ตอนที่ 118 : ภาค2:ตอนที่ 18 เล่นผิดคน

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 308
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 26 ครั้ง
    28 ต.ค. 61

       จางซื่อหลงพาอี้หยางกับอี้หยินไปปรับระดับพื้นฐานที่เส้นทางไปเมืองหูเป่ย ซึ่งป่าแถบนั้นจะมีสัตว์อสูรเลเวล 40 ขึ้นไปตามข้อมูลที่จางซื่อหลงได้มาจากผู้ทำหนังสือส่งตัวที่สำนักลมปราณสาขาเมืองท่งเต้า



       แม้จะรู้ว่ามีสัตว์อสูรเลเวล 40 แต่ก็ต้องเข้าลึกไปในป่าเพื่อสะกดรอยตามหาพวกมัน



       เมื่อจางซื่อหลง อี้หยางและอี้หยินสะกดรอยตามไปเรื่อยๆจึงบรรลุทักษะสะกดรอยจากระดับ 2 เป็นระดับ 3 ทำให้พวกเขาสามารถระบุช่วงระยะเวลาที่แน่นอนของร่องรอยสัตว์อสูรว่าผ่านไปนานแล้วเท่าไร



       “ท่านพี่! ดูเหมือนว่ามันจะผ่านไปได้ไม่นานนะครับ” อี้หยางเอ่ยขึ้น



       “ไม่นานเราคงเจอมันแน่ รีบเร่งกันเถอะ” จางซื่อหลงพูดจบเร่งรีบติดตาม



       จางซื่อหลงสะกดรอยตามไปจนถึงหุบเขา สัตว์อสูรตัวนี้มันวิ่งผ่านช่องระหว่างหุบเขาทั้งสองลูกเข้าไปไกลอีกหลายลี้



       และในที่สุดก็พบตัวของมันยืนจังก้าอยู่บนแผ่นหินขนาดใหญ่สูงกว่าห้าเมตร จางซื่อหลงอี้หยางกับอี้หยินกำลังซ่อนตัวจ้องมองมันอยู่จากที่ไกลๆ



       หมาป่า! จางซื่อหลงตกตะลึงเมื่อเห็นเจ้าของรอยเท้าซึ่งในคราแรกเขาไม่เคยคิดเลยว่ามันจะเป็นหมาป่า เพราะขนาดรอยเท้าของมันใหญ่นัก แต่ต้องเชื่อเมื่อมาเห็นด้วยตาตัวเอง หมาป่าตัวนี้ร่างใหญ่เท่ากับราชสีห์ที่โตเต็มวัยก็ไม่ปาน ขนของมันฟูฟ่องเป็นสีเงินมันแวววาว เขี้ยวและเล็บของมันขาวราวกับไข่มุก มันแยกเขี้ยวราวกับว่ากำลังแสยะยิ้มอยู่ไกลๆ แววตาของมันแฝงไปด้วยความเจ้าเล่ห์อย่างอยากจะอธิบายได้



       จางซื่อหลงเริ่มสังเกตบริเวณโดยรอบกับทั้งหันกลับไปมองยังทิศทางเบื้องหลัง อยู่ๆก็รู้สึกเสียวสันหลังขึ้นมาอย่างบอกไม่ถูก



       “ท่านพี่! ข้าว่าอากัปกิริยาของหมาป่านี่มันแปลกๆนะครับ” แม้แต่อี้หยางก็ยังรู้สึกถึงความผิดแปลกนั้น



       “ท่านพี่! ข้ารู้สึกเหมือนมีใครจ้องมองพวกเราอยู่ตลอดเวลาเลยค่ะ” อี้หยินเอ่ยขึ้นอย่างหวาดระแวง



       จางซื่อหลงครุ่นคิด ทางที่เราตามมาช่วงหลังเป็นพื้นหินเสียส่วนใหญ่ยากต่อการเห็นรอยเท้าได้ แต่ที่ตามมันมาถึงที่นี่ได้เพราะมีล่องรอยตามกิ่งไม้ใบหญ้า แปลกมาก! ราวกับว่ามันจงใจทำเอาไว้หลอกล่อเรามาที่นี่งั้นรึ! แต่ก็ยากจะเชื่อว่าเจ้าหมาป่านี่มีแผนแอบแฝงไว้ในใจแล้วตั้งแต่คราวแรกเสียจริงๆ



       บรู๊ววว~ เสียงหมาป่าขนสีเงินตัวนั้นหอนเย็นยะเยือกจนน่าขนลุก



       จางซื่อหลงกำลังคิดอยู่พลันสะดุ้งราวกับเคยได้ยินเสียงนี้มาก่อน ใช่แล้ว! เสียงหอนของมันเหมือนกำลังพบเหยื่ออย่างไรอย่างนั้นไม่มีผิด เขาจำเสียงหอนนี้ได้ในตอนที่เขารีบไปช่วยปู่ของอี้หยางอี้หยินที่กำลังถูกฝูงหมาป่ารุมขย้ำ อย่าบอกนะว่าในตอนนี้เหยื่อที่ว่านั่นคือพวกเขา! นั่นแสดงว่ามันรู้ตัวอยู่แล้วว่าถูกติดตามมาน่ะสิ! ฉิบ… หายแหละ!



       จางซื่อหลงทำสีหน้าตื่นร้องลั่น “อี้หยาง! อี้หยิน! เตรียมรับมือ!” ขณะนั้นเองทุกคนต่างกระชับอาวุธครบมือ



       พลันมีเสียงเห่าหอนของฝูงหมาป่าตอบรับจากทุกสารทิศมิอาจจะระบุเอาจำนวนที่แน่นอนได้ มันเยอะราวกับว่าหมาป่าอยู่ทุกพื้นที่ของหุบเขาแห่งนี้



       แต่ทำไมไม่พบร่องรอยของพวกมันก่อนหน้านี้กันล่ะ!



       จางซื่อหลงสีหน้าเคร่งขรึม นี่มันหลุมฝังศพชัดๆ! บ้าที่สุด! พื้นที่หุบเขาทั้งหมดนี่เป็นรังของพวกมันงั้นรึ!



       จางซื่อหลงเข้าใจทุกสิ่งอย่างทั้งหมดพร้อมกับตื่นตระหนกมีเม็ดเหงื่อไหลออกมาจากใบหน้า พวกเขามีเลเวลเพียงแค่สามสิบสาม เรี่ยวแรงกับกำลังภายในก็มีขีดจำกัด จะต้องมาปะทะกับหมาป่าเลเวลสี่สิบในรังของพวกมัน แค่คิดก็ไร้ซึ่งหนทางรอดแล้ว



       “แต่..” จางซื่อหลงยกยิ้มที่มุมปาก “ไม่ใช่กับข้าผู้นี้โว้ย ฮ่ะๆๆๆ” เขาท้าวเอวหัวเราะร่าเช่นเคย



       หมาป่าขนสีเงินตัวใหญ่ดุจราชสีห์เมื่อได้ยินเสียงหัวเราะของจางซื่อหลง มันถึงกับริมฝีปากกระตุก เจ้ามนุษย์นี่โง่หรือเพี้ยนไปแล้วรึ ถึงไม่รู้จักสถานะของตน หมาป่าขนสีเงินคิดเป็นราวกับมนุษย์



       ไม่นานหมาป่าขนสีเงินขู่ร้องคำรามก้องทั้งหุบเขา จากนั้นมันคิดในใจ ‘มนุษย์! พวกเจ้าจะได้เห็นดีกัน’



       พลันปรากฎฝูงหมาป่ารายล้อมจากทุกทิศทุกทาง ไม่รู้ว่ามันออกมาจากตรงไหนกันบ้าง แต่ในตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปยังทิศใด กับเนืองแน่นไปด้วยหมาป่าขนสีขาวราวกับทั้งหุบเขาถูกปกคุมไปด้วยหิมะ



       หมาป่าขนสีขาวแต่ละตัวใหญ่ไม่เท่าหมาป่าขนสีเงิน ลำตัวของพวกมันประมาณครึ่งหนึ่งเห็นจะได้ พวกมันต่างขู่คำรามจ้องมองไปยังเหยื่อที่อยู่ตรงหน้า แววตาดูไม่ฉลาดเหมือนกับหมาป่าขนสีเงิน แต่นัยน์ตากับเผยเจตนาฆ่าเพียงอย่างเดียวเท่านั้น



       ในขณะเดียวกันนั้น จิตสังหารพวยพุ่งออกมาปรากฎออร่าสีแดงหอหุ้มร่างทั้งสามอย่างไม่หวาดหวั่นเกรงกลัวแต่อย่างใด นี่คือจิตที่ปราศจากความตื่นกลัวและแฝงไปด้วยจิตที่เย็นเยือกไร้ความปราณี พร้อมพรากสรรพสิ่งที่มีชีวิตให้ดับสูญจนหมดสิ้น



       จางซื่อหลงตรึกคิดในใจ ‘เจ้าพวกนี้คือเหล่าบริวาร ส่วนหมาป่าขนสีเงินนั่นเป็นจ้าวหมาป่าไม่ผิดแน่’ เขายิ้มออกมาถ้าฆ่าจ้าวหมาป่าจะได้สิ่งใดกันล่ะ



       แม้จ้าวหมาป่าขนสีเงินจะเห็นออร่าจิตสังหารซึ่งราวกับจะเผาทุกสิ่งที่ผ่านเฉียดเข้าไป มันยังคงนิ่งเฉยอย่างดูดาย ‘แล้วอย่างไรกันล่ะ มีดีเหมือนกันรึเจ้าพวกมนุษย์ เจ้าจะสามารถต้านทานกองทัพหมาป่าของข้าได้ไปสักกี่น้ำกันเล่า’



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินร้องคำรามกึกก้องส่งสัญญาณให้เข้าโจมตี มันแสยะยิ้มราวกับว่าทุกอย่างอยู่ในการควบคุมของมัน ไม่นานพวกมนุษย์เพียงกระหยิบมือเดียวนี่ก็ต้องตายตกตามกันไปจนหมด



       เหล่าบริวารหมาป่าบุกเข้าจู่โจมจากทุกทิศทุกทางราวกับคลื่นมหาสมุทรที่กำลังคลั่ง



       จางซื่อหลงอี้หยางกับอี้หยางหันหลังเข้าหากันเตรียมรับมือ ทุกพื้นที่บริเวณผ่านช่องเขาแห่งนี้มีแต่เพียงโขดหินกับพุ่มไม้เตี้ยๆเท่านั้นไม่มีแม้แต่ต้นไม้สูงที่จะให้ขึ้นไปหลบได้ ทั้งสองด้านมีแต่หุบเขาที่สูงชันยากต่อการป่ายปีนขึ้นไป พวกเขากำลังเผชิญกับฝูงหมาป่าที่มีความเร็วและพลังโจมตีที่กล้าแกร่งพร้อมกับแรงกดดันจากพวกมันที่กำลังทับถมกันเข้ามา หากเป็นผู้อื่นที่ไม่ได้ฝึกทักษะจิตสังหาร คงจะมือไม้สั่นแม้แต่ขาก็ยังหยุดยืนอยู่ไม่ได้เป็นแน่



       ฝูงหมาป่าที่หลั่งไหลเข้ามาไม่หวั่นเกรงต่อออร่าสีแดงเพลิงเลยแม้สักนิด นั่นก็เพราะระดับเลเวลมันต่างกันถึงเจ็ดระดับ จางซื่อหลงกับอี้หยินทำได้แค่เพียงตวัดกระบี่ทิมแทงต้านพวกมันเอาไว้เท่านั้น



       “ท่านพี่! พวกมันหลบหลีกเร็วมาก กระบี่ไม่สามารถเข้าถึงตัวมันได้เลยคะ” อี้หยินพูดขึ้นในขณะที่จางซื่อหลงก็ตวัดกระบี่ต้านทานฝูงหมาป่าเอาไว้มิได้หยุดหย่อน



       “บ้าเอ้ย! ทักษะหลบหลีกสูงกว่าทักษะกระบี่ของพวกเราอย่างเห็นได้ชัด ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป ไม่ได้การแน่!” จางซื่อหลงพูดพลางตวัดกระบี่เข้าป้องกันไม่ให้พวกมันเข้ามาถึงตัว เขาคิดว่าเจ้าพวกนี้คงจะเคี้ยวไม่ง่ายอย่างที่คิดเสียแล้ว ถ้าเป็นอย่างนี้ต่อไปเรี่ยวแรงของพวกเขาคงจะหมดลง ถึงตอนนั้นพวกมันคงเข้ามาขย้ำพวกเขาอย่างสบายใจ



       ‘หรือว่าเจ้าหมาป่านั่นจะคิดเอาไว้แล้วตั้งแต่ต้น! มันล่อเข้ามาแล้ววางแผนให้พวกเราต่อสู้จนหมดแรงงั้นรึ!’ จางซื่อหลงทำสีหน้าตระหนกเล็กน้อย หันไปมองจ้าวหมาป่าขนสีเงินที่กำลังแสยะยิ้มเผยสายตาเจ้าเล่ห์ออกมา ‘เจ้านี่! มันจะคิดได้ถึงขนาดนั้นเชียวหรือ!’



       ขณะเดียวกันอี้หยางกำลังร่ายรำเพลงยุทธ์หมัดเหล็กท่องวายุโหมเข้าใส่ แต่ผลก็ไม่ต่างจากจางซื่อหลงกับอี้หยินเลยที่ไม่สามารถฆ่าพวกมันได้แม้แต่ตัวเดียว การหลบหลีกของหมาป่าพวกนี้จัดว่าเลิศล้ำเลยทีเดียว ไม่เพียงแค่นั้นแม้แต่การลุกการรับของพวกมันยังเป็นระบบกันอีกด้วย พวกมันทำงานเป็นทีมที่ราวกับว่าถูกฝึกมาเป็นอย่างดี



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินนั่งลงบนแผ่นหินอย่างสบายใจ มันเอากรงเล็บขึ้นมาเลีย ‘อีกไม่นานพวกมนุษย์ก็คงหมดเรี่ยวแรงแล้ว จากนั้นข้าผู้นี้จะเข้าไปปิดชีพพวกมันเอง’



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินจ้องมองไปยังเหยื่อของมันที่กำลังใกล้จะสิ้นไม้ไร้ตอกเต็มที



       จางซื่อหลงเห็นสีหน้าจ้าวหมาป่าขนสีเงินแล้วจึงมั่นใจ เจ้านี่ฉลาดกว่าที่คิด! ถ้าเป็นผู้อื่นที่ไม่ใช่เขาอาจต้องรอเวลาตายอย่างสิ้นหวังหาทางไม่รอดเป็นแน่ แต่สำหรับเขาแล้ว มันกำลังจะเล่นผิดคน



       ขณะต้านทานฝูงหมาป่าอยู่นั้น จางซื่อหลงมองหาพื้นที่เหมาะกับสมรภูมิรบซึ่งไม่ใช่พื้นที่ที่พวกเขากำลังถูกฝูงหมาป่ารายล้อมอยู่ในตอนนี้



       “อี้หยาง! อี้หยิน! พวกเราต้องฝ่าวงล้อมไปยังซอกของหุบเขานั่น” จางซื่อหลงเคลื่อนกายกำลังจะฝ่าฝูงหมาป่าเพื่อไปยังซอกหุบเขาที่อยู่ไม่ไกลนัก ในขณะเดียวกันอี้หยางอี้หยินกำลังต้านทานอยู่ทางด้านหลังของจางซื่อหลง สองผู้ติดตามวัยเยาว์กำลังค่อยๆขยับตามไป



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินลุกยืนขึ้นถึงสิ่งที่ผิดแปลก มันจ้องมองไปยังกลุ่มของจางซื่อหลงที่กำลังเคลื่อนไปยังซอกของหุบเขาด้านข้างที่สามารถเอาตัวเข้าไปหลบได้ มันเห็นดังนั้นจึงเข้าใจความคิดของจางซื่อหลงทันที ‘แต่แล้วอย่างไรกัน ไม่ว่าพวกเจ้าจะไปหลบในที่ใด สุดท้ายมันก็คือหลุมฝังศพของพวกเจ้าอยู่ดี’ มันแสยะยิ้มออกมาด้วยไม่แยแส อย่างไรเสียพวกมนุษย์ก็มิอาจต้านทานกองทัพหมาป่าอยู่ได้นานหรอก



       ครั้นจางซื่อหลงฝ่าจนไปถึงซอกของหุบเขา จึงรีบเข้าไปพร้อมกับตะโกนออกมา “ฮ่ะๆๆ ได้เวลาพักสลับโจมแล้ว อี้หยางอี้หยิน! พวกเจ้าต้านทานพวกมันไว้ก่อน ประเดี๋ยวข้าขอเพิ่มพลังให้เต็มสักครู่”



       “ครับ,ค่ะ” อี้หยางอี้หยินขานรับพร้อมกันในขณะที่ต้านทานฝูงหมาป่าที่สลับกันเข้ามาจู่โจมอย่างไม่หยุดหย่อน



       จ้าวหมาป่าขนสีเงินเห็นจางซื่อหลงหายเข้าไปในซอกหุบเขาจึงส่ายหัว ‘เจ้ามนุษย์ผู้นี้ช่างขี้ขาดนัก แอบเข้าไปหลบในซอกหุบเขาแล้วปล่อยให้สองเด็กน้อยวัยเยาว์ต้านทานฝูงหมาป่าไว้ให้ตน แต่ไม่ว่ายังไงก็ต้องตายกันอยู่ดี’



       จางซื่อหลงดื่มน้ำยาเพิ่มพลังกายและกำลังภายใน จากนั้นจึงโคจรลมปราณเพื่อเร่งความเร็วในการฟื้นฟู เขาคำนวณการใช้กายาไร้เงาในการที่จะสังหารพวกมัน ปัจจุบันเขาสามารถใช้กายาไร้เงาได้ 16 นาที 4 วินาที เขามีอาวุธกระบี่ระดับ 3 เพิ่มการโจมตี 200 หน่วย แล้วยังมียาเม็ดเสริมพลังโจมตีอีก 10 เปอร์เซ็นที่อี้หยางปรุงไว้ให้ด้วย เขาคิดว่าน่าจะเพียงพอสำหรับการสังหารหมาป่าเลเวล 40 ได้ในการจู่โจมเพียงครั้งเดียว



       จางซื่อหลงลืมตาขึ้นยกยิ้มที่มุมปาก “ได้เวลาฟาร์มเวลแล้ว หรือนี่อาจจะเป็นโอกาสการได้บรรลุจิตสังหารระดับสามเมื่อสังหารฝูงหมาป่าครบหนี่งพันตัวก็เป็นได้” เขายังคงคาดหวังการได้มาซึ่งจิตสังหารระดับสาม ถ้าเป็นดั่งที่เขาคิด เขาจะใช้ที่นี่ฟาร์มทั้งเวลและฝึกจิตสังหารของผู้ติดตามวัยเยาว์ซะทีเดียวเลย



       จางซื่อหลงกินเม็ดยาเสริมพลังโจมตี เดินออกมาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง “อี้หยางอี้หยินถึงเวลาที่พวกเจ้าต้องพักกันบ้างแล้ว”



       ในขณะเดียวกัน… จ้าวหมาป่าขนสีเงินเห็นจางซื่อหลงเดินออกมาจึงแสยะยิ้ม ‘เจ้ามนุษย์นี่! พึ่งคิดได้งั้นรึ! ว่าต้องสู้จนตัวตาย’ มันยังคงไม่รู้ตัวว่ารังของมันกำลังจะกลายเป็นพื้นที่ฟาร์มเวลให้กับจางซื่อหลงในอีกไม่ช้านี้ มันทำสีหน้าทนงตน ‘อีกไม่นาน.. ข้าจะได้ลับคมเขี้ยวกับไอ้มนุษย์หน้าโง่พวกนี้แล้ว เหอะๆๆๆ’    

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 26 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 28 ตุลาคม 2561 / 20:11
    ติดตามๆ
    #363
    0