จอมยุทธ์ก๋วยเตี๋ยวท่องยุทธจักร

ตอนที่ 131 : ภาค2:ตอนที่ 31 ปีศาจหมาป่าเก้าหาง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 238
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 23 ครั้ง
    6 ม.ค. 62

       ไม่ใช่แค่ถูกรายล้อมไปด้วยศาสตราวุธหลายร้อยเล่มเท่านั้น ยังมีดาบและกระบี่นับไม่ถ้วนลอยคว้างอยู่บนอากาศแทบจะติดเพดาน ไม่รู้ว่ามันโผล่มาจากที่ใดไม่ทันได้สังเกต คมดาบและปลายกระบี่ชี้มายังเบื้องล่างที่พร้อมจะพุ่งแทงร่างของจางซื่อหลงและอี้หยางให้ทะลุขาดกระจุยภายในคราเดียว



       พลัน! เสียงวี๊ดวิ้วของศาสตราวุธนับไม่ถ้วนพุ่งผ่านอากาศราวกับกำลังจะฉีกกระชากทุกอย่างที่กว้างหน้าพวกมัน



       ครึ้มมม! เสียงศาสตราวุธนับไม่ถ้วนแทงผ่านทะลุร่างอี้หยางกับจางซื่อหลงทำลายไปยังพื้นเบื้องล่างแทบจะพร้อมกันจนพื้นในอาณาบริเวณนั้นแตกกระจายกลายเป็นเศษหินอิฐทรายขนาดเล็กกระเด็นกระดอนไปทั่วบริเวณและเกิดผงฝุ่นคละคลุ้งจนไม่เห็นแม้แต่ร่างของจางซื่อหลงกับอี้หยางว่ามีสภาพเป็นเช่นไร



       “ฮ่ะๆๆๆ พวกเจ้าอุตส่าห์ดั้นด้นมาถึงที่นี่กลับต้องมาจบชีวิตแบบนี้หรอกหรือ” องค์ราชินีหมาป่าหัวเราะร่านางพึงพอใจนัก ไม่ว่าผู้ใดก็มิอาจต้านทานวิชายุทธ์พิณสวรรค์ของนางไปได้



       นางเดินขึ้นกลับไปนั่งบนบัลลังก์อย่างผ่อนคลาย “เหลืออีกเพียงแค่คนเดียวเท่านั้นสินะ” นางยกพิณขึ้นมาบรรเลงอีกครั้ง



       ทันใดนั้นเอง! นางหยุดดีดพิณพร้อมกับเลิกคิวกว้างอย่างตื่นตระหนก “ไม่! เป็นไปไม่ได้! ข้าเห็นกับตาว่าอาวุธทะลุร่างของพวกมันไปแล้ว” นางกัดฟันแน่นถนัดเมื่อสัมผัสได้ว่าจางซื่อหลงกับอี้หยางยังคงมีชีวิตอยู่ นางมีสีหน้าดุร้ายลุกขึ้นยืนจากบัลลังก์อย่างโกรธเกรี้ยว



       “ไม่รู้ว่าพวกเจ้ารอดออกไปได้เยี้ยงไร?! แต่แม่คนนี้จะออกไปตามล่าพวกเจ้าไม่ให้เหลือแม้แต่คนเดียว!”



       อ๊าาา!~



       นางร้องเสียงลั่นสั่นสะเทือนไปทั่วทั้งเมือง ร่างกายที่สวยงามดุจนางสวรรค์บัดนี้กลับกลายเป็นปีศาจอันน่าสะพรึง แววตาของนางแดงฉานราวกับสีเลือด มีขนสีขาวขึ้นออกมาเต็มทั่วร่างพร้อมกับหางที่งอกออกมาเก้าหางโบกสะบัดไปในอากาศ ใบหน้าที่งดงามกับกลายเป็นหมาป่าที่ขู่คำรามอย่างดุร้าย มีแต่เพียงร่างกายที่ยังมีเค้าโครงรูปร่างเหมือนกับมนุษย์ ลักษณะโดยรวมแล้วราวกับมนุษย์หมาป่าอย่างไรอย่างนั้น



       จางซื่อหลงกับอี้หยางกำลังใช้วิชาตัวเบาหนีออกมาจากวัง พวกเขาได้ยินเสียงคำรามที่สั่นสะเทือนไปทั้งเมืองก็ถึงกับขนลุกขนชัน



       เสียงนั่นราวกับความโกรธเกรี้ยวของอสูรกายที่พึ่งจะหลุดออกมาจากขุมนรก!



       “โกยสิโยม! จะอยู่ทำไมล่ะ!” จางซื่อหลงพูดออกมาเมื่อพ้นประตูวังบานขนาดยักษ์ ถ้าการจู่โจมเมื่อครู่เขาไม่ได้ใช้กายาไร้เงาพาอี้หยางหนีออกมาเสียก่อนแล้วล่ะก็ เขากับอี้หยางคงได้ไปจุติใหม่กันแล้วเสียกระมัง



       จางซื่อหลงรีบเปิดช่องทางสื่อสารเพื่อติดต่อกับอี้หยิน “อี้หยินเข้ามาด้านในด่วน! เราต้องการกำลังเสริม!”



       “ค่ะ!” ไม่รอช้าอี้หยินลุกขึ้นพุ่งร่างเข้าผ่านประตูทางเข้าเมืองแล้วมุ่งตรงไปยังกำแพงประตูร้อยบานที่สูงใหญ่ราวกับหน้าผาทันที



       ยังไม่ทันได้ไปถึงกำแพงประตูร้อยบานจางซื่อหลงกับอี้หยางก็วิ่งออกมาถึงกลางลานกว้างแล้ว



       เมื่อจางซื่อหลงเห็นอี้หยินวิ่งทะยานร่างมาแต่ไกล ไม่รอช้า! รีบสั่งการทันที “รีบเสริมพลังให้กับอี้หยางตามที่พวกเราได้ฝึกซัอมกันมาเร็วเข้า”



       แทบจะในทันทีอี้หยางตั้งท่าเตรียมรับมือในขณะที่จางซื่อหลงกับอี้หยินเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์กระบี่แทงใจจู่โจมอี้หยางกันพัลวัน



       ตูม! ตูม! ตูม!...



       ไม่นานพลังยุทธ์ปลดปล่อยออกมาจากร่างของอี้หยางเพิ่มสถานะทุกอย่างขึ้นเป็นสองเท่า



       “ฮ่ะๆๆๆ คราวนี้แหละนางปีศาจเอ๋ย! แล้วเราจะได้รู้กันว่าวิชายุทธ์หมัดเหล็กกับวิชาพิณสวรรค์ของเจ้าใครจะเหนือกว่ากันกันแน่” จางซื่อหลงท้าวเอวหัวเราะร่า พวกเขาตั้งรับองค์ราชินีหมาป่าอยู่ที่กลางลานกว้างที่อยู่ระหว่างกำแพงหน้าเมืองกับกำแพงประตูร้อยบาน



       มีเสียงพิณบรรเลงออกมาจากในวัง ถ้าจำไม่ผิดท่วงทำนองนี้คือเพลงพิณปลุกวิณญาณ ไม่นานเสียงพิณบรรเลงเปลี่ยนท่วงทำนองเร็วขึ้นเรื่อยๆ และเสียงพิณก็ค่อยๆดังขึ้นอย่างแจ่มชัดราวกับว่ากำลังเคลื่อนที่ออกมาจากด้านในสุดของวัง



       “มันกำลังมาแล้ว! อี้หยางเตรียมรับมือ!” จางซื่อหลงร้องลั่นในขณะที่เขากับอี้หยินออกจากนอกเขตประตูเมืองปล่อยให้อี้หยางรอรับมือองค์ราชินีหมาป่าแต่เพียงผู้เดียว



       เสียงโลหะกระทบกันกับเสียงดีดพิณดังมาจากในวังใกล้ออกมาจากประตูบานยักษ์



       พลัน! ศาสตราวุธมากมายพุ่งไหลออกมาจากประตูราวกับฝูงของค้างคาวขนาดใหญ่ที่บินเคลื่อนไหวตามท่วงทำนองดีดพิณบรรเลงเสียง ฟังแล้วคลับคล้ายคลับคลาน่าจะเป็นท่วงทำนองอาญาสวรรค์ลงทัณฑ์หนึ่งในวิชายุทธ์พิณสวรรค์ของนางปีศาจไม่ผิดแน่



       ศาสตราวุธมีทั้งทวน กระบี่ ดาบ ขวาน ลูกตุ้มเหล็กและหอกนับพันพุ่งผ่านอากาศอลวนอยู่เหนือท้องนภา



       พลัน! ปรากฎร่างปีศาจที่น่าครึ้มเครงลอยละล่องออกมาจากประตูบานยักษ์ขึ้นสู่เวหา หางทั้งเก้าโบกสะบัดพัดพริ้วตามกระแสลม มือทั้งสองกำลังบรรเลงดีดพิณผีพาพริ้วไหวอยู่กลางอากาศ มีศาสตราวุธอลวนรอบตัวของนางราวกับพวกมันมีชีวิต



       ปีศาจหมาป่าเก้าหางเหาะได้!



       ถ้าร่างแปลงขององค์ราชินีหมาป่าที่ผิดแปลกจากเดิมยังความตื่นตระหนกให้กับจางซื่อหลง อี้หยางและอี้หยินมากยิ่งแล้วล่ะก็ แต่การที่นางเหาะได้นั้นยิ่งทำให้พวกเขาตกใจยิ่งกว่า



       ผิดคาด! แล้วพวกเขาจะจู่โจมนางปีศาจที่เหาะอยู่บนท้องฟ้าได้อย่างไรกันเล่า!



       “ท่านพี่! ปีศาจนั่นอะไรกัน?!” อี้หยินถามออกมาอย่างตื่นตระหนก นางไม่เคยเห็นปีศาจครึ่งคนครึ่งหมาป่าอย่างนี้มาก่อนถ้าเปรียบเทียบกับหมาป่าก่อนหน้านี้ที่แปลงเป็นคนโดยสมบูรณ์



       จางซื่อหลงไม่ได้ตอบสิ่งใดแต่ยังคงจดจ้องไปยังท้องฟ้า ถ้าเปรียบเทียบกับรูปลักษณ์ของนางก่อนหน้านี้แล้ว อย่างกับหนังคนละเรื่องกันเลยทีเดียว “อี้หยาง! เจ้าสามารถจู่โจมนางที่อยู่บนท้องฟ้าได้หรือไม่”



       อี้หยางส่ายหน้าจนใจ นางปีศาจอยู่สูงเกินกว่าที่พลังของเขาจะโจมตีไปถึงได้ “ท่านพี่! นางอยู่สูงเกินไปครับ”



       ขืนเป็นอย่างนี้ไม่ใช่ว่าพวกเขาจะต้องโดนถูกจู่โจมอยู่ฝ่ายเดียวหรอกหรือ!



       ฉับพลัน! ศาสตราวุธนับพันพุ่งอลวนรายล้อมร่างของอี้หยางเอาไว้ราวกับลมพายุหมุนที่พร้อมจะกลืนกินสิ่งที่อยู่ในอาณาบริเวณของมัน



       เสียงวี๊ดวิ้วของศาสตารวุธเฉือดเฉือนสายลมดังมิได้ขาดสายพร้อมกับเสียงดีดพิณที่ยังคงบรรเลงควบคุมพวกมันอย่างต่อเนื่อง



       จางซื่อหลงเห็นดังนั้นรีบพูด “อี้หยางรีบใช้เพลงยุทธ์รับมือกับมันก่อนเร็วเข้า!”



       แทบจะในทันทีอี้หยางเรียกใช้วิทยายุทธ์ เพลงยุทธ์หมัดเหล็กท่องวายุ!



       เมื่อวิทยายุทธ์ถูกเรียกใช้ในขณะที่ปลดปล่อยพลังยุทธ์จะไม่สิ้นเปลืองพละกำลังและกำลังภายใน ถ้าไม่รวมพลังที่เพิ่มขึ้นเป็นสองเท่าเมื่อปลดปล่อยพลังยุทธ์ด้วยแล้ว พลังของวิทยายุทธ์ยังเพิ่มขึ้นอีกยี่สิบห้าเปอร์เซ็น



       ปีศาจหมาป่าร้องคำราม!



       ศาสตราวุธที่กำลังอลวนรายล้อมอี้หยางอยู่ต่างพุ่งจู่โจมอย่างรวดเร็ว



       เสียงปะทะกันระหว่างหมัดเหล็กกับศาสตราวุธที่พุ่งโจมตีมายังร่างของอี้หยางดังสนั่นกึกก้องอย่างต่อเนื่องไม่ได้หยุดหย่อนราวกับแท่งเหล็กนับไม่ถ้วนกำลังตกกระทบกัน อาวุธที่ถูกหมัดเหล็กปะทะกระเด็นออกไปทุกทิศทุกทางร่วงหล่นเกลื่อนกลาดเต็มพื้นดินโดยรอบ



       อี้หยางสามารถรับการโจมตีจากทุกทิศทุกทางได้ราวกับว่ามีหมัดเหล็กอยู่รอบๆตัวของเขาที่คอยปกป้องเอาไว้ แต่แท้ที่จริงแล้วเขาร่ายรำเพลงยุทธ์รวดเร็วปานสายฟ้าฟาดหรือเร็วยิ่งกว่าลมพายุที่กำลังโหมกระหน่ำเสียด้วยซ้ำ ไม่มีศาสตราวุธใดจะทำให้เขาบาดเจ็บได้แม้แต่เพียงเล่มเดียว



       ปีศาจหมาป่าร้องคำรามอย่างเกรี้ยวกราด! เมื่อศาสตราวุธนับพันไม่สามารถทำลายศัตรูลงได้



       อี้หยางรับการจู่โจมของนางได้ราวกับวิชายุทธ์พิณสวรรค์นั้นไร้ประโยชน์ แต่จะรับการจู่โจมอย่างต่อเนื่องได้นานสักเท่าใดกันเล่า อาวุธที่ถูกอี้หยางซัดจนกระเด็นเกลื่อนพื้นดินกลับขึ้นมาพุ่งเข้าจู่โจมเขาอีกครั้งอย่างต่อเนื่องไม่มีทีท่าว่าจะหยุดโจมตีเลยแม้แต่น้อย



       จางซื่อหลงเห็นอย่างนั้นก็เริ่มมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาทั้งที่เขาไม่ได้ออกเรี่ยวแรงเลยแม้แต่น้อย เขาตระหนักรู้ดีว่าระยะเวลาปลดปล่อยพลังยุทธ์ของอี้หยางมีแค่เพียงสิบนาทีเท่านั้น ขืนถูกกระหน่ำโจมตีอย่างนี้ต่อไปอี้หยางคงได้ตายกลายเป็นศพไม่สวยเป็นแน่



       ‘ชักไม่ได้การแล้ว คิดสิคิดจางซื่อหลง ว่าเราจะทำยังไงต่อไป’ จางซื่อหลงขบคิดในใจหาทางออกในขณะที่เวลาผ่านไปทุกนาที



       “ท่านพี่! ถ้าปีศาจนั่นไม่ได้อยู่บนท้องฟ้า ข้าคงมีโอกาสทำอะไรสักอย่างเพื่อช่วยพี่อี้หยางได้” อี้หยินพูดเปรยออกมา นางรู้ว่าพลังยุทธ์ของอี้หยางคงใช้ได้อีกไม่นาน



       จางซื่อหลงได้ยินถึงกับเบิกตากว้าง ‘ใช่แล้ว! เราต้องหลอกล่อให้มันกลับเข้าไปในวัง ถ้าอยู่ในนั้นอี้หยางน่าจะพอใช้พลังหมัดเหล็กทำลายตอบโต้นางได้’



       “ท่านพี่! ข้าว่าปีศาจหมาป่านั่นกำลังยืนอยู่บนอะไรซักอย่างที่ทำให้มันเหาะได้เป็นแน่” อี้หยินจ้องมองอย่างช่างสังเกต



       จางซื่อหลงร้องฮึ เขาหรี่ตาแคบลงมองไปยังปีศาจหมาป่าที่กำลังดีดพิณบรรเลงเสียงควบคุมศาสตราวุธ จริงอย่างที่อี้หยินบอก นางปีศาจกำลังเหยียบอยู่บนแผ่นโลหะ ถ้าเป็นไปอย่างที่เขาคิด นางปีศาจคงใช้วิชายุทธ์ปลุกวิณญาณทำให้แผ่นโลหะนั่นพานางเหาะขึ้นไปบนท้องฟ้าอย่างแน่นอน



       จางซื่อหลงแสยะยิ้มที่มุมปาก แผนการที่จะจัดการกับนางปีศาจหลั่งไหลเข้ามาในหัวของเขา “ข้าจะไม่ยอมให้เจ้าเป็นฝ่ายโจมตีพวกข้าอยู่ฝ่ายเดียวหรอกน่า” เขาเผลอท้าวเอวหัวเราะซะลั่นเมื่อนึกถึงแผนการที่จะทำกับนาง “ข้าจะทำให้เจ้าต้องมาร้องขอชีวิตจากข้าเลยทีเดียว ฮ่ะๆๆๆ”



       เสียงหัวเราะของจางซื่อหลงดึงดูดความสนใจให้นางปีศาจหมาป่าหันมาทางเขา



       นางปีศาจหมาป่าร้องคำรามอย่างดุร้ายสายตาแดงกล่ำราวกับว่ายังไม่ลืมเรื่องที่จางซื่อหลงเคยก่อเอาไว้



       จางซื่อหลงถึงกับสะดุ้งเฮือกเมื่อสัมผัสถึงจิตสังหารที่มุ่งตรงมายังเขาด้วยทักษะจิตสังหารระดับสามที่พึ่งฝึกสำเร็จได้ไม่นานมานี้



       “เวรแล้วไงล่ะ! มันรู้ตัวแล้วว่าพวกเราอยู่ที่นี่!” จางซื่อหลงหน้าซีดราวกับไข่ต้ม เขาหันซ้ายแลขวากระวนกระวาย “ทำยังไงกันดี! ทำยังไงกันดี! มันรู้ที่ซ่อนของเราได้ยังไงกัน!” เขายังไม่รู้เนื้อรู้ตัวว่าตัวเองเป็นต้นเหตุดึงความสนใจมาจากนางปีศาจหมาป่า



       อี้หยินทำหน้าเจื่อน “ไม่ใช่เพราะท่านพี่หรอกเหรอที่หัวเราะซะเสียงดัง… =_= ”



       จางซื่อหลงรีบหันไปพูดกับอี้หยิน “อี้หยิน! ได้เวลารีบโกยกันแย้ว!”



       ไม่ทันได้ขาดคำ ศาสตราวุธนับร้อยแยกออกมาจู่โจมอย่างรวดเร็ว



       ตูมมม! ตูมมม! ตูมมม! ราวกับถูกระเบิดปาเข้าใส่มาเป็นชุดๆ อานุภาพความรุนแรงของศาสตราวุธที่โหมกระหน่ำตกลงสู่พื้นดินช่างน่าครึ้มเครงยิ่งนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 23 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 7 มกราคม 2562 / 06:29
    จะรอดไหมน้อ
    #384
    0