JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 7 : 07 l REC : by mmswc

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,182
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 53 ครั้ง
    25 มี.ค. 60

   
  CR.SQW
  REC

: by mmswc


 

 

ยองแจ ช่วยพี่หน่อยนะ นะ น้าาา”

หญิงสาวตัวเล็กเอื้อมไปกอดแขนของชายหนุ่มตรงหน้า ก่อนจะเขย่ารัว ๆ พร้อมกับใบหน้าสวยที่พยายามปั้นให้ดูน่าสงสารที่สุด ดวงตากลมโตที่กระพริบถี่ ๆ เป็นเชิงออดอ้อนเพื่อให้น้องชายตัวเองใจอ่อน

“คนอื่นไม่มีหรือไง ทำไมต้องผมอะ”

 “แกนี่แหละเหมาะสุดแล้ว ช่วยพี่หน่อยเถอะนะ”

อาจจะเพราะอยู่ด้วยกันมาตั้งแต่จำความได้ ท่าไม้ตายในการออดอ้อนของยองจูเลยใช้ไม่ได้ผลกับยองแจสักนิด

“...”

“โปรเจคพี่นะเว้ย ช่วยหน่อยนะ นะะะะะ”

“...” อ้อนก็แล้ว พูดโน้มน้าวก็แล้ว ข้อแลกเปลี่ยนสุดท้ายจึงถูกเสนอขึ้นมา และยองจูเองก็คิดว่ามันน่าจะได้ผลแน่นอน..

“สองพัน”

 “สี่”

“สองห้า”

“สาม”

“โอเค้!

 

หนึ่งวันก่อนหน้า

“ยองแจ”

“ห้ะ”

“กูขอยองแจ”

“ทำไมต้องน้องกู”

“ก็รู้คำตอบอยู่แล้วนี่ จะถามทำไม”

“เอาจริงดิ”

“ก็แล้วแต่นะ งานมึง”

“..”

“แล้วก็นะ ถ้าได้ กูทำให้ฟรี แต่ถ้าไม่ เชิญหาคนใหม่ได้เลย”

 

แล้วจะให้ยองจูทำยังไงในเมื่องานนี้ตัวหลักมันต้องเป็นแจ็คสันเท่านั้น หาคนอื่นก็ไม่มีใครถูกใจสักที นี่ถ้าไม่ติดว่าพ่อนายแบบเขารีเควสมายองจูคงไม่ต้องมาลงทุนเกาะแข้งเกาะขาไอ้น้องชายตัวดีแบบนี้หรอก

เอาเถอะ ถือซะว่าให้ค่าขนมน้องแล้วกัน

 

 

REC

 

 

-Youngjae Part-

 หลังจากที่วันก่อนตกปากรับคำพี่สาวตัวเองไปแล้วพร้อมรับเงินเรียบร้อย ทำให้วันนี้ ชเว ยองแจ ต้องมานั่งสัปหงกอยู่สตูดิโอถ่ายภาพของพี่สาวตั้งแต่ตีสี่ ถึงแม้สตูดิโอจะอยู่ในบ้านตัวเองก็เถอะ แต่มันก็ยังรู้สึกเช้าไปอยู่ดีสำหรับยองแจ

งานที่ยองแจรับมาจากพี่สาวคือช่วยเป็นนายแบบให้ ยองแจรู้เพียงแค่ว่าวันนี้จะต้องถ่ายแบบในตีมคู่รักแบบชายรักชาย ซึ่งแน่นอนว่าเขาไม่ได้ซีเรียสอยู่แล้ว งานก็คืองาน อีกอย่างตัวเขาเองก็เคยรับงานถ่ายแบบมาอยู่สองสามครั้ง แถมยังเคยโดนพี่สาวลากไปเป็นแบบให้อยู่บ่อย ๆ แค่ครั้งนี้ต่างไปตรงที่เป็นโปรเจคที่ต้องส่งอาจารย์จริง ๆ ไม่ใช่การถ่ายลงเพจอย่างที่แล้ว ๆ มา การที่พี่สาวมาขอความช่วยเหลือขนาดนี้ คนเป็นน้องมันก็ต้องช่วยอยู่แล้วใช่ไหมล่ะครับ ค่าแรงนั่นก็แค่ผลพลอยได้น่า อีกทั้งทีมงานก็เป็นเพื่อน ๆ ของยองจูทั้งนั้น ซึ่งยองแจก็คุ้นหน้าคุ้นตาดีพี่ ๆ ดี เวลาที่มาทำงานที่สตูดิโอที่บ้าน เขาคิดว่ามันไม่น่าจะมีปัญหาอะไร

“ยองจู บรีฟงานกี่โมงอะ” เอ่ยถามคนเป็นพี่ที่กำลังวุ่นอยู่กับการตรวจสอบความเรียบร้อย รวมทั้งเตรียมอุปกรณ์ต่าง ๆ ให้พร้อม ใจจริงยองแจก็อยากจะไปช่วยอยู่หรอกนะ แต่เขาทำอะไรไม่เป็นเลยนี่สิ จากที่จะช่วยให้เสร็จเร็วขึ้นก็กลัวจะไปช่วยสร้างปัญหามากกว่า

“แปดโมง”

“มีอะไรให้ทำไหม ถ้าไม่ของีบรอ”

“ไม่มี ๆ กลับไปรอที่ห้องไหม ไว้ไปเรียก”

“ไม่เป็นไร พักสายตาแป๊ปเดียว” พูดจบก็จัดการเอนหลังลงไปกับโซฟาทันที

 

 

REC

 

 

“ยองแจ ยองแจ ไปล้างหน้าล้างตาแล้วเปลี่ยนชุดไป ชุดแขวนอยู่ในห้องนะ”

เสียงของพี่สาวปลุกยองแจขึ้นมาอีกครั้ง คราวนี้รอบตัวของยองแจเปลี่ยนไปจากตอนแรกที่เป็นแค่ห้องโล่ง ๆ แต่ตอนนี้กลับมีสิ่งอื่นเพิ่มเข้ามาไม่ว่าจะไฟ กล้อง ฉากหลัง และที่สะดุดตายองแจที่สุดก็คงจะเป็นเตียงหกฟุตที่ตั้งอยู่หน้ากล้องนั่น

“ไง”

เสียงทุ้มแหบที่เอ่ยทักยองจูนิ่ง ๆ ทำผมชะงักค้าง ก่อนจะเงยหน้าขึ้นมาตามเสียง ดวงตาทั้งสองข้างยิ่งเบิกกว้างขึ้นเมื่อเห็นหน้าคนมาใหม่ชัด ๆ  มือไม้เริ่มที่จะควบคุมไม่ได้ เหงื่อเริ่มผุดขึ้นตามไรผมทั้ง ๆ ที่แอร์ในสตูเย็นเฉียบ ผมรีบหลบสายตาทันทียามที่อีกคนมองมาทางนี้

หวัง แจ็คสัน

ผมยังมีมารยาทพอที่จะลุกขึ้นโค้งตัวให้อีกฝ่ายเป็นการทักทาย ก่อนจะรีบเดินไปเปลี่ยนชุดในห้องตามที่พี่สาวบอกโดยไม่ได้สนใจที่จะพูดคุยกับคนมาใหม่แม้แต่น้อย  

ให้ตายเหอะ ใครจะไปคิดว่าจะได้เจอกับคนที่ไม่กล้าเผชิญหน้าที่สุดวะ

 

 

 “เก่งมากยองจู” หลังจากที่ยองแจเดินเข้าไปในห้องเปลี่ยนชุดแจ็คสันก็เอ่ยชมเพื่อนตัวเล็กทันที

“เดี๋ยวเถอะ กว่าจะได้นะรู้ไหม”

“ไว้กูพาไปเลี้ยงเนื้อย่าง”

“สัญญา”

 “แน่นอน”

“บอกตีมวันนี้ไปหรือยัง” พูดพร้อมกับจ้องหน้าเพื่อนตัวเล็กของตัวเองอย่างจริงจัง

“บอกแล้ว” จากที่ฟังยองจูเล่าเรื่องน้องชายตัวเองให้ฟังบ่อย ๆ บวกกับการตามน้องมาหลายปีทำให้แจ็คสันพอจะเดาได้ว่าน้องไม่น่าจะยอมทำอะไรแบบนี้ง่าย ๆ

“บอกแค่ตีมนะ ยังไม่ได้บอกอย่างอื่น กูลืมไปเลยว่ะ แต่มันเป็นคนมีความรับผิดชอบพอนะ”

“ต่อให้มีความรับผิดชอบพอถ้าน้องรู้ว่าต้องถ่ายแบบนี้น้องจะโอเคเหรอวะ”

โอเคสิ

“น้องจะไม่ถีบกูตอนถ่ายใช่ไหม”

“ถ้ามันถีบเดี๋ยวกูช่วย”

“ช่วยกู?”

“ช่วยมันถีบมึงอะ”

 

 

REC

 

 

ยองแจยืนมองชุดมาร่วมสิบนาทีแล้ว

ไม่สิ มันไม่เรียกว่าชุดด้วยซ้ำ เพราะมันมีเพียงแค่เสื้อเชิ้ตสีขาวตัวโคร่งเพียงตัวเดียวที่แขวนอยู่

หรือจะไม่ใช่ชุดของเขา? คิดได้ดังนั้นก่อนจะตัดสินใจเดินออกมาถามพี่สาวตัวเองให้แน่ใจ

            “ยองจู ชุด..” หากแต่ยังก้าวเท้าไม่พ้นประตูดี คำพูดที่กำลังจะออกจากปากก็หยุดชะงักไปเพราะคนมาใหม่ ร่างกายสมส่วนที่ท่อนล่างมีเพียงแค่กางเกงบอลและเสื้อที่กำลังถูกถอดออกอวดหุ่นสวยที่ดูก็รู้ว่าต้องออกกำลังกายเป็นประจำ วัดได้จากมัดกล้ามและซิกแพคที่ขึ้นเรียงกันอยู่น่ะนะ.. ไหนจะส่วนสูงที่เทียบ ๆ กันแล้วยังดูสูงกว่ายองแจตั้งหลายเซนนั่นอีก

            “อ่ะ..ขอโทษครับ พี่ใช้ห้องเลยก็ได้นะ” มือเรียวเล็กสั่นน้อย ๆ ยามที่ชี้มือให้แจ็คสันเข้าไปใช้ห้องก่อนจะรีบเดินออกไปจากตรงนั้น

แต่ไม่ทันได้ระวัง

“เฮ้ย!” ข้อเท้าสวยไปเกี่ยวเข้ากับสายไฟที่กองอยู่ทำให้ยองแจเสียการทรงตัว มือเรียวคว้าอากาศไปทั่วเพื่อหาที่ยึดให้ตัวเอง เมื่อคว้าได้ สิ่งที่ต้องทำต่อมาคือยึดไว้ให้แน่นที่สุด แต่ดูเหมือนสิ่งที่ยองแจคว้าได้จะไม่สามารถยึดให้ทรงตัวได้ กลายว่าเป็นยองแจล้มลงไปกับพื้นโดยสิ่งนั้นที่ยึดเอาไว้ก็ติดมือมากองอยู่ตรงข้อเท้าหนานั่นเรียบร้อย.. กางเกงบอลของพี่แจ็คสัน

ชิบหาย!

“ว้าย!” เสียงของพี่ผู้หญิงที่เห็นเหตุการณ์ต่างก็ปิดตาหันหน้าหนีไปตาม ๆ กัน

ตาเรียวรีค่อย ๆ กวาดสายตาไล่ขึ้นมาจากปลายเท้า ผ่านหน้าแข้งและต้นขาที่ดูแข็งแรง กล้ามหน้าท้องที่เรียงสวย ไปเรื่อยจนถึงอกแกร่ง จะก่อนสบตาเข้ากับตาคมที่มองตนอยู่ก่อนแล้วเช่นกัน

ตาย  ตายแน่ ๆ ยองแจ

และเมื่อตั้งสติได้ ร่างบางก็รีบลุกขึ้นทันที และยังไม่วายหวังดีดึงกางเกงขึ้นใส่กลับให้คนตรงหน้าอีกด้วย

“ขอโทษครับ คือ.. ม..ไม่ได้ตั้งใจ”

กล่าวคำขอโทษไปพร้อมกับก้มหน้าหลบสายตาอีกฝ่าย ได้แต่โค้งหัวขอโทษซ้ำ ๆ โดยไม่มีท่าทีว่าจะเงยขึ้นมาง่าย ๆ

เงยก็บ้าแล้ว!

            “ไหนเงยหน้ามาคุยกันดิ้” เสียงทุ้มแหบที่ไม่สบอารมณ์นั่นทำให้ยองแจรู้สึกกลัวมากกว่าเดิม

            “ไม่เอา” ปากนี่ก็ไปไวจริง ๆ เลยโว้ยย

            “เงยขึ้น” เมื่อเห็นว่าเขาไม่ยอมเงยหน้าขึ้นสักที คนตรงหน้ายิ่งกดเสียงให้ต่ำลง

จะโดนฆ่าไหมเนี่ย ฮืออออ

“พี่บอกให้เงยขึ้นไง”

ยัง ยังไม่หยุดข่มเสียงใส่อีก

ยองจู ช่วยด้วย มือนี่จิกเสื้อจนจะขาดแล้ว ฮืออออออ

“ไอ้แจ็ค เลิกแกล้งน้องกูได้ละ จะร้องไห้แล้วนั่น”

ขอบคุณสวรรค์

“นี่ เงยหน้าขึ้นมาดิ เดี๋ยวก็หน้ามืดอะ”

จากน้ำเสียงดุ ๆ กลายเป็นน้ำเสียงล้อเลียนเข้ามาแทนที่ แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ไม่กล้าเงยหน้าขึ้นมาอยู่ดี

โคตรรู้สึกผิด เคยไหมล่ะครับไปเผลอทำผิดใส่ใครสักคนแล้วไม่กล้าสู้หน้าน่ะ

“เฮ้ย เงยหน้าได้แล้ว ไม่ปวดคอเหรอ” มือหนายื่นมาตรงหน้ากะจะเชยคางมนให้เงยหน้าขึ้นแต่เป็นยองแจที่เบี่ยงตัวหลบออกมาก่อน

“โทษที”

“ขอโทษนะพี่ คือผมไม่ได้ตั้งใจ คือ..” แต่มันก็ถึงจุด ๆ หนึ่งที่ผมทนไม่ไหว..

 แม่งปวดคอจริง ๆ นั่นแหละ  ผมตัดสินใจเงยหน้าขึ้นมามองอีกคน ใบหน้าดุ ๆ กับตาคมที่จ้องเขม็งมาคือภาพที่จินตนาการไว้ในหัว แต่พอเงยหน้าขึ้นมาจริง ๆ กลับเจอแต่ใบหน้าหล่อ ๆ กับรอยยิ้มล้อ ๆ เท่านั้น

“เฮ้ย ไม่เป็นไร พี่ก็ไม่ได้โป๊สักหน่อย แถมไอ้พวกนี้ก็เพื่อนพี่ทั้งนั้น” ยัง ยังไม่หยุดยิ้มอีก

“ไม่โกรธเหรอ”

“ไม่หรอก มันเป็นอุบัติเหตุ พี่เข้าใจ แล้วก็นะ” ผมก้าวถอยหลังทันทีที่พี่มันก้าวเข้ามาประชิดตัวผม แต่ผมคงก้าวสั้นเกินไปมันถึงทำให้เราอยู่ห่างกันแค่นิดเดียว ผมก้าวถอยออกมาอีกนิด พี่แจ็คสันก็ยังก้าวตามผมมาติด ๆ จะก้าวต่ออีกก็ไม่ได้เพราะตอนนี้หลังผมก็ชนกับกำแพงแล้ว ฮืออออ ยองจู กลับมาก๊อนนนนน

 มือหนาทั้งสองข้างยกขึ้นท้าวกับผนังห้อง กั้นอาณาเขตเอาไว้ไม่ให้ผมหลุดออกไปได้ ผมสบตากับดวงตาคมอย่างหวาด ๆ ใจเริ่มเต้นเร็วและแรงขึ้นเมื่อใบหน้าหล่อนั่นเลื่อนเข้ามา ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่หัวใจก็ยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น ผมหลับตาปี๋ กลั้นหายใจจนตัวเกร็งไปหมดยามที่จมูกโด่งนั่นเฉียดแก้มผมไป ปากหนาหยุดอยู่ที่ข้าง ๆ หู เสียงทุ้มแหบที่กระซิบประโยคหนึ่งมาทำเอาผมอยากจะมุดลงไปใต้ดินให้ได้เสียเดี๋ยวนั้น

“ถ้าอยากดู บอกดี ๆ ก็ได้นะ เดี๋ยวพี่ถอดให้ดู” พูดเสร็จพี่มันก็ส่งยิ้มล้อ ๆ มาให้อีกครั้งก่อนจะเดินเข้าห้องเปลี่ยนชุดไป

ทันทีที่ประตูปิดลง ขาทั้งสองข้างที่อ่อนแรงมาตั้งแต่โดนกักตัวทำให้ผมยืนไม่อยู่อีกต่อไป ตัดสินใจทรุดตัวลงไปนั่งกับพื้นก่อนจะพ่นลมหายใจที่กลั้นไว้ออกมาเฮือกใหญ่ ยกมือขึ้นจิกหัวตัวเองราวกับคนเสียสติ  ถ้อยคำมากมายถูกพ่นออกมาในใจเพราะกลัวว่าถ้าพูดออกไปคงไม่ได้มีชีวิตรอดอยู่ต่อ

            แม่ง แม่ง แม่ง ๆๆๆๆๆๆๆ มีปี๊ปไหม ขอมาคลุมหัวที

ไม่สิ มีมีดไหม เอามาปาดคอยองแจที ฮือออออออออ

 

            เหตุการณ์ที่เกิดขึ้นได้ไม่กี่นาทีแต่ความรู้สึกมันนานเหมือนเป็นชั่วโมง และดูเหมือนเหตุการณ์มันยังคงอิมแพคต่อเนื่อง ภาพเหตุการณ์ก็ยังคงวนเวียนอยู่ในหัวซ้ำ ๆ  สลัดยังไงก็ไม่หลุด อาการร้อนวูบวาบที่ใบหน้าที่เป็นอยู่ตอนนี้มันทำให้เดาได้ง่าย ๆ ว่าหน้าผมแดงขนาดไหน

อาย อายชิบหาย สาบานจะไม่สบตา จะไม่ให้พี่มันเห็นหน้าแล้ว ฮือออออ

 “อ้าว เป็นไร” เสียงของพี่สาวที่เดินกลับมาทักขึ้น

            “นึกว่าจะตายแล้ว..”

            “ขนาดนั้นเลย แล้วทำไมยังไม่เปลี่ยนชุด”

            “เออ ว่าจะถามเรื่องชุด ทำไม่ไม่มี”

            หลังจากที่ปรับจุดโฟกัสตัวเองใหม่พร้อมดึงสติกลับมาได้ ผมก็ลากยองจูออกมาคุยพร้อมถามข้อข้องใจทันที

            “ก็อยู่ในห้องไง”

            “ไม่มีนะ ..เดี๋ยว ชุดเป็นยังไง”

“เชิร์ตขาว”

“ตัวเดียวน่ะนะ ทำไมชุดเป็นงั้นอะ หรือ..”

“มันจะออกเรทนิดนึงนะน้องรัก คือจะพูดยังไงดี บนเตียงอะ มันจะหวิว ๆ หน่อย  แกใส่แค่เชิร์ตตัวเดียวพอ มันคลุมหน้าขาอยู่ ใส่ขาสั้นไม่ก็บอกเซอร์ข้างในเอานะ คือพี่ก็ลืมบอกรายละเอียดแกก่อนง่ะ พี่ขอโทษ.. เฮ้ยเดี๋ยว! จะไปไหน” ยองจูรีบจับแขนผมไว้ทันทีที่เห็นผมทำท่าจะเดินหนี

“ไปเปลี่ยนชุดไง”

“ไม่หนีแน่นะ”

“มีความรับผิดชอบพอน่า” นาทีนี้คงทำอะไรไม่ได้แล้ว มันก็เป็นความผิดผมเองที่ไม่ยอมถามยองจูแต่แรก ผมไม่ใช่คนใส ๆ ขนาดที่จะไม่รู้เรื่องรู้ราวอะไรนะครับ ดูแค่ชุดที่ใส่ก็พอจะรู้แล้วว่าต้องเองได้รับบทบาทไหน ดูท่าคงจะต้องเปลืองตัวไม่ใช่น้อย ไหน ๆ ก็ขนาดนี้แล้ว..

 “เพิ่มอีกพัน”

“ย่าห์!! นี่พี่แกนะเว้ย”

“ก็แล้วแต่ งานพี่นะ” พูดพร้อมกับยักไหล่ขึ้นอย่างไม่แคร์อะไร

“ห้าร้อยพอ” แขนเล็ก ๆ กอดแขนน้องชายเอาไว้อีกครั้ง ก่อนมืออีกข้างจะชูนิ้วทั้งห้าที่กางออกขึ้นมาต่อรองกับน้องชายแทน

“ไม่” พูดพร้อมส่ายหน้า

 “โอเค พันก็พัน แต่ถ้าสั่งอะไรไปต้องทำนะเว้ย”

“ดีล! ว่าแต่ ผมต้องถ่ายกับใครอะ มายัง”

“มาละ”

“อยู่ไหนอะ”

“เพิ่งเข้าห้องไปเปลี่ยนชุดไง” ดวงตาเรียวรีเบิกกว้างขึ้นอีกครั้ง ก่อนจะมองไปที่พี่สาวอย่างคาดหวัง ขอให้มันไม่ใช่อย่างที่ผมคิด.. ใบหน้าสวยพยักหน้ายืนยันอีกครั้งว่าสิ่งที่บอกมาเป็นความจริง พอดีกับพี่แจ็คสันที่ใส่ชุดคลุมอาบน้ำเดินออกมาจากห้องเปลี่ยนชุด

 “ไปเปลี่ยนชุดแล้วออกมาแต่งหน้าทำผมรอบรีฟงานนะน้องรัก”

เหมือนกับเส้นเอ็นที่ขาทั้งสองข้างถูกตัดขาด ขาเรียวทั้งสองข้างไม่มีแรงขึ้นมาเสียดื้อ ๆ และเป็นอีกครั้งที่ยองแจทรุดลงไปนั่งกับพื้น

ชีวิตจำเป็นต้องเจอเรื่องพีคขนาดนี้เลยเหรอวะ..

โอเค มันผิดเองที่ผมไม่ยอมถามยองจูให้ชัดเจนว่าต้องถ่ายกับใคร รู้แค่ว่าเป็นเพื่อนของพี่สาวตัวเอง แม่งงงง ลืมไปได้ยังไงนะว่าพี่แจ็คสันกับยองจูก็เป็นเพื่อนกัน

ชิบหายของจริงแล้วล่ะทีนี้

 

 

REC

 

 

“แจ็คสันกับยองแจคือนายแบบของวันนี้นะ ตีมเราก็อย่างที่บอกไป ถ่ายแค่บนเตียง วันนี้แจ็คสันกับยองแจคือแฟนกันนะ เดี๋ยวจะคอยบอกอีกที ชิล ๆ นะ ไม่ต้องกดดัน เราก็คนกันเองทั้งนั้น”

ไม่ได้กดดันว้อยยย แต่ไม่กล้าสู้หน้าอะเข้าใจไหมยองจู ฮือออออ

หลักจากที่ยองจูบรีฟงานจบ ทุกฝ่ายก็ประจำที่เตรียมพร้อมสำหรับการถ่ายแบบครั้งนี้ ผมถอนหายใจกับตัวเองหนัก ๆ อีกครั้งก่อนจะลุกขึ้นถอดชุดคลุมอาบน้ำออก หยิบมือถือมาดูก่อนจะวางไว้บนโต๊ะที่ใช้วางสัมภาระของทุกคน เช็คตัวเองให้เรียบร้อยพร้อมเดินตรงไปที่เตียงที่ถูกจัดไว้ บนตัวผมมีแค่เสื้อเชิร์ตสีขาวตัวใหญ่ที่ยาวปิดไปถึงหน้าขา และพี่แจ็คสันที่เปลือยท่อนบนใส่แค่กางเกงยีนส์ตัวเดียวเท่านั้น

            งานยองแจงาน ท่องไว้ มันเป็นอุบัติเหตุ อุบัติเหตุ ท่องไว้

            “โอเค แจ็คสัน ยองแจ พร้อมนะ”

            ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะปีนขึ้นไปบนเตียงที่พี่แจ็คสันนอนอยู่ก่อนแล้ว เสียงชัตเตอร์ดังขึ้นทันทีที่เราสองคนเริ่มขยับเข้าหากัน ผ้าห่มถูกดึงขึ้นมาคลุมส่วนล่างเอาไว้ ผมเกร็งนิดหน่อยตอนที่พี่แจ็คสันคว้าเอวผมให้ขยับไปเอนหลังพิงอกตัวเอง พี่มันก้มหน้าลงมาให้ระดับสายตาเราตรงกัน ก่อนจะเอ่ยประโยคที่ช่วยให้ผมผ่อนคลายขึ้น

            “เลิกรู้สึกผิดได้แล้วน่า พี่ไม่ได้ถือสาอะไร” ไม่มีน้ำเสียงล้อเลียนเหมือนตอนเมื่อเช้า มีแค่น้ำเสียงของพี่ชายใจดีคนหนึ่งก็เท่านั้น ผมพยายามหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะสร้างสมาธิให้ตัวเองและเริ่มจินตนาการปล่อยตัวเองให้อินกับคาแรคเตอร์ที่ต้องทำงานในวันนี้ให้ได้มากที่สุด

ไม่มีพี่แจ็คสันคนที่ผมไปทำเรื่องขายหน้าให้เขา มีเพียงแค่แจ็คสันที่เป็นคนรักของยองแจ

            ผมขยับตัวให้ต่ำลงก่อนจะซบหน้าลงกับไหล่กว้าง ช้อนตาขึ้นมองคนตรงหน้าที่จ้องอยู่ก่อนแล้ว พี่แจ็คสันกระชับตัวผมให้แนบชิดมากกว่าเดิม พร้อมมืออีกข้างที่ว่างอยู่ก็ยกขึ้นมาเกลี่ยผมที่หล่นลงมาปรกตาออกให้

“เปลี่ยนท่าหน่อย”

พอยองจูสั่ง ผมขยับตัวออกจากอกแกร่งเปลี่ยนมาเป็นนั่งพิงหัวเตียงและเหยียดขาทั้งสองข้างออกไป พี่แจ็คสันขยับตัวมานอนตักผมทันทีโดยที่ไม่ต้องบอก แขนแกร่งทั้งสองข้างกอดเอวผมไว้แน่นพร้อมใบหน้าหล่อที่ซุกลงมาตรงหน้าท้อง ยองจูไม่ได้บอกอะไรต่อ แต่เสียงชัตเตอร์ที่ยังคงดังอยู่อย่างต่อเนื่องนั่นบอกได้ดีว่าเธอพอใจกับมันอยู่ ผมก้มลงมองคนบนตักที่ซุกอยู่ ริมฝีปากยกยิ้มขึ้นเมื่อเห็นว่าอีกคนหลับตาลงพร้อมกระชับแขนกอดเอวผมแน่นขึ้นยิ่งกว่าเดิม

“มองพี่แล้วยิ้มแบบนั้นพี่หวั่นไหวนะครับ”

ผมหัวเราะเบา ๆ ตอนที่พี่แจ็คสันพูดแบบนั้นทั้ง ๆ ที่ยังหลับตาอยู่ ก่อนจะก้มลงไปกระซิบที่ข้างหู

“งานน่ะครับ อ้ะ”

ปากหยักที่ขบลงบนเนื้อผ้าโดยไม่ทันตั้งตัวทำเอาผมขนลุกวาบ ถึงจะไม่ได้ใช้ฟันงับเข้าเนื้อจริง ๆ แต่ผ้าบาง ๆ ก็ทำให้รู้สึกได้ถึงริมฝีปากของอีกคนอยู่ดี

“กล้าเถียงพี่แล้วเหรอ” พี่แจ็คพูดสันยิ้ม ๆ ผมไม่ได้ตอบอะไร ทำเพียงแค่ยักไหล่ให้อีกคนเท่านั้น

ผมกล้าที่จะสู้หน้า ก็ในเมื่อเจ้าตัวเขาไม่ได้อะไรแล้ว แต่พอนึกทีไรก็ยังอายชิบหาย ผมเป็นคนทำผมยังรู้สึกอายเลย อยากรู้เหมือนกันว่าพี่มันไม่รู้สึกอะไรเลยเหรอวะ ตัวเองเป็นฝ่ายถูกกระทำแท้ ๆ

 “แจ็คสันนอนหงายหน่อย แล้วยิ้มให้กันนะ” เราสองคนทำตามที่ยองจูบอกอย่างว่าง่าย

“อย่าคิดมาก พี่หล่อ เราก็น่ารัก พี่ไม่โกรธหรอก” พูดจบพี่แจ็คสันขยิบตาให้ผมทีนึงจนทำให้ผมหลุดหัวเราะออกมา และเป็นพี่แจ็คสันที่หัวเราะตามผมอีกที

“ไม่ต้องมาเล่นหูเล่นตาใส่ผมหรอกครับ” ผมพูดก่อนจะส่งยิ้มจนตาหยีไปให้อีกคนอย่างไม่ถือสาอะไร ผิดกับข้างในใจที่สวนทางกันอย่างสิ้นเชิง

 

ผมคิดมาตลอดว่าหวัง แจ็คสันเป็นผู้ชายนิ่ง ๆ และจริงจัง

ที่ไหนได้ ก็แค่ผู้ชายกวนตีนขี้แกล้งคนหนึ่ง ไม่เหลือแล้วล่ะครับความเคารพ ความรู้สึกผิดตั้งแต่เช้าหายไปทันทีแบบไม่เหลือ

 

“ดีมาก ทีนี้เอาผ้าห่มออกนะ โชว์หุ่นแล้ว ใส่นี้ดเข้าไปด้วย”

ผ้าห่มถูกปัดตกลงไปที่พื้น พี่แจ็คสันขยับตัวนอนราบไปกับเตียง ผมขยับขึ้นไปนอนทับบนตัวอีกคน  แขนแกร่งกอดเอวผมเอาไว้พร้อมอีกมือที่วางลงบนสะโพกอย่างรู้งาน ผมใช้คางเกยลงบนหน้าอกแกร่งก่อนจะส่งสายตาเชิญชวนไปให้ พี่แจ็คสันมองกลับมาอย่างไม่ยอมแพ้และเริ่มเอาขามาก่ายผม เราสองคนยังสบตากันต่อไป ผมแกล้งเคาะนิ้วลงบนอกอีกคนเบา ๆ  

ผมแลบลิ้นเลียริมฝีปากตัวเองอย่างเคยชินเมื่อรู้สึกว่ามันเริ่มแห้ง แต่สำหรับคนที่นอนจ้องผมอยู่คงจะไม่ได้คิดเหมือนกันเพราะมือหนาที่วางแหมะอยู่บนสะโพกเริ่มจะขยับไปมา และสายตาของพี่แจ็คสันที่มองมาทำเอาผมหน้าร้อนวูบไปหมด.. รู้สึกเหมือนจะถูกกินอยู่ตรงนี้เลยให้ตาย

“ดี”

มือหนาเริ่มขยับต่ำลงเรื่อย ๆ ก่อนจะล้วงเข้ามาในเสื้อด้านข้างจนทำให้ชายเสื้อเลิกขึ้นโชว์เรียวขาเต็ม ๆ มือซนยังคงล้วงเข้าไปใต้ชายเสื้อ ออกแรงบีบสะโพกผมจนผมเผลอสะดุ้งมองหน้าพี่มันอย่างเหวอ ๆ

"มีสมาธิหน่อยครับ"

"พี่ก็เอามือออกจากสะโพกผมสักที"

"ถ่ายอยู่นะ"

แล้วผมเลือกอะไรได้ไหม ต้องขนาดนี้เลยเหรอวะ ฮืออออ

“โอเค แจ็คสันนั่งท้าวแขนไปด้านหลังดู เหมือนถูกยองแจผลัก ส่วนยองแจ ตาม”

ผมหันหน้าไปหายองจูทันที ใบหน้าผมเหมือนแปะคำว่าเอาจริงเหรอ ไว้ จนยองจูต้องพยักหน้าย้ำ ผมคลานเข่าเข้าไปพี่แจ็คสัน ขาทั้งสองข้างคร่อมทับขาข้างหนึ่งของพี่แจ็คสันไว้ มือทั้งสองท้าวลงข้างตัวพี่มันอย่างหาที่ยึดเพื่อไม่ให้ตัวเองหล่นลงไปทับอีกคนตั้งแต่ตอนนี้

“ขยับหน้าเข้าหากันหน่อย”

ผมหลับตาและก้มลงไปหาใบหน้าหล่อนั่น ยิ่งเข้าใกล้มากเท่าไหร่ใจยิ่งเต้นแรงขึ้นเท่านั้น ผมขยับเข้าหาเรื่อย ๆ แต่ยองจูก็ยังไม่ได้บอกให้พอ และตอนนี้มันก็ใกล้ ใกล้.. จนรับรู้ได้ถึงลมหายใจของอีกคน ใกล้..จนจมูกของเราสองคนชนกัน  ผมลืมตาขึ้นมาและรู้ได้ทันทีว่ามันเป็นการกระทำที่ผิดมหันต์

ผมสบตาเข้ากับดวงตาคู่นั้นอีกครั้ง ครั้งนี้มันใกล้กว่าครั้งไหน ๆ ทุกอย่างในสายตาของอีกคนดูชัดจนผมต้องเบือนหน้าหนี

มือหนาแตะที่หลังผมก่อนจะดันให้ผมทิ้งตัวลงไปและเป็นฝ่ายพลิกตัวผมลงมานอนข้างล่างเพื่อให้ตัวเองมาอยู่ข้างบนแทน

“พี่ทับนะ” ไม่ทันที่ผมจะได้ตอบตกลง พี่มันก็ทับลงมาทันที แต่ไม่ได้ทิ้งน้ำหนักลงมาทั้งหมดเพราะแขนอีกข้างยังคงท้าวเตียงไว้

“ยองแจกอดคอหน่อย”

ผมยกแขนทั้งสองข้างขึ้นมากอดคอพี่แจ็คสันไว้ เราสบตากันอีกครั้ง และเหมือนเดิม เป็นผมที่ทนไม่ไหวและหลบสายตาของอีกฝ่ายก่อน

“หนัก” ไม่ มันไม่ได้หนักขนาดนั้นหรอก ผมแค่ใช้มันเป็นข้ออ้างในการผลักอีกคนให้ลุกออกไปจากตัวผมก็เท่านั้น ปล่อยไว้นานกว่านั้นไม่ได้หรอก

“เปลี่ยนท่าหน่อย ยองแจไปนั่งปลายเตียงนะ แจ็คสันตาม” ยองจูพูดขึ้นอีกครั้ง

ผมนั่งหย่อนขาทั้งสองข้างลงปลายเตียงก่อนพี่แจ็คสันจะเข้ามานั่งซ้อนอยู่ด้านหลัง และตัวผมถูกยกให้ขึ้นไปนั่งหันข้างบนตักแทน ผมรีบจับไหล่กว้างไว้เป็นที่ยึดเพื่อไม่ให้ตัวเองตกลงไป และมีมือของพี่แจ็คสันกอดเอวเซฟไว้อีกที

“ยองแจปลดกระดุมเสื้อออกอีกเม็ดหน่อย” ผมใช้มือข้างที่ว่างอยู่แกะกระดุมออก เหมือนการแกะกระดุมมือเดียวของผมมันจะไม่ทันใจคนข้างล่างเท่าไหร่ มือข้างที่ไม่ได้กอดเอวผมอยู่จึงเอื้อมมาปลดให้

 “ทั้งคู่มองกล้องนะ” ผมวางมืออีกข้างลงบนไหล่อีกฝั่ง เบี่ยงตัวกลับมาเชิดหน้าขึ้นใส่กล้องเล็กน้อย พี่แจ็คสันซุกลงมาที่ซอกคออีกฝั่ง ลมหายใจร้อน ๆ ที่รดอยู่ทำผมจั๊กจี้แปลก ๆ ยองจูยังรัวชัตเตอร์ต่อไปเรื่อย ๆ พี่แจ็คสันก็เปลี่ยนท่ามาเป็นเอาคางมาเกยไหล่ผมบ้าง หรือเป็นผมที่ขยับตัวเอาหัวซบไหล่พี่มันบ้าง

“สุดท้ายแล้วนะ ยองแจขึ้นไปนั่งคุกเข่าบนเตียง ส่วนแจ็คสันยืนเข่าซ้อนหลังนะ เอาให้สูงกว่า”

เราจัดท่ากันอยู่สักพัก เมื่อลงตัวแล้วยองจูก็ยังคงสั่งต่อ

“ยองแจใช้มือซ้ายดึงเสื้อให้เปิดไหล่ขวา กัดปากแล้วมองกล้อง แจ็คสันกอดเอวเลย แล้วจูบไหล่น้องนะ”

เดี๋ยววววว ยองจู เดี๋ยวก่อนนนนนน แต่ถึงอย่างนั้นผมก็ทำได้แค่โวยวายอยู่ในใจ ก็ในเมื่อพี่แจ็คสันกอดเอวผมจนแนบไปทั้งตัวแล้ว ผมถอนหายใจออกมาเฮือกใหญ่ก่อนจะทำตามที่ยองจูบอก เสื้อเชิร์ตตัวบางถูกดึงลงจนเห็นไหล่ขาวเนียน พี่แจ็คสันกดจูบลงมาที่ไหล่พอดีกับตอนที่ผมกัดปาก ผมเปลี่ยนจากกัดปากเป็นหลับตานิ่ง ๆ แล้วเชิดหน้าขึ้นหน่อย พอ ๆ กับคนข้างหลังที่เริ่มเปลี่ยนที่จูบไปเรื่อย ๆ

ยองจูเอาแต่ชมว่าดีมากตลอดท่าโพส และก่อนชัตเตอร์สุดท้ายจะหยุดลง ปากหยักที่แค่ประทับจูบในทีแรกเปลี่ยนเป็นดูดเข้าที่ซอกคอผม ไม่พอ ฟังคมยังขบซ้ำลงมาอีกครั้ง และจังหวะที่ผมจะหันไปประท้วงพี่แจ็คสัน  ใบหน้าหล่อ ๆ นั่นก็ผละออกมาจากซอกคอผมพอดี

ราวกับทุกอย่างถูกเซตไว้

ปากผมโดนปากพี่แจ็คสันเต็ม ๆ ตาทั้งสองข้างเบิกกว้างขึ้นเป็นรอบที่เท่าไหร่ไม่รู้ของวัน ผมได้แต่อึ้งกับเหตุการณ์ไม่คาดคิดตรงหน้า แต่พอจะผละออกพี่แจ็คสันกลับกดจูบลงมาอีกครั้ง แต่ครั้งนี้ไม่ใช่ที่หัวไหล่หรือซอกคออีกแล้ว

แต่เป็นบนปากของผม

ปากหนากดจูบลงมาย้ำ ๆ ราวกับหลอกล่อให้ผมเดินตกหลุมพรางด้วยตัวเอง ผมหลับตาลงรับสัมผัสจากอีกฝ่ายแต่โดยดี จากที่นิ่งค้างกลายมาเป็นคล้อยตาม.. พี่แจ็คสันหมุนตัวผมกลับไปหาโดยที่ปากของเรายังไม่ทันได้ผละออกจากกันด้วยซ้ำ ร่างหนาทิ้งตัวลงนั่งกับเตียงก่อนจะอุ้มผมให้ขึ้นไปนั่งคร่อมตักอีกที ผมยกมือขึ้นกอดคออีกคนโดยอัตโนมัติ พี่แจ็คสันยังกดจูบลงมาอยู่แบบนั้น มือข้างหนึ่งยังวนเวียนอยู่กับสะโพกผมพร้อมกับอีกข้างที่ยกขึ้นมาลูบท้ายทอยเพื่อให้ผมผ่อนคลายขึ้น ฟันคมงับเข้าที่ริมฝีปากล่างผมเบา ๆ ทั้งขบเม้ม ทั้งกัดราวกับจะกินปากผมเข้าไป เราต่างบดเบียดริมฝีปากใส่กันอย่างไม่มีใครยอมใคร

โดยที่เสียงชัตเตอร์ของยองจูก็ยังคงดังต่อไปเรื่อย ๆ

 

 

REC

 

 

-Jackson Part-

เคยชอบใครสักคนไหมครับ?

ไม่รู้ว่ามันเริ่มเมื่อไหร่ ตรงไหน ยังไง

แต่มารู้อีกทีก็ชอบไปแล้ว

สุดท้ายเราก็ต้องกลับมาหาคำตอบให้ตัวเองว่ามันเริ่มเมื่อไหร่ ตรงไหน ยังไง

ผมหวัง แจ็คสัน ผมมีเพื่อนสนิทที่ชอบมาบ่นเรื่องของน้องชายตัวเองให้ผมฟังอยู่ประจำ เธอชื่อยองจู  ผมรู้ว่าแค่น้องชายยองจูชื่อยองแจ ส่วนหน้าตาและนิสัยของยองแจผมก็ได้แต่จินตนาการไปตามที่ยองจูเล่าให้ฟัง จนวันที่ยองจูเปิดรูปน้องชายของตัวเองให้ผมดู

น่ารัก

ตอนที่มาทำงานที่บ้านเพื่อนสนิทครั้งแรก ผมก็ได้เจอน้อง ยองแจเพียงแค่เดินมาทักทายพวกผมและขอตัวกลับขึ้นห้องไป ผมได้แต่มองตามอีกคนไม่วางตา

ตกหลุมรักแล้วล่ะ

เวลาต้องทำงานกลุ่มบ้านยองจูจะเป็นสถานที่แรก ๆ ที่ผมเสนอขึ้นมา ข้ออ้างที่ว่าบ้านของยองจูมีสตูดิโอมันหนักแน่นพอที่จะทำให้พวกผมตกลงไปที่นั่นทุกครั้ง

นั่นมันก็แค่ข้ออ้างที่ทำให้ผมได้เจอยองแจต่างหาก

ทุกครั้งที่มาบ้านยองจูด้วยผมจะหยิบกล้องติดมาด้วยเสมอ และผมก็มักจะได้รูปยองแจกลับมาด้วย แต่เป็นรูปที่ผมแอบถ่ายน้องมาทั้งหมด อย่างเวลาที่น้องลงมาคุยกับยองจูหรือตอนที่ผมออกไปถ่ายวิวในสวนข้างบ้านแล้วเจอน้องนั่งเล่นอยู่พอดี  รูปน้องที่ผมมีอยู่ในเครื่องก็มีเยอะพอสมควร ผมชอบที่จะดูรูปน้องที่ตัวเองถ่ายมา ถึงขั้นเอาลงไว้ในมือถือไว้ดูเลยล่ะครับ ทุกวันนี้ล็อคสกรีนยังเป็นรูปน้องเลย

ผมยังเคยคิดเล่น ๆ ว่าทำไมตัวเองดูเหมือนโรคจิตขนาดนี้

ผมพึ่งถ่ายแบบกับน้องเสร็จไปเมื่อกี๊ ผมเป็นคนรีเควสยองจูเองว่านายแบบคู่ผมอีกคนต้องเป็นยองแจเท่านั้น เพราะนี่คงเป็นโอกาสสุดท้ายแล้วที่ผมจะได้สานสัมพันธ์กับน้อง การขอไลน์จากยองจูมาคุยเองคงไม่มีทางได้ผล เพราะขนาดเจอหน้าแล้วจะชวนคุยน้องยังเดินหนีเลยครับ ทุกครั้งที่ผมไปบ้านยองจูผมได้เจอยองแจก็จริง แต่เราไม่เคยได้คุยกันเลย ยองแจก็มักจะอยู่แต่บนห้อง ไม่ค่อยลงมาสุงสิงเท่าไหร่ พอจะได้เจอกันอีกคนกลับเดินหนีไปเสียดื้อ ๆ น้องมักจะเลี่ยงที่จะเจอผมอยู่เสมอ ซึ่งผมก็ไม่รู้ว่าทำไม หรืออย่างมากที่ได้คุยกันก็แค่สวัสดีและน้องขอตัว ไม่มีใครนกไปกว่าผมอีกแล้วล่ะ

วันนี้ถือเป็นครั้งแรกเลยก็ว่าได้ที่เราสองคนได้เจอหน้ากันตรง ๆ และน้องไม่เดินหนีไป ผมก็ไม่รู้ว่าวันนี้ยองจูมันไปโน้มน้าวยองแจยังไงน้องถึงยอมมาถ่ายแบบคู่กับผมได้ แต่การเจอกันของผมกับน้องครั้งนี้ถือว่าผลมันออกมาดีเกิดคาด

ผมจับปากตัวเองอีกรอบแล้วเอาแต่ยิ้มกับตัวเองเหมือนคนบ้าเมื่อนึกถึงจูบที่พึ่งผ่านไป ถึงจะไม่ใช่จูบแบบลึกซึ้งเท่าไหร่แต่รู้สึกดีเป็นบ้า หลังจากที่ผมผละออกเมื่อเห็นว่าน้องเริ่มจะหายใจไม่ทัน เหมือนน้องจะตั้งสติได้  คนตัวเล็กรีบลุกลงไปจากตัวผมก่อนจะเดินไปหยิบของแล้วออกจากห้องไปเลยโดยไม่ได้บอกกล่าวกับใคร ยองจูบอกว่าน้องเขิน ผมก็หวังว่าจะเป็นแบบนั้นเหมือนกัน

ผมเดินมาหยิบมือถือกะว่าจะตามไปหาน้อง เพื่อที่เราจะได้คุยกันจริง ๆ จัง ๆ สักที แต่พอหยิบขึ้นมากดดู มือถือที่ไม่เคยล็อคกลับต้องใส่รหัสปลดล็อคแทน

ไม่ใช่เครื่องผมนี่ ของใครล่ะ?

 ล็อคสกรีนรูปหมามันทำให้ผมระบุตัวเจ้าของเครื่องไม่ได้ ผมหยิบมือถือขึ้นมาดู ถ้ามองเผิน ๆ นี่เหมือนของผมเลยแฮะ

“ใครหยิบมือถือผิดไปป้ะ ไม่ใช่เครื่องกูอะ”

“หมดนี่ก็มีมึงคนเดียวไหมที่ใช้รุ่นนั้นอะ ใครจะหยิบไป”

หรือว่า..

“ยองจู! ห้องยองแจอยู่ไหน!!

“ห้องมุมสุด”

พอได้คำตอบจากเพื่อน ผมรีบวิ่งออกจากห้องสตูดิโอ ตรงไปจนสุดทางและหยุดอยู่หน้าห้องสุดท้ายที่คาดว่าน่าจะเป็นห้องของยองแจ ประตูที่ปิดไม่สนิททำให้ผมตัดสินใจที่จะเสียมารยาทเปิดเข้าไป

“ยองแจ” ผมทักน้องขึ้น พอดีกับตอนที่นิ้วเรียวที่กำลังจะกดลงปุ่มโฮมหยุดชะงัก

เกือบแล้วไหมล่ะแจ็คสัน

“ครับ?” น้องหันมามองผมอยู่แป๊ปนึงก่อนจะหลบตาทันทีที่ผมจ้องตอบ

“ขอพี่เข้าไปนะ” ผมพูดก่อนจะถือวิสาสะเดินเข้าไปในห้องอีกคนพร้อมกับปิดประตูให้ โดยที่ตาก็ยังจ้องไปที่น้องตลอด

กลัวครับ แค่กดปุ่มโฮมมานี่รู้หมดเลยนะ มันคงไม่ดีแน่ ๆ  ถ้าน้องกดเข้าดูอัลบั้มรูปแล้วเจอรูปตัวเองนี่น้องจะเห็นผมเป็นคนยังไงกัน.. ไม่สิ ตั้งแต่เห็นภาพล็อคสกรีนแล้ว

            “เราหยิบมือถือสลับของพี่มาน่ะ พี่เลยเอามาให้” ผมชูมือถือขึ้นให้อีกคนดู

            “อ้าว ขอโทษด้วยนะครับ” น้องยื่นมือถือส่งกลับมาให้ผม แต่ก็ยังไม่ยอมมองหน้าผมตรง ๆ ผมเอื้อมมือไปหยิบมือถือของตัวเองคืนแต่เครื่องของน้องผมยังคงถือไว้ในมือ

            “ทำไมหลบตาพี่ครับ”

            “ยังจะถามอีก”

“ฮ่ะ ๆ” ผมหลุดหัวเราะออกมาทันทีที่น้องสวนคืนมาแบบนั้น ผมรู้ครับว่าน้องหลบตาผมทำไม ก็แค่แกล้งไปงั้น ยองแจเวลาโดนแกล้งน่ะน่ารักจะตายไป

“ขอมือถือผมคืนด้วย” น้องยอมเงยหน้าขึ้นมาสบตากับผมตรง ๆ แล้ว แก้มกลม ๆ นั่นขึ้นสีอย่างเห็นได้ชัด แต่ไม่รู้ว่าเขินหรืออายกันแน่

“คืนก็ได้ แต่”

“แต่?” น้องทำหน้างงยิ่งกว่าเดิมเมื่อผมยื่นมือถือตัวเองออกไปให้ แต่ยองแจก็ยังไม่รับไปสักที ผมยัดมือถือทั้งสองเครื่องลงกระเป๋ากางเกง ก่อนจะเดินเข้าไปใกล้น้องให้มากขึ้น และน้องยังถอยหนีทุกครั้งที่ผมก้าวเข้าไป.. จนกระทั่ง

“เฮ้ย! / ยองแจ!”  

ผมคว้ามื้อไปดึงน้องที่ถอยหนีผมจนสะดุดขอบเตียงและกำลังจะหงายลงไป แต่ผมคงกะแรงผิดไปหน่อย จากที่ควรจะยืนทรงตัวได้กลับกลายเป็นว่าเราทั้งคู่ล้มลงมาบนเตียงโดยผมล้มลงไปคร่อมทับยองแจอีกที

ใบหน้าที่ห่างกันเพียงแค่ไม่กี่เซนทำให้ผมนึกไปถึงตอนที่พึ่งถ่ายแบบด้วยกันไป ผิวขาว ๆ มันช่างล่อตาล่อใจเหลือเกิน และผมก็เพิ่งสังเกตว่ายองแจยังคงอยู่ในชุดเดิมที่ใช้ถ่ายแบบ เช่นกันกับผมที่วิ่งออกมาโดยที่ยังไม่ทันได้ใส่เสื้อด้วยซ้ำ กระดุมเชิร์ตที่ถูกปลดออกไปเผยให้เห็นซอกขอและเนินอกขาวเนียนที่ทำผมอดใจไม่ไหวเผลอมาแล้วครั้งหนึ่งตอนที่ถ่ายแบบด้วยกันไป ปากบางสวยที่ยังบวมนิด ๆ ทำเอาผมอยากจะกดจูบลงไปอีกรอบ

“หนัก” เสียงใส ๆ ที่เอ่ยขึ้นมาทำผมได้สติ รีบละสายตาออกจากปากบางก่อนจะลุกขึ้นมายืนอยู่ข้างเตียงแทน

“โทษที” ผมยื่นมือส่งไปให้น้องจับ แต่ยองแจก็ลุกขึ้นนั่งเองโดยไม่ได้สนใจมือผมที่ส่งไปให้สักนิด ผมก็ได้แต่ยกมันขึ้นมาเกาท้ายทอยแก้เก้อ

“...”

“งั้น..งั้นพี่กลับสตูก่อนนะ” พูดเสร็จผมก็หมุนตัวเตรียมเดินออกมาทันที

“เดี๋ยวครับ!” ผมหยุด

แต่ไม่ใช่เพราะเสียงใส ๆ ที่รั้งไว้

สิ่งปรากฏสู่สายตาทำผมก้าวขาไม่ออก รู้สึกร้อนวูบไปทั้งหน้าในขณะที่มือทั้งสองข้างกลับเย็นเฉียบ หัวใจที่มันเต้นแรงขึ้นเรื่อย ๆ  จนเหมือนมันจะหลุดออกมาข้างนอกให้ได้

รูปถ่ายตัวเองในอิริยาบถต่าง ๆ ถูกแปะอยู่บนประตูจนแทบจะไม่เหลือที่ว่าง รูปที่ถ่ายแบบ รูปที่มหาวิทยาลัย รูปที่อัพลงโซเชียล และอีกหลาย ๆ รูปที่มันนานจนผมจำแทบไม่ได้แล้วด้วยซ้ำ

การที่คนคนหนึ่งมีรูปใครก็ไม่รู้มาแปะไว้ในห้องนี่มันหมายความว่ายังไงกันล่ะ?

ความรู้สึกอุ่นวาบเริ่มเข้ามาแทรกในใจ มุมปากกระตุกยิ้มขึ้นมาอย่างห้ามไม่อยู่เมื่อคิดเองเออเองเสร็จ ผมแกล้งตีหน้าให้เป็นปกติก่อนจะหมุนตัวกลับไปถามน้อง

“เรียกพี่ทำไมเหรอครับ”

ยองแจไม่ได้ตอบอะไร ผมเงียบ น้องก็เงียบ

 “หน้าแดง ๆ นะ ไม่สบายเหรอ?” น้องหยิบหมอนขึ้นมาปาใส่ผมทันทีแบบไม่ยั้งแรง

“โอ้ย! พี่เจ็บนะ”

“สมน้ำหน้า”

“ว่าไงนะ”

“หยุด! อ..อย่าพึ่งเข้ามา” หมอนอีกใบที่วางอยู่ถูกคนตัวเล็กหยิบมาใช้กั้นตัวเองเอาไว้ตอนที่ผมทำท่าจะเดินเข้าไป เมื่อเห็นว่าผมขยับตัว มือเล็ก ๆ นั่นก็เงื้อหมอนขึ้นเตรียมพร้อมจะปามาเต็มที่

“ผมตีจริงนะ”

โคตรน่ารัก                                                      

 “ยอม ๆ” พูดพร้อมกับชูมือทั้งสองข้างขึ้น

“พี่ถอยไปหน่อย” ยองแจใช้หมอนที่ถืออยู่ในมือดันผมให้ขยับออกห่าง จังหวะที่อีกคนจะดึงมือกลับ ผมรวบข้อมือเล็กนั่นไว้ก่อนจะดึงเข้าหาตัว เอ่ยถามสิ่งที่พอจะรู้คำตอบในใจอยู่แล้ว

“ทำไมถึงมีรูปพี่อยู่ในห้องเราเหรอยองแจ”

“..” น้องไม่ได้ตอบอะไรแต่แก้มใสนั่นเริ่มจะขึ้นสีจาง ๆ อีกรอบ

“ว่าไงครับ หื้ม”                                                  

“ก็คงเหมือนที่พี่มีรูปผมอยู่ในเครื่องล่ะมั้งครับ” น้องพูดก่อนจะเบือนหน้าหนีไปอีกทาง น้ำเสียงที่ติดจะหมั่นไส้นั่นช่างขัดกับแก้มกล้ม ๆ ที่ขึ้นสีอยู่

แต่เหมือนสติผมหลุดไปตั้งแต่ได้ยินคำตอบของคำถามที่ไม่ได้อยู่ในความคิดจากอีกคน ภาพตรงหน้าถึงแม้มันจะชวนมองสักแค่ไหนก็ไม่สามารถดึงสติผมกลับมาให้ มือที่เคยรวบแขนคนตัวเล็กตรงหน้าไว้หลุดไปตั้งแต่เมื่อไหร่ไม่รู้ เหมือนร่างกายผมถูกสาปให้หยุดนิ่งอีกครั้ง

เหี้ย.. โคตรซวย

 

            ห้านาทีก่อนหน้า

          ผมทุบไหล่กว้างหนัก ๆ ในตอนที่เริ่มรู้สึกหายใจไม่ทัน รีบโกยเอาอากาศเข้าปอดทันทีที่ริมฝีปากเราผละออก ผมรีบลุกขึ้นจากตักพี่แจ็คสันทันทีที่นึกขึ้นได้ว่าที่ตรงนี้ไม่ได้มีแค่เราสองคน ยังมียองจู และพี่ทีมงานคนอื่น ๆ ที่ยืนมองเราสองคนไม่วางตา

ชิบหาย ก็ตอนนั้นใครมันจะไปทันได้อายวะ ฮือออออออ

ผมรีบเดินไปหยิบมือถือตัวเองที่วางไว้บนโต๊ะแล้วออกจากห้องสตูมาโดยไม่ได้สนใจใคร ไม่สนแม้กระทั่งเสียงเรียกของพี่สาวที่ดังตามมา รู้ว่ามันเสียมารยาทที่เดินออกมาแบบนั้น แต่ผมขอตั้งหลักก่อน

ผมโดดลงไปนอนบนเตียงอย่างหมดแรง ดึงหมอนขึ้นมาปิดหน้าตัวเองไว้เผื่อไอความร้อนบนหน้าจะได้ซึมไปที่หมอนบ้าง แต่มันก็เท่านั้น ผมโยนหมอนออกไปข้างตัว สูดหายใจเข้าลึก ๆ ก่อนจะค่อย ๆ ถอนหายใจออกเป็นการดึงสติให้ตัวเองไปกลาย ๆ ผมเด้งตัวขึ้นจากเตียงก่อนจะลุกขึ้นไปเปลี่ยนเสื้อ กะว่าจะกลับเข้าไปที่สตูอีกรอบ พลางหยิบมือถือขึ้นมากดดูก่อนจะชะงักกับภาพหน้าจอที่โชว์รูปตัวเองอยู่

เดี๋ยว.. ผมไม่เคยตั้งรูปตัวเองขึ้นนะ

ผมปัดหน้าจอที่ไม่ได้ล็อคขึ้น แอพลิเคชั่นที่ไม่คุ้นเป็นตัวยืนยันว่านี่ไม่ใช่มือถือของผมแน่นอน แล้วมันของใครกันล่ะ?

 ผมกดเข้าไปดูในอัลบั้มรูปเผื่อว่ามันจะมีรูปถ่ายของเจ้าของเครื่องให้ตัวเองหายข้องใจ หากแต่ยังไม่ทันได้กดเข้าไปที่โฟลเดอร์camera ผมก็ไปสะดุดกับโฟลเดอร์ที่ชื่อ ‘Youngjae’ เสียก่อน

 ผมพยายามคิดว่ามันเป็นแค่เรื่องบังเอิญ แต่รูปพรีวิวโฟลเดอร์ที่โชว์รูปผมชัดขนาดนั้นมันคงจะใช่เรื่องบังเอิญแล้วล่ะ ผมจิ้มเข้าไป รูปทั้งหมดในนั้นล้วนแล้วแต่เป็นรูปผม แต่มันกลับเป็นรูปที่ผมไม่เคยเห็นมาก่อน  รูปทั้งหมดในโฟลเดอร์เป็นรูปที่ถ่ายตอนผมเผลอ ๆ ทั้งนั้น  โลเคชั่นในรูปภาพก็โคตรจะคุ้นตาเพราะมันคือบ้านผมเอง

ผมได้แต่ตั้งคำถามกับตัวเอง ใครกันที่ทำแบบนี้?

ยังไม่ทันที่ผมจะได้กดเข้าไปดูโฟลเดอร์camera พรีวิวแจ้งเตือนจากแอพลิเคชั่นไลน์ก็บอกผมได้ทันทีว่าเจ้าของมือถือเครื่องนี้คือใคร

1994’s: ไอ้แจ็ค ได้ข่าวว่าวันนี้ไปถ่ายแบบให้ยองจูเหรอวะ

1994’s: ตื่นเต้นไหมล่ะมึง

1993’s: มันจะตื่นเต้นทำไมวะ

1994’s: เอ้า ก็ได้ถ่ายแบบกับคนที่ชอบมาตั้งนาน

1994’s: มึงนี่ไม่รู้อะไร

 

 ผมบอกไม่ถูกว่าตัวเองรู้สึกยังไง.. มันทั้งช็อค ทั้งงง ทั้งสับสน ปนไปกับความรู้สึกดีใจที่แทรกเข้ามา

ผม?

พี่แจ็คสันน่ะนะชอบผม?

ผมได้แต่บอกตัวเองในใจว่าไม่ใช่ แต่ใจมันกลับเต้นแรงไปหมด

ให้ตาย.. ผมรู้สึกว่าหน้าผมมันชักจะร้อนเกินไปแล้ว

หน้าจอดับไปแล้ว.. ผมอยากจะเช็คให้แน่ใจอีกสักรอบว่าสิ่งที่ตัวเองเห็นมันไม่ผิด ถึงแม้ทุกอย่างมันจะชัดเจนขนาดนั้น ผมเลื่อนนิ้วไปที่ปุ่มโฮมอีกครั้ง หากแต่ยังไม่ทันได้กดลงไป

“ยองแจ”

 

ผมสูดหายใจเข้าลึก ๆ ดึงสติตัวเองให้กลับมา จากที่เคยคิดว่าตัวเองถือไพ่เหนือกว่ามาตลอด ที่ไหนได้.. ตอนนี้ผมอาจจะไม่เหลือไพ่สักใบเลยก็ได้

เอาวะ ไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว

คงถึงเวลาที่จะต้องเปิดไพ่ด้านได้อายอดออกมาใช้

ผมหยิบมือถือยองแจออกมาจากกระเป๋ากางเกง คว้ามือน้องมาก่อนจะวางนิ้วโป้งขวาลงบนปุ่มโฮม รอให้เครื่องปลดล็อค

นับว่าเป็นโชคดีของผมที่เดาถูก

น้องยังคงมองตามผมอย่างไม่เข้าใจ ผมจัดการเมมเบอร์ตัวเองลงไปแล้วกดโทรออก รอเสียงสัญญาณอยู่ชั่วครู่แล้วกดวางสายทันที ก่อนส่งมันคืนอีกคน

“ถ้าพี่โทรหารับด้วยนะครับ”

“ห้ะ” น้องรับมือถือคืนไปอย่างงง ๆ  แต่ใบหน้าน่ารักนั่นยังคงมีคำถามอยู่เต็มไปหมด

ผมหยิบมือถือขึ้นมาก่อนจะกดโทรกลับไปยังสายที่ไม่ได้รับเมื่อสักครู่ ตายังคงมองจ้องไปที่คนตรงหน้า

 

 

เสียงเรียกเข้าจากมือถือดึงความสนใจให้ร่างบางต้องก้มลงไปมอง อัตราการเต้นของหัวใจเปลี่ยนเป็นเร็วขึ้นเกือบเท่าตัวเพียงแค่เห็นชื่อที่โทรเข้ามา แก้มใสถูกแต่งแต้มไปด้วยสีแดงจาง ๆ ก่อนจะหลุดยิ้มออกมาโดยไม่รู้ตัวเมื่อนึกไปถึงเจ้าของเบอร์นี้

 

เป็นแฟนกันนะ

Mobile

Decline        Accept

 

 

 

REC




- END -


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 53 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #351 Peemsung (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 13 ธันวาคม 2563 / 00:14
    เขินง่าาาาาาาาา
    #351
    0
  2. #341 Fone (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 14 สิงหาคม 2561 / 20:42

    น่ารักกกกกก....ก มันคือดีมากกก..ก อ่านละก็เขิน อิอิ ฉากถ่ายแบบบนเตียงนี่เขินดีจริงๆ เหนือสิ่งอื่นใดมีเซอร์ไพรส์ของเซอร์ไพรส์เผยไต๋คนพี่และคนน้องแอบชอบกันมานานอีก ชอบตอนจบมากคะ ตอนฉากกดรับมือถือ ยิ้มแก้มปริ อิอิ

    #341
    0
  3. #337 khingg_9521 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 9 สิงหาคม 2561 / 16:55
    เขินอ่ะ น่ารักๆๆๆๆๆๆๆๆ
    #337
    0
  4. #319 NuchyNuchy (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 15:39
    กลับมาอ่านอีกครั้งก็ยังเขินอยู่ น่ารักกกก
    #319
    0
  5. #311 MilkMilkW (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 6 พฤษภาคม 2560 / 16:56
    พอลองนึกภาพตาม มาสะดุดตรงให้ยองแจกัดปากตัวเอง 5555 มันเผลอนึกตอนที่ยองแจกัดปากตัวเองในรายการ ขำออกมาเฉยเลย กำลังโรแมนติกแท้ๆ 554
    #311
    0
  6. #301 jiab155 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 22:15
    ลืมตัวสบทออกมาเลยงับปากเกือบไม่ทัน55555555

    โอ้ย.....แจ๊คสันเอาให้สุดเลยลูก
    #301
    0
  7. #282 lemony_sweet (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:58
    โง้ยยยยยยยยยย เขิน~~~~~~~~~~~~~~~~~~~
    #282
    0
  8. #272 pty_no (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 21:38
    งื้อออออออออออออออออออออ เขินอ่าาาาา >///<
    #272
    0
  9. #214 sandgreen (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 14:41
    โอ้ยยยยยย เขินอะ น่ารักๆๆๆๆๆๆๆ -////-
    #214
    0
  10. #204 Manutmaew (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 00:33
    โอ้ยยยยเขินนนนนงื้อออ จอเป็นแฟนน่ารักกกง๊าาา ตายๆๆงื้อออ >~<
    #204
    0
  11. #202 T'angmo (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 00:22
    โอ้ยยยย เขินนอ่ะะะ ทำไมต้องน่ารักขนาดนี้! ยองแจดูแบบจะใสก็ไม่ใสอ่ะ ตั้งชื่อตัวเองเป็นแฟนกันนะ โอ้ยย ตายๆๆ
    #202
    1
    • #202-1 PlaMB9397(จากตอนที่ 7)
      1 เมษายน 2560 / 23:26
      ง่อววววววว ชอบวิธีขอเป็นแฟนของพี่แจ็คจังค่ะ55555
      #202-1
  12. #197 Minอากาเซ (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 19:42
    โอ้ยยยยยย น่ารักโว้ยยยยยยยย ตายๆๆๆๆ????????????????
    #197
    0
  13. #196 N A X X (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:39
    ฮืออออ เขินว้อยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยยย
    #196
    0
  14. #195 jazzotorii (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:20
    โง้ยยยยยยย มุกนี้มัน โว้ยยยยยยยย ลูกเรืออิจฉามากค่ะ อิจๆๆๆๆ ทำไมดีไปหม้ดด ฮือออลูกก
    #195
    0
  15. #194 cyjisback (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 17:17
    อร้ายยยยยย น่าร้ากกกกกกก ตัวบิดเลยฮือออ
    #194
    0
  16. #193 sometimeonline (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 11:34
    เขินแรงมาก ฮือออออออออออออออออ
    ตอนถ่ายแบบทำเลือดจะหมดตัว
    #193
    0
  17. #190 AudcharaMungkala (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 08:24
    โอ้ยฟินอ่าชอบบบนี่นั่งเขิลคนเดียวเหมือนคนบ้า55555
    #190
    0
  18. #188 kookkieeee (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 03:15
    อืมหื้มมม ขอส่งเพลง อยู่ภายในใจเป็นหมื่นล้านคำ ~~ 

    ยองแจว่าน่ารักแล้ว แต่แจ็คสันชัดเจนนี่ยิ่งน่ารักกว่า 
    มันอดไม่ไหว ใจมันสั่งมา อ่านแล้วใจสั่นตามเสียงริงโทน 
    อยากให้พี่ยองจู ถ่ายเป็นคลิปเลย แล้วแชร์ให้ด้วย 5555555

    #188
    0
  19. #184 maynattha21 (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:16
    โอ้ยยยยยยยเรื่องนี้น่ารักโคตรรรรร มากกกกกกกเว่ออออ จิกหมอนนนส
    #184
    0
  20. #183 BenjaYoungjae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:43
    กรี้ดดดดดดดดดดดดดดดด????????????????
    #183
    0
  21. #182 jffan (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:24
    โมเมนต์ที่ทุกคนอยากมี โคตรน่ารักกกกกก><
    #182
    0
  22. #181 Reeya.P (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 00:20
    น่ารักกกกกกกกก เขินสุด ๆ ไปเลย ชอบมาก^^
    #181
    0
  23. #180 Jusejae (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:34
    เขินนนนนตัวบิดเป็นเกลียวเลยจ้าาาาาา
    #180
    0
  24. #178 shierichi (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:18
    ซื้อมุกนี้ได้มั้ย ฮืออออ ยินดีเปย์มุกเฮียมาก5555
    #178
    0
  25. #177 LightRock (จากตอนที่ 7)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:13
    งื้อ...นี่ล่ะ สไตล์นี้เลย แจ็คแจแบบที่เราชอบ
    #177
    0