ตอนที่ 140 : ภาค2:ตอนที่ 40 ปลาติดเหยื่อ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 224
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 20 ครั้ง
    2 ก.พ. 62

       “เมียงูครับเมียงูเชิญดูด้านในเลยครับ”



       “บ้านผีสิงจ้า ถ้าไม่น่ากลัว ไม่โดนหลอก ไม่หลอน ยินดีคืนเงินนะจ๊ะ”



       “ปาเป้าโดน รับไปเลยตุ๊กตาดินเผาน่ารักน่ารักนะคะ”



       “สาวน้อยตกน้ำ หน้าตาน่ารัก ชอบคนไหน หมั่นไส้ใคร โกรธเคืองใครมา ระบายอารมณ์ได้ที่นี่เลยเด้อ”



       เสียงเหล่าพ่อค้าแม่ค้าเชื้อเชิญผู้คนที่ผ่านไปมาให้มาเล่นในร้าน ดังอย่างไม่ว่างเว้น



       กรี๊ดดด~ ตูม!... กรี๊ดดด~ ตูม!...



       หยางมี่หัวเราะคริๆ นางเล่นปาลูกบอลใส่เป้าโดยไม่พลาดเลยแม้แต่ครั้งเดียว จนสาวน้อยที่เป็นเป้าหมายของนางหนาวสั่นงึกๆเพราะร่วงตกลงไปในบ่อน้ำไม่รู้จักกี่รอบต่อกี่รอบ


       ---


       “ฮ่ะๆๆๆ วันนี้สนุกจังเลย! เราไปกันต่อเถอะ” หยางมี่ไม่มีวี่แววว่าจะเหน็ดเหนื่อยเอาซะเลย



       จางซื่อหลงพูดขึ้น “เดี๋ยวก่อน! พวกเราน่าจะพักกันก่อนนะ”



       หยางมี่หันกลับมาพูด “แต่ข้ายังเที่ยวไม่ทั่วงานเลยนะ”



       “ขืนรอให้เจ้าเที่ยวจนทั่ว อี้หยางอี้หยินมีหวังได้หิวไส้กิ่วกันพอดี” พูดจบจางซื่อหลงหันไปพูดกับสองพี่น้อง “ไปอี้หยางอี้หยินกองทัพต้องเดินด้วยท้องหาที่เหมาะๆกินก๋วยเตี๋ยวกันเถอะ”



       หยางมี่คิดในใจ ‘อ้าว! ยังไม่ได้กินอะไรกันมาหรอกเหรอ’



       เสียงท้องร้องโครกครากออกมา! แต่ทว่ากับไม่ใช่ท้องของจางซื่อหลงอี้หยางหรืออี้หยินแต่อย่างใด



       อี้หยินรีบพูดขึ้น “พี่สาว! ไปกินก๋วยเตี๋ยวกันกับพวกเรานะคะ”



       อี้หยางยิ้มแฉ่งพูดเสริม “ใช่ครับ! ไปกินด้วยกันนะครับ ก๋วยเตี๋ยวฝีมือท่านพี่จางอร่อยสุดในยุทธภพเลยนะจะบอกให้”



       หยางมี่ก้มตัวลงลูบที่หัวของอี้หยางกับอี้หยิน “ไม่เป็นไรจ๊า พี่ยังไม่หิวเท่าไรเลย แล้วอีกอย่างเรียกพี่ว่า พี่มี่เฉยๆก็ได้นะคะ” พูดจบเสียงท้องของนางร้องดังจ๊อกๆไม่หยุด



       อี้หยางกับอี้หยินได้ยินเสียงท้องร้องของหยางมี่ก็อมหัวเราะพร้อมกับจ้องหน้านางราวกับกำลังจะถามว่าไม่หิวแน่นะพี่มี่



       หยางมี่รีบปั้นสีหน้าหัวเราะ “เริ่มจะหิวขึ้นมานิดหน่อยแล้วน่ะนะ” อันที่จริงนางก็ยังไม่ได้กินอะไรมาเหมือนกัน



       “ท่านพี่!!” อี้หยางอี้หยินเรียกจางซื่อหลงแทบจะพร้อมกันทั้งทำสายตาออดอ้อนใสซื่อบริสุทธิ์



       “อ่ะ.. เอาอย่างนั้นก็ได้มื้อนี้ข้าเลี้ยงนางเอง” จางซื่อหลงพูดปัดๆไปในขณะที่อี้หยางอี้หยินต่างพากันร้องเย้ แต่ในใจของจางซื่อหลงกับคิดหนึ่งชามขายได้ตั้งสามชั่งเลยนะนั่น



       พอได้ที่เหมาะเจาะก็ต่างพากันกินก๋วยเตี๋ยวกันยกใหญ่



       “โห! นี่มันอร่อยสมกับที่พวกเจ้าร่ำลือกันจริงๆ อร่อย.. สุด.. อะไรน๊า~” หยางมี่กำลังนึก



       “อร่อยสุดในยุทธภพครับ!” อี้หยางชิงตอบในขณะที่อี้หยินอ้าปากกำลังพูดแต่พูดไม่ทัน



       “พี่อี้หยางข้ากำลังจะพูดอยู่แล้วเชียว” อี้หยินทำหน้ามุ่ย



       “ก็เจ้าเอ่ยปากช้าเองนี่หน่า ฮ่ะๆๆๆ” อี้หยางหัวเราะร่าเรื่องซ้ำเติมน้องสาวอย่าให้บอก ถ้ามีโอกาสน่ะนะ



       “แต่เอ้! ข้าว่ารสชาติก๋วยเตี๋ยวมันกินคุ้นปากจัง แต่นึกไม่ออกว่าเคยกินที่ไหน” หยางมี่พูดเปรยออกมา



       “เป็นไปไม่ได้! ไม่มีใครเคยกินก๋วยเตี๋ยวฝีมือท่านพี่จาง นอกจากข้ากับอี้หยินหรอกครับ” อี้หยางพูดต้อยๆ ต่างจากก่อนหน้านี้ในหลายๆวันซึ่งเอาแต่เคร่งเครียดอยู่กับการฝึกยุทธ์และต่อสู้เท่านั้น



       จางซื่อหลงรู้สึกได้ถึงบรรยากาศที่ดีขึ้นหลังจากมีหยางมี่อยู่ด้วย เขาแอบคิด หรือเขาจะเข้มงวดกับสองพี่น้องวัยเยาว์มากเกินไปจนลืมไปว่าในวัยของสองผู้ติดตามนี้น่าจะอยู่ในช่วงวัยที่ควรจะเล่นสนุกสนานเหมือนเด็กๆทั่วไป เขาถอนหายใจออกมาอาจเป็นเพราะว่าเขาต้องการให้สองพี่น้องเอาตัวรอดให้ได้ในยุทธภพจึงลืมเรื่องที่ว่าอี้หยางอี้หยินยังเด็กอยู่นั่นเอง



       ขณะเดียวกันหยางมี่กำลังครุ่นคิดราวกับว่าเคยกินก๋วยเตี๋ยวรสชาติแบบนี้จากที่ไหนกันแน่ อยู่ๆจางซื่อหลงก็พูดขึ้น “อี้หยาง! ใกล้จะถึงยามสองแล้ว เดี๋ยวพวกเจ้าล่วงหน้าไปที่สนามประลองก่อนนะ” จบคำจางซื่อหลงก็เดินออกไปทันที



       “อ้าว! เดี๋ยวก่อนซิ!” หยางมี่เรียกแต่ก็ไม่ทันเสียแล้ว นางคิด ‘เค้าจะไปไหนของเค้ากันนะ’



       นางถูกจับที่แขนขณะกำลังคิด “อ๊ากกก! ตกใจหมด..” เป็นอี้หยางที่จับแขนของนาง



       อี้หยางยิ้มแฉ่ง “ฮ่ะๆๆๆ พี่มี่ขวัญอ่อนจังเลย”


       ---


       หลังจากที่จางซื่อหลงเดินออกมา เขาไม่ได้ทำสิ่งใดนอกจากสะกดรอยตามชายสี่คนที่อยู่ด้านหน้า เขาขมวดคิ้ว “ใช่จริงๆด้วย เจ้าพวกนี้… ” ที่แท้ชายทั้งสี่คนคือผู้ที่มาขอเช่าห้องพักที่ใกล้จะหมดของโรงเตี้ยมหงส์หยกทองนั่นเอง ที่มันน่าแปลกคือพวกนี่มาอยู่ด้วยกันได้อย่างไรถ้าไม่เคยรู้จักกันมาก่อน



       จางซื่อหลงฉีกยิ้มเห็นทีต้องลองใช้ของที่อยู่ในกล่องนั่นแล้ว พริบตา! เขาใช้กายาไร้เงาหลบเข้าไปอยู่ในมุมมืด “ได้เวลาแปลงกายแล้ว ฮ่ะๆๆๆ”



       ชายแก่เดินออกมาจากมุมมืดท่าทางเงอะๆงะๆ เขามองตัวเองจากเงาสะท้อนที่มาจากสิ่งของ “ไอ้หย่า! ” เขาเบิกตากว้างพร้อมกับพูดเปรยออกมา “นี่มันตาแก่ในโลกของจิตสำนึกของเรานี่หว่า!” เขาเอามือปิดปากตัวเองด้วยความตกใจ แม้แต่เสียงยังเป็นเสียงตาแก่นั่นราวกับเป็นคนคนเดียวกัน



       แต่ตอนนี้ไม่ใช่เวลามาตกใจ จางซื่อหลงตั้งสติ ต้องรู้ให้ได้ว่าเถ้าแก่โรงเตี้ยมเล่นไม่ซื่อกับเขาหรือเปล่า ถ้าเป็นดั่งที่เขาคิดจะต้องเอาคืนเป็นสองเท่า ‘หนอยแน่! เล่นกับใครไม่เล่น ริจะมาเล่นผิดคนเฮอะๆ’ เขาหัวเราะออกมาราวกับจอมวายร้าย



       ชายทั้งสี่คนเข้าไปนั่งคุยกันอยู่ในร้านเหล้าข้างทาง



       “ลูกพี่! งานประจำปีปีนี้พวกเราได้เงินกันมาไม่ใช่น้อยเลย”



       “ข้าว่า.. ถ้ามันมีทุกเดือนก็คงดี พวกเราจะได้มีเงินใช้กันไม่ขาดมือ”



       “เอาเถอะ เอาเถอะ แค่ปีละครั้งพวกเราก็ได้เงินมากันมากโขแล้ว” เป็นลูกพี่ตอบ



       “คิดถึงสีหน้าเจ้าคนสุดทัายนั่นยังนึกขำไม่หาย กลัวจะไม่มีห้องพักต้องรีบจ่ายเงินทันควัน ฮ่ะๆๆ”



       “นี่ถ้าไม่ได้เจ้าสองคนมาช่วยย้ำอีกทีละก็ ปลาคงจะไม่ติดเหยื่ออย่างนี้หรอก ถ้าเราทำงานเสร็จไวเถ้าแก่ก็ใจดียอมจ่ายไม่อั้น”



       “แล้วถ้าเจ้าหมอนั้นมันรู้เข้า ว่าโรงเตี้ยมอื่นยังมีที่พักอีกเยอะ มันจะไม่เล่นพวกเรารึ” คนหนึ่งคิดเป็นกังวล



       ลูกพี่โบกมือ “ไม่ต้องกังวลไป ผู้คนส่วนใหญ่มาจากต่างถิ่น จบงานประจำปีก็กลับบ้านกลับช่องไปกันหมดแล้ว ไม่มีใครมาเสียเวลามาหาเรื่องพวกเราหรอก”



       “นั้นซินะลูกพี่”



       ชายสี่คนหัวเราะคึกคักกันใหญ่กับทั้งอาการเมาได้ที่ แต่หารู้ไม่ว่ามีชายแก่แอบฟังอยู่ไม่ไกลนัก



       จางซื่อหลงในร่างชายแก่หางคิ้วกระตุก ‘หนอยอย่างนี้ต้องสั่งสอน’


       ---


       ชายสี่คนเดินออกมาจากร้านเหล้า



       ปั่นแปะไหม! ปั่นแปะไหม!



       “นี่เจ้าหนู! เจ้าสนใจมาลองเสี่ยงทายไหมล่ะ” เสียงชายแก่ทักเด็กคนหนึ่งที่กำลังเดินเลียไอติมผ่านไป ในขณะที่เด็กคนนั้นต้องหันกลับไปมองอย่างงงัน



       ชายแก่นั่งบนเสื่อพร้อมกับมีโต๊ะตั้งอยู่ด้านหน้า มือของชายแก่กำลังโยนเหรียญอยู่



       เด็กคนนั้นพูดขึ้น “เจ้าเรียกข้าเหรอ =_=! ” เจ้าหนูหันซ้ายแลขวา



       “เจ้านั่นแหละ สนใจเสี่ยงทายไหม” ชายแก่ทำสีหน้าแย้มยิ้ม “ท้ายแค่ออกหัวหรือออกก้อย ถ้าท้ายถูกจะได้เงินไปตามจำนวนที่แทง”



       เด็กน้อยควักกระเป๋าเอาเงินออกมาสองชั่ง “เอาก็ได้ ลองซักตา” เจ้าหนูพูดทั้งจับจ้องที่เหรียญในมือของชายแก่



       “จับตาดูดีๆล่ะ” ชายแก่เอาเหรียญมาปั่นที่โต๊ะ พอเหรียญหมุนได้ที่รีบเอามือปิดไว้



       แปะ! เสียงเหรียญหยุดนิ่งในขณะที่มือของชายแก่ปิดไว้ไม่ให้เห็น



       เด็กน้อยสายตารวดเร็วท้ายทักทันที “ออกหัวแน่นอน!” เจ้าหนูวางเงินสองชั่งไว้ที่หัวแม่มือ



       ชายแก่แสยะยิ้ม “เจ้าแน่ใจแล้วรึ!” เขาค่อยๆเปิดออกช้าๆ



       “นั่นไงล่ะ! ออกหัวจริงๆด้วย!” เจ้าเด็กน้อยคนนั้นร้องลั่นทั้งเต้นแร้งเต้นกาอย่างดีอกดีใจ ก็เห็นอย่างชัดเจนว่าตบเอาหัวลงไปชัดๆ



       ชายแก่ส่ายหน้าควักเงินออกมาให้สองชั่งเท่ากับจำนวนที่แทงมา



       เมื่อได้แล้วก็อยากได้อีกเจ้าหนูจึงรีบพูดออกไป “ข้าขออีกรอบก็แล้วกัน”



       แปะ! เสียงเหรียญถูกปิดแน่นิ่งอีกรอบ เจ้าหนูสายตาดีเห็นชายแก่ตบเอาก้อยลงไปอย่างชัดเจน



       พอเปิดออกเท่านั้น! เสียงร้องลั่นออกมา “ฮ่ะๆๆ นั่นไงล่ะ! ออกก้อยจริงด้วย” เริ่มมีคนสนอกสนใจพากันเดินเข้ามาดู



       “ข้าให้เจ้าครั้งสุดท้ายแล้วพอ!” ชายแก่พูดขึ้นทำหน้าไม่ค่อยยินดีนัก



       แปะ! เหรียญหยุดนิ่งบนโต๊ะในฝ่ามือ



       เจ้าหนูฉีกยิ้ม “ข้าขอแทงหมดเลยก็แล้วกัน” พอชายแก่เปิดออกเท่านั้น “นั่นไงล่ะ! เสร็จข้าอีกจนได้ ฮ่ะๆๆๆ”



       ชายแก่ควักเงินออกมาให้แปดชั่งตามจำนวนที่เจ้าหนูแทงไป



       “ข้าขออีกรอบได้ไหม” เด็กน้อยพูดขึ้นขอเสี่ยงทายอีกรอบ



       ชายแก่ส่ายหน้า “ไม่เอาแล้ว! เปลี่ยนเป็นคนอื่นดีกว่า”



       “ข้าขอเสี่ยงทายบ้างแล้วกัน” ชายหนุ่มคนหนึ่งรีบพูดขึ้น



       “ข้าขอก่อน! ข้าขอก่อน!” บางคนขอแซงคิว



       ผู้คนเริ่มมามุงดูกัน แต่ชายแก่ขอรับเสี่ยงทายแค่ทีละคนเท่านั้น งานนี้ใครตาดีได้ตาร้ายก็เสีย



       เด็กน้อยเดินออกมา “ได้เพิ่มมาตั้งสิบสี่ชั่ง เสียดายจังไม่ให้ทายซะแล้ว” เจ้าหนูชุกคิด “ไปเล่นบ้านผีสิงดีกว่า!” แล้วจึงเดินฮัมเพลงไปตามทาง



       หนึ่งในชายสี่คนที่จางซื่อหลงสะกดรอยตามมาเห็นเหตุการณ์ทั้งหมด เขาแสยะยิ้มที่มุมปาก ถ้าเรื่องตาดีได้ตาร้ายเสียเขาไม่มีทางพลาด ขนาดเด็กยังทำได้นับประสาอะไรกับตน



       “ลูกพี่! ข้าขอไปลองเสี่ยงทายเล่นดูก่อนนะ”



       ลูกพี่พยักหน้าลองเล่นก็ไม่ได้เสียหายอะไร จึงต่างพากันเข้าไปมุงดูกับคนอื่นด้วย



       ชายแก่เหลือบตามอง ‘ในที่สุดปลาก็มาติดเหยื่อแล้ว ฮึๆ จ้างเด็กมาเป็นหน้าม้าให้.. ได้ผลเกินคาด’   

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 20 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 18:20
    ง่อววว รอดูๆ
    #397
    0
  2. วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2562 / 07:39
    ร้ายกาจ
    #396
    0