

พลังกาย 125 *ถ้าค่าพลังนี้หมดจะหมดแรง ต่ำกว่าครึ่งจะรู้สึกเหนื่อย

พลังโจมตี 25

พลังป้องกัน 20

ความว่องไว 10


       จางซื่อหลงเอาแผนที่ออกมากลางดูตำแหน่งที่เขาอยู่ จากนั้นจึงเก็บแผนที่ไว้ในกระเป๋า แล้วเดินมุ่งหน้าไปยังป่าสนที่อยู่หลังเมืองเริ่มต้นทันที

       ---

---


       จางซื่อหลงยืนอยู่หน้าทางเข้าป่าสน เขามองดูบริเวณโดยรอบ ไม่พบผู้เล่นแม้แต่คนเดียว ทำให้เขารู้ได้ทันทีว่า ผู้เล่นส่วนใหญ่น่าจะเลเวลเกิน 5 ไปกันหมดแล้ว จากผู้เล่นหนึ่งหมื่นคนเขาน่าจะเลเวลน้อยที่สุดอย่างแน่นอน


       “อย่างนี้เราต้องรีบเวล จะได้ทันชาวบ้านชาวช่องเขา” จางซื่อหลงพูดกับตัวเองพร้อมกับย่างเท้าเข้าไปในป่า เมื่อเขาเดินเข้าไปได้พักหนึ่งก็ยังไม่เห็นสัตว์อสูรแม้แต่ตัวเดียว


       “ทำไมมันหายากหาเย็นจังวะ ถ้าเป็นเกมส์อื่นมอน(มอนสเตอร์)เต็มไปหมดแล้ว” จางซื่อหลงบ่นกับตัวเอง


       ถ้าเป็นเกมส์ออนไลน์ที่เล่นในคอมหรือโทรศัพท์ การหามอนสเตอร์หรือสัตว์อสูรไม่ใช่เรื่องยาก แต่นี้คือเกมศึกชิงจ้าวยุทธภพ เป็นเกมเสมือนจริงที่ผู้เล่นสามารถเข้ามาใช้ชีวิตในเกมได้ ซึ่งเป็นเกมแรกที่เข้ามาในไทย สัตว์หรือสิ่งมีชีวิตที่นี่ไม่ต่างอะไรจากเอไอหรือบอทที่สามารถคิดเองได้ รู้จักการหนีเอาตัวรอด จะโจมตีก็ต่อเมื่อมั่นใจว่าจะชนะ หรือถ้าหนีไม่พ้นก็จะสู้จนตัวตาย เหตุผลนี้เอง สัตว์ในบริเวณป่าสนเวลต่ำกว่าเลเวล 5 จึงซ่อนตัวไม่ปรากฎให้จางซื่อหลงได้เห็น


       จางซื่อหลงเดินวนไปวนมาในป่าสนก็เริ่มเห็นรอยเท้าของสัตว์อสูรอยู่ตามพื้นดิน “นี่มันรอยเท้าหมูนี่หว่า เราต้องตามรอยมันไปสินะ”


       จางซื่อหลงตามรอยเท้าไปสักพัก เสียงจากระบบก็ดังขึ้น “ผู้เล่นจางซื่อหลงทำตามเงื่อนไขได้รับทักษะสะกดรอยระดับหนึ่ง”


       “ฟังก์ชั่นแสดงสถานะทักษะปรากฎ ต้องการเรียนรู้หรือไม่” เสียงจากระบบแจ้งเตือน


       “ไม่ต้องการ” จางซื่อหลงเคยอ่านคู่มือเกมผ่านตามาบ้างจึงปฏิเสธ


       “ถ้าผู้เล่นต้องการถามข้อมูลเพิ่ม สามารถพูดคำว่า ระบบข้อมูล แล้วถามข้อมูลที่ต้องการทราบ ทางเราจะแจ้งข้อมูลที่ถามจากฐานข้อมูลที่มีค่ะ ขอให้ท่านสนุกไปกับการท่องยุทธภพนะคะ ขอบคุณที่ใช้บริการค่ะ” หลังจากนั้นเสียงจากระบบก็หายไป


       “ไม่ว่าเราจะทำอะไรถ้าเข้าเงื่อนไขเราก็จะได้ทักษะสินะ” ตอนนี้จางซื่อหลงสามารถเห็นรอยต่างๆชัดขึ้นกว่าเดิมมาก หลังจากที่ได้ทักษะสะกดรอยระดับ1


       จางซื่อหลงตามรอยไปได้สักพัก จึงพบหมูตัวอ้วนตุ๊บตั๊บกำลังหาอาหารกินอยู่โดยไม่ทันระวังตัว



       เขาค่อยๆคลานเข้าไปช้าๆ พร้อมกับหยิบกระบี่ออกมา เมื่ออยู่ในระยะหวังผล เขารีบกระโจนออกจากพุ่มไม้ มือขวาจับกระบี่ไว้มั่น หมูป่าผู้เคราะห์ร้ายถูกจางซื่อหลงฟันไปที่ต้นขาหลังอย่างรวดเร็ว



       โอ๊กกก! หมูป่าร้องลั่นด้วยความเจ็บปวด มันไม่สามารถที่จะวิ่งหนีไปได้ เนื่องจากถูกจางซื่อหลงตัดเส้นเอ็นที่ต้นขาของมัน



       จางซื่อหลงไม่อยากให้มันทรมาร จึงเอามือขวาควงกระบี่แล้วแทงเข้าไปที่กลางอกของมัน ความคมของกระบี่แทงลึกไปถึงหัวใจจนเลือดพุ่งออกมา มันตายทันทีหลังจากที่กระบี่ถูกดึงออกจากอก แล้วร่างของมันก็กลายเป็นแสงสลายเป็นอากาศธาตุพร้อมกับกองเลือดของมันทันที


       เสียงจากระบบดังขึ้น “หมูป่าหางดอก เลเวลห้า ถูกสังหาร ได้เงิน 2 สลึง เนื้อหมู 1 ชิ้น” จางซื่อหลงเห็นเงินและเนื้อตกอยู่มีแสงระยิบระยับก็ตื่นเต้น ถ้าไม่เก็บประมาณ 2 นาทีผู้อื่นจะสามารถเก็บไอเทมพวกนี้ได้  เขาก้มเก็บเงินและเนื้อไว้ในกระเป๋าด้วยความดีใจ


       “^O^โอ้เย้! การสังหารครั้งแรกในเกมเป็นผลสำเร็จ” จางซื่อหลงกระโดดโลดเต้นไปมากับผลงานชิ้นแรกของเขา


       “แต่เกมบ้าอะไรวะเหมือนจริงเกิ้น~ ทั้งเลือด ทั้งเสียงร้อง ทั้งกลิ่น นึกแล้วสยองว่ะ” จางซื่อหลงเริ่มสลดกับสิ่งที่ทำไป พอนึกได้ว่ามันเป็นเกมไม่ใช่สิ่งมีชีวิตจริงๆ ก็เริ่มเบาใจไปได้บ้าง


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 117 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #171 BomRilla (@BomRilla) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 30 ตุลาคม 2560 / 01:48
    ถึงจะพึ่งเปิดวันแรกในไทย แต่ประเทศอื่นเปิดมาเป็นปีๆแล้วนิ แล้วไหงท่านประธานถึงมาแจกภารกิจได้ล่ะ แล้วยังพูดเหมือนกับว่าเปิดตัวเกมครั้งแรกอีก
    #171
    1
  2. #155 Sukanya Paileeklee (@poonchanit) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 17 ตุลาคม 2560 / 22:15
    10 สลึงเป็น 1 ตำลึง 10 ตำลึง เป็นหนึ่งชั่ง
    พระเอกมีเงิน 500 บาท = 2000 สลึง = 200 ตำลึง = 20 ชั่ง
    แต่ไรท์คำนวณได้ 50 ชั่ง จากพื้นฐาน 4 สลึง ลองพิจทรณาดูนะคะ
    #155
    1
    • #155-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 3)
      18 ตุลาคม 2560 / 00:40
      เป็นเงินในเกมที่คำนวณให้ง่ายไม่ได้มุ่งหวังตามความจริงโลกข้างนอก ตามกฎของเกมศึกชิงเจ้ายุทธภพน่ะต่างกับกฎคำนวณของโลกภายนอก เข้าใจตรงกันนะจ้า^3^<br /> ขอบคุณที่ถามมา เรามีคำตอบ^0^

      แก้ไขครั้งที่ 1 เมื่อ 18 ตุลาคม 2560 / 00:44
      แก้ไขครั้งที่ 2 เมื่อ 18 ตุลาคม 2560 / 00:47
      #155-1
  3. #21 sweetpastry (@phansachon_) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 13 กันยายน 2560 / 20:14
    ขอแก้นิดนึงค่ะ ต้องใช้ "นะคะ" นะค่ะ=ผิดนะคะ แต่นิยายสนุกแล้วค่ะ
    #21
    1
    • #21-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 3)
      14 กันยายน 2560 / 06:12
      "ขอบคุณครับ ผู้แต่งตาลายจนดูไม่ทั่ว ช่วยดูให้ด้วยน๊า" ^-^
      #21-1
  4. #5 kpisunee (@kpisunee) (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 กันยายน 2560 / 11:18
    อัพเวลอย่างทรู 5555
    #5
    1
    • #5-1 PMMchannel (@PMMchannel) (จากตอนที่ 3)
      5 กันยายน 2560 / 16:30
      ติดตามต่อไป 555
      #5-1