[นิยายแปล] Swordmaster Healer จอมแพทย์ ดาบราชันย์

ตอนที่ 2 : ผมเป็นราชันย์แห่งดาบในชาติที่แล้ว (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 223
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 17 ครั้ง
    15 มี.ค. 62

Translator's Note 

 ปลาโอเองจ้า อัพเนื้อหาจริงๆตอนแรกแล้วนะครับ คำผิดยังไม่ได้ตรวจทั้งหมด 

อ่านให้สนุกนะครับ



-----------------------------------------------------------------------------------------------------------------



ซองจุนตื่นจากฝัน อาบน้ำและออกจากบ้าน จุดมุ่งหมายของเขาคือสำนักงานดันเจี้ยนประจำกรุงโซล

ขอต้อนรับคุณฮันเตอร์ ดิฉันอีอึนจู ยินดีให้บริการค่ะ

ผมต้องการตรวจสอบว่าผมจับคู่กับใคอรได้บ้างรึยัง

ด้วยระบบจับคู่ของสำนักงานดันเจี้ยน เหล่าฮันเตอร์ที่มีความสามารถใกล้เคียงกันจะสามารถจับคู่และรวมกลุ่มกันได้

ความรำคาญปรากฏบนใบหน้าของอึนจูแวบหนึ่ง ต้องขออภัย คุณฮันเตอร์ด้วยค่ะ เมื่อจับคู่ได้แล้ว ทางเราจะติดต่อกลับไปหาคุณเองค่ะ

 ผมคิดว่า ... บางทีการจับคู่น่าจะเสร็จแล้ว

 นั่นคือสิ่งที่ไม่มีทางเกิดขึ้นค่ะ หากคุณยังไม่ได้รับการติดต่อจากทางเรา นั่นแปลว่าการจับคู่ยังไม่เสร็จสิ้นค่ะ

คุณเช็คให้ผมอีกสักครั้งได้ไหม ผมรอมาเป็นเดือนแล้วนะ

อึนจูถอนหายใจอย่างน่าหยาบคาย ซังจุนได้เพียงแต่ยิ้มเจื่อนเพราะเขาเองก็ชินกับปฏิกิริยาที่ได้รับแบบนี้อยู่แล้ว

เขารู้ว่ามันเปล่าประโยชน์ แต่ทำยังไงได้ตัวเลือกของเขามันมีเพียงแค่น้อยนิด     

 ฉันเข้าใจแล้วค่ะ รบกวนบอกชื่อและระดับของคุณมาด้วยค่ะ

คัง ซองจุน แพทย์ระดับ C”

อา.. คุณคือคัง ซองจุน แพทย์ในตำนานคนนั้นสินะคะ

 ฮ่าๆ.. ใช่ครับ ซองจุนได้แต่หัวเราะอย่างกระดากอาย เมื่อพลังของเขาตื่นขึ้นครั้งแรกในรูปแบบแพทย์ระดับ C เขาได้กลายเป็นตำนาน

 นักล่าที่เป็นตำนานนั่นไง

 ทำไมเขาถึงถูกเรียกแบบนั้นหละ

 เพราะพลังการรักษาของเขามันต่ำมากยังไงหละ ส่วนมากพวกแพทย์จะอยู่ในระดับ B เป็นอย่างต่ำแต่เขาคือแพทย์ระดับ C คนเดียว

 เรื่องจริงหรือ

ซองจุนได้ยินเสียงกระซิบกระซาบและพยายามซ่อนความรำคาญของเขาไว้ ถึงแม้ว่าเหล่าฮันเตอร์ แพทย์ส่วนใหญ่จะมีความเชื่อมั่นในตนเองสูง แต่สำหรับซังจุนถือว่าเป็นกรณีพิเศษ เขามีพลังในการรักษาที่ต่ำอย่างไม่น่าเชื่อ

ซองจุนยังได้รับการแต่งตั้งในระดับ C ถึงแม้ว่าความสามารถในการต่อสู้ของเขาจะด้อยกว่าฮันเตอร์ระดับ D อย่างมากโขก็ตาม

 สักวันหนึ่ง ฉันจะประสบความสำเร็จให้ได้

หากเขาบรรลุเป้าหมายของเขาได้ เขาก็ไม่ต้องใส่ใจกับความคิดเห็นของคนอื่นอีกต่อไป

ฉันจะไปเช็คให้ตอนนี้เลยค่ะ กรุณารอสักครู่นะคะ อีนจูพูดอย่างรำคาญใจ

ซองจุนมองอึนจูอย่างคาดหวัง ถึงแม้ว่าเขาจะรู้คำตอบของที่เขาจะได้รับอยู่แล้ว

อึนจูตรวจดูแท็บเล็ตของเธอ พร้อมส่ายหัวและถอนหายใจ เรายังจับคู่ให้คุณไม่ได้เลยค่ะ คุณอาจจะต้องรออีกสักหน่อย

บนใบหน้าของเธอนั่นแสดงออกมาอย่างชัดเจน ราวกับต้องการพูดว่า หยุดกวนฉันและออกไปได้แล้ว

เดี่ยวผมกลับมาใหม่อีกครั้งแล้วกันครับ

ซองจุนได้แต่เก็บความหงุดหงิดในใจไว้และกลับบ้านไป  เขายกโทรศัพท์มือถือขึ้นมาก่อนจะเช็คยอดเงินในบัญชีธนาคารของเขา

 [ยอดเงินคงเหลือ: 50,808.60 วอน

เขาผลาญเงิน ห้าแสนวอนที่เขาได้รับจากการเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ F เมื่อเดือนที่แล้ว เขาใช้เงินไปกับค่ากินอยู่และค่าโรงพยาบาลสำหรับพ่อของเขา.. ตอนนี้เขาเหลือเพียงแค่ห้าหมื่นวอนติดตัวเท่านั้น

น้ำตาก่อตัวขึ้นบนดวงตาของเขา

ค่าเฉลี่ยของซองจุนสะท้อนถึงอัตราการเคลียร์ดันเจี้ยนที่น้อยนิดของเขา มันจึงเป็นเรื่องยากที่จะจับคู่กับคนที่มีอัตราต่ำอย่างเขา

ฉันแย่แน่ๆ

ซองจุนปล่อยโทรศัพท์ตกอย่างช้า แต่ในทันใดนั้นโทรศัพท์ก็ดังขึ้น เขาจึงรีบหยิบและเช็คทันทีว่าใครโทรเข้า

 [สำนักงานดันเจี้ยน]

เขารับโทรศัพท์ด้วยความดีใจเป็นอย่างมาก

 ส-สวัสดีครับ

 สวัสดีค่ะ ฮันเตอร์ ติดต่อจากสำนักงานดันเจี้ยน เราขอแจ้งให้ทราบว่าคุณได้รับการจับคู่สำหรับดันเจี้ยนระดับ D โดยมีสมาชิกทั้งหมด 5 คนรวมถึงคุณด้วยค่ะ คุณต้องการเข้าร่วมไหมคะ

ตกลง นั่นคือสิ่งที่เขาอยากจะตอบ แต่ดันเจี้ยนระดับ D . . . เขาเคยติดอยู่ในดันเจี้ยนระดับ D ถึงแม้ว่าปาร์ตี้ระดับ C ของเขาจะสามารถเคลียร์ดันเจี้ยนระดับ D ได้อย่างง่ายดาย แต่เขาไม่เหมือนพวกนั้น เขาอ่อนแอกว่าฮันเตอร์ระดับ D อย่างมาก นั่นจึงเป็นการตัดสินใจที่ยากสำหรับเขา

ความกลัวผุดขึ้นมาในใจของเขาแต่เมื่อคิดถึงเงินที่เหลือในบัญชีอันน้อยนิดแล้ว

ผมจะไปครับ

เขามาถึงจุดนัดหมายก่อนหนึ่งชั่วโมง เขามักจะอับอายกับการเป็นที่รู้จักด้วยตำนานเรื่องการรักษาและความไร้ประโยชน์ของเขา แต่เขาก็สามารถที่จะใช้ชีวิตอยู่ได้ด้วยการเรียนรู้ที่จะอยู่แบบคนอ่อนแอ

นั่นไง ซองจุน มาเร็วจัง

ฮันเตอร์ที่เดินมาพร้อมกับดาบยาว ซองจุนค่อนข้างจะคุ้นหน้าของเขา

คุณคิม ซังมิน!”

คิม ซังมินเป็นฮันเตอร์สายต่อสู้ระดับ D และยังเป็นคนที่ซองจุนได้เคลียร์ดันเจี้ยนด้วยกันหลายครั้ง แถมซองจุนยังรู้ด้วยอีกว่าความสามารถของคิมซังจุนนั้นค่อนข้างจะดีทีเดียว

พวกเราสามารถที่จะเคลียร์ดันเจี้ยนนี้ได้อย่างสบายแน่นอน

ซองจุนยิ้มให้กับความคิดของตนเอง แต่แล้วซองจุนก็ต้องซ่อนความรู้สึกขื่นขมเอาไว้เมื่อเขาเห็นฮันเตอร์อีกรายที่เดินเข้ามา

 อะไรกัน เจ้าตำนานนั่นก็มาด้วยหรือ เขาพูดอย่างเสียดสี

ผู้มาเยือนใหม่คือ โจ ด็อกซู เขาก็ก็เป็นฮันเตอร์สายต่อสู้ระดับ D เช่นกัน ซองจุนคาดว่าผู้หญิงที่อยู่ข้างๆ ด็อกซู คงเป็นแฟนสาวของเขาเพราะหล่อนทำตัวติดกับด็อกซูอย่างกับกาว

ด็อกซู ตำนานคืออะไรหรือ

อ๋อ พลังของเธอพึ่งจะตื่นได้ไม่นานมานี้เอง ใช่ไหมจินอา เจ้าตำนานนะหรือ สั้นๆง่ายๆคือมันห่วยแตก ไร้ประโยชน์ เป็นปลิงที่คอยดูดส่วนแบ่งของพวกเรายังไงหละ

เข้าใจแล้ว!”

คิ้วของซังมินขมวดเป็นปม เมื่อได้ยินด็อกซูและจินอาคุยกัน

พวกมันนี่...

อย่างไรก็ตาม ซังมินไม่ได้เข้าไปยุ่ง เพราะเขากับซองจุนไม่ได้รู้จักเป็นการส่วนตัว ซองจุนจึงได้แต่เก็บความไม่พอใจนี้ไว้ ขณะที่ด็อกซูกำลังเดินเข้ามาหาเขา

แกจะไสหัวไปไหมถ้าฉันให้แก หนึ่งแสนวอน ด็อกซูถามอย่างยียวน

ซองจุนได้แต่กัดริมฝีปาก เขาคิดว่าเขาน่าจะชินกับคำสบประมาทเหล่านี้ได้แล้วแต่มันก็ยังคงเจ็บปวดอยู่

ด็อกซู พอได้แล้ว

มันก็มุขตลกเองนะ ฮ่าๆ!”

ซังมินที่ได้แต่สังเกตุการณ์อยู่เงียบๆตัดสินใจที่จะเข้ามายุ่งเนื่องจากด็อกซูเริ่มเล่นแรงเกินไป ท้ายที่สุดฮันเตอร์หน้าตาไร้เดียงสาระดับ E เข้าร่วมกลุ่มเมื่อครบ 5 คน พวกเขาได้รับการแจ้งจากสำนักงานดันเจี้ยนและได้รับการอนุมัติในการเข้าสู่ดันเจี้ยนได้

ทุกคนเตรียมตัวให้ดี นี่คือดันเจี้ยนระดับ D” ซังมินกล่าวพร้อมดึงดาบยาวของเขาขึ้นมาเตรียมพร้อม

ดันเจี้ยนส่วนมากจะอยู่ใต้ดิน ดังนั้นสมาชิกคนสุดท้าย ฮัน กีซ็อกเดินนำหน้าพร้อมยกตะเกียงเวทย์มนต์เพื่อให้ความสว่าง การบุกดันเจี้ยนจึงเริ่มขึ้น

พวกมันกำลังมา กีซ็อก ร้องบอกพร้อมถอยหลัง ในขณะที่สายตาสีแดงฉานส่องสว่างผ่านความมืดมิด และในที่สุดพวกมันก็เผยตัวออกมา...

ก็อบลิน กีซ็อกตะโกน

การต่อสู้เริ่มขึ้น จินอาร่ายมนต์สนับสนุนซังมินและด็อกซูซึ่งทำหน้าที่สกัดก็อบลินข้างหน้าส่วนกีซ็อกปกป้องจินอา ในขณะที่ซองจุนคอยสนับสนุนอยู่ด้านหลัง

ฮู่ว! นี้คือทั้งหมดของพวกมันหรือยังซังมิมว่าพลางสะบัดเลือดที่ติดอยู่กับดาบของเขา

 ดูเหมือนจะเป็นห้องของหัวหน้าใหญ่กีซ็อกกล่าวถึงประตูบานยักษ์ที่ตั้งตระหง่านอยู่หน้าพวกเขา ในที่สุดสุดพวกเขาก็มาสุดทางหลังจากการต่อสู้หลายครั้ง

มันคงเป็นเพราะเราฆ่าแต่ก็อบลิน หินเวทย์มนต์ที่ได้เลยห่วยแตกชะมัด หวังว่าหัวหน้าพวกมันจะให้อะไรดีๆได้บ้างด็อกซูบ่นพร้อมเดินไปหาซังจุน

รักษาฉัน ด็อกซูสั่งพร้อมยื่นแขนขวาซึ่งดูเหมือนจะถูกแทงด้วยมีดของก็อบลิน

ได้เลย สักครู่นะ ซองจุนข่มความรู้สึกที่ไม่ดีของเขาไว้และเริ่มรักษาด็อกซู แสงสว่างค่อยๆโอบรอบบริเวณแผลพร้อมเริ่มสมานตัวเข้ากันอย่างช้าๆ

 อะไรกัน ทำไมรักษาช้าแบบนี้หละ ไม่เห็นเหมือนแพทย์คนอื่นที่ฉันเคยเห็นเลย

 จินอา อย่าลืมสิ เจ้านี้คือเจ้าตำนานที่มีพลังการรักษาที่แย่ที่สุดยังไงหละ

 จริงด้วย! ฉันลืมไปเลย!”

การจับคู่จะเป็นการสุ่มสมาชิกโดยขึ้นอยู่กับอัตราความสำเร็จในการเอาชนะดันเจี้ยนของฮันเตอร์ หากฮันเตอร์ที่ต้องการที่จะเลือกสมาชิกของตนเอง พวกเขาจำเป็นต้องสมัครเข้าไปแบบคู่หรือกับปาร์ตี้ที่พวกเขาต้องการ

ด็อกซูและจินอาหัวเราะกันอย่างสะใจ ซองจุนผละตัวออกหลังจากรักษาแผลของด็อกซูเสร็จแล้ว

พวกเขาพบป้ายหลุมศพตั้งอยู่บริเวณประตู

ศาลแห่งอดีตชาติ จงดึงดาบหากเจ้าพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงอดีตชาติของตน’” ซองจุนอ่านข้อความที่จารึกบนป้ายหลุมศพด้วยความรู้เกี่ยวกับภาษาต่างโลกของเขา

นายรู้วิธีพูดภาษาจากต่างโลกด้วยหรือซังจุนซังมินเดินเข้าหาซังจุนถามด้วยความสงสัย

นิดหน่อยเท่านั่นเอง

ถือว่าไม่แย่

ซองจุนหัวเราะอย่างเคอะเขิน

ไปกันเถอะ ด็อกซูกล่าวก่อนที่จะกดลงไปที่กลไกของประตูหินบานยักษ์ ทำให้ประตูเปิดออกอย่างช้าๆ โดยที่มีซังมินและกีซ็อกเป็นคนนำ จากนั้นกีซ็อกจึงยกตะเกียงเวทย์มนต์เพื่อให้ความสว่างแก่ห้อง

เมื่อซองจุนก้าวเข้ามาในห้องเป็นคนสุดท้าย ประตูหินก็ได้ทำการปิดตัวลงทันที

ด็อกซู!”

ทุกอย่างเรียบร้อยหน่า ไม่ต้องเป็นห่วงไป หากเราจัดการหัวหน้าพวกมันได้ ประตูก็จะเปิดขึ้นอีกครั้งเอง ด็อกซูกล่าวเพื่อทำให้จินอาสบายใจ

ซังมินและกีซ็อกตรวจดูบริเวณรอบๆ ตรงใจกลางของห้องมีดาบที่ปักอยู่ในบูชา และยังมีลิฟวิงอาร์เมอร์*และตะเกียงเวทย์มนต์ที่ยังไม่ทำงานรายล้อมอยู่ที่ผนังของห้อง

 หืม... พวกมันคงไม่ใช่ลิฟวิงอาร์เมอร์ใช่ไหม

คุณรู้อยู่แล้วไม่ใช่หรอว่าลิฟวิงอาร์เมอร์พวกนั้นจะโผล่มาแค่ในดันเจี้ยนระดับ B หรือ สูงกว่าเท่านั้นถึงแม้ซังมินจะตอบแบบนั้นก็ไม่ทำให้ซองจุนรู้สึกปลอดภัยขึ้นเลย

นี้มันดันเจี้ยนลับไม่ใช่หรือไง ฮ่าๆ!” ด็อกซูพูดอย่างดีใจ

ดันเจี้ยนลับมักจะปรากฏในห้องของหัวหน้าสับประหลาด แถมสำนักงานดันเจี้ยนยังมีข้อมูลเกี่ยวกับดันเจี้ยนลับเพียงน้อยนิด

เพื่อแลกเปลี่ยนกับรางวัลพิเศษที่จะได้รับ ความยากของดันเจี้ยนจะเพิ่มหลายเท่าทวีคูณ โดยปกติแล้วการจับคู่นั้นจะจับคู่ระดับของฮันเตอร์ให้ตรงกับระดับความยากของดันเจี้ยน นั่นทำให้ดันเจี้ยนลับอาจเป็นสิ่งที่อันตรายต่อเหล่าฮันเตอร์

มันไม่ยอมขยับเลย พวกคุณสนใจลองกันไหมกีซ็อกถาม เขาสะกิดความสนใจของทุกคน แววตาของทุกคนเต็มไปด้วยความสนใจก่อนจะพากันไปที่แท่นบูชา

ไม่มีกับดับอย่างแน่นอน คุณสามารถจับมันได้เลย กีซ็อกยืนยัน

พวกเขาผลัดกันดึงดาบทีละคน จนกระทุ่งซังจุนเป็นคนสุดท้าย แต่เมื่อเขาเข้าใกล้แท่นบูชา เสียงบางอย่างก็ได้ดังขึ้นภายในห้อง

ห้องทั้งห้องสั่นไหว พร้อมตะเกียงเวทย์มนต์ที่ส่องแสงขึ้น

------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------------


ตรวจพบอดีตชาติระดับ SSS ทำการจัดหมวดหมู่ ราชันย์แห่งดาบเริ่มการทดสอบได้

เสียงแพร่กระจายไปทั่วมุมห้อง ชุดเกราะที่เรียงรายเริ่มเคลื่อนไหว

เป็นไปไม่ได้ ทำไมลิฟวิงอาร์เมอร์ ถึงมาอยู่ในดันเจี้ยนระดับ D ได้ กีซ็อกตะโกน

นี้มันคือความฝัน! มันต้องเป็นความฝันอย่างแน่นอน!” ด็อกซูพูดอย่างหวาดกลัว ท่ามกลางความสับสนวุ่นวายนี้ ทุกคนหลงเหลือเพียงแค่ความรู้สึกที่อยากจะมีชีวิตรอดเท่านั้น

ลิฟวิงอาร์เมอร์จะปรากฏแค่ในดันเจี้ยนระดับ B หรือในระดับที่มากกว่าเท่านั้น พวกมันคือสับประหลาดที่ทรงพลังสามารถฉีกร่างฮันเตอร์ระดับ C ได้อย่างง่ายดาย

ทุกคนร่วมกลุ่มกันไว้! ถ้าแยกพวกเราตายกันหมดแน่

พวกเราอย่าไปสนใจ...ไม่ทันที่กีซ็อกจะพูดจบประโยคเขาก็โดนกระบอกเหล็กของลิฟวิงอาร์เมอร์ทุบจนหัวแบะ

ถึงแม้ว่าลิฟวิงอาร์เมอร์จะเคลื่อนไหวเชื่องช้า แต่ก็แลกมากับพละกำลังมหาศาลของพวกมัน

ซองจุนพูดถูก! ทุกคนรวมตัว!” ซังมินตะโกนบอก

 ไม่! ฉันยังไม่อยากตาย!”

ด็อกซู!”

ด็อกซูสะบัดจินอาทิ้งและวิ่งหนีไป ฉันไม่อยากตาย’ ‘ฉันต้องรอดไม่ว่าจะด้วยอะไรก็ตามนั่นคือทั้งหมดที่ด็อกซูสามารถคิดได้ในเวลานั้น แต่เมื่อไม่มีทางให้หนีอีกต่อไป เขาจึงโดนแทงด้วยหอกของลิฟวิงอาร์เมอร์

อึก!” ด็อกซูกระอักเลือดออกมา ตามด้วยลิฟวิงอาร์เมอร์อีกสามสี่ตัวที่เข้าหาเขาพร้อมรุมทิ่มแทงด้วยคมดาบและหอกของพวกมัน

 อ่า!”

-ด็อกซู!”

ด็อกซูทำได้เพียงแค่ร้องอย่างทรมานและตายลง

ในตอนนี้ ทุกคนควรรวมตัวกันได้ซังมินแนะนำ เขาเริ่มที่จะกระวนกระวายมากขึ้นเมื่อลิฟวิงอาร์เมอร์เริ่มย่างกรายใกล้เข้ามา

ถึงแม้จะอยู่ในสถานการณ์ที่ตึงเครียด ซองจุนก็ยังสามารถจัดการความคิดของเขาได้ เขานึกถึงอักขระจารึกบนป้ายหลุมศพ

จงดึงดาบหากเจ้าพร้อมที่จะเรียนรู้ถึงอดีตชาติของตน

มันบอกให้ดึงดาบออกมา

ซองจุนพูดกับตัวเองราวกับอยู่ในภวังค์ ทุกคนลองดึงดาบออกมาแล้วยกเว้นซังจุน เขายังไม่ได้ลองดึงดาบเลย

ฉันจะลองดึงมันออกมาดู

ท่ามกลางความสับสนวุ่นวาย แถมแท่นบูชายังอยู่ค่อนข้างไกล เหล่าลิฟวิงอาร์เมอร์ยิ่งคลืบคลานเข้ามาใกล้เรื่อยๆ

ฮ่ะ!”

ดาบยาวของซังมินฟาดเข้ากลางหัวของลิฟวิงอาร์เมอร์ ถึงแม้มันจะไม่ยากเมื่อต้องต่อการความเร็วของลิฟวิงอาร์เมอร์ แต่ซังมินก็ไม่สามารถที่จะฝากรอยขีดข่วนบนตัวของพวกมันได้เลย

 บ้าเอ้ย!” ซังมินสบถด่า ซังจุนชักดาบสั้นที่ตนพกไว้เพื่อป้องกันตัวเอง

คุณจินอา! เสริมพลังให้ผมที!”

อย่ามาบอกว่าฉันต้องทำอะไร! ช่างหัวพวกมันทั้งหมด! ไสหัวออกไปให้หมดเลย!”

สายตาของซองจุนเยือกเย็นทันที ดูเหมือนจินอาจะเสียสติไปแล้ว ตลอดเวลาที่ผ่านมาจินอามีชีวิตอยู่ได้เพราะได้รับการปกป้องจากด็อกซู นั่นทำให้เธอไม่สามารถที่จะปรับตัวเข้ากับสถานการณ์ในตอนนี้ได้

ไสหัวออกไปให้หมดเสียงร้องโวยวายของเธอดังข้ามไปทั่วห้อง เขาคงไม่สามารถหวังอะไรจากเธอได้แล้ว ซองจุนจึงมุ่งหน้าวิ่งไปที่แท่นบูชาอย่างไม่ลังเล

ถึงแม้ว่าลิฟวิงอาร์เมอร์จะเคลื่อนที่ช้ากว่าสับประหลาดเกือบทั้งหมด พวกมันก็ยังคงไวกว่าซองจุน นั่นทำให้ซองจุนโดนพวกมันจู่โจม ถึงแม้จะโดนเพียงแค่ครั้งทีเดียวก็ทำให้เลือดไหลอาบตัวของเขาอย่างน่ากลัว

อึ่ก!”

เวลาต่อมาไม่นานซังมินก็ล้มลง ซองจุนที่ถูกกระหน่ำแทงสุดท้ายก็สามารถฝ่าไปถึงแท่นบูชา

ในขณะเดียวกัน จินอาก็โดนพวกมันรุมล้อม

ได้โปรด!”

มือที่เปื้อนเลือดของซองจุนยื่นออกไปกุมดาบ ถึงแม้ทุกคนจะได้ลองดึง ดาบก็ไร้วี่แววที่จะขยับ แต่เขากลับใช้เพียงเรี่ยวแรงที่เหลืออยู่น้อยนิดดึงดาบออกมาได้อย่างง่ายดาย



*ลิฟวิงอาร์เมอร์ คือ สับประหลาดชุดเกราะที่มีชีวิต




ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 17 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

5 ความคิดเห็น

  1. #1 dfrdz007 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 มีนาคม 2562 / 00:12
    thank u
    #1
    0