ตอนที่ 107 : ภาค2:ตอนที่ 7 กล่องปิดผนึกตำรายุทธ์ 4

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 371
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 29 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

       จอมมารจ่านหลงเห็นท่าไม่ดีจึงพลิกแพลง ดึงกระแสไอปราณสีดำทั่วอาณาบริเวณเข้าเก็บไว้ในกายจนหมดสิ้น จากนั้นจึงเคลื่อนพลังปราณหลั่งไหลไปทั่วร่างด้วยวิชายุทธ์ปราณระฆังทองเสริมพละกำลังแข็งแกร่งขึ้นมาอีกมหาศาล



       คลื่นพลังทำลายแปดทิศ! จอมมารเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์คำรามก้อง



       ตูม! เสียงดังกัมปนาทระเบิดออกจากร่างรอบทิศ ทำให้นักพรตทั้งเจ็ดกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทาง



       อ๊ากกก!!!



       เสียงร้องลั่นของเหล่านักพรตไม่ทันได้หยุด ไอปราณประหลาดสีดำควบคุมไปทั่วอาณาบริเวณอีกครั้ง พลันเหล่านักพรตทั้งเจ็ดส่งเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมาน



       “รีบโคจรลมปราณกันเร็วเข้า!” ประมุขอู่เวยส่งเสียงไปถึงนักพรตทั้งเจ็ดด้วยวิชายุทธ์ราชสีห์คำราม



       เหล่านักพรตรีบนั่งขัดสมาธิทำตาม อย่างไม่มีข้อแม้แต่นิดเดียว



       จอมมารจ่านหลงไม่ได้หยุดเพียงแค่นั้น พลังฝ่ามือพิชิตมังกร!  คัมภีร์ยุทธ์ถูกเรียกใช้อีกครั้งปรากฎพลังปราณรูปร่างเหมือนมังกรสีทองโปร่งแสงล้อมรอบฝ่ามือแล้วพุ่งขยายออกไปยังร่างของนักพรตทั้งเจ็ด



       ตูม! ตูม! ตูม!... เสียงดังกัมปนาทติดต่อกันเจ็ดครั้ง โชคยังดีที่เหล่านักพรตมีสัมผัสที่ไวอย่างเกินคาดรีบกระโดดหลบจากจุดที่ตนอยู่อย่างฉับพลันทันที



       “วิชาระดับปรมาจารย์วัดเส้าหลิน! จอมมารผู้นี้ใช้ได้อย่างไรกัน!” ปรมาจารย์เตียซำฮงเบิกตากว้างแปลกใจเป็นที่สุด ไม่ต่างจากคนอื่นที่เห็นคัมภีร์ยุทธ์วัดเส้าหลินถูกใช้ออกมาจากจอมมารผู้นี้



       ในเวลาเดียวกันนั้นเองมีผู้หนึ่งกระโดดเหยียบผ่านอากาศ ในมือถือทวนยาวพุ่งตรงไปยังร่างของจอมมารจ่านหลง



       เพลงทวนเสี่ยวลิ้มยี่! แม่ทัพใหญ่เฟิงถังจงร่ายรำวิทยายุทธ์หนึ่งในวิชายุทธ์ชั้นเอกของเส้าหลิน



       จอมมารจ่านหลงแปลกใจยิ่งนัก ไม่คาดว่าจะมาเจอศิษย์วัดเส้าหลินที่ยอดยุทธ์ไม่แพ้ใคร เพลงทวนเฉียบขาด ฟาดฟันรวดเร็ว หลอมรวมปราณเป็นหนึ่งเดียวกับทวนราวกับมีชีวิต



       ทันใดนั้นเอง…



       มีหลวงจีน 19 รูป ใช้วิชาตัวเบาผ่านอากาศ ข้ามเหล่ากองทัพที่ตั้งโล่กันอย่างหนาเเน่นปกป้องเขตเมืองฉางอัน



       พอเหล่าหลวงจีนท้าวแตะถึงพื้น จึงวิ่งพุ่งทะยานร่างตรงไปยังจอมมารผู้นั้นอย่างรวดเร็ว



       “ค่ายกลสิบแปดอรหันต์!” ไต้ซือป่าถัวเซินพูดไล่หลังหลวงจีนทั้ง 18 รูปไป ขณะที่ตนนั้นหยุดยืนอยู่ข้างปรมาจารย์เตียซำฮงกับประมุขอู่เวย



       ในเวลาไล่เลี่ยกันกระชั้นชิดนั้นเอง…



       มีเหล่าจอมยุทธ์ 5 กลุ่ม กระโดดพุ่งทะยานร่างข้ามเหล่ากองทัพมาเช่นเดียวกัน



       กลุ่มที่ถือกระบี่มาจากสำนักกระบี่มังกรเพลิง มีปรมาจารย์เลิศยุทธ์เพลงกระบี่นามว่า เนี่ยเจียง



       ส่วนกลุ่มที่ถือทวนมาดมั่นมาจากสำนักทวนท่องเมฆา มีปรมาจารย์เพลงทวนเลิศล้ำไม่แพ้ใครในยุทธภพนามว่า กั่วหย่า



       เหล่าจอมยุทธ์ผู้ถือดาบมาจากสำนักดาบจันทรา มีปรมาจารย์ล้ำเลิศเพลงดาบนามว่า หน่านเตี่ย



       เหล่าจอมยุทธ์ผู้ถือขวานศึกกระชับมั่นมาจากสำนักขวานผ่าปฐพี มีปรมาจารย์ยอดยุทธ์นามว่า งวนเซียวหลาง



       แล้วอีกเหล่าจอมยุทธ์ถือพลองมาจากสำนักพลองพิโรธ มีปรมาจารย์ลือชื่อพลองยุทธ์นามว่า ต่านจื่อ



       เจ็ดสำนักใหญ่มากันพร้อมหน้า ไต้ซือป่าถัวเซิน ปรมาจารย์เตียซำฮง ปรมาจารย์กั่วหย่า ปรมาจารย์หน่านเตี่ย ปรมาจารย์งวนเซียวหลาง ปรมาจารย์เนี่ยเจียง และปรมาจารย์ต่านจื่อ



       ครั้นหลวงจีนทั้ง 18 ไปถึง จึงรายล้อมจอมมารจ่านหลงแล้วร่ายรำพลองยุทธ์เส้าหลินโหมเข้าใส่โดยทันที เหล่าหลวงจีนทั้ง 18 ไม่ใช่ใครอื่น ที่แท้คือเหล่าคณาจารย์ยอดยุทธ์ในด่านสิบแปดอรหันต์ทองคำนั่นเอง เป็นที่แน่นอนว่ากระแสปราณมารสีดำสามารถดูดพลังปราณจากคณาจารย์ทั้ง 18 รูปได้เพียงน้อยนิดเท่านั้น



       แม่ทัพใหญ่เฟิงถังจง เห็นว่าตนหมดภาระแล้ว จึงถอยออกมาจากสมรภูมิค่ายกลสิบแปดอรหันต์โดยทันที เขาวิ่งทะยานร่างกลับมายังด้านหน้าของเหล่าปรมาจารย์



       “ศิษย์เฟิงถังจง ขอคำนับท่านอาจารย์” แม่ทัพใหญ่เฟิงถังจงคำนับไต้ซือป่าถัวเซิน



       “อ้อ! นึกว่าใคร ที่แท้ก็เฟิงถังจงนี่เอง” ไต้ซือป่าถัวเซินจำได้ เฟิงถังจงเคยเป็นหลวงจีนที่ถูกส่งมาช่วยฮ่องเต้ถังไท่จงฝ่าวงล้อมศึกระหว่างราชวงศ์ถังกับราชวงศ์สุยจนได้รับชัยชนะ จากนั้นจึงหันหน้าเข้าสู่กองทัพ ฝีมือเลิศล้ำมากจนได้เป็นแม่ทัพใหญ่ในปัจจุบัน



       “ท่านอาจารย์! จอมมารผู้นี้ใช้วิชายุทธ์ชั้นสูงของวัดเส้าหลินได้ ข้าคิดว่าน่าจะเป็นศิษย์เก่าเส้าหลินครับ” แม่ทัพใหญ่เฟิงถังจงกล่าวอย่างมั่นใจ



       “มีเรื่องอย่างนี้ด้วยรึ!” ไต้ซือป่าถัวเซินครุ่นคิดนึกถึงเหล่าศิษย์ที่ออกจากวัดเส้าหลินซึ่งหลายปีมานี้มีคนลงจากเขาเส้าซื่อมาไม่ใช่น้อย แต่ปัญหาคือเมื่อเป็นศิษย์วัดเส้าหลินใยจิตใจจึงเหี้ยมโหดแล้วยังหันหลังให้กับธรรมะหันหน้าเข้าฝึกวิชามารของฝ่ายอธรรมกันเล่า ‘ใครกันนะ? ใครกัน?’



       คิดอยู่ไม่นานมีใบหน้าชายผู้หนึ่งผุดขึ้นมา ช่วงหลังจากการสถาปนาขององค์จักรพรรดิถังไท่จง มีบุรุษผู้หนึ่งชายหนุ่มไร้ชื่อนั่งคุกเข่า 10 วันเพื่อขอบวชเข้าเป็นศิษย์วัดเส้าหลิน หลังจากนั้น 7 ปีขอลงจากเขาเส้าซื่อ ตอนนั้นชายหนุ่มไร้ชื่อผู้นี้ มีแววตาเผยความอาฆาตมาดร้ายยิ่งนัก หรือว่า 8 ปีให้หลังเขาจะไปฝึกวิชามารมาเพื่อล้างแค้นให้กับตระกูลจ่านเป็นแน่ ไต้ซือป่าถัวเซินคิดปะติดปะต่อเรื่องราวของราชสำนักกับช่วงเวลาที่ชายหนุ่มผู้นี้ปรากฎตัว มีความเป็นไปได้สูงยิ่งว่าจะต้องใช่ ‘อดีตหลวงจีน เฮยเซ่อ!’



       ในเวลานั้นเองเหล่าคณาจารย์ทั้ง 18 โหมพลองยุทธ์เข้าใส่จอมมารจ่านหลงอย่างไม่ยั้งมือ ทุกท่วงท่าหนักแน่น รุนแรง และรวดเร็ว เป็นที่แน่นอนว่าต่อให้หลบอย่างไรก็ไม่สามารถจะหลบพลองทั้ง 18 ท่อนได้หมด แต่ทว่าจอมมารจ่านหลงกับไม่สะทกสะท้านราวกับร่างกายของเขาทำจากเหล็กกล้า เขารับกระบวนยุทธ์ของเหล่าคณาจารย์ด้วยฝ่ามือและหมัดอย่างกล้าแกร่ง กระแสปราณสีดำไหลเวียนเสริมพลังต้านทานให้กับเขา



       จอมมารจ่านหลงรวมกระแสปราณสีดำกลับเข้ามาในร่าง จากนั้นเคลื่อนกระแสปราณไปทั่วร่างด้วยวิชายุทธ์ปราณระฆังทองเสริมพละกำลังขึ้นอีกอย่างมหาศาล คำรามลั่นเรียกใช้คัมภีร์ยุทธ์



       พลังปราณพลิกผืนปฐพี!



       กระแสปราณสีดำพวยพุ่งจากร่างลงสู่ผืนดิน พลันเกินแรงสั่นสะเทือนก่อนที่จะระเบิดขึ้นอย่างรวดเร็วราวกับผืนดินถูกพลิกม้วนไปรอบทิศทาง  บูมมม!! ในขณะที่คณาจารย์ทั้ง 18 มิอาจต้านพลังอันมหาศาลนี้ได้ จึงกระเด็นออกไปคนละทิศคนละทางไปกับผืนดิน



       พลังฝ้ามือพิชิตมังกร! จอมมารเรียกใช้สุดยอดคัมภีร์ยุทธ์วัดเส้าหลิน กระแสปราณไหลเวียนเป็นรูปร่างเหมือนมังกรทองโปร่งแสงรายล้อมรอบฝ่ามือแล้วขยายพุ่งออกไปโดยรอบ ตูม! ตูม! ตูม!... ระเบิดสะเทือนเลือนลั่นรอบทิศ 18 ครั้งติด จากนั้นกระแสปราณสีดำกระจายออกจากร่างจอมมารครอบคลุมอาณาบริเวณนั้นอีกครั้ง



       ทันใดนั้นเองจ้าวสำนักเจ็ดสำนักใหญ่ไม่รอช้า เพียงแค่ยื่นมือออกมาพลันปรากฎอาวุธประกายแสงประหลาดระยิบระยับอยู่ในมือ เหล่าปรมาจารย์ยอดยุทธ์ทั้งเจ็ดจับกระชับอาวุธพิเศษระดับสองของตนมุ่งเข้าสู่สมรภูมิโดยทันที ขนาดค่ายกลสิบแปดอรหันต์ที่แกร่งสุดในยุทธภพยังแตก ไม่ต้องรอให้ใครมาบอกจ้าวสำนักทั้งเจ็ดก็รู้อยู่แล้วว่า ไม่มีผู้ใดในยุทธภพต้านทานจอมมารผู้นี้ได้อีกเป็นแน่นอกจากพวกเขาเท่านั้น



       ไต้ซือป่าถัวเซินจับกระบองสองมือวิ่งผ่านอากาศนำดิ่งไปเป็นคนแรก “เฮยเซ่อ! นั้นเจ้าใช่หรือไม่?!” ไต้ซือตะโกนถามก่อนถึงตัวจอมมารจ่านหลง



        จอมมารไม่คาดคิดว่าไต้ซือป่าถัวเซินจะจำตนได้ จึงตอบกลับพร้อมกับใช้ฝ่ามือรับกระบองที่กำลังจะโหมตีเข้ามา “ไม่นึกเลยว่าท่านไต้ซือจะจดจำข้าผู้นี้ได้! ได้โปรดไต้ซืออย่ามาขัดขวาง!”



        แคร้ง! เสียงกระบองปะทะกับฝ่ามือดังก้องกังวาลราวกับท่อนเหล็กกำลังถูกตี



       “ข้ามิอาจทำตามเจ้าได้! ในเมื่อเจ้าไม่รักดี! ข้าผู้นี้แหละจะอบรมเจ้าใหม่ให้รู้ความเอง!” ไต้ซือพูดจบพร้อมกับเหวี่ยงกระบองเข้าไปอีกครั้ง ขณะเดียวกันเหล่าปรมาจารย์ที่ไล่ตามมาติดๆ ต่างร่ายรำเพลงยุทธ์เข้าช่วยโหมกระหน่ำ



       เสียงเข้าปะทะกันดังไม่ขาดสาย วิชายุทธ์ทุกอย่างที่เหล่าจ้าวสำนักทั้งเจ็ดมี ถูกใช้ผสมโรงโหมกระหน่ำโจมตีอย่างไม่ยั้งมือ แต่กระนั้นจอมมารจ่านหลงก็ยังสามารถรับมือได้เช่นเดียวกัน เจ็ดปรมาจารย์รุมหนึ่งมารที่กล้าแกร่งยากจะหาผู้ใดต่อกร เสียงสนั่นสั่นสะเทือนเลือนลั่นไม่หยุดหย่อน จนผ่านคืนและวันนับได้ 7 วัน 7 คืน ทั่วทุกพื้นที่ต่อสู้ล้วนแต่ถูกทำลายสิ้นจนเตียน บ้างเป็นหลุมเป็นบ่อขนาดใหญ่ตามผืนดิน แม้แต่กำแพงเมืองเขตนอกยังถูกทำลายย่อยยับ เหล่ากองทัพนับหมื่นยังต้องขยับเคลื่อนถอยทัพจวบจวนจะถึงเขตชั้นในของกำแพงเมือง ผู้คนต่างหวาดผวาทุกวันคืนมิกล้าหลับขับตานอนด้วยเกรงกลัวจะไม่ได้ลืมตาตื่นขึ้นมาอีกครั้ง



       แต่แล้วผู้หนึ่งก็มิอาจจะทนดูดายต่อไปได้อีก ยิ่งนานวันยิ่งต้องกล่ำกลืนฝืนทน เขาไม่อาจเห็นประชาราษฎรกับทั้งเหล่าทหารแบกภาระเดือดร้อนนี้ไว้ได้ จึงกระโจนตัวพุ่งกายขัดพระราชองค์การ เข้าสู่สมรภูมิศึกระหว่างจ้าวสำนักทั้งเจ็ดกับจอมมารโฉดชั่วนั้นทันที



       “จ่านหลง! เจ้าจงเอาชีวิตข้าไปเถอะ! อย่าได้ต้องทำให้ผู้อื่นเป็นเดือดเป็นร้อนอีกเลย” เสนาบดีซ่านหยี่ตะโกนร้องลั่นพุ่งเข้าหาจอมมารอย่างไม่รักตัวกลัวตาย



       “ดี! เจ้าออกมาก็ดีแล้ว! ความแค้นของข้าจบลงแค่นี้!” จอมมารจ่านหลงเผยแววตาอันเหี้ยมโหดไร้ความปราณีออกมา



       พลังฝ่ามือสูบดูดวิญญาณ! พลันเกิดพลังฝ่ามือไอดำปราณประหลาดพุ่งปะทะร่างเสนาบดีซ่านหยี่อย่างรวดเร็ว เพียงชั่วพริบตาเดียวร่างจึงแตกสลายกลายเป็นไอปราณสีดำแล้วถูกดูดเข้าร่างจอมมารโฉดชั่วโดยทันที



       ทุกคนต่างตะลึงงันไม่เว้นแม้แต่จ้าวสำนักใหญ่ทั้งเจ็ด ทุกอย่างเกิดขึ้นอย่างรวดเร็วไม่มีผู้ใดคิดว่าเสนาบดีซ่านหยี่จะเสียสละตนเพื่อยุติการปะทะกันในครั้งนี้



       “ฮ่ะๆๆๆ ในที่สุดความแค้นที่ผ่านมาสิบห้าปีของตระกูลจ่านก็ถูกชำระล้างแล้ว ท่านพ่อ! ท่านแม่! ญาติพี่น้อง! ข้ากำลังจะตามไปพบพวกท่าน” จอมมารจ่านหลงหัวเราะพูดเพ้อกับตัวเองราวกับคนกำลังเสียสติ



       พลันจอมมารรวมดึงกระแสปราณสีดำในอาณาบริเวณเข้ามาในร่าง ในขณะที่จ้าวสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดกระชับอาวุธเตรียมรับมือ



       ตูม! ร่างของจอมมารระเบิดสิ้นกลายเป็นไอสีดำ สลายไปท่ามกลางอากาศต่อหน้าทุกคน จอมมารจ่านหลงผู้ที่แม้แต่เจ็ดสำนักใหญ่ก็มิอาจจะต้านทานได้ เขาพลีชีพตัวเองงั้นหรือ! ทั้งหมดที่เขาทำเพียงแค่ต้องการล้างแค้นงั้นรึ! ทุกอย่างที่จอมมารจ่านหลงทำให้ทั้งยุทธภพต้องสั่นสะเทือนจบแล้วหรือเนี่ย! มีคำถามมากมายเกิดขึ้นหลังจากที่ทุกอย่างจบสิ้นลง มีแต่ความหวาดหวั่นและความเกรงกลัวต่อจอมมารผู้นี้เท่านั้นที่มิอาจจะลบเลือนหายไปจากใจของทุกคนได้



       แต่แล้วเรื่องมันไม่ได้จบเพียงแค่นั้น หลังจากที่จอมมารจ่านหลงสิ้นชีพ กับปรากฎตำรายุทธ์ 2 เล่มที่มีไอสีดำประหลาดตกอยู่ในบริเวณนั้น ทำให้เหล่าจอมยุทธ์ทั้งหลายต่างพากันถลึงตาขึ้นด้วยความละโมบ ต่างรีบใช้วิชาตัวเบาทะยานร่างหวังเข้าไปช่วงชิงตำรายุทธ์มาเป็นของตน เกิดความอลม่านต่อสู้แย่งชิงกัน ผลสุดท้ายเจอจ้าวสำนักใหญ่ทั้งเจ็ดปราบปรามจนศิโรราบติดตามกันไป



       ตำรายุทธ์ 2 เล่มเป็นภัยต่อยุทธภพ หากเก็บมันไว้คงมีศึกแย่งชิงเยี้ยงวันนี้อีกเป็นแน่ เหล่าปรมาจารย์ทั้งเจ็ดปรึกษากันเห็นชอบให้ทำลายมันทิ้งซะ แต่จนแล้วจนเล่าก็ไม่มีสิ่งใดทำลายมันทิ้งได้เพราะไอดำประหลาดนั้นปกป้องราวกับว่าตำรายุทธ์เป็นอาวุธพิเศษระดับสองที่ไม่อาจทำให้มันดับสูญไปได้



       ร้อนถึงองค์ฮ้องเต้ พระองค์คิดว่าตำรายุทธ์ 2 เล่มนี้ อาจเป็นภัยต่อราชสำนักได้ จึงพระราชทานกล่องล้ำค่าลายมังกร 2 กล่องให้กับจ้าวสำนักทั้งเจ็ด กล่องล้ำค่านี้ต้องใช้กำลังภายในในการปิดเปิด ถ้าหากผู้ใดต้องเปิดจะต้องใช้กำลังภายในที่มากกว่าตอนที่ถูกปิดจึงจะสามารถเปิดมันออกได้ แต่ทว่ากำลังภายในที่ปิดผนึกไว้นั้นจะเสื่อมสิ้นไปตามระยะเวลาที่ผันผ่านไปด้วย



       ตำรายุทธ์ 2 เล่มจึงถูกแยกเก็บไว้เล่มละกล่องและถูกปิดผนึกโดยเหล่าจอมยุทธ์ที่มีกำลังภายในมากที่สุดจำนวน 20 คน จากนั้นจึงแยกเก็บไปยังวัดเส้าหลินกับสำนักบู๊ตึ๊งเพื่อปกป้องเอาไว้ไม่ให้ผู้ใดช่วงชิงไปได้โดยง่ายนั่นเอง จนกาลเวลาผันผ่านมานับได้ 50 ปี


       ---


       ---


       จางซื่อหลงฟังเรื่องราวของกล่องปิดผนึกตำรายุทธ์จบก็ถึงกับนึกใจลอย ‘ถ้าข้าได้ตำรายุทธ์ทั้งสองที่แม้แต่เจ็ดสำนักใหญ่ก็มิอาจจะชนะได้นั้นมาครอบครองล่ะก็ ตำแหน่งจ้าวยุทธภพคงเป็นของข้าไม่ยากเย็นเป็นแน่ ฮ่ะๆๆๆ’ เขาเผลอหัวเราะลั่นออกมา



       “เออ.. ท่านจาง! มีอะไรหรือเปล่าขอรับ?” อาแปะจิ๋นหลางถามอย่างฉงนใจที่อยู่ๆจางซื่อหลงก็หัวเราะขึ้นมาเมื่อฟังจบ



       จางซื่อหลงได้ยินอาแปะจิ๋นหลางถามไถ่จึงสะดุ้งพร้อมกับทำหน้าอึกอัก “แฮะๆๆ ไม่มีอะไรหรอก ข้าคิดว่าภารกิจมันไม่ได้ยากเย็นนัก แล้วถ้าข้าทำสำเร็จ จะได้สิ่งใดตอบแทนล่ะ” พูดจบจางซื่อหลงเอามือลูบหัวตัวเองแก้เขิน แต่ในใจกับคิด ‘อิๆ ถ้าสบโอกาส.. พ่อจะจิ๊กเอากล่องปิดผนึกตำรายุทธ์นั้นมาด้วยเลย เหอะๆ’

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 29 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 9 ตุลาคม 2561 / 08:42
    จะสายมารรึ
    #349
    0