ตอนที่ 127 : ภาค2:ตอนที่ 27 หมาป่าเกราะเหล็ก

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 249
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    21 ธ.ค. 61

       ไม่นานพลังยุทธ์ถูกปลดปล่อย ออร่าสีเหลืองจางปรากฎทั่วร่างของอี้หยาง



       พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นหก! คัมภีร์ยุทธ์ขั้นสูงสุดของวิชายุทธ์หมัดเหล็กถูกเรียกใช้ อี้หยางกระโดดตัวปลิวอยู่กลางอากาศสูงลิ่ว พลัน! ปรากฎหมัดขนาดมหึมาสีทองโปร่งแสงราวกับว่าหมัดของเทพเจ้าที่ถูกเหวี่ยงลงมาจากท้องฟ้าอย่างโกรธเกรี้ยวพร้อมกับร่างของอี้หยาง เพื่อทำลายสรรพสิ่งที่อยู่เบื้องล่างให้พินาศย่อยยับไป



       ตูมมม!!! เมืองลอยฟ้าถึงกับสั่นสะเทือนเลือนลั่น ในรัศมี 20 เมตรร่างของฝูงปีศาจหมาป่าชั้นต้นถูกทำลายล้างจนแตกสลายกลายเป็นผุยผงด้วยการโจมตีเพียงแค่ครั้งเดียว



       พลัน! เกิดคลื่นกระแทกอย่างรุนแรงออกจากแรงปะทะไปทุกทิศทุกทาง



       ฟึ้ม!!!



       จางซื่อหลงร้องลั่น “อ๊ากกก!” ร่างของเขาถึงกับกระเด็นตีลังกากลับหลังไปหลายตลบ



       จางซื่อหลงพะยุงตัวลุกขึ้นยืน “พลังหมัดขั้นสูงสุดของอี้หยางรึเนี่ย!” ไม่อยากจะเชื่อ! เขายืนอยู่ไกลกว่าร้อยเมตรกับถูกคลื่นกระแทรกซัดจนกระเด็นตั้งตัวไม่ติด



       อี้หยางไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น เขาสามารถใช้พลังหมัดเหล็กทำลายได้ถึง 15 ครั้งโดยไม่สิ้นเปลืองกำลังภายในเลยแม้แต่น้อย เขาใช้คัมภีร์ยุทธ์ไล่ล้างบางปีศาจหมาป่าชั้นต้นโดยไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว ในขณะที่จางซื่อหลงรีบกลับไปก้มมอบบริเวณที่อี้หยินยังคงหลับอยู่ ขืนเขาอยู่ใกล้กับอี้หยางมีหวังได้โดนลูกหลงไปด้วยเป็นแน่



       ตูม! ตูม! ตูม!... คัมภีร์ยุทธ์ของอี้หยางยังความสั่นสะเทือนไปทั่วอาณาบริเวณของเมืองลอยฟ้า แม้ว่าการโจมตีจะรุนแรงเพียงใดแต่ก็ไม่อาจทำให้สะพานหินเก่าแก่ถล่มลงไปได้ สะพานหินที่ทอดยาวไปจนถึงประตูเมืองยังคงปักฐานมั่นคงอยู่เช่นเดิม



       ไม่นานทุกอย่างเข้าสู่ความสงบ แม้แต่เสียงพิณก็ยังหยุดบรรเลงไปไม่รู้ตั้งแต่เมื่อใด เหลือแต่เพียงอี้หยางยืนอยู่บริเวณตีนสะพานเกือบถึงประตูเมือง พลังยุทธ์ออร่าสีเหลืองจางยังคงปรากฎทั่วร่างดังเดิมแม้ว่าจะใช้คัมภีร์ยุทธ์ไปแล้วหลายครั้งก็ตาม



       จางซื่อหลงลุกยืนขึ้น ดูเหมือนสิ่งที่ฝึกซ้อมไว้จะดีเกินคาด อี้หยางในตอนนี้ไม่ต่างจากบอสเลย มอนสเตอร์หรือสัตว์อสูรไม่ต่างจากมดปลวกที่รอเวลาตายเท่านั้น จุดแข็งที่สุดของวิชายุทธ์หมัดเหล็กก็คือพลังยุทธ์ที่สามารถใช้คัมภีร์ยุทธ์ขั้นสูงสุดโดยไม่ต้องสูญเสียกำลังภายใน อี้หยางทำแค่เพียงตั้งรับสะสมดาเมจของฝ่ายตรงข้ามที่โจมตีเข้ามาเพื่อรอเวลาปลดปล่อยพลังยุทธ์เท่านั้นก็สามารถตัดสินแพ้ชนะได้แล้ว



       อี้หยางเคยพ่ายแพ้ให้กับจ้าวป่าสมิงไพร เคยต่อสู้กับเซียนเจ๋อที่มีวิชายุทธ์อันแข็งแกร่ง เคยต่อสู้กับหลวงจีนอู่จี้ที่มีวรยุทธ์เส้าหลินล้ำเลิศ และสุดท้ายพ่ายให้กับเสียงพิณที่ทำให้เขาหลับไหล จางซื่อหลงตระหนักดีว่าอี้หยางยังมีจุดอ่อนอีกมากที่เขาต้องช่วยปิดให้มิดถึงแม้ว่าจะบรรลุวิชายุทธ์หมัดเหล็กทุกวิชาแล้วก็ตาม



       แต่สำหรับการบุกเมืองลอยฟ้าในตอนนี้.. อี้หยางไร้พ่าย!



       “อี้หยาง! ทำลายประตูนั่นเข้าไปเลย!” จางซื่อหลงพูดผ่านช่องทางสื่อสารผู้ติดตาม



       “ครับ!” อี้หยางตอบรับพลางเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์



       พลังหมัดเหล็กทำลายขั้นห้า! สิ้นสุดเสียง! ปรากฎหมัดขนาดใหญ่สีทองโปร่งแสงแล้วอี้หยางก็ซัดมันพุ่งออกไปยังประตูขนาดใหญ่ทางเข้าเมือง



       ตูมมม! ประตูขนาดใหญ่ถูกทำลายจนพังกระเด็นเข้าไปด้านใน ขณะเดียวกันเกิดผงฝุ่นเศษหินฟุ้งกระจายไปทั่วในอาณาบริเวณนั้น



       อี้หยางย่างสามขุมผ่านประตูเข้าไป สิ่งที่เห็นตรงหน้ากลับเป็นพื้นที่โล่งโจ้งราวกับสนามฝึกยุทธ์ แต่ทว่ามันกว้างขว้างออกไปประมาณหนึ่งลี้ กว่าจะไปถึงประตูบานใหญ่นับร้อยกับกำแพงที่สูงจนมิอาจจะปีนป่ายข้ามไปได้



       “ท่านพี่! ไม่มีสิ่งใดนอกจากพื้นที่โล่งครับ” อี้หยางพูดขึ้นในขณะที่สาดส่องสายตาไปโดยรอบอย่างระแวดระวัง



       จางซื่อหลงขมวดคิ้วคิด ‘ไม่มีสัตว์อสูรเลยรึ!’



       “ประเดี๋ยวข้าจะตามไป” จางซื่อหลงพูดจบพลางหยิบยาลูกกลอนใส่ปากอี้หยินไปสองเม็ด



       เมื่อยาเข้าไปในปาก อี้หยินได้สติตื่นขึ้นมาทันที “ท่านพี่! เสียงพิณนั่นทำให้ข้าหลับ!”



       “เจ้าไม่ต้องกังวลไป ตราบที่เรายังมียากันหลับของอี้หยาง เสียงพิณนั่นจะไม่สามารถทำอะไรเจ้าได้อีก” จางซื่อหลงพะยุงตัวนางขึ้นแล้วพูด “พวกเรารีบไปหาอี้หยางกันเถอะ”



       “ค่ะ!” อี้หยินรับคำ



       อี้หยางยังคงก้าวเท้าไปอย่างระแวดระวังขณะรอจางซื่อหลงที่กำลังตามเข้ามา



       กรึ่บบ! กรึ่บบ! กรึ่บบบ!



       เสียงเกราะเหล็กกระทบกันอยู่หลังกำแพงสูงที่ไกลออกไปราวกับมีกองทัพสวมชุดเกราะกำลังเดินทัพผ่านประตูขนาดใหญ่นับร้อยมายังสมรภูมิรบ



       อี้หยางขมวดคิ้วหยุดยืนฟังในขณะที่จางซื่อหลงกับอี้หยินใช้วิชาตัวเบาไล่ตามหลังมาทันพอดี



       “เกิดอะไรขึ้น! อี้หยาง!” จางซื่อหลงเห็นอี้หยางหยุดยืนนิ่ง เสียงเกราะเหล็กตกกระทบราวกับกรีธาทัพที่ทุกคนได้ยินเมื่อครู่กับเงียบกริบเหมือนมันไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน



       “ไม่รู้เหมือนกันครับ เสียงมันเงียบไปแล้ว” อี้หยางพยายามเอียงหูฟัง



       ทั้งสามเดินย่างเท้าเข้าไปเรื่อยๆอย่างระแวดระวังจนใกล้ถึงกำแพงเมืองแต่ก็ยังไม่มีสิ่งใดเกิดขึ้น



       พลัน! มีเสียงพิณบรรเลงออกมาจากด้านหลังของกำแพงที่มีประตูขนาดใหญ่นับร้อยบาน



       “เสียงพิณมันผิดแปลกไป!” จางซื่อหลงรู้สึกได้ทันที ท่วงทำนองเสียงดีดพิณแตกต่างกันนัก ถ้าเสียงพิณก่อนหน้านี้ดูอ่อนละมุนยังความรู้สึกให้น่าหลับไหลแล้ว ส่วนเสียงพิณที่บรรเลงในตอนนี้กับยังความรู้สึกให้ครึกครื้นเห่อเหิมขึ้นมาท่วงทำนองดีดบรรเลงรวดเร็วปานจะปลุกระดม



       ตึ้ม! ตึ้ม! ตึ้ม!...



       ประตูบานใหญ่นับร้อยถูกผลักออกมาพร้อมกับหมาป่าขนสีน้ำตาลตัวใหญ่เท่ากับราชสีห์สวมชุดเกราะที่พุ่งออกมาแทบจะในเวลาเดียวกันทั้งร้อยประตู เสียงชุดเกราะกระแทกเสียดสีกันตามการเคลื่อนไหว กับไม่ได้ทำให้พวกมันดูช้าลงเลย พวกมันราวกับกำลังจะพยายามปิดล้อมจางซื่อหลงอี้หยางและอี้หยินเอาไว้ในวงล้อมของพวกมัน



       “อี้หยาง! อี้หยิน! รีบกลับไปยังประตูทางเข้าเมืองเร็ว!” จางซื่อหลงร้องลั่นในขณะที่ต่างคนต่างใช้วิชาตัวเบากระโจนร่างกลับไปยังทิศทางเดิมเพื่อไม่ให้ฝูงหมาป่าเกราะเหล็กเข้ามาปิดล้อมพวกเขาเอาไว้ได้



       ณ ห้องโถงที่อยู่ลึกสุดเข้าไปในเมือง…



       หญิงงามกำลังดีดพิณบรรเลงอย่างรวดเร็วราวกับกำลังซีโร่เบส นางหัวเราะหึๆ “พวกเจ้า! ช้าไปแล้ว.. ไปตายซะเถอะ!”



       ณ ที่ลานกว้าง จางซื่อหลง อี้หยางกับอี้หยินพยายามใช้วิชาตัวเบาเร่งฝีเท้าสุดชีวิต…



       “บ้าเอ่ย! พวกมันเร็วเป็นบ้า!” จางซื่อหลงพูดสีหน้าตื่น ลำพังอี้หยางคงไม่เป็นไร แต่ตัวเขากับอี้หยินนี่สิ ถ้าฝูงหมาป่าปิดล้อมพวกเขาไว้ได้ ศพแรกและศพที่สองคงเป็นอี้หยินกับเขาเป็นแน่ การที่พวกมันรอจังหวะจู่โจมเขาแบบนี้แสดงว่า ‘พวกมันมีสติปัญญา!’



       จางซื่อหลงไม่คิดจะประมาท ถ้าต้องสู้กับสัตว์อสูรที่มีสติปัญญาเหมือนกับจ้าวป่าสมิงไพรแล้วล่ะก็ อี้หยางอาจพลาดท่าเสียทีได้ ‘ต้องเดินหมากให้ดีกว่าเดิมเสียแล้ว!’



       “อี้หยาง! อี้หยิน! เตรียมพร้อม!” จางซื่อหลงตะโกนลั่นไม่ได้รอให้ผู้ติดตามทั้งสองถามว่าต้องเตรียมพร้อมสิ่งใด



       กายาไร้เงา!



       พริบตา! ทุกอย่างราวกับเวลาหยุดเคลื่อนไหว จางซื่อหลงรีบอุ้มอี้หยางกับอี้หยินไว้คนล่ะข้างแล้วรีบพุ่งร่างไปยังหน้าประตูทางเข้าทันที



       ณ ส่วนที่อยู่ลึกสุดเข้าไปในเมือง…



       “อะ.. อะไรกัน?!” หญิงงามดีดพิณบรรเลงเพลงอยู่ถึงกับหยุดชะงักไปในทันที ขณะเดียวกันริมฝีปากอันเรียวเล็กเป็นกระจับของนางเม้มปากกัดแน่นอย่างไม่พึงใจ “หนีรอดไปได้ ใช่ว่าจะต้านทัพของข้าไหว แล้วพวกเจ้าจะได้เห็นดีกัน”



       นางเริ่มดีดพิณผีพาบรรเลงเสียงเพลงต่ออย่างคึกคะนองราวกับว่าจะไม่มีผู้ใดเล็ดรอดไปจากเมืองนี้ได้



       ณ ที่ประตูทางเข้าที่ถูกอี้หยางทำลายก่อนหน้านี้…




       จางซื่อหลงหยุดยืน เขาประคองร่างอี้หยางกับอี้หยางวางลงไปกับพื้นแล้วหันหลังกลับไปมองยังทัพหมาป่าเกราะเหล็กที่อยู่ไกลๆไล่วิ่งไม่ทันเขา “ฮ่ะๆๆ สุดท้ายพวกเจ้าก็ไล่ไม่ทันสกิลหนีขั้นเทพของข้าได้”



       จางซื่อหลงตบที่บ่าของอี้หยาง “จากนี้ไปเป็นหน้าที่ของเจ้า อย่าปล่อยให้พวกมันผ่านประตูนี่ออกไปได้”



       ก็แหงแหละขืนพวกมันออกไปมีหวังจางซื่อหลงคงได้ใช้สกิลหนีขั้นเทพพาอี้หยินหนีหัวซุกหัวซุนเป็นแน่ ด้วยสมรภูมิตรงประตูนี้ต่อให้พวกมันมีเป็นพันก็คงเข้าปะทะอี้หยางไม่ได้ทั้งหมดอย่างแน่นอน แล้วเมื่อพลังยุทธ์ของอี้หยางถูกปลดปล่อยแล้วล่ะก็ ฮะฮ่า!



       คราวนี้แหละ!



       จางซื่อหลงเผลอท้าวเอวหัวเราะร่าออกมาแม้จะอยู่ในสถานการณ์อย่างนี้ก็ตาม เหมือนเขาจะมั่นใจในตัวเองมาก ไม่ใช่สิ! มั่นใจในตัวอี้หยางซะมากกว่า เขาเอามือตบที่หลังของอี้หยางปับๆ



       ‘อี้หยางสู้ๆ ปะเดี๋ยวข้าจะไปนั่งเล่นกับอี้หยินก่อนนะ ฮ่ะๆๆๆ!’ จางซื่อหลงคิดในใจ




      

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 21 ธันวาคม 2561 / 05:45
    พึ่งพาได้มะเนี่ย
    #377
    0