[NCT] "แจโดรักนี้ป่วยจิต" | JAEDO FT.TAETEN

ตอนที่ 5 : แจโดรักนี้ป่วยจิต (5) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 381
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    12 ก.พ. 60

Chapter 5

แจโดรักนี้ป่วยจิต (5)







               ผมเองก็รู้ดีอยู่หรอกนะว่ารุ่นพี่ดงยองเขาคงไม่ยอมลงมาหาผมง่าย ๆ ถ้าหากว่างานของเขายังไม่เสร็จ ผมถึงต้องมาตามหาตัวเขาที่ห้องแล็บตอนนี้ยังไงกันล่ะ

 

               แจฮยอนเอื้อมมือออกไปเปิดประตูห้องแล็บ ก่อนที่จะผลักมันเปิดเข้าไปในนั้น

 

               แกร๊ก!!!

 

               ทำไมห้องมืดแบบนี้ล่ะ?!

 

               ปลายนิ้วของของเด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มที่ข้างแก้มพลันกดลงบนสวิชท์ไฟที่ข้างประตูนั้นทันที

 

               แกร๊ก!!!

 

               แสงสว่างจากหลอดไฟที่กำลังติดขึ้นมาช่วยทำให้เด็กหนุ่มที่เดินเข้ามาภายในห้องสามารถมองเห็นทุกสิ่งอย่างได้อย่างชัดเจน

 

               พี่ดงยอง?!”

 

               ฮ...ฮือ...

 

               ทำไมลงไปนั่งอยู่ที่พื้นแบบนั้นล่ะ?เด็กหนุ่มตัวสูงที่เดินเข้ามาหยุดยืนอยู่ที่โต๊ะ มองเห็นเพียงแผ่นหลังของรุ่นพี่ที่กำลังนั่งกอดเข่าหลบอยู่ที่ใต้โต๊ะ

 

               จ...แจฮยอน...เจ้าของฟันกระต่ายค่อย ๆ หันหน้ากลับมาหาเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนที่เขารู้จักด้วยน้ำตาที่ไหลลงมาอาบแก้ม

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อค่อย ๆ ย่อตัวนั่งลงที่พื้นตรงนั้น ก่อนที่จะยื่นส่งปลายนิ้วมือออกไปจับปลายคางของดงยองให้เงยหน้าขึ้นมองสบตากับเขาอย่างอ่อนโยน

 

               พี่ร้องไห้ทำไม ไหนบอกผมหน่อยสิ?!”

 

               ฮือ...จ...แจฮยอน ดงยองพยายามกลั้นน้ำตาพร้อมกับก้อนสะอื้นเอาไว้ หากแต่มือทั้งสองข้างของเขายังคงกำรวบอยู่ที่ขากางเกงของตัวเองจนแน่นอยู่อย่างนั้น

 

               มีใครทำอะไรพี่งั้นเหรอ?

 

               ก็เรื่องที่ฉันผิดนัดกับนายน่ะสิ! แล้วยังจะเข้าใจผิดเรื่องของนายอีกตั้งหลายอย่าง?! ฮ...ฮือ...

 

               ห๊า?! เรื่องแค่นี้เองเนี่ยนะ? ที่ทำให้พี่ต้องมานั่งหลบอยู่เป็นลูกหมาแบบนี้!” เด็กหนุ่มตัวสูงแทบไม่อยากจะเชื่อว่ารุ่นพี่ดงยองคนที่เขาแอบชอบจะเป็นคนที่มีความรู้สึกอ่อนไหวได้ง่ายดายถึงขนาดนี้

 

               ฉ...ฉันขอโทษ แจฮยอน...

 

               อ๋า...พี่จะมาขอโทษผมทำไมกันล่ะ?! ไม่เอา ๆ หยุดร้องไห้ได้แล้วแจฮยอนยกแขนเสื้อของตัวเองขึ้นมาช่วยซับน้ำตาบนใบหน้าของรุ่นพี่อย่างอ่อนโยน

 

               ฮ...ฮือ...

 

               ผมบอกว่าให้หยุดร้องไห้ได้แล้ว

 

               ฮือ...ฉ...ฉันขอโทษ

 

               บางทีนี่อาจจะเป็นการแสดงความรู้สึกที่แท้จริงของพี่ดงยองที่เก็บอยู่ในใจของเขาก็ได้ เพราะว่าตอนนี้ผมกำลังรับรู้ความรู้สึกทั้งหมดนั้นได้เป็นอย่างดี

 

               ปลายนิ้วเรียวยาวของแจฮยอนยังคงช่วยปาดน้ำตาของดงยองที่ยังคงไหลออกมาอยู่นั้นให้ค่อย ๆ หมดไป ก่อนที่จะเอื้อมมือออกไปโอบรั้งรอบศรีษะกลมทุยของดงยองให้เข้ามาซบอยู่ที่หน้าอกเพื่อปลอบโยนให้เด็กหนุ่มรุ่นพี่คนนี้ได้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาบ้าง

 

               หยุดร้องไห้ได้แล้วนะพี่ดงยอง เสียงทุ้มต่ำที่ฟังดูนุ่มหูและอ่อนโยนของแจฮยอนกำลังหลอมละลายให้เด็กหนุ่มที่กำลังถูกโอบกอดอยู่นั้น ค่อย ๆ หยุดสะอื้นและหยุดร้องไห้ได้ในเวลาไม่นานนัก เด็กหนุ่มที่ยังคงซุกใบหน้าของตัวเองอยู่ในอ้อมกอดของแจฮยอนกลับยิ่งรู้สึกอบอุ่นขึ้นมาในหัวใจอย่างเต็มตื้นจนบอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูก นอกจากใบหน้าของเขาที่กำลังขึ้นสีแดงเรื่ออยู่อย่างนั้น

 

               ตั้งแต่วันแรกที่ผมได้เข้ามาเรียนในมหาลัย ผมก็พบว่ามีเด็กหนุ่มอีกมากมายที่ร่างกายของเขาดูแตกต่างไปจากผม พวกเขาดูแข็งแรงและดูตัวโตกว่าผมมาก ซึ่งนั่นก็เป็นเรื่องหนึ่งที่ทำให้ผมรู้สึกได้ถึงความกลัว ถึงแม้ว่าเด็กหนุ่มพวกนั้นจะไม่ได้เข้ามาทำร้ายผมก็ตามที แต่การที่พวกเขาเข้ามาใกล้ชิดกับผมหรือมาสัมผัสตัวผมอย่างที่ไม่ทันได้ตั้งตัวแบบนั้น มันยิ่งทำให้ผมรู้สึกกลัวมากขึ้นไปกว่าเดิมอีก

 

               ผมจึงเลือกที่จะสร้างกำแพงขวางกั้นเอาไว้ระหว่างตัวของผมเองกับเด็กหนุ่มทุกคนที่เข้ามาใกล้ รวมไปถึงแจฮยอนเองก็เป็นหนึ่งในนั้นด้วย ผมเปลี่ยนนิสัยของตัวเองไม่ได้ นิสัยที่เป็นมาตั้งแต่เด็กที่ไม่ยอมให้ใครได้สัมผัสตัวผมได้เลยสักนิด แต่ว่าแจฮยอนเขาไม่เคยยอมแพ้สักครั้งเลย ไม่ว่ายังไงเขาก็จะพยายามหาทางเข้ามาใกล้ชิดกับผม หาทางที่จะได้ทำความรู้จักกับผม แม้ว่าวิธีการที่เขาเข้ามาหาผมในหลายรูปแบบนั้น มันจะดูแปลกอยู่สักหน่อยก็ตามที

 

               แต่ว่าตอนนี้ผมรู้แล้วว่าทุกสัมผัสที่เป็นแจฮยอน ผมไม่เคยรู้สึกต่อต้านมันเลยสักนิด ตรงกันข้ามแล้วผมกลับมีความต้องการให้เขาสัมผัสร่างกายของผมมากขึ้นไปกว่าเดิมอีกอย่างที่บอกไม่ถูก

 

               พี่ดงยอง หยุดร้องไห้แล้วใช่มั้ย?!” เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มผละอ้อมกอดออกจากเด็กหนุ่มที่อยู่ตรงหน้า ก่อนที่จะดึงแก้มสองข้างนั้นของดงยองให้ยืดออกจนมองเห็นใบหน้าที่ดูตลกปนน่ารัก

 

               อ๊า...ฉันเจ็บนะ?!”

 

               ผมบอกตัวเองไม่ได้เหมือนกันว่าทำไมผมถึงมีความสุขทุกครั้งเวลาที่แจฮยอนสัมผัสตัวผมแบบนี้

 

               พี่เจ็บงั้นเหรอ?

 

               อ๋า...ก็ใช่น่ะสิ!”

 

               เด็กหนุ่มตัวสูงยังคงหยอกล้อเล่นอยู่กับพวงแก้มของดงยองไปมาอย่างสนุกมือ ก่อนที่จะรู้สึกตัวอีกทีใบหน้าของเขาเองก็เริ่มแดงขึ้นมาเพราะความคิดไม่ซื่อของตัวเองในที่สุด

 

               เฮ้อ! จริง ๆ เลยนะ พี่ดงยองเนี่ย?! ทำไมถึงได้มีหน้าตาที่น่ารักขนาดนี้?!”

 

               ห๊า?! พูดบ้าอะไรของนายอีกเนี่ย?!”

 

               ต่อให้พี่กงมยองจะห้ามผมขนาดไหนก็ตาม ผมก็จะไม่สนใจมันอีกแล้ว แจฮยอนรั้งแขนของดงยองให้ขยับตัวเข้ามาใกล้ตัวเขามากขึ้นอีกนิด ก่อนที่เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายจะต้องยอมเปลี่ยนท่านั่งมาเป็นคร่อมอยู่บนหน้าตักของเด็กหนุ่มตัวสูงแบบที่ตัวของเขาเองแทบจะขยับไปไหนไม่ได้อีกแล้ว

 

               พี่กงมยองทำไมงั้นเหรอ?ดงยองเอ่ยถามออกไปในขณะที่เด็กหนุ่มอีกคนรั้งแขนทั้งสองข้างโอบเอาไว้รอบเอวบางนั้น

 

               ไม่มีอะไรหรอกฮะ

 

               อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ!” เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่กำลังถูกรวบกุมข้อมือ พลันร้องห้ามออกมาด้วยความตกใจเมื่อใบหน้าของแจฮยอนยื่นเข้ามาใกล้จนเกือบจะได้หอมแก้มของเขาในวินาทีนั้นอยู่แล้ว

 

               พี่ไม่ต้องถามอะไรผมอีกแล้วนะ รู้มั้ยว่าผมยืนรอพี่อยู่ข้างล่างนั่นนานแค่ไหนแล้ว?

 

               จ...แจฮยอน...


CUT


               อืม...ดงยองค่อย ๆ ลืมตาตื่นขึ้นมาในห้องที่เขาไม่ค่อยรู้สึกคุ้นตาเลยสักนิด

 

               ตื่นแล้วงั้นเหรอ?เด็กหนุ่มตัวสูงที่นั่งพิงแผ่นหลังอยู่ที่หัวเตียงนอนหันหน้ามาถามรุ่นพี่ที่เผลอหลับไปครู่ใหญ่

 

               นี่มันกี่โมงแล้วเนี่ย?!” เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายพลันดีดตัวเองให้ลุกขึ้นนั่งรีบถามออกไปด้วยความสะดุ้งตกใจหลงนึกว่าหลับเพลินจนข้ามวันไปแล้ว

 

               ยังไม่ถึงเที่ยงคืนเลย?  ผมหิวแล้วอ่ะ สั่งอะไรมากินกันดีมั้ย?!” แจฮยอนพลิกดูเมนูอาหารที่เขากำลังถือดูอยู่ในมือ

 

               เอ๋?!”

 

               ห๊า?! นี่ผมอยู่ที่โรงแรมกับแจฮยอนจริง ๆ เหรอเนี่ย?!

 

               พี่ดงยองกินอะไรดี?

 

               เอ่อ...นายเลือกให้ฉันเลยก็แล้วกันนะ แต่ฉันขอใช้โทรศัพท์ก่อนดงยองเอื้อมมือไปหยิบมือถือของแจฮยอนที่วางอยู่ตรงหัวเตียงนั้นขึ้นมาก่อนกดเบอร์ที่เขาจำได้ขึ้นใจเป็นอย่างดี

 

               อย่าบอกนะว่าพี่กำลังจะโทรไปหาพี่กงมยองน่ะ?!”

 

               ก็ใช่น่ะสิ!”

 

               เด็กหนุ่มตัวสูงที่ได้ยินคำตอบนั้น พลันพลิกร่างขึ้นมาคร่อมทับร่างของเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายกดข้อมือเอาไว้เหนือศรีษะทันที

 

               ถ้างั้นผมก็ไม่ยอมให้พี่ใช้มือถือของผมหรอกนะ!”

 

               ฉันก็แค่จะบอกกับเขาว่าคืนนี้ฉันไม่กลับบ้านก็แค่นั้นเอง

 

               คำตอบของเด็กหนุ่มรุ่นพี่ทำให้แจฮยอนถึงกับหน้าขึ้นสียอมปล่อยมือออกจากข้อมือของดงยองให้เป็นอิสระและยอมให้เขาใช้มือถือโทรกลับไปที่บ้านตามความต้องการนั้นในที่สุด

 

               พี่กงมยอง?!”

 

               (ดงยองเหรอ?! แล้วนี่เบอร์ใคร?! ทำไมนายยังไมกลับบ้านอีกห๊า?!)

 

               พอดีผมออกมาเที่ยวกับเพื่อนน่ะ

 

               (เพื่อนคนไหน? อย่าบอกนะว่าไปกับแจฮยอน?!)

 

               พี่ฮะ ผมโตแล้วนะ ผมดูแลตัวเองได้ อีกอย่างถ้าเป็นแจฮยอนแล้ว พี่ก็ไม่ต้องเป็นห่วงไปหรอกนะ เพราะว่าตอนนี้แจฮยอนเขาเป็นคนพิเศษของผมแล้ว

 

               (!!!)

 

               พี่ช่วยเข้าใจความรู้สึกของผมหน่อยได้มั้ย?!”

 

               (...)

 

               ได้มั้ยฮะ? ผมขอร้อง?! แค่เรื่องนี้เรื่องเดียวที่ผมอยากจะขอกับพี่จริง ๆ

 

               (เอ่อ...อืม! ก็ได้ พี่จะตามใจนายก็แล้วกัน)

 

               ขอบคุณฮะ

 

               (ยังไงก็ตามนายต้องดูแลตัวเองให้ดีด้วยล่ะ เข้าใจใช่มั้ย?!)

 

               ครับ ผมเข้าใจครับ ฝันดีนะฮะ

 

               (โอเค บาย)

 

               หรือว่าดงยองจะโตเป็นผู้ใหญ่แล้วจริง ๆ นะ?!

 

               กงมยองได้แต่นั่งครุ่นคิดอยู่ลำพังเพียงคนเดียวหลังจากที่กดวางสายของดงยองไปแล้ว เขาคงจะต้องปล่อยให้ทุกอย่างเป็นไปตามความต้องการของน้องชายตัวเองแล้วสินะ ที่เด็กหนุ่มอย่างดงยองควรจะได้เรียนรู้การใช้ชีวิตและเติบโตขึ้นมาตามเส้นทางเดินที่เขาเลือกด้วยตัวเองได้แล้ว

 

.

.

 

               ขอบใจที่ให้ฉันยืมมือถือนะ ดงยองหันมาส่งยิ้มอย่างโล่งอก ก่อนยื่นมือถือคืนไปให้กับเด็กหนุ่มตัวสูงที่กำลังนั่งใช้มือปิดหน้าของตัวเองเพราะความรู้สึกเขิน

 

               ที่พี่คุยกับพี่กงมยองทั้งหมดน่ะ พี่พูดออกมาจริง ๆ ใช่มั้ย?

 

               หืม?! ทำไมนายต้องหน้าแดงแบบนั้นด้วยล่ะ?!”

 

                ก็เป็นเพราะคำพูดของพี่นั่นแหล่ะ! ยังจะมีหน้ามาถามผมอีก?!”

 

               แจฮยอนพลันพลิกหมุนตัวของเขาให้ขึ้นคร่อมทับร่างของเด็กหนุ่มรุ่นพี่ที่ชอบทำหน้าตาอินโนเซ้นต์อยู่ตลอดเวลาในทันที

 

               อ๊ะ! เดี๋ยวก่อนสิ! นี่นายไม่หิวแล้วอย่างนั้นเหรอ?

 

               ผมไม่หิวแล้ว แต่ผมจะกลืนกินพี่ให้หมดทั้งตัวเลยต่างหากล่ะ

 

               อ๊ะ...อือ...





(100%)


#นอนรอคนอ่าน

#แจโดรักนี้ป่วยจิต









   
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #22 ploy wty (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:13
    แจมันขี้เขิน แต่จะเขินแล้วจับดงยองกดทุกครั้งไม่ได้นะ พี่เขาช้ำหมด
    #22
    0
  2. #10 wnxnff (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 20:36
    อร้ากกกกกกกกกก๐_๐กรีดร้อง!!!
    #10
    0
  3. #9 AIGA_ss (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2560 / 13:55
    -////- เขิน 55555
    #9
    0