ตอนที่ 126 : ภาค2:ตอนที่ 26 ทรงพลัง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 242
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 27 ครั้ง
    15 ธ.ค. 61

       แคร้งงง!!! เสียงดาบใหญ่ห้าเล่มที่ตวัดฟันลงไป ไม่สามารถผ่านกระบี่ไปถึงตัวอี้หยางที่นอนอยู่บนพื้นได้



       กระบี่เล่มบางของจางซื่อหลงสามารถรับมือกับดาบใหญ่ได้ถึงห้าเล่มโดยไม่กระดิกเลยแม้แต่น้อยราวกับว่ากระบี่เป็นโล่ปกป้องอี้หยางเอาไว้



       “พวกเจ้ามีแรงเพียงแค่นี้เองรึ!” จางซื่อหลงพูดจบยกกระบี่ขึ้นเต็มแรงทำให้ชายฉกรรจ์เหล่านั้นถึงกับกระเด็นกลับไปพร้อมดาบใหญ่ของพวกมัน



       ขณะเดียวกันจางซื่อหลงเริ่มรู้ซึ้งถึงพละกำลังของตนพลันฉีกยิ้มที่มุมปาก เขาพุ่งร่างเข้าใส่กลุ่มชายฉกรรจ์พร้อมกับตวัดกระบี่ออกไปอย่างรวดเร็ว



       ความเร็วของกระบี่ที่ตัดผ่านอากาศจนทำให้เกิดเสียงวี๊ดวิ๊วผ่านร่างของชายฉกรรจ์นับสิบที่อยู่ด้านหน้าราวกับว่ามันตัดผ่านวุ้นอ่อนๆไปซะอย่างนั้น



       จางซื่อหลงถลึงตาขึ้น “ตัดขาดภายในครั้งเดียวรึ!” เขาไปอยากจะเชื่อว่าพลังของเขาจะมากมายถึงขนาดกระบี่ตัดผ่านร่างกลุ่มชายฉกรรจ์ได้ภายในครั้งเดียว



       พลันร่างของชายฉกรรจ์เหล่านั้นขาดออกจากกันเป็นสองท่อน



       อ๊ากกก! พวกมันร้องลั่นก่อนที่ร่างจะกลายเป็นแสงแล้วแตกสลายหายไปในที่สุด



       เสียงจากระบบแจ้งเข้ามาในหัว “ปีศาจหมาป่าชั้นต้น เลเวล 60 ถูกสังหาร ไม่ได้รับสิ่งใด”



       เลเวลหกสิบ!



       จางซื่อหลงเบิกตากว้าง เขาสามารถสังหารปีศาจหมาป่าที่มีระดับเดียวกับจอมยุทธ์ได้หรือเนี่ย



       ทักษะอมตะช่างทรงพลังนัก!



       จากนั้นมีเสียงการเลื่อนระดับของอี้หยาง “ผู้ติดตามอี้หยางได้ยกระดับพื้นฐานจากเลเวลห้าสิบขึ้นเป็นเลเวลห้าสิบสาม”



       เสียงแจ้งเตือนปีศาจหมาป่าถูกสังหารดังขึ้นในหัวอย่างต่อเนื่อง ในขณะที่ระบบแจ้งการเลื่อนระดับของอี้หยางสิ้นสุดที่เลเวล 56



       “ฮ่ะๆๆๆ ดูเหมือนว่าการเก็บเวลในเกมศึกชิงจ้าวยุทธภพจะไม่ยากอย่างที่คิดสินะ” จางซื่อหลงพูดเปรยออกมา



       “งั้นลองชิมนี่หน่อยเป็นไง!”



       กระบี่แทงใจ!  คัมภีร์ยุทธ์ถูกเรียกใช้ พลัน! เกิดคลื่นพลังจากกระบี่แหวกผ่านอากาศขยายออกไปไกลกว่า 20 เมตร



       บูม! ร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยที่วิ่งบนสะพานอยู่เบื้องหน้าถูกคลื่นพลังซัดจนกระเด็นออกไปเป็นทางราวกับถูกรถพุ่งชนผ่านฝูงชนอย่างไรอย่างนั้น



       เสียงจากระบบแจ้งปีศาจหมาป่าชั้นต้นถูกสังหารดังขึ้นถี่ยิบ ร่างของพวกมันถูกฉีกกระชากขาดกระจุยกลายเป็นอากาสธาตุเพราะคลื่นพลังของคัมภีร์ยุทธ์ ขณะที่ระบบแจ้งการเลื่อนระดับของอี้หยางไปสิ้นสุดที่เลเวล 58



       จางซื่อหลงอ้าปากค้าง แม้แต่คัมภีร์ยุทธ์ขั้นต้นเมื่ออยู่ในโหมดอมตะยังทรงพลังได้ถึงขนาดนี้เชียวหรือ เขายกกระบี่ขึ้นมาดูอย่างไปอยากเชื่อสายตาตัวเอง



       นี่มันไม่ธรรมดาแล้ว!



       จางซื่อหลงฉีกยิ้มหัวเราะฮ่าๆดังลั่น ถ้าไม่ใช่เพราะว่าในตอนนี้กลุ่มชายฉกรรจ์นับร้อยกำลังวิ่งมาหาเขาอย่างบ้าคลั่งอีกรอบแล้วล่ะก็ เขาคงกระโดดโลดเต้นจนลืมตัวไปแล้วกระมัง



       นี่มันไม่ใช่เวลามาดีใจ!



       มันใช้ได้แค่ 1 นาทีเท่านั้น!



       ราวกับมีบางอย่างเตือนขึ้นมาให้ได้สติ เขาต้องรีบทำให้อี้หยางตื่นขึ้นมาได้แล้ว เพราะเวลาเพียงแค่ 1 นาทีไม่เพียงพอฆ่าพวกมันได้ทั้งหมด



       ฉิบ.. หายแหละเล่นจนเพลิน!



       คิดได้ดังนั้นรีบใช้คัมภีร์ยุทธ์ หกฝ่ามือทะลายฟ้า! จางซื่อหลงกลับกระบี่แนบไปไว้ด้านหลังแล้วใช้อีกมือหนึ่งวาดฝ่ามือออกไปอย่างรวดเร็ว



       บูม!!! เกิดคลื่นพลังฝ่ามือผ่านอากาศพุ่งขยายออกไปหกฝ่ามือ โดยเฉพาะฝ่ามือที่หกทรงพลังยิ่งกว่าพลังฝ่ามือทั้งหมด



       หกฝ่ามือกวาดร่างของกลุ่มชายฉกรรจ์ที่กำลังวิ่งกู่กันเข้ามาจนกระเด็นล้มกลิ้งกันไปตามสะพานแบบไม่เป็นท่า บางคนตกสะพานล่วงลงจากเมืองลอยฟ้า เสียงร้องลั่นของพวกมันที่ล่วงตกลงไปค่อยๆหายเงียบไปในที่สุด ไม่มีใครล่วงรู้ได้เลยว่าพวกมันจะตกลงไปสุดยังผืนแผ่นดินด้านล่างหรือไม่ ส่วนคนที่วิ่งนำหน้ามาถูกคลื่นพลังฉีกกระชากร่างจนแตกสลายหายไป



       “ฮ่ะๆๆๆ นึกแล้วว่าพลังฝ่ามือทะลายฟ้าต้องทรงพลังเช่นเดียวกัน” จางซื่อหลงยกฝ่ามือขึ้นมาดูอย่างพึงพอใจก่อนที่จะรีบหันหลังกลับไปหาอี้หยาง



       เสียงแจ้งปีศาจหมาป่าชั้นต้นถูกสังหารดังต่อเนื่องขณะที่ระบบแจ้งการเลื่อนระดับของอี้หยางสิ้นสุดที่เลเวล 60



       เสียงแจ้งจากระบบ “ผู้ติดตามอี้หยางยกระดับพื้นฐานถึงระดับสูงสุดแล้ว”



       “เกมนี้เลเวลสูงสุดแค่หกสิบเองรึ!” จางซื่อหลงชะงักเล็กน้อยก่อนที่จะหยิบยาเม็ดลูกกลอนออกมา 2 เม็ดใส่เข้าไปในปากของอี้หยาง โชคดีที่อี้หยางปรุงยาแก้หลับกับยากันหลับเอาไว้ มิเช่นนั้นแล้วคงได้ตายกันหมดในดันเจี้ยนแห่งนี้เป็นแน่



       ถึงจะมียากันหลับแต่ก็ออกฤทธิ์ป้องกันได้เพียงแค่ชั่วโมงเดียวเท่านั้น



       อี้หยางลืมตาขึ้นพอเห็นจางซื่อหลงจึงเอ่ย “ท่านพี่! ข้ามิอาจฝืนไม่ให้หลับได้”



       “ลุกขึ้นเถอะอี้หยาง! มันไม่ใช่ความผิดของเจ้า ทำตามสิ่งที่พวกเราได้ฝึกกันมาเสียเถอะ” จางซื่อหลงพูดปลอบใจในขณะที่ประคองร่างของอี้หยางให้ลุกขึ้นแล้วปัดเนื้อปัดตัวให้



       อี้หยางขานรับด้วยความซาบซึ้ง “ครับท่านพี่!”



       แววตาของอี้หยางเปลี่ยนเป็นเยือกเย็นอย่างฉับพลัน! เขาพุ่งร่างผ่านจางซื่อหลงมุ่งสู่สมรภูมิอีกครั้งโดยไม่รีรอให้พวกมันเข้ามาถึงตัว



       แคร้งงง! คร้างงง! แคร้งงง! คร้างงง! แคร้งงง! คร้างงง!



       เสียงหมัดเหล็กเข้าปะทะกับดาบใหญ่นับไม่ถ้วนดังอย่างไม่ว่างเว้น ในขณะที่จางซื่อหลงรู้สึกถึงพละกำลังที่ถดถอยอย่างฉับพลัน เขารู้สึกถึงกระดูกเส้นเอ็นเนื้อหนังกลับสู่สภาพเดิมตามปกติราวกับเทพเจ้าเกิดใหม่กลับมาเป็นมนุษย์



       “เวรแหละ!” จางซื่อหลงรีบหยิบยาเม็ดลูกกลอนกันหลับเข้าใส่ปากทันที เขาถอนหายใจพร้อมกับเช็ดเหงื่อที่ไหลรินออกมาจากหน้าผาก “เกือบไปแล้วไหมล่ะ!”



       ถ้าจางซื่อหลงกินยากันหลับช้าไปอีกนิดหนึ่ง คงได้หลับล้มพับเพราะเสียงพิณที่ยังบรรเลงผ่านออกมาจากเมืองไปอีกหนเป็นแน่



       “นี่คงเป็นวิชายุทธ์พิณสวรรค์ซินะ.. ช่างร้ายกาจนัก!” จางซื่อหลงยกยิ้มที่มุมปากแล้วพูดเปรยออกมา “ชักอยากจะเห็นบอสของดันเจี้ยนนี้ซะแล้วสิ”


       ---


       วังอันกว้างใหญ่โอฬารลึกเข้าไปในเมืองลอยฟ้า



       ปรากฎหญิงงามเอวบางมือไม้ขาเรียวสละสลวย นางสวมใส่ชุดขาวบางบริสุทธิ์จนเห็นรูปทรงองเอวขาวนวลเผยสรีระเรือนร่างที่อยู่ภายใน หากผู้ใดได้ยลโฉมของนางคงมิอาจละสายตาออกไปจากนางได้เป็นแน่



       นิ้วเรียวบางกำลังดีดพิณผีพา นางบรรเลงเสียงพิณอันไพเราะอยู่บนบัลลังก์อาสน์เพื่อจะสยบผู้ที่กำลังบุกรุกเข้ามาในอาณาเขตของนางให้จงได้



       แต่ทว่า… อยู่ๆนางก็หยุดดีดบรรเลงพิณไปเสียดื้อๆ



       “เกิดอะไรขึ้น!” น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความรู้สึกที่ซับซ้อน



       “เจ้าพวกนั้น! ต้านทานเพลงพิณนิทราของข้าได้!” นางพูดออกมาอย่างสงสัยพร้อมกับคิดอย่างพินิจ



       “ไม่สิ! ไม่ใช่ทั้งหมด! ยังเหลืออีกหนึ่ง!” ราวกับว่านางสัมผัสได้ทุกสิ่งอย่างที่อยู่ในอาณาเขตของนาง



       “แล้วพลังที่น่าครึ้มเครงเมื่อครู่มันอะไรกัน?!” นางรู้สึกหวาดหวั่นพลังอันมหาศาลที่ปรากฎขึ้นชั่วครู่แล้วจู่ๆก็หายไปอย่างไร้ตัวตน



       นางหัวเราะหึๆสีหน้าเยือกเย็นลง “แล้วอย่างไรกันล่ะ.. ข้าจะคอยดูว่าพวกเจ้าจะเข้ามาถึงที่นี่ได้หรือไม่”



       แววตาของนางแปรเปลี่ยนเป็นชั่วร้ายขึ้นมาทันที ช่างแตกต่างจากรูปลักษณ์ภายนอกอันแสนเย้ายวนของนางยิ่งนัก  

       


       

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 27 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 ธันวาคม 2561 / 09:35

    ขอบคุณครับ

    #376
    0