JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 6 : 06 l Annoying : by kooZesT

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 928
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    24 มี.ค. 60

   
  CR.SQW
 

Annoying

: by kooZesT



ใคร ๆ ก็บอกว่าความรัก ยิ่งนานก็ยิ่งจืดจาง
ใคร ๆ ก็บอกว่าความรัก ยิ่งนานก็ยิ่งเปราะบาง
ใคร ๆ ก็บอกว่าความรัก ยิ่งนานก็ยิ่งเหินห่าง
ผมไม่เคยเข้าใจ.. จนกระทั่งวันนี้




พี่แจ็คสัน เย็นนี้แวะซื้อของสดไปทำอาหารกินกันดีมั้ยครับ เห็นพี่บ่นอยากกินอาหารทะเลมาหลายวันแล้วเสียงใสเอ่ยถามคนรักในช่วงเวลาพักเที่ยงของวัน หลังจากจบมื้ออาหารไปเมื่อไม่นาน


เย็นนี้พี่มีนัดกับแจบอมน่ะ โทษทีนะเสียงแหบมีเสน่ห์ที่หากเอ่ยคำตอบตกลงคงน่าฟังกว่านี้ แล้วถ้าคนตัวหนาสนใจคนข้างตัวสักนิดคงจะเห็นแววตาของความผิดหวังเจืออยู่ไม่น้อย ไม่ใช่การจบบทสนทนาด้วยการเดินหนีอย่างเมื่อครู่


ยองแจ คืนนี้ไปดริ๊งกันมั้ย เดี๋ยวพี่เลี้ยงเองคล้อยหลังแจ็คสันไปไม่นาน จินยอง รุ่นพี่คนสนิทของยองแจก็เดินเข้ามาพร้อมคำชวนที่ไม่หวังว่าจะได้คำตอบตกลง เพราะตั้งแต่รู้จักกันมายองแจไม่เคยตอบตกลงสักครั้ง อ้อ.. แต่ถ้าแจ็คสันไปด้วยก็อีกเรื่องล่ะนะ


ที่ไหน กี่โมงครับ ผมจะแต่งตัวรอคำตอบจากปากบางทำให้จินยองตกอยู่ในอาการตาโต อ้าปากค้าง ยองแจคนที่ปฏิเสธเขามาตลอดตอบตกลงพร้อมส่งรอยยิ้มน่ารักกลับมาให้ แต่จินยองกลับรับรู้ได้ถึงความผิดหวังบางอย่างในแววตานั้น




                                                              …Annoying…




10:00 PM


รอนานมั้ยยองแจ คืนวันศุกร์ก็แบบนี้แหละ คนเยอะ ที่จอดรถเลยพาลหายากไปด้วยร่างโปร่งในชุดเสื้อเชิ้ตสีดำสนิทไร้ลวดลายกับสกินนี่ยีนส์สีสวย ทำให้คนตรงหน้าหล่อไม่น้อยแต่ก็แอบหวานในบางมุม จินยองอมยิ้มเมื่อเห็นว่ายองแจเอาแต่มองเขาจนเหมือนไม่ได้ฟังประโยคยาว ๆ ที่เขาบ่นเมื่อครู่เลยสักนิด


ยองแจ!!


ค.. ครับพี่จินยองตาใสกระพริบปริบ ๆ ส่งให้จินยองอย่างน่ารัก ไม่รู้ว่าเขาเผลอมองรุ่นพี่ตรงหน้าไปนานเท่าไหร่ถึงไม่รู้ตัวขนาดนี้


เข้าไปข้างในกันเถอะ พี่อยากแดนซ์เต็มที่แล้วแขนขาวยกขึ้นกอดคอคนเป็นน้องพร้อมกับดันเข้าไปด้านในสถานบันเทิง


อย่าอยู่ห่างพี่นะยองแจ ถ้าจะไปเข้าห้องน้ำก็บอกเดี๋ยวพี่พาไปเมื่อถึงโต๊ะที่จองไว้เพราะคืนวันศุกร์แบบนี้ถ้าไม่จองคืนนี้คงจะต้องยืนดื่มจนขาแข็งกันไปข้างหนึ่ง จินยองเอ่ยกำชับกับยองแจที่อยู่ในเสื้อโอเวอร์ไซส์สีขาวกับสกินนี่ยีนส์สีดำยิ่งขลับให้คนตัวเล็กยิ่งดูน่ารักขึ้นไปอีกเป็นกอง ทำไมเขาจะไม่เห็นสายตาที่มองยองแจตอนเดินเข้ามาด้านใน มองจนแทบจะกลืนยองแจลงไปทั้งตัว ดีที่เขากอดคอน้องไว้ไม่งั้นคงโดนรุมทึ้งตั้งแต่ทางเข้าแน่ ๆ



ไม่ได้อยากทำให้น้องใจแตก แค่อยากให้น้องเปิดหูเปิดตาบ้าง เผื่อจะมีคนบางคนสำนึกได้ว่า แฟนไม่ใช่ของตาย



จังหวะเพลงเริ่มเร้าใจมากขึ้นเมื่อเวลาเริ่มเดินผ่านไป หลังจากวงดนตรีสดเล่นจบจนลงจากเวที ตอนนี้จึงเป็นหน้าที่ของดีเจสุดหล่อขึ้นมาทำหน้าที่เปิดเพลงจนหมดค่ำคืนดังเช่นที่ผ่านมา แต่เพราะทำงานตอนกลางคืนมานานสายตาในตอนนี้เลยจัดว่าชัดไม่ต่างจากเวลาปกติ สายตาคมกำลังมองไปยังคนตัวขาวที่นั่งอยู่ตรงมุมหนึ่งของผับใบหน้าน่ารักจิ้มลิ้มดึงดูดสายตาได้เป็นอย่างดี ดวงตากลมใสที่มองไปรอบ ๆ อย่างตื่นตาตื่นใจ ริมฝีปากสีสดที่น่าจะเกิดจากการจิบค็อกเทลในมือกำลังขยับไปตามเพลงที่เขาเปิด ความรู้สึกไม่คุ้นหน้าทำให้มาร์คต้วนตัดสินไปเองว่าคนน่ารักน่าจะเพิ่งเคยมาเป็นครั้งแรก



หลังจากหมดหน้าที่บนเวทีพร้อมกับสายตาที่มองตามคนที่เคยนั่งดื่มค็อกเทลกับเพื่อนที่โต๊ะ ซึ่งถ้าถามว่าเขารู้ได้ยังไงว่าคนที่นั่งอยู่กับคนที่ตนสนใจเป็นเพื่อน ก็จินยองน่ะนอกจากจะเป็นลูกค้าประจำของร้านแล้ว ยังเป็นเพื่อนของเจ้าของร้านอีกด้วย นั่นก็คือมาร์คต้วนคนนี้นี่แหละ ตอนนี้คนตัวขาวกำลังมองซ้ายมองขวาอยู่ตรงบาร์ที่ไม่ไกลจากโต๊ะตัวเองเท่าไหร่นัก ขอเข้าไปบริการลูกค้าวีไอพีสักหน่อยดีกว่า



สวัสดีครับเสียงทุ้มมีเสน่ห์น่าฟังดังขึ้นจากทางด้านหลังของชเวยองแจ สร้างความตกใจให้ตนไม่น้อย เพราะเสียงที่ว่านั้นอยู่ใกล้เกินไป ลมหายใจอุ่น ๆ ที่สัมผัสท้ายทอยเมื่อสักครู่ยังคงอยู่


ค.. ครับ?” เสียงใสไม่ต่างจากหน้าคือสิ่งที่มาร์คต้วนคิด ใบหน้าจิ้มลิ้มที่มองจากบนเวทีมาระยะไกลไหนจะแสงไฟทำให้มองคนตรงหน้าไม่ชัดนักตอนอยู่บนเวที แต่พอยิ่งมามองใกล้ ๆ ยิ่งรู้สึกว่าตัวเองคิดไม่ผิดที่เดินเข้ามาหาคนคนนี้


มีอะไรให้ผมช่วยมั้ยครับ ผมเห็นคุณเหมือนกำลังหาอะไรสักอย่างมาร์คขยับตัวออกห่างจากคนตรงหน้าอีกเล็กน้อยเพื่อรักษาระยะและความเชื่อใจ ถึงแม้ว่าจะต้องเพิ่มเสียงที่ใช้สนทนาขึ้นอีกหน่อยก็เถอะ


คือ.. ผมกำลังหาเพื่อนน่ะครับ พอดีอยากเข้าห้องน้ำเลยจะชวนไปด้วยกัน


เพื่อนคุณชื่ออะไรครับ เผื่อผมจะรู้จัก


จินยองน่ะครับ หายไปไหนก็ไม่รู้


อ๋อ มันออกไปสูบบุหรี่ด้านนอกน่ะ ให้ผมพาไปก่อนมั้ย รอมันคงอีกนาน


เห? สูบบุหรี่? พี่จินยองน่ะหรอฮะ?” ประโยคบอกเล่าที่ได้ยินจากบุคคลตรงหน้าสร้างความแปลกใจให้ยองแจไม่น้อย พี่จินยองที่เป็นสุภาพบุรุษและเป็นผู้ชายที่ผู้หญิงครึ่งค่อนออฟฟิศปรารถนามาเป็นคู่เดทสูบบุหรี่ด้วยหรอ เป็นข้อมูลใหม่ที่ยองแจได้รับรู้


ไม่บ่อยหรอก น่าจะวันเว้นวัน นาน ๆ ทีจะเห็นน่ะ ว่าแต่จะไปเข้าห้องน้ำมั้ย เดี๋ยวพี่พาไปประโยคสนทนาพัฒนาความสนิทสนมหลุดออกจากปากของมาร์ค รูปประโยคโต้ตอบเมื่อครู่ทำให้รู้ว่าคนน่ารักคนนี้มากับจินยองเพื่อนของเขา และอายุน้อยกว่า เขาจึงถือวิสาสะแทนตัวเองว่าพี่เพื่อเป็นใบเบิกทางในการเข้าหา


ก็ได้ครับ ผมชื่อยองแจนะ เป็นรุ่นน้องที่ทำงานพี่จินยองเอ่ยแนะนำตัวพร้อมรอบยิ้มสดใสท่ามกลางแสงไฟและเสียงดนตรี ตลอดการสนทนาที่มีเสียงเพลงดังแทรกตลอดทำให้ระยะห่างของคนทั้งคู่ลดลง


มาร์คครับ เรียกพี่มาร์คก็ได้ พี่เป็นเพื่อนไอจินยองชื่อที่คนตรงหน้าแนะนำไม่ได้สร้างความแปลกใจให้ยองแจมากนักเพราะเขาคุ้นเคยกับชื่อนี้ดี พี่จินยองชอบเอ่ยชื่อนี้ตลอดเวลาที่คุยกัน เขารู้ว่าคนชื่อมาร์คเป็นหนุ่มหล่อ ดีกรีนักเรียนนอกที่มีธุรกิจเป็นของตัวเองตั้งแต่เรียนจบ ซึ่งทำให้พี่จินยองอิจฉาตาร้อนปนหมั่นไส้นิด ๆ นี่คือสิ่งที่ยองแจรู้มา แต่จริง ๆ แล้วคนตรงหน้าเขาดูดีกว่าที่เขาเคยจินตนาการไว้อีก




ความใกล้ชิดของคนสองคนตกอยู่ในสายตาของแจ็คสันตลอดเวลา วันนี้พี่แจบอมชวนเขามาดื่มเพื่อฉลองที่ลูกรักมันออกจากโรงพยาบาลสักที หลังจากนอนซมอยู่ที่โรงพยาบาลสัตว์มานานนับอาทิตย์ โนราเป็นแมวสุดที่รักของแจบอมที่เพิ่งแอดมิดเข้าโรงพยาบาลสัตว์เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาเพราะเผลอไปกินของผิดสำแดงเข้าเลยทำให้เกิดอาการท้องเสียและอาเจียน ตลอดทั้งสัปดาห์แจบอมนั่งไม่ติดเก้าอี้ เวลาพักช่วงกลางวันหมดไปกับการโทรฯ เข้าโรงพยาบาลเพื่อถามไถ่อาการ ตั้งแต่รู้จักกันมาจะเรียกว่าโนราเปรียบเสมือนลูกรักของแจบอมก็คงไม่ผิดนัก แจบอมกำลังสนุกสุดเหวี่ยงจนลืมใส่ใจคนมาด้วยที่กำลังข่มกราม มือหนากำแน่น ใบหน้าหล่อเคร่งขรึม ดวงตาคมแข็งกร้าวดุดัน แจ็คสันไม่แน่ใจว่าคนที่เขาเห็นใช่คนรักที่คบกันมานานรึเปล่า เพราตลอดเวลาที่เขารู้จักกับยองแจ คนตัวขาวไม่เคยมีพฤติกรรมที่เข้าข่ายว่าจะมีคนอื่นหรือนอกใจเขาเลยแม้แต่น้อย แต่ภาพที่เห็นค่อนข้างขัดแย้งกับความคิดเขาไปนิด หึ.. ไม่นิดสิ เยอะเลยล่ะ
เพราะแสงไฟที่ไม่สว่างมากพอให้เขามั่นใจได้ร้อยเปอร์เซ็นว่าหนึ่งในสองคนที่ยืนใกล้ชิดกันจนแทบจะกลายเป็นคนเดียวกันนั้นคือชเวยองแจคนรักของตนเอง แต่กว่าเก้าสิบเปอร์เซ็นต์แจ็คสันตัดสินไปเองแล้วว่าคนนั้นคือยองแจ




                                                              …Annoying…



 

พี่คิดว่ายองแจจะลืมทางกลับคอนโดฯ ไปแล้วซะอีกทันทีที่ยองแจถอดรองเท้าและวางสัมภาระลงบนพื้นบริเวณหน้าชั้นวางรองเท้าหลังจากเปิดประตูเข้ามาภายในห้องของคอนโดฯ หรูใจกลางกรุงโซลที่เขาใช้พักกับคนรักมาเป็นเวลาสามปี เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นอย่างที่ไม่ต้องขยายความให้มากมายยองแจก็เข้าใจได้ว่ามันคือคำพูดประชดประชันกัน


ทำไมพี่ถึงคิดแบบนั้นล่ะครับ ถ้าผมไม่กลับห้องแล้วผมจะไปนอนที่ไหน ผมไม่ใช่พี่ซะหน่อย


ก็ถูก นายไม่ใช่พี่ พี่ไม่ใช่นาย เรามันคนละคนกัน แต่ทำอะไรก็อย่าลืมรักษาหน้าแฟนคนนี้หน่อยนะแจ็คสันกำลังหาเรื่องทะเลาะ นี่คือสิ่งที่ยองแจคิด เขาไม่เคยเข้าใจสักนิดว่าการที่เขาไปนอนห้องพี่จินยองมันผิดมากมายขนาดนี้เชียวหรอ เขามั่นใจว่าเขาไม่ได้ลืมบอกพี่แจ็คสันว่าเมื่อคืนเขาไปไหนและจะไม่กลับห้อง ที่สำคัญพี่แจ็คสันอ่านข้อความทั้งหมดที่เขาส่งไปแล้วแต่กลับไม่ตอบ ถึงจะอย่างนั้นก็เถอะ แต่ก็ถือว่ารับรู้แล้วไม่ใช่รึไง แล้วอะไรคือการมาประชดใส่เขาแบบนี้



พี่แจ็คสันเปลี่ยนไป..



แน่นอนเขาไม่ได้คิดไปเอง ช่วงระยะเวลาหนึ่งปีมานี้ พี่แจ็คสันดูเจ้าอารมณ์ เขาทำอะไรก็ดูขวางหูขวางตาไปหมด รู้สึกเหมือนกำลังถูกลดความสำคัญ หลายครั้งที่เขาปลอบใจตัวเองว่าบางทีอาจจะแค่คิดมากไปเอง แต่นับวันมันก็ยิ่งชัดเจน



หรือบางทีเขาควรจะหยุด?





พูดไปงั้นแหละ เขารักพี่แจ็คสันเกินกว่าจะยอมยุติความสัมพันธ์นี้ลงง่าย ๆ แบบไม่เสียดายเวลาที่คบกันมานาน ถ้าถามว่าไม่เหนื่อยหรอที่ต้ยอมให้เขาทำร้ายจิตใจกันไม่เว้นแต่ละวัน ท้อบ้างมั้ยเวลาที่เขาเมินเฉยต่อสิ่งที่เราตั้งใจทำให้ เบื่อรึเปล่าที่ต้องคอยเป็นคนเดินตามทั้ง ๆ ที่ความจริงควรจะเดินข้าง ๆ กันอย่างเช่นคู่รักทั่ว ๆ ไป



เหนื่อย.. ท้อ.. และเบื่อ.....


ยองแจสัมผัสความรู้สึกเหล่านั้นจนการเป็นความชินชาไปเสียแล้ว ที่ยังอยู่ไม่ไปไหนไม่ใช่เพราะทน แต่อย่างที่บอก ยองแจรักแจ็คสันมากเกินกว่าจะเดินจากไป



“พี่แจ็คสัน เย็นนี้ไปดูหนังกันมั้ย เรื่องที่พี่เคยชวนผมไว้ไงครับ”

“..........”

 


“วันเสาร์ไปทะเลกันมั้ยครับ ไม่ได้ไปนานแล้วนะ”

“..............” ไร้ซึ่งเสียงตอบรับจากคนรัก อีกทั้งยังหมางเมินกันด้วยการลุกหนีอีกต่างหาก



สามสัปดาห์กับความเฉยชาที่คนรักมอบให้หลังจากวันที่ยองแจไปนอนห้องพี่จินยองเพราะคืนนั้นพี่จินยองเมาแล้วหลับคาโต๊ะทำให้ยองแจต้องเรียกใช้บริการรถแท็กซี่กลับห้องของคนไม่ได้สติ ครั้นจะทิ้งไว้ที่ร้านหรือให้นอนอยู่โดยมีกลิ่นแอลกอฮอลล์อบอวลอยู่ในห้องก็ไม่ใช่นิสัยของยองแจอยู่แล้ว อีกทั้งพี่จินยองก็แสนดีและดูแลเขามาตลอดในฐานะพี่ชายคนสนิท หลังจากจัดการเช็ดตัวให้คนเมาเสร็จสรรพ ยองแจก็เหนื่อยเกินกว่าจะกลับคอนโดฯ ตัวเอง รวมถึงปริมาณแอลกอฮอลล์ในร่ายการก็ยังพอมีอยู่บ้าง ทำให้ยองแจตัดสินใจที่จะค้างกับจินยอง และเพื่อความสบายใจของตัวเองนิ้วมือเรียวจึงส่งข้อความผ่านโปรแกรมสนทนาสีเหลืองเพื่อบอกให้รู้ว่าคืนนี้ยองแจอยู่ที่ไหน เพียงไม่นานสัญลักษณ์ที่บ่งบอกว่าคนรับได้รับข้อความราวกับรออยู่ก่อนแล้ว แต่กลับไม่มีข้อความตอบกลับจากอีกคนแม้แต่นิดเดียว ยองแจตัดสินใจเก็บโทรศัพท์มือถือไว้บนโต๊ะหน้าโซฟาห้องรับแขกซึ่งเป็นที่นอนของเขาในคืนนี้



สามสัปดาห์กับความหมางเมินราวกับยองแจไร้ตัวตน
สามสัปดาห์กับความห่างเหินราวกับไม่ใช่คนรักกัน
สามสัปดาห์กับความเฉยชาที่ทำให้คนชินชาเจ็บปวดอย่างที่สุด
อย่างที่ใครเคยบอกไว้ ก่อนพายุจะเกิดขึ้น ความเงียบสงบคือสิ่งที่น่ากลัว
นี่อาจจะเป็นเหตุการณ์ก่อนเกิดพายุลูกใหญ่ก็ได้.......

 

“พี่แจ็คสัน..” เสียงหวานเอ่ยรั้งคนรักของตน ก่อนจะเงียบไปหลายนาที ก่อนคนตัวหนาจหมดความอดทนหันกลับมามองหน้ากันในรอบหลายสัปดาห์ หากแต่ดวงตาคมยังดูไม่สบอารมณ์เช่นเคย


“ถ้าเรียกแล้วไม่มีอะไรจะพูดก็พอ ไม่ต้องพูดไม่ต้องคุย เบื่อ” ถ้าการคุยกันจะทำให้รู้สึกแย่ไม่ต่างจากก่อนหน้านี้ ยองแจขอเลือกอยู่เงียบ ๆ แทนการต้องมารับรู้ถ้อยคำร้ายกาจพวกนี้คงดีกว่า


“งั้นผมไม่อยู่ให้พี่รำคาญแล้วก็ได้ครับ”


“อยากทำไรก็ทำ ตามสบาย” น้ำเสียงเย็นชากระแทกเข้าสู่ความรู้สึกอย่างจัง น้ำตาเม็ดใสค่อย ๆ ไหลร่วงลงพื้นพรมหน้าโซฟาตัวยาว คล้อยหลังคนเป็นพี่เดินออกจากห้องเพียงไม่นาน




และแล้วพายุก็ซัดกระหน่ำเข้าสู่หัวใจชเวยองแจอย่างจัง
ทั้ง ๆ ที่คิดมาตลอดว่าเราจะไม่มีวันเลิกกัน ไม่สิ เขากับพี่แจ็คสันยังไม่ได้เลิกกัน เขาก็แค่ขอพักหัวใจ พักความสัมพันธ์ด้วยการย้ายออกมา การหาที่พักใหม่ไม่ใช่เรื่องยากเมื่อมีพี่จินยองคอยช่วยเหลือ เขาคิดเสมอว่าถ้าการอยู่ด้วยกัน เจอกันทุกวันตลอด 24 ชั่วโมงเต็มไปด้วยอึดอัด การแยกออกมาคงเป็นทางออกที่ดีที่สุด ระยะแรกของการกลับมาอยู่คนเดียวเป็นช่วงเวลาที่ยากลำบากเกินไปสำหรับยองแจ จากการตื่นแต่เช้าเพื่อมาเตรียมเสื้อผ้า อาหารเช้าสำหรับสองคนกลายเป็นมีเวลามากขึ้นในการดูแลตัวเอง ทำอาหารเช้าสำหรับตัวเอง แต่มันกลับยิ่งตอกย้ำให้ความคิดถึงในใจมันปะทุขึ้นมา หลายครั้งที่เขาต้องแอบร้องไห้เพียงเพราะคิดถึงอีกคน ทั้ง ๆ ที่ความจริงเรายังไม่ได้เลิกกัน แต่ความห่างเหินจนไม่สามารถคุยกันได้นี่มันคืออะไร ที่เป็นอยู่ทุกวันนี้ไม่ต่างจากการเลิกกันสักเท่าไหร่หรอก

 


                                                             …Annoying…



โว้ยยยยยย กูเบื่อจะลากมึงกลับห้องแล้วนะ! หัดแดกข้าวบ้างอย่าแดกแต่เหล้า กูเหนื่อยไอสัส!!!!เสียงโวยวายของแจบอมดังขึ้นทันทีที่โยนร่างหนาของแจ็คสันลงที่พื้นภายในคอนโดฯ ของไอขี้เมานี่ แรก ๆ เขาก็ใจดีพามันไปนอนที่เตียงอย่างปกตินั่นแหละ แต่นี่มันเป็นอาทิตย์แล้วที่แจ็คสันเมาเป็นหมาแบบนี้ พูดง่าย ๆ ก็คือหลังจากยองแจย้ายออกนั่นแหละ ดีหน่อยตรงที่มันยังมีความรับผิดชอบไปทำงานทุกวันตามปกติ แต่พอตกดึกทีไรเป็นได้ชวนเขาเข้าผับเข้าบาร์ตลอด แรก ๆ ก็เข้าใจมันว่าคนถูกทิ้งให้อยู่คนเดียวคงฟุ้งซ่านแล้วก็เสียใจ แต่นี่มันเกินไปจริง ๆ ถ้าเสียใจขนาดนั้นทำไมมันไม่ตามเขากลับมาวะ ดีกว่าเอาเวลาไปลงกับแอลกอฮอลล์เป็นไหน ๆ นอกจากไม่ได้ยองแจคืนมาแล้วแม่งยังโคตรเสียเวลากูเลย บ่นไปก็เท่านั้น ยังไงก็ต้องเป็นแจบอมผู้หล่อมากและแสนดีแต่โสดซิงคนนี้เป็นคนลากมันกลับมาอยู่ดี เรื่องเข้าผับเข้าบาร์เป็นเรื่องปกติของผู้ชายรักสนุก จริง ๆ แล้วเขาก็หลงใหลในแสงสีเสียงอยู่ไม่น้อย แต่นั่นมันก่อนที่จะมีภาระตัวหนาที่ปกติแม่งก็หนักจะตายห่า พอเมานี่คูณสิบไปเลยจ้า บางทีแจบอมก็อยากให้แจ็คสันรู้ว่า..



กูเหนื่อยโว้ยยยยยยยยยยย





อืออออเสียงครางในลำคอดังขึ้นในช่วงสายของวันเสาร์ ก่อนร่างหนาจะขยับตัวเล็กน้อยก็สัมผัสได้ถึงความปวดเมื่อยตามร่างกาย ตาคมค่อย ๆ เปิดขึ้นก่อนจะปิดลงอีกครั้งเมื่อเห็นมีแสงสว่างจากร่องผ้าม่านสาดเข้ามา กระพริบถี่ ๆ อยู่สองสามครั้งก็เริ่มชินกับแสงพร้อมกับลุกขึ้นนั่งพื้นพิงโซฟาตัวยาว ตาคมกวาดสายตาไปรอบ ๆ ห้องกว้าง ทุกอย่างดูปกติ ทั้งซากถ้วยรามยอนกินแล้ว ขวดเบียร์กระจัดกระจาย กองเสื้อผ้าที่ไร้คนเก็บ หรือแม้แต่เงาของคนเคยอยู่ร่วมกัน ความปวดแล่นริ้วขึ้นมาทำให้มือหนายกขึ้นกุมขยับตัวเองพร้อมกับนวดเบา ๆ เพื่อคลายความปวด อาจจะเพราะอาการแฮงค์จากแอลกอฮอลล์ปริมาณมากเมื่อคืนหรือเพราะความคิดถึงที่ทำให้แจ็คสันรู้สึกเจ็บปวดมากขนาดนี้ ความปวดที่หัวเทียบไม่ได้กับความเจ็บที่ใจแม้แต่นิด



ปัญหาหลัก ๆ ของเรื่องทั้งหมดมันเริ่มมาจากเขาเอง นิสัยบางอย่างของเขามันยากเกินกว่าจะแก้ไข ไม่หรอก.. แจ็คสันไม่ได้เจ้าชู้ ไม่เคยนอกใจ ไม่เคยแม้แต่มองคนอื่นด้วยซ้ำ แต่ภาพลักษณ์ที่เขามีมันผลักดันให้คนอื่นมองเขาว่าเขาเป็นคนเจ้าชู้เจ้าสำราญ ซึ่งนั่นเป็นนิสัยที่เป็นก่อนจะมีคนในหัวใจเป็นตัวเป็นตน แต่ชายโสดทั้งโลกก็เป็นแบบนี้เขามั่นใจ แรก ๆ ที่คบกันเราเขาอยู่ที่คอนโดฯ นี้เพราะบ้านเขาอยู่ที่ฮ่องกง ไป ๆ มา ๆ ปีละประมาณสองสามครั้ง พูดง่าย ๆ ก็คือที่นี่ก็คือบ้านของเขา ส่วนยองแจพักอยู่กับยูคยอมเพื่อนของเจ้าตัว คบกันได้สองปีเขาตัดสินใจชวนยองแจมาอยู่ด้วย ซึ่งหลังจากนั้นไม่นานยูคยอมก็พาแฟนของตัวเองเข้าบ้านทันที
ตลอดระยะเวลาสองปีแรกที่ไม่ได้อยู่ด้วยกันเขาไม่เคยรู้ตัวเลยว่าเป็นคนขี้หึงขี้หวงและใจร้อนอย่างร้ายกาจ อาจจะเป็นเพราะเขาไม่รู้ว่ามีใครบ้างที่สนใจในตัวแฟนเขา ไม่รู้ว่าแฟนตัวขาวของเขาน่ารักและมีเสน่ห์น่าดึงดูดแค่ไหน จนทุกอย่างเริ่มขวางหูขวางตาตั้งแต่ไอจินยองจอมวอแวนั่น ยองแจอาจจะไม่ได้คิดอะไรไม่เคยสงสัยเพราะคิดว่าเป็นพี่ที่สนิทกัน แต่เขาเห็นและรับรู้ความรู้สึกของมันที่มีต่อแฟนเขามาตลอด ท่าทางห่วงใยและสนิทสนมเกินเหตุ ยองแจเคยบอกว่านั่นแค่พี่ที่สนิทกัน จะให้เชื่อหรือ? ไม่หรอก เขาไม่เชื่อสักนิด ไม่ใช่ไม่เชื่อใจยองแจ แต่เขาไม่ไว้ใจปาร์คจินยองต่างหาก แต่ก็นั่นแหละ ความปากแข็งและใจร้อนเป็นเหตุให้ไม่เคยพูดความรู้สึกตัวเองออกมา แสดงออกด้วยความฉุนเฉียว กลายเป็นคนปากร้ายเจ้าอารมณ์ที่พูดอะไรไม่คิดถึงใจคนฟังอย่างยองแจเลยสักนิด แต่ใครจะรู้ว่าเขารู้สึกแย่ทุกครั้งที่เห็นใบหน้าน่ารักที่เคยมีรอยยิ้มสดใสส่งมาให้หัวใจเต้นแรงกลับกลายเป็นใบหน้าหม่น ๆ ที่มีเพียงรอยยิ้มฝืน ๆ และดวงตาเจือแววน้อยอกน้อยใจส่งมาให้ แต่จะให้ทำยังไง ในเมื่อปากเขามันหนักเกินกว่าจะพูดออกไปว่าเขารู้สึกผิด




                                                             …Annoying…

 



เช้าวันหยุดที่สดใสสำหรับยองแจเริ่มต้นขึ้นอีกครั้งหลังจากที่หมกตัวอยู่ในที่พักใหม่เป็นเวลาหลายวัน คนตัวขาวกลับมายิ้มได้อีกครั้งเพราะความรักจากคนใกล้ตัวที่เขาเพิ่งรับรู้ว่ามันสำคัญ ทั้งยูคยอมที่โทรฯ มาหาไม่เว้นวันเพราะเป็นห่วง ทั้งพี่จินยองที่เวียนมาหาเพราะกลัวเขาฟุ้งซ่าน รวมถึงเพื่อนร่วมงานคนอื่น ๆ ที่ดูแลเอาใจเขาสารพัด เพียงแค่นึกถึงก็สามารถสร้างรอยยิ้มของยองแจได้อีกครั้ง


“เหม่อขนาดนี้เดินชนเสานี่โทษใครไม่ได้นะครับ” เสียงทุ้มดังขึ้นพร้อมกับแรงรั้งที่ต้นแขนฉุดให้ยองแจหลุดจากภวังค์ มองไปเบื้องหน้าเห็นเสาต้นสูงตั้งตระหง่าน ค่อย ๆ หันมาสบตากับเจ้าของมือหนาที่ยังไม่ปล่อยจากต้นแขนเขา


“ขอบคุณมากนะครับ คุณ.. พี่มาร์ค!!” เพราะมัวแต่ก้มหน้าเพื่อขอบคุณอีกคนเลยทำให้ไม่ทันได้มองว่าใครที่มาช่วยตนไว้ เมื่อเงยหน้าขึ้นมาสบตาทำให้จำได้ในทันทีว่าคนคนนี้คือเพื่อนพี่จินยอง พี่มาร์คหรือมาร์คต้วน เจ้าของผับในวันนั้น


“ครับ ยินดีครับ แล้วยองแจกำลังจะไปไหนหรอ”


“มาเดินเล่นน่ะครับ ยังไม่มีแพลนเลย”


“งั้นไปนั่งดื่มกาแฟกันมั้ย แล้วเดี๋ยวค่อยไปเดินเล่นกัน”


เสียงพูดคุยและรอยยิ้มของคนทั้งคู่กำลังสร้างความไม่พอใจให้ใครบางคนอย่างที่สุด ไม่เคยคิดว่าการตื่นเช้าในวันหยุดจะทำให้เจ็บปวดได้มากขนาดนี้


“มีเรื่องอะไรดี ๆ แต่เช้าที่ฉันควรรู้หรือเปล่ายองแจ” เสียงแหบเสน่ห์ที่กล่าวออกมาให้ความรู้สึกไม่พอใจในน้ำเสียงเป็นอย่างมาก ดวงตาคมดุจับจ้องไปที่คนทั้งคู่อย่างไม่ค่อยสบอารมณ์ แต่เขาก็ทำอะไรไม่ได้มากไปกว่าการ มองคนตรงหน้าด้วยสายตาเต็มไปด้วยคำถามมากมายเท่านั้น


“พี่แจ็คสัน...” เสียงหวานที่คิดถึงเอ่ยขึ้นแผ่วเบา นี่ไม่ใช่สถานการณ์ที่ยองแจคิดไว้ว่าจะเกิดขึ้น การพบกันโดยมีคนนอกอย่างพี่มาร์คอยู่ด้วยสร้างความลำบากใจให้เขาทั้งสองคนไม่น้อย ยองแจไม่รู้ว่าพี่แจ็คสันกำลังคิดอะไร แต่คงไม่ใช่สิ่งดีแน่ ๆ สังเกตได้จากคิ้วหนาที่ขมวดมุ่นและดวงตาคมแข็งกร้าวที่จ้องมา คนตัวเล็กอยากจะอธิบายถึงความสัมพันธ์ แต่นี่ไม่ใช่เรื่องที่คนอื่นสมควรรับรู้เลยสักนิด


 

สุดท้ายก็จากกันโดยไร้คำอธิบายและไม่ได้ทำให้รู้สึกดีขึ้นเลยสักนิด ตรงกันข้ามกลับยิ่งสร้างบาดแผลในใจมากกว่าเดิมเสียอีก

 



                                                              …Annoying…




ผมมาพบพี่ยองแจครับเสียงใสของเด็กหนุ่มร่างผอมบางเอ่ยขึ้นตรงบริเวณเคาน์เตอร์ประชาสัมพันธ์ของบริษัทเอกชนแห่งหนึ่งเอ่ยบอกจุดประสงค์ของการมาครั้งนี้


สักครู่นะคะ ตอนนี้ยองแจกำลังเข้าพบบอสอยู่ อีกประมาณครึ่งชั่วโมงน่าจะเสร็จ นั่งรอด้านในก่อนก็ได้นะ เดี๋ยวพี่จะบอกยองแจให้พีอาร์คนสวยของบริษัทเอ่ยขึ้นอย่างเป็นกันเองเมื่อเธอประเมินอายุของคู่สนทนาด้วยสายตาแล้วน่าจะเด็กกว่าเธอหลายปีพร้อมกับบอกทางสำหรับนั่งพักรอคนที่ตนมาพบ


หลังจากเธอโทรฯ ไปแจ้งกับเลขาหน้าห้องของผู้บริหารว่าถ้ายองแจออกจากห้องให้ลงมาด้านล่าง ไม่ถึงครึ่งชั่วโมงต่อมาร่างขาวของยองแจก็ลงมาตามที่เธอได้บอกไว้ พร้อมกับสอบถามถึงบุคคลที่มารอพบพลันสายตาคู่สวยที่ดูอ่อนล้อมาหลายวันก็เบิกกว้างเมื่อพบคนที่เคยเจอกันบ่อย ๆ ก่อนหน้านี้


แบมแบม?” เสียงหวานเอ่ยทักทันทีที่เดินมาถึงตัวของรุ่นน้องที่รู้จักกัน


สวัสดีครับพี่ยองแจ ไม่เจอกันนานมากเลย พี่ เอ่อ.. ดูผอมลงนะครับเมื่อได้ยินเสียงเรียกตัวเองจากทางด้านหลังคนตัวบางจึงลุกขึ้นทักทายคนมีศักดิ์เป็นพี่อย่างนอบน้อม พร้อมกับสำรวจคนตรงหน้าไปด้วย ซึ่งจากที่เห็นก็ไม่ต่างจากพี่ชายตัวเองเท่าไหร่ เห็นทีว่าเรื่องราวมันชักจะใหญ่โตบานปลายไปหมด ทั้ง ๆ ที่รักกันมากขนาดนี้แท้ ๆ ทำไมถึงไม่ปรับความเข้าใจกันไม่คุยกันให้เรื่องมันจบ ปล่อยให้มันเป็นเรื่องใหญ่ขนาดนี้ได้ยังไง


เอ่อ.. ก็นิดหน่อยน่ะ ว่าแต่แบมมาหาพี่มีอะไรรึป่าว คิดถึงกันหรอ?” เพราะไม่เจอกันนานนับปีเลยแกล้งถามออกไป แบมแบมมองหน้าของรุ่นพี่ที่ตัวเองนับถืออยู่ครู่หนึ่ง แค่มองแววตาก็พอรู้ว่าที่ผ่านมาพี่ยองแจรู้สึกแย่แค่ไหน มือเรียวเอื้อมจับมือขาวไว้ เขาไม่รู้ว่าจะช่วยพี่ทั้งสองที่เขารักได้แค่ไหน แต่เขาจะทำให้ดีที่สุด อย่างน้อยถ้าจะจบก็อยากให้จบเพราะไม่รักกัน ไม่ใช่ปล่อยให้มันค้างคาอย่างนี้


หลังพี่เลิกงาน เราไปหาอะไรกินกันมั้ยครับ พี่เลิกงานกี่โมง เดี๋ยวแบมรอ


อืม... จริง ๆ งานพี่ก็ไม่มีอะไรแล้วล่ะ เดี๋ยวขอขึ้นไปเก็บของแป๊บนึงนะ แบมรอพี่ตรงนี้ก็ได้ ไม่เกินสิบนาที


ได้ครับ งั้นแบมนั่งรอแถวนี้นะ


โอเคครับ




เพิ่งจะบ่ายเอง เปลี่ยนจากกินข้าวเป็นเค้กสักชิ้นโอเคมั้ยแบมแบมเวลาไม่ถึงสิบนาทีที่ยองแจเอ่ยให้แบมแบมรอตอนนี้ทั้งสองคนกำลังเดินเคียงกันไปตามถนนเพื่อหาร้านนั่งพูดคุยกันตามที่คนเป็นน้องเอ่ยชวนเมื่อสักครู่ จากตอนแรกที่ตั้งใจว่าจะคุยพร้อมนั่งทานมื้อเย็นเลยเปลี่ยนเป็นเค้กและเครื่องดื่มรอบบ่ายแทน


ยังไงก็ได้ครับ แบมก็ยังไม่ค่อยหิวเท่าไหร่ ได้ขนมสักชิ้น โกโก้สักแก้วคงดีรอยยิ้มหวานที่เมื่อยกขึ้นทำให้เห็นแก้มเป็นก้อนขึ้นอย่างน่ารัก



กริ้ง~



แบมแบมไปนั่งรอพี่ที่โต๊ะเลยก็ได้ เดี๋ยวพี่สั่งไปให้


งั้นแบมขอเป็นสตรอว์เบอร์รี่ชอร์ทเค้กกับโกโก้ร้อนนะครับ”


“ยังชอบเหมือนเดิมเลยนะ”



 

“หายไปไหนมาตั้งนาน พี่ไม่เจอแบมแบมนานมากแล้วนะ”


“ก็ตอนนั้นแบมยุ่ง ๆ น่ะครับ มัวแต่วิ่งทำเรื่องเรียนต่อบินไปบินกลับไทยเกาหลีตลอดเลย ถ้าเกิดว่าสายการบินมีแต้มให้สะสมป่านนี้แบมคงได้ตั๋วฟรีบินไปอเมริกาได้สบาย ๆ เลย”


“นั่นสิ ว่าแต่เรื่องเรียนเป็นไงบ้าง โอเคมั้ย ถ้ามีอะไรให้พี่ช่วยก็บอกได้เลยนะ”


“เรื่องเรียนโอเคมากเลยครับ แบมคิดไม่ผิดเลยที่เลือกเรียนต่อที่นั่น ทุกอย่างมันลงตัวไปหมด เพื่อนก็ดี อาจารย์ก็ดี ส่วนเรื่องที่จะให้พี่ยองแจช่วย.. เอ่อ... พี่ช่วยกลับไปหาพี่แจ็คสันได้มั้ยครับ”


“..................”


ไม่ใช่ว่าไม่รู้ว่าที่แบมแบมมาหาเขาถึงที่ทำงานคงไม่พ้นเรื่องของพี่ชายคนสนิทของเจ้าตัว แบมแบมเป็นลูกพี่ลูกน้องพี่แจ็คสัน หรือจะเรียกว่าญาติห่าง ๆ ก็ไม่ผิดนัก ในช่วงวัยเด็กแบมแบมอยู่ที่เกาหลีกับพี่แจ็คสันเป็นสองครอบครัวใหญ่ ทั้งสองคนสนิทกันมากเพราะมีกันแค่สองพี่น้อง จนวันหนึ่งที่ครอบครัวแบมแบมตัดสินใจไปอยู่ที่ไทยประเทศบ้านเกิดของคุณแม่ของแบมแบม ทำให้ทั้งคู่ต้องห่างกัน หลังจากนั้นไม่นานครอบครัวพี่แจ็คสันก็ย้ายไปฮ่องกงประเทศบ้านเกิดของคุณพ่อของพี่แจ็คสันเช่นกัน จนเมื่อสองปีที่แล้วที่แบมแบมตัดสินใจกลับมาเรียนต่อในระดับอุดมศึกษาที่ประเทศบ้านเกิด เขาและแบมแบมจึงได้รู้จักกันด้วยการแนะนำของแจ็คสัน และด้วยนิสัยที่คล้ายกันทำให้เขาและแบมแบมสนิทกันอย่างรวดเร็วจนพี่แจ็คสันยังเคยเอ่ยปากว่าจริง ๆ แล้วพี่ตัวจริงของแบมแบมคือชเวยองแจต่างหาก


“แบมรู้ว่าพี่อาจจะลำบากใจ แต่ตอนนี้พี่แจ็คสันอาการแย่มาก แบมไม่รู้จะช่วยยังไง ถ้าพี่ไม่รักกันแล้วก็.. กลับไปทำให้มันจบดีกว่านะครับ แบมขอโทษที่ต้องพูดตรง ๆ”


ไม่เคยรู้สึกว่ากาแฟยามบ่ายจะรสชาติแย่ขนาดนี้มาก่อนเลยในชีวิต ต่อไปนี้เขาจะเลิกดื่มกาแฟตอนบ่าย เขาสาบาน..


“ไม่เป็นไรหรอก พี่รู้ว่าแบมแบมเป็นห่วงพี่แจ็คสันมาก แต่เรื่องที่จะให้พี่กลับไปพี่ทำไม่ได้จริง ๆ พี่ไม่รู้ว่าที่แบมแบมบอกว่าพี่แจ็คสันแย่น่ะเป็นเพราะอะไร บางทีเขาอาจจะดีใจแล้วไปฉลองจนเมากลับห้องก็ได้ พี่ไม่เหตุผลอะไรให้ต้องกลับไปยืนที่จุดนั้นอีกแล้ว ถึงแม้ว่าพี่จะยังรักพี่แจ็คสันมากแค่ไหนก็ตาม แต่ในเมื่อเขาไม่รักพี่แล้ว ต่อให้อยากกลับไปมันก็คงไม่มีประโยชน์”


“พี่บอกว่าพี่รักพี่แจ็คสันแล้วเท่าที่แบมรู้พี่แจ็คสันก็ไม่เคยไม่รักพี่ ในเมื่อพี่สองคนรักกันทำไมถึงไม่คุยกันล่ะครับ?”


และแล้วบรรยากาศของการจิบกาแฟยามบ่ายก็สิ้นสุดลง

 



                                                              …Annoying…

 



บรรยากาศของบ่ายวันทำงานที่เขาสมควรจะนั่งอยู่ในออฟฟิศเพื่อจัดการกับแฟ้มกองโตแทนการนอนนิ่ง ๆ มองเพดานห้องนอนภายในคอนโดฯ แต่เขารู้ตัวดีว่าถ้าไปทำงานในสภาพนี้คงจะยิ่งเป็นภาระของคนอื่นมากขึ้นไปอีก การลางานเพื่อพักฟื้นอาการเมาค้างเลยเป็นทางออกที่ดีที่สุดในตอนนี้ นี่เป็นครั้งแรกในรอบเดือนที่เขาตัดสินใจลางานหลังจากคิดทบทวนแล้วว่าการพักสักวันไม่มีอะไรเสียหายเพราะก่อนหน้านี้เขารับผิดชอบต่อหน้าที่จนไม่มีเวลาทบทวนอะไรเลยสักนิด ตื่นเช้าไปทำงานพอเลิกงานก็ไปดื่มต่อจนข้ามวันแล้วก็กลับมานอนเพื่อที่จะตื่นไปทำงานในวันต่อมา วนเวียนอยู่อย่างนี้หลายวันจนร่างกายพากันประท้วง เขาจึงตัดสินใจที่จะพักเพื่อทบทวนหลาย ๆ อย่าง


ร่างหนาของแจ็คสันทิ้งตัวลงบนโซฟาที่เป็นที่นอนสำหรับเขามาหลายคืน หลังจากอาบน้ำแต่งตัวเพื่อให้ร่างกายได้ฟื้นอย่างเต็มที่เรียบร้อย ขั้นตอนต่อไปคงเป็นการหาหนังดีดีสักเรื่องมาดูเพื่อผ่อนคลายตัวเองไม่ให้ฟุ้งซ่านจนเกินไปแต่ก็เหมือนจะยากลำบากเหลือเกินในเมื่อมองไปทางไหนก็เห็นแต่ชเวยองแจเดินวนไปมาไม่หยุด


 

ปิ๊งป่อง~



ขาแกร่งเดินมาหยุดอยู่หน้าอินเตอร์คอมพ์เพื่อดูว่าใครเป็นแขกยามบ่ายของตัวเอง ใบหน้าขาวกลมน่ารักที่เขาคุ้นเคยเป็นอย่างดีเพราะเจอทุกวันก็ปรากฏขึ้น สร้างความแปลกใจให้แจ็คสันไม่น้อย แต่ที่มากกว่าความแปลกใจคือเป็นห่วง ใบหน้าน่ารักต่างไปจากเดิมนิดหน่อยตรงที่ดูซูบลงกว่าแต่ก่อนมาก ไหนจะดวงตาเรียวที่เคยสดใสกลับบวมแดง สิ่งเดียวที่ไม่เคยเปลี่ยนไปคนตรงหน้าคงเป็นริมฝีปากสีสวยที่เห็นทีไรก็นึกถึงรสชาติหวาน ๆ ที่เคยได้ลิ้มลอง

 

บรรยากาศชวนอึดอัดที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อนภายในห้องที่คุ้นเคย แจ็คสันและยองแจนั่งอยู่ที่โซฟากลางห้องนั่งเล่นโดยเว้นระยะห่างราวกับไม่เคยรักกันมาก่อนทั้ง ๆ ที่ยังคงเป็นคนรักกัน


“พี่แจ็คสัน/ยองแจ”


“พี่แจ็คสันพูดก่อนเลยครับ”


“ยองแจ นานเท่าไหร่แล้วนะที่เราไม่ได้นั่งคุยกันแบบนี้ หนึ่งเดือน สองเดือน หรือเป็นปี..” เสียงทุ้มเอ่ยขึ้นหลังจากที่เราทั้งคู่เรียกชื่อของกันและกันออกมา แล้วก็เป็นยองแจที่ให้โอกาสเขาได้พูดสิ่งที่ค้างคาอยู่ในใจออกมา


“พี่รู้ตัวนะว่าที่ผ่านมาพี่ทำตัวแย่แค่ไหน ไม่ใช่ไม่รู้สึกเจ็บหรือไม่แคร์ พี่แค่ไม่รู้จะแสดงออกมายังไง พี่เอาแต่คิดว่ายองแจจะเข้าใจพี่เลยเลือกที่จะเงียบ แต่ยิ่งนานวันมันก็ยิ่งแย่”


“พี่แจ็คสัน.....”


“พี่เกลียดนิสัยตัวเองที่เป็นคนอารมณ์ร้อนแล้วก็ขึ้หึงแบบนี้ พอหนักเข้าก็พาลไปหมด อารมณ์ไม่ดีก็เอามาลงที่คนใกล้ตัวและคนคนนั้นก็กลายเป็นคนที่พี่รัก พี่ไม่เคยรู้มาก่อนว่าตัวเองจะร้ายกาจได้ขนาดนี้” ร่างหนาขยับตัวเพียงนิดเพื่อที่จะได้มองหน้าของคนที่ตนรักได้ถนัดมากยิ่งขึ้น


“ช่วงปีแรก ๆ ที่เราเริ่มคบกัน เราต่างก็อยู่ในที่ของตัวเอง พี่อยู่ที่นี่ส่วนยองแจก็อยู่บ้าน เรานัดเจอกันแค่วันหยุด คุยโทรศัพท์กันบ้างเวลาคิดถึง พี่ไม่รู้ว่าแฟนของพี่จะมีคนสนใจมากมายขนาดนี้”


“.........”


“พอได้มาอยู่ด้วยกัน มาใช้ชีวิตด้วยกัน ทุกคนรอบตัวยองแจก็กลายเป็นอะไรสักอย่างที่ขัดหูขัดตาพี่ พี่หวง ไม่อยากให้ให้เข้าใกล้หรือได้เห็นความน่ารักของยองแจเลยสักคน แต่ก็นั่นแหละ พี่ทำได้แค่คิดและหวงอยู่เงียบ ๆ เพราะไม่รู้ว่าถ้าพูดออกไปมันจะกลายเป็นเรื่องไร้สาระสำหรับยองแจรึป่าว” ดวงตาเรียวสวยบัดนี้มีน้ำตาเอ่อคลอ มือหนาตั้งใจจะเอื้อมไปเช็ดให้คนรัก แต่ความรู้สึกเจ็บปวดที่หัวใจแล่นริ้วตีตื้นขึ้นมาทำให้เขาไม่กล้าแม้แต่นิดที่จะแตะต้องคนตรงหน้า


เจ็บเหลือเกิน..


เขาทำให้ยองแจร้องไห้อีกแล้ว


“ปาร์คจินยอง คือบุคคลที่พี่ไม่อยากให้เข้าใกล้ยองแจมากที่สุด พี่รู้ว่าเราบริสุทธิ์ใจกับการมีพี่ชายที่แสนดีในชีวิต แต่พี่ไม่พอใจสายตาของจินยองไม่เคยโกหกพี่ได้ ทุกครั้งที่มันเข้าใกล้ยองแจสายตาที่มันมองไม่ต่างจากพี่เลยแม้แต่นิดเดียว”


“................” เกิดความเงียบขึ้นมาอีกครั้ง ยองแจเลือกที่จะพูดอะไรเพราะเขากำลังตั้งใจฟังสิ่งที่อีกคนกำลังจะบอก


“แต่ถ้าพี่พูดออกไป มันจะกลายเป็นความระแวงไปเองของพี่ พี่ไม่อยากให้เราทะเลาะกัน สุดท้ายก็จบด้วยความเฉยชาของพี่ แต่เชื่อเถอะ คนที่พี่ไม่ไว้ใจไม่ใช่ยองแจแน่นอน”


“...............” ดวงตาเรียวบัดนี้เริ่มมีหยดน้ำตา ยองแจไม่ได้ส่งเสียงสะอื้นแต่อย่างใด มีเพียงน้ำตาเท่านั้นที่เปรอะเปื้อนแก้มกลม


“วันนั้นพี่ไปเที่ยวเป็นเพื่อนไอแจบอมเพราะมันต้องการฉลองเรื่องไร้สาระอย่างโนราหายป่วย พี่ตั้งใจจะไปแค่แป๊บเดียวแล้วก็กลับ แต่พี่กลับเจอยองแจในบาร์กับผู้ชาย พี่โกรธมากอย่างที่ไม่คิดว่าตัวเองจะเป็นได้ ยองแจที่ไม่เคยเที่ยวกลางคืนโดยที่ไม่มีพี่ทำไมถึงมาอยู่ตรงนั้น สมองพี่มันตื้อไปหมด คิดอะไรไม่ออก จนเจอยองแจที่ห้องเลยเผลอพูดจาทำร้ายเราออกไป”


“ฮึก.... พี่มาร์คเป็นเพื่อนพี่จินยองครับ แค่เพื่อน... พี่จินยองแค่นั้น”


“พี่ขอโทษ.. แต่เรากลับมาเป็นเหมือนเดิมได้มั้ย” เสียงทุ้มที่เคยหนักแน่นมาตลอดกลับมีความสั่นไหว ดวงตาคมที่เคยมองมาที่คนตัวเล็กอย่างมั่งคง ตอนนี้แววความไม่มั่นใจอยู่เต็มเปี่ยม นัยน์ตาแดงก่ำเกิดขึ้นเพราะคนตัวหนาอดกลั้นน้ำตาไว้อย่างที่สุด เขาไม่ต้องการให้ยองแจเห็นความอ่อนแอของเขาเลยสักนิด


“พี่.. ฮึก... พี่กอดผมหน่อยได้มั้ย” ไร้ซึ่งคำตอบรับจากแจ็คสัน มีเพียงความอบอุ่นที่โอบล้อมยองแจอยู่ในเวลานี้แทนคำตอบของคำถามเมื่อครู่


“ต่อไปนี้พี่จะเป็นคนรักที่ดีกว่าเดิม พี่สัญญา”


“ฮ.. ฮึก.... ครับ ยองแจก็จะเป็นคนรักที่ดีกว่าเดิม แต่พี่ต้องบอกยองแจนะ ทุกเรื่องที่พี่คิด ทุกอย่างที่พี่รู้สึก ยองแจไม่อยากให้เราเป็นแบบนี้อีกแล้ว มันเจ็บเหลือเกิน ยองแจรับมันไม่ไหวแล้ว ฮึก..” มากกว่าความอบอุ่นของอ้อมกอดแข็งแรงคือริมฝีปากหนาที่บรรจงจูบเบา ๆ ที่หน้าผากมน แทนคำสัญญามากมายที่จะเกิดขึ้นต่อจากนี้ คำสัญญาของกันและกัน คำสัญญาที่ไม่มีสักคนที่คิดจะให้มันผิดพลาดอีกครั้ง บทเรียนครั้งนี้มันหนักหนาเกินกว่าที่ทั้งสองจะยอมให้มันเกิดขึ้นอีก


“ครับ พี่สัญญา”

 

 

 

-END-


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #299 jiab155 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 19:10
    ทำไมต้องรอให้สูญเสียก่อนถึงจะนึกได้
    #299
    0
  2. #281 lemony_sweet (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 12 เมษายน 2560 / 00:21
    ดีใจที่กลับมาคุยกัน ดีใจที่กลับมาดีกัน ดีจัง ^^
    #281
    0
  3. #271 pty_no (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 20:56
    มันเป็นเรื่องใกล้ตัวมากๆเลย มีปัญหาอยู่ในใจแต่ไม่ยอมพูดกัน TT^TT ดีใจที่ทั้งสองคนกลับมาดีกันนะ
    #271
    0
  4. #213 sandgreen (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 14:19
    เฮ้อ...ค่อยโล่งใจที่กลับมาดีกัน
    #213
    0
  5. #191 jazzotorii (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 10:06
    ฮืออออ เป็นเรื่องที่อยากอ่านสเปมากเหลือเกิน อยากเห็นตอนเค้าหวานกัน เพราะชอบคาแรคเตอร์เรื่องนี้นะ พจสที่รักยจมากกับยจที่รักพจสมาก ฮือออ ชอบๆๆ
    #191
    0
  6. #186 Dreams_Diiz (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:10
    เหมือนชีวิตจริงเน๊อะ การไม่พูด ไม่บอก เพราะไม่อยากให้อีกคนรู้สึกไม่ดี แต่สุดท้ายการไม่พูด ไม่บอกว่าตัวเองคิดยังไง กลับทำให้อีกคนรู้สึกแย่ยิ่งกว่า ฮื่อออ การพูด การบอกความรู้สึก เป็นสิ่งสำคัญในชีวิตคู่จริง ๆ
    #186
    0
  7. #174 LightRock (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 22:41
    ต้องขอบคุณยองแจอ่ะ ที่ให้โอกาส
    แจ็คสันเองก็ดีที่รู้จักทบทวน
    มันเป็นเรื่องจริงที่แทงใจดำมาก
    #174
    0
  8. #165 shierichi (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 13:37
    มันเป็นอะไรที่สามารถพบเห็นได้ในชีวิตจริงๆเลยสำหรับคู่รักที่อยู่ด้วยกัน ไม่เข้าใจกัน ทะเลาะกัน แต่พอคุยกันเพื่อปรับความเข้าใจ ค่อยๆจูนกันคนละนิด สุดท้ายก็กลับมารักกันดีเหมือนเดิม ฮือ เรื่องนี้ดี๊ดี ขอบคุณที่ยองแจแค่แยกออกมาเฉยๆเหมือนเอาเวลาไปทบทวนตัวเอง แจ็คสันก็เลยได้เวลาทบทวนความผิดด้วยเองไปด้วย
    #165
    0
  9. #163 mjaey (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 09:54
    หูยยยย ตอนแรกคิดว่าจะbad endingซะแล้วว
    #163
    0
  10. #160 maynattha21 (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 02:33
    อินอะ มันดูเรียล มันเกิดขึ้นจริงๆในชีวิตเราได้ อินมากก น้ำตาคลอๆตอนทั้งสองคนไม่เข้าใจกัน ฮืออออออ ดีจังเลย รักเรื่องนี้เหมือนกัน แงๆ
    #160
    0
  11. #159 chzckhnp (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 02:31
    พี่แจ็คสันนนน หึงหวงยองแจได้แต่ไม่ชอบแล้วไม่พูด โมโหแล้วไปลงที่ยองแจนี่ไม่ดีเลยรู้มั้ย มีอะไรก็พูดก็เคลียร์กันนะ ;-; ถ้าไม่ได้คุยกันก็ไม่เข้าใจกัน ทั้งๆที่รักกันมากแท้ๆ จะให้ความไม่เข้าใจทำให้ต้องแยกจากกันไม่ได้นะ ฮือออ สงสารยองแจจจ พี่แจ็คสันใจร้าย บู่ว ;3; น้ำตาไหล ขอบคุณที่กลับมาเคลียร์กันน้า แฮปปี้~ ขอให้รักยืนยาว ไชโย! (พี่จินยองหล่อจัง /ผิด)
    #159
    0
  12. #158 Jusejae (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 01:47
    จบดีอ่ะ นึกว่าจะเศร้าซะเเล้วตอนแรก ฮอลลลลลล
    #158
    0
  13. #157 T'angmo (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 01:39
    โง้ยยยย แต่งจากชีวิตจริงใช่มั่ยยยยย!? ทำไมเรียลอย่างงี้ล่ะคะ ไม่ยอมพูดกันจนเรื่องใหญ่โต แต่อย่างน้อยก็ไม่ได้เลิกกันไป เว้นระยะห่างให้ตัวเองแล้วกลับมาเคลียร์กัน ชอบชอบชอบบบบบ~
    #157
    0
  14. #155 jffan (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 23:55
    โอ้ยยยยยย ลุ้นตอนจบหนักมาก แต่ก็แฮปปี้ค้าาาา
    #155
    0
  15. #152 Xqpxss (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 21:43
    แฮปปปปปปปปปี้ เย้ๆ
    #152
    0
  16. #151 Pink99line (จากตอนที่ 6)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 21:36
    ร้องไห้ ฮือออ
    #151
    0
  17. ความเห็นนี้ถูกลบแล้ว :(