ตอนที่ 113 : ภาค2:ตอนที่ 13 แหวกหญ้าให้งูตื่น

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 337
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    16 ต.ค. 61

       ในขณะที่จางซื่อหลงกำลังคิดว่าตัวเองโดนหลอกอยู่นั้น จู่ๆก็มีเสียงหนึ่งดังขึ้น ติ้ง!



       มีการแจ้งเตือนของข้อความจากหมื่นภูผาส่งมาหาเขา



       จางซื่อหลงอ่านข้อความ: ไงสหาย ยังคงอยู่ที่เมืองเจิ้งโจวหรือเปล่า



       จางซื่อหลงส่งข้อความกลับ: ไม่ใช่ว่าเจ้ารู้ว่าข้าอยู่ที่วัดเส้าหลินแล้วงั้นรึ



       เงียบไม่พักหนึ่งหมื่นภูผาส่งข้อความมา: ฮ่ะๆๆๆ ไม่นึกเลยว่าสหายจาง จะรู้ว่าข้าส่งคนติดตามเจ้าไปด้วย^0^



       จางซื่อหลงขมวดคิ้วคิดในใจ ‘เจ้านี่ปรับตัวได้เร็วนัก’



       จางซื่อหลงส่งข้อความต่อ: เจ้ามีธุระอะไรกับข้ารึ=_=^



       ไม่นานมีข้อความกลับมาจากหมื่นภูผา: ไม่มีอะไรหรอก ข้าแค่อยากจะมาบอกเจ้าว่า ถ้ามีอะไรให้ข้าช่วย ส่งข้อความมาบอกข้าได้ตลอดเวลาเลยนะ ไม่ต้องเกรงใจ^3^



       จางซื่อหลงส่งข้อความบอก: อืม… ถ้าข้ามีน่ะนะ=_=



       พลันจางซื่อหลงนึกบางอย่างได้จึงรีบพิมพ์ข้อความไป: เออ.. เจ้าเคยอ่านตำรายุทธ์จบ พอจะฝึกแล้วฝึกไม่ได้บ้างไหม



       เงียบไปพักหนึ่งจึงมีข้อความตอบกลับ: อย่าบอกนะ! ว่าเจ้าไปซื้อตำรายุทธ์ที่ฝึกไม่ได้มาน่ะ=_=^ ใช่ชายแก่ที่สวมชุดบัณฑิตอ่ะเปล่า



       จางซื่อหลงนึกในใจ ทำไมหมื่นภูผาถึงรู้ ชักจะรู้สึกว่ากลิ่นเริ่มจะไม่ดีเสียแล้ว



       จึงรีบพิมพ์ข้อความกลับไป: ถ้าใช่! มันจะมีอะไรรึ?



       หมื่นภูผาพิมพ์กลับมาบอกทันควัน: ฉิบ… หายแหละ! O[]O! เจ้าโดนตาลุงนั่นหลอกแล้ว! ตำรายุทธ์ที่ซื้อจากมันไม่มีของจริงสักเล่ม คนในเมืองทั้งที่เป็นเอไอกับผู้เล่นโดนมันหลอกขายจนหมด แม้แต่ตำรายุทธ์ คัมภีร์ยุทธ์ หรือไอเทม ถ้าสบโอกาสเมื่อไรเป็นต้องถูกมันช่วงชิงแล้วหนีไปราวกับไร้ตัวตน ทำใจเสียเถอะสหายไม่มีทางเอาเงินคืนมาได้แน่ วรยุทธ์ของมันสูงส่งยิ่งนัก



       จางซื่อหลงยืนตัวแข็งค้างราวกับรูปปั้นหินไปเลย ‘เงิน.. หนึ่งหมื่นบาท.. ของฉ้าน...’



       ม้ายยย!~ เสียงร้องลั่นดังก้องไปทั่ว เล่นทำเอาหลวงจีนแตกตื่นไปทั้งวัด



       หลวงจีนมากมายต่างวิ่งมาที่จุดเกิดเหตุ



       “เกิดอะไร? เกิดอะไร?”



       “เร็ว! เร็ว! เร็ว!”



       “เกิดเหตุที่พักของแขกฆราวาสครับ!” หลวงจีนรูปหนึ่งเข้ามารายงานไต้ซือถ่างกี่ซัว



       “รีบเกณฑ์คนไปยังที่พักให้เร็วที่สุด คนร้ายอาจจะจ้องเล่นงานเขาก็เป็นได้” ไต้ซือถ่างกี่ซัวออกคำสั่งเหตุฉุกเฉิน


       ---


       อีกมุมหนึ่งของวัดเส้าหลินมีการคุยกันอย่างลับๆ



       “ฝีมือใครกัน! ข้ายังไม่ได้สั่งให้ลงมือ”



       “ไม่มีใครลงมือนะครับ! พวกเรายังอยู่กันครบ”



       “แล้วเจ้าอู่จี้ล่ะ! มันไปไหน? หรือว่าจะเป็นมัน!”



       “ไม่ใช่แน่นอนครับ! เมื่อวานมันถูกจับไปขังไว้ที่หอสำนึกผิดนู้น”



       “เฮ้อ~ โลงอก! จับตาดูเจ้านั่นมันไปก่อน ถ้ามันเริ่มสาวถึงตัวพวกเรา ค่อยชิงลงมือ”



       ครับ!! หลวงจีนประมาณสี่ถึงห้ารูปตอบรับคำหนักแน่น



       “แล้วพวกเราจะเอายังไงกันต่อล่ะ”



       “ตอนนี้ข้ารู้การทำงานของกลไกเกือบหมดแล้ว ที่เหลือรอคำสั่งจากท่านประมุข ไม่นานหรอกพวกเราจะทำตามแผนที่วางกันเอาไว้” หลวงจีนรูปนั้นหัวเราะหึๆเผยแววตาอันชั่วร้ายออกมา


       ---


       จางซื่อหลงอ้าปากค้าง ไม่ทันไรหลวงจีนก็ห้อมล้อมเขาไว้จนเต็ม



       ‘เออ.. เกิดเรื่องอะไรกันรึ มากันหัวสลอนเชียว’ จางซื่อหลงคิดราวกับไม่รู้ตัวเองว่าพึ่งทำสิ่งใดไป



       “ท่านพี่! เมื่อครู่เป็นอะไรหรือคะ?” อี้หยินเอ่ยถามงงงันไม่ต่างจากอี้หยางที่ยืนอยู่ด้านข้าง นางเห็นท่านพี่จางทำท่าทางแปลกๆพักหนึ่งแล้วยืนนิ่งเป็นหิน จากนั้นท่านพี่จางก็ร้องออกมาซะลั่นจนผู้อื่นตกอกตกใจมายังที่พวกเขาอยู่เนืองแน่นเต็มไปหมด



       เจี๊ยก! เจี๊ยก! เจี๊ยก!(ลูกพี่แย่แล้ว! ลูกพี่แย่แล้ว! เมื่อกี้มีเสียงสัตว์ประหลาดร้องโหยหวนชวนขนลุก หลินจื่อกลัว! หลินจื่อกลัว! O[]O!) หลินจื่อรีบกระโดดแจ้นออกมาหาจางซื่อหลงจนน้ำตาเล็ดอย่างตื่นตระหนกตัวก็สั่นระริกราวกับว่าเด็กน้อยพึ่งตื่นจากฝันร้าย



       ‘สัตว์ประหลาดบ้านป๊าเจ้ารึ!’ จางซื่อหลงเห็นหลินจื่อน้อยร้องตื่นกลัว หรือว่าเมื่อครู่เขาจะร้องดังเกินไปจริงๆ แต่ไม่ได้โหยหวนซักหน่อยเจ้าลิงบื้อ



       ไต้ซือถ่างกี่ซัวมาถึงรีบไต่ถามทันที “ท่านจาง! ไม่ทราบว่าท่านได้รับบาดเจ็บตรงไหนหรือไม่ ข้าไม่นึกเลยว่ามันจะอุกอาจกระทำการเยี้ยงนี้” ไต้ซือเข้าใจว่าจางซื่อหลงถูกลอบทำร้าย



       จางซื่อหลงทำเอ๋อ ไม่คิดเลยว่ามันจะกับกลายเป็นเรื่องใหญ่จนบานปลายขนาดนี้ ‘เอาไงดีหว่า!’ สายตาทุกคู่จับจ้องมายังเขา



       พลันความคิดหนึ่งก็เริ่มเจิดจรัส เขาเก๊กทำเท่ห์ราวกับผู้เชี่ยวชาญด้านการสืบสวน เขาหัวเราะหึๆออกมาก่อนพูดขึ้น “ข้าไม่เป็นไรหรอกขอรับ แต่ข้ากำลังจะสาวถึงตัวคนร้ายได้แล้วต่างหาก”



       ทุกคนต่างมองหน้ากันเลิ่กลั่ก นี่มันเรื่องอะไรกัน เขาไม่ได้ถูกทำร้ายหรอกหรือ แล้วที่เสียงร้องลั่นราวกับฟ้าจะถล่มลงมาเมื่อครู่คืออะไรกัน เกี่ยวอะไรกับการหาตัวคนร้ายกันเล่า



       ไต้ซือถ่างกี่ซัวคิดครู่หนึ่งจึงเอ่ยถาม “แล้วมันเรื่องอะไรกันรึ? ข้านึกว่าท่านถูกทำร้ายเสียอีก แล้วที่จะสาวถึงตัวคนร้ายท่านหมายความว่าเช่นไร?”



       “ท่านไต้ซือ! ข้าคงต้องรบกวนท่านแล้ว หลวงจีนท่านใดไม่ได้อยู่ที่นี่จะเป็นผู้ต้องสงสัย ข้าขอรายชื่อของหลวงจีนเหล่านั้นด้วยขอรับ” จางซื่อหลงกล่าวน้ำเสียงเรียบนิ่งราวกับผู้มีภูมิปัญญา ‘ฮ่ะฮ่า! แก้ผ้าเอาหน้ารอดแบบงงๆกันไปก่อนเดี๋ยวค่อยว่ากันอีกที’



       ไต้ซือถ่างกี่ซัวฟังแล้วก็ยากจะเข้าใจได้ คนที่ไม่ได้อยู่ในที่นี้จะเป็นคนร้ายจริงๆรึ ไม่สมเหตุสมผลเลย แต่ถ้าจางซื่อหลงพูดเป็นจริงเป็นจังอย่างนั้นคงต้องทำตาม บางทีเขาอาจจะระบุตัวคนร้ายได้จริงๆก็เป็นได้ จากนั้นไต้ซือถางกี่ซัวจึงให้หลวงจีนลูกวัดช่วยกันดู ว่าผู้ใดไม่ได้อยู่ในที่นี้บ้าง ซึ่งมันก็มีจำนวนไม่น้อยเช่นเดียวกัน



       จางซื่อหลงนั่งนึกจึงบอกเอาเฉพาะผู้ที่ไม่มีหน้าที่ทำอะไรในช่วงนี้และคนที่หายไปจากกลุ่มของตนเท่านั้น พอบอกระบุอย่างนี้หลวงจีนลูกวัดเหล่านั้นจึงโลงอกเพราะจะมีอยู่ไม่กี่ร้อยคน



       ความคิดมั่วๆของจางซื่อหลงเริ่มจะเป็นรูปเป็นร่าง ในขณะที่คนส่วนใหญ่ก็ยังนึกไม่ออกว่าตรรกะที่ว่านี้จะระบุตัวตนคนร้ายได้จริงๆหรือ หลังจากหลวงจีนลูกวัดจดรายชื่อหลวงจีนที่อยู่ที่นี่จนครบทุกรูปแล้ว หลวงจีนเหล่านั้นจึงกลับไปทำหน้าที่ของตนตามปกติ ที่เหลือก็แค่มีใครที่ไม่มีรายชื่อเท่านั้น



       จางซื่อหลงเห็นว่าคงใช้เวลาอีกนานกับสิ่งที่แก้ผ้าเอาหน้ารอดไปก่อนของเขา เขาจึงขอให้ไต้ซือพาไปยังหอตำรายุทธ์เส้าหลินเพื่อไปดูที่เกิดเหตุ ไต้ซือถ่างกี่ซัวจึงตอบรับด้วยความยินดี



       หอตำรายุทธ์เส้าหลินถูกคุ้มกันอย่างแน่นหนาหลังเกิดเหตุขึ้น ห้ามใครทั้งสิ้นเข้าไปในอาณาบริเวณนั้นเป็นอันขาด



       “อี้หยาง! อี้หยิน! เจ้าลองค้นหาสิ่งต่างๆที่อาจตกอยู่บนพื้นซิ” จางซื่อหลงออกคำสั่งหลังจากที่ตรวจสอบหอตำรามาครู่หนึ่ง ขณะเดียวกันจางซื่อหลงก็บอกให้หลินจื่อใช้จมูกรับกลิ่นล้ำเลิศของมันหากลิ่นคนร้ายอีกทางหนึ่ง เรื่องเกิดขึ้นมาสามวันจางซื่อหลงคิดว่าอาจทิ้งร่องรอยอะไรไว้บ้าง เพราะตั้งแต่เกิดเหตุ หอตำรายุทธ์เส้าหลินก็ถูกปิดตายทันที



       อี้หยางกับอี้หยินตรวจสอบจนแล้วจนรอดก็ไม่พบหลักฐานเพิ่มเติม ต่างจากหลินจื่อเอาแต่ร้องเจี๊ยกเจี๊ยกพาจางซื่อหลงเดินไปเดินมาจนเกือบทั่ว



       “ท่านไต้ซือ หลังกำแพงนี่เป็นทางไปห้องลับใช่ไหมขอรับ” จางซื่อหลงหันมาถามหลังจากตรวจสอบแถวบริเวณกำแพงที่ไร้ซึ่งประตูทางเข้าราวกับมีกลไกบางอย่างซ่อนอยู่



       ไต้ซือถ่างกี่ซัวถึงกับแปลกใจจนออกปากชื่นชม “ถูกต้องแล้ว ท่านจางซื่อหลงมาครั้งแรกแต่กับสามารถรู้ทางเข้าไปยังห้องลับได้ นับถือ.. นับถือ..”



       “ท่านไต้ซือก็กล่าวชมกันเกินไป ข้าแค่เดาเอาเท่านั้นขอรับ” จางซื่อหลงกล่าวถ่อมตัวราวกับจอมยุทธ์ผู้รู้จักถ่อมตนเรียนแบบหนังจีนกำลังภายใน



       หลังจากนั้นจางซื่อหลงขอตรวจสอบพื้นที่อีกเล็กน้อยจึงบอกกับไต้ซือถ่างกี่ซัว “ข้าขอพื้นที่สอบสวนผู้คน ไม่ทราบว่าท่านไต้ซือจะช่วยจัดให้ข้าได้หรือไม่ขอรับ”



       “ย่อมได้! ย่อมได้! ท่านจางต้องการเริ่มสอบสวนเมื่อไรล่ะ” ไต้ซือถ่างกี่ซัวพูดอย่างไม่ขัดข้อง



       “หลังมื้ออาหารเช้าขอรับ ให้หลวงจีนลูกวัดที่หารายชื่อที่ข้าต้องการไปให้ที่นั้นด้วยนะขอรับ” จางซื่อหลงกล่าวอย่างแย้มยิ้มราวกับมีแผนอยู่ในใจ จากนั้นจึงออกจากหอตำราไปยังที่พักนอกเขตวัดเส้าหลิน


       ---


       อีกมุมของวัดเส้าหลินมีคน 5 คนแอบปรึกษาหาลือกันอย่างลับๆยังไม่ได้แยกย้ายกันไป



       “แย่แล้ว! แย่แล้ว!” หลวงจีนรูปหนึ่งวิ่งเข้ามาพรวดพราด



       “เจ้ามีอะไรกัน? เล่นทำเอาพวกข้าตกใจกันหมด!”



       “นายท่าน! ข้าได้ยินมาว่า ผู้ที่ไม่ไปอยู่ในบริเวณที่พักแขกฆราวาส จะถูกลงชื่อเป็นผู้ต้องสงสัยครับ” หลวงจีนที่วิ่งพรวดเข้ามารีบพูด



       ว่าไงนะ!! พูดแทบจะเป็นเสียงเดียวกัน



       “พวกเราจะเอายังไงกันดี!” หลวงจีน 1 ใน 5 พูดขึ้นอย่างวิตก



       หลวงจีนผู้หนึ่งที่ดูแล้วน่าจะมีอำนาจตัดสินใจมากกว่าใครทั้งหมดพูดอย่างข่มใจให้เย็น “ไม่ต้องทำอะไร! ให้ทำอย่างที่เคยทำ ไม่รู้ไม่ชี้ไร้ผู้สงสัยนิ่งเฉยเอาไว้ นี่มันอาจจะเป็นแผนแหวกหญ้าให้งูตื่นก็เป็นได้ มันร้ายนักเจ้านี่! สมแล้วที่สำนักลมปราณส่งตัวมาเพื่อค้นหาพวกเรา”

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 16 ตุลาคม 2561 / 07:56
    อ้าว กลายเป็นว่าดีไป
    #355
    0