[Fic] Punica : I'm Ganesha!

ตอนที่ 2 : #2 - มายไวฟุกับนายหมวกแกะ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 110
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 24 ครั้ง
    3 ส.ค. 62


#2 - มายไวฟุกับนายหมวกแกะ






          ความปวดหัวแล่นเข้ามาจนแทบขาดสติ สายชลรู้สึกอยากจะขย้อนอาหารเช้าออกมาก็วันนี้แหละ!


          ตุบ!


          ร่างกายเหมือนหล่นกระแทกอะไรสักอย่างที่มันนุ่มนิ่ม ความปวดหนึบไปทั่วร่างกำลังเล่นงาน สายตาของเขาเริ่มพร่าเลือน ฝ่ามือตะเกียกตะกายไปมาจนไปชนกับผนังแข็งๆเข้า


          "ฮะ....แฮ่ก" เมื่อสายตาเริ่มปรับตัวรับเข้ากับความมืดมิด สายชลก็หันไปสำรวจรอบๆ


          ที่ๆเขาอยู่มันแคบมาก แต่กลับไม่รู้สึกว่ามันอึดอัด มีเบาะนุ่มๆรองรับตัวของเขาอยู่


          ต้องหาทางออกไป


          สายชลพยายามกระแทกเท้าไปตามผนังแคบๆ หาดูว่าตรงไหนมันเปราะพอที่เขาจะกระแทกมันออกไปได้


          ตรงนี้!


          ปัง!


          "อูยยย" สายชลโอดครวญร่างของเขากลิ้งหล่นออกมาหลายตลบจากเจ้าสิ่งนั้น เข้าหันกลับไปมองเศษผนังที่พังออกมาก็แทบตาถลน


          มันคือรูปปั้นพระพิฆเนศ!!!


          ทำแบบนี้เขาคงไม่โดนผู้ศรัทธารุมกระทืบใช่ไหม!?


           สายชลออกตัววิ่ง เขาพึ่งสังเกตรอบๆว่าตัวเองนั้นกำลังวิ่งอยู่ในตรอกสักแห่ง รอบด้านมีตึกสูงเสียดฟ้า เสียงรถยนต์ที่กำลังแล่นผ่านไปมา แสงสีที่แม้ยามนี้จะดึกดื่นเพียงใดก็ยังส่องสว่าง


           จากวิ่งกลายเป็นเดินสำรวจ ที่นี่เหมือนตรอกสักแห่งในเมืองกรุงเทพที่เขาเคยอยู่


           เขาคงฝันไปสินะ


           แต่ทว่าภาพที่โดนเส้นใยสีดำฉุดกระชากลงไปในหลุมดำนั่นวนมาอีกครั้ง สายชลทำท่าทางพะอืดพะอมเมื่อนึกถึงมัน


           เขามาอยู่ตรงนี้ได้ไง?


           สายชลพยายามหายใจเข้าออกช้าๆเพื่อตั้งสติ เขาอาจจะละเมอจนเดินออกมาก็ได้ ไม่รู้ว่าที่นี่เป็นที่ไหนด้วย ตอนนี้เขาต้องไปหาตำรวจก่อนเพื่อถามทาง


           สายชลไม่ค่อยออกจากอพาร์ทเม้นท์สักเท่าไหร่ แล้วก็ไม่เคยออกห่างด้วย จะไม่รู้เส้นทางในเมืองกรุงก็ไม่แปลกแถมแถวนี้ก็ยังไม่คุ้นเท่าไหร่


          นี่เขาเดินละเมอมาไกลแค่ไหนเนี่ย?


           สองเท้าย่ำเหยียบไปตามพื้นแสนเย็นเยียบ เป้าหมายคือหน้าปากซอยที่มีไฟส่องสว่าง สายชลเห็นป้อมตำรวจอยู่ลางๆ


           กลับไปต้องไปอธิบายกับคุณน้ายังไงเนี่ย...


           แค่นึกถึงใบหน้าถมึงทึงของน้าสาวสายชลก็แทบอยากจะมุดแผ่นดินหนีเสียให้ได้


           สายชลเดินมาถึงป้อมตำรวจก็ถามทางทันที คุณลุงที่สวมชุดตำรวจยิ้มกว้างก่อนที่จะบอกทางไป


           "ให้ลุงไปส่งไหม? นี่มันก็มืดค่ำแล้ว เป็นสาวเป็นนางจะกลับบ้านคนเดียวดึกๆแบบนี้อันตรายมากนะ" ลุงตำรวจเอ่ยเตือน สายชลนึกเอะใจ


           "โทษทีนะลุง พอดีผมเป็นผู้ชายนะ"


          ลุงตำรวจเลิกคิ้ว ก่อนจะหัวเราะเบาๆ


          "คงเป็นทอมสินะเราน่ะ"


          "เอ๊ะ! ลุงก็บอกแล้วไงผมเป็นผู้ชาย" สายชลขมวดคิ้ว


          "พอแล้วๆ ลุงเชื่อก็ได้ งั้นมาเดี๋ยวลุงไปส่ง" ลุงตำรวจยิ้มกว้างเขาเดินเข้าไปเอารถมอเตอร์ไซค์ออกมา สายชลคิดว่าก็ดีเหมือนกันจะได้ไม่เสียเวลาเดิน


          แต่ก่อนไปสายชลก็สงสัยว่าตนเหมือนเด็กผู้หญิงตรงไหน นีทติดเกมอย่างเขาขอบตาก็ดำคล้ำ ผมเพ้าก็ไม่เคยตัดจนมันยาวลงมาปรกหน้า สงสัยสายตาลุงคงไม่ดี


           แต่ยังไงก็อดสงสัยไม่ได้


           "ลุงๆ ขอกระจกหน่อยดิ"


           "อ่ะนี่ จะเอาไปทำอะไรล่ะฮึ" ลุงตำรวจส่งกระจกพกพามาให้


           สายชลเอากระจกมาส่องแล้วก็ตกใจจนหน้าซีดเหมือนคนเห็นผี


           ดวงตาสีน้ำตาลกลมโต เส้นผมสีคาราเมลล้อมกรอบใบหน้าเล็กอมชมพู ริมฝีปากสีพีชอ่อน แล้วก็แว่นกรอบเหลี่ยมสีดำที่ประดับบนใบหน้า แทบทำให้สายชลสติแตก


           นี่มันมายไวฟุของผมนี่นา!!!!!!!


           "เห้ย! อิหนูเป็นอะไรไป!" ลุงตำรวจตกใจวิ่งปรี่มาเขย่าตัวสายชลที่สติกระเจิงหายไปไหแล้วก็ไม่รู้ด้วยสายตาตื่นตระหนก


           หลังจากที่เรียกสติคืนมาได้ก็รีบบอกมห้ลุงตำรวจพาไปส่งบ้าน ตอนแรกลุงแกก็เอะใจว่าสายชลไปเจออะไรในกระจกมาแต่ก็ปล่อยไป รีบขับมอเตอร์ไซค์มาส่งที่บ้านทันที


           สายชลกล่าวขอบคุณตามมารยาทก่อนที่จะเดินไป เขาเร่งฝีเท้าเร็วรี่


           มันเป็นแบบนี้ไดเยังไง หรือเข้าฝันอยู่!?!?


           ระหว่างเดินสายชลก็คิดไม่ตกว่าตัวเองมาอยู่ในร่างจินาโกะมายไวฟุของเขาได้อย่างไร แต่กระนั้นรีบพุ่งตรงกลับบ้าน


           แต่สิ่งที่ปรากฎสู่สายตาคือคอนโดหรูกว่ายี่สิบชั้นตั้งตระหง่านแทนบ้านตนเอง


           จู่ๆก็มีผู้หญิงสวมชุดทนายความที่ไหนไม่รู้เดินเข้ามาหาเขาก่อนที่จะบอกว่าสายชลเซ็นต์สัญญาซื้อคอนโดนี้แล้วต่อจากนี้ที่ตรงนี้คือกรรมสิทธิ์ของเขาเอง


           เธอกล่าวจบก็เดินจากไปทิ้งไว้เพียงร่างของสายชลที่ยืนนิ่งมองภาพตรงหน้าอย่างตกตะลึง


           ถ้านี่เป็นความฝันจริงๆเขาคงไม่อยากตื่นจากมันแน่ๆ


          ร่างเล็กเริ่มสาวเท้าเข้าไปในคอนโดก่อนที่จะเดินมาหยุดที่ชั้นที่หกของคอนโด เหมือนมีบางอย่างดุงดูดเขาให้เข้าไปที่ห้องห้องหนึ่ง


          สายชลเปิดประตูเข้าไป ก็เจอกับจดหมายฉบับหนึ่งที่วางไว้บนโต๊ะ สองมือพลันหยิบมาอ่านอย่างไม่ลังเล


           สายตาของเขาเบิกโพลงมองสิ่งที่ไม่น่าเชื่อตรงหน้า อย่าบอกนะว่านี่คือเรื่องจริงทั้งหมด ทั้งไอ้เส้นดำบ้าๆนั่น กลับการที่เขาเข้าร่างมายไวฟุของตัวเอง


          เขาเหลือบมองบัตรเครดิตไม่จำกัดวงเงินสีดำที่วางอยู่ข้างๆซองจดหมาย


           นี่ต่อไปเขาต้องใช้ชีวิตอยู่ในโลกที่เหมือนกรุงเทพแต่ไม่ใช่ตัวเขาเองงั้นเหรอ?



....




          ตอนนี้สายชลกำลังมีปัญหาอยู่อย่างหนึ่ง เจ้าสิ่งนั้นคือสิ่งยืนยันว่าเขาอยู่ในโลกอะไร เขาเหลือบมองบนมือตัวเองแล้วก็บุคคลทั้งสองตรงหน้าแล้วก็เพลียจิต


           ขอเล่าย้อนความไปหน่อยก็เเล้วกัน หลังจากที่เขาได้รับรู้ว่าได้มาอีกโลกเมื่อวาน วันนี้ก็เลยกะจะมาเดินเล่นดูสักหน่อยเผื่อหาเบาะเเสของโลกใบนี้


           ระหว่างที่เดินอยู่ดีๆนั้นก็เกิดมีอะไรสักอย่างหล่นมาใส่บนหัว


            มันคือหมวกแกะสีดำสนิทใบหนึ่ง สายชลมองขึ้นไปด้านบนตึกสูง ดูเหมือนมันจะหล่นลงมาจากนั่นนะ


           จบการย้อนความ


           แล้วตรงหน้าเขาก็คือเด็กหนุ่มผมสีคาราเมลหน้าง่วงๆ อายุราวๆสิบหกสิบเจ็ดปีจ้องสายชลเขม็ง และเด็กสาวผมเปียใส่แว่นที่ดูตื่นๆ


           "เอ่อคือ...คุณเป็นคนเก็บหมวกแกะนั่นได้สินะคะ" ลปิการ์อ้ำอึ้งหญิงสาวไม่รู้จะทำหน้ายังไงดี กับสาวน้อยตรงหน้า ก็เลยพูดอ้อมๆไป แต่อีกคนเนี่ยสิ


           "เอาหมวกฉันคืนมาสิ" ใบหน้าง่วงซึมของชายหนุ่มผมสีคาราเมลดูน่ากวนส้น - ีน นั้นทำให้สายชลทำหน้ายียวนใส่


           ตอนนี้เขารู้ว่าว่าเขาอยู่โลกไหน...โลกที่เต็มไปด้วยอาถรรพ์ ในตอนวัยเยาว์ที่เขาชอบอ่านนักอ่านหนา


           โลกของนิยายแบล็คแฟนตาซีชื่อดังอย่าง ภามคนรับจ้างตาย ไงล่ะ


           "ทำไมต้องคืนด้วยล่ะ?" สายชลฉีกยิ้ม


           "เอ่อ..นั่นมันของพวกเราน่ะค่ะ เผลอทำหล่นลงมา ยังไงก็ขอให้ช่วยคืนมาจะได้ไหมคะ?" ลปิการ์พูดเกลี้ยกล่อมให้สาวน้อยตรงหน้าคืนหมวกของภาม


           "ไม่อ่ะ ทำหล่นแล้วก็ถือว่าไม่มีเจ้าของสิ"


           "ถ้าหล่นแล้วไปอยู่ในมือใครก็ถือว่าเป็นของของคนนั้นสิ!" สายชลหยิบหมวกแกะขึ้นมาใส่ด้วยสีหน้ายิ้มแย้ม


          "ถ้าอยากได้คืนก็ตามมาเอาเองสิ แบร่!~"  


          ภามถลึงตาใส่สาวน้อยตรงหน้าเมื่อเธอหยิบหมวกแสนสำคัญของเขามาใส่แล้วแลบลิ้นปลิ้นตาก่อนวิ่งหนีไปด้วยสายตาโมโหก่อนจะวิ่งไล่ตามไปท่ามกลางความตกใจของลปิการ์


           "เดี๋ยวก่อนสิ! รอฉันด้วยสิคะ!!!" ลปิการ์วิ่งไล่ตามทั้งสองคนไปอย่างยากลำบาก ก็เพราะเด็กสาวตรงหน้าเล่นทัเงกระโดดปีนขึ้นกำแพง ข้ามคลอง เตะถังขยะล้มขวางทางบ้างล่ะ แต่ภามก็ยังไม่ลดละวิ่งตามมา


           จนพวกเขาวิ่งตามมาถึงบนตึกเช่าเก่าๆแห่งหนึ่ง บนลานดาดฟ้าของตึกมีเด็กสาวผมสีคาราเมลดวงตาสีเปลือกไม้กำลังยิ้มย่องอยู่


           "เธอไม่มีทางหนีแล้ว เอาหมวกฉันคืนมาได้แล้ว" ภามมองหมวกแกะบนหัวเด็กสาวด้วยสายตาทะมึน


           "ฮ...แฮ่กๆ นั่นสิคะ คืนพวกพี่มาเถอะ" ลปิการ์ที่ยืนหอบอยู่ด้านหลังภามพูดเกลี้ยกล่อมเด็กสาวตรงหน้าอีกครั้ง


           "ยาเระยาเระ แบบนั้นมันก็ไม่สนุกสิ" ดูเหมือนสายชลจะติดการพูดของตัวละครในเกมเฟทมาซะแล้วสิ


           กล่าวจบเด็กสาวก็กระโดดไปที่บันไดข้างตึกของอีกตึกทันที


           อย่าลืมสิ...กรุงเทพน่ะมีตึกแออัดกันจะตายไป!


           พรึ่บ!


           "สวย! ไปล่ะนะบั๊ยบาย~" สายชลลุกขึ้นยืนก่อนจะโบกมือลาอีกสองคนด้วยสีหน้าระรื่นแล้วก็วิ่งหายเข้าไปในตัวตึกทันที


           ลปิการ์ยืนตะลึงกับสิ่งที่เด็กสาวตรงหน้าทำ นี่เด็กคนนั้นจะกล้าอะไรอย่างนี้ จะเล่นพิเรนท์ก็ให้มีขอบเขตหน่อยสิ!


           ภามยืนจิ๊ปากอย่างหงุดหงิดกับเด็กแสบที่เอาหมวกของเขาหนีไป


           คอยดูเถอะเจอเมื่อไหร่จะจัดการให้เข็ดเลย!





#####







ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 24 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

6 ความคิดเห็น

  1. #3 -NatJeeRa- (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2562 / 00:57
    แกร้! มีคนแต่งภามแล้วเว้ยยยย มีคนแต่งเรื่องนี้!!!! //จะรอนะคะ! //สู้วๆค่า~ เปนกำลังใจห้าย~
    #3
    0
  2. #2 มารุฮายะเนโกะ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 กรกฎาคม 2562 / 00:21
    รอค่าาาา
    #2
    0
  3. วันที่ 22 มิถุนายน 2562 / 21:15

    รออออออออออออออ

    #1
    0