JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 9 : 09 l Jelanyum : by anniieqx

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,095
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    27 มี.ค. 60

   
  CR.SQW
 Jelanyum

: by anniieqx




          แสงแดดอ่อน ๆ ในยามบ่ายคล้อยและสายลมที่พัดพากลิ่นหอมของดอกซันกูทำให้เขารู้สึกผ่อนคลาย ดวงตาเรียวมองภาพธรรมชาติตรงหน้า ก่อนจะก้มลงผสมสีในถาด ใช้ปลายพู่กันเกลี่ยเม็ดสีให้ผสมเป็นเนื้อเดียวแล้วบรรจงแต้มมันลงบนผืนผ้าใบ กลีบดอกซันกูสีขาวอมชมพูเริ่มขึ้นเป็นรูปร่าง จากนั้นก็เริ่มผลิบานเต็มต้นจนเหมือนกับซันกูต้นใหญ่ที่อยู่เบื้องหน้า

            มือเรียวยังคงจับด้ามพู่กัน จรดปลายมันลงบนผ้าใบอย่างต่อเนื่อง ลำต้นแกร่งสีน้ำตาลไหม้ กิ่งก้านที่แผ่ขยายสาขา ดอกซันกูที่บานสะพรั่งจนเต็มต้น รายละเอียดหลักของรูปภาพเสร็จเรียบร้อยแล้ว เขาเหลือเพียงแค่เก็บรายละเอียดอีกเล็กน้อยและงานครั้งนี้ก็จะเสร็จสมบูรณ์ ลงมือผสมสีในถาดอีกครั้ง ขณะเหลือบมองคู่รักที่กำลังพายเรือไม้ลำเล็กเล่นกันอยู่กลางสระพลางอมยิ้ม เขาตัดสินใจแต้มสีเข้มเป็นรูปเรือ ลงสีเทาเป็นเงาจาง ๆ บนผืนน้ำเป็นสิ่งสุดท้าย

            ชเวยองแจ วางพู่กันลง เขามองภาพวาดในมือสลับกับวิวที่ปรากฏตรงหน้า ยกรอยยิ้มพอใจก่อนจะเริ่มเก็บอุปกรณ์วาดภาพทั้งหมดลงกระเป๋า อยากจะกลับไปทิ้งตัวลงนอนบนเตียงนุ่ม ๆ ที่ห้องจะแย่หลังจากที่นั่งหลังขดหลังแข็งอยู่ในสวนหย่อมของมหาวิทยาลัยร่วมสามชั่วโมง ถึงแม้อากาศมันจะดี มีสายลมเย็น ๆ พัดผ่าน แต่สนามหญ้าและเสียงเอะอะที่ดังแว่วมานั่นทำให้ต้องบอกลา เขาไม่ชอบมันเท่าไหร่ มันหนวกหูน่ะ

มือขาวคว้ากระเป๋าเป้ใบเล็กขึ้นมาสะพาย มืออีกข้างถือแผ่นผ้าใบ หยัดกายลุกขึ้น สาวเท้าเอื่อย ๆ เดินออกไปจากบริเวณสวนหย่อมที่มีทะเลสาบตรงกลาง และรายล้อมพื้นที่โดยรอบด้วยต้นซันกู เหมือนกับในภาพที่เขาวาดเมื่อสักครู่ ร่างโปร่งเดินลัดเลาะออกไปตามซอกตึกเพื่อลดระยะทางในการเดินกลับไปที่หอ ผู้คนในมหาวิทยาลัยยามนี้ค่อนข้างบางตา แน่นอนล่ะ นี่มันหยุดสุดสัปดาห์ ทุกคนต่างพาตัวเองออกไปเที่ยวเล่นกันในเมืองหรือไม่ก็นอนขดอยู่บนเตียงมากกว่า

เมื่อถึงทางแยกซ้ายขวา ยองแจชะงักเล็กน้อย เขามองมันอยู่ครู่ใหญ่ ก่อนจะตัดสินใจเลือกเส้นทางขวาแทนการเลี้ยวซ้ายเช่นทุกครั้ง ความจริงเขาไม่ชอบเดินทางนี้สักเท่าไหร่ แม้ว่าระยะทางมันสั้นกว่าทางซ้ายที่ต้องเดินอ้อมออกไปทางหน้าตึก แต่เพราะทางขวานี้ยองแจจะต้องเดินตัดเข้าไปในคณะวิศวกรรม และเขาซึ่งไม่ใช่นักศึกษาคณะนี้ก็พยายามหลีกเลี่ยงมาโดยตลอด ส่วนมากพวกเด็กวิศวะมักจะชอบรวมตัวกันเป็นกลุ่มใหญ่ นั่งอยู่ตามจุดต่าง ๆ ในคณะ ส่งเสียงดังหยอกล้อไปทั่วจนรู้สึกน่ารำคาญใจ และอีกอย่าง สายตาที่มองมามันทำให้เขาหงุดหงิด

แต่ในตอนนี้ความอยากกลับไปนอนของเขามันมีมากกว่าจะมาสนใจเรื่องพวกนี้ อีกอย่างวันนี้คนในคณะคงไม่มากเท่ากับวันมีเรียน และเขาคิดถูก ม้านั่งที่ปกติมักถูกจับจองด้วยผู้ชายกลุ่มใหญ่กลับว่างเปล่า มีเพียงนักศึกษาสองสามคนที่เดินไปมาอยู่ใต้อาคารเรียน นั่นทำให้เขารีบสาวเท้าให้เร็วขึ้น ยกยิ้มเมื่อไม่มีเสียงดังโหวกเหวกและสายตาที่จ้องมองเขาอย่างเปิดเผยมากวนใจ ที่สำคัญคือไม่ต้องเสียเวลาเดินอ้อมให้เหนื่อยเช่นครั้งก่อน

ร่างโปร่งเดินลัดออกมาเรื่อย ๆ อีกแค่ช่วงตึกเดียว เขาก็จะพ้นเขตคณะวิศวกรรม และเข้าเขตประตูใหญ่ของมหาวิทยาลัย ซึ่งหอพักของเขาตั้งอยู่อีกฝั่งของถนน หากแต่สวนหย่อมที่ถูกซ่อนอยู่ภายในภาควิชาโยธากลับดึงดูดความสนใจของยองแจเอาไว้เสียก่อน เขาชะเง้อมอง สีเขียวของใบไม้ที่สะท้อนกับแสงแดดที่ตกกระทบเรียกจุดโฟกัสสายตาของเขาได้เป็นอย่างดี เมื่อรู้ตัวอีกทีเขาก็เดินมาหยุดอยู่กลางสวนนี่เสียแล้ว

ยองแจวางผืนผ้าใบลงบนโต๊ะหินอ่อนก่อนจะใช้สายตาสำรวจสวนตรงหน้าที่ขณะนี้ร้างผู้คน และเขาคิดว่าโชคดีมาก มันเป็นสวนหย่อมขนาดเล็กรูปสี่เหลี่ยมผืนผ้าที่รายล้อมด้วยตึกเรียนทั้งสี่ทิศ มีโต๊ะหินอ่อนประดับอยู่ตามจุดต่าง ๆ ให้นักศึกษาได้มานั่งพักระหว่างรอเปลี่ยนคาบเรียน กลางสวนปลูกต้นไม้ใหญ่ที่แผ่กิ่งก้านสาขาให้ความร่มรื่นครอบคลุมได้ทั่วบริเวณ รอบด้านตกแต่งด้วยไม้ประดับขนาดกลาง เสริมด้วยดอกไม้สีสันสดใสที่ชวนให้มองรู้สึกสดชื่น แต่สิ่งที่เรียกความสนใจของเขาได้มากที่สุดคงเป็นดอกไม้สีแดงสดที่ถูกตัดแต่งจนเป็นพุ่มกลม

ดอกจีเรเนียม

เขาอดแปลกใจไม่ได้ มันเป็นดอกไม้ที่นิยมปลูกกันในยุโรป แต่ยองแจก็ไม่ค่อยได้เห็นจีเรเนียมในเกาหลีเสียเท่าไหร่ ถึงแม้ว่าเขาเองจะปลูกมันอยู่ในกระถางริมระเบียงที่หอพักก็เถอะ และเพื่อนเขาเองก็ไม่ค่อยจะรู้จักดอกไม้ชนิดนี้กันนัก จีเรเนียมเป็นดอกไม้ที่เขาชอบ สีสันและกลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมันทำให้เขารู้สึกผ่อนคลายหลังจากปั่นงานส่งมาทั้งคืน

ยองแจผ่อนลมหายใจ เขานั่งลงที่โต๊ะหินอ่อนใกล้ ๆ มือขาวควานหากล่องกระดาษในกระเป๋า หยิบมวนบุหรี่สีดำคาดทองขึ้นมาจุดสูบ มองเปลวไฟสีส้มที่ค่อย ๆ ลามเลียปลายมวน ท่ามกลางบรรยากาศเงียบ ๆ และรอบกายรายล้อมด้วยต้นไม้สีเขียวแบบนี้ ได้บุหรี่สักมวนมันทำให้เขารู้สึกดีไม่หยอก มันดีกว่าการไปสูบบุหรี่อยู่ที่ระเบียงหอพักเช่นเดียวกับผู้อาศัยคนอื่นในตึก โดยเฉพาะห้องข้าง ๆ ที่นิยมสูบบุหรี่ไฟฟ้าแต่งกลิ่นหวาน ๆ กับควันที่มากเกินจนเหมือนกับจุดยากันยุง นั่นทำให้กลิ่นบุหรี่มันตีกันจนน่าเวียนหัว และเมื่อบุหรี่หมดลง เขาก็จะกลับไปนอนอย่างที่ตั้งใจเอาไว้ในตอนแรก   

แกรบ

เสียงใบไม้ถูกเหยียบเรียกให้ดวงตาเรียวผละจากกลุ่มควันสีเทามายังต้นเสียง อีกฝ่ายเป็นผู้ชายเจ้าของรองเท้าหนังสีดำมันปลาบเช่นเดียวกับกางเกงสแลก และเสื้อเชิ้ตสีขาวที่หลุดลุ่ยปล่อยชายออกจากกางเกง สวมทับด้วยช้อปสีเข้มบ่งบอกให้รู้ว่าเป็นนักศึกษาคณะวิศวกรรม ในมือถือซองบุหรี่และซิปโปสีรมดำ แน่นอนว่าคงไม่พ้นจะมาสูบนิโคตินอัดแท่งเข้าปอดเหมือนเขาแน่ ๆ

ความสนใจทั้งหมดของเขาถูกดึงไปให้ชายตรงหน้า สารภาพตามตรงว่าอีกฝ่ายมีแรงดึงดูดอย่างน่าประหลาด ทั้งรูปร่าง ใบหน้า ดวงตา และรอยยิ้มจากริมฝีปากหยักที่คาบมวนบุหรี่นอกราคาแพงนั่นถูกหยิบยื่นมาให้อย่างเป็นมิตร องค์ประกอบทั้งหมดมันชวนให้เขารู้สึกปั่นป่วนอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน ยองแจมองสบเข้ากับดวงตาคมขณะที่อีกฝ่ายค่อย ๆ สาวเท้าเข้ามาใกล้ ควันบุหรี่ที่ลอยอ้อยอิ่งอยู่ในอากาศทำให้ภาพตรงหน้าของเขาพร่าเบลอราวกับอยู่ในความฝัน กลิ่นนิโคตินที่อบอวลทำให้หัวสมองมันโล่งโปร่งไปหมด และเขาคิดว่าตัวเองกำลังมึน หลังจากที่ได้ยินเสียงตัวเองกล่าวอะไรบางอย่างออกไปโดยที่ไม่รู้ตัว

“คุณ สนใจไปห้องผมไหม”

 

 

 

นั่นไม่ใช่ครั้งแรกที่เขามีความสัมพันธ์กับคนที่รู้จักกันได้เพียงไม่กี่นาที ยองแจพบกับเหตุการณ์แบบนั้นบ่อยจนแทบจะกลายเป็นกิจวัตรอีกอย่างในชีวิต เพราะเขาเองก็เป็นผู้ชาย มีอารมณ์บ้างไปตามประสาและก็ต้องหาทางระบายออก แน่นอนว่าเขาไม่ได้โง่พอที่เวลามีอารมณ์จะได้วิ่งโร่ไปเตะบอลตามคำแนะนำในหนังสือเรียนวิชาสุขศึกษาสมัยมัธยม ถ้าอารมณ์แบบนี้มันหายไปได้ง่าย ๆ เพียงแค่เตะอัดลูกบอลสองสามที ประชากรบนโลกมันคงมีไม่ถึงหนึ่งในสามของประชากรในปัจจุบันหรอก

แรก ๆ เขาก็อาศัยหนังติดเรท แต่หลังจากที่โตขึ้นและเริ่มมีความรับผิดชอบมากพอ เขาเปลี่ยนมาอาศัยความสัมพันธ์เพียงชั่วข้ามคืนแทน แน่นอนว่าสัมผัสที่ได้จากมนุษย์จริง ๆ มันย่อมดีกว่าสัมผัสที่สร้างขึ้นจากจินตนาการอยู่แล้ว ไม่ว่าจะเป็นผู้หญิงหรือผู้ชาย ยองแจก็ไม่เกี่ยง ขอแค่อีกฝ่ายน่าสนใจและไม่ทำให้เขาเบื่อขณะทำกิจกรรมบนเตียงก็พอ และทุกอย่างจะสิ้นสุดลงในรุ่งเช้า ต่างคนต่างแยกย้าย ไม่มีการสานต่อหรือสืบสานความรู้สึก กลับกลายเป็นเพียงคนแปลกหน้าของกันและกันอย่างเดิม

แต่หลังจากเหตุการณ์ในวันนั้น มันก็ทำให้กฎที่เขาเคยตั้งเอาไว้กับตัวเองแหลกเหลวไม่เป็นชิ้นดี

“วันนี้คุณสูบเยอะเกินไปแล้วนะ”

เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับปลายนิ้วเรียวที่เอื้อมมาคีบแบล็กเดวิลในมือเขาออกก่อนจะดับมันลงกับที่เขี่ยบุหรี่ ยองแจละสายตาจากวิวระเบียงเดิม ๆ มองร่างสูงในชุดเสื้อยืดสีเทาธรรมดา ๆ กับกางเกงยีนส์เข้ารูปที่พออยู่บนตัวผู้ชายคนนี้แล้วกลับดูดีอย่างน่าประหลาดขณะเดินตามอีกฝ่ายที่คว้าข้อมือเขาและพากลับเข้ามาในห้อง นั่งลงที่โต๊ะอาหารที่ด้านหน้ามีพาสต้าจานโตส่งกลิ่นหอมเรียกน้ำย่อย

หวังแจ็คสัน คือชื่อของผู้ชายคนนี้ คนที่เขาเจอในคณะวิศวกรรมเมื่อหลายเดือนก่อนและพากันมาจบลงที่เตียงนอนในห้องของเขา เป็นคนที่สร้างความรู้สึกปั่นป่วนให้อย่างที่ไม่เคยมีใครทำได้มาก่อนและเป็นคนที่ทำให้เขาแหกกฎความสัมพันธ์ชั่วข้ามคืนทุกอย่างที่เคยตั้งเอาไว้ ตอนแรกเขาก็คิดว่าความสัมพันธ์ของพวกเขาจะจบลงหลังเสร็จสิ้นกิจกรรมเช่นเดียวกับครั้งอื่น ๆ แล้วแยกย้ายกันออกไปจากชีวิตของแต่ละคน แต่กับผู้ชายคนนี้มันกลับมีครั้งที่สอง สาม สี่ และเรื่อย ๆ ตามมา

ทั้งที่ยองแจถือคติว่าจะไม่ขึ้นเตียงกับคู่นอนคนเดิมซ้ำสอง เพราะนั่นมันน่าเบื่อ การรู้จักลีลาและเดาได้ว่าอีกฝ่ายคิดจะทำอะไรต่อมันช่างไม่สนุกเอาเสียเลย แต่สำหรับแจ็คสันมันไม่ใช่ ยอมรับเลยว่าอีกฝ่ายเก่งเรื่องบนเตียงจนน่ากลัว และนั่นมันทำให้เขาไม่รู้สึกเบื่อ ยองแจค่อนข้างมั่นใจลีลาของตัวเองอยู่บ้างเพราะเขาเองก็ผ่านเรื่องอย่างนั้นมาไม่น้อย แต่แจ็คสันกลับทำให้เขาหัวหมุนได้ทุกครั้ง

นั่นแหละ กฎของเขาถูกอีกฝ่ายทำลายลงอย่างสิ้นซาก

เช้าถัดจากคืนนั้น ยองแจพบแจ็คสันกำลังยืนพิงกำแพงอยู่หน้าห้องพร้อมกับถุงน้ำเต้าหู้ในมือ แน่นอนว่าเขาเอ่ยปฏิเสธโดยไม่ต้องคิดอะไรให้มาก อีกฝ่ายไม่จำเป็นจะต้องมาแสดงน้ำใจหรือความเป็นห่วง เพราะไม่มีใครได้เปรียบหรือเสียเปรียบในความสัมพันธ์เมื่อคืนเสียหน่อย วิน - วินทั้งคู่ด้วยซ้ำ แต่แจ็คสันกลับทำเพียงแค่ยิ้มแล้วยัดถุงน้ำเต้าหู้ใส่มือเขาอีกต่างหาก และวันต่อ ๆ มาเขาก็ยังคงพบอีกฝ่ายยืนรออยู่หน้าห้องเช่นเคย

“ยองแจ... ฟังอยู่รึเปล่า”

“ฟังอยู่น่า”

เขาเอ่ยตอบปัด ๆ พลางใช้ส้อมม้วนเส้นพาสต้าก่อนส่งเข้าปาก แน่นอนว่าเขาไม่ได้ฟังสิ่งที่อีกฝ่ายกำลังพูดอยู่เลยสักนิด มันน่ารำคาญจะตายที่จะต้องมานั่งฟังแจ็คสันบ่นเรื่องเดิม ๆ อย่างการสูบบุหรี่วันละหลายมวนมันเป็นอันตรายต่อสุขภาพ เขารู้น่า วิชาสุขศึกษาสมัยมัธยมก็สอนอยู่ทุกปี ถ้าไอ้นิโคตินอัดแท่งนี่มันประโยชน์ รัฐบาลคงแจกฟรี สนับสนุนให้ประชากรทั้งประเทศอัดควันเข้าปอดแล้ว

ใช่ ยองแจติดบุหรี่ เขาติดมันชนิดที่ว่าบุหรี่กลายเป็นอวัยวะที่ 33 มันช่วยไม่ได้ในเมื่อเวลาที่เขาสูบมันแล้วช่วยให้สมองเขาโปร่ง หรือบางครั้งมันก็ช่วยให้หายเครียดจากเรื่องน่าปวดหัวในแต่ละวัน แจ็คสันเองก็สูบเหมือนกันนั่นแหละน่า แถมแบล็กสโตนของเจ้าตัว รสชาติแรงกว่าบุหรี่แต่งกลิ่นของเขาเสียอีก

“วันนี้นอนที่นี่นะ”

และนี่คืออีกหนึ่งความเปลี่ยนแปลงที่เกิดขึ้น ยองแจตอบไม่ได้ว่ามันดีหรือไม่ดี แต่พวกเขาไม่ได้พบกันเพราะเรื่องกิจกรรมบนเตียงอย่างเดียวแล้ว อีกฝ่ายมักปรากฏเช้า กลางวัน เย็น บางวันก็ไปยืนรอที่หน้าคณะ บางวันก็เข้ามานั่งรอในห้อง และเขาคิดว่าความสัมพันธ์มันกำลังเริ่มแปลกเข้าไปทุกที

ห้องพักขนาดกลางที่แต่เดิมมีเขาพักอาศัยอยู่เพียงคนเดียวกลับมีผู้อยู่อาศัยเพิ่มมาอีกหนึ่ง แรก ๆ แจ็คสันทำเพียงแค่แวะเวียนมานั่งเล่น หลังจากนั้นก็เอาข้าวของส่วนตัวมาวางทิ้งไว้ที่นี่บ่อย ๆ อย่างเช่นหนังสือเรียน โน้ตบุ๊ค เสื้อผ้าที่ถูกแขวนเอาไว้ในตู้ เตียงที่เขาเคยครอบครองคนเดียวต้องแบ่งออกเป็นสองเพราะห้องนอนอีกห้องหนึ่งกลายสภาพเป็นห้องวาดภาพสำหรับปั่นงานไปแล้ว ส่วนนี้ก็กลายสภาพเป็นการยึดห้องของเขาโดยสมบูรณ์แบบ

ยองแจมองตามร่างสูงที่ผละออกไปจากโต๊ะอาหารหลังจากที่อีกฝ่ายเอื้อมมือมายีผมเขาเล่นจนพอใจ แจ็คสันเปิดกระจกใสก้าวออกไปยังระเบียงที่เขายืนสูบบุหรี่อยู่เมื่อสิบนาทีก่อน มือหนาคว้าบัวรดน้ำสีฟ้าขนาดเล็กขึ้นมาพลางเดินไปยังกระถางดอกไม้ใบเล็กที่ตั้งเรียงรายอยู่บนขอบระเบียงก่อนจะค่อย ๆ รดน้ำพวกมันอย่างระมัดระวัง ดอกไม้พวกนั้นคือจีเรเนียม เขาเคยบอกใช่ไหมว่ามันเป็นดอกไม้ที่เขาชอบ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ของมันช่วยทำให้เขารู้สึกสดชื่นหลังพ้นจากการรมควันบุหรี่มาใหม่ ๆ อ่า... นั่นแหละ ก็อย่างที่เคยบอก

“ไหนคุณบอกไม่ให้ผมสูบ”

ร่างโปร่งผละออกจากโต๊ะอาหารก้าวตามออกมายังระเบียง เมื่อจัดการมื้อเย็นโดยฝีมือของผู้พักอาศัยคนใหม่ลงกระเพาะเรียบร้อยแล้ว ยองแจคิดว่าการที่มีแจ็คสันอยู่ด้วยก็ไม่ใช่เรื่องแย่ อีกฝ่ายทำอาหารอร่อยจนเขาไม่ต้องลงไปฝากท้องกับร้านอาหารตามสั่งรสชาติประหลาดด้านล่าง อีกอย่างมันก็ประหยัดเงินไปได้มากอยู่

“ผมไม่ได้หมายถึงตัวเองนี่”

คิ้วเข้มเลิกขึ้นอย่างตั้งใจจะกวนประสาทคนตัวขาวตรงหน้า หัวเราะออกมาน้อย ๆ เมื่อเห็นว่ายองแจทำหน้าบึ้งอย่างไม่พอใจแล้วคว้ามวนบุหรี่สีเข้มในมือของเขาไปสูบต่อ แจ็คสันมองหน้าอีกฝ่ายยิ้ม ๆ เอื้อมมือโอบเอวร่างโปร่งให้เข้ามาใกล้ โน้มใบหน้า ใช้ปลายจมูกโด่งไล้คลอเคลียแก้มใส กลิ่นน้ำหอมของยองแจติดวนอยู่ที่ปลายจมูกฟุ้งชวนให้เกิดอารมณ์ อาศัยจังหวะที่อีกฝ่ายเผลอดึงนิโคตินอัดแท่งนั่นคืนมาก่อนจะโยนทิ้ง

ยองแจไม่ชอบแบล็กสโตนหรอก รสชาติมันแรงแสบคอเกินไป

“พรุ่งนี้มีเรียนเช้า”

“คุณแค่เข้าไปส่งงานเองน่า”

“รู้ดี”

แจ็คสันยิ้มรับ แน่นอนว่าอะไรที่เกี่ยวข้องกับชเวยองแจ เขารู้หมดนั่นแหละ ตารางเรียน ชิ้นงานที่ต้องส่ง เพื่อนสนิท อาหารที่ชอบ ดอกไม้ กลิ่นบุหรี่ หรือแม้แต่กระทั่งเรื่องบนเตียง แจ็คสันรู้หมดนั่นแหละ

ร่างสูงแตะริมฝีปากลงบนกลีบปากอิ่มก่อนจะค่อย ๆ บดเบียดจูบร้อน กัดเบา ๆ เพื่อให้อีกฝ่ายอ้าปากและสอดลิ้นเข้าไป กวาดต้อนไปทั่วโพรงปากเล็ก ไล่เรียงตั้งแต่ไรฟันมายังลิ้นเล็กที่พยายามกระหวัดเกี่ยวพันลิ้นเขาอย่างชำนาญ กลิ่นของบุหรี่เมื่อครู่ยังคงคละคลุ้ง รสเฝื่อนของมันติดอยู่ที่ปลายลิ้นค่อย ๆ เลือนหายไปแทนที่ด้วยความหวานเมื่อยองแจพยายามจูบตอบ มือหนาเคลื่อนไปยังท้ายทอยของร่างโปร่งเพื่อปรับให้อีกฝ่ายรับบดจูบได้ถนัด เช่นเดียวกับที่มือขาวเอื้อมมาคล้องคอและสอดมือเข้าไปยังกลุ่มผมสีเข้ม

สิ่งที่ชเวยองแจชอบ บนโลกใบนี้มีอยู่ไม่กี่อย่างหรอก

หนึ่ง คือ การวาดรูป

สอง คือ บุหรี่แต่งกลิ่น

สาม คือ ดอกจีเรเนียม

และสี่...

 

“อื้อ... แจ็คสัน”

 

 

 

มือเรียวเกลี่ยกลีบดอกไม้สีแดงสดอย่างเหม่อลอย ขณะริมฝีปากบางคาบมวนบุหรี่แต่งกลิ่นที่เพิ่งซื้อมาใหม่เอาไว้อย่างหมิ่นเหม่

ยองแจเบื่อ

ตั้งแต่ตื่นมาเขาแทบไม่ได้ขยับตัวห่างออกจากเตียงเพียงแม้แต่น้อย ยกเว้นตอนที่ลุกขึ้นมารดน้ำต้นไม้ในกระถางแล้วหยิบมันติดมือกลับเข้ามาในห้องนอนแล้วลูบ ๆ คลำ ๆ มันอยู่อย่างนั้นมาร่วมหลายชั่วโมง สลับกับจุดบุหรี่ในซองที่มอดไปแล้วหลายมวนจนควันสีเทาจางคลุ้งไปทั่วห้องจนดูคล้ายหมอกชวนให้บรรยากาศรู้สึกหดหู่

เขาไม่เคยเป็นอย่างนี้มาก่อน ถึงแม้ยองแจจะเป็นคนที่เอื่อยเฉื่อยเหมือนคนที่เอนเนอร์จีหมดอยู่ตลอดเวลา แต่เขาก็ไม่เคยรู้สึกเบื่อหน่ายจนกระทั่งไม่อยากจะขยับตัวไปไหน และรู้สึกงี่เง่าจนไม่อยากจะลุกขึ้นมาทำงานที่มีกำหนดส่งในอีกสองวัน แต่เขายังไม่ได้เริ่มแม้แต่โครงเส้น เอาที่จริงเขายังไม่มีไอเดียสำหรับมันเลยต่างหากล่ะ

ถ้าถามว่าเพราะอะไร...

คำตอบก็คือ หวังแจ็คสัน

แจ็คสันหายไป

อีกฝ่ายหายไปตั้งแต่ครั้งที่มานอนด้วยในวันนั้น ยองแจที่ถูกปลุกด้วยเสียงนาฬิกาในช่วงสายของวัน ตื่นมาไม่พบร่างสูงนั่นแล้ว ตอนนั้นเขาไม่ได้คิดอะไร เพราะต่างฝ่ายต่างก็มีหน้าที่และเขาก็ไม่ได้งี่เง่าขนาดว่าต้องโวยวายเมื่อตื่นมาแล้วไม่พบคู่นอน แจ็คสันคงจะไปเรียนเหมือนเคย อีกอย่างนี่มันก็ไม่ใช่ครั้งแรกของพวกเขา หากแต่เขากลับไม่ได้รับการติดต่อจากอีกฝ่ายเช่นทุกที และเย็นวันนั้นแจ็คสันก็ไม่ได้กลับมาที่ห้อง

จากหนึ่งวัน กลายเป็นสอง สาม สี่ และครบหนึ่งสัปดาห์

วันนี้เข้าสู่ช่วงวันที่เจ็ดที่เขาติดต่อแจ็คสันไม่ได้ ข้อความที่ถูกส่งไปไม่ได้รับการเปิดอ่าน เช่นเดียวกับโทรศัพท์ที่ถูกปิดเครื่อง หนึ่งอาทิตย์ที่ขาดการติดต่อ ไม่เห็นหน้าและไม่ได้ยินเสียง และยองแจที่ขี้ขลาดเกินกว่าจะไปตามหาอีกฝ่ายที่คณะหรือห้องพักหรูในคอนโดชื่อดัง ยอมรับว่ากลัวในการกระทำและคำตอบที่ว่า

แจ็คสันอาจจะเบื่อ...

ยองแจเข้าใจดีหากแจ็คสันจะรู้สึกเบื่อกับความสัมพันธ์แปลก ๆ ระหว่างพวกเขา ไม่จำเป็นต้องมีเหตุผลหรอกว่าทำไม แรก ๆ ทุกคนย่อมรู้สึกสนใจกับสิ่งใหม่ที่ตนเองกำลังเผชิญอยู่แล้ว เมื่อผ่านไปสักพักมักจะคุ้นชิน และสุดท้ายก็อาจกลายเป็นความเบื่อหน่ายได้โดยง่าย มันเป็นอาการที่เกิดขึ้นบ่อย ๆ กับเขานั่นแหละ

แต่มันก็ควรจะมีวิธีที่ดีกว่านี้ป่ะวะ ไม่ใช่เงียบหายไปแบบนี้ อยากจะเขี่ยกันทิ้งก็บอกดี ๆ เขาไม่ใช่ผู้หญิงงี่เง่าที่ต้องการเหตุผลไร้สาระ เบื่อก็บอกว่าเบื่อ อยากเลิกก็แค่พูดออกมา

งี่เง่าว่ะ!

คิดถึงตรงนี้อารมณ์ขุ่นมัวก็ฟุ้งขึ้นมาอีกรอบ ความรู้สึกอึดอัดตีรวนแน่นขึ้นมาในอกจนร่างโปร่งอดที่จะยีผมอย่างอารมณ์เสียไม่ได้ เอื้อมมือไปคว้ามอนด์ในซองที่สองของวันขึ้นมาจุดสูบ กลิ่นสตรอเบอรี่หวาน ๆ ที่ลอยวนอยู่ในอากาศทำให้เขารู้สึกดีขึ้นมานิดหน่อย เขาเปิดปิดฝาซิปโปสีรมดำที่เจ้าของมันวางทิ้งเอาไว้ในห้องเล่นจนเกิดเสียงดังไปทั่ว มองควันที่อิ่งฟุ้งอยู่ในห้อง เขาควรเปิดหน้าต่างหรือไม่ก็ระเบียง ถ้าแจ็คสันกลับมาเห็นเขาในสภาพนี้คงจะโดนบ่นจนหูชา

เหอะ คงกลับมาหรอก

ยองแจเป่าลมหายใจจนควันคลุ้งก่อนจะเอนกายกึ่งนั่งกึ่งนอนบนเตียงโดยใช้หลังพิงผนักหัวเตียงไว้ คว้ากระถางดอกไม้ใบจ้อยขึ้นมาแตะกลีบดอกเล่นอีกรอบ แม้แต่จีเรเนียมที่เคยช่วยให้เขารู้สึกสดชื่นก็ยังไม่ช่วยให้เขารู้สึกกระตือรือร้น ก้มมองถาดสีและพู่กันที่วางระเกะระอยู่พื้นแล้วหวนนึกถึงงานพลางถอนหายใจ เขาไม่เคยรู้สึกว่างเปล่าขนาดนี้มาก่อนเลยจริง ๆ

ว่างเปล่า... แม้กระทั่งความรู้สึก

แกรก

เสียงแปลก ๆ ที่ดังขึ้นจากด้านนอกทำให้ร่างโปร่งละสายตาออกจากเพดานห้องหลังจากนอนมองมันมาร่วมชั่วโมง ดวงตาเรียวกะพริบเรียกสติที่จางหายไปก่อนจะพบว่าภายในห้องที่เคยสว่างเพราะแสงแดด ตอนนี้กลับมืดสนิท แสงจากหลอดนีออนด้านนอกที่ส่องผ่านเข้ามาพอให้เห็นเงาลาง ๆ นั่นทำให้รู้ว่าชเวยองแจนอนเหม่อลอยตั้งแต่สว่างจนกระทั่งฟ้ามืด เหลือบตามองนาฬิกาดิจิตอลที่เรืองแสงอยู่ลิบ ๆ บอกเวลาเกือบสองทุ่ม เขาถอนหายใจพลางขยี้ปลายบุหรี่ลงกับที่เขี่ย

ตึก ตึก ตึก

เสียงดังแปลก ๆ จากภายนอกยังคงดังอย่างต่อเนื่อง คิ้วเรียวขมวดอย่างสงสัย แต่อย่างไรเขาก็ไม่ใช่คนกลัวผี และก็ไม่คิดด้วยว่าที่มาของเสียงนั่นจะเกิดจากสิ่งลี้ลับไร้สาระพวกนั้น ฟังดูแล้วมันคล้ายกับเสียงฝีเท้า

มีใครบางคนอยู่ที่ห้องนั่นเล่น

ดวงตาเรียวมองฝ่าความมืดหาสิ่งที่พอจะใช้เป็นอาวุธ ก็แค่เตรียมไว้ก่อนแหละน่า อีกฝ่ายอาจจะเป็นเพื่อนของเขาก็ได้ ใช่ว่าเพื่อนในกลุ่มจะไม่รู้รหัสเข้าห้องเสียเมื่อไหร่ ก็แค่รหัส 0000 กระจอก ๆ เพียงสี่ตัว ใคร ๆ ก็จำมันได้ทั้งนั้นแหละ แต่กระบอกใส่งานนี่ถือเอาไว้เป็นกำลังใจให้ตัวเองก็แล้วกัน

“เฮ้ย”

ไม่ทันที่เขาจะได้คว้ากระบอกใส่งานมาถือ ประตูห้องนอนก็ถูกเปิดออกพร้อมกับแสงสว่างจ้าจากหลอดไฟจะเข้ามาแทนที่ความมืดมิดในห้อง ยองแจหยีตาลงพลางยกมือขึ้นมาบดบังแสง กะพริบตาที่พร่ามัวเพราะปรับแสงไม่ทันให้มองเห็นภาพได้ชัดขึ้น

“คุณทำอะไร”

เสียงทุ้มที่ดังขึ้นทำให้ร่างโปร่งลดมือลงอย่างรวดเร็ว ตรงหน้าเขาปรากฏร่างสูงที่หายหน้าหายตาไปร่วมอาทิตย์กำลังยืนกอดอกตีหน้าเข้ม ดวงตาคมจ้องมองมาที่เขาอย่างดุ ๆ และก้อนเนื้อภายในอกที่สั่นไหวขึ้นมาอย่างรุนแรงทันทีที่ได้เห็นหน้า

หวังแจ็คสัน

“สูบบุหรี่แล้วทำไม่เปิดหน้าต่าง”

คิ้วเข้มขมวดขึ้นอย่างไม่ค่อยพอใจขณะสาวเท้าเข้ามาในห้องที่คลุ้งไปด้วยหมอกควันจากปลายบุหรี่ที่เกลื่อนอยู่บนพื้น พยายามข่มอารมณ์โกรธที่อีกฝ่ายไม่ยอมฟังความหวังดีของเขาที่บอกให้ลดบุหรี่ลง แต่กลับสูบมันหนักขึ้น แถมยังสรรหากลิ่นแปลก ๆ มาลิ้มลอง สังเกตได้จากก้นเถ้าสีต่าง ๆ หรือบางมวนที่สูบไปได้เพียงครึ่งกระจัดกระจายอยู่รอบ ๆ

“สูบหนักขนาดนี้อยากปอดพังเร็วรึไง”

รู้ว่าอีกฝ่ายไม่ชอบให้เขาพูดแบบนี้ แต่มันก็อดไม่ได้ที่จะดุ แจ็คสันไม่ได้อยากชวนทะเลาะ เขากลับมาเหนื่อย ๆ อยากจะกอดร่างนุ่มนิ่มนั่นจะแย่ แต่กลับต้องมาเห็นยองแจนอนอัดนิโคตินเข้าปอด รู้สึกแย่เป็นบ้า ความห่วงใยของเขาแม่งโคตรดูไร้ประโยชน์ ยองแจไม่เคยสนใจจะฟังในสิ่งที่เขาพยายามเตือนเลยสักครั้ง

            ตั้งใจว่าจะดุร่างโปร่งอีกสักนิด แต่เมื่อเขาหมุนตัวกลับมา ยองแจกลับพุ่งตัวมาสวมกอดเอาไว้แน่น วงแขนที่โอบรอบเอวและสัมผัสอุ่นจากลมหายใจที่บริเวณไหล่ทำเอาประโยคที่จะเอ็ดอีกฝ่ายถูกกลืนหายเข้าไปในลำคอ กลิ่นหอมอ่อน ๆ ประจำตัวยองแจและกลิ่นหวาน ๆ จากบุหรี่ที่เจ้าตัวสูบอดที่จะทำให้แจ็คสันวาดวงแขนกอดตอบไม่ได้

ให้ตาย เขาไม่เคยโกรธยองแจได้สักที

“ไปไหนมา”

ยองแจเอ่ยถามเสียงอู้อี้เพราะยังคงพยายามซุกใบหน้าลงที่ไหล่แกร่ง กระชับกอดให้แน่นขึ้นกลัวว่าคนตรงหน้าจะหายไปอีกครา อารมณ์ขุ่นมัวที่เกิดขึ้นตลอดทั้งสัปดาห์หายไปเพียงแค่แจ็คสันเปิดประตูเข้ามาในห้อง รวมไปถึงความโกรธที่เกิดจากการขาดติดต่อนั่นก็ด้วย กลิ่นน้ำหอมของร่างสูงและสัมผัสอุ่นที่แสนคุ้นเคยตลอดหลายเดือนนี่ชวนให้กระบอกตาของเขาร้อนผ่าวจริง ๆ  

คิดถึงแทบบ้า

“ไปค่ายไงครับ”

“ค่าย?”

“ค่ายของภาควิชาที่ผมบอกไว้เมื่ออาทิตย์ไง อย่าบอกนะว่าคุณไม่ได้ฟังที่ผมพูดเลย... แล้วร้องไห้ทำไมครับ”

แจ็คสันดันร่างในอ้อมแขนออกเล็กน้อย ปลายนิ้วเกลี่ยน้ำตาเม็ดกลมออกจากดวงตาเรียว แกล้งบีบจมูกขาวที่ตอนนี้เริ่มขึ้นสีแดงจาง ๆ อย่างมันเขี้ยว เขาพอจะเข้าใจอาการแปลก ๆ ของยองแจแล้ว

“คุณ... ไม่ได้บอก”

“ผมบอก แต่คุณไม่ได้ฟังต่างหาก”

ใช่ แจ็คสันบอกอีกฝ่ายแล้ว แต่ยองแจที่เอาแต่ให้ความสนใจกับพาสต้าจานโตคงไม่ได้ใส่ใจที่จะฟัง พอเขาถามว่าฟังอยู่รึเปล่า เจ้าตัวก็เอาแต่ตอบปัด ๆ ว่าฟัง คงจะเข้าใจว่าเขาบ่นเรื่องการสูบบุหรี่จัดตามเคย แต่เขาก็เลือกที่จะไม่เอ่ยย้ำเรื่องนี้อีกครั้ง ยองแจไม่ชอบคนเซ้าซี้หรือพูดจาเรื่องเดิม ๆ ซ้ำไปซ้ำมา ร่างโปร่งอาจจะได้ยินเรื่องที่เขาจะไปค่ายหนึ่งสัปดาห์แล้วก็ได้ แต่เขากลับคิดผิด ยอมรับว่าเขาผิดเองที่คิดน้อยเกินไป ไม่รู้ว่ายองแจจะคิดมากเรื่องเขาอย่างนี้

“ผมขอโทษก็ได้”

“เรื่องอะไร”

“เรื่องที่ติดต่อผมไม่ได้ แบตโทรศัพท์หมดน่ะ”

แจ็คสันดึงคนตัวขาวเข้ามาสู่อ้อมกอดอีกครั้ง ก่อนจะแนบริมฝีปากหยักร้อนลงมาบนส่วนเดียวกันของยองแจ บดคลึงเบา ๆ ก่อนจะชะงักเมื่อร่างโปร่งตัดสินใจเป็นฝ่ายเริ่มก่อน ยองแจงับกลีบปากอีกฝ่ายพลางสอดลิ้นเข้ามา ก้อนเนื้อในอกข้างซ้ายของแจ็คสันเต้นถี่รัว ไม่บ่อยนักหรอกที่คนตัวขาวจะเป็นฝ่ายเชื้อเชิญเขาก่อนแบบนี้

 

---- CUT ----

(ตามหาฉากคัตได้ที่ไบโอทวิตเตอร์ @JackJaeOrdinary)

 

แสงแดดอ่อน ๆ ที่ลอดผ่านผ้าม่านเข้ามาในห้องเรียกให้เปลือกตาสีเข้มขยับ ก่อนดวงตาคมจะค่อย ๆ ปรือขึ้น แจ็คสันหยัดกายลุกขึ้นพิงผนักหัวเตียง ยีเรือนผมสีเข้มเพื่อปัดไล่ความง่วงงุน เมื่อตื่นเต็มตา เขาก็เริ่มมองหาเจ้าของห้องตัวขาว แต่กลับไม่พบอีกฝ่ายนอนหลับอยู่บนเตียงเช่นทุกวัน เหลือบมองนาฬิกา ตอนนี้เป็นเวลาสิบโมงกว่า ๆ ยองแจคงไม่ได้ออกไปไหน ถ้าไม่ได้อยู่ในห้องครัว อีกฝ่ายก็คงจะขลุกตัวอยู่ในห้องทำงานเหมือนอย่างทุกที

แจ็คสันหาวหวอด เขาคว้าเสื้อผ้าที่ถูกวางเอาไว้ข้างเตียงขึ้นมาสวมก่อนจะหายเข้าไปจัดการตัวเองในห้องน้ำ ยองแจคงเก็บมันขึ้นมาวาง หลังจากที่เมื่อคืนเขาทำมันกระจัดกระจายอยู่ที่พื้น ใช้เวลาอยู่ครู่ใหญ่ ร่างสูงก็ก้าวออกมาในสภาพที่เรียบร้อยกว่าเดิม เขาเดินออกไปจากห้อง สาวเท้าไปยังห้องนอนเล็กที่ถูกแปรสภาพเป็นห้องทำงานที่อยู่อีกฝั่ง บิดประตูไม้ที่ปิดสนิทให้เปิดออกเบา ๆ พยายามให้มันเกิดเสียงน้อยที่สุด ยองแจไม่ชอบเสียงดัง โดยเฉพาะที่อีกฝ่ายกำลังใช้สมาธิในการทำงาน

และก็เป็นอย่างที่เขาคาด แผ่นหลังเล็กกำลังนั่งลงสีอย่างขะมักเขม้นอยู่ด้านหน้าผ้าใหญ่ผืนใหญ่ หลอดสีถูกวางกระจายอยู่เต็มพื้น เจ้าตัวคงจะรื้อมันออกมาทั้งกล่องแล้วโยนสีที่ไม่ได้ใช้งานกองเอาไว้ แจ็คสันค่อย ๆ สอดตัวเข้ามาในห้องและเริ่มเก็บของที่ถูกวางระเกะระกะเอาไว้ตามทางเดินให้เข้าที่เพื่อจะได้ไม่เกิดอุบัติเหตุ ครั้งหนึ่งยองแจเคยวางขาตั้งวาดเอาไว้ที่พื้น ส่วนคนวางที่กำลังเบลอจัดเพราะอดนอนมาหลายวันไม่ทันสังเกตเห็นจึงเตะป้าบเข้าให้ ซึ่งมันเจ็บจนเจ้าตัวถึงกับน้ำตาเล็ด

“อีกนานไหมครับกว่าจะเสร็จ”   

“อีกนิดเดียว”

หลังจากเก็บกวาดทุกอย่างเรียบร้อยแล้ว ร่างสูงก็ทรุดตัวลงนั่งที่ปลายเตียงเพื่อรอร่างโปร่งทำงานให้เสร็จ และถ้าหากว่ายองแจตอบกลับมาว่าอีกนิดเดียวแบบเมื่อครู่ล่ะก็ หมายความว่าเจ้าตัวจะใช้เวลาอีกประมาณชั่วโมงเพื่อจมตัวเองอยู่กับชิ้นงาน แจ็คสันจึงได้แต่พยักหน้ารับและนั่งมองอีกฝ่ายจากทางด้านหลังอยู่แบบนี้

            ถ้าถามเขาว่าความสัมพันธ์ระหว่างพวกเขาแบบนี้มันคืออะไร แจ็คสันสามารถตอบได้อย่างทันทีเลยว่ามันคือความรัก ถึงแม้พวกเขาจะเริ่มต้นกันด้วยความสัมพันธ์ที่ดูเหมือนจะผิดเพี้ยน แต่หลังจากนั้น เขามั่นใจว่ามันดำเนินต่อมาด้วยความรู้สึกของพวกเขาทั้งคู่

เขารู้ดีว่าเชวยองแจเป็นคนแบบไหน

ทำไมเขาจะไม่รู้ว่าอีกฝ่ายมีกฎสำหรับกิจกรรมวันไนท์แสตนด์ เริ่มต้นด้วยความไม่รู้จักและจบลงด้วยความไม่รู้จัก ไม่มีคำว่าครั้งที่สอง เรื่องแบบนั้นเขารู้ดี อันที่จริง คนอื่น ๆ เขาก็รู้กันหมดนันแหละ ใช่ว่ายองแจจะไม่มีชื่อเสียงในมหาวิทยาลัยเสียเมื่อไหร่ อีกฝ่ายเป็นคนดังของคณะศิลปกรรมในเรื่องของผลงานศิลปะ และยังโด่งดังในเรื่องอย่างว่าอยู่พอตัวในผับดังที่เจ้าตัวมักไปใช้บริการอยู่บ่อย ๆ แน่ล่ะ ทั้งผู้หญิงทั้งผู้ชายต่างพาสนใจชเวยองแจกันทั้งนั้น

และนั่นรวมถึงเขาด้วย

ยอมรับเลยว่าแรกเริ่มนั้นเขาก็แค่สนใจ ได้ยินชื่ออีกฝ่ายบ่อย ๆ ในหมู่เพื่อนฝูงที่คณะ อยากจะรู้ว่าคนที่ทำให้เพื่อนเขานั่งพูดชื่อถึงอยู่เป็นวัน ๆ จะหน้าตาเป็นอย่างไร และครั้งแรกที่ได้เจอ ยอมรับอีกเหมือนเดิมว่าเขาชะงักไปไม่ถูกอยู่เหมือนกัน ใบหน้าขาวที่ดูหวานกว่าผู้ชายทั่วไป พวงแก้มใสที่ขึ้นริ้วสีชมพูอ่อน ๆ อย่างคนสุขภาพดี ดวงตารีเรียวที่ดูเฉยเมยอยู่ตลอดเวลา และริมฝีบางอิ่มสีสดนั่น ดูรวม ๆ แล้ว น่ารัก เป็นบ้า 

แต่การจะเข้าถึงตัวยองแจนั่นก็ไม่ใช่เรื่องง่าย ร่างโปร่งมักเอาแต่ขลุกตัวอยู่ในคณะ น้อยครั้งที่จะออกมาเดินอยู่ข้างนอก พอเลิกเรียนก็ตรงดิ่งกลับหอ แทบจะไม่มีเปิดโอกาสให้ใครได้เข้าใกล้เลยสักนิด ไหนจะท่าทางที่ดูเหมือนจะมีกำแพงกั้นรอบตัวอยู่ตลอดเวลานั่นอีก แต่ไม่แปลกใจเลยว่าทำไมท่าทางเหล่านั้นมันถึงได้ดึงดูดให้ทุกคนเข้าหา

คงเป็นเพราะ... ดูน่าท้าทายดี

สุดท้าย แจ็คสันคิดจะเลิกล้มความตั้งใจที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับอีกฝ่าย หากแต่วันนั้นเขากลับพบยองแจนั่งสูบบุหรี่อยู่ในสวนของภาควิชา คราแรกเขาคิดว่าตัวเองคงจะตาฝาด แต่พอเดินเข้าไปใกล้เขาถึงได้รู้ว่ามันไม่ใช่ จำได้ว่าหัวใจของเขาเต้นถี่รัวเพราะความตื่นเต้น ก่อนมันรัวเร็วหนักขึ้นกว่าเก่าหลังจากร่างโปร่งเอ่ยชวนเขาไปที่ห้อง

เรื่องราวในคืนนั้นมันเหมือนกับความฝัน เขาตื่นขึ้นมาในตอนเช้า นั่งมองร่างโปร่งที่หลับสนิทและอมยิ้มราวกับคนบ้า ความรู้สึกที่อยากจะตื่นขึ้นมาแล้วเจอหน้ายองแจทุกวันแล่นเข้ามาในสมอง นั่นทำให้เขาตัดสินใจจะเดินหน้าจีบอีกฝ่ายโดยทันที

และเมื่อเขาได้ทำความรู้จักกับยองแจมากขึ้นตลอดหลายเดือนที่ผ่านมา ชเวยองแจไม่ได้มีเพียงใบหน้าที่น่ารัก แต่นิสัยอีกฝ่ายก็โคตรที่จะน่ารัก เขาหลงอีกฝ่ายจนทบไม่เป็นอันทำอะไร ปกติที่เคยตื่นสายเป็นประจำ กลับตื่นขึ้นมาแต่เช้าเพื่อทำอาหารให้ยองแจและขับรถไปส่งถึงคณะ หลังเลิกเรียนที่มักจะอยู่เล่นกีฬากับเพื่อน กลับหายหน้าหายตาไปจากห้องเรียนทันที่อาจารย์ปล่อยเพื่อกลับหอไปเพื่อให้เห็นหน้าอีกฝ่าย

นั่นมันโคตรบ้า

แรก ๆ เขาก็ไม่ชินและคิดว่าการกระทำของมันโคตรเว่อร์ มันคงจะเป็นช่วงที่เห่ออะไรใหม่ ๆ อีกสักพักก็คงจะกลับไปเป็นปกติ แต่พอได้รอยยิ้มเขิน ๆ หรืออาการประหม่าจากยองแจ มันทำให้หัวใจเขามันพองโตราวกับมีคนมาเป่าลม และยินดีที่จะทำแบบนั้นมาเรื่อย ๆ จนกลายเป็นความเคยชินไปแล้ว

หากมองจากสายตาของคนนอก มันคงดูเหมือนเป็นการกระทำจากเขาเพียงฝ่ายเดียว เขาเคยเกือบต่อยกับเพื่อนเพราะมันบอกว่าเขาดูเหมือนลูกหมาที่เอาแต่เดินตามเจ้าของต้อย ๆ โดยที่อีกฝ่ายไม่ได้มีท่าทีจะสนใจเข้าเลยสักนิด แต่นั่นมันไม่ใช่ ถ้าได้ลองมาขลุกอยู่กับยองแจอย่างที่เขาทำอยู่ทุกวันจะรู้ได้เลยว่าอีกฝ่ายเปลี่ยนไปมากแค่ไหน ถึงแม้มันจะเป็นเพียงเรื่องเล็ก ๆ น้อย ๆ ซึ่งแจ็คสันคิดว่าเพราะมันเป็นเรื่องเล็กน้อยที่เปลี่ยนไปนี่แหละมันถึงได้สำคัญ เพราะนั่นหมายความยองแจเอาใจใส่เรื่องเล็กน้อยระหว่างพวกเขาด้วยเหมือนกัน

แจ็คสันไม่ได้รู้สึกน้อยใจที่ยองแจไม่ได้แสดงท่าทีตอบรับอะไรกลับมามาก เป็นเพราะอีกฝ่ายขี้อายเกินกว่าจะแสดงความรู้สึกออกมาต่างหาก และเขาคิดว่านิสัยแบบนนั้นมันน่ารักดีออก แต่เดี๋ยวนี้ก็มีแสดงให้เห็นมากขึ้นแล้ว ยกตัวอย่างเช่นการกอดเขาเมื่อวาน หรือการเริ่มต้นเป็นฝ่ายจูบก่อนนั่นแหละ

ให้มันค่อย ๆ เป็น ค่อย ๆ ไปแบบนี้ก็ดีอยู่แล้ว  

“ง่วงหรอ”

เสียงหวานทุ้มดังขึ้นพร้อมกับสัมผัสแผ่วที่แตะลงระหว่างหัวคิ้ว แจ็คสันลืมตาขึ้นก่อนจะขยับแขนวาดโอบเอวยองแจที่นั่งลงข้าง ๆ เปลี่ยนมาซุกศีรษะเข้ากับหน้าท้องขาว ๆ ที่เริ่มเจ้าเนื้อมากขึ้นขณะที่ร่างโปร่งหัวเราะออกมาด้วยความรู้สึกจักจี้

“เสร็จแล้วหรอ”

“อื้อ คุณอยากดูไหม”

ถึงจะเป็นฝ่ายเอ่ยถามว่าอยากดูไหม แต่ยองแจกลับเป็นฝ่ายดึงให้แจ็คสันลุกขึ้น ก่อนจะพยายามโชว์ผลงานตัวเองอย่างกระตือรือร้น ร่างสูงจึงอดที่จะยิ้มออกมาไม่ได้ ไม่บ่อยนักที่ยองแจจะแสดงท่าทีแบบนี้ อีกฝ่ายมักทำตัวเอื่อยเฉือยอยู่เสมอ จะมีก็ช่วงหลังจากทำงานเสร็จแบบนี้เท่านั้นแหละ

“สวยไหม”

ภาพที่ยองแจวาด มันเป็นภาพเหมือนใบหน้าของเขาที่ลงสีอะคริลิกเน้นส่วนสันกรามให้ดูโดดเด่นและหล่อเหลา (เฮ้! มันเป็นภาพของเขาจริง ๆ นะ) ด้านล่างมีดอกจีเรเนียมสีแดงสดประดับ ลงพื้นหลังเป็นสีเขียวสว่าง องค์ประกอบของภาพทั้งหมดนั้นช่างลงตัว ชวนให้มองแล้วรู้สึกดี แจ็คสันมองภาพนั้นแล้วยิ้ม เขาคิดว่าตัวเองคงยิ้มกว้างจนปากแทบจะฉีกถึงหู แต่จะไม่เขายิ้มได้ยังไง ยองแจวาดรูปของเขานะ ตั้งแต่เขาอยู่กับอีกฝ่ายมา ร่างโปร่งแทบไม่เคยวาดภาพเหมือนของคนเลยสักครั้ง แต่นี่กลับวาดรูปของเขาเป็นชิ้นงานส่งอาจารย์ จะไม่ให้รู้สึกดีได้ยังไง  

“แน่นอนสิ นายแบบหล่อออกซะขนาดนี้”

“ฝีมือผมดีต่างหากล่ะ”

ร่างโปร่งแกล้งยู่หน้าลงก่อนจะเผลอร้องออกมาเมื่อเขาถูกร่างสูงดึงเข้าสู่อ้อมกอด ใบหน้าคมคายโน้มลงเข้ามาใกล้ ริมฝีปากร้อนจูบผะแผ่วไปทั่วใบหน้า กดลงตรงมุมกลีบปากอิ่ม ดูดดุนให้ยองแจเผยออ้าและสอดลิ้นเข้าไปกวาดต้อนความหวานทั่วโพรงปากเล็ก ดวงตาเรียวหลับพริ้มรับสัมผัสร้อนที่อีกฝ่ายมอบให้อย่างเต็มใจ จงใจกระหวัดเกี่ยวลิ้นร่างสูงอย่างหยอกล้อและเป็นฝ่ายจูบโต้ตอบบ้าง จวบจนกระทั่งลมหายใจที่สั่งสมมาจะถูกฉกฉวยไปหมดจนต้องออกแรงทุบอกแกร่งเบา ๆ เพื่อหยุดจูบในครั้งนี้

“ทำไมถึงเป็นผมล่ะ”

แจ็คสันยังคงคลอเคลียอยู่บริเวณแก้มใสพลางเลื่อนมายังลำคอขาวที่มีรอยสีแดงประทับอยู่ แกล้งลากริมฝีปากผ่าน พรูลมหายใจบริเวณแอ่งชีพจรจนยองแจเผลอเอียงคอหลบเพราะความรู้สึกวูบวาบที่เกิดขึ้น

“เพราะคุณคือจีเรเนียม”

มือขาวเอื้อมมาแตะบริเวณสันกราม ออกแรงให้แจ็คสันหันมาสบตา แตะปลายจมูกลงบนส่วนเดียวกัน ดวงตาคมที่จ้องมองมานั้นทำให้ยองแจใจเต้นไม่เป็นส่ำ เช่นเดียวกับร่างสูงที่เผลอกลั้นลมหายใจจากกระทำของคนตรงหน้า

“จีเรเนียม คือดอกไม้ที่ผมชอบมากที่สุด ความหมายของมันในภาษาดอกไม้คือความสดชื่น”

ยองแจหลับตา เขาเอียงใบหน้าเล็กน้อยเพื่อประทับจูบลงบนริมฝีปากหยัก บดคลึงมันเอาไว้อย่างนั้นโดยไม่ได้แทรกลิ้นเขาไปอย่างทุกที แต่เพียงแค่สัมผัสแบบนี้ สำหรับแจ็คสันมันก็มากเพียงพอแล้ว

“และคุณ...

 

 

 

“ก็คือจีเรเนียมของผม”



END.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #353 Peemsung (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 02:09
    อบอุ่นมากแงงงง น่ารักกกกกก
    #353
    0
  2. #344 AoomAim1 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 22:49
    แบบว่าจินตนาการได้ทั้งเรื่องอ่านแล้วอบอุ่นหัวใจมาก ตอนจบแบบพอดีมากคือจบไว้แต่ตรงนี้มันลงตัวที่สุดแล้ว ชอบตอนนี้ที่สุดเลยค่ะ
    #344
    0
  3. #326 MilkbaBam (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 13:06
    น่ารักก
    #326
    0
  4. #321 Samild99 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 00:26
    ชอบมาก
    #321
    0
  5. #304 jiab155 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 13:52
    การได้พบอีกครึ่งหนึ่งของชีวิต หรือส่วนที่เติมเต็มในเรื่องที่ขาดล้วนเป็นเรื่องดีของชีวิต จงรักษาและดูแลมันไว้ให้ดี
    #304
    0
  6. #284 lemony_sweet (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 02:16
    ชอบความรู้สึก ความเป็นยองแจ ความเป็นแจ็คสันในเรื่องนี้จัง จากไม่อะไรจนมีอะไร ฟิวความรู้สึกที่มีให้กันมันดีจัง >///<
    #284
    0
  7. #277 pty_no (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 6 เมษายน 2560 / 15:25
    เริ่มต้นความสัมพันธ์แบบงงๆ แต่สุดท้ายเค้าก็คือคนสำคัญของกันและกัน >///<
    #277
    0
  8. #256 0806 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 15:54
    เรื่องนี้ชอบมาก เป็นอะไรที่ปกติไม่ค่อยจะเห็นคนแต่งแนวนี้ค่ะ แบบนี้แหละคือฟิคที่เรารอมานาน นานๆทีจะได้เห็นคาแรคเตอร์ในฟิคที่เรียลๆแบบนี้ ปกติเคะในฟิคจะต้องน่ารักสดใสดั่งทุ่งดอกไม้บาน บางทีแบ๊วกว่าผู้หญิงอีก ซึ่งมันก็น่ารักนะ แต่คิดๆดูแล้วมันไม่ค่อยเรียล เพราะในความเป็นจริงจะเคะจะเมะก็ผู้ชายอยู่ดีค่ะ เราเลยชอบคาแรกเตอร์ยองแจในเรื่องนี้มากๆ มีความดาร์ก คาแรกเตอร์ผู้ชายดีค่ะ อ่านแล้วรู้สึกสมจริง



    ธีมและโทนของเรื่องที่ดูหม่นๆก็เป็นเสน่ห์อีกอย่างนึงของเรื่องนี้เลย แล้วมันก็ตอบโจทย์สุดท้ายที่บอกว่าแจ็คสันเป็นเจเรเนียมของยองแจ เป็นความสดชื่นสดใสในโลกหม่นๆของคนๆนึง



    ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆค่ะ
    #256
    0
  9. #254 sandgreen (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 14:16
    ฮื่อ...ความสัมพันธ์แบบนี้มันน่ารักจัง ชอบ
    #254
    0
  10. #252 CHOI333 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 23:31
    ชอบเรื่องนี้จัง อ่านแล้วได้อารมณ์เอื่อยๆของยองแจในเรื่องมาด้วยเลย 55555 น่ารักอ่ะ ลงตัวไปหมดเลยทั้งยองแจทั้งแจ็คสัน คาแร็คเตอร์ดีเข้ากันทั้งคู่เลย ฮื่อออ บอกไม่ถูกว่ารู้สึกยังไง มันดีอ่ะ ><
    #252
    0
  11. #237 เด็กน้อยลั้ลลา (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 11:55
    ชอบฟีลของเรื่องมากเลยค่ะ มีความอมยิ้มน้อยๆมาบรรยากาศอึมครึมของเรื่อง
    #237
    0
  12. #236 LightRock (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 11:23
    ดูแบบฟีลอึมครึมมาตั้งแต่ต้นเรื่อง
    แต่ปิดจบแบบสว่าง สดชื่น
    แบบค่อยๆยิ้มกว้างขึ้นเรื่อยๆจนจบเลย
    #236
    0
  13. #235 MILKYJ (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 09:18
    ชอบคาแร็กเตอร์ยองแจแบบนี้ ฮือออ ไม่เคยอ่านเจอคาแร็กเตอร์แบบนี้เลย อยากให้มีต่ออีก ฮืออออ ละมุนด้วยย
    #235
    0
  14. #234 Manutmaew (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 01:29
    งุ้ยยย คิดว่ายองแจจะสร้างกำแพงขึ้นมาจนปิดกลั้นไม่ให้พี่แจ็คเข้ามาซะแล้ววว ที่แท้ก็ไม่กล้าแสดงออกมาซินะ ละมุนนนนนใจจริงๆเลยยย พี่แจ็คคือ จีเรเนียมของยองแจ งุ้ยยยย ทำไมเขินแบบนี้ >~<
    #234
    0
  15. #233 TPWCT13 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:55
    เขินง่ะ ตอนแรกยองแจเหมือนจะดูเป็นคนเย็นชานะแต่ที่แท้ก็แค่เขินนน คงรักแจ็คสันมากสินะ ^^
    #233
    0
  16. #232 T'angmo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:43
    โง้ยยยย น่ารักอ่ะ ตอนแรกคิดว่ายองแจต้องเป็นคนแรงๆแน่ๆ แต่พออ่านมาจนจะจบกลับกลายเป็นว่ายองแจขี้อายเกินกว่าที่จะกล้าแสดงความรู้สึกออกมาตรงๆ ชอบอ่ะ~~~
    #232
    0
  17. #231 jffan (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:21
    สาบานได้เลยว่าเพิ่งเคยอ่านยองแจคาเร็กเตอร์แบบนี้ ชอบมากๆเลย ฮื่อออออ เนื้อเรื่องเอื่อยๆนะแต่มันทำให้ยิ้มได้ทุกตัวอักษรอ่ะ กามก็จริงแต่ไม่ได้หวือหวาขนาดนั้น เอาจริงๆความละมุนของเรื่องมันทำให้มองข้ามความกามได้อ่ะเรื่องเนี้ยย555555555555555 รวมๆแล้วประทับใจมากๆเลยค่ะ งื้อออออ
    #231
    0
  18. #230 Jusejae (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:15
    โรเเมนติก น่ารักกกกก หวานละมุนนนชอบบขขบขย
    #230
    0
  19. #229 XLOOKNAMX (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:05
    เขินเวอร์ ฮือออออชอบบบบย
    #229
    0
  20. #228 chzckhnp (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 00:05
    เหมือนโทนเรื่องจะดูหม่นๆประหนึ่งถูกรมควันบุหรี่แต่งกลิ่นของยองแจ แต่จริงๆแล้วละมุนมาก อบอุ่น ยองแจดูเป็นคนโลกส่วนตัวสูง ติสต์มาก สร้างกำแพงปิดกั้นไม่ให้ใครเข้าไปได้ง่ายๆ แต่แจ็คสันได้ก้าวข้ามกำแพงนั้นไป ความสัมพันธ์ที่ค่อยขยับทีละนิด ค่อยๆปรับเข้าหากัน กลายเป็นเสพติด ห่างไม่ได้ ฮื่อมันดีมาก ความธรรมดาที่แสนพิเศษ ;-; คนนอกจะมองยังไงก็ช่าง ใครจะรู้ดีกว่าสองคนล่ะจริงมั้ย มันเป็นความสัมพันธ์ของเขานี่ ความสัมพันธ์พิเศษ <3 น้ำตาไหล ชอบมาก เขินมาก คาแร็คเตอร์ยองแจดูมีอะไรให้ลุ้นดี ตื่นเต้นแทนแจ็คสัน ยองแจที่ดูหยิ่งๆอยู่ในโลกของตัวเอง แจ็คสันที่ดูมีความอบอุ่นและเข้าถึงง่ายกว่า แต่จริงๆยองแจน่ารักมากเลย มีความเผ็ดชวนแจ็คสันขึ้นห้องก่อนด้วย ฮื่อ แจ็คสันมีอิทธิพลกับยองแจขนาดที่คิดถึงจนตื้อไปหมดต้องพึ่งบุหรี่หลายมวน อยากจะเปิดประตูระเบียงแล้วนั่งพัดควันออกให้ ไม่อยากให้ถูกอบกลายเป็นยองแจรมควันก่อนแจ็คสันจะกลับมา 5555555 งื้อ ทุกอย่างมันดีมากจริงๆ ประทับใจจ
    #228
    0
  21. #227 JSNS44 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:52
    ละมุนมากอ่าา ชอบบบ
    #227
    0
  22. #225 maynattha21 (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:38
    เรื่องนี้คือความธรรมดาที่โคตรพิเศษ ชอบคาแรคเตอร์แจมากกก
    #225
    0
  23. #224 N A X X (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:10
    มีทั้งความกามและความละมุนในตอนเดียวกัน อู้วหูววววววว5555
    #224
    0
  24. #223 N A X X (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:10
    มีทั้งความกามและความละมุนในตอนเดียวกัน อู้วหูววววววว5555
    #223
    0
  25. #222 Chertoo (จากตอนที่ 9)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 21:38
    ชอบบบบบบ
    #222
    0