ตอนที่ 102 : ภาค2:ตอนที่ 2 ชายชราผู้ขายวิทยายุทธ์

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 431
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 37 ครั้ง
    30 ก.ย. 61

       จางซื่อหลงรีบถาม “แล้วท่านมีวิทยายุทธ์ประเภทใดบ้างล่ะ?”



       ชายชราทำเสียงจุ๊ๆ แล้วเข้าไปกระซิบเบาๆ “ที่นี่คงไม่เหมาะ.. พวกเราไปหาที่เงียบๆคุยกันดีกว่า”



       จางซื่อหลงอึ้งจนลืมตัว เขาเหลียวซ้ายแลขวาดูว่าจะมีใครได้ยินที่พวกเขาพูดกันหรือเปล่า เพราะการซื้อขายหรือการแลกเปลี่ยนตำราวิทยายุทธ์ในที่แจ้งย่อมเป็นการไม่สมควร อาจจะถูกผู้อื่นลอบช่วงชิงเอาได้ง่าย



       จากนั้นชายชราจึงพาจางซื่อหลงไปในที่ลับตาผู้คนสองต่อสอง เพื่อต่อรองการซื้อขายวิทยายุทธ์กัน



       “เจ้าต้องการวิทยายุทธ์ประเภทใดรึ?” ชายชรายิ้มแก้มปริ



       “ข้าต้องการวิทยายุทธ์ประเภทกระบี่ ท่านพอจะมีมันหรือไม่?” จางซื่อหลงถามแบบลุ้นๆ



       ชายชราครุ่นคิดไม่นานจึงเอ่ย “ข้ามีอยู่สองเล่ม เล่มหนึ่งเป็นวิทยายุทธ์ขั้นกลาง ส่วนอีกเล่มเป็นวิทยายุทธ์ขั้นสูง ข้าไม่แน่ใจว่า.. เจ้าจะจ่ายให้กับมันไหวหรือเปล่า” ชายชราพูดราวกับจะดูว่าจางซื่อหลงกระเป๋าหนักเพียงใด



       จางซื่อหลงตื่นเต้นที่มีคนมาบอกขายวิทยายุทธ์จนลืมนึกเรื่องราคาของมันไปเลย ยิ่งหาซื้อได้ยากราคาย่อมสูงเป็นธรรมดาต่อให้เป็นวิทยายุทธ์ขั้นต้นก็ตาม



       “ละ.. แล้ววิทยายุทธ์ขั้นกลาง ท่านจะขายให้ข้าเท่าไรล่ะ?” จางซื่อหลงถามไม่ค่อยมั่นใจนักว่าจะมีเงินพอจะซื้อได้สักเล่มหรือเปล่า



       ชายชราเห็นอาการของจางซื่อหลงพอจะมีเงินอยู่บ้างกระมังจึงบอกราคาไป “สำหรับขั้นกลางแล้ว.. ข้าจะขายอยู่ที่สองตำลึงทอง”



       “สะ.. สองตำลึงทอง!” จางซื่อหลงฟังแล้วถึงกับตะลึงงัน นี่มันราคาแพงกว่าคัมภีร์ยุทธ์ขั้นกลางถึงสองเท่าตัวเลยทีเดียว จางซื่อหลงจึงพูดต่อ “อย่าบอกนะ.. ถ้าเป็นวิทยายุทธ์ขั้นสูง ท่านจะขายมันในราคายี่สิบตำลึงทองน่ะ”



       “เจ้าเข้าใจถูกต้องแล้ว ราคาซื้อขายตำราวิทยายุทธ์ย่อมต้องสูงกว่าคัมภีร์ยุทธ์เป็นสองเท่า” ชายชราบอกราคาอย่างไม่แยแสไม่ว่าจางซื่อหลงจะสามารถซื้อได้หรือซื้อมันไม่ได้ก็ตาม



       จางซื่อหลงแทบอยากจะล้มทั้งยืน นี่มันราคาพอๆกับที่เขาทำงานในโลกข้างนอกแทบจะทั้งเดือนเลยทีเดียว ‘สองหมื่นบาทเลยนะโว้ย! ต่อให้สามารถซื้อมันได้ ข้าคงไม่โง่พอจะซื้อมันเป็นแน่’ เขาถอนหายใจออกมาพร้อมกับส่ายหัวเหมือนว่าจะไม่ต้องการซื้อตำราวิทยายุทธ์จากชายชราผู้นี้แล้ว



       ‘โอ้สวรรค์! ถ้าพวกท่านต้องการจะมอบมันให้กับข้าผู้นี้จริง ขอจงดลใจให้เขาลดราคาให้กับข้าด้วยเถอะ’ จางซื่อหลงพร่ำภาวนาในใจ



       ราวกับสวรรค์ได้ยินในสิ่งที่จางซื่อหลงคิด.. ชายชราพูดขึ้น “เจ้ามีเงินอยู่เท่าไรล่ะ? บางทีพวกเราอาจจะตกลงกันได้นะ” ชายชราแย้มยิ้มอย่างเป็นมิตร



       จางซื่อหลงถึงกับเผยแววตาเป็นประกายแห่งความหวังออกมา “ข้ามีอยู่สิบตำลึงทอง คงสามารถซื้อได้แค่วิทยายุทธ์ขั้นกลางเพียง...” พูดไม่ทันได้จบ



       “ตกลง! ข้าเอาแค่สิบตำลึงทองเท่านั้นสำหรับตำราวิทยายุทธ์ทั้งสองเล่ม” ชายชราตอบตกลงขายขึ้นมาทันที



       “...” จางซื่อหลงอึ้งทึ่งไปเลยโดยที่ไม่ทันได้ตั้งตัว ‘อ่ะจริงดิ!’ เขาไม่คิดเลยว่าชายชราผู้นี้จะย่อมขายตำราวิทยายุทธ์ให้กับเขาในราคาที่ถูกถึงเพียงนี้ ถ้าชายชราเอาตำรายุทธ์ไปประมูลขายคงได้ราคามากกว่าเท่าตัวเป็นแน่



       ในขณะที่ชายชราเห็นจางซื่อหลงทำสีหน้าอึ้งทึ่งอยู่จึงพูดขึ้น “อย่าสงสัยไปเลยที่ข้าขายให้กับเจ้าในราคาถูกเพราะข้ารู้สึกถูกโฉลกกับเจ้าน่ะ อีกอย่างตำราสองเล่มนี้อยู่กับข้ามานาน ข้าไม่ชอบใช้กระบี่เท่าใดนักจึงขายให้กับคนที่ต้องการมันเสียดีกว่า ฮ่ะๆๆๆ” ชายชราหัวเราะออกมาอย่างอารมณ์ดีพร้อมกับพูดทิ้งท้ายอีกว่า “หรือนี่มันอาจจะเป็นชะตาฟ้าลิขิต ที่ตำราสองเล่มนี้เจอเจ้าของที่แท้จริงของมันแล้วก็เป็นได้”



       เล่นเอาจางซื่อหลงฟังแล้วถึงกับตื้นตันใจจนอยากจะร้องไห้ออกมาเลยทีเดียว ‘โอ้ขอบคุณสวรรค์ที่ฟังคำอ้อนวอนจากข้า หรือนี่อาจจะเป็นลิขิตที่ชายชราผู้นี้พูดออกมาจริงๆก็เป็นได้’



       แต่อยู่ๆจางซื่อหลงก็นึกบางอย่างได้ขึ้นมาจึงพูด “แต่เดี๋ยวก่อน! ข้ายังไม่เห็นตำราที่ท่านพูดถึงสองเล่มนั้นเลยว่ามันเป็นวิชาอะไร =_=? ”



       ชายชราถึงกับชะงักงันขึ้นมา ‘เออ.. ตูก็ลืมเอาออกมาให้มันดูก่อนเลย...’



       ชายชราจึงรีบหยิบตำราออกมาจากกระเป๋ายื่นให้จางซื่อหลงดูห่างๆ เพราะกลัวจางซื่อหลงจะเล่นตุกติกเช่นเดียวกัน ตำราเล่มหนึ่งสีเหลืองบ่งบอกว่าเป็นวิทยายุทธ์ขั้นกลางมีชื่อว่า “เพลงกระบี่วายุ” ส่วนอีกเล่มเป็นสีแดงบ่งบอกว่าเป็นวิทยายุทธ์ขั้นสูงมีชื่อว่า “เพลงยุทธ์กระบี่ไร้เงา



       จางซื่อหลงพอเห็นชื่อและรูปเล่มของมันก็ถูกอกถูกใจใหญ่ จนเผลอเอื้อมมือจะไปหยิบเอามาดูใกล้ๆ แต่ชายชรารีบชักกลับแล้วเก็บเอาไว้ในกระเป๋าของตนทันที เป็นที่รู้กันอยู่จะไว้ใจใครไม่ได้โดยเฉพาะคนที่พึ่งเห็นหน้ากัน จางซื่อหลงเข้าใจดีกับสิ่งที่ชายชราผู้นี้ทำ



       “นี่คือเงินสิบตำลึงทอง เรามายื่นหมูยื่นแมวกัน” จางซื่อหลงตัดสินใจที่จะซื้อมันทันทีโดยเฉพาะตำราวิทยายุทธ์เพลงยุทธ์กระบี่ไร้เงา มันช่างเข้ากันได้กับวิชากายาไร้เงาของเขายิ่งนัก หรือนี่จะเป็นชะตาฟ้าได้ลิขิตเอาไว้ให้กับเขาแล้วเป็นแน่ จางซื่อหลงเชื่อว่าอย่างนั้น



       หลังจากการแลกเปลี่ยนเสร็จสิ้น…



       จางซื่อหลงเดินยิ้มระรื่นกลับมาหาอี้หยางกับอี้หยิน



       “ทำไมไปนานจังคะ? ท่านพี่! แล้วลุงคนนั้นหายไปไหนแล้วคะ?” อี้หยินถามยกใหญ่เมื่อจางซื่อหลงมาถึง



       “การซื้อขาย มันก็ต้องต่อรองกันนานหน่อยเป็นธรรมดาแหละ.. ส่วนตาลุงนั่นเมื่อหมดธุระแล้ว เขาก็รีบไปเลย” จางซื่อหลงตอบพร้อมเอามือขยี้ที่หัวของอี้หยินเล่นด้วยความเอ็นดู



       “แล้วการต่อรองสำเร็จหรือเปล่าครับ” อี้หยางถามด้วยความอยากรู้



       “สำเร็จสิ! ระดับข้าผู้นี้ ไม่มีสิ่งใดที่เป็นไปไม่ได้ ฮ่ะๆๆๆ” จางซื่อหลงท้าวเอวหัวเราะซะลั่น จากนั้นจึงหันไปพูดกับอี้หยิน “ตอนนี้ข้าได้วิทยายุทธ์มาให้เจ้าได้ฝึกแล้วนะ ถึงจะเป็นแค่ขั้นกลาง แต่ถ้าเจ้าฝึกสำเร็จ ข้าคิดว่าเจ้าคงไร้ผู้ต่อกรเป็นแน่ โดยเฉพาะผู้ที่อยู่ระดับเดียวกับเจ้า”



       อี้หยินได้ยินเช่นนั้นก็ดีใจยกใหญ่ “จริงนะท่านพี่! ข้าอยากจะฝึกมันเดี๋ยวนี้เลยคะ” นางพูดอย่างร้อนรน ไม่ใช่เพราะอยากฝึกวิทยายุทธ์ แต่นางไม่อยากเป็นภาระให้กับผู้อื่นเยี้ยงตอนที่ผ่านมา ถ้านางเก่งขึ้นนางจะสามารถช่วยแบ่งเบาภาระของท่านพี่จางได้มากกว่านี้



       จางซื่อหลงเข้าใจความรู้สึกของนางในตอนนี้ดี เขานั่งยองๆเอามือจับหัวไหล่ของอี้หยิน “ไม่ต้องรีบร้อนไป หนทางยังอีกยาวไกลนัก ข้าเชื่อว่าเจ้าในอนาคตจะต้องไร้เทียมทานได้อย่างแน่นอน” จางซื่อหลงรู้สึกเช่นนั้นจริงๆ เขาจะต้องปั้นให้อี้หยินเป็นสายซับพอร์ตที่ดีที่สุดให้จงได้



       ในเกมส์ต่างๆ สายซับพอร์ตเป็นตัวแปรสำคัญที่สามารถนำพาทีมเพื่อกำเอาชัยชนะได้เลยเสียทีเดียว เป็นผู้ที่คอยสอดส่องช่วยเหลือผู้เล่นในทีมทั้งหมด ผู้ที่เล่นเป็นสายซับพอร์ตเป็นได้ทั้งผู้รุกและผู้ตั้งรับในเวลาเดียวกัน สามารถเปลี่ยนแปลงและพลิกแพลงได้ตลอดเวลาขึ้นอยู่กับสถานการณ์ต่างๆ



       ในตอนนี้จางซื่อหลงตั้งใจแล้วว่าจะทำให้อี้หยินกลายเป็นสายซับพอร์ตที่ลือชื่อที่สุดในยุทธภพ



       เจี๊ยก~ เจี๊ยก! เจี๊ยก(เออ~ ลูกพี่! พวกเราจะไปกันได้ยั้ง หลินจื่อผู้นี้รอจนเมื่อยแย้ว) หลินจื่อบ่นพรึมพรำเพราะในบริเวณที่มันอยู่ ไม่มีสาวๆจะผ่านมาแม้แต่นางเดียว



       จางซื่อหลงมองมันแล้วก็อดที่จะถอนหายใจออกมาเสียมิได้ นอกจากจมูกและความเร็วของมันแล้ว อย่างอื่นแทบจะไม่มีประโยชน์เลย แถมมันยังป่วนผู้อื่นถ้ามันมีโอกาสอีก



       เจี๊ยก! เจี๊ยก!(หลินจื่ออยากเจอสาว! หลินจื่ออยากเจอสาว! เหอะๆๆๆ) หลินจื่อเผยแววตาจอมหื่นของมันออกมา


       ---


       หลังจากที่ชายชราผู้แต่งกายราวกับบัณฑิตขายตำราวิทยายุทธ์ให้กับจางซื่อหลงเป็นที่เรียบร้อยแล้ว จึงเดินผิวปากพร้อมกับกระหยิ่มยิ้มย่องอย่างสบายอกสบายใจไปตามท้องถนน ผู้คนมากมายยังคงเดินไปเดินมาอย่างหนาแน่น



       “นั่นไงมันอยู่นั่น!” เสียงหนึ่งตะโกนมาแต่ไกล



       “พวกเรา! จับมันให้ได้!” อีกเสียงส่งสัญญานให้พวกของตน



       ชายชราพอเห็นเจ้าของเสียงเหล่านั้นถึงกับสะดุ้ง “อั๊ยหยา! ซี้เลี๊ยวววอ่า~” เขารีบโกยแนบราวกับว่ากำลังหนีเจ้าหนี้อย่างไรอย่างนั้น



       “เฮ้ย! มันหนีไปทางนู้นแล้ว! รีบตามมันไปเร็ว!” มีเสียงตะโกนไล่ตามหลังมาติดๆ



       บนถนนหนทางที่มีผู้คนพลุกพล่านตกอยู่ในความอลหม่านขึ้นมาทันที ชายฉกรรจ์นับยี่สิบคนติดตามชายแก่อย่างไม่ลดละ สิ่งของที่อยู่ข้างทางหรือใกล้มือของชายแก่ถูกโยนขว้างไปด้านหลังเป็นว่าเล่นโดยที่ชายแก่ไม่ได้เหลียวหลังไปมองดูเลยว่าเกิดสิ่งใดขึ้นบ้าง



       ตะกร้าที่มีผักถูกขว้างขึ้นไปในอากาศเพื่อขัดขวางคนนับยี่สิบคนที่ไล่ตามเขา และเริ่มมีสิ่งของถูกขว้างลอยคว้างอยู่ในอากาศอีกมากมายตามติดกันมา



       ผู้ที่ไล่ติดตามชายแก่กับรับสิ่งของเหล่านั้นเอาไว้ไม่ให้มันตกหล่นไปยังพื้นราวกับผู้มีวรยุทธ์เลิศล้ำโชว์ฝีมือล้ำเลิศ



       “เฮ้ย! มันใช่เวลามาโชว์เทพกันรึไงวะ.. รีบตามมันไปเร็ว!” ชายคนหนึ่งพูดขึ้นพร้อมกับรีบตามชายแก่ไปทันที ส่วนชายฉกรรจ์พวกที่รับเอาสิ่งของไม่ให้ร่วงหล่นต่างทำสีหน้าเงอะงะก่อนที่จะวิ่งตามไล่หลังชายคนนั้นไป



       แต่ทว่าสิ่งที่ถูกโยนมาอีกคราจากชายแก่กับไม่ใช่สิ่งของ…



       อุแว้~ อุแว้~ เสียงเด็กร้องไห้ลอยคว้างอยู่ในอากาศด้วยความตื่นตกใจ



       พลันเสียงแม่ของเด็กร้องอย่างใจหาย “ช่วยลูกข้าด้วย~”



       “ตาแก่นั่นมันเล่นสกปรก!”



       “ต่ำช้านัก!”



       เสียงก่นด่าของเหล่าชายฉกรรจ์ไล่หลังตาเฒ่าชั่วช้านั้นไป แต่ดูแล้วชายแก่ผู้นั้นจะไม่แยแสต่อสิ่งใดเลยเพื่อให้ตนเองหนีรอด



       ฉับพลันก็เกิดสิ่งหนึ่งขึ้นที่ทำเอาเหล่าชายฉกรรจ์ถึงกับอ้าปากค้างแทบจะเอาไข่ยัดเข้าไปในปากได้ทั้งลูก…



       “ช่วยด้วย!” แม่ของเด็กร้องเสียงหลงพร้อมกับลอยคว้างมาในอากาศตามลูกของนางมาติดๆ



       ชายแก่หัวเราะฮ่ะๆ “จะจับข้าเหรอ! ฝันไปซะเถอะ!” เขารีบหลบหนีพริ้วไหวไปตามทางสัญจรทันที



       ในขณะที่เหล่าชายฉกรรจ์ต่างกระโดดรับเอาเด็กทารกและแม่ของเด็กเอาไว้กันอย่างพัลวัน



       “มันไปเอาเรี่ยวแรงมากขนาดนี้มาจากไหนกัน...” หนึ่งในชายฉกรรจ์พูดเปรยออกมาด้วยความตะลึง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 37 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #345 bbLiverpool (@bbLiverpool) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2561 / 19:20
    คนหรือnpcว่ะ จะโชคดีได้ตำราง่ายไปมั้ย
    #345
    0
  2. #344 mokiii2 (@Mokiii) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 13:02
    ตาแก่ไปขโมยตำรายุทธมาขาย ให้พระเอกหรอคับ อิอิ
    #344
    0
  3. วันที่ 30 กันยายน 2561 / 09:31
    npc มะ
    #343
    0
  4. #342 zaalah5931 (@zaalah5931) (จากตอนที่ 102)
    วันที่ 30 กันยายน 2561 / 08:28
    ครายยยยหว่า
    #342
    0
  5. วันที่ 30 กันยายน 2561 / 07:07

    ชายเเก่จะเป็นใครน้าา
    #341
    0