คู่หมั้นแสนร้าย ภาค 1

  • 0% Rating

  • 0 Vote(s)

  • 2,889 Views

  • 2 Comments

  • 48 Favorites

แชร์นิยายเรื่องนี้

  • Month Views
    80

    Overall
    2,889

ตอนที่ 1 : คำสัญญา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 664
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 18 ครั้ง
    1 ธ.ค. 61

"นี่เจ้ากริซ  จะไปไหนน่ะ" คุณหญิงพรพิมล  เปรมสุระติกาล ถามลูกชายเพียงคนเดียวของนาง หลังจากที่สามีเสียชีวิตจากอุบัติเหตุนางก็เลี้ยงลูกเพียงลำพัง                 

"ผมจะออกไปข้างนอกครับแม่ คุณแม่มีอะไรจะคุยกับผมหรือเปล่าครับ" กวิน  เปรมสุระติกาล หรือ กริซ ถามผู้เป็นแม่ 
 
"แม่มีเรื่องจะคุยกับลูกน่ะ เราไปคุยกันที่ห้องทำงานของลูกกัน" คุณหญิงพรพิมลบอกลูกชายพร้อมกับเดินนำหน้าไป

"ครับแม่" กริซตอบผู้เป็นแม่ และเดินตามผู้เป็นแม่ไปที่ห้องทำงานของตนเองทันที  พอมาถึงห้องทำงานคุณหญิงก็ถามลูกชายขึ้นทันที 
 
"ตากริซ ตอนนี้ที่บริษัทเป็นยังไงบ้าง  มีปัญหาอะไรไหม แล้วตอนนี้ลูกมีแฟนหรือยังล่ะ"  คุณหญิงพรพิมลถามลูกชาย  

"ที่บริษัทไม่มีปัญหาครับแม่ และผมก็ยังไม่มีแฟนครับ ผมไม่อยากมีเรื่องปวดหัวและมีคนมาวุ่นวายกับชีวิตผมน่ะครับ" กริซตอบแม่   

"แม่ก็ไม่เห็นว่าการมีแฟนหรือมีครอบครัวมันจะวุ่นวายหรือเป็นปัญหาชีวิตเลยนะลูก สักวันลูกก็ต้องแต่งงานมีครอบครัว"  คนเป็นแม่ตอบลูกชาย  

"คุณแม่มีอะไรจะบอกผมหรือเปล่าครับ"  กริซถามผู้เป็นแม่  

"เอาล่ะแม่จะไม่อ้อมค้อมแล้วนะลูก เข้าเรื่องเลยแล้วกันนะ แม่น่ะก็แก่แล้ว แม่อยากจะอุ้มหลานส่วนลูกก็จะอายุเข้า30 แล้วนะ แม่ว่ามันถึงเวลาแล้วล่ะ คืออย่างนี้นะตากริซพ่อของลูกน่ะได้ตกลงหมั้นหมายกับครอบครัวบริภักดิ์ไว้ตั้งแต่ลูกอายุ 6 ขวบ ถ้าลูกโตกันแล้วจะให้ลูกแต่งงานกันและตอนนี้แม่ว่าก็สมควรที่จะได้แต่งงานกันสักที ลูกจะทำเพื่อแม่ได้ไหมลูก"  คุณหญิงพรพิมลพูดกับลูกชาย  

"แม่ครับแต่ผมยังไม่พร้อม และอีกอย่างผมยังไม่เคยเห็นหน้าและไม่รู้จักนิสัยเลย  จะให้ผมไปแต่งงานทั้งที่ยังไม่รู้จักอย่างนั้นเหรอครับ" กริซพูดกับแม่  
 
"ก็เพราะอย่างนี้ไงแม่ถึงอยากจะให้ลูกไปพบกับน้องน่ะ แม่ได้โทรนัดกับทางนั้นไว้แล้วพรุ่งนี้ทำตัวให้ว่างนะแม่จะพาไปเจอน้อง เราจะได้ทำความรู้จักกันสักที"  คุณหญิงพรพิมลพูดกับลูกชาย  

"ก็ได้ครับแม่ แต่ผมขอเวลาทำความรู้จักกับน้องก่อน ที่จะแต่งงานกันสัก 2 ปี ได้ไหมครับแม่" กริซพูดกับแม่  
 
"ไม่ได้เด็ดขาด มันนานเกินไป แม่ให้เวลาได้แค่ 3 เดือนเท่านั้น ไม่มีข้อต่อรองใดๆทั้งนั้น"  คุณหญิงพรพิมลบอกลูกชาย

"โธ่คุณแม่จะให้เวลาผมใช้ชีวิตโสดก่อนไม่ได้เหรอ" กริซพูดกับแม่ 
 
"ไม่ได้ยังไงก็ไม่ได้ เดี๋ยวแกจะไปเอาผู้หญิงที่ไหนก็ไม่รู้มาเป็นสะใภ้ ผู้หญิงที่พ่อกับแม่เลือกให้น่ะดีแล้วไม่มีข้อต่อรองใดๆทั้งสิ้น ถ้ายังไม่เลิกพูดเรื่องข้อต่อรองแล้วล่ะก็  ไม่ต้องมาพูดกับแม่อีก" คุณหญิงพรพิมลต่อว่าลูกชาย 
 
"ครับแม่ งั้นผมขอตัวนะครับ"  กริซบอกแม่พร้อมทำหน้าเศร้าเดินออกไป 

คุณหญิงพรพิมลถอนหายใจพร้อมกับพูดกับตัวเองว่า  "อย่าหาว่าแม่บังคับเลยนะลูก แม่หวังดีกับลูกนะ"
           

          ทางด้านของปริม  "อะไรนะแม่ จะให้หนูแต่งงานเหรอ ไม่เอาหรอก หนูพึ่งจะเรียนจบได้ไม่นานนะคะแม่ หนูขอทำงานก่อนได้ไหม" ปริมประภา  บริภักดิ์ หรือ ปริม พูดกับแม่  

"ไม่ได้มันถึงเวลาแล้ว" คุณหญิงเพ็ญณภา  บริภักดิ์ กับนายธำรงณ์  บริภักดิ์ ผู้เป็นพ่อพูดขึ้นพร้อมกัน  
 
"แม่คงปล่อยให้ลูกทำตัวลอยไปลอยมาไปวันๆไม่ได้แล้ว อีกหน่อยคงได้เอาไอ้ฝรั่งตาน้ำข้าวมาเป็นลูกเขย แม่คงทำใจไม่ได้หรอกนะ" คนเป็นแม่พูดขึ้น  

"แต่พ่อกับแม่คะ หนูขอเวลาได้ไหม  ขอให้หนูได้ใช้ชีวิตอิสระก่อนได้ไหม หนูยังไม่อยากมีครอบครัวตอนนี้หนิค่ะ"  ปริมพูดขึ้น  

"ไม่ได้หรอกลูกสัญญาต้องเป็นสัญญาอีกอย่างพี่เขาก็เป็นคนดีแถมยังมีฐานะที่มั่นคงพ่อเชื่อว่าพี่เขาต้องดูแลปริมของพ่อได้ดีแน่นอน  ถ้าทางนั้นพร้อมเมื่อไหร่เราจะจัดงานแต่งทันทีเลย ตามนั้นแหละลูก" นายธำรงณ์ บอกลูกสาว  

"ก็ได้ค่ะ" ปริมตอบตกลง แต่ในใจก็คิดที่จะหาวิธีที่จะได้ไม่ต้องแต่งงาน  

ผู้เป็นพ่อเลยพูดขึ้นว่า  "ถ้าลูกอยากทำงาน พ่อก็จะให้ลูกทำ  แต่ต้องทำที่บริษัทของเราหรือไม่ก็บริษัทตากริซคู่หมั้นของลูกเท่านั้นนะ  ถ้าเป็นที่อื่นพ่อไม่ให้ทำ พ่อจะได้สบายใจและวางมือสักที ไว้ให้ตากรกลับมา พ่อจะให้ขึ้นบริหารงานแทนพ่อเลย ไม่รู้ตากรเมื่อไหร่จะกลับมาสักทีเรียนก็จบตั้งนานแล้วยังไม่รู้จักกลับมาทำงานช่วยพ่ออีก  คอยดูนะถ้ากลับมาเมื่อไหร่ต้องทำโทษสักหน่อยแล้ว ส่วนลูกก็ต้องช่วยงานพี่เขานะ" คนเป็นพ่อพูดกับปริมและพูดพลาดพิงไปหาลูกชายอีกคน  

"ก็ได้ค่ะพ่อ ทำไงได้หนิ  หนูไม่มีทางเลือกแล้วนี่นา"  ปริมพูดขึ้น 

"ถ้างั้นพ่อกับแม่ก็สบายใจแล้ว ฮ่า ฮ่า ฮ่า อยากอุ่มหลานเต็มทีแล้วใช่ไหมแม่"  คนเป็นพ่อพูดขึ้นพร้อมทั้งหันหน้าไปหาภรรยาเพื่อเรียกเสียงสนับสนุน และเดินออกไป  

"อ้อ อีกอย่างหนึ่งนะไม่ว่าปริมจะคิดหาวิธีไหนที่จะไม่ต้องแต่งงานอย่าหวังว่าแม่กับพ่อจะเปลี่ยนใจ เพราะไม่ว่าจะยังไงพ่อกับแม่ก็จะหาวิธีให้ลูกได้แต่งงานจนได้น่ะแหละ แล้วพรุ่งนี้ทำตัวให้ว่างล่ะพี่เขาจะมาทานข้าวที่บ้านเรา"  คนเป็นแม่พูดกับลูกสาวพร้อมกับเดินตามสามีออกไป  ปล่อยให้ปริมต้องคิดถึงเรื่องที่แม่พูดเพียงลำพัง  

"เฮ้อ พรุ่งนี้ฉันจะทำยังไงดีน๊า  คงจะมีวิธีเดียวสินะที่จะได้ไม่ต้องแต่ง ฉันจะทำให้นายไม่อยากแต่งงานกับฉันให้ได้พ่อกับแม่ก็จะว่าอะไรฉันไม่ได้อีกด้วย  แต่จะเริ่มจากตรงไหนก่อนดีเนี้ย โอ้ย เครียด โทรไปชวนยัยนุ่นไปเที่ยวให้หายเครียดดีกว่า"  ปริมพูดแล้วก็กดเบอร์โทรออกไปหาเพื่อนรักทันที  

"ฮัลโหล นุ่น นี่ปริมนะ"  

"ว่าไงแก  แกมีธุระอะไรหรือเปล่า" นุ่นพูด 

"แหม เพื่อนโทรหาต้องมีธุระเลยเหรอถึงจะโทรหาได้น่ะ" ปริมพูดขึ้น 

"เปล่าสักหน่อยเห็นปกติแกไม่ค่อยโทรมาก็เลยสงสัยน่ะ  ว่าแต่แกมีอะไรเหรอ"  นุ่นถามเพื่อน  

"ก็ฉันมีเรื่องเครียดมากเลยอยากจะชวนแกไปเที่ยวให้หายเครียดสักหน่อย แกว่างไหม"  ปริมพูด  

"ต้องขอโทษว่ะแกช่วงนี้ฉันไม่ค่อยว่างเลย  ฉันเข้ามาช่วยคุณพ่อทำงานที่บริษัทแล้วน่ะ แกไม่โกรธฉันใช่ไหมที่ไม่ได้ไปเป็นเพื่อนแกน่ะ แล้วเมื่อไหร่แกจะเข้าไปทำงานช่วยพ่อแกทักทีเห็นว่าพี่แกก็ยังไม่กลับมาจากต่างประเทศเลยไม่ใช่เหรอมัวแต่ทำตัวลอยไปลอยมาอยู่นั่นแหละ" นุ่นพูดกับเพื่อน  

"จ้าคุณแม่คนที่สองว่าแต่แกห่วงฉันหรือเป็นห่วงแทนที่ชายของฉันกันแน่เนี้ย " ปริมพูดขึ้น 

"ฉันจะไปเป็นห่วงแทนพี่แกได้ยังไงในเมื่อเราไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย แค่นี่นะปริมไว้ฉันจะทำตัวให้ว่างแล้วค่อยเจอกันนะเพื่อนรัก" นุ่นบอกลาเพื่อนรัก  

"ok แล้วค่อยเจอกันนะ" ปริมพูดพร้อมกับกดวางสายเพื่อนรักทันที   

"เฮ้อ  นี่เราต้องไปคนเดียวอีกแล้วเหรอเนี่ย" ปริมพูด กับตัวเองพร้อมกับไปแต่งตัวและขับรถคู่ใจมุ่งหน้าไปยังห้างสรรพสินค้าชื่อดังในย่านใจกลางเมืองหลวงทันที 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 18 ครั้ง

1 ความคิดเห็น

  1. #1 ItsFreakingCool,man! (@Ariana_za555) (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 พฤศจิกายน 2561 / 10:05

    เธอจ๋า

    เราแนะนำว่า เธอควรจะแบ่งวรรคดีๆ

    แบ่งคำพูดตัวละครเป็นย่อหน้าย่อยไปเลย

    ทำแล้วสบายตาขึ้นเยอะเลยจ่ะ

    ลองดูนะ

    #1
    1
    • #1-1 Porn.nnnn (@P0rntip8136) (จากตอนที่ 1)
      22 พฤศจิกายน 2561 / 12:46
      ขอบคุณนะคะสำหรับคำแนะนำค่ะ
      #1-1