ตอนที่ 104 : ภาค2:ตอนที่ 4 กล่องปิดผนึกตำรายุทธ์ 1

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 416
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    19 ก.พ. 62

       ด้านในของสำนักลมปราณมีโต๊ะเก้าอี้อยู่ 4 ชุด มีบอร์ดที่มีภารกิจเขียนไว้ในกระดาษอย่างดีถูกปักหมุดเอาไว้จนเกือบเต็ม ใครสนใจภารกิจใดก็สามารถดึงออกมาให้กับเจ้าหน้าที่ประจำที่เคาเตอร์ เพื่อลงทะเบียนรับทำภารกิจได้ จิ๋นหลางเป็นผู้ดูแลสำนักลมปราณสาขาเมืองเจิ้งโจว เขามีผู้ช่วยอีก 3 คน เป็นชาย 2 คน หญิง 1 คน



       ภารกิจใดที่ทำไม่สำเร็จในสิบวัน ภารกิจนั้นจะถูกเอาออกมาปักหมุดไว้ที่บอร์ดภารกิจอีกครั้งเพื่อเปิดโอกาสให้ผู้อื่นสามารถเลือกทำภารกิจนั้นได้เช่นเดียวกัน เว้นเสียแต่ว่าเจ้าของภารกิจต้องการให้ผู้ที่รับภารกิจผู้นั้นสานต่อจนภารกิจจะสำเร็จ



       หลังจากที่จิ๋นหลางพาจางซื่อหลงไปลงทะเบียนทำภารกิจโดยการประทับฝ่ามือไปยังหนังสือรับภารกิจ เสร็จแล้วจึงพาจางซื่อหลงเข้าไปยังห้องที่ปิดสนิทไร้เสียงรบกวน แล้วอธิบายเกี่ยวกับภารกิจให้จางซื่อหลงและผู้ติดตามอี้หยางกับอี้หยินได้ฟัง



       ภารกิจค้นหาและจับคนร้ายที่ลักลอบเข้าไปในหอตำรายุทธ์เส้าหลิน โดยมีเนื้อหาว่า ท่านเจ้าอาวาสจะเข้าไปยังหอตำรายุทธ์เป็นประจำทุกวันเพื่อตรวจสอบความเรียบร้อย ดังที่รู้กันทั่ว วัดเส้าหลินเข้มงวดนักในเรื่องของบุคคลภายนอกที่จะเข้าไปยังภายในเขตห่วงห้ามโดยเฉพาะหอตำรายุทธ์เส้าหลิน ต่อให้ลักลอบเข้าไปก็ยากนักที่จะเข้าไปให้ถึงยังหอตำรายุทธ์ได้ แต่ทว่าเมื่อสองวันก่อนมีกลไกบางอย่างถูกเปิดออก แล้วไม่ได้อยู่ในตำแหน่งเดิม จึงเป็นไปได้ว่ามีคนร้ายพยายามที่จะลักลอบเข้ามาเพื่อค้นหาบางอย่าง



       “แล้วท่านเจ้าอาวาสคิดว่า คนร้ายผู้นั้นต้องการหาสิ่งใดกัน” จางซื่อหลงถามอย่างสงสัย เขาจับที่ปลายคางอย่างครุ่นคิด



       จิ๋นหลางเริ่มแสดงสีหน้าเคร่งเครียดขึ้นมาก่อนพูด “ท่านเจ้าอาวาสคิดว่า มันผู้นั้นต้องการเข้าไปขโมยกล่องปิดผนึกตำรายุทธ์เป็นแน่”



       “กล่องปิดผนึกตำรายุทธ์! มันคือสิ่งใดกัน?!” จางซื่อหลงสนใจขึ้นมา ถ้าคนร้ายต้องการขโมยมัน ในกล่องนั่นคงมีตำรายุทธ์ขั้นสุดยอดอย่างแน่นอน



       “ตำรายุทธ์ต้องห้าม วิชามารเลิศล้ำ ไอชั่วร้ายครอบงำ ผู้ฝึกยุทธ์พลิกฟ้าพลาญปฐพี นี่คือคำกล่าวเกี่ยวกับวิชามารที่ถูกเล่าขานกันมาเมื่อ 50 ปีก่อน...” จิ๋นหลางพูดออกมา เขานึกถึงเรื่องกล่าวขานที่ไม่ใช่เพียงแค่คำร่ำลือ มันเกิดขึ้นจริงจนทำให้ทุกสำนักแม้แต่พรรคฝ่ายธรรมะทั่วทั้งยุทธภพถึงกับสั่นสะเทือนไปทุกแห่งหน


       ---


       ---


       65 ปีก่อน… มีชายหนุ่มผู้หนึ่งนั่งคุกเข่าอยู่หน้าทางเข้าวัดเส้าหลินล่วงเวลาผ่านไปนับ 10 วัน



       “พสก.. เจ้ามีนามว่าอะไร?” ไต้ซือถามไถ่ น้ำเสียงเต็มเปี่ยมไปด้วยความเมตตา



       “ข้าน้อย ไร้ชื่อ ไร้นามขอรับ” ชายหนุ่มตอบด้วยน้ำเสียงเรียบนิ่ง



       “ใยเจ้าจึงอยากออกบวช เพื่อสิ่งใดกันเล่า” ไต้ซือไต่ถามอีกครา



       “ข้าน้อยเบื่อหน่ายทางโลก ต้องการแสวงหาโมกขธรรมขอรับ” ชายหนุ่มตอบด้วยจิตคิดมั่นคง



       “ดี.. ดี.. งั้นข้าจะยอมบวชให้กับเจ้า แต่การเข้ามาอยู่ในวัด ต้องถือศีลกินเจ ตัดซึ่งทางโลก นั่งสมาธิขัดเกลาจิตใจ ถ้าเจ้าเข้ามาในวัดเส้าหลินแล้วคิดอยากออกจากวัดมันไม่ง่ายเลยนะ” ไต้ซือถามย้ำอีกครั้ง



       “ข้าน้อยไตร่ตรองดีแล้วขอรับ” ชายหนุ่มตอบโดยไม่ต้องคิด



       หลังจากชายหนุ่มบวชเป็นหลวงจีน เจ้าอาวาสจึงเรียกขานให้เขาชื่อว่า เฮยเซ่อ



       หลวงจีนเฮยเซ่อ ตั้งใจศึกษาพระธรรม ขยันหมั่นเพียรฝึกวิชายุทธ์ มีความอ่อนน้อมถ่อมตน เชื่อฟังเหล่าคณาจารย์ผู้ฝึกสอนเป็นยิ่งนัก



       5 ปีผ่านไป… เฮยเซ่อได้เป็นพระอาจารย์ผู้ฝึกสอนวิชายุทธ์ประจำวัดเส้าหลิน ทั้งยังเป็นผู้แตกฉานในพระธรรมอย่างยิ่ง เป็นผู้ที่เหล่าศิษย์ทั้งหลายต่างให้ความเคารพยกย่องเป็นที่สุด



       แต่ทว่าอีก 2 ปีให้หลัง เฮยเซ่อกับเข้าไปหาเจ้าอาวาสเพื่อขอสึกออกจากวัดเส้าหลินอย่างไม่มีต้นสายปลายเหตุ



       “ใยบุรุษไร้ชื่อไร้นามเยี้ยงเจ้าจึงอยากมีชื่อขึ้นมาได้เล่า” เจ้าอาวาสกล่าวถึงเฮยเซ่อที่แต่ก่อนจะมาบวชเข้าวัดเส้าหลิน เขาได้บอกไว้ว่า ไร้ชื่อ ไร้นาม



       “ในตอนนี้ข้าน้อยเริ่มจะจำชื่อของตนได้แล้วขอรับ” เฮยเซ่อพูดเสียงเรียบนิ่ง



       “แล้วความหน่ายทางโลก กับความแตกฉานในธรรมของเจ้าล่ะ” เจ้าอาวาสยังคงจดจำทุกคำพูดแต่ก่อนเก่าของเฮยเซ่อที่หน้าทางเข้าวัดเส้าหลินได้



       “บัดนี้ข้าน้อยได้รู้แล้วว่า ยังมิอาจตัดทางโลกได้ขอรับ” เฮยเซ่อพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่งเช่นเคย



       “เอาเถอะ เมื่อใจไม่อยู่แล้ว ก็ยากจะยั้งกายให้อยู่ต่อไปได้ วัดเส้าหลินมีกฎ เจ้าต้องฝ่าด่านสิบแปดอรหันต์ทองคำเสียก่อนจึงจะลงจากเขาเส้าซื่อได้” เจ้าอาวาสกล่าวอย่างปลดปลง แต่อย่างไรเสียเฮยเซ่อต้องผ่านการทดสอบเสียก่อนจึงจะทำตามปรารถนาของตนได้



       ด่าน 18 อรหันต์ทองคำ จะประกอบด้วยยอดยุทธ์คณาจารย์ 18 รูป ที่เก่งที่สุดของวัดเส้าหลินในวิชายุทธ์ต่างๆ เหล่าคณาจารย์จะชุบตัวในน้ำที่เป็นสีทองดูราวกับเป็นพิธีกรรมอันศักดิ์สิทธิ์น่ายำเกรง ผู้ที่จะออกจากเส้าหลินหรือลงจากเขาเส้าซื่อจะต้องรับมือกับคณาจารย์ทั้ง 18 รูปให้ได้



       สนามทดสอบเพื่อฝ่าด่าน 18 อรหันต์ทองคำ บริเวณโดยรอบจะประกอบไปด้วยรูปปั้นขนาดใหญ่ของพระอรหันต์ทั้ง 18 องค์ที่ออกท่วงท่าของวิชายุทธ์แต่ละวิชาของวัดเส้าหลิน การทดสอบมีด้วยกัน 2 รอบ



       รอบแรกจะต้องใช้วิชาหมัดของเส้าหลินเพื่อตะลุยผ่านคณาจารย์ทั้ง 18 รูปไปยังอีกฟากหนึ่งให้ได้



       รอบสองให้เลือกใช้อาวุธ กระบี่ ดาบ ทวน พลอง และกระบอง แล้วใช้วิชายุทธ์ของเส้าหลินเพื่อตะลุยฝ่าเหล่าคณาจารย์ทั้ง 18 รูปที่ใช้อาวุธเช่นเดียวกัน ไปยังอีกฟากหนึ่งของสนามทดสอบ



       เมื่อผ่านการทดสอบทั้งสองรอบจึงจะออกจากเส้าหลินและลงจากเขาเส้าซื่อได้ แน่นอนว่ามันไม่ง่ายเลยที่จะผ่านเหล่าคณาจารย์ยอดยุทธ์ทั้ง 18 รูปไปอีกฟากหนึ่งของสนาม


       ---


       เฮยเซ่อถือพลองยืนนิ่ง สภาพร่างกายบอบช้ำไปทั่วหลังจากที่ผ่านการทดสอบฝ่าด่าน 18 อรหันต์ทองคำในรอบที่สอง เขายกฝ่ามือไว้กลางอกก่อนที่จะก้มหัวลงเป็นการคารวะแบบหลวงจีน “ขอบคุณคณาจารย์ทุกท่านขอรับ”



        อามิตาพุทธ!!! เหล่าคณาจารย์ทั้ง 18 รูปยกฝ่ามือรับพร้อมกัน



        เฮยเซ่อกระอักเลือดออกมาก่อนที่จะล้มตัวลงไปกลับพื้นอย่างยากที่จะยืนได้ไหวแล้วสลบไป เป็นที่แน่นอนว่าเหล่าคณาจารย์มิได้ออมมือเลยแม้แต่น้อย



        เฮยเซ่อก้มคำนับเจ้าอาวาสด้วยความเคารพยิ่งกว่าสิ่งใดหลังจากที่สึกจากการเป็นบรรพชิตแล้ว “ท่านไต้ซือ รักษาตัวด้วยขอรับ”



        ในขณะที่เฮยเซ่อกำลังเดินลงจากเขาเส้าซื่อ “แม้จะบรรลุวิชายุทธ์ของวัดเส้าหลินเกือบทุกวิชา ก็ยังรับมือคณาจารย์ทั้งสิบแปดรูปได้โดยยาก” เฮยเซ่อกำหมัดแน่นถนัด “เราจะต้องหาวิทยายุทธ์และคัมภีร์ยุทธ์ที่เลิศล้ำกว่านี้ถึงจะล้างตระกูลซ่านทั้งตระกูลได้... ท่านพ่อท่านแม่ข้าจะเอาเลือดของพวกมันมาล้างหลุมศพของพวกท่านให้จงได้”



       เวลาผ่านไป 8 ปี หลังจากที่ไม่มีผู้ใดได้พบเห็นเฮยเซ่ออีกเลย…



       “ท่านเจ้าอาวาส! ท่านเจ้าอาวาส!” มีไต้ซือท่านหนึ่งวิ่งเข้าไปหาเจ้าอาวาสจนถึงกุฏิด้วยสีหน้าตื่น



       “มีสิ่งใดรึ? ถ่างกี่ซัว” เจ้าอาวาสไต่ถามสีหน้าเยือกเย็น



       “มีผู้นำสาสน์มาจากราชสำนักครับ!” ไต้ซือถ่างกี่ซัวยังคงมีสีหน้าตื่นเช่นเดิม



       “มันเรื่องอะไรกัน?!” เจ้าอาวาสสงสัยเล็กน้อยในขณะที่ใช้มือลูบหนวดเคราที่ขาวสนิทอย่างครุ่นคิด



       มีทหารสวมใส่ชุดเกราะออกศึกกว่า 5 นาย กำลังยืนรออยู่หน้าประตูใหญ่ทางเข้าวัดเส้าหลิน



       ครั้นเจ้าอาวาสออกมาจากประตูบานใหญ่พร้อมด้วยเหล่าคณาจารย์ยอดยุทธ์



       “ข้าน้อยขอนมัสการท่านไต้ซือป่าถัวเซินขอรับ นี่คือสาสน์ของราชสำนักถังจากองค์ฮ่องเต้ถังไท่จงขอรับ” นายทหารนายหนึ่งยกสาสน์ขึ้นเหนือศรีษะมอบให้กับเจ้าอาวาสป่าถัวเซิ่น



       ในพระราชสาสน์กล่าวถึงภัยคุกคามต่อราชวงศ์ถัง



       2 เดือนก่อน… ด่านทิศอุดรแตกยับ แม่ทัพซ่านจางเฟิงถูกสังหาร ทหารถูกฆ่าตายนับหมื่นคน ประชาชนต่างหนีตายด้วยกลัวชนเผ่ามองโกลฉกฉวยโอกาสตอนที่ด่านขาดแม่ทัพ เข้ามาบุกยึดทำร้ายผู้คน



       15 วันต่อมา… ตระกูลซ่านที่อยู่ประจำเมืองเซียงหนาน ถูกฆ่าล้างยกตระกูลไม่เหลือแม้แต่คนรับใช้ภายในเรือน มิอาจสืบสาวราวเรื่องของผู้กระทำความผิดได้



       อีก 10 วันต่อมา… ตระกูลซ่านที่อาศัยในเมืองลู่เว่ย ถูกฆ่าตายหมดอีกครั้งพร้อมกับองครักษ์เสื้อทอง 99 คน ที่องค์ฮ่องเต้ทรงประทานเพื่อให้มารักษาความปลอดภัย มีองครักษ์เสื้อทองรอดกลับมาราชสำนักได้เพียงคนเดียวเท่านั้น



       แท้จริงแล้วองครักษ์เสื้อทองผู้รอดชีวิตถูกคนร้ายปล่อยตัวมาจึงทำให้รู้ตัวตนผู้ที่ทำให้ด่านทิศอุดรแตกพ่าย สังหารแม่ทัพซ่านจางเฟิง และฆ่าล้างคนของตระกูลซ่าน นามของคนผู้นั้นคือ จ่านหลง



       จ่านหลงเป็นบุตรชายของแม่ทัพนามว่า จ่านซื่อ เป็นผู้ให้การสนับสนุนพี่ชายขององค์ฮ่องเต้ถังไท่จง เพื่อวางแผนสังหารแกร่งแย่งพระราชสมบัติกัน แต่ทว่าถูกองค์ฮ่องเต้วางแผนซ้อนแผนพี่ชายของพระองค์กลับถูกปลิดชีพเสียเอง



       แม่ทัพจ่านซื่อไหวตัว รีบพาคนของตระกูลจ่านหลบหนี สุดท้ายหนีไปไม่พ้นสุดชายแดน เจอกับยอดขุนพลซ่านหยี่ แต่ทว่าแม่ทัพจ่านซื่อกับไม่ยอมให้จับกุม สุดท้ายต้องตายที่เขตสุดชายแดน ขุนพลซ่านหยี่ได้รับความดีความชอบได้ยศตำแหน่งใหญ่โตเป็นเสนาบดีคุมเมือง



       15 ปีให้หลังใครจะรู้ว่าบุตรของจ่านซื่อยังคงมีชีวิตแล้วยังคิดก่อเรื่องชั่วช้าสังหารคนตระกูลซ่านจนเกือบสิ้น ซ้ำร้ายแม้แต่สามัญชนที่อยู่ในเขตตระกูลซ่านต้องพลอยตายไปด้วย ร้อนรนถึงราชสำนักถัง



       จ่านหลงฝีมือร้ายกาจฝึกวิชามารดูดกลืนชีวิตผู้คนมาเพิ่มพลังยุทธ์ให้กับตน แม้ต้องสู้กับคนนับหมื่น แต่กับมีกำลังภายในเหลือล้นเพราะเคล็ดวิชามารดูดกลืน ศพทุกศพถูกฆ่าราวกับถูกดูดน้ำออกจากร่างเหี่ยวแห้งตายจนเหลือหนังหุ้มกระดูก เห็นได้ชัดว่าเป็นวิชามารยอดยุทธ์มีภัยต่อแดนมังกรและยุทธภพ



       จ่านหลงประกาศผ่านองครักษ์เสื้อทองผู้ถูกปล่อยให้รอดชีวิต เสนาบดีคุมเมืองซ่านหยี่จะเป็นผู้สุดท้ายที่จะถูกสังหารหลังจากคนของตระกูลซ่านตายจนหมดสิ้น ถ้าทางราชสำนักส่งเสนาบดีซ่านหยี่มา จะไม่มีผู้ใดต้องบาดเจ็บล้มตายอีก แต่ผู้ใดร่วมมือเกี่ยวข้องจะต้องตายสิ้นติดตามกันไป



       เสนาบดีคุมเมืองซ่านหยี่ขอเสียสละตนเพื่อราชสำนัก จะขอไปตายเพียงผู้เดียว แต่ราชสำนักมิอาจนิ่งดูดายได้ จอมมารจ่านหลงเหิมเกริมนักไม่เกรงกลัวต่ออาญาแผ่นดิน ซ้ำยังฆ่าผู้คนนับหมื่น ยังความหวาดหวั่นทั่วทั้งยุทธภพ



       เหตุนี้เองราชสำนักถังโดยมีจักรพรรดิถังไท่จงเป็นผู้ปกครองจึงส่งสาสน์ไปทั่วทิศยังสำนักและพรรคฝ่ายธรรมะเพื่อปราบปรามจอมมารโฉดชั่ว คืนความสงบกลับสู่ยุทธภพ



       ไต้ซือป่าถัวเซินอ่านราชสาสน์จนจบครบถ้วนจึงพูดเปรยออกมา “วิชามารดูดกลืนชีวิตผู้คน เป็นภัยใหญ่หลวงนัก คงต้องรีบออกเดินทางเสียแล้ว” ไต้ซือป่าถัวเซินหันไปพูดกับนายทหาร “อาตมาจะรีบเดินทางไปแดนมังกร เหล่าชาวยุทธ์ไปรวมตัวกัน ณ ที่ใดรึ?”



       “ที่เมืองหลวงฉางอันขอรับ ถัดจากนี้ข้าน้อยต้องรีบไปยังห้าสำนักใหญ่ต่อ ข้าน้อยขอตัวก่อนขอรับ” นายทหารทั้งหมดต่างคำนับไต้ซือป่าถัวเซินแล้วจึงรีบพากันลงจากเขาเส้าซือเพื่อเดินทางไปยังห้าสำนักใหญ่โดยต้องผ่านไปทางเมืองท่งเต้า


       ---


       ---


       ผ่านไป 1 เดือนที่เขตชายเมืองฉางอัน…



       “จอมมารจ่านหลงมาแล้ว! หนีกันเร็ว!”



       “อุแว้~ อุแว้~”



       “รีบวิ่งเร็วลูก! เร็ว!”



       “ท่านแม่! ท่านพ่อ! ท่านอยู่ไหน! ฮือๆ”



       “เร็วเข้า! พวกเราต้องรีบไปให้ถึงเขตเมืองชั้นในฉางอัน!”



       “ใครเห็นลูกข้าบ้าง! ใครเห็นลูกข้าบ้าง!”



       เสียงลูกเด็กเล็กแดงร้องไห้จนระงมไปทั่วพร้อมกับเสียงแตกตื่นโกลาหล คลื่นฝูงชนต่างพากันหนีอย่างจ้าละหวั่นราวกับกำลังจะหนีตายอย่างไม่คิดชีวิต บ้านเรือนต่างถูกทิ้งล้างไร้ซึ่งผู้คนด้วยเวลาอันไม่นานนัก

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 08:11
    ขอบคุณครับ
    #347
    0
  2. วันที่ 6 ตุลาคม 2561 / 07:18

    อัปเเล้ววว
    #346
    0