ตอนที่ 133 : ภาค2:ตอนที่ 33 ไอประหลาดสีขาว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 222
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    12 ม.ค. 62

       อี้หยางพยายามแก้เชือกที่มัดร่างขององค์ราชินีหมาป่าเอาไว้ แต่ดูแล้วจะไม่เป็นผล



       “เร่งมือเข้าสิ! ใยเจ้าจึงงุ่มง่ามอย่างนี้นะ!” นางปีศาจพูดเสียงกระแทกแดกดัน แต่ดูเหมือนอี้หยางยิ่งพยายามแกะเชือกกับยิ่งรัดตัวนางแน่นไปกว่าเดิม



       นางปีศาจเผยแววตาใสซื่อออดอ้อนไปยังจางซื่อหลงที่กำลังยิ้มกริ่มมายังนาง “นายท่านคะ ท่านจะไม่มาช่วยแก้มัดข้าเหรอ ดูเหมือนว่าเด็กรับใช้ของท่านจะแก้มันไม่ออกคะ” นางคิดในใจ ‘ถ้าข้าหลุดไปได้จะสับเจ้าให้เป็นหมื่นชิ้นเลยคอยดู’ นางซ่อนจิตชั่วร้ายไว้ในใบหน้าอันงดงามของนาง



       จางซื่อหลงหัวเราะ “ฮ่ะๆๆๆ อี้หยาง! เจ้ากำลังทำอะไรของเจ้าน่ะฮึ”



       “ก็ท่านพี่สั่งให้ข้าแก้มัดให้นางไม่ใช่เหรอครับ” อี้หยางพูดอย่างไม่สบอารมณ์นัก เขากำลังพยายามแกะเชือกที่จางซื่อหลงมัดเอาไว้มั่วซั่วไปหมด



       “ข้าสั่งเจ้าให้ปล่อยนาง ไม่ได้สั่งให้เจ้าแก้มัดให้นางซักหน่อย” จางซื่อหลงเปลี่ยนสีหน้าเรียบนิ่งแสยะยิ้ม



       “ท่านพี่! หมายความว่า...” อี้หยางหันมาทำสีหน้ามึนงง



       “อย่าเสียเวลาไปแก้มัดนางซะให้ยาก เงื่อนผูกมั่วขั้นเทพสมัยประถมของข้า แม้แต่ตัวข้าเองยังต้องปวดหัวเลย” จางซื่อหลงเดินเข้ามาหา “อี้หยาง! ที่ข้าบอกให้ปล่อยไม่ใช่ให้ไปแก้มัดให้กับนาง แต่หมายถึง…” เขาจ้องมองนางปีศาจทั้งแสยะยิ้ม “ปล่อยนาง.. ไปลงนรกต่างหากล่ะ”



       “นี่.. เจ้า!” นางปีศาจได้ยินถึงกับตกใจแต่ก็พยายามแสร้งทำเสียงใส “เออ.. นายท่านพูดเล่นใช่ไหมคะ แหม! เล่นทำเอาข้าตกอกตกใจหมด” นางบิดตัวไปมาเผยสัดส่วนรูปร่าง



       จางซื่อหลงเลิกคิ้วขึ้นทำเสียงหึ “ถ้าข้าพูดเล่น แล้วเจ้าพูดจริงงั้นรึ”



       “หมายความว่าไงหรือเจ้าคะ?” นางปีศาจยังคงทำท่าทางใสซื่อ



       จางซื่อหลงไม่พูดสิ่งใด เขาหันหลังเดินนิ่งราวกับกำลังจะเดินออกนอกพื้นที่



       นางปีศาจเห็นดังนั้นหางคิ้วกระตุกพลันสีหน้าเปลี่ยนเป็นน่าเกลียด นางตะโกนเรียก “เจ้ารู้ได้ยังไงว่าข้าโกหกเจ้า!”



       จางซื่อหลงหยุดยืนโดยไม่ได้หันมา เขาหัวเราะหึๆ “สำหรับนางปีศาจมากกว่าสามร้อยเล่มเกวียนเยี้ยงเจ้ามันไม่ยากที่จะรู้” เขายกนิ้วขึ้นแล้วพูด “หนึ่ง! เจ้ามิอาจซ่อนจิตสังหารจากข้าผู้นี้ได้ สอง! ระบบไม่แจ้งเตือน ถ้าใครเชื่อปีศาจอย่างเจ้าคงจะบ้าไปแล้วกระมัง”



       นางปีศาจเผยแววตาเกรี้ยวกราดที่จางซื่อหลงรู้เท่าทันนาง ไอ้คำตอบข้อแรกพอจะเข้าใจอยู่ แต่ข้อหลังเนี่ยซิ! ระบบไม่แจ้งเตือนมันอะไรกันแน่ นางเปลี่ยนร่างแล้วเริ่มใช้พละกำลังของนางดิ้นรนสุดชีวิตเพื่อเอาตัวรอดในขณะที่อี้หยางรีบผลักตัวออกมาจากนาง



       ปีศาจหมาป่ากำลังคลั่ง!



       จางซื่อหลงพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “อี้หยาง! กำจัดนางซะ!” จากนั้นเขาก็หายไปเพียงชั่วพริบตา



       องค์ราชินีหมาป่าใช้พละกำลังทั้งหมดที่มี แต่กลับได้ยินแค่เสียงปริแตกของเชือกเท่านั้น ถ้ามีเวลามากกว่านี้นางคงให้พละกำลังของนางทำให้มันขาดได้เป็นแน่



       แต่ตอนนี้คงไม่ทันแล้ว!



       นางรีบเปลี่ยนร่างกลับมาเป็นสาวงามดังเดิมในขณะที่อี้หยางกำลังจะลงมือ



       “น้องชาย! เจ้าคงไม่ใจร้ายพอที่จะฆ่าพี่สาวสุดสวยอย่างข้าใช่ไหม” นางทำตาใสแจ๋วแอ๊บแบ๊วทำแก้มป่อง



       อี้หยางเผยรอยยิ้มอันชั่วร้ายออกมาราวกับเป็นคนเดียวกันกับจางซื่อหลง “ตรงกันข้ามเลยแหละ.. พูดกับเจ้ามันเปลืองน้ำลาย ไปลงนรกซะเถอะยัยป้า!” เขายังคงนึกถึงนางปีศาจที่พูดจิกกระบานเขาก่อนหน้านี้



       ฆ่านางเสียให้ตายเถอะ! ตั้งแต่มีชีวิตอยู่มานับพันปี ยังไม่มีใครกล้าเรียกนางว่ายัยป้าแม้แต่คนเดียว “เจ้าเด็กเวรนี่! อย่าให้ข้าหลุดไปได้นะ” นางร้องอย่างเดือดดาล ถ้ามีนางอีกคนหนึ่งคงดีจะสั่งสอนเด็กบ้านี่ให้หลาบจำ



       “คงต้องเป็นชาติหน้าแล้วแหละ ไปลงนรกซะ!” อี้หยางพูดจบพร้อมเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์



       พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหก! ย๊ากกก!



       นางปีศาจเบิกตากว้าง นางร้องลั่นสุดเสียง ม้ายยย~ไม่!!



       บูมมม!



       เสียงดังสนั่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองลอยฟ้าด้วยอานุภาพของพลังยุทธ์และโอกาสโจมตีเพิ่มขึ้นอีกเป็นสองเท่า



       อี้หยางไม่หยุดเพียงแค่นั้น เขายังคงระเบิดคัมภีร์ยุทธ์ออกไปอีกหลายครั้ง จนจางซื่อหลงที่อยู่กับอี้หยินไม่ห่างไกลนักอดนึกไม่ได้ว่า นางปีศาจหมาป่าไปทำให้อี้หยางโกรธแค้นมาตั้งแต่ชาติปางใดกันแน่



       เสียงจากระบบแจ้งเข้ามาในหัว “องค์ราชินีหมาป่า เลเวล 60 ถูกสังหาร ได้รับตำราวิชายุทธ์พิณสวรรค์ 1 เล่ม”



       สิ่งที่ระบบแจ้งมา จางซื่อหลงคาดการณ์ไว้อยู่แล้ว แต่มันมีสิ่งหนึ่งผิดแปลกไป “แล้วอาวุธล่ะ! ทำไมถึงไม่ได้ด้วย!” เขาทำหน้าตาตื่น ทำไมไม่เหมือนตอนที่จัดการกับวานรวายุหมัดเหล็กที่ได้ทั้งอาวุธและตำรายุทธ์กันเล่า



       หลังจากที่เสียงระเบิดราวกับฟ้าจะถล่มสิ้นสุดลง จางซื่อหลงกับอี้หยินรีบไปหาอี้หยางทันที



       จางซื่อหลงอดคิดไม่ได้ว่า หรืออี้หยางจะหนักมือไปหน่อยจนพิณนั่นถูกทำลายไปแล้วกันแน่



       ขณะเดียวกันเสียงจากระบบแจ้งเตือน “อีกสามนาทีดันเจี้ยนจะถูกทำลาย! ทุกคนจะถูกส่งกลับไปยังที่เดิมที่ท่านเข้ามาคะ!”



       พอจางซื่อหลงไปถึงก็เห็นอี้หยางยืนนิ่งจ้องมองบางอย่างอยู่ “เกิดอะไรขึ้นอี้หยาง!”


       

       “ไม่รู้เหมือนกันครับท่านพี่! เหมือนว่านางปีศาจจะยังไม่ตาย!” อี้หยางตอบพร้อมกับจ้องมองไปยังร่างของหมาป่า ไม่สิ! มันเป็นลูกหมาป่าสีขาวตัวจ้อยที่กำลังนอนแน่นิ่งอยู่ซะมากกว่า แต่สิ่งที่แตกต่างจากลูกหมาป่าทั่วไปคือมันมีหางเป็นพวงอยู่แปดหาง



       มันเหลืออยู่แปดหางงั้นรึ!



       จางซื่อหลงจ้องมองอย่างสงสัยไปยังไอประหลาดสีขาวที่กำลังอลวนราวกับว่ามันกำลังปกป้องหมาป่าน้อยตัวนั้นเอาไว้



       ช่างหัวมันเถอะ! จางซื่อหลงเลิกสนใจแล้วเดินไปหยิบตำราวิชายุทธ์รูปเล่มสีเงินขึ้นมา หน้าปกของมันระบุไว้ชัดเจนว่า “ตำราวิชายุทธ์พิณสวรรค์”



       จางซื่อหลงหัวเราะร่าในที่สุดเขาก็ได้ครอบครองตำราวิชายุทธ์พิณสวรรค์จนได้ จากสีของมันเขารู้ได้ทันทีว่ามันเป็นคัมภีร์ยุทธ์ระดับปรมาจารย์ ถึงมันจะไม่ได้มีเพียงเล่มเดียวในยุทธภพแต่ก็ถือว่ามันหาได้ยากยิ่ง



       จางซื่อหลงหมุนรอบตัวเองแล้วชูตำรายุทธ์ขึ้นราวกับว่าซาโตชิจับโปเกม่อนได้ “ตำราวิชายุทธ์พิณสวรรค์เสร็จฉันแล้ว!”



       อี้หยางกับอี้หยินหันมามองหน้ากัน “ท่านพี่จางทำอะไรของเค้านะ =_=!  =_=! ”



       “เอ้! อี้หยาง! เจ้าเห็นพิณบ้างหรือเปล่า” จางซื่อหลงหันไปถาม



       อี้หยางนึกไม่นานพูดขึ้น “ถ้าเป็นพิณของนางปีศาจล่ะก็ มันแตกสลายไปพร้อมกับหางของนางแล้วครับ”



       อี้หยางอธิบายหลังจากที่เขาระเบิดพลังหมัดเหล็กเข้าใส่นางปีศาจ หางของนางก็ได้แตกสลายไปพร้อมกับพิณของนาง จากนั้นร่างของนางก็แปรเปลี่ยนกลายเป็นหมาป่าน้อยสีขาวนอนแน่นิ่ง อี้หยางคิดว่านางปีศาจคงยังไม่ตายจึงระเบิดพลังหมัดเหล็กเข้าใส่หลายครั้งก็มิอาจทะลายการป้องกันของไอประหลาดสีขาวนั่นไปได้



       หลังจากที่อี้หยางพูดจบ ทุกคนหันไปดูหมาป่าขาวตัวจ้อยพร้อมกัน



       อ่ะ! มันหายไปไหนแล้ว!



       ไม่รู้ตั้งแต่เมื่อไรที่หมาป่าน้อยแปดหางนั่นหายไป ทุกคนหันซ้ายแลขวาเพื่อค้นหามัน



       งั้ม!



       อ๊ากกก! มือฉ้านนน!



       จางซื่อหลงร้องซะลั่น เจ้าหมาป่าขาวน้อยเจ้ากรรมดันกัดที่มือของเขาจนได้ เขาสลัดมือไปมา แต่ดูเหมือนว่ามันจะไม่ยอมปล่อยปากที่งับมือของเขาเอาไว้



       พลัน! หมาป่าขาวน้อยแปดหางละจากมือของจางซื่อหลง จากนั้นก็ขู่คำรามเห่าบ๊อกๆ ก่อนที่จะวิ่งหลบหนีไป



       “จะหนีงั้นรึ! ฝันไปเถอะ!” จางซื่อหลงคว้ากระบี่ออกมากำลังจะใช้กายาไร้เงาไล่ตามไปสับมันให้เป็นหมื่นชิ้น แต่ทว่า.. อยู่ๆทั้งเมืองลอยฟ้าก็เกิดการสั่นสะเทือนราวกับว่ามันกำลังปริแตกและถล่มตกลงไปยังผืนแผ่นดินเบื้องล่าง



       “แย่แล้ว! พวกเรากำลังจะถูกส่งกลับ!” จางซื่อหลงรีบนึกว่าเขาลืมอะไรทิ้งไว้บ้าง “ม้ายยยไม่! กระดานโก๊ะ โต๊ะนั่งกับเบาะ ต้องรีบไปเอาแล้ว อี้หยาง! อี้หยิน! รีบออกจากวังนี้กันเร็ว”



       อี้หยางอี้หยินต่างใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างออกไปจากวัง ส่วนจางซื่อหลงกำลังใช้กายาไร้เงารีบไปเก็บกระดานโก๊ะ



       “เห็นอยู่รำไรแล้ว ฮ่ะๆๆๆ ในที่สุดก็มาทันจนได้” จางซื่อหลงกำลังเอื้อมมือไปเก็บกระดานโก๊ะ พลัน! เกิดแสงจ้าจนต้องหลับตา “เฮ้ย! ไม่ใช่ตอนนี้เฟ้ยยย!”



       ฉับพลัน! จางซื่อหลงก็ปรากฎร่างกลางอากาศตกลงสู่พื้นข้างๆทางเข้าดันเจี้ยนเสียแล้ว



       ตุบ!



       “อุ๊บ! จุกเป็นบ้า!” จางซื่อหลงบ่นกระอักกระอ่วน ไม่ทันได้ขาดคำ!



       อ๊าาา~!! อ๊าาา~!!



       อี้หยางกับอี้หยินร้องลั่นตกลงมาทับร่างของจางซื่อหลงซ้ำเข้าไปอีก



       ตุบ!



       ขณะเดียวกันนั้นแผ่นโลหะสีเงินลายมังกรทางเข้าดันเจี้ยนได้แตกสลายหายไปกลายเป็นอากาศธาตุพร้อมกับเสียงแจ้งจากระบบ “ผู้ติดตามอี้หยางทำตามเงื่อนไขเปลี่ยนจากผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงเลื่อนระดับเป็นจอมยุทธ์ ค่าสถานะของผู้ติดตามเพิ่มสองเท่า”



       อี้หยินลุกขึ้นพูดอย่างตื่นตระหนก “พี่อี้หยาง! ท่านพี่จางล่ะ!” พวกเขาพลัดจากจางซื่อหลงตอนวิ่งออกมาจากในวัง



       “ขะ.. ข้า.. อยู่นี่..” จางซื่อหลงร้องโอดโอยอัดอั้นตันใจ เขาไม่ทันได้สนใจกับสิ่งที่ระบบแจ้งเตือนมา



       อี้หยางอี้หยินได้ยินเสียงจางซื่อหลงรีบกระโดดออกจากร่างของเขาที่ยุบลงไปในดินทันที “ท่านพี่!”



       อี้หยางอี้หยินช่วยกันประคองจางซื่อหลงขึ้นมาจากพื้นดินแล้วพูดพร้อมกัน “ท่านพี่ไม่เป็นอะไรใช่ไหมครับ,คะ”



       จางซื่อหลงตั้งหลักได้รีบลุกยืนขึ้นแล้วพูด “ข้าไม่เป็นอะไรหรอก แค่พวกเจ้าไม่เป็นอะไรก็พอแล้ว” เขาแอ๊คท่าหันมาพูด “ศึกครั้งนี้พวกเจ้าทำได้ดีมาก หลังจากกลับไปถึงเมืองข้าจะมอบก๋วยเตี๋ยวอร่อยสุดในยุทธภพให้เป็นรางวัลก็แล้วกัน”



       “จริงๆนะท่านพี่!!” อี้หยางอี้หยินพูดพร้อมกันอย่างตื่นเต้น น้อยครั้งนักที่จางซื่อหลงจะเอาก๋วยเตี๋ยวสุดอร่อยให้พวกเขาได้กินเพราะส่วนใหญ่จะเป็นซาลาเปาซะมากกว่า นั่นก็เพราะจางซื่อหลงชอบบอกกับพวกเขาว่ามันคือการฝึกฝนตน



       ทันใดนั้นเองบรรยากาศโดยรอบพลันเปลี่ยนไป เมื่อจางซื่อหลงอี้หยางกับอี้หยินสัมผัสได้ถึงจิตสังหารที่ซ่อนตัวตนอยู่ในป่า พวกเขามองไปยังทิศทางนั้น



       “ฮ่ะๆๆๆ ไม่นึกเลยว่าพวกเจ้าจะมีสัมผัสที่ดีเยี่ยมถึงเพียงนี้” เสียงหนึ่งดังขึ้นออกมายังทิศทางที่พวกเขาจับจ้อง



       “ในเมื่อพวกเจ้ารู้ตัวแล้ว ก็คงไม่ต้องพูดพร่ำทำเพลง” อีกเสียงหนึ่งพูดขึ้นหนักแน่นน่าเกรงขาม “ส่งตำรายุทธ์ที่พวกเจ้าได้มา ให้พวกข้าซะ!”



       แทบจะในทันที! ปรากฎสองบุรุษมาดมั่นพุ่งออกมาจากในป่าด้วยวิชาตัวเบาเลิศล้ำ ทั้งสองหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าของจางซื่อหลง คนหนึ่งพูดขึ้น “จะตายที่นี่! หรือจะมอบตำรายุทธ์มา! เลือกเอา!”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #387 St-one (@St-one) (จากตอนที่ 133)
    วันที่ 15 มกราคม 2562 / 11:31
    ทำไมไม่เก็บ น้องม๋า แปดหาง มาด้วยยยย ฮือออออ
    #387
    0
  2. วันที่ 12 มกราคม 2562 / 23:22
    ขอบคุณครับ
    #386
    0