ตอนที่ 101 : ภาค2:ตอนที่ 1 เมืองเจิ้งโจว

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 511
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    27 ก.ย. 61

       เหนือท้องฟ้าอันกว้างใหญ่จนสุดลูกหูลูกตา... ปรากฎนกเหยี่ยวสายตาคมกริบกลางปีกล่องลอยผ่านปุยเมฆราวกับจ้าวเวหาแห่งท้องนภาอันไพศาล



       เสียงร้องของนกเหยี่ยวก้องกังวาลไปทั่วหล้าประกาศความยิ่งใหญ่ของมัน



       นกเหยี่ยวล่องผ่านป่าเขาอันกว้างใหญ่ จวบจนใกล้ถึงเมืองที่อยู่ไกลลิบออกไป มันรีบกระพือปีกพุ่งตรงไปยังเมืองนั้นทันที



       เมืองเจิ้งโจว...



       นกเหยี่ยวกระพือปีกลดตัวให้ต่ำลงแทบจะถึงหลังคาอาคารพาณิชย์ในเขตเมือง พบผู้คนมากมายเดินเต็มไปตามถนนหนทางอย่างอุ่นหนาฝาคั่ง มีพ่อค้าแม่ขาย ผู้คนธรรมดาจนถึงเหล่าจอมยุทธ์ แม้แต่ทหารตรวจตรายังสัญจรไปมามิได้ขาด เห็นแล้วน่าจะเป็นเมืองที่มั่งคั่งเมืองหนึ่งเลยทีเดียว



       นกเหยี่ยวล่องผ่านอาคารใหญ่โอฬารตระการตา น่าจะเป็นจวนเจ้าเมืองไม่ผิดแน่ ทหารรักษาเมืองตรวจตราอย่างเคร่งคัด บ่าวรับใช้ทำงานกันขมักเขม้น พ่อบ้านแม่บ้านชี้นิ้วสั่งการไม่ได้หยุดหย่อน



       เมื่อพ้นจวนเจ้าเมือง... นกเหยี่ยวกระพือปีกขึ้นสู่เวหารีบเร่งผ่านเมืองไปยังเทือกเขาซงซาน เป้าหมายของมันคือเขาเส้าซื่อที่อยู่ไกลลิบออกไปนั่นเอง



       วัดเส้าหลิน…



       หลวงจีนนับร้อยกำลังร่ายรำเพลงหมัดกันอย่างพร้อมเพรียงต่างคำรามเสียงดังกึกก้อง ทุกท่วงท่าดูแล้วช่างแข็งแกร่ง รวดเร็วราวกับสายลม มั่นคงดั่งหินผา ลื่นไหลดุจสายน้ำ เพลงหมัดอันลือชื่อ “หมัดมวยเสี้ยวลิ้มยี่



       เขตฝึกอาวุธ เหล่าหลวงจีนกำลังร่ายรำพลองพร้อมส่งเสียงคำรามอย่างพรั้งพร้อม พลองถูกใช้ราวกับเป็นส่วนหนึ่งของร่างกาย ทุกท่วงท่าหนักแน่น ทิ้มแทงฟาดฟันเปลี่ยนท่วงทำนองได้หลากหลาย เป็นวิชายุทธ์อีกหนึ่งที่ขึ้นชื่อ “พลองยุทธ์เส้าหลิน


       ---


       นกเหยี่ยวร้องกังวาลราวกับเป็นเจ้าของถิ่น เมื่อถึงดินแดนแห่งวรยุทธ์ชั้นเลิศ เขาเส้าซื่อซึ่งเป็นที่ตั้งของวัดเส้าหลิน



       “หมันถัว! เรารีบไปกันเถอะ! เมืองเจิ้งโจวยังอยู่อีกไกลนัก ต้องส่งภารกิจของท่านเจ้าอาวาสให้ถึงสำนักลมปราณโดยเร็ว” หลวงจีนท่าทางน่าเลื่อมใสหันไปเอ่ยกับหลวงจีนหนุ่มผู้หนึ่งนามว่าหมันถัวที่สะพายสำภาระไว้ด้านหลังกำลังแหงนหน้ามองนกเหยี่ยวอย่างไม่ละสายตา



       “ลู่ลู่! กลับมาแล้วขอรับพระอาจารย์” หมันถัวเอ่ยถึงนกเหยี่ยวตัวนั้นก่อนที่จะก้าวท้าวติดตามไป



       “เรื่องนี้คงรู้ถึงบู๊ตึ๊งแล้วสินะ พวกเราก็เร่งทำภารกิจให้สำเร็จโดยเร็วกันเถอะ” พระอาจารย์กล่าว



       “ขอรับ!” หมันถัวตอบรับคำ...



จอมยุทธ์ก๋วยเตี๋ยวท่องยุทธจักร
ภาคก้าวย่างผู้ฝึกยุทธ์ขั้นสูง
ให้คำภาษาไทยโดย PMMchannel



       “โห! ผู้คนเต็มไปหมดเลย.. ท่านพี่!”



       พี่น้องฝาแฝดวัยเยาว์อายุราว 13 ปี อี้หยางกับอี้หยินต่างทำสีหน้าตื่นเต้น เมื่อเข้ามาในเมืองเจิ้งโจวซึ่งมีผู้คนพลุกพล่านมากมายกว่าเมืองที่พวกเขาเคยเดินทางผ่านกันมาเสียอีก



       บุรุษหนุ่มหัวเราะเหอะๆ เก๊กท่าราวกับผู้ยอดยุทธ์จะเป็นใครไปไม่ได้นอกจากจางซื่อหลงผู้นี้เท่านั้น



       เจี๊ยก! เจี๊ยก! เจี๊ยก~(ลูกพี่ดูนั่น! ลูกพี่ดูนั่น! โอ้แม่จ้าว~) หลินจื่อเจ้าลิงน้อย ตัวของมันเท่ากับกระรอกกำลังกระโดดโหยงๆอยู่บนบ่าของจางซื่อหลง มันทำสีหน้าหื่นออกมาเมื่อเห็นสาวอกสะพรึมกำลังเดินผ่านไป เจี๊ยก~ เจี๊ยก~(ไปเที่ยวกับพี่ไหมจ๊ะ~ น้องสาว~)



       จางซื่อหลงเห็นอาการของหลินจื่อเจ้าลิงน้อยแล้วก็อดที่จะปวดหัวกับความหื่นของมันเสียไม่ได้ มีแต่จางซื่อหลงเท่านั้นที่ฟังและพูดกับมันรู้เรื่อง



       แต่แล้วจางซื่อหลงก็ต้องเหล่ตามองไปทางด้านหลัง เขายิ่งรู้สึกปวดใจยิ่งกว่า เมื่อพบกับคนสามคนที่ติดตามเขามาราวกับเงาตามตัวที่ยากจะสลัดออกไปได้โดยง่าย



       “พวกมันตามมาทันได้ไงฟะ? หรือว่าพวกมันมีจีพีเอสติดตามเรามากันแน่?” จางซื่อหลงส่ายหน้า ขืนเป็นอย่างนี้ต่อไป มีหวังเจ้าพวกนั่นคงหาจังหวะมาอ้อนวอนขออาวุธคืนได้เป็นแน่



       จางซื่อหลงยังคงเข้าใจผิดคิดว่าทั้งสามคนตามมาเพราะต้องการมาทวงเอาอาวุธของตนที่จางซื่อหลงริบมานั้นคืนกลับไป



       บุรุษทั้งสามเป็นใครอื่นไปไม่ได้นอกจากโจรสามพี่น้องแห่งหุบเขาหมาป่า หย่างชื่อเวย หย่างสงและหย่างจูนั่นเอง



       ถึงจางซื่อหลงจะรู้ว่าทั้งสามตามหาเขาเจอจนได้ แต่ก็ทำเป็นไม่เห็นราวกับโจรสามพี่น้องไร้ตัวตนไปซะอย่างนั้น



       จางซื่อหลงเดินผ่านผู้คนมามากมายแต่ก็ไม่สามารถที่จะแยกแยะได้ว่าผู้ใดเป็นผู้เล่นหรือใครเป็นเอไอกันแน่ แต่ที่มั่นใจคือที่เมืองนี้จะต้องมีผู้เล่นจริงๆน้อยกว่าเมืองท่งเต้าเป็นแน่เพราะผู้เล่นส่วนใหญ่กำลังไปฝึกยุทธ์ยังห้าสำนักใหญ่กันหมดจึงไม่มีความจำเป็นที่จะต้องเดินทางมาถึงเมืองเจิ้งโจวแห่งนี้เพื่อให้เสียเวลาการฝึกยุทธ์ของตน



       ฉะนั้นส่วนใหญ่ผู้เล่นที่อยู่เมืองนี้จะต้องเป็นผู้ฝึกตำราสายอาชีพเป็นแน่ จางซื่อหลงคิดว่าอย่างนั้น


       ---


       “พี่ใหญ่! พวกเราต้องตามเขาไปอีกถึงเมื่อไร?” หย่างจูน้องคนเล็กกล่าวอย่างสิ้นหวัง ในขณะที่พวกเขาตามจางซื่อหลงมานาน แต่ดูอย่างไรก็ไม่สามารถหาโอกาสเหมาะๆเพื่อเข้าไปพูดคุยกับจางซื่อหลงได้



       “ข้าว่า.. ท่านผู้นั้นทำเหมือนกับว่าไม่ต้องการให้พวกเราเอ่ยสิ่งใด หรือเขาไม่ต้องการยอมรับพวกเรากันแน่” หย่างสงพี่คนรองพูดขึ้น เขารู้สึกเช่นเดียวกับหย่างจูเหมือนกัน



       “หย่างสง.. หย่างจู.. นี่แหละคือบททดสอบของท่านผู้นั้น อย่างไรเสียต้องทำให้เขายอมรับในตัวพวกเราให้จงได้” หย่างชื่อเวยผู้เป็นพี่ใหญ่กล่าวด้วยสายตาอันมุ่งมั่น ในขณะที่น้องทั้งสองของเขาต่างพากันถอนหายใจออกมา



       ตลอดเส้นทางที่สามพี่น้องตระกูลหย่างเดินผ่าน พวกเขาล้วนแล้วแต่เป็นเป้าสายตา โดยเฉพาะสาวๆต่างพากันเมียงมองใบหน้าและรูปร่างอันหล่อเหลาของพวกเขาแทบจะไม่ละสายตา ด้วยผิวกายผุดผ่องราวกับหยก ซ้ำยังแต่งกายราวกับชนชั้นสูงด้วยแล้ว สามพี่น้องไม่ต่างจากองค์ชายที่มาจากต่างแดนยังไงยังงั้น


       ---


       ห่างจากจางซื่อหลง มีคนกำลังสะกดรอยตามพวกเขาอยู่



       “แกว่าไงวะ.. กับเจ้าพวกเนี่ย” ชายคนที่สะกดรอยตามคนหนึ่งพูดขึ้น


       

       “คนต่างถิ่นเป็นแน่ ข้าไม่เคยเห็นพวกมันมาก่อน” ชายอีกคนกล่าว



       “งั้นแกรีบไปรายงานลูกพี่เลย วันนี้พวกเราอาจจะได้กินอาหารรสเลิศเป็นแน่” ชายคนแรกพูดพร้อมยกขึ้นที่มุมปาก



       “ดี! แกติดตามมันไปก่อน ประเดี๋ยวข้าจะไปตามลูกพี่มา” ชายอีกคนเห็นด้วย มันรีบปลีกตัวออกไปทันที



       “พวกแก.. เสร็จข้าแน่” ชายคนแรกหัวเราะฮึๆ พร้อมกับติดตามไปโดยไม่ให้เหยื่อของมันได้รู้ตัว


       ---


       จางซื่อหลงเดินเที่ยวเล่นอยู่พักใหญ่ จึงรู้สึกได้ทันทีว่าเมืองเจิ้งโจวมีขนาดใหญ่พอๆกับเมืองท่งเต้าเลยทีเดียว ต่างแต่ว่าที่นี่มีประชากรหนาแน่นยิ่งนัก ถ้าเขาเดินไปเรื่อยๆทั้งวันก็คงไม่สามารถเห็นได้ถ้วนทั่วอย่างแน่นอน



       จางซื่อหลงคิดว่าคงต้องหาสำนักลมปราณสาขาย่อยของที่นี่เสียก่อน แล้วจึงไปหาที่พักค้างแรมในค่ำคืนนี้ แต่ตอนนี้ดูเหมือนคงต้องพาอี้หยางกับอี้หยินไปหาอะไรกินกันเพราะตอนนี้เวลาก็บ่ายคล้อยเต็มทีแล้ว



       ครั้นหาที่เหมาะๆได้จึงเอาก๋วยเตี๋ยวที่เก็บไว้ออกมาจากกระเป๋าเป้แบ่งกันคนละชาม จากนั้นไม่นานก๋วยเตี๋ยวก็ถูกกินจนหมด ชามกับตะเกียบเมื่อถูกใช้จึงกลายเป็นแสงแล้วแตกสลายเป็นอากาศธาตุไปทันที



       “ท่านพี่! ดูเหมือนว่าพวกนั้นยังคงตามพวกเราไม่เลิก” อี้หยางกล่าวขึ้น เขาหันไปมองสามพี่น้องตระกูลหย่างที่ติดตามพวกเขาอย่างไม่ลดละ



        “พวกเขาต้องการอะไรจากพวกเราหรือเปล่าคะ ท่านพี่!” อี้หยินเอ่ยถามจางซื่อหลง



        “อย่าสนใจเลยอี้หยางอี้หยิน เมื่อพวกเขาอยากจะตามก็ตามไป รู้แค่เพียงว่าเจ้าพวกนั้นไม่ได้จะมุ่งร้ายกับพวกเราก็พอแล้ว” จางซื่อหลงพูดด้วยสีหน้าเรียบนิ่ง เขารู้สึกว่าสามพี่น้องตระกูลหย่างช่วงหลังไม่ค่อยจะเข้ามาพูดอ้อนวอนอะไรจากเขาแล้ว ซึ่งมันทำให้เขาสงสัยอยู่ลึกๆเช่นกัน



       “ไป.. พวกเราไปหาสำนักลมปราณกันเถอะ” จางซื่อหลงลุกขึ้นพร้อมกับเตรียมออกค้นหาสำนักลมปราณเป็นอันดับแรกทันที



       อี้หยางกับอี้หยินเดินตามจางซื่อหลงไปต้อยๆ แม้พวกเขาจะสงสัยอยู่มากที่สามพี่น้องตระกูลหย่างติดตามพวกเขามาเพราะเหตุอันใด แต่ก็ไปกล้าเอ่ยถามจางซื่อหลงอีกเช่นเดียวกัน



       ในขณะที่จางซื่อหลงกำลังเดินอยู่นั่นเอง



       “ช้าก่อน!” เสียงหนึ่งเรียกขึ้นจนจางซื่อหลงต้องหันกลับมามอง



       พบชายชราผู้หนึ่งแต่งตัวราวกับบัณฑิตกำลังยกยิ้มให้กับจางซื่อหลง



       จางซื่อหลงขมวดคิ้วเล็กน้อยก่อนถามกลับไปว่า “ท่านมีธุระอะไรกับข้ารึ?”



       ชายชราหัวเราะหึๆก่อนพูดขึ้น “ข้ามีตำราวิทยายุทธ์มาเสนอขาย.. ไม่รู้ว่าเจ้าจะสนใจซื้อมันหรือเปล่า?”



       ครั้นจางซื่อหลงได้ยินว่าชายชราผู้นี้มาเสนอขายวิทยายุทธ์ที่หาซื้อได้ยาก เขาถึงกับทำตาโตเท่าไข่ห่าน แววตาของเขาเป็นประกาย หัวใจเต้นรัวด้วยความตื่นเต้น หรือว่านี่จะเป็นสิ่งที่เทพเจ้ากำลังประทานโชคให้กับเขาอยู่เป็นแน่

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

417 ความคิดเห็น

  1. #340 วิจิตรมโน (@suhansa_v) (จากตอนที่ 101)
    วันที่ 27 กันยายน 2561 / 09:48

    มาเเล้วๆ
    #340
    0