ตอนที่ 132 : ภาค2:ตอนที่ 32 แผนหนึ่ง.. สอง.. สาม..

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 216
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 19 ครั้ง
    10 ม.ค. 62

       จางซื่อหลงถอนหายใจเฮือกใหญ่ “เกือบไปแล้วไหมล่ะ” เขาพาอี้หยินไปหลบอยู่หลังกำแพงร้อยบาน “อี้หยิน! เรามาสลับเป้กัน ข้ามีแผนจัดการกับนางปีศาจบ้านั่นแล้ว” เขาฉีกยิ้มออกมา



       จางซื่อหลงยื่นเป้สินค้าให้อี้หยินส่วนตัวเองแบกเป้สัมภาระเอาไว้ “โอ้! เหลือช่องว่างเพียบเลยแฮะ งานนี้มีแต่รวยกับรวยเฟ้ย” เขาเช็คช่องเก็บของในกระเป๋าทั้งทำตาเป็นประกาย



       “พวกเราเข้าไปหลบซ่อนในวังกันเถอะ” จางซื่อหลงพาอี้หยินเข้าไปหาที่ซ่อนในวังขณะที่อี้หยางยังคงต้านศาสตราวุธที่จู่โจมเข้ามาอย่างไม่หยุดหย่อน



       พอได้ที่เหมาะเจาะจางซื่อหลงพูดกับอี้หยางผ่านช่องทางสื่อสาร “อี้หยาง! เจ้าจงหลอกล่อนางปีศาจนั่นเข้ามาในวังเร็ว ถ้าสบโอกาสก็สอยนางให้ร่วงลงมาเลยเข้าใจไหม”



       “ครับ!” อี้หยางตอบรับชัดถ้อยชัดคำ เขาเคลื่อนกายอย่างรวดเร็วพร้อมกับเหวี่ยงหมัดร่ายรำกระบวนยุทธ์ปกป้องตัวเอง



       นางปีศาจหมาป่าชำเลืองตามอง ‘พวกมันจะหนีหลบเข้าไปในวังงั้นรึ!’ นางหัวเราะหึๆ ‘สิ้นคิดเสียจริง!’



       เสียงดีดพิณบรรเลงเพราะพริ้งควบคุมศาสตราวุธนับพันพุ่งจู่โจมอี้หยางราวกับฝูงผึ้งมุ่งจู่โจมศัตรูของมันอย่างไม่ลดละ เสียงปะทะดังสนั่นไม่ว่างเว้น



       อี้หยางใช้เพลงหมัดกวัดแกว่งพร้อมกับใช้วิชาตัวเบาวิ่งผ่านประตูร้อยบานจวบจนวิ่งผ่านประตูบานยักษ์เข้าไปยังในวังสำเร็จจนได้



       นางปีศาจร้องคำรามลั่นล่องลอยติดตามอี้หยางเข้ามาติดๆพร้อมกับศาสตราวุธที่อลวนรอบตัวของนางเพื่อรอจังหวะโจมตี นางเข้าไปในวังตามแผนการที่จางซื่อหลงได้วางเอาไว้



       ในขณะที่อี้หยางรับมืออย่างไม่หวาดหวั่นกับศาสตราวุธที่พุ่งจู่โจมเข้ามา อาวุธที่ปะทะหมัดเหล็กถูกซัดจนกระเด็นกระดอนไปตามพื้นเช่นเดิม



       แต่ทว่าอยู่ๆอาวุธที่ตกเกลื่อนกลาดก็ค่อยๆหายไปอย่างไม่ให้สุ่มให้เสียง



       จะเป็นฝีมือใครไปไม่ได้นอกจาก “ฮะฮ่า! พ่อจะเก็บให้เกลี้ยงเลย รวยๆๆ ^0^” จางซื่อหลงเปิดช่องเก็บของในกระเป๋าเป้เพื่อดูอาวุธที่เขาเก็บมาได้พร้อมกับทำตาลุกแวววาว “อาวุธระดับสองหมดเลยเหรอ! ฮ่ะๆๆๆ จะมีระดับสามอยู่ด้วยรึเปล่าน๊า”



       จางซื่อหลงเผยสายตาละโมบออกมาในขณะที่อี้หยินคอยดูต้นทางให้ “ท่านพี่! มีอาวุธตกหล่นเต็มพื้นอีกแล้วคะ!”



       “โอ๊ะโอ่เยี่ยม!” จางซื่อหลงยิ้มปากกว้าง เขาจ้องมองไม่ยังอาวุธที่ตกเกลื่อนไปตามพื้นซึ่งเป็นผลงานของอี้หยางซัดมันจนตกกระเด็นไปทั่วห้องโถง เขาเรียกแผนการที่ทำอยู่นี้ว่า ตัดกำลังศัตรู



       กายาไร้เงา!



       ราวกับว่าทุกอย่างแทบจะหยุดเคลื่อนไหวในสายตา จางซื่อหลงพุ่งร่างพร้อมกับคว้าเอาอาวุธเหล่านั้นใส่กระเป๋าเป้ด้านหลังอย่างกับว่าเขากำลังช้อปปิ้งอยู่ในตลาดสดซะอย่างนั้น



       ไม่นานนางปีศาจเริ่มรู้สึกถึงความผิดแปลก ‘เกิดอะไรขึ้น! มีอาวุธสูญหายไป!’ กว่าจะรู้ตัวอาวุธก็หายไปมากกว่าครึ่ง



       ขณะเดียวกันอี้หยางร้องลั่นอย่างตื่นตระหนก “ท่านพี่! แย่แล้ว! พลังยุทธ์ของข้าหายไปแล้วครับ!”



       จางซื่อหลงทำหน้าเซ็ง “อ้าว! จบกัน!” เขาเก็บอาวุธไม่ทันได้เต็มกระเป๋าต้องใช้กายาไร้เงาวิ่งไปอุ้มอี้หยางออกจากอาณาบริเวณโจมตีของศาสตราวุธเหล่านั้นทันที “อย่างนี้เขาเรียกว่า เซ็งเป็ด!”



       “หายไปอีกแล้วรึ!” นางปีศาจหมาป่าพูดขึ้นเมื่อไม่พบร่างของอี้หยาง “อยู่ๆมันก็หายไปอย่างไร้ร่องรอย มันใช้วิชาอะไรกัน ถึงหายตัวไปได้เพียงชั่วพริบตา”



       มาต่อแผนสองจางซื่อหลงตั้งชื่อให้ว่า โจมตีฉับพลัน เมื่ออี้หยางไม่สามารถหาจังหวะเข้าจู่โจมนางปีศาจได้ เขาจะต้องร่วมมือกับอี้หยางเพื่อหาจังหวะจู่โจมนาง



       หลังจากที่พาอี้หยางกลับมายังที่ซ่อน จางซื่อหลงกับอี้หยางกินเม็ดยาเสริมพลัง “อี้หยาง! ได้เวลาใช้วิธีการที่เราฝึกซ้อมกันมาแล้ว”



       อี้หยางพยักหน้ารับ จางซื่อหลงอุ้มอี้หยางไว้ข้างตัว



       “ท่านพี่! มันกำลังจะผ่านเข้าประตูมาแล้วคะ” อี้หยินแอบมองอยู่ส่งสัณญาณ



       “ตอนนี้แหละเหมาะเลย” จางซื่อหลงฉีกยิ้มที่มุมปากในขณะที่อี้หยางพร้อมลงมือ



       “ไป!” จางซื่อหลงใช้กายไร้เงาพาอี้หยางไปถึงยังประตูห้องโถงเพียงชั่วพริบตา ในขณะที่นางปีศาจกำลังเหาะผ่านประตูห้องโถงเข้ามา



       จางซื่อหลงโยนอี้หยางขึ้นไปกลางอากาศ เนื่องจากพวกเขาฝึกซ้อมประสานงานโดยการใช้กายาไร้เงามาเป็นอย่างดีจึงทำให้อี้หยางชินกับภาพตรงหน้าที่เปลี่ยนไปอย่างฉับพลัน ปรากฎนางปีศาจหมาป่าอยู่ในระยะโจมตีของเขาพอดิบพอดี



       ส่วนจางซื่อหลงใช้กายาไร้เงาออกจากพื้นที่ในบริเวณนั้นทันทีเพื่อจะได้ไม่โดนลูกหลงพลังหมัดเหล็กของอี้หยางที่กำลังจะระเบิดมันออกมา



       แทบจะในทันที! ปฏิกิริยาการระวังภัยของนางปีศาจเฉียบขาดรวดเร็ว



       นางปีศาจกับอี้หยางเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์พร้อมกัน   โล่ทมิฬ!!   พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นห้า!!



       บูมมม!! พลังหมัดเหล็กปะทะโล่สีดำทมิฬขนาดใหญ่แตกสลายไปพร้อมกัน เกิดคลื่นกระแทกผลักร่างอี้หยางกระเด็นถอยหลังกลับมา



       โล่ทมิฬต้านทานพลังหมัดเหล็กเอาไว้ได้!



       ในเวลาเดียวกันนั้นศาสตราวุธโดยรอบร่วงหล่นเต็มพื้นห้องรวมถึงแผ่นโลหะที่นางเหยียบอยู่กลางอากาศด้วยราวกับว่าพวกมันไร้ซึ่งวิญญาณหลังจากที่นางปีศาจเรียกโล่ทมิฬออกมาปกป้อง



       จางซื่อหลงสังเกตดูอยู่ไกลๆได้ข้อสรุปทันที “หึๆ ที่แท้เพลงพิณปลุกวิญญาณก็มีจุดอ่อนไม่สามารถใช้วิชายุทธ์อื่นร่วมได้”



       นางปีศาจโรยตัวลงมายังพื้นเบื้องล่าง เสียงร้องคำรามอย่างโกรธเกรี้ยวที่อี้หยางบังอาจลอบโจมตีนางถึงแม้ว่านางจะรับการจู่โจมนั้นไว้ได้ก็ตาม



       เสียงพิณคลื่นสวรรค์! นางดีดพิณปล่อยคลื่นพลังที่มองไม่เห็นออกไปอย่างรวดเร็ว



       อี้หยางสัมผัสได้ถึงจิตสังหารของนาง เขาจึงรีบปล่อยหมัดออกไปยังเบื้องหน้าเพื่อปกป้องตนเองเอาไว้



       บูมมม! คลื่นพลังเสียงพิณคลื่นสวรรค์ทำลายทุกอย่างเบื้องหน้าของนางราวกับจะบดขยี้ทุกอย่างให้ย่อยยับเป็นผุยผง เกิดแรงสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมืองลอยฟ้า พื้นห้องถูกทำลายแตกกระจายเป็นฝุ่นฟุ้งตลบอบอวลไปทั่วอาณาบริเวณ



       แต่ทว่า.. ครั้นสายลมพัดพาหอบเอาผงฝุ่นที่คละคลุ้งอยู่สลายหายไปกับปรากฎอี้หยางตั้งหมัดรับอยู่เบื้องหน้าราวกับว่าไม่มีพลังทำลายใดฝ่าหมัดเหล็กนั่นไปได้ หลักฐานยืนยันที่ทำให้นางปีศาจต้องเบิกตากว้างนั้นคือ! พลังเสียงพิณคลื่นสวรรค์กับปรากฎร่องรอยสูญหายไปหยุดเอาที่ปลายหมัดของอี้หยางพอดิบพอดี



       ไม่เพียงแค่หยุดพลังโจมตีของนางได้ ออร่าสีเหลืองอ่อนปรากฎไปทั่วร่างของอี้หยาง เขากำลังแสยะยิ้มหรี่ตาแคบปรากฎจิตสังหารคุกคามตรงมายังนางราวกับว่าจะเผด็จศึกครั้งนี้ในคราเดียวอย่างไรอย่างนั้น



       พลัน! อี้หยางกระโดดพุ่งคำรามไปในอากาศ พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหก!



       หมัดสีทองขนาดมหึมาพร้อมกับอี้หยางตกลงมาราวกับว่าเป็นพลังของเทพเจ้าทรงพิโรธที่กำลังจะบดขยี้ร่างของนางปีศาจหมาป่าให้แหลกเหลวย่อยยับภายในพริบตา



       พลังอันน่าครึ้มเครงของหมัดสีทองโปร่งแสงทำให้นางชุกคิด ‘โล่ทมิฬเอามันไม่อยู่เป็นแน่!’



       นางดีดพิณอย่างรวดเร็วพร้อมตะเบ็งเสียง โล่สวรรค์เทพพิทักษ์!



       ฉับพลัน! ปรากฎคลื่นพลังใสสะอาดราวกับลูกแก้วขนาดใหญ่ครอบคุมร่างของนางเอาไว้ในรัศมีสามเมตร



       บูมมม! เสียงระเบิดของหมัดเหล็กที่ตกลงมาปะทะกับโล่สวรรค์เทพพิทักษ์ดังสนั่นสั่นสะเทือนไปทั่ว เศษหินอิฐปูนร่วงหล่นมาจากเพดานห้องโถงใหญ่ เพดานและผนังห้องเริ่มมีรอยปริแตกราวกับว่าจะถล่มลงมาได้ทุกเมื่อ



       เมื่อหมัดเหล็กไม่สามารถทะลุผ่านโล่สวรรค์เทพพิทักษ์ไปได้ ทำให้เกิดแรงกระแทกสวนกลับ ร่างของอี้หยางกระเด็นกลับขึ้นไปบนอากาศยังทิศทางเดิม



       อี้หยางกะใช้พลังหมัดเหล็กจู่โจมลงไปอีกครั้ง แต่ทว่า.. จางซื่อหลงหยุดยั้งเขาเอาไว้ผ่านช่องทางสื่อสาร “เบามือก่อนอี้หยาง!” จางซื่อหลงฉีกยิ้มที่มุมปาก “ประเดี๋ยวข้าจัดการนางเองด้วยแผนสาม!”



       วิชาพันธนาการ! อันที่จริงจางซื่อหลงพึงคิดได้เมื่อกี้นี้



       กายาไร้เงา!



       ชั่วพริบตา! ที่จางซื่อหลงเข้าถึงร่างขององค์ราชินีหมาป่า เขาหยิบเชือกออกมาแล้วผูกมัดพิณของนางอย่างรวดเร็วราวกับสายลมพัดผ่าน เขาไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เชือกถูกตวัดมัดพันไปทั่วร่างของนางแล้วถูกดึงตรึงเอาไว้



       องค์ราชิหมาป่าไม่ทันได้ตั้งตัว! นางก็ถูกมัดติดไปกับพิณเสียแล้ว!



       โฮกกก! นางร้องคำรามลั่นราวกับสัตว์ป่าถูกมัดรวบแขนและขาเอาไว้



       “เจ้าคิดว่าเชือกเพียงแค่นี้จะตรึงข้าเอาไว้ได้งั้นรึ!” นางใช้พลังกายทั้งหมดของนางเพื่อจะฉีกเชือกให้ขาดออกเป็นชิ้นๆ



       จางซื่อหลงหัวเราะฮ่าๆ “อย่าพยายามเลย นี่มันเชือกดักสัตว์ที่อดทานที่สุดเลยเชียวนะ แต่ถึงเจ้าจะพยายามจนหลุดก็คงไม่ทันอี้หยางที่กำลังลงมือเป็นแน่” เขาแสยะยิ้มอย่างชั่วร้าย



       “อี้หยาง!... ” จางซื่อหลงเรียกอี้หยางไม่ทันได้สั่งให้ทำสิ่งใด



       “ดะ.. เดี๋ยวก่อน! นายท่าน!” นางรีบพูดแทรกขึ้น ฉับพลันเปลี่ยนร่างเป็นสาวงามดุจนางฟ้าบนสวรรค์เช่นเดิม นางส่งสวยตาอันเย้ายวนพร้อมขยับกายโชว์สัดส่วนอันน่าหลงไหล



       นางพูดเสียงใสไพเราะออดอ้อน “นายท่านคะ! ข้ายอมแล้ว ได้โปรดรับความจงรักภักดีจากข้าด้วย ข้าจะขอรับใช้ท่านไปชั่วชีวิต” นางบิดขยับกายอันขาวสะอาดในชุดบาง “อ๊าาา~ ข้ารู้สึกอึดอัดเหลือเกินคะ~”



       นางกำลังเล่นหูเล่นตาเย้ายวนจางซื่อหลงที่ไม่ใช่พระอิฐพระปูน ชายใดก็ตามที่เห็นอิสตรีที่ออดอ้อนเยี้ยงนี้ต้องใจอ่อนหลงเชื่อนางเป็นแน่



       “เอาจริงสิ! เจ้าจะมารับใช้ข้าจริงๆรึ” จางซื่อหลงพูดอย่างตื่นเต้น ถ้ามีหญิงงามข้างกายอย่างนางแล้วล่ะก็ โดยเฉพาะผู้เล่นชายคงจะอิจฉาตาร้อนจนนอนไม่หลับไปทั้งยุทธภพเป็นแน่ จางซื่อหลงเผลอหัวเราะออกมา



       “แน่นอนคะนายท่าน ได้โปรดแก้มัดข้าด้วยเถอะ ข้าอึดอัดจะตายอยู่แล้ว อึย~” นางพูดเสียงออดอ้อนบิดตัวไปมา ชายใดได้เห็นสัดส่วนของนางตอนนี้แล้ว คงโงหัวไม่ขึ้นเป็นแน่



       จางซื่อหลงทำตาเป็นประกาย เขายังเผลอแอบมองเนินอกและสัดส่วนของนางด้วยซ้ำ



       “อี้หยาง! ปล่อยนางซิ!” จางซื่อหลงหันไปสั่งอี้หยางที่กำลังตั้งท่าเตรียมจู่โจมซึ่งพลังยุทธ์ยังคงเผยออร่าสีเหลืองปรากฎให้เห็น



       “อ้าว! ท่านพี่! นางเป็นปีศาจนะครับ!” อี้หยางทักท้วง



       จางซื่อหลงราวกับตกอยู่ในความมืดมน “เจ้ากล้าขัดคำสั่งข้ารึ!”



       อี้หยางอ้าปากค้างก่อนที่จะก้มหน้าถอนหายใจออกมาอย่างจนใจ



       นางปีศาจฉีกยิ้มแล้วสั่งอี้หยางราวกับคนรับใช้ “มาแก้มัดข้าเร็วเข้า! เจ้าไม่ได้ยินคำสั่งนายท่านรึไง!” นางพูดเร่งรัดน้ำเสียงเปลี่ยนเป็นคนละคน



       จางซื่อหลงเห็นอี้หยางยังไม่ขยับจึงพูดเสียงเข้มดุดัน “อี้หยาง!”



       อี้หยางตอบรับ “ครับ...” เขารีบตรงรี่เข้าไปหานางทันทีอย่างไม่ขัดขืนคำสั่งแต่อย่างใด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 19 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 10 มกราคม 2562 / 23:04
    จะรอดูไหม
    #385
    0