ตอนที่ 128 : ภาค2:ตอนที่ 28 ของเล่นชิ้นใหม่

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 248
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    26 ธ.ค. 61

       จางซื่อหลงกับอี้หยินใช้วิชาตัวเบาวิ่งข้ามสะพานไปยังที่เดิมเพื่อให้ห่างจากระยะการโจมตีของอี้หยาง



       “ฮะฮ่า! ตรงนี้แหละเหมาะสุด หาอะไรทำแก้เซ็งก่อนแล้วกัน” พูดจบจางซื่อหลงหยิบเสื่อมาปูแล้วเอาโต๊ะพับเตี้ยๆเหมือนกับโต๊ะญี่ปุ่นออกมาวางบนเสื่อพร้อมกับเบาะนุ่มๆนั่งกับพื้นสองอัน



       ไม่รู้ว่าจางซื่อหลงซื้อมันมาตั่งแต่เมื่อไรแต่ดูเหมือนเขาจะชอบของเล่นชิ้นใหม่เหล่านี้ยิ่งนัก



       ตูมมม! ตูมมม! ตูมมม!...



       เสียงสนั่นสั่นสะเทือน บ่งบอกได้ทันทีว่าอี้หยางเริ่มลงมือจัดการกับฝูงหมาป่าเกราะเหล็กที่ต่างพากันเข้ามาจู่โจมแล้ว



       เสียงจากระบบแจ้งขึ้น “ปีศาจหมาป่าชั้นกลาง เลเวลหกสิบ ถูกสังหาร ไม่ได้รับสิ่งใด” แล้วระบบก็แจ้งปีศาจหมาป่าชั้นกลางถูกสังหารอย่างต่อเนื่อง



       “ปีศาจหมาป่าชั้นกลางรึ! ดูท่าทางจะไม่แตกต่างจากหมาป่าก่อนหน้านี้เลย” จางซื่อหลงนั่งหัวเราะฮึๆบนเบาะนั่ง ในขณะที่อี้หยินกำลังสนอกสนใจสิ่งที่จางซื่อหลงเอาออกมาวางไว้บนโต๊ะ นางกำลังนั่งอยู่บนเบาะตรงกันข้ามกับจางซื่อหลง



       “อืม~ ของพวกนี้มันคืออะไรหรือคะ?” อี้หยินเอามือเล็กๆของนางจับสิ่งนั้นขึ้นมาดู



       จางซื่อหลงหันไปพูดด้วยสีหน้าแย้มยิ้ม “ของฆ่าเวลาน่ะ” เขาจับไปที่กระดานไม้แล้วพูดขึ้น “อันนี้เขาเรียกว่า กระดานหมากล้อมหรือโก๊ะ ส่วนอันที่เจ้าจับอยู่นั้นเขาเรียกว่าตัวหมาก...”



       จางซื่อหลงอธิบายให้อี้หยินฟังถึงอุปกรณ์การเล่นหมากล้อมที่เขาซื้อมาจากร้านค้าเบ็ดเตล็ดเพื่อเอาไว้เล่นแก้เซ็งยามว่าง



       ในเวลาเดียวกันอี้หยางกำลังรับมือกับหมาป่าเกราะเหล็กจากทุกทิศทุกทางอย่างดุเดือด พวกมันต่างเปลี่ยนร่างเป็นชายฉกรรจ์ร่างใหญ่สวมเกราะเหล็กพร้อมกับดาบที่ตวัดใส่อี้หยางแบบไม่ยั้งมือพร้อมกับเสียงพิณที่ดังมาอย่างต่อเนื่องไม่ขาดสาย



       เคร้งงง! เคร้งงง! เคร้งงง!…



       อี้หยางในตอนนี้ไร้ซึ่งพลังยุทธ์ เขากำลังสะสมดาเมจเพื่อรอการปลดปล่อยมันออกมาอีกครั้ง



       “ท่านพี่! พวกมันเปลี่ยนร่างเป็นคนสวมเกราะเหล็ก พละกำลังมากกว่าพวกก่อนหน้านี้หลายขุมเลยครับ” อี้หยางพูดสีหน้าตื่น พลังโจมตีของกลุ่มชายฉกรรจ์สวมเกราะรุนแรงกว่าปีศาจหมาป่าชั้นต้นจนเทียบไม่ติด



       “อี้หยาง! อย่ากังวลไป.. ด้วยพลังและวิชายุทธ์ของเจ้าในตอนนี้ไม่มีผู้ใดมาต่อกรได้ ให้ตั้งรับแล้วโจมตีกลับตามที่ได้ฝึกซ้อมเอาไว้” จางซื่อหลงพูดผ่านช่องทางสื่อสารอย่างใจเย็น



       “ครับ!” อี้หยางทำใจสงบนิ่งลง แล้วร่ายรำเพลงยุทธ์ เพลงยุทธ์หมัดเหล็กท่องวายุ!



       ศัตรูคล่องแคล้วว่องไว โจมตีหนักหน่วงทั้งด้านหน้าและขนาบข้างซ้ายขวายากเกินจะตั้งรับแบบธรรมดาได้ เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ตอนฝึกจางซื่อหลงให้ใช้วิทยายุทธ์เข้าต่อกร ด้วยวิชายุทธ์หมัดเหล็กที่รวดเร็วปานลมพายุ รุนแรงปานพายุที่กำลังโหมกระหน่ำ เหมาะสำหรับต่อกรหรือถ่วงเวลาศัตรูจากทุกทิศทุกทางได้



       ปัง! ปัง! ปัง!...



       กลุ่มชายฉกรรจ์เกราะเหล็กพลาดท่าถูกเพลงหมัดของอี้หยางปะทะร่างล้มกลิ้งไปตามๆกันแต่ดูเหมือนจะไม่สามารถสร้างความบาดเจ็บให้กับพวกมันได้ราวกับว่าทำได้แค่ประวิงเวลาออกไปเท่านั้น



       เมื่อชายฉกรรจ์เกราะเหล็กแถวหน้าล้มกลิ้งลง ชายฉกรรจ์เกราะเหล็กแถวหลังกระโดดสวนพุ่งเข้ามาหาอี้หยางโดยไม่ให้ขาดตอนการจู่โจมของพวกมัน



       เคร้งงง! เคร้งงง! เคร้งงง!…



       เสียงดาบใหญ่ปะทะหมัดเหล็กดังพัลวัน



       พลัน! พลังยุทธ์ปรากฎทั่วร่าง ไม่รอช้าอี้หยางเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์



       พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหก!



       ราวกับเทพเจ้ากำลังพิโรธ! อยู่ๆอี้หยางก็ปรากฎตัวกลางอากาศพร้อมกับหมัดขนาดมหึมาสีทองโปร่งแสงบนท้องฟ้าพุ่งตกลงมายังร่างของเหล่าชายฉกรรจ์เกราะเหล็กที่อยู่เบื้องล่าง



       ตูมมม!



       พื้นดินเบื้องล่างถึงกับสั่นสะเทือน



       ฟึ้ม!!!



       เกิดคลื่นกระแทกซัดออกจากอาณาบริเวณพื้นที่ปะทะเป็นวงกว้างจนทำให้เหล่าชายฉกรรจ์เกราะเหล็กถึงกับกระเด็นออกไปคนละทิศละทาง ขณะเดียวกันแรงของคลื่นกระแทกยังซัดลอดออกมาทางหน้าประตูผ่านสะพานไปสุดยังอีกฟากหนึ่ง



       จางซื่อหลงกำลังสอนอี้หยินเล่นหมากล้อมหันหน้าไปทางสะพาน เขาถอนหายใจ ‘นึกไม่ผิดจริงๆที่หลบมาอยู่จนถึงที่นี่ ไม่เช่นนั้นข้าวของที่ซื้อมาคงปลิวว่อนหล่นหายลงไปจากเมืองลอยฟ้าเป็นแน่ ถ้าไม่ใช่เพราะความฉลาดคงคิดไม่ได้นะเนี่ย’ ฮ่ะๆๆๆ! เขาเผลอหัวเราะออกมาเช่นเคย



       แต่ทว่าอี้หยางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขาใช้วิชาตัวเบาไล่เก็บกวาดปีศาจหมาป่าชั้นกลางด้วยคัมภีร์ยุทธ์พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหกโดยไม่ให้เหลือซากเลยแม้แต่ตัวเดียว



       เลือดในกายของอี้หยางสูบฉีดไปทั่วร่าง ยิ่งเขาสามารถเผด็จศึกเหล่าปีศาจหมาป่ามากเท่าไรความมั่นใจเด็ดเดี่ยวยิ่งเพิ่มขึ้นทวีคูณ ไม่ว่าผู้ใดก็ไม่สามารถมาหยุดยั้งการโจมตีขั้นสูงสุดของเขาได้



       “ท่านพี่! ข้าเก็บกวาดพวกมันจนหมดแล้วครับ” อี้หยางกล่าวรายงานเมื่อการโจมตีปีศาจหมาป่ากลุ่มสุดท้ายสิ้นสุดลง



       “มันต้องอย่างนี้สิ อี้หยาง! ไม่เสียแรงที่ข้าเชื่อใจเจ้าจริงๆ” จางซื่อหลงพูดเพื่อเพิ่มความมั่นใจให้กับอี้หยางที่เขาอุตส่าห์ไว้ใจให้เป็นตัวหลักในการบุกดันเจี้ยนครั้งนี้ซึ่งอี้หยางก็รู้สึกถึงมันได้เช่นเดียวกัน



       จางซื่อหลงหยิบหมากดำโขกไปในกระดานแล้วพูดว่า “ข้าจะกินเจ้าแล้วนะ”



       “โห! ท่านพี่เก่งจริงๆเลยนะคะ เล่นต้อนข้าให้จนมุมจนได้” อี้หยินพูดชม นางเริ่มจะเข้าใจถึงวิธีการเล่นหมากล้อมที่ต้องอาศัยเชาวน์ปัญญา ความคิดสร้างสรรค์ การแก้ปัญหา และฝึกความรอบคอบอีกด้วย



       “การเล่นหมากล้อมมันก็เหมือนกับที่อี้หยางออกไปรบน่ะแหละ รอโอกาสเหมาะเพื่อจู่โจมครั้งใหญ่ หลอกให้ศัตรูตายใจแล้วเอาคืน จำไว้นะอี้หยิน ต่อให้เจ้ามีพลังมากเพียงใดมันก็เปรียบเสมือนตัวหมากที่วางจนเต็มกระดานแล้วชะล่าใจ สุดท้ายอาจถูกตอกกลับไปจนจุกเลยก็เป็นได้ ใช้ปัญญาในการแก้ปัญหาเท่านั้นจึงจะสามารถชนะได้ทุกสิ่ง โดยเฉพาะการเอาชนะใจตัวเองให้ได้อย่างไรล่ะ” จางซื่อหลงพูดสีหน้าเรียบนิ่งในขณะที่อี้หยินวางหมากขาวกลับมา



       “ค่ะท่านพี่! ข้าจะจดจำคำของท่านเอาไว้” อี้หยินทำสีหน้าระรื่นน้อมรับคำสอน หมากล้อมที่จางซื่อหลงสอนให้นางเล่น ทำให้จิตใจของนางสงบเยือกเย็นยิ่งนัก



       ณ ห้องโถงที่อยู่ลึกสุดในเมืองลอยฟ้า…



       หญิงงามขมวดคิ้วหยุดดีดสายพิณบรรเลงเพลง “พลังทำลายอะไรกัน! แม้ใช้เพลงพิณเทพพิทักษ์เสริมพลังแล้ว ก็ยังมิอาจต้านทานเอาไว้ได้” นางทำสีหน้าฉงน ก่อนหน้านี้ปีศาจหมาป่าชั้นต้นถูกสังหารสิ้นก็มิได้คิดเอะใจ มาบัดนี้ปีศาจหมาป่าชั้นกลางถูกสังหารจึงมิอาจดูเบาพลังทำลายที่ทำให้สั่นสะเทือนมาถึงที่นี่ได้



       “แต่แล้วอย่างไรกันเล่า! ต่อให้มีพลังโจมตีมหาศาลเพียงใดก็ย่อมต้องสิ้นกำลังภายในมากมายเพียงนั้น” นางหัวเราะหึๆ “คงต้านไว้ได้อีกไม่นานหรอก”



       ณ หน้าประตูทางเข้าเมือง…



       เสียงพิณเริ่มบรรเลงอีกครั้ง หลังจากหยุดไปชั่วครู่



       กรึ่บบ! กรึ่บบ! กรึ่บบบ!



       เสียงเหล็กกระทบและเสียดสีกันดังมาแต่ไกล ฝูงปีศาจหมาป่าชั้นกลางเดินออกมาจากประตูร้อยบานเตรียมพร้อมวิ่งเข้ามาจู่โจม



       อี้หยางจ้องตาเขม็งพูดรายงานผ่านช่องทางสื่อสาร “ท่านพี่! พวกมันกำลังมากันอีกแล้วครับ”



       “ฮ่ะๆๆๆ ยังคงมีกันอีกเยอะเลยสินะ.. อี้หยาง! ให้เจ้ารับมือพวกมันเช่นเดิมอย่าให้พวกมันผ่านประตูออกมาได้ เข้าใจใช่ไหม!” จางซื่อหลงพูดจบวางหมากดำลงบนกระดาน



       อี้หยางขานรับ “ครับ!”



       ขณะเดียวกันอี้หยินวางหมากขาวแล้วพูด “ข้าจะกินท่านพี่แล้วนะคะ!”



       จางซื่อหลงมองหมากบนกระดานพร้อมกับเลิกคิวขึ้น ‘ตั้งแต่เมื่อไรกันนะ!’ เขาฉีกยิ้มเล็กน้อยก่อนจะพูดชื่นชมอี้หยิน “ไม่เลวนี่ อี้หยิน!”



       จางซื่อหลงมองกระดานหมากล้อมอย่างละเอียดอีกครั้ง ‘โอ้! อี้หยินวางหมากได้ดีขนาดนี้เลยรึ ในฐานะอดีตมือวางอันดับหนึ่งของชมรมหมากล้อมเยี้ยงข้า อี้หยินปรับเปลี่ยนกลยุทธ์ได้ราวกับฝึกมานับปี ฮ่ะๆๆๆ ช่างอัจฉริยะจริงๆ’



       ผ่านไปพักหนึ่ง…



       ตูมมม! ตูมมม! ตูมมม!...



       อี้หยางใช้พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหกสังหารปีศาจหมาป่าชั้นกลางจนสิ้น



       “อีกแล้วรึ!” หญิงงามกำพิณผีพาไว้แน่นก่อนที่จะดีดบรรเลงเสียงพิณออกไปอีกครั้ง “ข้าก็อยากจะรู้นักว่า กำลังภายในของเจ้าจะมีล้นหลามสักเพียงใด”



       หลังจากนั้นนางจึงส่งปีศาจหมาป่าชั้นกลางออกไปอย่างต่อเนื่องนับสิบครั้ง แต่ทว่าอี้หยางก็ยังสามารถรับมือฝูงปีศาจหมาป่าของนางได้ราวกับว่าใช้คัมภีร์ยุทธ์ได้อย่างไร้ขีดจำกัด นางถึงกับหางคิ้วและริมฝีปากกระตุกจนแทบอยากจะร้องออกมาลั่น



       มันเป็นไปได้อย่างไรกัน!



       จางซื่อหลงหางคิ้วกระตุกมีเหงื่อไหลซึมออกมาจากใบหน้า เขาจ้องมองบนกระดานหมากล้อมอย่างไม่อยากเชื่อสายตา ‘ไม่นะ! เรากำลังจะแพ้อี้หยินรึนี่’ เขาพึ่งสอนอี้หยินแท้ๆกับกลายว่าจะโดนศิษย์ล้างครูไปซะอย่างนั้น มือวางอันดับหนึ่งชมรมหมากล้อมมหาลัย ขืนใครรู้เข้าคงได้อับอายไปทั่วยุทธภพเป็นแน่



       ต้องหาทางแก้ไขให้จงได้!



       “ท่านพี่! ท่านพี่ครับ!” อี้หยางเรียกจางซื่อหลงอยู่หลายครั้งกว่าเขาจะรู้ตัว



       จางซื่อหลงตอบกลับ “มะ มีอะไรรึ อี้หยาง!”



       “ศึกจบแล้วครับ! ไม่มีพวกมันมาอีกพร้อมกับเสียงพิณที่เงียบหายไปด้วย” อี้หยางรายงาน



       จางซื่อหลงนึกในใจ ‘อี้หยางนี่ก็จบศึกเร็วซะจริง ดูเหมือนว่าถ้าจะเรียกว่าปีศาจแล้วล่ะก็ อี้หยางนี่แหละเหมาะกว่าเจ้าพวกปีศาจหมาป่าพวกนั้นเสียอีก เอ้! จบเร็วงั้นรึ!’ พลัน! ความคิดหนึ่งก็เจิดจรัสเข้ามาในหัว ‘นึกออกแล้ว! ว่าจะหาทางเอาชนะอี้หยินได้อย่างไร’



       จางซื่อหลงเผลอหัวเราะออกมาหึๆ ‘ไม่เสียหน้าแล้วโว้ย! ไม่เสียหน้าแล้วโว้ย! เรานี่มันฉลาดจริงๆ^0^’



       กายาไร้เงา! พริบตาทุกอย่างราวกับกำลังหยุดเคลื่อนไหว จางซื่อหลงใช้ความรวดเร็วเปลี่ยนหมากบนกระดานทันที ‘ล้าลันลาลันล้า^0^~ อย่างนี้ไม่เรียกว่าขี้โกงเฟ้ย เขาเรียกว่าคนมีไหวพริบต่างหาก ฮ่ะๆๆๆ’ เขาหยิบตัวหมากสลับตำแหน่งอย่างสบายใจเฉิบ

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #379 apichat8549 (@apichat8549) (จากตอนที่ 128)
    วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 15:10
    เห้ียมากพระเอกตูสอนเอไอเล่นโกะแพ้แล้วโกง
    #379
    0
  2. วันที่ 27 ธันวาคม 2561 / 06:21
    อี๋ ชั่วร้ายๆ
    #378
    0