JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 4 : 04 l I'm your soulmate : by B-Jackson911

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,313
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    22 มี.ค. 60

   
  CR.SQW

I'm your soulmate

: by B-Jackson911




 คำทำนายบอกให้ผมออกตามหา และผมก็เชื่อว่าคนคนนั้น.. คือคุณ

 

ชเว ยองแจ ยืนอยู่ที่หน้าห้องสภานักเรียนนานกว่าสิบนาทีแล้ว เขากำลังรู้สึกกระสับกระส่าย แถมหัวใจก็เต้นตึกตัก ฝ่ามือขาวกระชับกระติกเก็บความร้อนที่ด้านในบรรจุชาเขียวออแกนิคชงอุ่น ๆ เอาไว้แน่น ในช่วงเช้าที่ยังไม่มีใครผ่านมาแถวนี้มากนัก มันเป็นโอกาสดีที่ยองแจจะทำคะแนนให้ตัวเอง

 

เอาล่ะ หายใจเข้าลึก ๆ ชเว ยองแจ นายทำได้ เชื่อสิ

 

ริมฝีปากอวบอิ่มพร่ำกล่าวแบบนั้นซ้ำไปซ้ำมา ระหว่างที่เขาพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอดเพื่อปรับความตื่นเต้นให้ลดน้อยลง ดวงตารีเข้ากับรูปหน้าน่ารักหลับตาปี๋ เลื่อนฝ่ามือข้างหนึ่งไปจับบานประตูแบบเลื่อนเอาไว้ให้มั่น

 

เอาล่ะนะ..

 

ครืด~

 

ขอโทษที่รบกวนนะครับ!! คือว่าผม.. อ่าว.. ไม่มีใครอยู่หรอเนี่ย

 

ร่างขาวกระพริบตาปริบ ๆ มองภายในห้องของสภานักเรียนที่เงียบเชียบไร้ผู้คน เสียงเครื่องปรับอากาศรุ่นเก่าดังครืดคราด อุณหภูมิด้านในเย็นกว่าด้านนอกนิดหน่อย แถมไฟก็ถูกเปิดทิ้งเอาไว้เสียสว่างจ้า

 

ให้ตายเถอะ ตื่นเต้นฟรีเลยเรา

 

ยองแจย่นจมูกเล็กน้อย กวาดดวงตามองซ้ายขวาเมื่อเห็นว่าไม่มีคน เขาจึงแอบเดินย่อง ๆ เข้าไปด้านใน ร่างนุ่มจัดการวางกระติกเก็บความร้อนเอาไว้บนโต๊ะเตี้ย ๆ ก่อนจะพยายามคุ้ยเขี่ยหาเศษกระดาษในกระเป๋านักเรียนของตัวเองจนพบ ยองแจบรรจงเขียนอะไรบางอย่างลงในเศษกระดาษแผ่นนั้น แล้วใช้กระติกเก็บความร้อนทับมันเอาไว้

 

พี่แจ็คสัน หวังว่าจะชอบนะครับ

 

ใบหน้านวลเห่อร้อนขึ้นมาทันควัน เมื่ออ่านทวนข้อความที่ตนเขียนไปเมื่อสักครู่ เขารู้สึกลังเลนิดหน่อยว่าควรเขียนชื่อตัวเองลงไปดีมั้ย? ยองแจยืนขมวดคิ้วอย่างคิดไม่ตก ถึงจะบอกว่าพยายามทำคะแนน หรือภาษาบ้าน ๆ ก็คือพยายามจีบ พี่แจ็คสัน หรือ หวัง แจ็คสัน รองประธานของสภานักเรียนชั้นมอปลายปีสามอยู่ก็เถอะ แต่ว่า..

 

เข้าห้องสภานักเรียนโดยที่ไม่ได้รับอนุญาต มันผิดกฎนะ ชเว ยองแจ

 

ความสัมพันธ์ของเขากับ พี่แจ็คสัน ที่ว่าเนี่ย..

 

คะ.. ใคร ใครเขาอยากเข้ามากัน! นี่แค่บังเอิญเข้าผิดห้องเฉย ๆ เหอะ!!

 

จริง ๆ มันก็ไม่ค่อยจะดีนักหรอกนะ

 

บังเอิญเข้าผิดห้อง? เดี๋ยวนะน้อง บอกโคโค่หมาบ้านน้องคลอดลูกออกมาเป็นกบพี่ยังเชื่อกว่าอีกเถอะ แล้วนี่มาทำอะไร ถ้าคนอื่นมาเจอเดี๋ยวก็โดนตัดคะแนนความประพฤติหรอก

 

ชายหนุ่มร่างหนาสัญชาติฮ่องกงในชุดยูนิฟอร์มนักเรียนเหมือนกับยองแจทุกกระเบียดนิ้ว มีเพียงแค่ปลอกแขนสีน้ำเงินที่เหน็บอยู่ตรงต้นแขนด้านซ้ายเท่านั้นที่บ่งบอกถึงตำแหน่ง รองประธานสภานักเรียน และดาวสามดวงที่ริมปกเสื้อด้านขวาที่บ่งบอกว่าคนตรงหน้าอยู่ชั้น มอปลายปีสาม แล้ว

 

ยองแจกับพี่แจ็คสันห่างกันสองปี เพราะเขานั้นอยู่ชั้นปีหนึ่ง

 

ก็ เอ่อ.. จริง ๆ คือมาหาพี่มาร์คต่างหาก โคโค่ฝากให้มาบอกว่าคิดถึง

ได้ข่าวว่าโคโค่มันเป็นหมาพูดไม่ได้ แถวบ้านพี่เรียกง่าย ๆ ว่า แถไม่เนียนนะครับน้องชเว

งั้นผมคิดถึงพี่มาร์คเองก็ได้!

นี่อยากเลิกคบกับแบมแบมขนาดนั้นเลยหรอ ถึงมาคิดถึงแฟนเพื่อนนี่เห้ย! จะบอกไม่บอกว่าเข้ามาทำอะไรในนี้ ไม่งั้นพี่ตัดคะแนนเราจริง ๆ นะ แล้วอะไรอยู่บนโต๊ะ

 

ใบหน้าหล่อคมขมวดคิ้วยุ่งด้วยความสงสัย ยองแจยืนนิ่งตัวชากวาดสายตาซ้ายขวาลอกแลก ยิ่งเห็นคนอายุมากกว่าเดินเข้ามาใกล้แถมยังส่งสายตาจับผิดมาให้อีก ก็ยิ่งทำให้ยองแจหัวใจเต้นรัวเข้าไปใหญ่

 

ถ้าพี่แจ็คสันเห็นข้อความที่เขาเขียนตอนนี้ล่ะก็..

 

โว้ยยยยย ชเว ยองแจ ต้องระเบิดตายแหง ๆ ฮื่อออ ทำไงดี..

 

เด็กหนุ่มพยายามครุ่นคิดด้วยความสับสน แม้เขาจะแอบชอบอีกฝ่ายอยู่ก็เถอะ แต่พอเจอหน้าก็ดันเขินเลยไม่พูดจาดี ๆ กับเขาเลยสักครั้ง ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวันนั้นนะ.. ยองแจก็คง ยองแจก็คง..

 

ไม่คิดจะเริ่มต้นจีบพี่แจ็คสันแบบนั้นหรอก..

 

อะ.. เอ่อ.. คือ อ่าว! อาจารย์ยุน สวัสดีครับ!!

 

เสียงแหบหวานเอ่ยขึ้นมาเสียงดังลั่นทำเอาแจ็คสันถึงกับสะดุ้ง เขาหันหน้าไปมองทางประตู ก่อนจะเห็นเจ้าเด็กตัวนิ่มวิ่งปรู๊ดออกจากห้องสภานักเรียนไปด้วยความเร็วแสง

 

เห้ย! ชเว ยองแจ หลอกกันหรอ!!!

 

ร่างหนากัดฟันแน่น มองเจ้าเด็กแสบที่รู้จักกันมานานแสนนานเพราะบ้านเพื่อนสนิทเขาอยู่ติดกับบ้านของหมอนี่ แจ็คสันก็เลยได้เจอกับหนูน้อย ชเว ยองแจ ตั้งแต่ตอนที่ตัวเองอายุแปดขวบ

 

ตอนแรกก็เห็นว่าตัวเล็กน่ารักแถมแก้มยังบวมตุ่ยอย่างกับกระรอก เวลาเจอหน้าก็เลยชอบเข้าไปแหย่บ่อย ๆ ใครจะไปรู้ว่าพอโตขึ้น

 

จะน่ารัก น่าแหย่ กว่าเดิมอีก

 

แถมยังวิ่งอีท่าไหนให้สมุดการบ้านตัวเองหล่นแหมะที่พื้นได้ล่ะเนี่ย..

 

แจ็คสันหัวเราะออกมาน้อย ๆ ก่อนจะส่ายหัวไปมาเมื่อนึกถึงใบหน้าเหวอ ๆ ของคนที่วิ่งหน้าตาตื่นออกไปเมื่อสักครู่ เขาก้มตัวลงเก็บสมุดการบ้านที่มีชื่อ ชเว ยองแจตัวเท่าหม้อแกงเขียนอยู่ด้านหน้า ก่อนที่ดวงตาจะเปลี่ยนจุดสนใจไปที่กระติกเก็บความร้อนบนโต๊ะแทน

 

คนตัวหนาขมวดคิ้วยุ่ง เพิ่งจะสังเกตดี ๆ ว่าตรงกระติกเก็บความร้อนมีโน้ตแผ่นหนึ่งถูกทับอยู่ ฝ่ามือเรียวเลื่อนไปหยิบโน้ตแผ่นนั้นขึ้นมาอ่านในระดับสายตา

 

แล้วริมฝีปากหยักก็กระตุกยิ้มขึ้นมาฉับพลัน

 

หืม ลายมือมันคุ้น ๆ อยู่นะ

 

หวัง แจ็คสัน กระชับสมุดการบ้านของเด็กตาตี่ในมือแน่น เขาเก็บเศษกระดาษลงในกระเป๋ากางเกง

 

ตอนพักต้องเอาสมุดการบ้านไปคืนซะแล้วสิ..




ช่วงนี้ ชเว ยองแจ กำลังดวงตก

 

ฉิบหายแล้ว สมุดการบ้านอาจารย์แทคอุนฉันหายอ่ะแบมแบ๊ม!!

 

ยองแจแผดเสียงร้องก่อนจะเอามือขยี้หัวตัวเองอย่างหนักหน่วง ก็จำได้ว่าเมื่อวานเอาใส่กระเป๋ามาแล้วไม่ใช่หรอ เห้ย!! ไม่ตลกนะ! หายไปไหนวะเนี่ย!?

 

หาดี ๆ ดิ ลืมเอามาหรือเปล่า?”

 

แบมแบมเพื่อนสนิทที่สุดของยองแจกล่าวขึ้น พลางเอามือเล็ก ๆ กับหน้ามน ๆ เลื่อนมาช่วยเขาคุ้ย ๆ หาสมุดในกระเป๋าแต่ก็ไม่พบ

 

แล้วดันเป็นวิชาแรกที่ต้องส่งหลังจากพัก แถมยังเยอะขนาดที่ยองแจนั่งเขียนมาทั้งอาทิตย์เพิ่งจะเสร็จเมื่อวานด้วยนะ แหม..

 

ดี.. ดีจริง ๆ !! ดีจนจะร้องไห้แล้วเนี่ย!!!

 

หรือว่าจะทำหล่น? เมื่อเช้านายบอกฉันว่าจะไปที่ห้องสภานักเรียนไม่ใช่หรอ หรือจะทำหล่นที่นั่น?”

 

แบมแบมที่พยายามช่วยเขาค้นหาขมวดคิ้วยุ่งก่อนจะเอ่ยขึ้น ทำเอายองแจฉุกคิดขึ้นมาได้ จริงสิ เมื่อเช้าเขาเอาชาออแกนิคที่ชงเองกับมือไปให้พี่แจ็คสันที่ห้องสภานักเรียน แต่พอเจออีกฝ่ายเข้าจริง ๆ ก็ดันทำตัวไม่ถูกเลยวิ่งหนีออกมาซะอย่างงั้น.. อ่า จะว่าไป ตอนที่ยองแจมาถึงที่นี่

 

กระเป๋าของเขามันปิดไม่สนิทนี่หว่า..

 

“...”

เงียบแบบนี้แสดงว่าเป็นไปได้ใช่มั้ยล่ะ งั้นเดี๋ยวฉันจะลองไปถามที่ห้องสภานักเรียนให้ล่ะกัน ยังไงก็ต้องไปหาพี่มาร์คอยู่แล้ว”

“อ่า ขอบใจนะแบมแบม”

“ส่วนยองแจก็ลองเดินหาตามทางดูนะ เผื่อมันจะหล่นระหว่างตอนที่เราเดินเรียนเปลี่ยนตึกเรียน ฉันไปก่อนล่ะ”

 

ชเว ยองแจ ฉีกยิ้มแหยพลางพยักหน้าหงึกหงักเมื่อเพื่อนรักพูดจบ เขาจัดการเก็บของที่กองอยู่เต็มโต๊ะลงในกระเป๋าเป้ของตนเองแบบลวก ๆ ส่วนแบมแบมก็ขอตัวไปหาพี่มาร์คแฟนของเจ้าตัวที่เป็นถึงประธานสภานักเรียนปีสามทันทีเพื่อไม่ให้เป็นการเสียเวลา คู่นี้เพิ่งคบกันเมื่อราว ๆ สี่เดือนก่อน หลังจากกิ๊กกั๊กกันอยู่นานสองนาน

 

ต่างกับคู่ของยองแจลิบลับ โมเม้นต์หวาน ๆ แอบกิ๊กกั๊กแบบนี้อย่าหวังเลยว่าจะมี

 

เจอหน้ากันก็เถียงกันตลอด พี่แจ็คสันชอบเด็กปากมากแบบเขาหรือเปล่ายองแจยังไม่แน่ใจเลย

 

ลมหายใจหนัก ๆ พลั่งพลูออกมาจากริมฝีปากอิ่มเมื่อหวนคิดได้ดังนั้น ยังไงตอนนี้ก็ไม่ใช่เวลาจะเอาเรื่องแบบนี้มาคิดมากสักหน่อย ยองแจควรจะคิดเรื่องสมุดการบ้านของตนเองมากกว่า และถ้าเป็นไปได้ เขาก็หวังว่าจะเจอสมุดการบ้านของเขาตกอยู่ที่ไหนสักที่ จะเป็นที่ไหนก็ได้..

 

ที่ไม่ใช่ในสภานักเรียนนั่นน่ะนะ

 

 

 

 

สุดท้ายหลังจากพยายามเดินหาตามทางอยู่นานสองนานสามนานสี่นาน ไม่ว่าจะเป็นตรงทางเดินเปลี่ยนตึก หรือแม้แต่ในห้องน้ำชาย ชเว ยองแจ ก็ยังไม่มีวี่แววจะเจอสมุดการบ้านของตนเองแต่อย่างใด ร่างบางได้แต่เดินคอตกกลับมาที่ห้องเรียน ไม่มีอารมณ์แม้แต่จะไปกินข้าวกลางวันด้วยซ้ำ แถมแบมแบมก็ยังไม่โทรศัพท์มาบอกด้วยว่าเจอสมุดของเขาที่ห้องสภานักเรียนหรือเปล่า

 

รู้สึกหมดหวังยังไงไม่รู้แฮะ..

 

“เห้อ..”

 

ลมหายใจหนัก ๆ ถูกพ่นออกมาจากริมฝีปากอิ่มได้รูป ยองแจก้มหน้าลงฟุบกับโต๊ะไม้อัดสีอ่อนแล้วหลับตาลงอย่างอ่อนล้า ช่วงนี้มีแต่เรื่องแย่ ๆ แย่ชนิดที่ว่าตลอดสองอาทิตย์ที่ผ่านมาเขายังไม่ได้มีโอกาสสัมผัสกับเรื่องดี ๆ เลยสักนิด..

 

ทั้งตื่นสาย ตกท่อ โดนถังสีชมรมศิลปะตกใส่หัว เตะบอลโดนกระจกห้องคหกรรมแตก โทรศัพท์พัง โคโค่แทะสายไฟคอมขาด กางเกงในถูกขโมย และล่าสุด..

 

สมุดการบ้านวิชาสำคัญที่อดหลับอดนอนมาทั้งอาทิตย์ก็เพิ่งจะหายไป..

 

ไหนไอหมอดูนั่นบอกว่าเขาจะโชคดีไง!!!

 

“โว้ย!!

 

ฝ่ามือขาวยกขึ้นขยี้เส้นผมสีน้ำตาลเข้มของตัวเองทันที เมื่อความรู้สึกหงุดหงิดในหัวใจมันปะทุขึ้นมาจนถึงขีดสุด ยองแจขบริมฝีปากเข้าหากันเมื่อนึกถึงคำทำนายของหมอดูกิ๊กก๊อก ที่แบมแบมแนะนำให้เขาไปดูดวงเมื่อห้าวันก่อน ตามจริงเขาก็ไม่ได้เป็นพวกเชื่อในเรื่องดวงชะตาอะไรเท่าไหร่หรอกนะ ค่อนไปทางคิดว่าไร้สาระเสียด้วยซ้ำ

 

แต่แบมแบมนี่สิ..

 

“ลองไปดูเถอะนะยองแจ ฉันเคยปรึกษาเรื่องพี่มาร์คเหมือนกัน นายก็เห็นไม่ใช่หรอว่าผลลัพธ์เป็นยังไง”

 

หมอนั่นเชื่อเรื่องพวกนี้แบบสนิทใจเลยล่ะ

 

ถึงแม้หลังจากที่ไปดูมา เจ้าตัวจะได้สมหวังในความรักกับพ่อประธานสภานักเรียนปีสามผู้พูดน้อยต่อยหนัก (หมายถึงหมัด) จริง ๆ ตามที่พ่อหมอดูคนนั้นว่ามาเป๊ะก็เถอะ แต่บางทีอาจจะแค่ฟลุกก็ได้จริงมั้ยล่ะ อีกอย่างพี่มาร์คเองก็ดูท่าจะชอบแบมแบมอยู่แล้วด้วย เวลาเพื่อนของเขามาทำรายงานที่บ้านของยองแจทีไร พี่แกเล่นถ่อมาเล่นกับโคโค่ลูกหมาพันธุ์มอลทีสที่เขาเลี้ยงเอาไว้ทุกที ทำมาเป็นเก๊กสุดท้ายก็เนียนสอนภาษาอังกฤษแบมแบม แล้วทิ้งให้เขานั่งเป็นส่วนเกินตลอด แหม..

 

แล้วแบบนี้ยองแจจะเชื่อลมปากพ่อหมอดูที่แบมแบมบอกว่าแม่นนักแม่นหนาได้ยังไง

 

เอ่อ.. แต่อย่าว่าอย่างนี้อย่างนั้นเลยนะ หลังจากที่พบแต่ความซวยจนหมดหนทาง ในที่สุดยองแจก็ตัดสินใจไปหาพ่อหมอตามคำแนะนำของแบมแบมโดยที่ไม่ได้บอกใคร เขาไปถึงที่นั่นตอนห้าโมงตรง พอหย่อนตัวลงนั่งบนเก้าอี้ปุ๊บ คำแรกที่ได้ยินจากปากของหมอดูที่ไว้หนวดรุงรังจนมองแทบไม่ออกว่าใบหน้าที่แท้จริงเป็นยังไง ก็คือ..

 

“เมื่อวานนี้โทรศัพท์หนูเพิ่งหายใช่มั้ย?”

 

ระ.. รู้ รู้ได้ไงวะ..

 

“อืม.. แล้วเมื่อสองวันก่อนก็โดนถังสีตกใส่หัวมาใช่หรือเปล่า?”

“สามวันก่อนทำชาหกเลอะเสื้อนักเรียนช่วงพัก สี่วันก่อนกินไข่ม้วนแล้วติดคอ ห้าวันก่อนเดินตกท่อ.. หกวันก่อน..”

 

เห้ย.. ดะ.. เดี๋ยว ๆ เดี๋ยวนะ!! เรื่องแบบนี้มัน..

 

“หนู!! หนูรู้ตัวหรือเปล่า!! ว่าหนูน่ะกำลังมีเคราะห์!!

!!!

“ดวงของหนูกำลังจะถึงฆาต!!! ถ้าไม่อยากให้หนักกว่านี้จงตามหาเนื้อคู่ของตัวเองซะ!! ส่งมือมา ส่งมือมาให้พ่อหมอ พ่อจะบอกว่าเนื้อคู่ของหนู มีลักษณะยังไง!!!

“หะ.. หือ! มือ? มือ ๆ ๆ คะ..ครับ ๆ ๆ !

 

ชเว ยองแจ รีบส่งมือของตัวเองไปให้ชายแปลกหน้าอย่างรีบร้อน ไม่รู้ว่าตัวเองจะรู้สึกตื่นเต้นตามไปด้วยทำไม คนตรงหน้าบอกว่าเขากำลังมีเคราะห์? ถ้าไม่อยากให้หนักกว่านี้ให้ตามหาเนื้อคู่ของตัวเอง? เนื้อคู่.. เนื้อคู่เนี่ยนะ!? ของแบบนี้มันหายง่าย ๆ ที่ไหนกันล่ะ!!

 

ร่างขาวเผลอเบ้หน้าออกมานิดหน่อย รู้สึกถึงฝ่ามือหยาบที่จับมือของเขาเอาไว้แน่น เอ่อ.. แถมปลายนิ้วโป้งเรียว ๆ ก็ยังถูไปถูมาที่ข้อมือของเขาอีก.. นี่ถ้ายองแจเป็นผู้หญิงคงนึกว่าตัวเองโดนหลอกแต๊ะอั๋งไปแล้ว แต่คงไม่มีผู้ชายที่ไหนมาหลอกลวนลามผู้ชายด้วยกันหรอกมั้ง (?) แล้วดูจากที่ทักเรื่องความโชคร้ายยาวเหยียดของยองแจเมื่อกี้นี้..

 

มันก็.. แม่นใช้ได้อยู่นะ..

 

“อืม.. ตั้งใจฟังพ่อหมอให้ดีนะ ถ้าไม่อยากโชคร้ายไปมากกว่านี้หนูต้องตามหาเนื้อคู่ให้พบ ถ้าหนูเจอเขาหนูต้องทำทุกอย่างให้เขายอมตกลงปลงใจกับหนูให้ได้ ไม่งั้นตัวของหนูก็จะโชคร้ายไม่มีวันจบสิ้น!!!

 

ปลายเสียงตวาดลั่นขึ้นมาจนยองแจถึงกับสะดุ้ง รีบพยักหน้าหงึกหงักรับคำรัว ๆ

 

“จงตามหาคนอายุมากกว่าสองปี คิ้วเข้ม ตัวไม่สูงมาก หน้าตาค่อนข้างดี ไม่ใช่คนเกาหลีแต่กำเนิด อืม.. ผมสีน้ำตาล ค่อนข้างป๊อปในหมู่เพศตรงข้าม.. ที่สำคัญ..”

“ทะ.. ที่สำคัญ..”

“ชอบกินชาเขียวออแกนิค!!!

 

เดี๋ยวนะ ชอบกินชาเขียวออแกนิคงั้นหรอ..

 

ดวงตารีเบิกกว้างออกมาจนแทบจะหลุดออกจากเบ้า เมื่อใบหน้าที่แสนคุ้นเคยของใครบางคนลอยเด่นเข้ามาในสมอง อายุมากกว่าสองปี คิ้วเข้ม ตัวไม่สูง หน้าตาดี ไม่ใช่คนเกาหลี ผมสีน้ำตาล ป๊อปในหมู่เพศตรงข้าม ชอบกินชาเขียวออกแกนิค ลักษณะแบบนี้นั่นมัน..

 

            น่ะ.. นั่นมันพี่แจ็คสันชัด ๆ เลย ไม่ใช่เรอะ!!!

 

 

 

 

            นั่นแหละเป็นสาเหตุที่ทำให้ ยองแจเริ่มต้นจีบพี่แจ็คสัน

 

หลังจากที่เขาแอบชอบอีกฝ่ายมาตั้งแต่ช่วงมอต้น.. ผู้ชายที่ถึงจะชอบแหย่แค่ไหนแต่ก็ใจดีด้วยตลอด ขนาดเขาชอบดื้อใส่แต่ก็ไม่เคยดุ เวลาที่พี่มาร์คกับแบมแบมเข้าโลกส่วนตัวกัน ก็ได้พี่แจ็คสันนี่แหละที่มาติวภาษาอังกฤษให้

 

ตอนแรกยองแจก็ได้แต่แอบชอบเงียบ ๆ ไม่ได้คิดหวังอะไร แต่พอพ่อหมอแกทักมาแบบนั้น ส่วนลึกในหัวใจของเขามันก็ตะโกนบอกแถมยังเน้นย้ำดัง ๆ ว่าคนคนนั้นคือพี่แจ็คสันแน่ ๆ ยองแจไม่อยากโชคร้ายอีกต่อไปแล้ว ยิ่งเนื้อคู่ที่จะมาช่วยปัดเป่าความโชคร้ายตามคำทำนายที่พ่อหมอบอกคือพี่แจ็คสัน ไม่ว่าคำทำนายนั้นจะเป็นความจริงหรือไม่ก็ตาม..

 

ยองแจก็ทำให้พี่แจ็คสันตกหลุมรัก และขอเขาเป็นแฟนให้ได้!!

 

 

 

 

“ได้ข่าวว่ามีเด็กแถวนี้ซุ่มซ่ามทำสมุดการบ้านหายหรอ~

 

น้ำเสียงยียวนออกแนวกวนประสาทที่แสนจะคุ้นหู ทำให้ความคิดของเด็กหนุ่มสะดุดหยุดลงตรงนั้น ยองแจเงยหน้าขึ้นมาจากโต๊ะ เพ่งสายตามองคนตัวหนาที่ยืนพิงประตูห้องเรียนของเขาพลางยักคิ้วให้แบบกวน ๆ จนทำให้อารมณ์หงุดหงิดของคนที่สมุดการบ้านหายถึงกับปะทุออกมาแบบเดือดปุด ๆ คนกำลังเครียดอยู่แท้ ๆ ถึงจะบอกว่าเป็นเนื้อคู่กันก็เถอะ

 

“แล้วมันไปหายบนหัวพี่หรือไง!

 

แต่ถ้ามาตอนอารมณ์ไม่ดี ก็ไม่มีอารมณ์จะอ่อยเหมือนกันนะโว้ย!!!

 

“อะไรเนี่ย พูดจาไม่น่ารักเลยนะ ชเว ยองแจ”

 

หวัง แจ็คสัน หัวเราะเสียงสูงตามแบบฉบับ พลางจ้องหน้าคนอายุน้อยกว่าที่กำลังจ้องมองมาทางเขาเช่นกันด้วยท่าทางพร้อมรบ ชเว ยองแจ ออกอาการขู่ฟ่อ เมื่อคนตัวหนาเดินเข้ามาใกล้มากขึ้นเรื่อย ๆ จนประชิดกับโต๊ะตัว ฝ่ามือหนาล้วงหยิบอะไรบางอย่างออกมาจากกระเป๋า ก่อนจะวางมันลงกับโต๊ะ

 

“ทาด้า~

“เห้ย!!!

“มันหล่นอยู่หน้าห้องสภาเมื่อเช้าน่ะ ก็ว่าอยู่ว่าชื่อคุ้น ๆ ชื่อเหมือนของเด็กซุ่มซ่ามแถวนี้เลย ฮ่า ๆ”

 

เสียงหัวเราะโทนสูงระเบิดขึ้นมาอีกรอบทันทีหลังจากที่แจ็คสันกล่าวจบ ส่วนเจ้าของสมุดก็ได้แต่กระพริบตาปริบ ๆ ลูบ ๆ จับ ๆ สมุดการบ้านของตนเองอย่างไม่ค่อยอยากจะเชื่อสายตาผสมปนเปไปด้วยความโล่งอก ไอเราก็นึกว่าหายหรือลืมเอามาจริง ๆ เสียอีก โชคยังดีที่ยังหล่นอยู่ที่หน้าห้องสภานักเรียน

 

แม้ยองแจจะไม่อยากให้มันไปหล่นอยู่ตรงนั้นมากที่สุดก็เถอะ

 

แต่ถึงหล่นก็อุตส่าห์ภาวนาแล้วว่าอย่าให้พี่แจ็คสันเป็นคนเก็บได้..

 

แล้วแบบนี้อีกฝ่ายจะจับได้มั้ยว่าคนที่เอาชาเขียวไปให้คือยองแจ? ให้ตาย

 

พระเจ้าท่านทรงเห็นใจเขาแค่ครึ่งเดียวจริง ๆ ..

 

“เอ่อ.. ขอบคุณครับ”

 

หลังจากที่เงียบอยู่หลายนาที น้ำเสียงแหบหวานของเด็กหนุ่มตาตี่ก็กล่าวขึ้นอย่างไม่ค่อยจะเต็มเสียงเท่าไหร่ ยองแจรู้สึกขัดเขินนิดหน่อย พอนึกถึงปฏิกิริยาน่าอายของตนเองเมื่อครู่แล้วอยากจะวิ่งกระโดดออกจากตึกเรียนทางหน้าต่างเสียจริง พี่แจ็คสันอุตส่าห์เอาสมุดการบ้านมาคืนให้ แต่เขาดันพูดไม่ดีด้วยซะได้..

 

ในใจแอบดวงน้อยแอบเต้นโครมครามเล็ก ๆ พอลองย้อนนึกไป ไม่ว่าจะเป็นตอนที่เขาลำบากมากน้อยขนาดไหน ก็จะเป็นพี่แจ็คสันที่โผล่ออกมาช่วยแทบจะทุกครั้ง ก่อนหน้านี้ตอนถังสีตกใส่ถ้าพี่แจ็คสันไม่ผ่านมาพอดีคงไม่มีชุดเปลี่ยนกลับบ้าน หรือตอนที่เดินไม่ระวังจนตกท่อก็คงกลับบ้านลำบากน่าดูถ้าพี่แจ็คสันไม่กำลังจะกลับบ้านเหมือนกันแล้วบังเอิญมาเจอยองแจ แม้แต่ครั้งนี้ก็ด้วย.. ถ้าอีกฝ่ายไม่เจอสมุดการบ้านของเขาป่านนี้โดนตัดคะแนนไม่ก็โดนทำโทษไปแล้ว เพราะอะไรนะ.. มันเป็นเพราะอะไรกัน?

 

เพราะเป็นเนื้อคู่อย่างที่หมอดูคนนั้นบอกงั้นหรอ..? หรือที่จริงแล้วเป็นเพราะความบังเอิญ?

 

“ไม่เป็นไร แล้วนี่กินข้าวกลางวันหรือยัง คงไม่ได้มัวแต่หาสมุดจนไม่ได้กินอะไรหรอกนะ”

“...”

“นั่นไงว่าแล้วเชียว ทำหน้าแบบนั้นยังไม่ได้กินอะไรจริง ๆ สินะ น่าจับตีจริง ๆ เลย ชเว ยองแจ”

 

แต่ยังไงก็ช่างเถอะ ไหน ๆ ก็มาถึงขนาดนี้แล้ว ในเมื่อได้สมุดก็ได้คืนแล้ว..

 

            “อ่า ถ้างั้นเอานี่ไปกิน พี่ซื้อมาฝะ..”

            “ถ้างั้นตอนเย็นพี่ไปกินข้าวเป็นเพื่อนผมได้มั้ยครับ!!

 

มาเริ่มแผนจีบได้!!

 

            “หือ? O_O

 

            แจ็คสันชะงักมือที่กำลังจะหยิบขนมปังที่ซื้อมาเผื่ออีกฝ่ายออกจากกระเป๋า ร่างหนาเงยหน้าขึ้นมาอย่างงง ๆ ยิ่งเห็นยองแจที่อยู่ ๆ ก็เลื่อนมือมาเกาะแขนเขา แล้วพูดด้วยน้ำเสียงอ้อน? เอ่อ จะว่าอ้อนก็ไม่ใช่ จะว่าใช่ก็ไม่เชิง ก็แหม.. จะมีใครในโลกบ้าง ที่เวลาอ้อนใครสักคน..

 

            “นะ.. คะ.. ครับ พี่..จะ..แจ็คสัน นะ.. นะ.. น้า..”

 

            แล้วอ้อนด้วยน้ำเสียงตะกุกตะกัก แถมยังเกร็งขนาดนี้..

 

            “นี่นายหิวจนเพี้ยนหรือเปล่าเนี่ย ชเว ยองแจ โอ้ย! ตีฉันทำไมเนี่ย โอ้ย ๆ ๆ !! แล้วหน้าแดงทำไมร้อนหรอ โอ้ยยยยย!! เจ็บนะเห้ย!! ฉันอายุมากกว่านายนะ!!

 

            แค่สงสัยนิดเดียวจำเป็นต้องฟาดฝ่ามือใส่ไม่ยั้งขนาดนี้มั้ย.. สุดท้ายแจ็คสันก็ต้องจับฝ่ามือนุ่มขาว ๆ ที่กำลังประทุษร้ายร่างกายเขาเอาไว้ ด้วยใบหน้าของเจ้าของฝ่ามือที่แดงก่ำเป็นลูกมะเขือเทศ รองประธานสภานักเรียนหนุ่ม ยัดถุงขนมปังใส่มืออีกฝ่าย ก่อนจะรีบพูดเร็ว ๆ

 

            “อ่ะซื้อมาให้ ถ้าตอนเย็นจะให้ไปกินด้วยเลิกเรียนแล้วไปรอที่หน้าห้องสภา คนใจง่ายแบบพี่ น้องบอกดี ๆ ก็ไปแล้วมั้ย ไม่เห็นจะต้องใช้กำลังเลย แล้วนี่ออดก็ดังแล้วด้วย ตั้งใจเรียนล่ะ”

 

            ว่าจบแจ็คสันก็ปล่อยมือของยองแจแล้วเดินออกจากห้องเรียนของเด็กปี 1 ไปทันที ทิ้งให้ตัวคนอายุน้อยกว่าได้แต่ยืนนิ่ง หอบหายใจออกเสียงดังด้วยความเหนื่อย ไม่ได้เอ่ยตอบอะไรอีกฝ่าย แถมใบหน้าก็ยังร้อนผ่าวและแดงเถือกอย่างกับคนโดนแดดเผา อยากจะบ้าตาย..

 

            น่าอายชะมัดเลยยองแจ ฮื่อออออ

 

            “เออนี่ ฉันลืมบอก..”

 

            ทั้ง ๆ ที่อัตราการเต้นของหัวใจยังไม่ทันจะกลับมาเป็นปกติดี หวัง แจ็คสัน กลับชะโงกหน้ากลับมาในห้องเรียนอีกแล้วสร้างความปั่นป่วนในหัวใจของ ชเว ยองแจ อีกครั้ง เพื่อนร่วมห้องหลายคนเริ่มทยอยเดินเข้ามาด้านในเพื่อนเตรียมตัวเรียนวิชาถัดไปแต่ก็ยังไม่มากนัก แจ็คสันฉีกยิ้มบาง ๆ

 

            มันเป็นรอยยิ้มที่ดูอบอุ่น.. ถึงแม้เสียงที่พูดจะออกแนวยียวนกวนประสาท

 

            “ขอบคุณสำหรับชาเขียวเมื่อเช้านะ น้องยองแจ”

 

            ตูม!!!

 

            แต่มันก็สามารถทำลายล้างยองแจได้อย่างไม่ยากเย็น

 

            “อะ.. ไอบ้า!! ชาเขียวอะไรไม่รู้เรื่อง!!! ละ.. แล้วอย่ามาเรียกน้องนะ! ฮื่ออออ”

 

            ยองแจยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าตัวเอง ริมฝีปากอิ่มบ่นงึมงำไม่หยุด ไม่สนใจแม้แต่ว่าตอนนี้คนในห้องจะกำลังหันมองมาทางเขาเป็นตาเดียว ใบหน้าจากที่ร้อนอยู่แล้วตอนนี้มันกลับร้อนขึ้นไปอีก น้ำเสียงแบบนั้น คำพูดแบบนั้น รอยยิ้มแบบนั้น.. ไหนจะหัวใจของเขาที่กำลังเต้นรัวไม่เป็นจังหวะนั่น ใกล้จะตายอยู่แล้ว..

 

ยองแจใกล้จะเขินตายอยู่แล้ว ทำไงดี..

 

 

 

 

            เดทแรก.. คือความประทับใจแรก ที่ใครหลายคนใช้ในการตัดสินใจว่า ความสัมพันธ์ของเขากับคนคนนั้นจะได้ไปต่อหรือพอแค่นี้ ถ้าเดทแรกทำคะแนนเอาไว้ดี มันก็จะส่งผลให้คุณพิชิตหัวใจของเขาคนนั้นมาได้โดยที่ไม่ยากเย็น - หนังสือเคล็ดลับพิชิตใจหนุ่ม ย่อหน้า 2 หน้า 45

 

          ชเว ยองแจ ปิดหนังสือที่เพิ่งไปยืมมาจากห้องสมุดเมื่อกี้เสียงดังตุบก่อนจะเก็บมันลงไปในกระเป๋านักเรียน ร่างบอบบางจัดการจัดผมเผ้าของตัวเองให้เรียบร้อย สูดลมหายใจลึก ๆ เข้าปอด ระหว่างรอใครบางคนที่วันนี้เรามีนัดไปทานอาหารเย็นด้วยกันออกมาจากห้องสภานักเรียน ถึงจะบอกว่าแค่ชวนไปกินข้าวเย็นกันก็เถอะ แต่ไปกันสองต่อสองในช่วงตะวันตกดินดูโรแมนติกหน่อย ๆ แบบนี้..

 

            ยังไงก็ดูเป็นเดทที่เหมาะกับวัยเรียนชัด ๆ เลยใช่มั้ยล่ะ..

 

            ชายร่างหนาสะพายกระเป๋าเดินออกมาจากในห้องที่แอร์เย็นเฉียบ เขาเห็นคนอายุน้อยกว่ากำลังจับหน้าจับผมตัวเองยกใหญ่ ดูแล้วก็แอบตลกเล็ก ๆ มุมปากหยักกระตุกยิ้มเล็กน้อย เพราะว่าตัวเองมายืนอยู่ใกล้อีกคนขนาดนี้ แต่เจ้าเด็กตาตี่ดูจะไม่รู้เนื้อรู้ตัวเลย..

 

            กฎข้อที่ 1 ของการเดทให้ประสบความสำเร็จ คือควรแสดงท่าทีอ่อนหวานกับคู่เดทของคุณเข้าไว้          

 

“ไปกันเลยมะ..”

            “ว๊ากกกกกก!! ไอเชี่ยยยผี!!

 

            ผลัวะ!!

 

            “โอ้ยยยยยยยยยยยย!!

 

            หมัดงาม ๆ พุ่งตรงใส่หน้าคู่เดทของยองแจในวันนี้ จนแจ็คสันล้มตึงลงไปกองกับพื้น เอามือกุมแก้มข้างที่โดนต่อยเต็มแรงความเจ็บปวด เสียงร้องโอดโอยดังขึ้น เรียกสติให้ยองแจที่ก่อนหน้านี้ยืนใจลอย คิดโน่นนี่นั่นอยู่ในหัวให้กลับมา

 

            “ขะ.. ขอโทษครับ”

 

            น้ำเสียงแหบหวานกล่าวขึ้นระหว่างที่วิ่งไปประคองตัวชายร่างหนาที่แก้มเริ่มขึ้นสีช้ำจากการโดนต่อย.. ให้ยืนขึ้น ยองแจหน้าเสีย

 

หมดกันความประทับใจแรกของเขา..

 

            แบบนี้คงได้เปลี่ยนจากเดทที่ร้านอาหารเป็นไปเดทที่ห้องพยาบาลแล้วมั้งเนี่ย..

 

 

 

 

            “โอ้ย เบา ๆ หน่อยสิ ชเว ยองแจ ต่อยมาเต็มแรง ทำแผลยังจะมือหนักอีกหรอ!!

 

            หวัง แจ็คสัน กล่าวขึ้นยามที่คนอายุน้อยกว่ากำลังปฐมพยาบาลแก้มของเขาที่เจ้าตัวเป็นคนประทุษร้ายแทนอาจารย์พยาบาลที่ไม่รู้ว่าหายตัวไปไหน ยองแจมีสีหน้าสลดลงไปนิดหน่อย ดูท่าจะไม่ได้ตั้งใจต่อยเขาจริง ๆ นั่นแหละ ให้ตายเถอะ

 

            หล่อขนาดนี้มองเห็นเป็นผีได้ยังไง โถ่

 

            “ผมขอโทษ ผมไม่ได้ตั้งใจต่อยพี่จริง ๆ นะ”

 

            ยองแจเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงอย ๆ มองรอยช้ำที่แก้มของอีกฝ่ายด้วยความรู้สึกผิด หมดกันสร้างมากับมือ.. เดทแรก ความประทับใจแรก พัง.. พังครับ พังตั้งแต่ยังไม่เริ่ม พังจนแม้แต่ซากก็ยังไม่เหลือ ยังไม่ทันได้เดทเลยด้วยซ้ำ ดันมาต่อยคู่เดทของตัวเองหน้าทิ่มเพราะคิดว่าเป็นผี..

 

            เออดี.. ความประทับใจแรกอย่าได้หวังว่าจะมีมันเลย

 

            “แน่ใจนะ ความแค้นส่วนตัวเห็นก็บอก ฮ่า ๆ ”

 

            แจ็คสันพูดติดตลก แต่คนตัวน้อยกลับหน้าหงอยตัวหดลงไปกว่าเดิม จริงสิ ต่อหน้าพี่แจ็คสัน ยองแจไม่เคยทำตัวดี ๆ สักครั้งเลยนี่หน่า ตั้งแต่เด็ก ๆ แล้วขนาดมาช่วยสอนการบ้านให้ บางทียองแจยังพูดจาไม่ดีใส่เลย งึก..

 

            ในสายตาอีกฝ่าย ยองแจก็เป็นได้แค่เด็กที่ไม่น่ารักคนหนึ่งล่ะมั้ง..

 

            แล้วแบบนี้พวกเราจะเป็นเนื้อคู่กันจริง ๆ หรอ?

 

บางทีหมอดูบ้านั่นอาจจะโม้ก็ได้..

 

            “ทำไมทำหน้าแบบนั้น พี่ล้อเล่น อย่าคิดมากสิ”

 

            พอเห็นแก้มยุ้ยตรงหน้าทำท่าทางคิดไม่ตก คนอายุมากกว่าตรงหน้าก็รีบเปลี่ยนโหมดทันที นิ้วเรียวเลื่อนไปจิ้มเบา ๆ ที่แก้มของคนข้าง ๆ ยองแจเลิกคิ้วขึ้น เพราะอีกฝ่ายทำท่าเหมือนจะพูดอะไรบางอย่างออกมา

 

            “ไม่เอาไม่ทำหน้าบูดสิ พี่ไม่ชอบให้เราทำหน้าแบบนี้เลย..”    

“พี่แจ็คสัน”

 

น้ำเสียงทุ้มนุ่ม มันดูอ่อนโยนกว่าทุกที ทำให้ก้อนอกข้างซ้ายเริ่มสั่นไหว สายตาอบอุ่น ภายในห้องพยาบาลที่ไม่มีใคร แถมแสงแดดยามตกวันตกดินก็ทำให้ท้องฟ้าและแสงที่สาดส่องเข้ามาเปลี่ยนเป็นสีส้ม หัวใจของยองแจเริ่มกระตุกเต้นอย่างหนักหน่วงเมื่อนิ้วเรียวแปรเปลี่ยนเป็นฝ่ามือบีบเบา ๆ ที่แก้มของเขา

 

“เพราะเวลาเราทำหน้าบูดทีไร..”

 

ตึกตัก.. ตึกตัก..

 

“มันเหมือนหมูเห็นแล้วหิว ฮ่า ๆ ”

 

กึก..

 

“เหมือนหมูเห็นแล้วหิวงั้นหรอ..? หึ..”

 

ผลัวะ!

 

“โอ้ย! ยองแจ ใจเย็น ๆ ! พี่ โอ้ย! พี่ล้อเล๊นนนน!!

“ตายซะเถอะ ไอพี่แจ็คสัน!!!

 

 

 

 

สุดท้ายวันนั้นแจ็คสันก็หน้าปูดบวมกลับบ้านไปตามระเบียบ เดทของพวกเรา เอ่อ.. หรือจะเรียกว่าการนัดกินข้าวกันตอนเย็นกันสองต่อสองก็ได้ เลยยกมาอาทิตย์ถัดไปแทนก่อนที่พวกเด็กสภาจะยุ่งวุ่นวายกับงานการเตรียมงานเทศกาลของโรงเรียนไปมากกว่านี้

 

ชเว ยองแจ ลอบมองชายหนุ่มร่างกายกำยำระหว่างที่เจ้าตัวกำลังตักข้าวเข้าปาก รอยช้ำที่ใบหน้าดูเหมือนจะเหลือแค่รอยจาง ๆ แล้ว ตอนนั้นยองแจขาดสติไปหน่อย เลยรัวหมัดเข้าไปเต็มแรง รู้ตัวอีกทีเล่นเอาพี่แจ็คสันแทบเลือดกบปาก..

 

วันนี้เลยนัดออกมาเลี้ยงข้าวไถ่โทษ..

 

“ไม่เห็นกินเลยไม่อร่อยหรอ”

 

นี่อาจจะเป็นมื้ออาหารที่เกร็งที่สุดในชีวิตเลยก็ว่าได้ เป็นครั้งแรกที่ยองแจมากินข้าวกับพี่แจ็คสันสองคน ดูอีกฝ่ายจะทำตัวสบาย ๆ ชิล ๆ ผิดกับเขาลิบลับ..

 

            เกร็งจนเส้นเลือดขอดจะขึ้นเต็มมือล่ะ

 

            “เปล่า ก็.. ก็อร่อยดี”

 

            ยองแจเอ่ยตอบเจ้าของน้ำเสียงแหบห้าวที่เอ่ยถามเขา พวกเรานั่งอยู่ในร้านอาหารเล็ก ๆ แห่งหนึ่งหน้าโรงเรียน และด้วยความที่เป็นเวลาที่ค่อนข้างเย็นแล้ว ทำให้ไม่ค่อยมีคนมากนัก ร่างขาวนั่งเขี่ยอาหารไปมาสะดุ้งเล็กน้อยเมื่อได้ยินคำถาม ไม่ใช่ว่ามันไม่อร่อย แต่เขากำลังหาเรื่องชวนอีกฝ่ายคุยต่างหาก

 

            “รู้ได้ไงว่าอร่อย ยังไม่กินข้าวสักเม็ด”

 

            วันนี้ ชเว ยองแจ ดูเงียบแปลก ๆ ในความคิดของแจ็คสัน ตั้งแต่มาด้วยกันยังไม่เห็นพูดเห็นจาเลยสักคำ แถมท่านั่งแบบนั้นมันอะไร..

 

            เกร็งอย่างกับจะไปสอบใบขับขี่..

 

            “ไม่เชื่อก็ชิมดิ ดะ.. เดี๋ยว ปะ.. ป้อน”

            “หา..”

 

            ร่างหนากระพริบตาปริบ ๆ พร้อมกับยกมือขึ้นมาแคะหู เมื่อกี้ได้ยินเหมือนเจ้าเด็กแสบบอกว่าจะป้อนเขาหรอ? เห้ย ๆ เดี๋ยวนะครับท่านผู้อ่าน

 

            แมงกะพรุนออกลูกเป็นลิงก็งานนี้แหละ..

 

            แก้มกลมใสขึ้นสีซับแดงระเรื่ออย่างเอียงอาย ดูจากท่าทางลังเลแบบนั้นทำให้แจ็คสันทั้งอมยิ้มทั้งขำ ปกติก็มองว่าเด็กนี่น่ารักในแบบของตัวเองอยู่แล้ว แต่พอมาทำอะไรเกินคาดแบบนี้มันทำให้แจ็คสันทั้งรู้สึกว่าอีกฝ่ายน่ารักน่าเอ็นดูกว่าเดิมหลายเท่า

 

            บอกว่าจะป้อนเขาแต่มือที่เลื่อนมาข้างหน้ากับสั่นดูไม่ค่อยมั่นคง ชเว ยองแจ กำลังเขิน เขาพยายามรุกคืบพิชิตใจพี่แจ็คสัน แต่เหมือนเป็นตัวเองเสียมากกว่า

 

            “มือสั่นแบบนี้จะกินยังไง อยู่นิ่ง ๆ ดิ”

 

ที่.. เป็นฝ่ายโดนรุกคืบเสียเอง..

 

            ฝ่ามือหนาเลื่อนมาจับที่ข้อมือขาวเอาไว้ให้อยู่นิ่ง ๆ แจ็คสันขยับหน้าเข้ามาใกล้ปลายช้อนสีเงินก่อนที่จะอ้าปากงับเบา ๆ วินาทีที่ดวงตาคมจับจ้องเขาระหว่างที่คาบช้อนไว้ในปาก วินาทีสั้น ๆ แต่ทำให้คนที่กำลังพยายามจีบ กลับกลายเป็นฝ่ายเคอะเขินจนเริ่มไม่สามารถเป็นตัวของตัวเอง..

 

            “ก็อร่อยดีออก ทำไมไม่กินล่ะ ชเว ยองแจ”

 

            แจ็คสันถามขึ้นด้วยความสงสัย แต่เด็กน้อยตรงหน้าไม่ได้ตอบคำถามอะไรเพียงแค่ถามกลับมาด้วยถ้อยคำสั้น ๆ

 

            “แล้วพี่ไม่คิดจะป้อนผมบ้างหรอครับ?”

 

            หืม.. แต่ทำเอาแจ็คสันเหนือความคาดหมายอีกแล้ว..

 

            ไม่รู้ว่าจะกลั้นยิ้มหรือกลั้นขำยังไงให้แก่ท่าทางแบบนั้น เขาอายุมากกว่าอีกฝ่ายตั้งสองปีก็ใช่จะดูไม่ออก ว่าช่วงนี้เจ้าเด็กกลมก้อนน่ารักกำลังคิดจะทำอะไร และถึงจะรู้ ก็ใช่ว่าเขาอยากทำตัวเป็นผู้ใหญ่แกล้งเด็กอะไรแบบนั้นหรอก

 

            “อ่ะ ป้อนก็ได้ อ้าม~ อ๊อด ๆ มากินข้าวเร๊ว!

            “อะ.. ไอบ้า! ผมไม่ใช่หมูนะ!!

 

            แต่ ชเว ยองแจ ดันเกิดมาน่ารักเองช่วยไม่ได้..

 

            แถมยังทำอะไรโก๊ะ ๆ แล้วน่ารักขนาดนั้น คนบ้าที่ไหนจะไม่อยากมองนาน ๆ ล่ะจริงมั้ย?

 

 

 

 

 

            และพวกเราทั้งสองคนก็ใช้เวลาแหย่กันไปกันมาในร้านอาหารเล็ก ๆ เสียส่วนใหญ่..

 

            “ผมมีอะไรบางอย่างสงสัย ถามได้มั้ยล่ะ”

 

            แจ็คสันหลุดออกจากความคิดตัวเอง เขาเห็นเด็กแก้มแดงกำลังเคี้ยวข้าวที่เขาเพิ่งจะป้อนให้ (ป้อนให้ครั้งที่สี่หรือครั้งที่ห้าไม่รู้ ยองแจบอกอร่อยเลยขอให้เขาป้อนอีกเรื่อย ๆ) จนแก้มตุ่ย ดวงตารีเสหลบเขาอีกทาง

 

            “ทำไมพี่ชอบเรียกผมว่า ชเว ยองแจ ล่ะ จริง ๆ เรียกแค่ยองแจเฉย ๆ ก็ได้ไม่ใช่หรอ”

 

            ใบหน้าน่ารักจะเคลือบแคลงไปด้วยความสงสัยเสียเต็มประดา แสดงให้เห็นว่าคงจะสงสัยในเรื่องนี้มากจริง ๆ นั่นแหละ เขาชอบเรียกยองแจว่า ชเว ยองแจ มาแต่ไหนแต่ไร แจ็คสันหัวเราะเบา ๆ ให้แก่ความคิดของตนเองในตอนนี้ ว่ากันตามตรงมันก็ไม่ได้มีนัยยะพิเศษอะไรเลย เวลาเขาเรียกอีกฝ่ายด้วยชื่อเต็ม ๆ มันมีแค่เหตุผลง่าย ๆ เหตุผลเดียว แถมยังเป็นเหตุผลเดียวที่ดูไม่ค่อยจะสมเหตุสมผลเสียเท่าไหร่

 

            “ก็แค่ เวลาเรียก ชเว ยองแจ มันดูน่ารักดี”

           

            โดยเฉพาะเวลาที่เรียก แล้วโดนหันมาทำหน้ามุ่ยใส่ หรือโดนโวยวายใส่ แบบนั้นสำหรับเขา ก็ยิ่งน่ารักเข้าไปใหญ่..

 

“ระ.. ไร้เหตุผลชะมัดเลย.. บ้าหรือเปล่า”

           

ก็นะ..

 

            แจ็คสันก็คงใกล้บ้าจริง ๆ แล้วล่ะมั้ง.. ก็เวลาที่เขามอง ชเว ยองแจ น่ะ ไม่ว่าจะมองมุมไหน ไม่ว่าจะมองยังไง ในหัวมันก็ยังคิดว่าน่ารักไปหมดเลยแบบนี้..

 

คงใกล้บ้าแล้วจริง ๆ นั่นแหละ

 

 

 

 

งานเทศกาลประจำโรงเรียนจะถูกจัดขึ้นในอีกสองวันข้างหน้า และก่อนหน้านั้นหนึ่งวัน คือวันที่ 28 มีนาคม ซึ่งตรงกับวันคล้ายวันเกิดของพี่แจ็คสัน

 

นับตั้งแต่ที่พวกเราไปกินข้าวด้วยกันวันนั้น ความสัมพันธ์ของเขากับพี่แจ็คสันก็พัฒนาขึ้นเรื่อย ๆ ตามลำดับ พวกเราเจอกันบ่อยขึ้น มีไปกินไอติมด้วยกันบ้างเพราะพี่แจ็คสันเลี้ยง (ที่จริงคือพี่แจ็คสันได้คูปองกินฟรีมาแล้วไม่มีใครไปกินด้วยยองแจเลยเป็นคนดีเสนอตัวไปกับอีกฝ่ายโดยไม่คิดค่าใช้จ่ายใด ๆ) และมีแวะไปส่งยองแจที่บ้านนิดหน่อย (ความจริงคือบังเอิญเจอกลางทางก็เลยเดินกลับด้วยกันเพราะพี่แจ็คสันจะไปเอารายงานที่บ้านพี่มาร์คมาลอก)

 

ยองแจตัดสินใจแล้วว่าวันเกิดพี่แจ็คสันปีนี้เขาจะรวบรวมความกล้าไปสารภาพรักกับอีกฝ่าย เอาให้ชี้ชะตากันไปเลยว่าจะหมู่หรือจ่า

 

อีกอย่างพักนี้เวลาอยู่ใกล้ ๆ พี่แจ็คสัน ยองแจก็ไม่ค่อยเจอเรื่องแย่ ๆ หรือเรื่องโชคร้ายแล้วด้วย

 

พลังแห่งเนื้อคู่ช่วยปัดเป่าได้จริง ๆ สินะ..

 

คิดแล้วก็เขิน ฮื่อออ

 

ร่างขาวยืนบิดไปบิดมาอยู่ในร้านขายของขวัญนานกว่าสิบนาที วันนี้ยองแจตั้งใจจะมาเลือกของขวัญให้พี่แจ็คสันก่อนกลับบ้าน และตั้งใจจะแวะไปหาพ่อหมอดูคนนั้นที่ทำให้เขามีความกล้ามากพอที่จะจีบพี่แจ็คสันสักหน่อย

 

ว่าจะไปขอบคุณน่ะ..

 

เอาอันนี้ครับ

 

หลังจากเดินเลือกอยู่นาน ยองแจก็เลือกหมวกสแนปแบ็คสีดำ สั่งปักอักษร ‘jsyj’ สีขาวตรงกลางเป็นของขวัญ รอประมาณครึ่งชั่วโมงของขวัญวันเกิดของเขาก็ถูกจัดใส่กล่องแล้วห่อทับด้วยกระดาษห่อของขวัญสีเหลืองติดโบว์สีชมพูอย่างดี

 

ร่างบอบบางของเด็กหนุ่มอายุสิบหกปี เดินฮัมเพลงกลับบ้านอย่างสบายใจออกมาจากร้าน โดยไม่ลืมที่จะแวะระหว่างทางเพื่อไปหาคุณหมอดูคนนั้น แต่น่าเสียดาย

 

พอเขาไปถึงกลับมีหมอดูอื่นแต่งตัวเหมือนอาบังไว้หนวดไว้เครามานั่งแทนที่เสียแล้ว เห็นติดป้ายว่า พ่อหมอเจบี อะไรนี่แหละ

 

เอ่อ หมอดูคนที่เคยอยู่ที่นี่เขาไปไหนแล้วหรอครับ? คนที่แต่งตัวมอมแมม ไว้หนวดรุงรัง ๆ อ่ะครับ

หนูพูดถึงใครล่ะจ๊ะนายจ๋า ที่นี่มีกระผมคนเดียว ที่เป็นหมอดูผู้เลื่องชื่อประจำถิ่นนี้ ไม่แม่นดูฟรี หุ่นดีลดครึ่งราคา.. ว่าแต่หนูสนใจดูดวงหรอจ๊ะนายจ๋า..”

เอ่อะ เปล่าครับ แฮะ ๆ

 

น่าแปลกใจชะมัดเพราะหลังจากตอนนั้นยองแจก็แวะไปดูที่นั่นสองสามรอบ

 

แต่ก็ไม่เจอหมอดูคนที่ดูดวงให้เขาในวันนั้นเลย..

 

 

 

 

ชเว ยองแจ ตื่นเต้นนิดหน่อย วันนี้เป็นวันเกิดพี่แจ็คสันแล้ว

 

สภานักเรียนทำงานวิ่งวุ่นกันจนถึงเย็นก็ยังดูท่าว่างานจะยังไม่เสร็จ ยองแจกับแบมแบมอาสามาช่วยงาน เพราะดูเหมือนลำพังแค่คนของสภานักเรียนคงไม่พอ ร่างขาวซ่อนกล่องของขวัญเอาไว้ในกระเป๋า ก่อนจะรูดซิบปิดมันเอาไว้มิดชิด รอจนกว่าจะถึงเวลาอันสมควรเขาถึงจะมอบมันให้อีกฝ่ายพร้อมกับบอกความในใจ

 

เขาหวังว่าพี่แจ็คสันจะชอบมัน.. และหวังว่าอีกฝ่ายจะไม่ปฏิเสธความรู้สึกของเขาเช่นกัน

 

ท้องฟ้าฉายแววขมุกขมัวตั้งแต่ก่อนตะวันตกดิน จนตอนนี้ฝนเริ่มตกลงมาบ้างแล้ว ยองแจลอบมองท้องฟ้าด้านนอกจากทางหน้าต่างบานใสระหว่างที่เขากำลังยกเก้าอี้จากที่หนึ่งไปไว้อีกที่หนึ่งตามคำสั่งของอาจารย์ ตั้งแต่มาช่วยงานเขายังไม่ได้คุยกับอีกฝ่ายสักคำ จะว่ายังไงดี ถึงเจอหน้ากันก็แทบไม่ได้ทักทาย เพราะต่างต้องทำหน้าที่ของตัวเองทั้งคู่ กว่างานจะเสร็จก็เกือบค่ำ สายฝนเองก็ยังคงโปรยปรายออกมาไม่หยุด

 

“ยองแจกลับด้วยกันมั้ย แต่พี่ว่าจะแวะไปส่งแบมแบมที่บ้านก่อน”

 

พี่มาร์คชายหนุ่มหน้าตาดีที่มีรั้วบ้านอยู่ติดกับเขากล่าวขึ้นระหว่างที่พวกเรากำลังเก็บของเตรียมตัวกลับบ้าน

 

“อ่า ไม่เป็นไรครับ เดี๋ยวผมกลับเอง”

 

ยองแจเอ่ยปฏิเสธ ปล่อยให้พี่มาร์คกับแบมแบมเดินกระหนุงกระหนิงกลับไปด้วยกันดีกว่า ขืนเขาไปด้วยก็เป็นส่วนเกินเปล่า ๆ อีกอย่าง.. ตัวของเขายังมีเรื่องที่ต้องทำ ปฏิบัติการสารภาพรักยังไม่มีแววจะมิชชั่นคอมพลีทเลยนะ!! อย่าว่าเรื่องมิชชั่นคอมพลีทเลย..

 

ตอนนี้พี่แจ็คสันหายหัวไปไหนยองแจยังไม่รู้ด้วยซ้ำ

 

เห็นบอกว่าจะไปล็อกเก็บอุปกรณ์แทนอาจารย์แล้วกลับ จนตอนนี้ยังไม่กลับมาที่ห้องสภาอีก

 

“มันดึกแล้วนะ จะอันตรายหรือเปล่า”

 

แบมแบมหันมาพูดกับเขาด้วยน้ำเสียงเป็นห่วง พยายามพูดโน้มน้าวใจยองแจสักพัก แต่พอถูกร่างขาวยืนกรานปฏิเสธทั้งพี่มาร์คและแบมแบมก็ยอมยกธงขาวยอมแพ้กลับไปก่อนตามระเบียบ

 

“ถ้างั้นยองแจก็นั่งรออยู่ในห้องสภาล่ะกัน เดี๋ยวรอแจ็คสันมาค่อยกลับพร้อมมัน”

“ได้ครับ กลับดี ๆ นะ พี่มาร์ค แบมแบม”

 

ถือว่าเป็นความโชคดีของเขา ที่ก่อนไปคู่รักข้าวใหม่ปลามันได้ทิ้งท้ายประโยคเปิดทางให้กับเด็กหนุ่มตาตี่เต็ม ๆ หลังจากรอมาทั้งวันนี่ถือว่าเป็นโอกาสสำคัญที่ยองแจจะได้อยู่กับพี่แจ็คสันแบบสองต่อสองเสียที หัวใจดวงน้อยเริ่มเต้นระรัวอีกครั้ง ฝ่ามือขาวโอบกอดกระเป๋าของตนที่ด้านในมีของขวัญวันเกิดของบุคคลที่เขาปักใจเชื่อว่าเป็นเนื้อคู่เอาไว้แน่น

 

เพียงแค่คิดถึงสิ่งที่อยากจะพูดออกไป.. แก้มกลมใสก็เริ่มขึ้นเสียงระเรื่อ

 

ครืด~

 

รออยู่สักพักใหญ่ คนที่รอคอยก็ปรากฏตัวขึ้นมาเสียที

 

“อ่าว นึกว่ากลับไปแล้วซะอีก ดีล่ะ พี่ว่าจะไปส่งอยู่พอดี”

 

เสียงบานประตูที่ถูกเลื่อนเปิด ร่างหนาเดินเข้ามาด้านในด้วยรอยยิ้มมุมปาก เส้นผมสีน้ำตาลเข้มยุ่งเหยิงแถมยังเปียกชื้นไปด้วยเหงื่อ เสื้อจากที่ปกติมักจะอยู่ในกางเกงเรียบร้อย (เพราะเป็นสภานักเรียน) วันนี้ก็หลุดออกมานอกกางเกงแอบดูดิบเถื่อนนิด ๆ พี่แจ็คสันในลุคเด็กเกเร..

 

ให้ตาย ยองแจขอใจละลายแป๊บ .////.

 

“กลับกันเถอะ.. แต่ว่าก่อนกลับ ยองแจที่จริงวันนี้ เอ่อ.. พี่มีเรื่องจะบอกล่ะ”

“หะ.. ห๊ะ ครับ”

 

ไม่รู้ว่าตัวเองนั่งเหม่อคิดอะไรบ้าบอในหัวอยู่นานเท่าไหร่ รู้ตัวอีกที พี่แจ็คสันก็ปิดแอร์ปิดไฟห้องชมรมเสียจนมืดสนิท มีเพียงแสงไฟจากทางเดินด้านนอกห้องสภานักเรียนที่สาดส่องเข้ามาจากประตูห้องที่เปิดทิ้งเอาไว้เท่านั้น ตอนนี้อีกฝ่ายยืนอยู่ตรงหน้าเขา ดวงตาคมในความมืดกำลังจ้องมองตรงมาทางยองแจราวกับมีเรื่องสำคัญจะบอกตามที่ได้กล่าวออกมาข้างต้นจริง ๆ ..

 

“ผมเอง ก็มีเรื่องอยากจะบอกเหมือนกัน”

 

บรรยากาศ ความมืด ความเงียบ ทุกสิ่งอย่างกำลังเป็นใจ มีเพียงแววตาของพวกเราเท่านั้นที่ยังมองเห็นกันและกันอย่างชัดเจน ยองแจเปิดกระเป๋า หยิบกล่องของขวัญที่ตัวเองตั้งใจเตรียมเอาไว้ส่งให้คนตัวหนาตรงหน้า

 

“สุขสันต์วันเกิดอายุครบสิบเก้าปีนะครับพี่แจ็คสัน”

 

น้ำเสียงหวานติดจะขัดเขินเล็กน้อย ดวงตารีหลุบหลบไปอีกทาง โชคดีที่ความมืดนั้นอำพรางพวงแก้มสีชมพูของ ชเว ยองแจ ในตอนนี้ได้เป็นอย่างดี แจ็คสันยื่นมือออกไปรับกล่องของขวัญขนาดกลางตรงหน้าอย่างเชื่องช้า ภายในหัวใจของเขาเองก็กำลังสั่นไหวไม่แพ้กัน..

 

“คือว่า..”

“ขอผมพูดอะไรก่อนได้มั้ย?”

 

ริมฝีปากหยักที่ขยับเตรียมจะเอื้อนเอ่ยอะไรบางอย่าง แต่ก็ยอมที่จะเงียบลงไปอีกครั้งตามคำขอร้องของคนอายุน้อยกว่า เขาจับจ้องดวงหน้างดงามของร่างที่เขามักจะคิดมาตลอดว่าช่างน่ารักอย่างไม่วางตา แม้จะมีแสงไฟที่สาดส่องเข้าในห้องเพียงเล็กน้อย แต่ยามที่เด็กหนุ่มอายุน้อยกว่าหลบตาหรือแม้แต่ตอนที่เม้มริมฝีปากอวบอิ่มอย่างชั่งใจ ก็เป็นภาพที่ หวัง แจ็คสัน มองเห็นและอยู่ในสายตาของเขาทั้งสิ้น

 

“ผมไม่รู้ว่าสิ่งที่ผมจะพูดต่อจากนี้พี่จะรู้สึกแบบไหน มันอาจจะเปลี่ยนสิ่งที่เป็นอยู่ของพวกเราไปเลยก็ได้..”

 

กายบางขยับตัวเล็ก ๆ ดวงตาเรียวค่อย ๆ ช้อนมองร่างหนาตรงหน้า เสียงหัวใจมันดังกระทั่งกลบเสียงทุกอย่างรอบตัวไปหมด ยองแจไม่ได้ยินอะไรเลย ไม่ได้ยินแม้แต่เสียง..

 

“ผมแค่อยากจะบอกว่าผมชอบพี่.. ชอบมาตลอด..”

 

เสียงเอ่ยสารภาพรักอีกฝ่ายของตัวเอง..

 

“เพราะงั้นถ้าไม่รังเกียจ เอ่อ.. คือ ถ้าพี่ไม่รังเกียจ..”

 

ลมหายใจเริ่มตีรวนติดขัดเข้าออกไม่ค่อยจะทั่วท้อง ยองแจยกฝ่ามือขึ้นมาปิดหน้าทันควัน เขาไม่อาจจะพูดประโยคถัดไปได้ ริมฝีปากมันสั่นจนไม่อาจควบคุม ทั้งเขิน ทั้งอาย ทั้งกลัวที่จะถูกปฏิเสธ ยองแจไม่แน่ใจว่าพี่แจ็คสันรู้สึกยังไงกับเขาด้วยซ้ำ อีกฝ่ายไม่ค่อยแสดงท่าทีอะไร นอกจากยอมตามใจเขาไปเสียทุกเรื่อง โดนตีก็ไม่บ่น พูดจาไม่ดีใส่ก็ไม่ว่า.. เอ่อ.. แล้วก็ชมเขาน่ารักด้วย..

 

แต่ถึงอย่างนั้นก็เถอะ มันก็อาจจะเป็นแค่ในมุมมองที่พี่ชายมองน้องชายคนหนึ่งก็ได้.. อาจจะเป็นแค่..

 

“แย่จัง.. เล่นมาให้ของขวัญกันก่อนแบบนี้พี่ก็แย่น่ะสิ”

 

น้ำเสียงแหบทุ้มอบอุ่นกล่าวขึ้น แจ็คสันย่อตัวลงให้ตัวเองอยู่ในระดับเดียวกับเด็กน้อยที่นั่งอยู่บนโซฟา ความคิดของยองแจตอนนี้กระเจิดกระเจิงไปไกลแสนไกล ยิ่งยามที่ถูกมือหนาเลื่อนมาจับที่ฝ่ามือนุ่มแล้วจับบังคับให้มันออกจากใบหน้าของเขาอย่างช้า ๆ เมื่อสายตาสบเข้ากับดวงตาคม..

 

หัวใจยองแจก็กระตุกเต้นรุนแรงมากขึ้นเรื่อย ๆ เหมือนคนกำลังหัวใจจะล้มเหลว

 

ผิดกับอีกฝ่ายที่เอาแต่มองจับจ้อง ขนาดแสงสว่างที่ทำให้เขามองเห็นใบหน้าของคนอ่อนกว่ามีเพียงเล็กน้อย

 

แจ็คสันยังแอบคิดเลยว่าใบหน้าที่กำลังเขินอายนี้น่ารักมาก

 

“วันนี้พี่อุตส่าห์ตั้งใจมาขอของขวัญวันเกิดเราสักหน่อย.. เด็กขี้โกง..”

 

ในความคิดของยองแจตอนนี้ พี่แจ็คสันดูแตกต่างไปจากทุกที สายตาอบอุ่น น้ำเสียงก็อบอุ่น ใบหน้าคมคายเริ่มขยับเข้ามาใกล้เขาทีละนิด ทีละนิด จนปลายจมูกของพวกเราสัมผัสกัน จากนั้นก็..

 

“มาบอกชอบก่อนได้ยังไงกัน ทั้ง ๆ ที่อุตส่าห์ตั้งใจว่าจะเป็นฝ่ายบอกก่อนแท้ ๆ”

 

ตามด้วยริมฝีปาก..

 

“พี่เองก็ชอบเรานะ ยองแจ..”

“อ๊ะ.. อื๊อ..”

 

ปลายลิ้นเรียวกำลังรุกไล้เข้ามาในริมฝีปากบาง คนตัวโตกว่าเลื่อนมือมาจับที่ปลายคางเรียวแล้วบังคับให้เชิดขึ้น ก่อนที่จะกดทับริมฝีปากให้ลึกซึ้งกว่าเดิม แนบแน่น แผ่วเบา ไม่ได้รุกล้ำหรือ ร้อนแรงจนทำให้ฝ่ายที่อยู่ใต้ร่างละลาย แต่กลับอ่อนโยน นุ่มนวล จนร่างของยองแจเหมือนล่องลอยอยู่ในอากาศ

 

“คบกับพี่ได้มั้ยครับ..”

 

ริมฝีปากหยักผละออกแล้วเลื่อนมากระซิบที่ริมหูของคนที่นั่งทั้งหอบ ทั้งเกร็ง แถมเขิน หัวใจของยองแจกระตุกเต้นรุนแรงเสียยิ่งกว่ากลองชุด เขาพยายามสูดลมหายใจลึก ๆ ตั้งสติให้มั่น แอบหยิกเนื้อตัวเองนิดหน่อยให้แน่ใจว่าเรื่องที่เกิดขึ้นตอนนี้มันไม่ใช่ฝัน.. มันไม่ใช่แค่ความฝัน..

 

“ครับ คบ.. คะ.. ครับ”

 

ยองแจพยักหน้ารัว ๆ เขินจนไม่รู้จะเอาอะไรมาเขินแล้ว ความรู้สึกตอนนี้มันเหมือนมิชชั่นคอมพลีทจริง ๆ จนอยากร้องตะโกนออกมาดัง ๆ ไม่เสียแรงจริง ๆ ที่พยายามมาตลอดหลายอาทิตย์ที่ผ่านมา โชคดีที่ยอมเชื่อแบมแบมไปหาหมอดูคนนั้น ถึงพ่อหมอแกจะหายไปไหนแล้วไม่รู้ก็ตาม แต่ก็ต้องขอบคุณจริง ๆ ถ้าไม่ใช่เพราะหมอดูคนนั้นยองแจก็คงไม่ได้มาอยู่ตรงจุดนี้..

 

สรุปว่า เราเป็นแฟนกันแล้วนะ.. ชเว ยองแจ”

 

ได้มีความกล้าเริ่มเข้าหาคนที่แอบชอบมาตลอด จนในที่สุดเขาได้พี่แจ็คสันมาเป็นแฟน.. ได้เนื้อคู่ผู้จะขับไล่ความโชคร้ายออกไปให้ไกลมาเป็นคนรัก.. แถมเมื่อกี้ยังได้จูบอีก..

 

ให้ตายเถอะ..

 

มิชชั่นคอมพลีทแอนด์แฮปปี้เอนดิ้ง กว่านี้มีอีกมั้ยครับท่านผู้อ่าน..

 

ตอนนี้ผม ชเว ยองแจ กำลังมีความสุข จนลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าคำว่า โชคร้าย สะกดยังไง

 

ขอแค่มีเขาอยู่ข้าง ๆ แม้ความสัมพันธ์ของเรามันเพิ่งจะเริ่มต้นเท่านั้น.. แต่..

 

เพียงแค่ฝ่ามือที่ค่อย ๆ เลื่อนมาจับกันเอาไว้ เขากลับยิ่งทำให้ผมมั่นใจ..

 

ไม่ว่าจะเกิดอะไร หวัง แจ็คสัน จะไม่มีทางปล่อยมือ..

 

 

 

 

“ฝันดีนะ ยองแจ”

“เช่นกันครับพี่แจ็คสัน อ่า.. กลับดี ๆ นะครับ”

 

หวัง แจ็คสัน โบกมือลาคนรักแก้มแดงที่เพิ่งจะตกลงปลงใจกันเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อนหน้านี้หลังจากมาส่งอีกฝ่ายที่บ้านโดยสวัสดิภาพ และฝนก็หยุดตกเรียบร้อยแล้ว เขาหมุนตัวหันกลับด้วยใบหน้าหล่อเหลาที่ไม่ละไปจากรอยยิ้ม ขาเรียวหนาก้าวอย่างช้า ๆ ออกห่างจากบ้านของ ชเว ยองแจ ไปเรื่อย ๆ

 

ไม่อยากจะเชื่อเลย.. ว่ามันจะสำเร็จ

 

“เยส! โชคดีชะมัดเลย หวัง แจ็คสัน!!

 

กำปั้นถูกชูขึ้นไปบนฟ้าพร้อมกับร่างหนาที่กระโดดโลดเต้นไปมาอยู่คนเดียว หลังจากเก็บอาการอยู่นาน ไม่นึกไม่ฝันว่าหลังจากแอบมองเด็กน้อยตัวขาว ๆ แก้มบวม ๆ เขาจะได้อีกฝ่ายมาเป็นแฟนจริง ๆ แบบนี้ควรจะต้องไปขอบคุณเพื่อนสนิทต่างโรงเรียนแต่มีรั้วบ้านอยู่ข้างกัน อย่างหมอนั่นจะดีมั้ย? ถ้าไม่ใช่เพราะเรื่องวันนั้น..

 

ถ้าไม่ใช่เพราะ อิม แจบอม เพื่อนสนิทของเขาที่มีอาชีพเสริมนอกเหนือจากการเรียนคือการเป็น หมอดูกำมะลอ เกิดท้องเสียกะทันหันจนไหว้วานให้เขา ปลอมตัวไปเป็นหมอดูแทนเพราะไม่อยากให้ค่าที่ ที่แอบเช่าไว้กับ ปาร์ค จินยอง ลูกชายของอาเจ๊เจ้าของที่ดินในตรอกบ้านเช่าแถว ๆ นั้นเป็นรายเดือนสูญเปล่า (แจบอมเล่าว่าตอนที่จินยองมาทวงค่าที่ทีไรเคี่ยวจะตายชัก เวลาไปหารายได้เสริมเลยต้องเอาให้คุ้ม) แจ็คสันเลยยอมไปเพราะทนลูกตื๊อบวกกับทนเห็นสภาพน่าอนาถใจของเพื่อนตัวเองที่วิ่งวนไปวนมาเข้าห้องน้ำทั้งวันไม่ไหว เลยคิดว่าจะยอมไปอยู่ให้สักครึ่งชั่วโมงไม่ก็ชั่วโมงหนึ่งแล้วค่อยกลับ ใครจะไปนึก..

 

ว่าลูกค้าคนแรกของตัวเองในอาชีพหมอดูกำมะลอเฉพาะกิจของตนเอง จะเป็น ชเว ยองแจ ล่ะ..

 

ก็ไม่ได้เข้าทางอะไรหรอกนะ แค่บังเอิ๊ญบังเอิญได้ยินมาจากมาร์คบ้าง แบมแบมบ้าง หรือยูคยอมรุ่นน้องที่เป็นเพื่อนสนิทของยองแจแต่อยู่คนละห้องบ้าง ว่าเจ้าเด็กแก้มกลมช่วงนี้เจอเรื่องโชคร้ายอะไรเยอะแยะขนาดไหน แถมบางครั้งเขาก็เห็นกับตาเจอกับตัวอีก เอ่อ.. จะว่าไงดี..

 

แจ็คสันถือว่านั่นเป็นโอกาส

 

แม้ตอนนั้นจะเผลอทำตัวรุ่มร่ามนิดหน่อย เพราะมือของอีกฝ่ายนิ่มมาก..

 

แต่ก็แถผ่านมาได้แบบเนียน ๆ ..

 

ยิ่งเห็นอีกฝ่ายพยายามจีบเขาในแบบเงอะ ๆ งะ ๆ ก็ยิ่งรู้สึกว่าน่ารักเข้าไปใหญ่ ถ้าไม่มั่นใจว่าน้องมีใจให้ก็คงไม่กล้าเล่นใหญ่บอกลักษณะที่ตรงกับตัวเองเวอร์ ๆ ไปขนาดนั้น

 

ทำไงได้..

 

ก็คนมันชอบนี่ จะหาว่าเป็นผู้ใหญ่แกล้งเด็กเขาก็จะไม่เถียงหรอก วินาทีนี้จะว่าอะไร หวัง แจ็คสัน ก็จะน้อมรับไว้ทั้งหมด.. แค่ได้เป็นแฟนกับคนที่แอบชอบมาตั้งแต่ตัวเองยังเด็ก แค่ได้เป็นแฟนกับยองแจ มันก็มีความสุขจนไม่รู้จะสุขยังไงแล้ว

 

ก็นะ.. ถือซะว่าตอนจบของเรื่องนี้ อย่างน้อยมันก็เป็นตอนจบที่พวกเราทั้งสองคนได้มีความสุข แฮปปี้เอนดิ้งด้วยกันทั้งสองฝ่าย

 

เพาะนอกจาก ชเว ยองแจ จะมิชชั่นคอมพลีทแล้ว ก็ยังมี หวัง แจ็คสัน คนนี้นี่แหละ..

 

ที่รู้สึกว่าตัวเองมิชชั่นคอมพลีทยิ่งกว่า :)

 

 

 

END.

 

 


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #350 Peemsung (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ธันวาคม 2563 / 13:03
    น่ารักมากเลยง่าาาาาาาาา
    #350
    0
  2. #340 Fone (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 22:10

    โอ๊ยยยยย น่ารักอ่ะ เฮียเเจ็คก็นะวางกลลวงให้น้องมาจีบตัวเอง อ่านละก็ตุ่ยๆ ทำไมลักษณะเนื้อคู่น้องถึงตรงกับเฮียขนาดนี้ น้องน้อยก็เชื่อง่าย ดูสิสุดท้ายทั้งคู่ก็มิชชั่นคอมพลีทท คนอ่านอย่างเราก็ฟินน...นกันไปนะฮ้าบบบ

    #340
    0
  3. #336 khingg_9521 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 5 สิงหาคม 2561 / 10:05
    พี่มันร้ายยยยยยย
    #336
    0
  4. #329 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:47

    น้องตอนจีบพี่โคตรน่ารักเล้ยยยยย อิพี่มันก็ร้าย ฮือๆๆๆ เขินมากเลย

    #329
    0
  5. #325 MilkbaBam (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 20:18
    พี่แจ็คร้ายกาจยิ่งนักก 555555
    #325
    0
  6. #314 Tymm_yj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 4 ตุลาคม 2560 / 22:13
    ร้ายกาจจจจจจ ><
    #314
    0
  7. #307 jj.is.janjao (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 12:05
    แจ็คสันนายมันร้ายจริงๆ
    #307
    0
  8. #296 jiab155 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 15:30
    โอ้ย... พ่อคุณใช้โอกาสซะคุ้มเลยนะ
    #296
    0
  9. #269 Mnk_m (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 13:08
    อหหหหหหห พี่แจ็คมันร้ายยยยยยย 55555555555
    #269
    0
  10. #267 BLongWith_T (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 11:17
    เกรียนอะแจ็ค
    #267
    0
  11. #264 lemony_sweet (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 00:34
    งื้อ~~~~ แจ็คแกเนียนน๊าาาาา น้องก็น่าแกล้งจริงๆ น่ารักอ่ะ
    #264
    0
  12. #261 pty_no (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 1 เมษายน 2560 / 21:59
    นั่นไง อ่านไปเรื่อยๆแอบคิดว่า เอ๊ะ หมอดูคนนั้นเป็นพี่แจ็คสันรึป่าว แล้วก็ใช่จริงๆด้วย ฮ่าๆๆ แหมๆพี่แจ็คสัน แอบชอบน้องจนต้องใช้แผนนี้เลยเนอะ คิคิ
    #261
    0
  13. #260 soul_hyukjae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 31 มีนาคม 2560 / 21:59
    โง้ยยยยย อิพิแจ็ค แผนสูงมาก ร้ายกาจ!!
    #260
    0
  14. #179 hsyj (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 23:23
    แหมๆหวังแจ็คสัน555
    #179
    0
  15. #164 YAMYAM_21 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 12:48
    โอ้ยยยยขำ พ่อหมอแจ็คสันนี่มัน 5555555555
    อ่านไปยิ้มไป ยองแจน่ารักมากกก > <
    ขอบคุณนะคะไรท์ ; )
    #164
    0
  16. #153 CHAEWONNY (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 22:38
    พ่อหมอแจ็คสันเองสินะ555
    #153
    0
  17. #147 Korima (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 14:38
    น่ารัก แง
    แจ็คสันโคตรร้าย 5555555555
    #147
    0
  18. #141 AudcharaMungkala (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 08:05
    เรื่องนี้น่ารักอ่าาชอบมากกอ่านไปยิ้มไปฟินนน
    #141
    0
  19. #131 LightRock (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 13:27
    งื้อว่าแล้วเชียว ว่าเป็นคุณพ่อหมอกำมะลอนี่เอง
    #131
    0
  20. #126 Minอากาเซ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 05:11
    แค่เห็นชื่อคนเขียนก็รู้แล้วต้องสนุกกก แล้วก็ไม่ผิดหวังเลยคะ???????? ยองแจน่ารักกมากกก อ่านไปก็หลงไป รักกก
    #126
    0
  21. #124 jazzotorii (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 01:52
    เขินมากกกกตั้งแต่เริ่มเรื่องเลยโอ้ยยยย เรื่องนี้น้องโก๊ะกังจริงๆ แต่ก็นุ่มนิ่มน่ารักมากกกก ฉากสวยๆหลายฉากเลยย เขียนสมูทมากๆเลยค่ะเรื่องนี้ อินกับตัวละครเร็วมากเลย ตบมืออ ขอบคุณน้าา
    #124
    0
  22. #123 Got-finite (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 01:21
    พ่อหมอเจบีว่าร้ายแล้ว สรุปพี่แจ็คแกอยู่เบื้องหลังทั้งหมดสินะ โง้ยยยยย เขินสุดอะไรสุด5555
    #123
    0
  23. #121 ddttw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:59
    แหมมมม พี่แจ็คสันข่นบ้า ข่นร้ายกาจ ข่นผีทะเล!!! เขินมาก เราชอบเรื่องนี้มากๆ เลย งื้อออออ ภาษาดีงาม จัดลำดับเรื่องสนุก ดูมีลูกเล่นในการเล่าเรื่อง ชอบๆๆๆๆ ชอบที่สุดเลย ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆ เรื่องนี้นะคะ ปล.ยังไม่เคยอ่านงานเขียนของไรท์เตอร์คนนี้เลย วาร์ปไปแป๊บ...
    #121
    0
  24. #120 T'angmo (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:51
    โอ้ยยย ยอมแล้วค่ะพี่แจ็คสัน จะทุ่มทุนจีบน้องอะไรเบอร์นั้น~
    #120
    0
  25. #119 Jusejae (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:45
    ร้ายกาจนักพ่อหมอตัวเเสบบบบ
    #119
    0