ตอนที่ 123 : ภาค2:ตอนที่ 23 ถูกตัดหน้า

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 275
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    2 ธ.ค. 61

       หลังจากสิ้นสุดการโจมตีครั้งใหญ่ของอี้หยางเสียงแจ้งเลื่อนระดับจากเลเวลสี่สิบแปดขึ้นเป็นเลเวลสี่สิบเก้า



       พลันเสียงเห่าหอนของฝูงหมาป่าดังลั่นไปทั่วทั้งหุบเขาราวกับกำลังสวดส่งวิญญาณราชาหมาป่าที่พึ่งสิ้นชีพไป ไม่ว่าใครเพียงแค่ได้ยินเสียงเห่าหอนที่ดังไปทั่วทั้งหุบเขาแห่งนี้คงได้ขนลุกจนเย็นเฉียบไปถึงกระดูกสันหลังเป็นแน่



       สิ้นสุดเสียงเห่าหอนส่งวิญญาณ! ฝูงหมาป่าต่างพากันแตกตื่นวิ่งหนีกันอย่างโกลาหล เมื่อพวกมันขาดผู้นำมันก็ไม่ต่างอะไรกับแม่ทัพใหญ่ถูกสังหารในสนามรบทำให้เหล่าทหารหาญกล้าไม่มีกะจิตกะใจยืนหยัดสู้อีกต่อไป



       “มะ.. ม้ายนะ! พวกมันกำลังแตกตื่น!” จางซื่อหลงเผยให้เห็นถึงสีหน้าตื่นตระหนก เขารีบเปิดช่องสื่อสารติดต่อผู้ติดตาม “อี้หยาง! รีบปลดปล่อยจิตสังหารข่มขวัญพวกมันเร็วเข้า”



       ที่แท้จางซื่อหลงก็กลัวว่าถ้าพวกมันหนีไปจนหมดจะไม่มีสัตว์อสูรให้อี้หยางได้ฟาร์มเวลเลื่อนระดับนั่นเอง



       อี้หยางตอบสนองอย่างรวดเร็วปลดปล่อยออร่าสีแดงเพลิงอันน่าสะพรึงโพยพุ่งออกมายังฝูงหมาป่าขาวให้สั่นเทาหยุดนิ่งอย่างหวาดกลัว



       จางซื่อหลงแสยะยิ้มพูดขึ้น “อี้หยาง! เก็บพวกมันให้หมด!”



       ย๊ากกก! เสียงคำรามลั่นของอี้หยางพร้อมกับกระหน่ำคัมภีร์ยุทธ์แบบไม่ยั้งมือ



       ตูม! ตูม! ตูม!...


       ---


       ---


       3 ชั่วโมงต่อมา…



       “ตามแผนที่ที่ได้มา ที่นี่คือหุบเขาแตกแยกไม่ผิดแน่” ชายคนหนึ่งพูดขึ้น



       เซียนจื่อขมวดคิ้วมุ่นพูดเคร่งขรึม “แล้วทำไมพวกเราไม่พบหมาป่าแม้แต่ตัวเดียวเลยล่ะ ในเมื่อที่นี่คือรังของพวกมัน” เขามองไปยังพื้นที่ระหว่างของหุบเขาที่มีชื่อว่าหุบเขาแตกแยก ซึ่งมีแต่เพียงความว่างปล่าวเท่านั้น



       “หรือว่าราชาหมาป่ากำลังวางแผนซุ่มโจมตีเราอยู่” ชายอีกคนพูดขึ้นสีหน้าไม่ค่อยจะดีนัก ทุกคนต่างรู้มาว่าราชาหมาป่าขนเงินตัวนี้เจ้าเล่ห์และฉลาดเป็นที่สุด พวกเขารวบรวมพรรคพวกมากกว่า 20 คนเพื่อที่จะเข้ามาไล่ล่ามัน



       แต่ละคนเผยสีหน้าระแวดระวังต่างพากันมองไปทั่วทิศทั่วทาง เว้นแต่บุรุษสองคนที่มีสีหน้ามาดมั่นยืนอยู่หลังสุดเท่านั้น



       “หึๆๆๆ” หนึ่งในบุรุษผู้มีสีหน้ามาดมั่นหัวเราะแล้วพูดขึ้น “พวกเจ้าไม่ต้องระแวงไป ไม่มีราชาหมาป่าอยู่ที่นี่หรอก”



       คำพูดของบุรุษผู้นั้นยังความแปลกใจให้กับเซียนจื่อและคนอื่นๆจึงทำให้ทุกคนหันไปมองเป็นสายตาเดียวกัน



       “ท่านเซินหย่าพูดราวกับว่าพวกเรามาผิดที่” เซียนจื่อพูดขึ้นอย่างสงสัย



       “ไม่ใช่ว่าเรามาผิดที่หรอก แต่เซินหย่ากำลังจะบอกว่ามีผู้อื่นบุกรังหมาป่าแห่งนี้ไปก่อนหน้าที่พวกเราจะมาถึงต่างหากล่ะ” บุรุษผู้มีสีหน้ามาดมั่นอีกคนพูดขึ้น



       “ท่านฉางเกาหมายความว่า…” เซียนจื่อกล่าวไม่ทันจบ



       ฉางเกาพูดขึ้น “ข้าคิดว่าราชาหมาป่าอาจถูกพวกมันฆ่าตายไปแล้วก็เป็นได้” เขาดูร่องรอยที่ยังคงหลงเหลือทิ้งไว้อยู่บ้าง



       “ไม่น่าจะเป็นไปได้! ราชาหมาป่าเทียบได้กับผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงแล้วยังกองทัพหมาป่าอีก ถ้าไม่ใช่ระดับจอมยุทธ์อย่างพวกท่านที่ถูกส่งให้มาช่วยข้าแล้วล่ะก็ ยากนักที่จะมีใครในเมืองนี้ฆ่าหรือต้านทานราชาหมาป่าพร้อมกับกองทัพหมาป่าของมันได้” เซียนจื่อพูดตามข้อมูลที่ได้มา ผู้เล่นส่วนใหญ่ในเมือง นอกจากพวกเอไอแล้วยังไม่มีผู้ใดก้าวผ่านผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงเลยแม้แต่สักคนเดียว อีกอย่างถึงเป็นผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงแล้วอย่างไรกันเล่า ก็นี่เป็นรังของราชาหมาป่าใครจะกล้าบ้าบิ่นบุกเข้ามากันล่ะ ต่อให้รวมกันมา 30 คนก็ยังไม่แน่ว่าจะรอดชีวิตกลับไปหรือเปล่าเลย



       หลังจากนั้นจึงต่างพากันสืบหาร่องรอยหลักฐานเพื่อยืนยันว่าราชาหมาป่าและกองทัพหมาป่ายังคงอยู่ในหุบเขาแห่งนี้อีกหรือไม่



       จนกระทั้งมาถึงจุดที่อี้หยางระเบิดพลังยุทธ์แล้วทำลายล้างหมาป่าทั้งหมด



       “นี่มันอะไรกัน!” เซินหย่าเอ่ยขึ้นอย่างแปลกใจซึ่งไม่ต่างจากฉางเกาเท่าใดนัก เขารีบพุ่งร่างไปสำรวจยังพื้นที่ทันที



       เซียนจื่อกับพรรคพวกถึงกับอ้าปากค้าง นี่มันพลังโจมตีอะไรกันถึงทำให้พื้นที่ในอาณาบริเวณนี้แทบจะถูกทำลายล้างโดยสมบูรณ์



       “ตั้งแต่ที่เข้ามาในหุบเขาจนถึงตรงนี้ มีผู้บุกมาไล่ล่าราชาหมาป่าเพียงแค่สามคนเท่านั้นรึ” ฉางเกากล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อสายตาตน เขายืนกอดอกจับปลายคางอย่างสนอกสนใจ “อืม! ก่อนหน้านี่เหมือนกับว่าฝูงหมาป่าหยุดยืนให้พวกเขาสังหารโดดไม่มีโอกาสได้จู่โจมเลย”



       เซินหย่าฉีกยิ้มที่มุมปาก “นี่มันน่าสนใจจริงๆ เด็กน้อยผู้นี้สามารถปลดปล่อยพลังได้มากขนาดนี้ เขาใช้วิชายุทธ์ประเภทไหนกันนะ”



       เซียนจื่อฟังเซินหย่ากับฉางเกาพูดคุยกันอยู่จึงพูดแทรกขึ้นมาว่า “พวกท่านคิดว่าราชาหมาป่าจะยังมีชีวิตอยู่หรือเปล่า!” เขารู้สึกกระวนกระวายเมื่อรู้ว่าราชาหมาป่าอาจถูกฆ่าตัดหน้าพวกเขาไปเสียก่อน กว่าจะทำภารกิจเพื่อให้ได้แผนที่รังของราชาหมาป่าและข้อมูลเกี่ยวกับมันต้องลงทุนลงแรงจนเลือดตาแทบจะกระเด็นออกมา



       ฉางเกาหันกลับไปพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง “เห็นสภาพการณ์อย่างนี้ พวกเจ้ายังคิดจะมีหวังกันอยู่อีกรึ”



       เซียนจื่อกับพวกถึงกับหน้าซีดเป็นไข่ที่ถูกต้มสุก พวกเขาต้องมาคว้าเอาน้ำเหลวหรือนี่!



       “พี่เซียนจื่อ! อย่างนี้พวกเราก็ทำงานล้มเหลวกันน่ะสิ ป่านนี้เจ้าพวกนั้นคงค้นหาดันเจี้ยนตามแผนที่ที่ได้ไปแล้วเป็นแน่” ชายในกลุ่มพูดขึ้นสีหน้าตื่น ถ้าราชาหมาป่าถูกฆ่ายังไงเสียแผนที่กับกุญแจเข้าดันเจี้ยนคงตกอยู่ในมือของพวกมันไปแล้วอย่างแน่นอน



       “จะยากตรงไหนกันล่ะ เราก็แค่ตามพวกมันไป แล้วเอาคืนมาซะก็สิ้นเรื่อง” ชายผู้หนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับบิดขี้เกียจยืนหาววอดๆออกมา ชื่อของเขาคือมู่เจียงผู้ที่ไม่คิดอะไรมากนั่นเอง



       “มู่เจียง! เจ้าไม่เห็นพลังทำลายล้างนี่รึไง ต่อให้ตามหาพวกมันจนเจอแล้วพวกเราจะไปมีปัญญาเอาคืนมาได้อย่างไรกันเล่า” ชายผู้มีสีหน้าตื่นพูดออกมาอย่างหวาดหวั่น



       ในขณะที่แต่ละคนมองไปยังอาณาบริเวณที่ถูกทำลายล้างก็คิดไปในทิศทางเดียวกัน ต่อให้เจอตัวแล้วไงล่ะ ใครหน้าไหนจะกล้าเข้าไปเอาแผนที่กับกุญแจดันเจี้ยนคืนมากันเล่า มีแต่จะเอาชีวิตไปทิ้งเสียปล่าวๆมากกว่า พอนึกถึงตรงนี้จึงต่างพากันกลืนน้ำลายดังอึกๆ



       “ฮ่ะๆๆๆ ดูสีหน้าพวกเจ้าสิ กลัวจนหัวแทบจะหดลงไปกันอยู่แล้ว” มู่เจียงหัวเราะพลางหันหน้าไปพูดกับเซียนจื่อ “พี่เซียนจื่อ! พวกเราจะต้องกลัวอะไร ในเมื่อจอมยุทธ์เซินกับจอมยุทธ์ฉางอยู่ที่นี่ ต่อให้เจ้าพวกนั้นเป็นถึงระดับจอมยุทธ์ก็ไม่อาจคณามือท่านทั้งสองนี้ไปได้อย่างแน่นอน”



       มู่เจียงฉีกยิ้มแล้วหันไปพูดพร้อมโค้งตัวเล็กน้อย “ใช่ไหมครับ! ท่านเซินหย่า.. ท่านฉางเกา..” มู่เจียงซึ่งราวกับเป็นคนขี้เกียจก่อนหน้านี่ได้เผยแววตาอันเฉียบเย็นออกมา คำพูดของเขากำลังมัดมือชกเซินหย่ากับฉางเกาเข้าไปเต็มๆ



       เซียนจื่อพอได้ยินมู่เจียงพูดก็พลันได้คิด เขารู้จักนิสัยของมู่เจียงดี ถึงจะทำตัวราวกับคนไม่คิดอะไรมากแล้วยังทำตัวเหมือนคนขี้เกียจตลอดเวลา แต่พอมู่เจียงเอาจริงเอาจังขึ้นมาแล้วล่ะก็ แม้แต่ตัวเขาเองยังเงิบไปเลยเหมือนกัน



       เซียนจื่อได้ทีแสร้งทำเป็นกระเอมไอแล้วพูดส่งเสริม “เป็นอย่างที่มู่เจียงพูด พวกเราต้องเอาแผนที่กับกุญแจคืนมาให้ได้ หวังว่าท่านเซินหย่า ท่านฉางเกา จะไม่กลับไปทั้งมือปล่าวอย่างนี้ใช่ไหมครับ”



       เซินหย่ากับฉางเกาทำสีหน้าเงียบนิ่ง...



       “ฮ่ะๆๆๆ พวกเจ้าพูดถึงขนาดนี้แล้ว ข้าจะนิ่งดูด้ายได้อย่างไรกันเล่า” เซินหย่าพูดพลางจ้องมองไปยังมู่เจียงอย่างสนอกสนใจ เขาแสยะยิ้มที่มุมปากก่อนพูดขึ้น “ถ้าข้าทำภารกิจนี้เสร็จสิ้นลงแล้ว หวังว่าจอมยุทธ์มู่จะยอมปะมือกับข้าสักคราคงจะไม่หนักหนาอันใดใช่ไหม”



       เซียนจื่อกับพรรคพวกต่างพากันยืนเป็นไก่ตาแตก แต่ละคนราวกับว่ามีก้อนหินขนาดเล็กร่วงมาจากท้องฟ้าตกลงใสหัวแล้วกระเด็นออกไป ทุกคนหันไปมองมู่เจียงเป็นสายตาเดียวกันที่เต็มไปด้วยถาม



       จอมยุทธ์มู่หมายความว่าอะไรกัน?!



       มู่เจียงบรรลุผ่านระดับจอมยุทธ์ไปแล้วรึ?!



       เป็นไปไม่ได้! เวลาในเกมผ่านมาแค่เพียง 10 กว่าวันเท่านั้น! ถ้ามีผู้เล่นผ่านระดับจอมยุทธ์ไปแล้วล่ะก็ ทั่วทั้งยุทธภพคงได้แตกตื่นกับข่าวนี้เป็นแน่…



       “มู่เจียง! แม้เจ้าจะหลอกพรรคพวกของเจ้าได้ แต่มิอาจจะตบตาพวกข้าได้หรอกนะ ฮ่ะๆๆๆ” เซินหย่ากลั่วหัวเราะออกมาพร้อมกับใช้วิชาตัวเบาไปยังทิศทางที่จางซื่อหลงทิ้งร่องรอยเอาไว้ ในขณะที่ฉางเกาหัวเราะฮึๆจ้องมองมู่เจียงก่อนที่จะใช้วิชาตัวเบาติดตามเซินหย่าไป



       มู่เจียงกำลังจะใช้วิชาตัวเบาติดตามเซินหย่ากับฉางเกาไปจู่ๆก็มีเสียงพูดขึ้น “หยุดก่อนมู่เจียง! เจ้าจะไม่มีอะไรอธิบายให้พวกเราฟังก่อนรึ” เซียนจื่อกอดอกหน้านิ้วคิ้วขมวดใส่ไม่ต่างจากทุกคนที่จ้องมองมู่เจียงด้วยสายตาที่ถากถางต้องการความจริง



       มู่เจียงหันมาหัวเราะแฮะๆเอามือเกาศรีษะ “พี่เซียนจื่อ! เอาไว้เดี๋ยวข้าค่อยพูดให้ฟังทีหลังได้ไหม ประเดี๋ยวพวกเราก็ตามจอมยุทธ์เซินกับจอมยุทธ์ฉางไม่ทันกันพอดี” พูดจบมู่เจียงก็รีบใช้วิชาตัวเบาออกไปทันที



       เซียนจื่อส่ายหน้า จริงอยู่ที่ในตอนนี้ไม่ใช่เวลามาอธิบายแต่เรื่องนี้ก็เล่นทำเอาทุกคนเกือบจะช๊อคกันเลยทีเดียว ใช้เวลาเพียงสิบกว่าวันขึ้นเป็นระดับจอมยุทธ์เนี่ยนะ นี่มันโกหกกันชัดๆ…


       ---


       ---


       อีกมุมหนึ่งของป่าดงพงไพรอันกว้างใหญ่…



       จางซื่อหลงกำลังนั่งคิดวิเคราะห์ค่าสถานะของเขาและผู้ติดตามกับเงื่อนไขการบรรลุผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง หลังจากที่อี้หยางฆ่าราชาหมาป่า พวกเขาจึงกลับไปหาอี้หยินที่ไล่สังหารหมาป่าจนบรรลุทักษะจิตสังหารระดับ 3 จากนั้นจางซื่อหลงก็ไล่สังหารหมาป่าขาวต่อและได้เลื่อนขั้นทักษะจิตสังหารเช่นเดียวกัน



       ทักษะทุกอย่างยกเว้นทักษะฝึกสัตว์ล้วนแล้วมาหยุดที่ระดับ 3 แทบทั้งสิ้น จางซื่อหลงคิดว่าคงมีเงื่อนไขอื่นที่แตกต่างไปเป็นแน่ ส่วนการบรรลุทักษะจิตสังหารระดับ 4 และ 5 นั้นจะต้องฝึกจากตำรา ระดับ 4 ซื้อได้จากสำนักลมปราณ ส่วนระดับ 5 ต้องทำภารกิจหรือได้จากการดรอปเท่านั้น



       ส่วนเงื่อนไขการบรรลุผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงไม่ได้ซับซ้อนอะไรมาก เมื่อผู้เล่นหรือผู้ติดตามเลเวลถึง 40 จะต้องสำเร็จเพลงยุทธ์และคัมภีร์ยุทธ์ขั้นสูงขึ้นไปจึงจะสามารถบรรลุผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงได้ ทำให้อี้หยางผ่านผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูงได้อย่างไม่ต้องสงสัยเพราะตำราวิชายุทธ์หมัดเหล็กที่อี้หยางฝึกเป็นตำราวิชายุทธ์ระดับเซียนนั่นเอง



       “ที่เหลือก็มีเรากับอี้หยินสินะ… ” จางซื่อหลงรำพึงกับตัวเอง เขาหยิบแผนที่ดันเจี้ยนออกมาดูในแผนที่บอกไว้อย่างชัดเจนว่า ‘ตำราวิชายุทธ์พิณสวรรค์

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 3 ธันวาคม 2561 / 00:10

    รอออจ้าา
    #371
    0
  2. วันที่ 2 ธันวาคม 2561 / 21:48
    ติดตามๆ
    #370
    0