[NCT] "แจโดรักนี้ป่วยจิต" | JAEDO FT.TAETEN

ตอนที่ 4 : แจโดรักนี้ป่วยจิต (4) (100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 228
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 9 ครั้ง
    5 ก.พ. 60

Chapter 4

แจโดรักนี้ป่วยจิต (4)





               หืม?! เช้าแล้วเหรอ?

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่พึ่งลืมตาตื่นขึ้นมาและยังคงนอนนิ่งอยู่บนโซฟาตัวใหญ่นั้น ค่อย ๆ ปรับสายตาของตัวเองให้รับกับแสงสว่างที่กำลังสาดส่องเข้ามาภายในห้องแล็บ ก่อนที่เจ้าตัวจะได้สตินึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับตัวเองเมื่อคืนก่อนขึ้นมาได้

 

               ห๊า?!”

 

               เด็กหนุ่มที่จดจำเรื่องราวทุกสิ่งทุกอย่างได้อย่างละเอียดแม้กระทั่งความรู้สึกสุดท้ายของตัวเองที่ได้มีความสุขกับเด็กหนุ่มอีกคนหนึ่งอย่างที่บอกออกมาเป็นคำพูดไม่ถูกนั้น พลันดีดตัวเองให้ลุกขึ้นนั่ง บนโซฟาพร้อมกับก้มมองดูร่างกายของตัวเองด้วยความรู้สึกที่ตื่นตระหนกปนตกใจ

 

               เสื้อผ้าก็ยังอยู่ครบดีนี่นา?! หรือว่าเราจะคิดมากเกินไป จนเก็บเอาไปฝันเป็นเรื่องราวบ้าบอคอแตกแบบนั้นขึ้นมาได้?!

 

               ตื่นแล้วเหรอครับ?!” เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มที่ข้างแก้ม ค่อย ๆ ยื่นฝ่ามือของตัวเองออกไปวางไว้บนหัวทุย ๆ ของดงยอง ก่อนที่จะไล้ปลายนิ้วแทรกเข้าไปในระหว่างเส้นผมของเด็กหนุ่มรุ่นพี่ที่พึ่งตื่นนอนด้วยความรู้สึกรักใครเอ็นดูอย่างที่สุด

 

               แจฮยอน?!”

 

               ทำไมพี่ต้องตกใจขนาดนั้นด้วยล่ะ?!”

 

               ก...ก็...เด็กหนุ่มที่พูดอะไรไม่ออกอยู่นั้นเริ่มเข้าใจแล้วว่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นกับเขาทุกอย่างเมื่อคืนนี้มันคือเรื่องจริง

 

               คลาสเรียนของพี่มันเริ่มไปนานมากแล้วนะครับ?!”

 

               ห๊า?! นี่ฉันหลับเพลินขนาดนั้นเลยเหรอเนี่ย?!” ดงยองรีบคว้ากรอบแว่นของตัวเองที่วางอยู่บนโต๊ะขึ้นมาใส่ หากแต่ใบหน้าของเขากลับต้องขึ้นสีแดงเรื่อเมื่อฝ่ามือที่อบอุ่นของแจฮยอนยังคงลูบไล้เส้นผมที่ดูยุ่งเหยิงอยู่บนหัวของดงยองให้เข้าที่เข้าทางและดูเป็นทรงอยู่อย่างอ้อยอิ่ง

 

               ผมของพี่มันดูยุ่งไปหมดเลย! รู้ตัวบ้างมั้ย?!” แจฮยอนเอ่ยปากท้วงขึ้นมาด้วยน้ำเสียงที่ตั้งใจจะล้อเลียนเด็กหนุ่มอีกคนที่พึ่งจะตื่นนอนแต่ทุกอย่างที่เป็นดงยองกลับยังคงดูน่ารักได้มากมายถึงขนาดนี้ สองมือเปล่าของแจฮยอนยังคงเซ็ทผมให้กับดงยองต่อไปด้วยความรู้สึกที่อยากจะทำให้รุ่นพี่คนนี้จากใจจริง

 

               แจฮยอน...

 

               เดี๋ยวผมจะกลับบ้านไปเปลี่ยนชุดก่อนนะ ถ้ากลับมาถึงแล้วหวังว่าพี่คงจัดการกับทรงผมของตัวเองให้มันดูดีได้มากกว่านี้! โอเคมั้ย?เด็กหนุ่มตัวสูงพูดกับดงยองแบบแกมบังคับ ก่อนละฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาออกมาคว้ากระเป๋าเป้ของตัวเองขึ้นสะพายไว้บนหัวไหล่

 

               เอ่อ...แจฮยอน?!”

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของชื่อจำเป็นต้องเอี้ยวตัวกลับมามองดูรุ่นพี่คนเดิมอีกครั้งเมื่อถูกเรียกรั้งตัวเอาไว้

 

               ขอบใจมากเลยนะ ที่ช่วยฉันเรื่องงานวิจัยน่ะ

 

               ไม่ต้องขอบคุณผมหรอกฮะ เรื่องแค่นี้เอง แต่ว่าคำพูดที่พี่พูดมันออกมาเมื่อกี้นี้เนี่ย มันออกมาจากใจของพี่จริง ๆ หรือเปล่านะ? เมื่อก่อนผมไม่เคยเห็นพี่จะยอมพูดด้วยดี ๆ แบบนี้สักคำเลย?!”

 

               ฉันหมายความตามที่พูดออกไปแบบนั้นจริง ๆ นะ

 

               จริงแน่นะ?!”

 

               ก็จริงน่ะสิ!”

 

               ถ้าอย่างนั้น...ครั้งหน้าเราค่อยมาต่อเรื่องเมื่อคืนนี้กันอีกนะ?!” เด็กหนุ่มตัวสูงที่ชอบแกล้งแหย่รุ่นพี่อย่างดงยองพลันโน้มตัวยื่นหน้าเข้าไปพร้อมกับกดริมฝีปากบางของเขาให้จูบลงบนผิวแก้มนุ่มของเด็กหนุ่มที่ยืนส่งแจฮยอนอยู่ตรงหน้าอย่างอ่อนโยน

 

               จ๊วฟ!!!

 

               เอ๋?!”

 

               แล้วเจอกันนะครับ รุ่นพี่ดงยอง

 

               อ๋า?!” เด็กหนุ่มรุ่นพี่ที่เป็นฝ่ายถูกจู่โจมพลันต้องรีบยกมือของตัวเองขึ้นมากุมแก้มของตัวเองเอาไว้ด้วยความรู้สึกที่เขินอายจนหน้าขึ้นสีไล่ลามไปจนถึงใบหูทั้งสองข้างแบบที่มันร้อนผ่าวไปหมด

 

               เรื่องทั้งหมดที่เกิดขึ้นเมื่อคืนนี้ มันไม่ใช่ความฝันอย่างนั้นสินะ ความรู้สึกที่ได้ปลดปล่อยความสุขทั้งหมดนั้นออกมา ผมกลับจำมันได้อย่างชัดเจนถึงความร้อนผ่าวที่ออกมาจากร่างกายในตอนนั้น

 

.

.

 

               นี่มันเกิดเรื่องบ้าอะไรขึ้นมากับผมกันแน่เนี่ย?! ตั้งแต่คืนนั้นที่แจฮยอนช่วยทำให้ผมมีความสุขด้วยกันแบบนั้น เพียงแค่ผมหลับตาลงภาพของแจฮยอนก็ยิ่งปรากฏขึ้นมาให้ผมมองเห็นเขาได้อย่างชัดเจนอยู่ในหัวทันที นี่ผมกำลังรู้สึกหวั่นไหวให้กับเด็กคนนั้นอยู่อย่างนั้นเหรอ? ผมถึงเอาแต่คิดถึงเรื่องของเขาอยู่ในหัวอยู่ได้ตลอดเวลาแบบนี้?!

 

                ดงยองเอาแต่นั่งกอดหมอนแนบหน้าอกจนแน่นอยู่บนที่นอนของตัวเอง ก่อนที่จะซุกหน้าลงไปเพราะความขลาดเขินกับความคิดวนเวียนของเขาเรื่องแจฮยอนอยู่แบบนั้น

 

               แต่ทำไมเราถึงไม่รู้สึกรังเกียจตอนที่แจฮยอนเขาสัมผัสร่างกายของเราแบบนั้นเลยล่ะ?!

 

               ฝ่ามือของดงยองที่กำลังสัมผัสอยู่ที่ตรงกางเกงนอนนั้นกลับยิ่งทำให้เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายต้องครุ่นคิดอย่างหนัก

 

               ตั้งแต่ตอนเป็นเด็กแล้วที่ผมมักจะมีปัญหากับเพื่อนใหม่ทุกคนที่พยายามเข้ามาตีสนิทด้วย ผมจะมีความรู้สึกที่ไม่ค่อยสบายใจเลย ถ้าหากว่ามีใครต้องการที่จะมาสัมผัสร่างกายของผม แม้แต่คุณครูประจำชั้นเองที่อยากจะกอดผมในตอนนั้น ผมเองก็ยังตอบปฏิเสธออกไปตรง ๆ แบบนั้นเลย

 

.

.

 

               เด็กหนุ่มฟันกระต่ายที่ตื่นนอนตั้งแต่เช้ากำลังตระเตรียมอาหารอยู่ในครัวด้วยความตั้งใจ ก่อนที่จะเผลอคิดถึงเรื่องของเด็กผู้ชายอีกคนหนึ่งอยู่ในหัววนเวียนไปมาไม่ยอมหยุด

 

               ดงยอง?!”

 

               ...

 

               ดงยอง?!”

 

               ห๊ะ?! ครับ! พี่กงมยอง

 

               น้ำซุปเดือดจนจะล้นหม้ออยู่แล้วนะ?!” พี่ชายที่พึ่งเดินเข้ามาถึงในครัวช่วยหรี่ไฟบนเตาแก๊สลงเมื่อได้ยินเสียงน้ำเดือดดังอยู่นานโดยไม่มีทีท่าว่าน้องชายของตัวเองจะเอื้อมมือมาปิดมันสักที

 

               ใจลอยคิดอะไรอยู่งั้นเหรอ?

 

               ป...เปล่าหรอกฮะ

 

               ช่วงนี้พวกเราไม่ค่อยได้คุยกันเลยนะ?! มีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับนายหรือเปล่า?!”

 

               ไม่มีอะไรหรอกฮะ ดงยองยังคงเลี่ยงหลบสายตาที่ต้องมองสู้หน้ากับพี่ชายของตัวเองเพราะว่าเขาเริ่มมีบางอย่างที่ไม่สามารถเล่าให้พี่ชายของตัวเองฟังได้อีกแล้ว

 

               แล้วนั่นกำลังจะทำอะไรน่ะ?

 

               ผมก็กำลังจะตักซุปใส่ถ้วยเตรียมเอาไว้ยังไงล่ะฮะ

 

               แต่ที่นายกำลังถืออยู่มันคือตะหลิวไม่ใช่เหรอ?!”

 

               อ๊ะ! จริงด้วยสิ! ผมนี่ไม่ไหวเลยจริง ๆ นะ จะหยิบทัพพีดันเผลอคว้าเอาตะหลิวขึ้นมาแทนซะได้ เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่ยืนใจลอยยังคงพูดแก้ตัวออกไปแบบน้ำขุ่น ๆ

 

               นายมีปัญหาอะไรกับเด็กคนนั้นหรือเปล่า?!”

 

               เอ๋?!”

 

               คนที่นายเคยพามาที่บ้านครั้งก่อนน่ะ?!”

 

               ผมไม่มีปัญหาอะไรกับแจฮยอนหรอกฮะ

 

               ...

 

               พี่กงมยอง สิ่งที่พี่เคยพูดกับผม ผมยังจำได้ขึ้นใจ ผมจะไม่มีทางใช้ชีวิตที่ผิดพลาดเหมือนอย่างที่ผ่านมาอีกแล้ว พี่กงมยองสบายใจได้เลยฮะ

 

               งั้นก็ดีแล้วล่ะ แต่ว่าถ้ามีเรื่องอะไรเกิดขึ้นกับนายก็ให้รีบบอกฉันทันทีเลยนะ ตกลงมั้ย? พี่ชายของดงยองยกฝ่ามือขึ้นลูบผมบนหัวทุย ๆ ของน้องชายด้วยความรู้สึกที่เป็นห่วง

 

               แต่ว่าพี่จะให้ผมเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นระหว่างผมกับแจฮยอนในคืนนั้นให้พี่ฟังได้ยังไงกันล่ะ?! ผมคงจะเล่าให้พี่ฟังไม่ได้หรอกนะฮะ!

 

.

.

 

               ถ้าเป็นเมื่อก่อนเวลาที่แจฮยอนมาเข้าใกล้ผม ผมเองก็จะรู้สึกไม่ค่อยชอบใจเท่าไหร่

 

               แต่ว่าตอนนี้...

 

               ความรู้สึกชองผมมันเปลี่ยนไป ผมอยากรู้จักตัวตนที่แท้จริงของเขาให้มากขึ้นกว่านี้ แต่ผมก็ทำได้แค่คอยแอบมองดูเขาอยู่แบบนี้ยังไงกันล่ะ!

 

               ดงยองเลือกนั่งกินข้าวในโรงอาหารแบบที่โต๊ะอยู่ห่างออกมาจากโต๊ะของแจฮยอนพอสมควร แต่ก็ไม่ไกลเกินไปสำหรับการที่จะได้มองเห็นหน้าของเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนที่เขาเอาแต่คิดถึงอยู่ในหัวสมองตลอดเวลาแบบนี้

 

               ผมไม่เคยรู้มาก่อนเลยว่าแจฮยอนเขาจะมีผู้หญิงหลายคนเข้ามาให้ความสนใจและรายล้อมอยู่รอบตัวเขามากมายขนาดนี้!

 

               แล้วก็ดูเหมือนกับว่าแจฮยอนเองก็รู้สึกว่าการแตะเนื้อต้องตัวกันอย่างใกล้ชิดแบบนั้นมันเป็นเรื่องที่ปกติเสียด้วยสิ!

 

               คงเป็นเพราะแบบนี้สินะ! เขาถึงกล้าทำเรื่องอะไรพรรค์นั้นกับเราได้อย่างที่ไม่รู้สึกขลาดเขินอะไรเลยสักนิด

 

               เอ๋?! นี่เรากำลังคิดเรื่องบ้าอะไรอยู่กันเนี่ย?

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของลักยิ้มที่ทันรู้สึกตัวว่าเขากำลังถูกเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายจ้องมอง พลันรีบลุกขึ้นยืนแล้วเดินเข้ามาหาเป้าหมายที่เขามองเห็นในทันที

 

               ดงยองที่สายตาของเขาสบประสานเข้ากับสายตาของแจฮยอนในวินาทีนั้น กลับต้องเป็นฝ่ายที่ลุกขึ้นยืนพร้อมกับหันหลังเดินหนีออกไปจากโรงอาหารทั้งอย่างนั้น

 

               กำลังจะไปไหนเหรอครับ พี่ดงยอง?!” ฝ่ามือของแจฮยอนที่เอื้อมออกไปคว้าดึงหมวกที่ติดอยู่กับเสื้อฮู้ดของดงยอง ทำให้เด็กหนุ่มที่กำลังคิดหนีต้องเกือบหงายหลังกลับมาหาเด็กหนุ่มตัวสูงอยู่ในอ้อมกอด

 

               อ๊ะ?!”

 

               พี่กำลังคิดจะหนีผมอยู่งั้นเหรอ?

 

               ฉันจะทำแบบนั้นทำไมกันล่ะ!”

 

               ก็ผมเห็นอยู่นี่ครับ

 

               บอกว่าไม่ได้หนีก็คือไม่ได้หนีสิ!”

 

               อ๋า...งั้นเหรอ?

 

               นายมีอะไรกับฉันหรือเปล่า?

 

               ช่วงนี้พี่ดงยองเริ่มว่างแล้วใช่มั้ย?

 

               หืม?

 

               จำไม่ได้หรือไงครับเรื่องที่ผมเคยคุยเอาไว้ครั้งสุดท้ายที่เราเจอกันที่ห้องแล็บน่ะ?

 

               หืม?! เรื่องอะไรงั้นเหรอ?

 

               อย่ามาทำเป็นแกล้งลืมกันง่าย ๆ แบบนี้สิครับ?! นี่ผมเอาจริงนะ! และผมเองก็ไม่สนใจด้วย ถ้าเกิดว่าผมจะต้องพาพี่เข้าโรงแรมกลางวันแสก ๆ แบบนี้!” เด็กหนุ่มตัวสูงที่โน้มใบหน้าเข้าไปใกล้กับใบหูของดงยอง พลันเอ่ยปากทบทวนถึงคำพูดสุดท้ายของเขาที่ห้องแล็บในเช้าอีกวันหลังจากที่อยู่ช่วยดงยองทำงานวิจัยในคืนวันนั้น

 

               โรงแรมบ้าอะไรกันล่ะ!” ด้วยความตกใจของดงยองกับสิ่งที่ได้ยินออกมาจากปากของแจฮยอนทำให้เขาเผลอพูดออกมาจนส่งเสียงดังอย่างลืมตัว

 

               ห้ามใช้ข้ออ้างกับผมด้วย ประมาณว่าวันนี้พี่โดดเรียนคาบนี้ไม่ได้จริง ๆ? แบบนั้นผมไม่โอเคหรอกนะ!”

 

               นายนี่มัน...

 

               เฮ้ย! ไอ้แจ้! โรงแรมอะไรกันวะ?!” เด็กหนุ่มเสียงทุ้มที่เดินตามหาตัวแจฮยอนอยู่นานรีบเอ่ยถามออกไปในสิ่งที่เขาได้ยินอยู่เต็มสองหูเมื่อสักครู่นี้

 

               เจ้าของชื่อกับเด็กหนุ่มที่ใบหน้าของเขากำลังขึ้นสีพลันหันหลังไปมองเด็กหนุ่มเสียงทุ้มผู้มาเยือนในทันที

 

               จะพูดอะไรก็ลด ๆ เสียงลงหน่อยสิ! เมื่อกี้นี้พวกนายเสียงดังมากเลยนะ ขนาดฉันเองยังตกใจเลย!”

 

               ปล่อยฉันสักทีสิ?!” ดงยองพยายามดิ้นตัวเองให้หลุดจากการเกาะกุมของเด็กหนุ่มตัวสูงที่หันไปมองดูรุ่นพี่ของเขา

 

               นี่แกกำลังทำอะไรอยู่วะ? อย่าบอกนะว่ามีเรื่องสนุกแกล้งดงยองอีกแล้วน่ะ?

 

               ใครว่าล่ะเฮีย พวกเรากำลังจะออกไปฟีชเจอริ่งด้วยกันข้างนอกต่างหากล่ะ!”

 

               จะบ้าหรือไง?! ใครบอกว่าจะไปนายกันล่ะ?!” เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายรีบเปิดปากพูดท้วงพร้อมกับสะบัดแขนของเขาเพื่อให้หลุดออกจากฝ่ามือของแจฮยอน

 

               ห๊า?! นี่พวกนายสองคนไปถึงขั้นไหนกันแล้วเนี่ย? เฮียชักจะตามไม่ทันแล้วนะเว้ย?!”

 

               พี่ดงยอง?!” แจฮยอนรีบทำเสียงดุพร้อมกับหันมาหาเด็กหนุ่มที่ยังคงสะบัดข้อมืออยู่อย่างนั้น ก่อนเพิ่มแรงบีบข้อมือให้แน่นขึ้นไม่ยอมปล่อยให้ดงยองหลุดมือหนีเขาไปจากตรงนี้ได้

 

               อะไรของนายเนี่ย? ฉันเจ็บนะ!”

 

               เด็กหนุ่มเสียงทุ้มที่เฝ้ามองดูเหตุการณ์มาได้สักพักหนึ่งแล้ว เข้าใจความคิดและความรู้สึกของเด็กหนุ่มรุ่นน้องคนสนิทของเขาได้ในทันที

 

               ถึงแม้ว่าแจฮยอนจะเคยพูดปฏิเสธเขาว่าไม่ได้ชอบดงยอง แต่ดูเหมือนว่าการกระทำของเขากลับตรงกันข้ามและเจ้าตัวเองต่างหากที่ยังพยายามโกหกตัวเองอยู่อย่างนั้น

 

               เด็กหนุ่มเสียงทุ้มที่กำลังกลายเป็นส่วนเกิน รีบเดินเข้ามาจับหัวไหล่ทั้งสองข้างของดงยองพร้อมกับเปิดปากพูดออกมาด้วยสีหน้าท่าทางที่จริงจังและมีความหวังแอบแฝงอยู่ในใจลึก ๆ

 

               งั้นฉันขอฝากไอ้แจ้ให้นายช่วยดูแลมันด้วยก็แล้วกันนะ

 

               ห๊า?!” ดวงตาของดงยองพลันเบิกกว้างอย่างรู้สึกมึนงงสับสนกับพูดของเด็กหนุ่มเสียงทุ้มที่ยืนอยู่ตรงหน้าไปคนนี้

 

               นายไม่ต้องกังวลไปหรอกนะ ไอ้แจ้ มันไม่ใช่เด็กที่นิสัยเลวร้ายอะไรหรอก ฉันเอาหัวเป็นประกันได้

 

               เดี๋ยวก่อนสิ?!” ดงยองอยากเคลียร์เรื่องทุกอย่างให่มันชัดเจนมากกว่านี้ แต่ก็ไม่ทันเด็กหนุ่มตัวสูงที่ยังคงจับข้อมือของเขาเอาไว้จนแน่นอยู่ดี

 

               เฮียรีบปล่อยมือจากพี่ดงยองเดี๋ยวนี้เลยนะ!” น้ำเสียงของแจฮยอนที่แทบจะกลายเป็นคำสั่งดังขึ้นมาพร้อมกับสายตาของเขาที่ทอดมองดูฝ่ามือของแทยงที่ยังคงวางอยู่บนหัวไหล่ของดงยองอยู่อย่างนั้น

 

               ฉันคงหมดห่วงเรื่องความรักของไอ้แจ้ได้สักที ยังไงซะก็ขอให้นายสองคนฟีชเจอริ่งกันไปนาน ๆ เลยนะเว้ยอีแทยงผละฝ่ามือทั้งสองข้างของเขาออกมา ก่อนเดินจากไปพร้อมกับโบกมือลาให้กับเด็กหนุ่มสองคนที่ยังคงยืนคุยกันอยู่ที่เดิมตรงนั้น

 

               พูดบ้าอะไรของเฮียน่ะ?!” แจฮยอนตะโกนไล่หลังตามส่งออกไปแบบที่ใบหน้าของเขาเองก็เริ่มเปลี่ยนสี ก่อนจะยอมละสายตาหันกลับมาจัดการกับเด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่ยืนอยู่ตรงหน้า

 

               เมื่อกี้นี้เราถึงไหนกันแล้วนะ?แจฮยอนเอ่ยถามดงยองแบบที่รู้สึกเป็นฝ่ายขลาดเขินเองบ้าง

 

               เดี๋ยวก่อน! ทำไมนายถึงพูดกับแทยงว่าเราสองคนกำลังจะออกไปฟีชเจอริ่งกันข้างนอกแบบนั้นด้วยล่ะ?!”

 

               นั่นก็เพราะว่า...

 

               ...

 

               เอ่อ...

 

               ...

 

               สายตาของดงยองยังคงมองจ้องลึกเข้าไปในแววตาของเด็กหนุ่มรุ่นน้องอย่างคาดหวังที่จะได้ยินคำตอบที่มันชัดเจนกว่านี้ถึงความสัมพันธ์ของพวกเขา

 

               ปากแจ้มันไวน่ะ บางที่ก็พูดอะไรออกไปไม่ทันได้คิดหรอก เป็นเพราะพี่นั่นแหล่ะ ถ้าคืนนั้นพี่ไม่เผลอหลับอยู่ในห้องแล็บแบบนั้น พวกเราก็คงจะ...

 

               พวกเราก็คงจะ...

 

               เอ่อ...ไม่รู้ล่ะ วันหยุดครั้งหน้าของพี่น่ะ พี่ต้องทำตัวให้ว่างสำหรับผมด้วยนะ เข้าใจหรือเปล่า?!”

 

               ห๊า?!”

 

               แล้วก็ห้ามบอกเรื่องนี้ให้พี่กงมยองรู้เป็นอันขาด เข้าใจใช่มั้ย?!”

 

               เอ่อ...

 

               แค่นี้แหล่ะที่ผมจะบอกกับพี่ ผมรีบไปเรียนก่อนนะ

 

               เดี๋ยวก่อนสิ!”

 

               แล้วแบบนี้ผมต้องทำยังไง? ถึงแม้ว่าบางครั้งผมก็แอบรู้สึกกลัวกับการที่จะต้องอยู่กับแจฮยอนสองต่อสอง แต่ผมเองก็ยังหวังให้วันหยุดวันนั้นได้มาถึงเร็วที่สุดอยู่ดี

 

.

.

 

               สุดท้ายผมก็ไม่ได้ลงไปเจอกับแจฮยอนตามเวลาที่นัดกันเอาไว้

 

               พี่ต้องลงมาหาผมตอนห้าโมงเย็นนะ

 

               ติ๊ก! ติ๊ก! ติ๊ก!

 

               ดงยองเอี้ยวใบหน้าหันไปมองดูนาฬิกาที่กำลังเดินอยู่ตามหน้าที่ของมันบนผนังห้องแล็บ

 

               นี่มันก็เลยเวลานัดมาตั้งสิบห้านาทีแล้ว ผมเองก็อดคิดไม่ได้เหมือนกันว่ามันจะมีอะไรเกิดขึ้นกับผมตามมาอีกหรือเปล่า? แต่ก็ช่างมันเถอะนะ?!

 

               RRRrrrrr

 

               สวัสดีครับ

 

               (โล่งอกไปทีที่นายยังอยู่ที่ห้องแล็บนะ ดงยอง)

 

               มีอะไรหรือเปล่าครับ? ด็อกเตอร์

 

               (คือว่าฉันอยากจะได้ข้อมูลบางอย่างแบบด่วนมากเลย นายช่วยส่งมันมาให้ฉันทางอีเมลล์หน่อยจะได้มั้ย?)


               ได้แน่นอนครับ ด็อกเตอร์ไม่ต้องเป็นห่วง เดี๋ยวผมจัดการให้เอง

 

               (ขอบใจมากนะ)

 

               ถึงแม้ว่าดงยองจะรับปากไปตามที่พูด แต่สายตาของเขากลับเอาแต่จ้องมองดูเข็มนาฬิกาที่กำลังบอกเวลาว่ามันเลยห้าโมงเย็นมากว่าสีสิบนาทีแล้ว

 

.

.

 

               บ้าเอ๊ย! รุ่นพี่ดงยองหายหัวไปอยู่ที่ไหนกันเนี่ย?! บอกแล้วไงว่าจะรออยู่ข้างล่างตอนห้าโมงเย็นไม่ใช่เหรอ นี่ก็เกือบจะท่มนึงอยู่แล้วนะ?!”

 

               เด็กหนุ่มตัวสูงที่กำลังรู้สึกหงุดหงิดเพราะถูกปล่อยทิ้งให้ยืนรอตามนัดอยู่ตั้งนาน รีบเดินกลับเข้ามาภายในตึกเรียน ก่อนที่จะตรงไปที่ห้องแล็บ ปลายนิ้วมือของเขาพยายามกดเบอร์ของรุ่นพี่ดงยองแล้วกดปุ่มโทรออกอย่างไม่รอช้า

 

               RRRrrrrr

 

               ตอนนี้พี่อยู่ที่ไหนเนี่ย?!”

 

               (ขอโทษด้วยนะครับ ดูเหมือนว่าวันนี้ดงยองเขาจะลืมมือถือเอาไว้ที่บ้านน่ะครับ)

 

               นี่มันเสียงของพี่กงมยองนี่นา!

 

               (นั่นใช่แจฮยอนหรือเปล่า?)

 

               เจ้าของชื่อที่ถูกถามกลับมาเอาแต่ยืนนิ่งเงียบไม่โต้ตอบอะไรกลับไปเลยสักนิด

 

               (นายช่วยอยู่ห่างจากดงยองสักทีจะได้มั้ย? ระยะหลังนี้เขาดูเปลี่ยนไปมากเลยนะ และฉันเองก็เชื่อว่าสาเหตุหลัก ๆ ก็คงมาจากเรื่องของนาย)

 

               ฟังดูเหมือนกับว่าพี่กำลังมองผมติดลบมากเกินไปหน่อยนะครับ?! พี่ดงยองเขาโตแล้วนะครับ พี่น่าจะปล่อยให้เขาได้ทำอะไรตามใจตัวเองบ้างได้แล้ว

 

               (แต่ฉันเองก็มีอายุแก่กว่าพวกนายเพราะงั้นก็ช่วยทำตามที่ฉันขอร้องหน่อยก็แล้วกัน!)

 

               ...

 

               (ฉันยอมรับว่าสิ่งที่ฉันพูดออกไปมันเป็นการกีดกันนายไม่ให้เข้ามายุ่งกับน้องชายของฉัน แต่ทั้งหมดที่ฉันทำลงไป ก็เพราะว่าฉันเองก็ไม่อยากเห็นดงยองต้องกลายเป็นฝ่ายที่มานั่งเสียใจผิดหวังกับเรื่องแบบนี้)

 

               พี่กงมยองคิดมากเกินไปหรือเปล่าครับ?

 

               (แจฮยอน นี่ไม่ใช่การพูดข่มขู่นายหรอกนะ แต่ว่าฉันเองอยากจะขอร้องนายมากกว่า ความรักแบบข้ามเพศมันมีอยู่ในสังคมของเราก็จริง แต่ว่าฉันเองก็ไม่อยากเห็นน้องชายของฉันต้องถูกสังคมอีกครึ่งหนึ่งที่ไม่ยอมรับกับเรื่องแบบนี้ตีตราบาปให้กับเขาจนทนรับมันไม่ได้หรอกนะ)

 

.

.

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่ยังคงนั่งทำงานอยู่ที่โต๊ะของตัวเองภายในห้องแล็บ พยายามรีบปั่นข้อมูลที่ด็อกเตอร์ต้องการด่วนให้เสร็จ ก่อนกดส่งข้อมูลไปให้ทางอีเมลล์ตอนที่เวลาเลยผ่านมาจนเกือบจะถึงหนึ่งทุ่มอยู่แล้ว

 

               ความความลังเลใจของดงยองบวกกับความพะว้าพะวงที่รู้สึกผิดกับเด็กหนุ่มตัวสูงทำให้เขาตัดสินใหม่อีกครั้งและรีบลงไปหาแจฮยอนตามนัดในที่สุด

 

               ฉันเลทมากแล้ว!”

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายรีบเก็บข้าวของยัดใส่ลงในกระเป๋า ก่อนเหวี่ยงมันขึ้นสะพายบนบ่า พร้อมกับวิ่งซอยเท้าออกมาจากห้องแล็บในทันที

 

               แจฮยอนจะต้องโกรธเรามากแน่ ๆ หรือว่าเขาจะกลับไปแล้วก็ไม่รู้สินะ?!

 

               เด็กหนุ่มที่กำลังรีบวิ่งสุดชีวิตยกข้อมือของตัวเองขึ้นมาดูเวลาบนหน้าปัดนาฬิกาอีกครั้งอย่างที่แอบคาดหวังอะไรบางอย่างไว้ในใจ

 

               ทำไมจู่ ๆ ผมต้องมารู้สึกเสียดายแบบนี้ด้วยนะ?! ทั้งที่ความจริงแล้วมันน่าจะเป็นเรื่องที่ถูกต้องไม่ใช่เหรอ? ที่ผมจะเลือกยุ่งเกี่ยวกับเด็กคนนั้น?!

 

               ความคิดสับสนที่กำลังตีรวนอยู่ภายในจิตใจและหัวสมองของดงยองยังคงไหลวนเข้ามาอย่างต่อเนื่องไม่ยอมหยุด หากแต่ร่างกายของเขาก็ยังคงถูกสั่งให้วิ่งต่อไปอยู่อย่างนั้น

 

               เด็กหนุ่มเจ้าของฟันกระต่ายที่กำลังวิ่งอย่างรีบร้อนจนมาถึงที่มุมตึก กลับวิ่งชนเข้ากับใครคนหนึ่งอย่างไม่ได้ตั้งใจ

 

               พั่บ!!!

 

               ข...ขอโทษครับ!” ทันทีที่ดงยองเงยหน้าขึ้นมาเขากลับยิ่งรู้สึกแปลกใจเมื่อมองเห็นเด็กหนุ่มที่เขาเอาแต่เฝ้าคิดถึงมายืนอยู่ตรงหน้าแบบนี้

 

               อ๊ะ...

 

               (นั่นแหล่ะคือเรื่องที่ฉันอยากจะขอร้องนาย!)

 

               แต่ผมคงจะทำตามที่พี่ขอร้องไม่ได้หรอกนะ!”

 

               (ห๊า?! นายว่าไงนะ?!)

 

               แจฮยอนที่ยังคงยืนคุยโทรศัพท์กับพี่ชายของดงยองอยู่ ค่อย ๆ ชำเลืองหางตามองตรงมาที่เด็กหนุ่มอีกคนที่พึ่งวิ่งเข้ามาชนตัวเขาอย่างแรง ก่อนผละตัวออกไปยืนนิ่งเงียบอยู่อย่างนั้น

 

               ผมบอกว่า ผมจะไม่ทำในสิ่งที่พี่ขอร้องหรอกนะ เพราะถ้าหากว่าชีวิตของผมไม่มีพี่ดงยองอยู่เคียงข้างแล้ว ผมก็คงจะอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เหมือนกัน หวังว่าพี่ก็คงจะเข้าใจเรื่องของพวกเราด้วยเหมือนกันนะครับ แค่นี้ก่อนนะครับ ผมต้องรีบไปรับพี่ดงยองแล้ว

 

               ปี๊บ!!!

 

               เด็กหนุ่มที่ได้ยินคำพูดทุกอย่างออกมาจากปากของแจฮยอนนั้น พลันมีใบหน้าเปลี่ยนสีเป็นแดงระเรื่อขึ้นมาในทันที

 

               เพราะถ้าหากว่าชีวิตของผมไม่มีพี่ดงยองอยู่เคียงข้างแล้ว ผมก็คงจะอยู่บนโลกใบนี้ต่อไปอีกไม่ได้เหมือนกัน





(100%)


#นอนรอคนอ่าน

#แจโดรักนี้ป่วยจิต









   
  CR.SQW
 
 
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 9 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

25 ความคิดเห็น

  1. #21 ploy wty (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 เมษายน 2561 / 21:02
    แจว่ารักพี่ก็ว่าแจรักพี่ดงยอง ดูแลพี่เขาดีๆนะ ถ้าดงยองเสียใจเราจะเขกหัวเธอนะแจ
    #21
    0
  2. #8 AIGA_ss (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 กุมภาพันธ์ 2560 / 12:13
    ถ้าเจ้าแจ้ว่างั้น คนอ่านก็ว่างั้นด้วย
    555555555555555555
    โอ้ย ถ้าพูดแบบนั้น ก็ดูแลพี่เขาดีๆนะเว้ย /ฝากฝัง
    #8
    0