ตอนที่ 135 : ภาค2:ตอนที่ 35 คล้ายกับตำรายุทธ์ต้องห้าม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 201
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    19 ม.ค. 62

       แม้จะถูกมู่เจียงกดดันแต่จางซื่อหลงก็ยังคงยิ้มกริ่มออกมา ‘คิดจะหยุดสกิลหนีขั้นเทพคงต้องรอไปอีกหมื่นปีแล้วม้าง ฮ่ะๆๆๆ’ เขาเผลอท้าวเอวหัวเราะร่า



       มู่เจียงมองตาแคบ ‘เป็นบ้าอะไรของมันล่ะนั้น =_=! ’



       จางซื่อหลงยังคงหัวเราะฮ่ะๆไม่หยุด



       มู่เจียงทำเสียงหึ “เจ้าคิดว่า.. ข้าพูดล้อเล่นอยู่รึ!”



       ฉับพลัน! มีปราณประหลาดเยือกเย็นออกมาจากร่างของมู่เจียงทำให้อาณาบริเวณโดยรอบที่ปราณนั้นวิ่งผ่านกับกลายเป็นผนึกน้ำแข็งแทบจะทันที ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไหร่ที่ต้นไม้ใบหญ้าหรือพื้นดินเย็นยะเยือกหยุดนิ่งราวกับปฏิมากรรมน้ำแข็งยังไงยังงั้น



       จางซื่อหลงเบิกตากว้าง “เกิดอะไรขึ้น!” เขาอยากจะมีตาเพิ่มอีกซักสิบตาเพื่อมองให้ทันว่าเมื่อครู่เกิดสิ่งใดขึ้นกันแน่



       ท่านพี่!! อี้หยางกับอี้หยินร้องลั่นเมื่อผนึกน้ำแข็งขึ้นจากเท้าแล้วห่อหุ้มร่างของพวกเขาเอาไว้จนสุดไปถึงคอ



       “หยุดนะ! เจ้าคิดจะทำอะไรกันแน่!” จางซื่อหลงร้องตะโกนเสียงดัง ใบหน้าเปลี่ยนเป็นตรึงเครียดขึ้นมาทันที เขามองไปทั่วอาณาบริเวณที่กับกลายเป็นผนึกน้ำแข็งอย่างฉับพลัน



       “หึๆ ตัวประกันยังไงล่ะ เมื่อการประลองสิ้นสุดลงข้าถึงจะปล่อยพวกเขาไป” มู่เจียงแสยะยิ้ม เขาควบคุมทุกอย่างไว้ในมือได้อย่างสมบูรณ์



       ในเวลาเดียวกันนั้นเอง ย๊ากกก! อี้หยางร้องคำราม




       เสียงน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของอี้หยางกำลังปริแตก แก๊ก.. แก๊ก.. แก๊ก.. เพร้งงง!



       อี้หยางสามารถหลุดออกมาจากผนึกน้ำแข็งนั่นได้



       มู่เจียงเบิกตากว้างไม่อยากจะเชื่อสายตา “เจ้าเด็กนี่! เด็กฝาแฝดชายชื่อว่าอี้หยาง.. ” เขาจดจำรูปลักษณ์มาจากข้อมูลที่เขาได้ฟังมา



       อี้หยางกระโดดเข้าขว้างหน้าจางซื่อหลงเอาไว้ “ท่านพี่! ให้ข้าจัดการมู่เจียงผู้นี่เอง ไม่ต้องถึงมือท่านหรอกครับ”



       อ้าว! เข้าทางน่ะสิ! จางซื่อหลงรู้ตัวอยู่แล้วยังไงก็ไม่สามารถสู้มู่เจียงได้ แต่ถ้าเป็นอี้หยางล่ะก็ “ฮ่ะๆๆ ดูเหมือนว่าข้าคงไม่ต้องลงมือเองสินะ ถ้าเจ้าไม่สามารถชนะอี้หยางได้ก็ลืมเรื่องที่จะเอาชนะข้าไปได้เลย” จางซื่อหลงกอดอกแอ๊คท่าราวกับผู้เยี่ยมยุทธ์



       มู่เจียงฉีกยิ้มที่มุมปาก “ย่อมได้! ข้าจะถือว่าเป็นการอุ่นเครื่องก็แล้วกัน”



       ระบบแจ้งเตือนเข้ามาในหัวพร้อมกับเมนูยืนยันการท้าประลองยุทธ์ปรากฎด้านหน้าของจางซื่อหลง “ผู้เล่นมู่เจียงท้าประลองยุทธ์ผู้ติดตามอี้หยาง ถ้าต้องการประลองกดยืนยัน”



       จางซื่อหลงเลิกคิ้ว เขาพึ่งเคยเห็นเมนูการประลองยุทธ์นอกเขตเมืองเป็นครั้งแรก ถ้าเข้าสู่เมนูนี้เมื่อตายในการประลองยุทธ์จะคืนชีพภายใน 1 นาที ‘ดูเหมือนจะไม่เสียหายอะไรแฮะ’ แต่ถ้าให้เขาประลองเสียเอง เขาก็รู้ผลอยู่แล้วจะประลองเองให้เสียหน้าทำไม ‘สู้ๆนะอี้หยาง! อย่าแพ้ล่ะ!’



       จางซื่อหลงกดยืนยัน เสียงระบบดังก้องแม้แต่อี้หยางเองยังได้ยินเสียงนี้ด้วย “อีก 10 วินาที เตรียมพร้อมประลองยุทธ์ ห้า! สี่! สาม! สอง! หนึ่ง! บัทเทิล!”



       แม้เสียงจากระบบจะทำให้อี้หยางประหลาดใจบ้างแต่มันก็ไม่ใช่เวลามาขบคิด



       อี้หยางพุ่งเข้าใส่พร้อมร้องคำราม เพลงยุทธ์หมัดเหล็กท่องวายุ!



       ตูม! ตูม! ตูม!...



       อี้หยางร่ายรำกระบวนหมัดทำลายผนึกน้ำแข็งที่ถูกสร้างขึ้นมาอย่างฉับพลันขัดขวางปกป้องร่างของมู่เจียงเอาไว้ เกิดกระแสสายลมพายุพัดออกมาจากร่างของอี้หยางด้วยความเร็วของพายุหมัดที่กำลังกระหน่ำซัดแบบไม่ยั้งมือ



       “ใช้ได้นี่เจ้าหนู! เพลงหมัดนี่สินะที่เอาชนะเพลงดาบปราบมารของฟงหวินมาได้” มู่เจียงเผยสายตาเป็นประกายเลือดในกายสูบฉีดตื่นเต้นกับกระบวนยุทธ์พายุหมัดเหล็กที่รวดเร็วปานพายุที่พัดโหมกระหน่ำและหนักหน่วงราวกับฆ้อนที่ถูกเหวี่ยงทุบเข้ามานับไม่ถ้วน “อย่างนี้สิ! ถึงทำให้ข้าเริ่มจะสนใจเจ้าขึ้นมาบ้าง”



       ในขณะเดียวกันนั้น ปรากฎปราณประหลาดอลวนรอบหมัดของมู่เจียง พริบตาเกิดผนึกน้ำแข็งห่อหุ้มหมัดเอาไว้ลักษณะคล้ายถุงมือหมัดเหล็กของอี้หยาง



       มู่เจียงร้องคำราม เพลงหมัดมังกรแหวกว่ายวารี!



       มู่เจียงร่ายรำกระบวนยุทธ์ปล่อยหมัดตอบโต้อี้หยางทันควัน หมัดน้ำแข็งทนทานราวกับเหล็กกล้าปะทะหมัดเหล็กของอี้หยางเสียงดังสนั่นไปทั่วอาณาบริเวณ เกิดสายลมโบกสะบัดพัดไปทั่วทิศราวกับยืนอยู่ท่ามกลางของคลื่นทะเลคลั่ง



       จางซื่อหลงเบิกตากว้าง ลมที่เกิดจากการปะทะผ่านร่างของเขาราวกับหยุดยืนอยู่ต่อหน้าท้องทะเล



       นี้หรือคือการปะทะกันระหว่างจอมยุทธ์!



       ดุเดือดเลือดพล่านอะไรเช่นนี้!



       ก่อนหน้านี้อี้หยางยังไม่ได้บรรลุระดับจอมยุทธ์ เพลงยุทธ์หมัดเหล็กไม่ได้ร้ายกาจเท่านี้มาก่อน อี้หยางช่างไปไกลนัก!



       จางซื่อหลงจ้องมองกระบวนท่าร่ายรำของมู่เจียง ไหลลื่นราวกับมังกรกำลังแหวกว่ายอยู่ในวารีพลิกแพลงเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ท่วงท่าดูเหมือนไร้น้ำหนักแต่เสียงปะทะกับดุดันราวกับพญามังกรโกรธเกรี้ยวทรงอานุภาพ



       ‘เพลงหมัดมังกรแหวกว่ายวารีงั้นรึ ประเดี๋ยวคงได้รู้กัน’ จางซื่อหลงฉีกยิ้มเมื่อนึกถึงช่วงเวลาที่อี้หยางใกล้จะระเบิดพลังยุทธ์ออกมา



       “ทะ.. ท่าน.. พี่.. ขะ.. ข้าหนาว” เสียงสั่นเครือด้วยความเหน็ดหนาวของอี้หยินจนฟันสั่นกระทบกัน



       จางซื่อหลงหันไปมอง “อ้าว!” เขาลืมไปแล้วเสียสนิท “รอประเดี๋ยว! ข้าจะรีบเอาเจ้าออกมา!”



       จางซื่อหลงเปิดเป้เพื่อหาอุปกรณ์เหมาะมือ “อืม~ จะเอาอะไรดีล่ะเนี่ย” เขาหยิบเอาอาวุธออกมาทีละชิ้น



       “กระบี่เหรอดูเหมือนจะเล็กเกินไป ดาบล่ะ! อืม~ ไม่ดีกว่า” จางซื่อหลงยังคงเลือกไม่ถูกเพราะในเป้มีอาวุธหลากหลายเหลือเกินจนตาแทบลาย นี่ก็ไม่ดี! นั่นก็กลัวว่าจะไปทำให้อี้หยินได้รับบาดเจ็บ “อดทนหน่อยอี้หยิน! ข้ากำลังรีบหาอาวุธเหมาะมืออยู่!”



       “ทะ.. ท่านพี่.. ขะ.. ข้า.. จะทนไม่ไหวแล้ว” อี้หยินท่าจะแย่จริงๆถูกน้ำแข็งเย็นเฉียบห่อหุ้มร่างกายเอาไว้



       “เจอแล้ว! นี่แหละเหมาะมือนัก...” จางซื่อหลงหันไปมองอี้หยิน เขาอ้าปากค้าง “อี้หยิน!” อี้หยินสลบไปตั้งแต่เมื่อไรเขาไม่ทันได้รู้ตัว



       ในมือจางซื่อหลงถือลูกตุ้มเหล็กมีหนาม เขารีบใช้มันทุบไปยังผนึกน้ำแข็งที่ห่อหุ้มร่างของอี้หยินไว้ทันที



       “จริงสิ!” ไม่ต้องรอให้ใครมาบอก จางซื่อหลงเรียกใช้วิทยายุทธ์



       กายาไร้เงา!



       ใช้เวลาไม่นานจางซื่อหลงใช้ความเร็วของกายาไร้เงาก็สามารถเอาอี้หยินออกมาจากผนึกน้ำแข็งได้ เขารีบเอาผ้าห่มมาห่อร่างของนางเอาไว้ จากนั้นเขาจึงอุ้มนางเข้าไปในถุงนอนเพิ่มความอบอุ่น



       ขณะเดียวกันมู่เจียงมัวแต่ติดพันอยู่กับอี้หยางไม่มีเวลามาสนใจจางซื่อหลงกับอี้หยินเลยแม้แต่น้อย



       “อุ่นเครื่องกันมามากพอแล้ว ได้เวลาปิดบัญชี!” มู่เจียงพูดขึ้นอย่างมั่นใจ



       ทันใดนั้นเองเกิดผนึกน้ำแข็งตรึงที่เท้าของอี้หยางเอาไว้ไม่ให้ไปไหน



       ฉับพลันปราณประหลาดทั่วอาณาบริเวณถูกดูดกลับเข้าไปยังร่างของมู่เจียง



       มู่เจียงร้องคำรามลั่น พลังปราณน้ำแข็งพลิกผืนปฐพี!



       บูมมม! เสียงสนั่นสั่นสะเทือนเลือนลั่นราวกับว่าแผ่นดินกำลังจะถล่มทะลาย ปราณน้ำแข็งได้ระเบิดพลังอันมหาศาลออกจากร่างของมู่เจียงพลิกผืนปฐพีเบื้องหน้าโหมเข้าใส่อี้หยางที่มิอาจจะหนีไปให้พ้นได้ด้วยระยะเวลาอันสั้น



       จางซื่อหลงทำตาแคบลง “ทำไมพลังของเจ้านี่ช่างให้ความรู้สึกเหมือนกับ...” เขาไม่ได้สนใจเลยว่าอี้หยางเป็นอะไรหรือไม่ แต่กับให้ความสนใจและขบคิดถึงรูปแบบวิชายุทธ์ของมู่เจียงมากกว่า “พลังของเจ้านี่เหมือนกับ...”



       จางซื่อหลงเบิกตากว้างนึกขึ้นได้ “มันคล้ายกับตำรายุทธ์ต้องห้ามที่ถูกผนึกเอาไว้!”



       เขาทบทวนเรื่องราวเล่าขานเกี่ยวกับวิชามารที่เจี๋ยนหลางผู้ดูแลสำนักลมปราณสาขาเจิ้งโจวเล่าใช้ฟังถึงตำรายุทธ์ต้องห้าม 2 เล่มที่ถูกแยกเก็บไว้ที่วัดเส้าหลินกับสำนักบู๊ตึ๊ง รูปแบบวิชายุทธ์ปราณประหลาดของมู่เจียงช่างเหมือนกันกับวิชายุทธ์ปราณสีดำของจอมมารจ่านหลงยิ่งนัก จะต่างกันก็แค่วิชายุทธ์ของมู่เจียงน่าจะเป็นปราณที่สามารถทำให้ทุกอย่างในอาณาบริเวณกลายเป็นน้ำแข็งส่วนวิชายุทธ์ของจอมมารจ่านหลงเป็นปราณที่ดูดพลังชีวิต



       จางซื่อหลงแอบคิดในใจ ‘ไม่แน่ว่า.. อาจจะมีวิชายุทธ์อื่นที่คล้ายคลึงกันนี้อยู่อีกในยุทธภพก็เป็นได้’



       หลังจากที่มู่เจียงปล่อยพลังปราณน้ำแข็งผลิกผืนปฐพีทำลายทุกสิ่งที่อยู่เบื้องหน้า เขาแสยะยิ้มที่มุมปากคิดว่าอี้หยางคงไม่รอดหรือไม่ก็บาดเจ็บเจียนตายแล้วเป็นแน่ แต่ทว่า.. เขากับต้องเลิกคิ้วขึ้นเมื่อเห็นอี้หยางยังคงหยุดยืนอยู่ได้โดยที่พลังปราณน้ำแข็งมิอาจเข้าถึงตัวได้เลยแม้แต่น้อยแล้วยังปรากฎพลังปราณที่ราวกับว่ามันถูกสลายไปทันทีเมื่ออยู่ต่อหน้าของอี้หยาง



       “มันใช้วิชายุทธ์อะไรกัน! ถึงสามารถปกป้องพลังทำลายล้างของปราณน้ำแข็งของข้าได้” มู่เจียงพูดเปรยออกมาอย่างอึ้งทึ่ง


       ---


       อีกทางด้านหนึ่งของป่า… เซินหย่ากับฉางเกาใช้วิชาตัวเบาเร่งตามหาจางซื่อหลง



       ฉางเกาพูดขึ้น “เสียงมันมาจากทิศทางที่พวกมันหนีไป”



       “บ้าจริง! เจ้านั่นมันใช้วิชาตัวเบาจริงๆรึ ทำไมถึงหนีได้รวดเร็วถึงเพียงนี้” เซินหย่าอดสงสัยไม่ได้ การจู่โจมในระยะเผาขนขนาดนั้น ศัตรูกับสามารหลบหนีออกไปได้อย่างรวดเร็ว



       “อย่าบอกนะ!” ฉางเกาหันมามองหน้าเซินหย่า “ว่าเจ้านั่น.. ฝึกวิชาเคลื่อนย้ายกายา



       เซินหย่าส่ายหน้า “เป็นไปไม่ได้ ร่องรอยมันแตกต่างกัน แต่ไม่ว่าจะยังไงทุกวิชาต้องมีขีดจำกัด เมื่อเจอตัวแล้วค่อยหาความจริงอีกที” ฉางเกาพยักหน้ารับรู้แล้วทั้งสองก็รีบเร่งฝีเท้าไปยังทิศทางของเสียงที่ระเบิดดังกัมปนาทนั้นทันที

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 19 มกราคม 2562 / 18:05
    มัน มัน
    #389
    0