จอมยุทธ์ก๋วยเตี๋ยวท่องยุทธจักร

ตอนที่ 109 : ภาค2:ตอนที่ 9 ความแข็งแกร่งที่แตกต่าง

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 295
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    11 ต.ค. 61


       “จะยืนเซ่อกันอยู่ทำไม! จัดการมันซะ!” ชายผู้เป็นลูกพี่ตะโกนบอกลูกสมุน แม้ว่าใจจะหวั่นเกรงต่อชายทั้งสามผู้สวมใส่ชุดราวกับชนชั้นสูงอยู่บ้าง แต่ถ้ามาแส่หาเรื่องคิดขัดขว้างแล้ล่ะก็ ไม่มีทางเลือกอื่นนอกจากจัดการเสี้ยนหนามที่กล้ามาขว้างให้สิ้นไป



       เหล่าลูกสมุนต่างพากันจับอาวุธของตนเข้าจู่โจมทันทีตามคำสั่ง แน่นอนอย่างไรเสียน้ำน้อยย่อมจะแพ้ให้กับกองไฟวันยังค่ำ



       “เข้ามาเลย! กำลังคันไม้คันมืออยู่พอดี ฮ่ะฮ่า!” หย่างจูทำสีหน้าระรื่นราวกับว่าอยากจะอาระวาดมาเนิ่นนาน



       หย่างสงคำรามลั่นวิ่งเข้าโจมตีอย่างไม่หวาดหวั่น เพลงขวานศึกทะลายทัพ!



       หย่างชื่อเวยไม่รอช้ารีบใช้วิทยายุทธ์เลิศล้ำ เพลงทวนร่ายร่ำจู่โจม!



       เช้งชั้ง! เช้งชั้ง!... เสียงอาวุธเข้าปะทะกันดังจ้าละหวั่น



       ตุบตับ! ตุบตับ!... ตามด้วยเสียงบาทาละเลงเป็นพัลวัน



       อ๊ากกก!!! สิ้นสุดด้วยเสียงร้องแล้วเงียบกริบไป



       ชายผู้ที่เป็นลูกพี่ถึงกับเบิกตากว้างเลิกคิ้ว “มันเป็นไปได้อย่างไรกันวะ?!”



       จางซื่อหลง อี้หยาง อี้หยินกับหลินจื่อต่างพากันส่ายหน้าราวกับนัดกันไว้พร้อมกับปลดปลง



       “เฮ้อ… ความแข็งแกร่งมันต่างกันสินะ” จางซื่อหลงพูดทั้งทำสีหน้าเรียบนิ่ง



       “ลูกพี่! เอายังไงต่อกับไอ้สามตัวนี่ดี” เหล่าลูกสมุนอัดสามพี่น้องตระกูลหย่างจนหมดสภาพด้วยเวลาไม่นานนัก



       “นั่นสิ! นึกว่าจะแน่ เล่นทำเอาพวกเราหวาดหวั่นกันไปหมด” ลูกสมุนอีกคนกล่าวอย่างไม่อยากจะเชื่อตัวเองว่าจะจัดการสามพี่น้องตระกูลหย่างได้รวดเร็วขนาดนี้



       “ถุย ที่แท้ก็พวกสวะทำเป็นวางอำนาจ” ชายอีกคนพูดจาดูถูกเหยียดหยาม



       ชายผู้เป็นลูกพี่หัวเราะฮ่ะๆพูดขึ้น “ในเมื่อพวกมันสวะไม่เจียมตัว แค่นี้ก็สาสมแล้ว” ชายผู้เป็นลูกพี่มองสามพี่น้องที่นอนกองหมดสภาพอย่างสมเพชไม่แยแส จากนั้นจึงหันไปพูด “แล้วพวกแกล่ะ.. จะมอบกระเป๋าเป้นั่นมา หรือจะยอมหมดสภาพเหมือนกับไอ้พวกนั่น”



       พวกมันต่างพากันหัวเราะคึกคัก ใครจะรู้เล่าว่าเจ้าสามคนแต่งตัวผู้ดีที่นอนหมดสภาพหวังที่จะยื่นมือมาช่วย สุดท้ายมาเป็นไก่ถูกเชือดให้ลิงดูไปเสียแล้ว พวกมันรู้สึกถือไพ่เหนือกว่าพวกจางซื่อหลงอยู่มากโข เมื่ออยู่ในสถานการณ์เช่นนี้ ขี้คร้านคงจะยกกระเป๋าเป้สินค้ามาให้อย่างง่ายดายเป็นแน่



       “ว่าอย่างไร! พวกข้าไม่มีเวลารอได้ทั้งวันนะ!” ชายผู้เป็นลูกพี่จ้องตาเขม็งเผยจิตชั่วร้ายออกมา “จะเอากระเป๋าเป้มาให้ข้า! หรือว่าจะให้ข้าเข้าไปเอาเอง” มันพูดกระแทกเสียงดุดัน



       จางซื่อหลงฉีกยิ้มที่มุมปากไม่สนใจคำข่มขู่ “ถ้าเจ้าคิดว่าทำได้.. ก็เข้ามาเอาสิ” พูดจบตั้งท่าเตรียมรับมือ



       พวกมันต่างพากันเดือดดาล



       “หน๋อย! พูดจาโอหังนัก!”



       “สามหาว!”



       “อยากคางเหลืองรึ!”



       ชายผู้เป็นลูกพี่ยกมือขึ้น เหล่าลูกสมุนพากันนิ่งงันไม่ปริปาก แล้วจึงพูดอย่างเลือดเย็นอย่างไม่แยแสสิ่งใดอีกต่อไป “เก็บ.. พวกมันซะ..”



        จางซื่อหลงกล่าวกับอี้หยางอี้หยินและหลินจื่อทันควัน “เขตเมืองพวกเจ้ามิอาจฆ่าใครได้” เขาแสยะยิ้มเล็กน้อยก่อนพูดอีกครั้ง “เอาแค่สั่งสอนให้หลาบจำก็พอ” สิ้นเสียงทุกคนตอบรับคำ โดยเฉพาะหลินจื่อกระดี๋กระด๋าเป็นพิเศษราวกับอัดอั้นมานาน



        เจี๊ยกกก~ เจี๊ยก! เจี๊ยก!(โหยยย~ ได้เวลาปั่นป่วนอีกแย้ว หลินจื่อชอบ! หลินจื่อชอบ! เหอะๆๆ) หลินจื่อคำรามลั่น เจี๊ยกกก!(วิชายุทธ์ก่อกวนชวนบาทา!) มันเผยกรงเล็บออกมาพร้อมปั่นป่วนแล้วใช้ทักษะข่มขวัญศัตรู



        เพลงยุทธ์หมัดเหล็กท่องวายุ! อี้หยางคำรามลั่นร่ายรำเพลงหมัดเข้าต้านทาน



        อี้หยินไม่ประมาทกระชับกระบี่หล่อหลอมรวมทักษะกระบี่ระดับสามเผยจิตสังหารออกมา แต่ทว่าก็ต้องละเว้นจุดตายเอาไว้



        จางซื่อหลงใช้กายาไร้เงาราวกับภูตผี เดี๋ยวโผ่ตรงนู้นทีตรงนี่ที จู่โจมด้วยฝ่ามือร่วมกับหมัดที่ซัดไปแบบไม่ยั้งมือ



        เสียงปะทะกันของอาวุธดังขึ้นไม่หยุดหย่อน กับทั้งเสียงกรีดร้องโอดโอยระงบไปทั่วพร้อมกับเสียงตุบตับ ไม่นาน.. คนสุดท้ายก็ถูกจางซื่อหลงต่อยจนหน้าหงายกระเด็นไถลไปกับพื้นแล้วหยุดตรงแทบเท้าของชายผู้เป็นลูกพี่ซึ่งกำลังอ้าปากค้างจนแทบจะเอาไข่ห่านยัดเข้าไปได้ทั้งลูก



        จางซื่อหลงใช้ปากเป่าไปที่กำปั้นของตัวเองก่อนพูดขึ้น “เครื่องยังไม่ทันร้อน! พวกแกทำได้แค่นี้เองรึ!” เขาจ้องมองไปที่ชายผู้เป็นลูกพี่ด้วยจิตสังหารระดับหนึ่งจนชายผู้นั้นถึงกับเข่าอ่อนทรุดลงไป แล้วเดินเข้าไปหาอย่างแช้มช้าราวกับว่าราชสีห์ต้องการจะข่มขวัญให้ศัตรูของมันตื่นกลัว



       ได้ผลเกินคาด.. ชายผู้เป็นลูกพี่ถึงกับสั่นไปทั้งตัวเหมือนกับจ้าวเข้า



       จางซื่อหลงหยุดยืนอยู่เบื้องหน้าพร้อมกับผายมือแบออกไป



       “จะ.. เจ้า  จะทะ.. ทำอะไรข้า” ชายผู้นั้นพูดตระกุกตระกัก



       “จ่ายค่าคุ้มครองมา!” จางซื่อหลงพูดชัดถ้อยชัดคำ



       ชายผู้นั้นถึงกับเงิบ ไม่คิดเลยว่าจะถูกย้อนศรกลับมาด้วยถ้อยคำเช่นนี้



       “ว่าอย่างไร! พวกข้าไม่มีเวลารอได้ทั้งวันนะ!” จางซื่อหลงพูดพร้อมกับเผยแววตาอำมหิตไม่ไว้หน้าผู้ใดทั้งสิ้น



       ชายผู้เป็นลูกพี่ฟังแล้วถึงกับกลืนน้ำลายตัวเองอย่างขมขื่น ไม่นึกเลยว่าคนเป็นร้อยจะแพ้ให้กับชายหนุ่มหนึ่งคน เด็กฝาแฝดอีกสอง แล้วรวมสัตว์เลี้ยงด้วยเป็นสี่ เพียงแค่เจ้าลิงจ๋อก็ยังไม่สามารถจะทำอะไรมันได้เลย นับประสาอะไรกับชายหนุ่มที่ราวกับหายตัวได้อย่างกับผีสางกันเล่า จากที่มองพวกนี้เป็นเหยื่อแต่ต้องกับกลายเป็นเหยื่อเสียเอง ชายผู้เป็นลูกพี่อยากจะร้องออกมาลั่น นี่มันเรื่องบัดซบอะไรกันวะ!



       ไม่นานนัก ชายผู้เป็นลูกพี่รวมทั้งเหล่าลูกสมุนต่างพากันพยุงร่างที่บาดเจ็บจนแทบจะลุกไม่ขึ้นออกจากพื้นที่พร้อมกับเสียงร้องโอดโอย ไม่มีผู้ใดกล้าที่จะกลับไปมีปัญหากับจางซื่อหลงอีก เนื่องจากตระหนักถึงความแข็งแกร่งที่ห่างชั้นกันยิ่งนัก



       “เฮ้อ… เจ้าพวกนี่ ยาจกกว่าที่ข้าคิดไว้เยอะเลยแฮะ” จางซื่อหลงเอาถุงเงินที่ได้มาจากชายผู้เป็นลูกพี่ ออกมานับได้ 60 ชั่ง เขาส่ายหน้าไปมา ก็อย่างว่าถ้าพวกมันมีเงินเยอะคงไม่ออกมาปล้นตอนกลางวันแสกๆในเขตเมืองนี้หรอก



       จางซื่อหลงกำลังออกเดินทางต่อ เขาหันไปมองสามพี่น้องตระกูลหย่างอย่างเวทนา ใบหน้าทั้งสามบวมปูด เนื้อตัวบอบช้ำ ไร้ราศีก่อนหน้านี้อย่างสิ้นเชิง



       จางซื่อหลงเดินเข้าไปพูด “พวกเจ้ากลับไปยังหุบเขาหมาป่าเสียเถอะ เส้นทางต่อจากนี้ลำพังพลังของพวกเจ้าไม่สามารถต่อกรกับผู้ใดได้ ถ้ายังคิดจะติดตามมาอีกล่ะก็ คงไม่วายได้สิ้นชีพเป็นแน่” จางซื่อหลงเห็นแก่สามพี่น้องที่ยื่นมือเข้ามาช่วย จึงให้อี้หยางกับอี้หยินประคองกรอกน้ำยาเพิ่มเลือดให้ จากนั้นจึงเดินทางต่อโดยทิ้งสามพี่น้องไว้เบื้องหลัง



       “ท่านพี่! พวกเรากลับหุบเขากันเถอะ” หย่างจูพูดขึ้นจับที่ปากร้องโอย ใบหน้าปูดบวมบาดแผลยังไม่สมานตัว



       “ข้าก็คิดเช่นเดียวกันกับน้องเล็ก คนนอกหุบเขาแข็งแกร่งและโหดร้ายยิ่งนัก” หย่างสงพูดทั้งตาที่ยังปูดบวมข้างหนึ่ง



       “...” หย่างชื่อเวยเงียบนิ่งไม่ปริปากพูดสิ่งใด ใจของเขาเจ็บยิ่งนักที่พ่ายแพ้ให้กับพวกอันธพาลอย่างไม่คาดคิด พละกำลังของเขาด้อยกว่าพวกมันอยู่หลายขุม เขามองตามหลังจางซื่อหลงที่พาสองผู้ติดตามวัยเยาว์ค่อยๆเดินออกไปไกลริบตา


       ---


       จางซื่อหลงใช้วิชาตัวเบาวิ่งนำดิ่งไปตามเส้นทางป่าเขา โดยมีอี้หยางกับอี้หยินตามมาติดๆ ส่วนเจ้าลิงน้อยหลินจื่อนั่งเกาะบ่าจางซื่อหลงชมนกชมไม้ตามทางอย่างสบายอกสบายใจ



       เส้นทางที่ตัดผ่านไปถึงวัดเส้าหลิน ในระหว่างทางผ่านหมู่บ้านไปนับสิบ แต่จางซื่อหลงไม่มีเวลาได้หยุดพักเดินดู เขาตัองเร่งรีบไปให้ถึงเขาเส้าซื่อเพื่อส่งจดหมายแนะนำตัวให้กับเจ้าอาวาสโดยเร็วที่สุด จะได้เริ่มทำภารกิจจับผู้ร้ายให้สำเร็จแล้วกลับไปรับรางวัลยังสำนักลมปราณที่วัดเส้าหลินฝากเอาไว้ให้จงได้



       จากเมืองเจิ้งโจวไปถึงเขาเส้าซื่อใช้เวลาไปเกือบ 3 ชั่วโมง



       ที่ตีนเขาทางขึ้นไปวัดเส้าหลิน…



       จางซื่อหลงผ่อนลมหายใจโลงอก “ในที่สุด.. ก็มาถึงจนได้” เขานั่งมอบพักเหนื่อยอยู่บนโขดหินทางขึ้นเขาเส้าซื่อ



       อี้หยางกับอี้หยินมีความรู้สึกไม่ต่างจากจางซื่อหลง ตลอดเส้นทางพวกเขาใช้วิชาตัวเบาวิ่งยาวอย่างไม่หยุดหย่อน ส่วนหลินจื่อน่ะเหรอนั่งทำตาปริบๆกระโดดโหยงๆเริงร่าหัวเราะเหอะๆกระดี๋กระด๋าได้ตลอดเวลาในขณะที่ผู้อื่นเอาแต่นั่งหอบกันแทบเป็นแทบตาย



       “พวกเจ้าจะขึ้นไปวัดเส้าหลินงั้นรึ?!” เสียงหนึ่งตะโกนลงมาจากบนต้นไม้



       จากนั้นเจ้าของเสียงจึงกระโดดลงมา แล้วหยุดยืนจ้องมองพวกจางซื่อหลงตาเขม็ง



       ‘หลวงจีนเหรอ!’ จางซื่อหลงรู้ได้ทันทีเมื่อมองไปยังหัวเหม่งๆของชายผู้นั้น



       สายตาที่จางซื่อหลงจ้องมองมาทำเอาหลวงจีนผู้นั้นถึงกับหางคิ้วกระตุก “เจ้ามีปัญหาอะไรกับหัวของข้างั้นรึ”



       “เปล่า…” จางซื่อหลงตอบสั่นๆแล้วลุกขึ้นเพื่อจะขึ้นไปบนเขาอันเป็นที่ตั้งของวัดเส้าหลิน



       หลวงจีนขมวดคิ้วกระโดดเข้าขัดขว้าง “ถ้าพวกเจ้าจะขึ้นไปยังวัดเส้าหลินล่ะก็ ข้าเสียใจด้วย... ตอนนี้วัดปิดแล้ว”



       “วัดปิด!” จางซื่อหลงเลิกคิ้วขึ้น “เจ้าพูดเป็นเล่นไป.. ข้ารู้มาว่าวัดเส้าหลินจะปิดก็ต่อเมื่อพระอาทิตย์ตกถึงดินต่างหากเล่า” พูดจบจางซื่อหลงเดินขึ้นไปต่อโดยไม่สนใจคำพูดของหลวงจีนผู้นั้น เพราะก่อนที่จางซื่อหลงจะเดินทางมา จิ๋นหลางได้บอกกับเขาไว้ว่าต้องรีบไปให้ถึงวัดเส้าหลินก่อนพระอาทิตย์ตกดิน



       “เจ้า! ช่างดื้อด้านนัก! อยากลองดีงั้นรึ” หลวงจีนเริ่มหัวร้อนรีบจับที่แขนจางซื่อหลงเพื่อหยุดเอาไว้ แต่จางซื่อหลงกับรีบจับมือหลวงจีนออกตามสัณชาตญาณ



       เพลงหมัดมวยพยัคฆ์! หลวงจีนร่ายรำกระบวนยุทธ์เข้าใส่จางซื่อหลงราวกับเสือกำลังตะปบเหยื่อ ไม่ให้โอกาสจางซื่อหลงหลุดมือไปโดยง่าย        

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 13:09

    รออยู่จ้า
    #351
    0