JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 2 : 02 l Remember : by DramaS.

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,713
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 45 ครั้ง
    20 มี.ค. 60

   
  CR.SQW
 

Remember

: by DramaS.

 

 

เคยได้ยินประโยคนี้ไหม ความรักมักจะมาตอนที่เราไม่ทันตั้งตัว มันอาจเป็นเหมือนคำพูดเท่ ๆ จากหนังซักเรื่องที่ฟังแล้วเดี๋ยวก็ลืมมันไป แต่เชื่อเถอะ มันจะแสดงให้คุณเห็นเองในวันหนึ่งว่ามันเป็นความจริง และความจริงจะอยู่กับคุณเสมอ

 

“ยองแจ!

 

เสียงโหวกเหวกเหมือนเคยของยูคยอมเรียกให้ยองแจเดินเข้าไปหาคนที่ยืนรอเขาอยู่หน้าร้านกาแฟ

 

“วันนี้มาช่วยเปิดร้านหรอ”

 

ยองแจถามในขณะที่กำลังไขกุญแจเข้าร้าน เขาเปิดร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่หัวมุมถนนหน้าบ้าน

 

“เปล่า กูจะมาดูหน้าแฟนมึง”

 

“ใช่ที่ไหนเล่า กูกับเค้าเป็นเพื่อนกันเหอะ”

 

ยูคยอมพึมพำเบา ๆ จับใจความได้เป็นคำหยาบสองพยางค์

 

“พอ ๆ เลย ช่วยยกประตูดิ๊ ทำตัวให้เป็นประโยชน์หน่อย”

 

“อยู่ไหนวะ วันนี้เขาไม่มาช่วยมึงเปิดร้านหรอ”

 

ยูคยอมถามพลางช่วยยองแจยกประตูร้านขึ้น ความจริงมันก็ไม่ได้ฝืดอะไรเลยแท้ ๆ ยกมือเดียวยังขึ้นเลย

 

“เขามีประชุมที่บริษัทอ่ะ”

 

“รู้ด้วยหรอ คุยกันทุกคืนอ่ะดิ”

 

“ไอ้ยูคยอม!

 

“ทำไม!

 

ยูคยอมเป็นเพื่อนรักของยองแจ สนิทกันมากเพราะรู้จักกันมาตั้งแต่เด็ก ๆ ความจริงยองแจไม่ได้อยากสนิทกับมันนักหรอกแต่แม่บังคับ สุดท้ายก็สนิทกันมาจนวันนี้ ช่างเป็นตราบาปในชีวิตจริง ๆ เลย

 

“เสียเวลาว่ะ ไม่น่าอยากเสือกเรื่องของมึงเลย”

 

ยูคยอมบ่นกระปอดกระแปด คร่ำครวญถึงเวลาที่เขาควรเอาไปใช้นอนหรือเล่นเกมมากกว่าจะมาหายองแจเพื่อดูหน้าแฟนเพื่อนแบบนี้

 

“สมน้ำหน้า จะกลับก็รีบกลับเลย เอานี่ไปด้วย”

 

ยองแจยื่นกล่องเค้กซึ่งภายในมีเค้กรสโปรดของยูคยอมใส่ไว้อยู่อย่างรู้งาน

 

“ดีมาก ถือเป็นค่าเปิดร้าน เออนี่ ไม่ใช่ว่าแฟนมึงเขาคบมึงเพราะหวังเค้กฟรีหรอวะ”

 

“เฮ้อ.. ยูคยอมเพื่อนรัก ความคิดเชี่ย ๆ แบบนี้มีแต่มึงเท่านั้นแหละที่คิดได้”

 

“มึงชมหรือด่า”

 

“กูไล่”

 

“เอ้อ จำไว้นะ เดี๋ยวนี้เลือกผัวไม่เลือกเพื่อน”

 

“พูดมากเอาเค้กคืนมา”

 

“ไม่มีทาง แบร่!

 

ยูคยอมหันมาแลบลิ้นปลิ้นตาใส่ยองแจก่อนจะรีบก้าวเท้ายาว ๆ เดินออกจากร้านโดยไวก่อนที่จะถูกยองแจเพื่อนรักเอาถาดกาแฟตีหัวตาย

 

ยองแจส่ายหน้าให้กับความกวนประสาทของเพื่อน เขาว่าเขาก็กวนตีนใช่เล่นนะ แต่พอเจอมันแล้วยอมแพ้เลย

 

ครืด

 

เสียงข้อความเข้ายังคงทำให้ใจเต้นเสมอแม้มันจะดังอยู่แบบนี้มาตั้งครึ่งปีแล้วก็ตาม

 

คิดถึงคุณเค้ก - JS’

 

มาหาสิครับ - YJ’

 

ส่งข้อความไปแล้วก็ได้แต่ยิ้มเขินเป็นคนบ้าอยู่คนเดียว นี่ถ้ายูคยอมมันรู้ว่าเขาพิมพ์อะไรแบบนี้มีหวังมันล้อเขาจนลูกบวชแน่นอน

 

ยองแจละความสนใจจากโทรศัพท์ในมือเพื่อหันไปทำอย่างอื่นต่อ ยังไงซะแจ็คสันก็คงไม่ได้ตอบกลับมาเร็ว ๆ นี้อยู่แล้วล่ะ

 

ก่อนหน้านี้กิจวัตรประจำวันของยองแจไม่มีอะไรมากนอกจากการตื่นมาเปิดร้านทุกวัน ทำกาแฟ เช็กสต๊อกสินค้า สั่งของเพิ่ม พอซักทุ่มสองทุ่มก็ปิดร้านกลับบ้าน ร้านเขาไม่ใช่ร้านดังอะไร มันก็แค่ร้านกาแฟร้านหนึ่ง

 

แต่ว่าเรื่องราวในชีวิตของเขาก็เปลี่ยนไปนับตั้งแต่ที่มีคนบางคนเข้ามาในชีวิต และยองแจก็พอใจกับการเปลี่ยนไปของมัน

 

แจ็คสันเป็นผู้ชายคนหนึ่งที่บังเอิญรู้จักกับยองแจได้เพราะยองแจให้เข้ามาหลบฝนในร้าน จำได้ว่าวันนั้นเป็นคืนวันอังคารที่แสนจะร้อนอบอ้าว แต่อยู่ ๆ ฝนก็เทสาดลงมาอย่างหนัก ยองแจเห็นแจ็คสันวิ่งตากฝนมาหยุดที่หน้าร้านเขาก็เลยเปิดให้เข้ามาหลบฝนก่อนถึงแม้ว่านั่นจะเป็นเวลาปิดร้านของเขาก็ตาม

 

และคืนนั้นก็เป็นคืนแรกที่ยองแจได้รู้จักกับแจ็คสัน

 

ฟังดูโรแมนติกใช่ไหมล่ะ ชีวิตจืดชืดธรรมดาของยองแจก็รู้สึกแบบนั้นเหมือนกัน จากนั้นมันก็เปลี่ยนไป ถ้าเปรียบยองแจเป็นต้นคริสต์มาสโล้น ๆ ต้นหนึ่ง แจ็คสันคงเป็นไฟประดับและสารพัดของตกแต่งล่ะมั้ง

 

ใครก็เปลี่ยนชีวิตคุณได้ถ้าคุณปล่อยให้เขาทำ

 

แจ็คสันเข้ามาหาเขาที่ร้านเกือบทุกคืน วันหยุดก็มาอยู่เกือบทั้งวัน ความสัมพันธ์ของเรามันยังไม่ได้มีชื่อเรียก แต่ก็เป็นความสัมพันธ์ที่สบายใจทั้งสองฝ่าย

 

และหากจะพูดว่าแจ็คสันเองก็คงกำลังรู้สึกดี ๆ กับเขาอยู่ นั่นมันก็คงไม่ใช่คำพูดเกินจริงอะไรนัก

 

แกร๊ง

 

เสียงกระดิ่งที่ร้านดังขึ้นเป็นสัญญาณว่ามีคนเข้าร้านมา ยองแจเงยหน้าขึ้นมาจากเคาน์เตอร์บาร์และเขาก็พบกับคนที่กำลังนึกถึงอยู่พอดี

 

“สวัสดีครับ”

 

“ไหนว่าวันนี้ประชุมไง”

 

“ยกเลิกกะทันหันอีกแล้วน่ะสิ เลยว่างทั้งวัน”

 

“คุณจะมาหาผมแค่ตอนที่ว่างใช่ไหมล่ะ”

 

น้ำเสียงเย้าแหย่ของยองแจก็แปลความหมายเป็นนัยได้อีกอย่างว่าเขาเองก็เปิดโอกาสให้แจ็คสันอยู่ไม่น้อย

 

“ผมมาหาในตอนที่คุณอยากให้มาหาต่างหาก”

 

“นั่งก่อนสิครับ ตอนนี้คุณเป็นลูกค้าคนเดียวในร้านเลยนะ”

 

“ผมไม่ค่อยอยากเป็นลูกค้าเท่าไหร่ อยากจะเป็นอย่างอื่นซะมากกว่า”

 

“งั้นก็... พยายามหน่อยนะครับ”

 

ยองแจชงเมนูโปรดของอีกคนโดยที่ไม่ต้องถามสักคำก่อนจะเอาไปวางเสิร์ฟที่โต๊ะและนั่งลงที่ฝั่งตรงข้าม

 

“แล้วเรื่องงานตอนนี้เป็นยังไงบ้างครับ”

 

ยองแจเอ่ยชวนคุย

 

“ก็มันดีขึ้นตั้งแต่ที่ผมเริ่มหันกลับไปสู้นั่นแหละครับ เพราะคุณ”

 

“เพราะคุณต่างหากล่ะ”

 

ยังไม่ทันที่แจ็คสันจะตอบอะไรลูกค้าคนใหม่ก็เดินเข้าร้านมาพอดี

 

“สวัสดีครับ รับอะไรดีครับ”

 

สายตาคมกริบจ้องมองทุกอิริยาบถของยองแจโดยไม่วางตา และยกยิ้มเมื่อสายตาของเราสอดประสานกันโดยบังเอิญ

 

ถ้าไม่ได้เจอยองแจวันนั้น ก็อาจไม่มีเขาในวันนี้ก็ได้ ถ้าถามว่าสถานะของเราเป็นอะไรกันล่ะก็

 

“นี่.. คุณ..”

 

“ครับ?”

 

“เป็นแฟนกันไหมครับ”

 

เขาคิดว่ามันควรจะเริ่มชัดเจนได้แล้ว

 

“อ๊า! คุณขอซึ่ง ๆ หน้าแบบนี้เลยหรอ”

 

“ผมอยากทำให้อะไรมันชัดเจนขึ้นมาน่ะครับ เราก็คุยกันมาตั้งครึ่งปีแล้วนะ..”

 

“ขอดื้อ ๆ แบบนี้ ผมเองก็คงต้องตกลงดื้อ ๆ เหมือนกัน”

 

เออ อยู่ดี ๆ ก็มีแฟนเฉยเลย

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

“ที่ผมตอบตกลงหรอ”

 

“สำหรับทุกเรื่องต่างหาก”

 

สำหรับแจ็คสัน ยองแจเป็นทั้งความรัก เป็นทั้งชีวิตของเขาเลย มันไม่ใช่ความรู้สึกที่เกิดมาจากตอนที่เขาอ่อนแอแล้วยองแจมาช่วยเอาไว้เท่านั้นหรอกนะ มันมากกว่านั้น มากกว่านั้นเสมอ

 

“งั้นผมก็.. ขอบคุณเหมือนกันนะครับ”

 

สำหรับยองแจ แจ็คสันก็เป็นเหมือนสีสันในชีวิตที่จืดชืด เป็นเหมือนแรงผลักดันที่ทำให้เขาเข้าใจความหมายของการมีชีวิตอยู่เพื่อใครซักคนมากขึ้น ไม่ใช่อยู่เพื่อตัวเองไปวัน ๆ

 

ความผูกพันเกิดขึ้นเมื่อคุณเห็นความแข็งแกร่งของใครบางคน แต่ความรักเกิดขึ้นเมื่อคุณยอมรับความอ่อนแอของคนบางคน

 

และเขาว่าเขายอมรับความอ่อนแอของแจ็คสันตั้งแต่คืนนั้นที่หน้าร้านกาแฟของตัวเองแล้วล่ะ

 

----------REMEMBER----------

 

“กูว่าแล้ว ทำไมซื้อหวยไม่ถูกวะ”

 

ยูคยอมพูดเสียงดังพลางตบโต๊ะกาแฟดังลั่นจนกาแฟของแบมแบมและโกโก้ร้อนของมาร์คถึงกับสั่นสะเทือน

 

“อะไรของมึงนักหนาเนี่ย แค่เพื่อนมีแฟน”

 

แบมแบมว่าอย่างไม่พอใจ เมื่อกี้กาแฟของเขามันกระฉอกไปหน่อยหนึ่งด้วย เสียดายชะมัด

 

“มึง ไอ้ยองแจนะเว้ยย ยองแจที่ไม่มีแฟนเลยตั้งแต่เกิดอ่ะ เพื่อนเราขายออกแล้วนะ!

 

“พอ ๆ เสียงดังฉิบหายเลย แล้วนี่เมื่อไหร่มันกับแฟนจะมาเนี่ย นัดเปิดตัวแฟนก็มาสายซะแล้ว ไม่ไหว ๆ”

 

มาร์คว่าก่อนจะกระดกโกโก้ไปพรวดเดียวหมดแก้ว เผื่อยูคยอมมันบ้าทุบโต๊ะอีกจะได้ไม่หก

 

“นู่น มานู่นล่ะ รีบแดกแล้วไปจ่ายตัง เพื่อนเปิดร้านกาแฟแล้วมึงมาซื้อกาแฟร้านอื่นทำไม ไอ้พวกไม่รักเพื่อน!

 

ยูคยอมว่าก่อนจะกระวีกระวาดคว้ากระเป๋าแล้วเดินไปหายองแจด้วยท่าทางดี๊ด๊าสุด ๆ จะว่าเขาเวอร์ก็ได้นะ แต่ว่าเขากับยองแจสนิทกันที่สุด สนิทมาตั้งแต่เด็กแล้วด้วย แค่นึกภาพว่าเพื่อนรักจะต้องนอนเหงา ๆ ในบ้านพักคนชราแล้วใจมันห่อเหี่ยว พอมันมีแฟนซักทีก็เลยตื่นเต้นสุด ๆ เหมือนส่งลูกสาว (ที่กำลังจะขึ้นคาน) ไปแต่งงานกับเศรษฐีสำเร็จอะไรอย่างนั้นเลย

 

“ยองแจเพื่อนรักจ๋า!

 

“หยุด ไม่ต้องเข้ามาเลย ตัวหนักจะตายเกิดกูล้มไปทำไง”

 

ยองแจทำท่าเหมือนตำรวจจราจรสั่งหยุดรถใส่ยูคยอม เมินสีหน้าเจ็บปวดของอีกฝ่ายก่อนจะมองเลยไปด้านหลังแล้วโบกมือให้มาร์คกับแบมแบม

 

“นี่ แจ็คสัน”

 

ยองแจว่าก่อนจะเปลี่ยนไปชี้เพื่อนเรียงคนเพื่อแนะนำให้แจ็คสันได้รู้จัก

 

“แจ็คสันนี่ ยูคยอม แบมแบม มาร์ค เพื่อนผมเอง”

 

“มึงมันคนใจหยาบ ปฏิเสธกูได้ไงวะ”

 

ยูคยอมบ่นด้วยท่าทีหมดอาลัยตายอยากเรียกรอยยิ้มจากเพื่อน ๆ ได้ดี ไอ้นี่มันชอบโอเวอร์แอคติ้ง

 

“ฮึก.. ไม่เป็นไรนะครับ คุณยูคยอม.. ฮึก.. ในอนาคตผมเอง.. ก็อาจเป็นรายต่อไปที่โดนปฏิเสธเหมือนกัน ฮื้อออ”

 

ดะ.. เดี๋ยวนะ...

 

“ฮื้ออ คุณแจ็คสันครับ..ฮึก..”

 

ทำไมสองคนนี้...

 

“ฮึก.. คุณยูคยอมม”

 

ถึงได้เข้ากันได้ดีขนาดนี้วะเนี่ย

.

.

.

.

.

“แล้วสรุปว่าคุณจะมาสู่ขอลูกผมเมื่อไหร่ดีครับ”

 

“พรุ่งนี้ก็ได้ครับ”

 

“เฮ้อ..”

 

เสียงถอนหายใจของยองแจดังขึ้นมาเป็นรอบที่ร้อยของวันแล้ว ตั้งแต่แจ็คสันกับยูคยอมเจอกันก็ไม่คิดเลยว่าบรรดามุกกาก ๆ และคำพูดไร้สาระจะถูกขุดมาเล่นเรื่อยเปื่อยขนาดนี้

 

หลังจากที่วันนี้ไปหาอะไรกินกันที่ห้างฯ สุดท้ายก็มาจบที่ร้านของยองแจจนได้ วันนี้เขาลงทุนปิดร้านเลยด้วย จากร้านกาแฟก็เลยกลายเป็นสถานที่พูดคุยกันแทน ยูคยอมซักไซ้แจ็คสันจนนึกว่ามันเป็นแม่ของเขาจริง ๆ ซะแล้ว

 

“เอาเป็นว่าเดี๋ยวพวกกูกลับกันก่อนแล้วกัน สองทุ่มละ”

 

มาร์คยืนขึ้นพลางเอื้อมมือไปดึงเสื้อแบมแบมที่กำลังจดจ่อกับขนมเค้กตรงหน้าให้ลุกขึ้นมาด้วย

 

“อ้าว.. ไมวะ”

 

แบมแบมถามด้วยสีหน้าเหรอหรา

 

“ปล่อยให้เขาอยู่กันสองคนบ้างเหอะ ทั้งวันนี้แฟนมันคุยกับไอ้ยูคมากกว่ายองแจอีก”

 

“เออ ๆ ยูค!

 

“ไปสตาร์ทรถเลย กูเก็บของแป๊บ”

 

แบมแบมพยักหน้ารับก่อนจะโบกมือลาแจ็คสันและยองแจ สองเท้าก้าวไปนอกร้านพร้อม ๆ กับมาร์คเพื่อจะไปเตรียมเอารถมาจอดรับยูคยอมหน้าร้าน

 

“ยองแจมึงเอานี่ไปล้างเลยไป เขากินกันเสร็จหมดแล้วเนี่ย”

 

ยูคยอมว่า

 

“เออ เดี๋ยวกูค่อยล้าง ไม่มีเศษอะไรต้องทิ้งอยู่ล่ะ แดกกันซะเกลี้ยง กูนึกว่าเลียจานเอา”

 

“งั้นมึงเอาขยะไปทิ้งไป สกปรกสัส ๆ”

 

ยองแจเบ้หน้าใส่เพื่อน ทีงี้ล่ะทำเป็นรักสะอาด ได้ข่าวว่าห้องมันนี่สกปรกอย่าบอกใคร แต่ถึงแบบนั้นเขาก็คิดจะเอาขยะไปทิ้งอยู่แล้วก็เลยไม่ได้โต้เถียงอะไร สองมือคว้าถุงขยะ ตรวจดูเผื่อมีอะไรจะทิ้งอีก เมื่อเห็นว่าไม่มีอะไรแล้วก็เลยเดินออกจากร้านไปทิ้งที่ทิ้งขยะในซอยข้าง ๆ

 

“มีอะไรจะคุยกับผมหรอครับ”

 

แจ็คสันถามขึ้นหลังจากที่ยองแจออกไปแล้ว

 

“คุณอย่าทิ้งเพื่อนผมนะ”

 

ยูคยอมเอ่ยขึ้นเสียงนิ่ง ๆ สายตาของเขามองตรงไปเบื้องหน้า

 

“อย่าหลอกมันนะครับ ถ้าเกิดว่าคุณคิดจะทำให้มันเสียใจล่ะก็ ช่วยออกไปจากชีวิตมันเดี๋ยวนี้เลย”

 

“ผมไม่มีวันทำแบบนั้นหรอกครับ”

 

น้ำเสียงของแจ็คสันก็หนักแน่นพอกัน สายตาของเขาจ้องมองตรงไปที่ยูคยอมคล้ายกับจะยืนยันคำพูดของตัวเอง

 

“ขอบคุณครับ”

 

แอ๊ด

 

“ยูค รถไอ้มาร์คมาล่ะ”

 

“เออ ไปละนะ สวัสดีครับคุณแจ็คสัน”

 

“ครับผม”

 

หลังจากที่ยูคยอมออกไปก็เหลือเพียงแค่ยองแจกับแจ็คสันเท่านั้น

 

“เหมือนคืนนั้นเลยนะครับ”

 

แจ็คสันว่าก่อนจะเสริมไปอีก

 

“แต่คืนนี้ฝนไม่ตกแฮะ”

 

“ก็ดีแล้วครับ คืนนั้นกว่าฝนจะหยุดตกไปก็เกือบเช้า คุณกับผมก็เลยติดอยู่ที่นี่ตั้งนาน”

 

ยองแจยิ้มเมื่อนึกไปถึงคืนวันนั้น วันแรกที่แจ็คสันเข้ามาในชีวิตของเขา

 

“แล้วคืนนี้... จะนอนทีนี่อีกซักคืนไหมครับ”

 

ใบหน้าหล่อยื่นเข้ามาใกล้จนยองแจตกใจแทบจะหงายหลังถ้าไม่ติดว่าอ้อมแขนแข็งแรงของอีกฝ่ายช่วยพยุงเขาไว้ก่อน

 

“ไม่ครับ”

 

ยองแจดันใบหน้าเจ้าเล่ห์ออกไปช้า ๆ เขาเบี่ยงตัวหลบออกมาทำทีเป็นไปล้างจาน ซึ่งแจ็คสันเองก็ไวพอที่จะเสนอตัวช่วยอย่างเนียน ๆ

 

“คุณล้างน้ำเปล่าดีกว่า เดี๋ยวผมล้างน้ำยาเอง”

 

แจ็คสันว่าแบบนี้ยองแจก็เลยตามใจ ปริมาณจานมีไม่มากนักถ้าเทียบกับปริมาณแก้วกาแฟต่อวันที่ยองแจต้องล้าง

 

“เดี๋ยวจะมีละครเวทีเกี่ยวกับดนตรีอาทิตย์หน้า ไปดูด้วยกันไหมครับ”

 

“เอาสิครับ บอกวันเวลามาแล้วกัน”

 

“เดี๋ยวขอกลับไปเช็กรอบแสดงก่อนนะ ผมซื้อตั๋วมาแล้วแต่ดันลืมซะได้”

 

“เป็นอัลไซเมอร์ตั้งแต่ยังหนุ่มเลยรึไง ไม่ไหว ๆ”

 

“หึหึ เดี๋ยวก็รู้ครับว่าไหวไม่ไหว อยากลองไหมล่ะ”

 

แจ็คสันยื่นหน้าเข้าไปใกล้แก้มใสโดยที่ยองแจยังไม่ทันตั้งตัว วินาทีที่ริมฝีปากของอีกฝ่ายลากผ่านผิวแก้มของเขาเบา ๆ เท่านั้นก็มากพอที่ปริมาณเลือดจะไหลมารวมตัวกันที่แก้มโดยไม่ได้นัดหมายจนขึ้นสีแดงจัด

 

“บะ.. บ้าแล้ว”

 

“ใบสุดท้ายแล้วครับ มาเดี๋ยวผมช่วยล้างน้ำเปล่า”

 

แจ็คสันใช้โอกาสที่ยองแจกำลังเผลอรีบเข้าไปช่วยล้างจานอย่างรวดเร็ว ไม่รู้ล้างอีท่าไหนแต่ที่แจ็คสันกำลังบีบ ๆ ถู ๆ นี่ไม่ใช่จานแน่นอน

 

“แบบนี้ก็เนียนหรอครับ”

 

ยองแจพูดใส่คนที่ฉวยโอกาสจับมือเขาอยู่ได้แบบนี้

 

“ว้า โดนจับได้แล้ว”

 

น้ำเสียงเจ้าเล่ห์ไม่ได้สลดลงตามคำพูดเลยซักนิด

 

“คุณไปเช็ดมือเถอะครับ เหลือจานใบเดียวเอง เดี๋ยวผมล้างให้”

 

แจ็คสันเบียดดันยองแจจนสำเร็จ ไล่อีกคนไปเช็ดมือโดยที่ก็มองตามอยู่ตลอด

 

“ไม่ใช้แฮนด์ครีมหรอครับ”

 

“ไม่ได้ใช้ครับ มือผมไม่ได้แห้งนะ”

 

ยองแจว่าพลางยกมือของตนเองขึ้นมาสำรวจ

 

“ไม่แห้งก็ต้องใช้นะ คุณต้องดูแลมือของตัวเองดี ๆ สิ ผิวสำคัญมากเลยนะ”

 

แจ็คสันเริ่มบ่น เขาเช็ดจานก่อนจะเก็บมันเข้าที่

 

“คุณขี้บ่นจัง”

 

“เพราะผมเป็นห่วงคุณต่างหาก”

 

“เข้าใจแล้ว เดี๋ยวผมจะลองใช้ครีมดูนะ”

 

“ยองแจ”

 

“ครับ”

 

“ขอบคุณนะครับ”

 

“หื้ม..? เรื่องอะไร”

 

“ขอบคุณที่มาเป็นลมหายใจของผม”

 

แจ็คสันไม่ได้ล้อเล่น เขาหมายความตามที่พูด สักวันยองแจคงเข้าใจว่าเขาหมายถึงอะไร

 

“งั้นผมก็ขอบคุณที่คุณเข้ามาเป็นสีสันของผม”

 

ไฟในร้านปิดแล้ว แต่บางอย่างก็มองเห็นได้โดยที่ไม่ต้องใช้แสงไฟช่วย เช่นใบหน้าเขินอายของยองแจตอนที่แจ็คสันค่อย ๆ ละเลียดชิมริมฝีปากนิ่ม ๆ ตัวเกร็ง ๆ ของยองแจตอนที่แจ็คสันค่อย ๆ เอื้อมมือไปซ้อนบั้นเอวแล้วดึงเข้ามาหาช้า ๆ

 

“อื้อ..”

 

ใบหน้าหวานเบือนหน้าหนีเมื่อรู้สึกแปลก ๆ ที่ปลายลิ้นของอีกฝ่ายสอดเข้ามาในปากของตน แจ็คสันงับริมฝีปากของยองแจไว้คล้ายจะปลอบ ตะลอมชิมจนยองแจตัวอ่อนระทวยอยู่ในอ้อมแขนอีกครั้ง

 

เมื่อใบหน้าของเราใกล้ชิดกันยองแจกลั้นหายใจ เขาไม่อยากหายใจรดใส่แจ็คสันเลย เขาไม่รู้ว่าควรจะทำตัวอย่างไรด้วยซ้ำ ปลายลิ้นสอดเข้ามาอีกครั้ง เกี่ยวกระหวัดชิมรสชาติแปลกใหม่

 

“อื้อ..”

 

“ขออีกนิดหนึ่ง”

 

คำพูดเอาแต่ใจถูกกระซิบติดริมฝีปาก และแจ็คสันพูดมันซ้ำ ๆ แบบนั้นอยู่หลายครั้งเลยล่ะ

 

----------REMEMBER----------

 

“คุณอยากแต่งงานตอนอายุเท่าไหร่นะ”

 

คำถามของแจ็คสันทำให้ยองแจนิ่งไป เขาเองก็คิดไม่ออกแฮะ ตอนนี้อายุเขาก็ยี่สิบแปด นี่มันเป็นวัยที่แต่งงานได้รึยังนะ

 

“ไม่รู้สิ เมื่อไหร่ก็ได้มั้ง”

 

“ถ้าเร็ว ๆ นี้ล่ะ”

 

“หื้ม..?”

 

“ก็แค่.. ถามดูน่ะครับ”

 

“ผมไม่รู้หรอก ผมไม่รู้ว่าเราต้องแต่งงานตอนไหน อายุเท่าไหร่ แบบไหนถึงเรียกว่าพร้อม”

 

“งั้น.. ทำตามเสียงหัวใจแล้วกัน”

 

“คุณอยากแต่งหรอ”

 

ยองแจถามกลับ


“ถ้าหมายถึงแต่งกับคุณผมยอมรับว่าอยากแต่งมาก”

 

ใช่ มันเป็นคำตอบที่เรียกรอยยิ้มของยองแจได้ดีเชียวล่ะ

 

“เราจะไปแต่งที่ไหนเล่า..”

 

ก้มหน้างุดพูดเสียงอู้อี้ เวลาเขินทีไรชอบเป็นแบบนี้ทุกทีเลยสิน่า

 

“แต่งกันเองแล้วย้ายมาอยู่กันเลยได้ไหมครับ”

 

“หื้ม..?”

 

“ขอเวลาอีกไม่นานนะ เดี๋ยวผมจะมาขอคุณแต่งงาน”

 

คำพูดง่าย ๆ ของอีกคน ไม่คิดเลยว่าจะทำให้ยองแจใจเต้นได้ง่าย ๆ แบบนี้

.

.

.

.

.

“ว่าไงนะ!

 

เสียงของยูคยอมดังมากจนยองแจคิดว่าลำโพงโทรศัพท์ของเขาอาจแตกได้

 

“แล้วมึงตกลงหรอ”

 

“ตกลงบ้าอะไร เขายังไม่ได้ขอเลย”

 

“โคตรเร็วอ่ะเพื่อน มึงกะจะมีแฟนแล้วก็แต่งงานไปเลยในปีเดียวงี้เลยใช่ไหมวะ”

 

“เขาอาจขอกูปีหน้าก็ได้ หรือไม่เขาก็พูดเล่น”

 

“หรอวะ แต่กูรู้สึกว่าเขาไม่ใช่คนที่พูดอะไรเล่น ๆ เท่าไหร่นะ”

 

แววตาของแจ็คสันที่มองมาที่ยูคยอมในวันนั้น มันทำให้ยูคยอมเองก็เชื่ออยู่หน่อย ๆ ว่าผู้ชายคนนี้ดูแลเพื่อนเขาได้

 

“เอาจริง ๆ มันก็เรื่องใหญ่เหมือนกันนะ แต่งงานเนี่ย”

 

ยองแจว่า

 

“เออดิ แต่พ่อแม่มึงก็ไม่อยู่แล้วอ่ะนะ มึงจะตัดสินใจยังไงมันก็เรื่องของมึงแล้วล่ะ กูคงให้ได้แค่คำปรึกษา คงไปชี้ขาดว่ามึงต้องทำแบบนี้ ๆ ไม่ได้หรอก”

 

“อื้อ ขอบใจมึงมากนะ”

 

“ไม่เป็นไร กูมั่นใจว่ามึงเลือกทางชีวิตได้แต่ถ้ามึงไม่แน่ใจจริง ๆ มีอะไรก็ถามกูได้นะ”

 

“เออ”

 

“ว่าแต่พ่อแม่ของแฟนมึงเขาว่าไงอ่ะ เขายอมได้หรอ”

 

“ความจริงพ่อแม่แจ็คสันก็ไม่อยู่แล้วเหมือนกัน...”

 

----------REMEMBER----------

 

“เชี่ย..  ไม่ถามด้วยนะ แต่งเลย”

 

“ฮ่า ๆ ก็มันไม่มีอะไรจะเสียอ่ะ กูคิดว่ากูคงไม่เสียใจกับสิ่งที่กูตัดสินใจไปวันนี้”

 

งานแต่งงานถูกจัดขึ้นแบบง่าย ๆ ที่สวนหลังบ้านของแจ็คสันซึ่งมันก็อยู่ไม่ไกลจากบ้านและร้านกาแฟของยองแจ ทุกคนก็ใส่ชุดง่าย ๆ สีขาว มีแค่เพื่อน ๆ ที่ถูกเชิญมาเท่านั้น เหมือนนัดกินข้าวด้วยซ้ำไป

 

“สวัสดีครับผมชื่อจินยอง นี่แจบอมนะเป็นเพื่อนฝั่งเจ้าบ่าว”

 

“รวม ๆ กันแล้วนี่งานแต่งจริง ๆ หรอเนี่ย มีกันเจ็ดคนเองอ่ะ”

 

“ก็นะ.. แต่งแบบเงียบ ๆ เงียบจนคิดว่าชวนมากินข้าว”

 

ถึงจะเป็นอะไรที่เรียบง่ายไปหน่อย แต่ยองแจก็ยังตื่นเต้นอยู่ดี วันนี้เขาจะร้องเพลงแล้วก็เล่นเปียโนด้วย แจ็คสันกับมาร์คช่วยกันยกเปียโนออกมาตั้งไว้ที่สวนเมื่อตอนบ่าย

 

“มึงเล่นเพลงไรวะ”

 

ยูคยอมถามทั้ง ๆ ที่มีอาหารเต็มปาก

 

“เดี๋ยวก็รู้เองอ่ะ มึงรู้ตอนนี้ก็ไม่ได้รวยขึ้นมาหรอก”

 

อาหารวันนี้จัดเต็มมากทั้งซีฟู้ดทั้งบาร์บีคิวน่ากลัวว่าซอสอาจเลอะเสื้อได้ถ้ากินไม่ระวัง ไหนจะเครื่องดื่มอีก

 

“เดี๋ยวสองทุ่มตั้งใจฟังเพลงดี ๆ นะ”

 

ยองแจกำชับแจ็คสัน เขาแอบไปซ้อมมาอยู่หลายที วันนี้จะพลาดไม่ได้เด็ดขาด

 

“เดี๋ยวผมตั้งกล้องไว้ก่อนเลย จะได้ตั้งใจฟังคุณ”

 

“ดีมาก”

 

มื้ออาหารผ่านไปท่ามกลางเสียงพูดคุย การขุดเหล่าวีรกรรมในอดีตของแต่ละคนออกมาแฉเรียกเสียงหัวเราะได้ทั้งงาน คนเยอะคนน้อยมันไม่สำคัญเลยจริง ๆ

 

“ต่อไปนี้นะครับ เดี๋ยวผมจะเล่นเพลง ๆ หนึ่งที่ตั้งใจมาก ๆ อยากให้ทุกคนฟังกันโดยเฉพาะคุณเจ้าบ่าวของผม ต้องตั้งใจฟังนะรู้ไหม”

 

“ครับผม”

 

บรรยากาศจอแจเงียบลง เหลือเพียงความเงียบ ทุกสายตาจ้องมองไปที่ยองแจ

 

“รักนะครับ”

 

ยองแจพูดบอกแจ็คสันก่อนที่ปลายนิ้วจะค่อย ๆ วางลงเบา ๆ ที่แป้นเปียโนสีขาวสลับดำ แผ่นหลังตั้งตรง ไมค์สีดำจออยู่ที่ริมฝีปาก

 

“อ...”

 

ตึง!

 

“ยองแจ!!!

 

----------REMEMBER----------

 

ชเวยองแจลืมตาขึ้นมาเหมือนทุกวัน สิ่งแรกที่เขาเห็นคือกระดาษโพสต์อิทสีเหลืองมากมายบนกระดานที่ผนังปลายเตียงนอน มันเป็นที่ ๆ ดีที่สุดที่เขาจะเห็นมันเป็นสิ่งแรกตอนที่เขาตื่น ตามคำแนะนำของคุณหมอแนะนำให้เขาทำมันตั้งแต่ตอนนี้ เผื่อวันไหนตื่นขึ้นมาแล้วอาการของเขามันแย่ลงกะทันหัน อย่างน้อยมันจะช่วยให้เขาดำรงชีวิตตามปกติได้

 

หลังจากที่หมดสติไปและถูกนำตัวไปโรงพยาบาล เขาถูกสแกนสมองอย่างละเอียด แจบอมเพื่อนของแจ็คสันเป็นหมอที่จะมารับผิดชอบเคสของเขา แจบอมสังเกตความผิดปกติอย่างอื่นและจากนั้นเขาก็ถูกวินิจฉัยว่าเป็นโรคอัลไซเมอร์

 

น่าแปลกใช่ไหมที่มันมาเกิดเอากับคนอายุน้อยอย่างเขา โชคดีที่ตอนนี้ความทรงจำของเขายังไม่ได้แย่มาก  เขาจำเพื่อน ๆ ได้ จำอาชีพของตัวเอง จำวันเกิดและข้อมูลเกี่ยวกับตัวเองได้ แต่ถึงอย่างนั้นเขาก็เริ่มเขียนบันทึกเรื่องราวต่าง ๆ ในแต่ละวัน

 

เขามีร้านกาแฟเล็ก ๆ ที่หัวมุมถนนแถว ๆ บ้านของเขานี่เอง มันง่ายและสะดวกที่จะเดินไปทำงานทุกวัน เขาคิดว่าเขาควรจะประหยัดเข้าไว้ เผื่อในอนาคตที่เขาทำอะไรไม่ได้แล้วอย่างน้อยก็จะได้มีเงินสำหรับซื้ออาหารกิน

 

เขาไม่ได้ท้อถอยหรือหมดหวัง เขาคิดว่าเขามีความสุขดี บันทึกในแต่ละวันของเขามีทั้งเรื่องตลก เรื่องน่าโมโห เรื่องที่ผิดหวัง เรื่องที่สมหวัง มันมีทุก ๆ อย่างที่เขาคิดว่าคน ๆ หนึ่งสมควรจะมี

 

เขาคิดว่าเขาสมบูรณ์พูนพร้อมในตัวเองแล้ว

 

และเขาพอใจ

 

“ที่รัก ตื่นรึยัง”

 

“ตื่นแล้ว”

 

“ผมเตรียมน้ำอุ่นไว้แล้วนะ จะอาบเองหรือให้ผมอาบให้ครับ”

 

“บ้า ใครจะให้อาบให้เล่า”

 

ก้มหน้างุดพูดเสียงอู้อี้ เวลาเขินทีไรชอบเป็นแบบนี้ตลอดเลยแฮะ

 

“หึหึ ผมไปทำกับข้าวรอนะ”

 

“อื้อ”

 

อีกอย่างหนึ่งเลยนะ ยองแจมีกำลังใจที่ดีมาก ๆ มีคนที่มาเติมเต็มชีวิตของเขาให้สมบูรณ์พูนพร้อมอย่างที่สุด

 

เขามีแจ็คสัน

 

ยังจำได้ดีในวันแรกที่เขารู้ตัวว่าเขาไม่ปกติ เขาทั้งไล่ทั้งอ้อนวอนขอร้องให้แจ็คสันทิ้งเขาไปซะ แต่อีกคนก็ทำอย่างเดียวกัน แจ็คสันทั้งขอร้องอ้อนวอนที่จะอยู่ต่อ

 

คำพูดของแจ็คสันในวันนั้นทำให้เขายอมทุกอย่าง

 

ผมบอกให้คุณออกไปจากชีวิตผมไง ไม่ได้ยินรึไงเล่า!!’

 

ผมไม่ไป

 

ฮึก.. ออกไป! ซักวันหนึ่งผมจะลืมคุณ ผมจะจำคุณไม่ได้ด้วยซ้ำ ผมจะจำอะไรไม่ได้เลยซักอย่าง!’

 

สิ่งที่ยองแจกลัวไม่ใช่ว่าเขาจะลืมแจ็คสันไปเท่านั้นหรอก มันมากกว่านั้น การดำรงชีวิตของเขาจะไม่เหมือนคนปกติ เขาอาจลืมได้แม้กระทั่งวิธีการกินข้าวหรือวิธีการเข้าห้องน้ำ

 

 

ผมไม่สนหรอก ความทรงจำมันไม่สำคัญ ตราบใดที่เรายังอยู่ข้าง ๆ กันแบบนี้

 

ฮึก.. หยุด..

 

ขอร้องล่ะ ยองแจ ให้ผมเป็นฝ่ายจดจำคุณเถอะนะ ผมไม่สนหรอกว่าคุณจะลืมไปทุกวัน ผมไม่สนว่าผมจะต้องบอกคุณอีกกี่รอบว่าผมเป็นใคร

 

ผมบอก.. ฮึก.. ให้ออกไป!’

 

ผมรู้ว่าคุณกังวลเรื่องอะไรอยู่ แต่ได้โปรดเถอะนะยองแจ.. ให้โอกาสผมเถอะ

 

ไม่เอา.. ไม่

 

ถ้าเกิดว่าคุณจะลืมเรื่องอะไร เรื่องแรกที่ผมอยากให้คุณลืมคือลืมคำพูดที่คุณจะใช้ไล่ผม

 

ฮึก.. แจ็คสัน..

 

อย่าไล่ผมเลยนะยองแจ

 

ยองแจยันตัวเองขึ้นจากที่นอน เขาเดินเข้าไปในห้องน้ำจัดการธุระส่วนตัวก่อนจะออกมานั่งที่โต๊ะอาหาร รอมื้อเช้าง่าย ๆ จากแจ็คสัน

 

“วันหลังให้ผมทำดีกว่า”

 

ยองแจว่า เขาคิดว่าเขาทำกับข้าวเก่งกว่าแจ็คสันตั้งเยอะ

 

“ก็ผมยังเป็นเชฟฝึกหัดอยู่นี่ครับ เดี๋ยวเซียนแล้วคุณจะไม่พูดแบบนี้เลยจริง ๆ”

 

แจ็คสันวางจานลงที่โต๊ะอย่างคล่องแคล่ว เขาเดินไปหยิบสารพัดยาของยองแจมาพร้อมกับเหยือกน้ำ

 

“แล้ววันนี้คุณเข้าบริษัทไหม”

 

ยองแจถามพลางตักไข่ดาวรูปทรงแปลก ๆ เข้าปาก

 

“เข้าครับ คุณมีอะไรรึเปล่าล่ะ ผมไม่เข้าก็ได้นะ คุณก็รู้ว่าผมน่ะ..”

 

“รู้แล้วครับว่ารวย มีเวลาเยอะ..”

 

“หึหึ แล้วก็หล่อด้วยนะ ใจดีด้วย ลีลาก็เด็ด โอ๊ย!

 

ยองแจฟาดไหล่แข็งแรงไปหนึ่งทีข้อหาหื่นกามเวลาเช้า

 

“กิน ๆ ไปเลย”

 

ยองแจกับแจ็คสันก็ใช้ชีวิตเหมือนเดิมเกือบจะร้อยเปอร์เซ็นต์ ยองแจตื่นเช้าไปเปิดร้านกาแฟพอถึงเวลาก็ปิดร้านแล้วก็กลับบ้าน แจ็คสันบางวันก็เข้าบริษัท บางวันก็อยู่บ้านหรือไม่ก็ไปหายองแจที่ร้านกาแฟ

 

ที่อาจเพิ่มเข้ามาก็มีแค่ต้องพายองแจไปหาหมอทุกเดือน ยองแจต้องกินยาทุกวัน แต่เรื่องที่น่าสนุกก็มี เช่น ยองแจจะได้เล่นกิจกรรมสำหรับคลายเครียด กิจกรรมฝึกสมองทั้งหลายที่คุณหมอพยายามคิดเพื่อช่วยและดูการตอบสนองของเขา เพราะว่าเคสของเขามันค่อนข้างน่าสนใจมากก็เลยได้รับการเอาใจใส่เป็นอย่างดี

 

“วันนี้เดี๋ยวไปรับนะ”

 

“หื้ม.. เดินกลับก็ได้เถอะ”

 

“น่า.. ผมอยากไปรับคุณ”

 

“ตามใจแล้วกัน”

 

ก่อนออกจากบ้านพวกเรามีธรรมเนียมการจูบด้วย ดูเหมือนว่าแจ็คสันจะโมเมตั้งขึ้นมาเอง แต่ถึงจะเป็นแบบนั้น ยองแจก็เต็มใจมาก ๆ ที่จะทำมัน

 

“อื้อ..”

 

“ขออีกนิดหนึ่งนะ”

 

----------REMEMBER----------

 

“มึงก็.. ทำใจไว้หน่อยนะ”

 

แจบอมตบบ่าเพื่อน เขารู้สึกว่าแจ็คสันเป็นคนที่น่าสงสารคนหนึ่งเลย ชีวิตก่อนหน้านี้ของแจ็คสันก็ไม่ได้ดีเท่าไหร่นัก พอเจอยองแจทุกอย่างเหมือนจะดีขึ้น ซึ่งนั่นทำให้เขาเองก็พลอยยินดีกับเพื่อนไปด้วย แต่สุดท้ายเรื่องไม่คาดฝันก็เกิดขึ้นอีกจนได้

 

“มึงแน่ใจจริง ๆ ใช่ไหมวะ”

 

นี่เป็นคำถามที่หลุดออกมาจากปากของแจ็คสันอยู่หลายครั้งนับตั้งแต่แจบอมเริ่มวินิจฉัยอาการของยองแจ

 

“ความจริงโรคนี้เราจะวินิจฉัยได้แน่นอนก็หลังจากที่ผู้ป่วยเสียชีวิตไปแล้วและได้ตัดชิ้นเนื้อไปตรวจร่วมกับอาการของผู้ป่วย แต่ปัจจุบันก็สามารถวินิจฉัยจากประวัติการเจ็บป่วย อย่างที่กูทำ”

 

แจ็คสันเพียงพยักหน้ารับ วันนี้เขาไม่ได้เข้าบริษัทอย่างที่บอกยองแจ ความจริงเขานัดแจบอมเอาไว้เพื่อที่จะมาคุยเรื่องของยองแจ และในฐานะเพื่อน แจบอมยอมที่จะบอกเขาทุกอย่าง

 

“ตอนนี้อาการยังคงทรงตัวอยู่ แต่กูก็ยังบอกอะไรไม่ได้มาก เคสแบบนี้ไม่เคยเจอจริง ๆ ตอนนี้อาการของยองแจยังคงอยู่ในระยะแรก แต่คิดว่าอีกไม่นาน.. คงเริ่มเข้าระยะสอง กูกลัวว่าอาการเขาจะไปเร็วกว่าปกติมาก ๆ ”

 

“ไม่มีจริง ๆ หรอวะ.. วิธีรักษา..”

 

“ถ้ามันมี กูคงทำให้มึงแล้วล่ะ”

 

แจ็คสันก้มหน้าลงเพื่อซ่อนความรู้สึกและสีหน้าของตัวเอง

 

“เอ้านี่.. กูจดไว้หมดแล้ว เข้าใจไม่ยาก คิดว่ามันจำเป็นสำหรับมึง”

 

แจบอมยื่นบางอย่างให้เพื่อน เขาทำได้ดีสุดเท่านี้จริง ๆ

 

“จงอยู่กับช่วงเวลานี้และรู้สึกกับมันให้เต็มที่”

 

สุดท้ายแล้วเขาก็เดินออกมาเพื่อกลับไปทำงานต่อ ปล่อยให้แจ็คสันได้นั่งอยู่คนเดียว ปล่อยความคิดของตัวเองให้ล่องลอยออกไปเรื่อย ๆ บางทีนี่ก็อาจเป็นการปลอบใจที่ดีที่สุดก็ได้

 

แจ็คสันลุกยืนขึ้นหลังจากที่นั่งนิ่ง ๆ อยู่สักพัก เขาเก็บสมุดเล่มเล็ก ๆ จากแจบอมใส่กระเป๋าก่อนจะเดินออกจากร้านอาหาร เขาขับรถไปด้วยจิตใจที่เลื่อนลอย ไม่รู้ด้วยซ้ำว่าอยากไปที่ไหน เขาไม่ได้มีจุดหมายปลายทาง

 

“อ้าว.. ไหนว่าวันนี้ประชุมไง”

 

“คิดถึง”

 

ถ้าให้หัวใจนำทางแล้วมันพามาที่นี่ก็หมายความว่าลึก ๆ แล้วเขาก็ต้องการแบบนี้แหละ

 

“อะไรของคุณเนี่ย..”

 

“วันนี้ปิดร้านเร็วกันไหม”

 

“ทำไมอ่ะ”

 

“ผมอยากพาคุณไปที่ที่หนึ่ง เราไปเที่ยวกันเถอะ”

 

“เอ๋..?”

 

สุดท้ายแจ็คสันก็ทำตามอย่างที่พูดจริง ๆ ยองแจปิดร้านกาแฟตั้งแต่หกโมงเย็น รีบกลับบ้านไปเปลี่ยนเสื้อผ้า แจ็คสันขับรถพาเขาออกไปจากเมือง แต่ไม่ยอมบอกซักทีว่าจะไปที่ไหน

 

“นี่.. สองทุ่มกว่าแล้วนะ..”

 

ยองแจว่า แจ็คสันให้เขาเอนเบาะหลับตั้งแต่ตอนออกจากบ้านจนเขาตื่นแล้วยังไม่ถึงอีก

 

“บอกได้รึยังจะพาไปไหน”

 

“จะถึงแล้วครับ”

 

สองข้างทางเต็มไปด้วยต้นไม้ มันเป็นที่ที่เขาไม่คุ้นเคยเลย แถมรถก็น้อยมาก ๆ

 

“ที่ไหนเนี่ยแจ็คสัน”

 

ยองแจเริ่มร้อนรน เขาอยากรู้จะแย่อยู่แล้ว

 

“อย่าเพิ่งดื้อสิ จะถึงแล้ว”

 

แจ็คสันจอดรถบนเนินเขา รอบข้างมีรถอยู่สองสามคันจอดไกลกันออกไป

 

“อะไร..”

 

ยองแจทำสีหน้างุนงงแต่แจ็คสันก็ยังไม่ยอมตอบเขา เอาแต่เอื้อมมือมาจัดเบาะให้เขาเอนนอนแทน

 

“กินอะไรไหม”

 

“แจ็คสัน”

 

“หึหึ ก็.. เดี๋ยวก็มาแล้วล่ะ”

 

แจ็คสันก้มดูนาฬิกาข้อมือก่อนที่จะเอนเบาะลงนอนบ้าง ฝ่ามือหนากุมมือยองแจเอาไว้ไม่ยอมปล่อย เขากระชับมันแน่นเพื่อให้ความอบอุ่นจากฝ่ามือของเขาแผ่ซ่านไปหายองแจได้

 

“ถ้าคุณไม่ยอมบอกผมดี ๆ ผมจะโกรธแล้วนะ”

 

พรึบ

 

ฝาเพดานรถถูกเลื่อนออกเผยให้เห็นท้องฟ้าสีน้ำเงินเข้ม เข้มจนยองแจคิดว่ามันน่าจะเป็นสีดำด้วยซ้ำไปจากนั้นไม่นานนัก แสงสีขาวยาว ๆ ก็ลากผ่านท้องฟ้าไป

 

“ดาวตก”

 

แจ็คสันไม่ตอบอะไร ดวงตาของเขาไม่ได้จับจ้องที่ท้องฟ้าเลย เขามองแต่ยองแจ มองสีหน้าตื่นตะลึงก่อนจะเปลี่ยนไปเป็นใบหน้าเปื้อนยิ้มกว้างไม่นานนักมันก็เปลี่ยนเป็นสีหน้าอมยิ้มแทน

 

และนั่นแหละ คือสิ่งที่ทำให้แจ็คสันยิ้ม

 

มันไม่ได้ตกลงมาทีเดียวเยอะ ๆ อย่างที่เคยคิดไว้ มีประมาณสามสี่ดวงต่อนาที แต่นั่นก็มากพอแล้ว

 

“สวยจัง”

 

คำพูดแรกหลุดออกมาจากปากของแจ็คสันหลังจากที่พวกเขานั่งเงียบกันอยู่กว่าห้านาที

 

“สุดยอดอ่ะ ผมเพิ่งเคยเห็นดาวตกเป็นครั้งแรกเลยนะ มัน..”

 

แจ็คสันเองก็ไม่เคยเห็นดาวตกเหมือนกัน แต่มันก็ไม่ได้ทำให้เขาอยากมองไปมากกว่าใบหน้าเปี่ยมสุขของยองแจเลยซักนิด

 

“ผมรักคุณ”

 

อยู่ ๆ ก็เผลอพูดออกไปแบบนี้ซะได้ ยองแจจะจับได้ไหมนะว่าแจ็คสันแทบไม่ได้ฟังอะไรก็ตามที่ยองแจพูดมาก่อนหน้านี้เลย

 

“ผมก็รักคุณ ขอบคุณนะครับ”

 

ยองแจยิ้มตาหยีและนั่นทำให้แจ็คสันตัดสินใจเอื้อมตัวไปอีกคน กดริมฝีปากทับบนหน้าฝากเนียน เขากดย้ำแผ่วเบา ลากปลายนิ้วผ่านบั้นเอวของอีกฝ่ายช้า ๆ คลอเคลียจมูกของยองแจจนอีกคนหลุดยิ้มขำออกมา

 

“รักนะครับ”

 

แจ็คสันไม่รู้ว่าทำไมอยู่ ๆ เสียงของเขาถึงสั่นขนาดนี้ แต่ก่อนที่สายตาของเขาจะพร่ามัวไปด้วยน้ำตา เขาก็มองเห็นว่ายองแจเองก็ไม่ต่างกัน

 

“ฮะ.. ฮื้ออ.. แจ็คสัน..”

 

ยองแจดูท่าจะร้องไห้หนัก หนักจนตอนที่ยองแจหายใจออกก็เกิดฟองกลม ๆ ใส ๆ ออกมาด้วย

 

“ฮ่า ๆ ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย”

 

แจ็คสันทั้งหัวเราะทั้งน้ำตาไหลไปพร้อม ๆ กัน สองมือปาดเช็ดคราบน้ำตาให้อีกฝ่าย ยองแจตีเขาที่แขนพร้อมกันทำเสียงไม่พอใจอู้อี้อยู่ในลำคอ จมูกแดงเพราะร้องไห้และแก้มใสแดงเพราะความเขินอาย

 

“จะซึ้งก็ซึ้งไม่สุดเลย อะไรเนี่ย มาเล่นตลกโชว์หรอ”

 

แจ็คสันแซวจนยองแจหยุดร้องไห้ได้

 

“เงียบเลยนะ ถ้าแซวอีกทีจะตีจริง ๆ ด้วย”

 

“ไม่แซวแล้วครับคนดี”

 

ดาวบนฟ้าก็น่าสนใจดี แต่คนข้าง ๆ น่าสนใจกว่าเยอะ

 

“ทำไมคุณถึงต้องยอมผมขนาดนี้ด้วยนะ..”

 

ยองแจเปรยถามคำถามเดิม ๆ ที่เขาถามมาตลอด

 

“เพราะผมรักคุณมาก”

 

และนี่ก็เป็นคำตอบที่แจ็คสันตอบมาเสมอ

 

“รักคืออะไร.. มีอยู่จริงหรอ”

 

“คุณเคยเห็นสายลมไหมล่ะ”

 

“ไม่”

 

“แต่ที่ใบไม้มันสั่นไหวก็เพราะลมมันพัดอยู่ นี่ล่ะมั้งคำตอบของผม”

 

“เล่นคำเก่งนักนะ..”

 

ยองแจทำเสียงเง้างอด หันหน้าขึ้นมองท้องฟ้าอีกครั้ง ลายลมเย็น ๆ พัดมาชักจะทำให้เขาหนาวแล้วสิ

 

“แจ็คสัน หนาว”

 

“นี่ครับ”

 

เสื้อคลุมที่เบาะหลังถูกคลุมให้ยองแจอย่างรู้งาน

 

“นี่..”

 

ยองแจจะเอ่ยถามอีกคำถามหนึ่ง เป็นคำถามที่ค้างคาอยู่ในใจเขามานาน

 

“ครับ”

 

เป็นคำถามที่ดูเห็นแก่ตัวหน่อย ๆ และเขาเองก็แอบกลัวคำตอบของมันนิด ๆ ด้วย

 

“คุณจะรักผมไปชั่วชีวิตของผมไหม”

 

“ไม่ครับ”

 

แจ็คสันเอ่ยแทบจะในทันที ก่อนจะเสริมต่ออีกประโยค

 

“ผมจะรักคุณไปชั่วชีวิตของผมต่างหาก”

 

----------REMEMBER----------

 

“ยองแจ ยองแจ!

 

เสียงของแจ็คสันทำให้ยองแจสะดุ้ง

 

“อะไร.. เกิดอะไรขึ้น..”

 

“ก็คุณไม่ยอมกินข้าวซักทีเดี๋ยวก็ไปเปิดร้านสายหรอก”

 

“หื้ม ว่าไงนะ ผมทำอะไรนะ”

 

“กินข้าวครับ”

 

“หรอ เมื่อกี้คุณพูดเรื่องอะไรนะ ผมไม่ได้ฟัง”

 

อาการของยองแจเริ่มแย่ลงนิดหน่อย เริ่มลืมเหตุการณ์ที่เพิ่งเกิดขึ้นบ้าง ลืมวิธีใช้โทรศัพท์บ้าง แต่ยังไม่ได้ลืมหรือหลงทางอะไรเพราะแจ็คสันไปรับไปส่งตลอด แต่ก็มีบ้างที่จะลืมว่าร้านกาแฟคือที่ไหน

 

แจ็คสันไม่ได้เครียดหรือเบื่อไปกับอาการของยองแจเลยซักนิด

 

“ว่าแต่ไม่หวีผมหรอครับ”

 

“หื้ม.. หวีผมหรอ”

 

“คุณลืมหวีผมเองมาสามวันแล้วนะ กินข้าวไปเลยเดี๋ยวผมทำให้”

 

“หื้ม?”

 

แจ็คสันยิ้มบาง ๆ ใบหน้าของอีกฝ่ายทำให้เขาหงุดหงิดไม่ลง

 

“เนี่ยน้า เมื่อเช้าก็ลืมแปรงฟัน ถ้าผมไม่เช็กแปรงสีฟันของคุณวันนี้ทั้งวันจะทำยังไงครับ”

 

“เรื่องอะไรนะ”

 

“กินข้าวไปครับ ผมจะหวีผมให้”

 

แจบอมเตือนว่าอีกหน่อยยองแจอาจชงกาแฟไม่ได้เพราะมีปัญหาเรื่องการทำตามลำดับขั้นตอน อาจลืมแม้กระทั่งการคิดเงิน แต่ไม่เป็นไรหรอก เพราะเขาเรียนรู้มาจากยองแจมาเกือบทุกอย่างแล้วล่ะ แถมเวลาเข้าบริษัทก็ได้เพื่อน ๆ มาช่วยดูแลยองแจให้ด้วยก็เลยไม่ได้มีปัญหาอะไรเท่าไหร่

 

“กุญแจรถผมไปไหนนะ..”

 

แจ็คสันกวาดสายตามองหามัน เขาจำได้ว่าเอามาวางไว้บนโต๊ะก่อนที่จะไปหวีผมให้ยองแจนะ

 

“หรือว่า..”

 

สายตาคมมองไปที่ยองแจที่กำลังเอาแต่จ้องมองทีวี พักหลัง ๆ มานี้ยองแจก็ติดทีวีจริง ๆ

 

แอ๊ด

 

“ว่าแล้วไง..”

 

กุญแจรถสีดำคุ้นตาถูกวางเอาไว้ในตู้เย็น ยองแจชอบเอาของวางผิดที่จริง ๆ

 

“แจ็คสัน อันนั้นไปไหนนะ...”

 

“อะไรครับ”

 

“อ่า.. อันนั้นไง ที่เปลี่ยนช่อง อยู่ไหนนะ”

 

“รีโมตหรอ”

 

“อันนั้น..”

 

“ครับ รู้แล้ว”

 

แจ็คสันส่งรีโมตให้ยองแจที่เริ่มลืมชื่อสิ่งของไปเรื่อย ๆ

 

“แต่ผมว่าเราคงต้องรีบปิดทีวีแล้วไปดูต่อที่ร้านแล้วล่ะครับ เดี๋ยวเปิดร้านสายนะ”

 

โชคดีของแจ็คสันที่ยองแจไม่ได้อารมณ์แปรปรวนบ่อยนัก เขาไม่โกรธหรอกเพราะมันเกิดจากสารเคมีในสมองของยองแจ คุมได้ที่ไหนเล่า แต่ก็เพราะยาด้วยนั่นแหละก็เลยไม่ได้แย่มาก

 

และโชคดีอีกอย่างของแจ็คสันก็คือร้านกาแฟคนไม่เยอะเท่าไหร่นั่นทำให้เขาดูแลยองแจได้ทั้งวัน เขาคิดไม่ออกเลยว่าเดือนหนึ่งจะได้กำไรซักเท่าไหร่เพราะบางวันก็เงียบมากจริง ๆ ยิ่งตอนที่ยองแจไม่ได้ทำเค้กแล้วด้วยแบบนี้

 

“นอนหลับไหมครับ”

 

“ฮื้ออ.. แจ็คสัน..”

 

“เห็นภาพหลอนแล้วหรอ..”

 

เขากระชับกอดอีกคนแน่น กดจูบซ้ำที่ข้างขมับ นึกภาวนาในใจไม่ให้สวรรค์ใจร้ายกับยองแจนัก บางอย่างเขาเองก็ช่วยปลอบประโลมไม่ได้มาก ถ้าเลือกได้เขาก็อยากจะยอมรับความเจ็บปวด ความเศร้าโศกและความกลัวทั้งหมดของยองแจมาไว้เอง แต่บางทีสวรรค์อาจใจร้ายกับเขามากกว่าก็ได้ เพราะเวลาที่เขาเห็นยองแจเจ็บปวด เขาเจ็บกว่าเป็นล้านเท่า

 

ยองแจมีปัญหาในการนอน บางคืนก็มาก บางคืนก็น้อย อาการของยองแจไปเร็วอย่างที่แจบอมบอก

 

“ผมจะทำยังไงดี ฮึก.. ผมไม่ได้อยากเป็นแบบนี้เลย ไม่อยากทำนิสัยแย่ ๆ ไม่อยากโกรธง่าย ไม่อยากหงุดหงิด ไม่อยากให้คุณลำบาก”

 

“ฮึก.. คุณไปเถอะแจ็คสัน.. อย่ามายุ่งกับผมเลย”

 

“ผมไม่ใช่คนเดิมแล้ว... ไม่ใช่คนที่คุณรักอีกต่อไปแล้ว...”

 

“คุณในตอนนี้คือคนที่ผมรักเมื่อวานและเป็นคนเดิมที่ผมจะหลงรักในวันพรุ่งนี้”

 

แจ็คสันพูดเสียงหนักแน่น และยืนยันคำพูดด้วยอ้อมกอดที่แข็งแรงของเขา อ้อมกอดที่จะกอดยองแจไปถึงแม้ว่าซักวันเขาอาจสูญสลายไปจากความทรงจำของอีกคน

 

----------REMEMBER----------

 

“โห นี่จะมีลูกหรอวะ ถ้ามีเตียงเด็กด้วยนี่กูเชื่อเลยนะ”

 

จินยองว่าพลางมองไปรอบบ้าน แจ็คสันทาสีบ้านใหม่ซะฉูดฉาด มอง ๆ ไปก็สดใสดีอยู่หรอก

 

“ก็ยังต้องเปลี่ยนอะไรอีกเยอะ”

 

จินยองพยักหน้ารับเข้าใจคำตอบของเพื่อน กวาดสายตาไปที่ลูกบิดประตูซึ่งถูกซ่อนไว้อย่างแนบเนียนใต้ผ้าคลุมที่เป็นสีเดียวกลืนกับประตู

 

“เดี๋ยวกูปอกผลไม้รอให้แล้วกัน ยองแจหลับหรอ”

 

“เออ ถ้ากูเคลียร์อะไรเสร็จก็จะไปนอนละเหมือนกัน”

 

“ได้ ถ้ายองแจตื่นตอนมึงหลับเดี๋ยวกูดูให้ ตอนนั้นพวกยูคยอมคงมาแล้ว”

 

วันนี้เป็นวันเกิดของยองแจพวกเขาก็เลยแวะมารวมตัวกันที่นี่ จินยองเข้าไปในห้องครัว แจ็คสันจัดระเบียบไว้ค่อนข้างดี แอบซ่อนของมีคมและบรรดาเครื่องใช้ไฟฟ้าเสียใหม่ เขานึกทึ่งอยู่เหมือนกันที่มันยอมรีโนเวทบ้านตัวเองเพื่อคนที่มันรักได้ถึงขนาดนี้

 

สองปีแล้วนับจากวันแต่งงาน

 

มันเป็นสองปีที่เขาได้เห็นว่าเพื่อนของเขาแข็งแกร่งแค่ไหน

 

“แจบอม มาทำอะไร”

 

“อ้าวยองแจ ตื่นตั้งแต่เมื่อไหร่”

 

จินยองซ่อนมีดไว้ที่ด้านหลัง เขาไม่คิดจะไปแก้ชื่อของตัวเองหรอก ยองแจเรียกเขาว่าแจ็คสันก็ยังเคยเลย แจบอมบอกว่าถ้าไม่จำเป็นไม่ต้องไปเถียงหรือแก้ความเข้าใจอะไรให้ มันจะทำให้ยองแจเสียความมั่นใจและโกรธเอาเปล่า ๆ

 

ยองแจนิ่งไปไม่ได้ตอบอะไรเพียงแต่เดินมาเลื่อนลิ้นชัก จ้องมันสักครู่แล้วปิดก่อนจะเดินจากไปเงียบ ๆ

 

“แจ็คสัน ยองแจตื่นแล้ว”

 

จินยองตะโกนบอกเพื่อน ก่อนจะยกถาดผลไม้ไปที่อื่น เขาคิดว่าคงไม่ดีถ้ายองแจเห็นมีด

 

ครืด

 

เพียงชั่วครู่ยองแจก็กลับมาเปิดลิ้นชักซ้ำอีกก่อนจะเดินจากไป เขาคิดว่ายองแจคงลืมว่าจะมาทำอะไร

 

“หาอะไรอยู่”

 

แจ็คสันเดินเข้ามาโอบเอวยองแจก่อนจะส่งสายตาให้จินยองส่งผลไม้ชิ้นเล็ก ๆ มาสักชิ้น

 

“กินนี่ดีกว่า”

 

แน่นอนว่ามันเบี่ยงความสนใจได้มากโข

 

“ยังดีนะที่มีแจบอมคอยช่วยเรื่องการดูแล การกินยา”

 

แจ็คสันว่า พยายามจะจูงมือยองแจกลับไปที่เตียงนอน

 

“ได้ข่าวว่าอาการไปเร็วมาก ๆ”

 

จินยองชวนเพื่อนคุยขณะที่กำลังล้างมีด

 

“ก็บางเรื่องก็ไปเร็วมาก แต่ส่วนมากยังดีอยู่”

 

เสียงของแจ็คสันเบาลงและไกลออกไป แทนที่ด้วยเสียงรถแทน จินยองเดาว่าคนอื่นคงมากันแล้ว

 

“เดี๋ยวเอาของไปทำกับข้าวที่สวนเหอะ เมื่อกี้ปอกผลไม้อยู่แล้วยองแจเดินเข้ามา”

 

จินยองบอกคนอื่น นับจากงานแต่งเมื่อสองปีที่แล้วเขาก็สนิทกับพวกยูคยอมไปด้วยโดยปริยาย

 

“โอเค ยกออกทางหลังบ้านนะ ปิดประตูครัวที”

 

การขนย้ายใช้เวลาไม่นานนัก ในที่สุดทั้งคนทั้งของก็มากันครบ พวกเขาปล่อยให้ยองแจอยู่กับแจ็คสันในบ้านกันสองคนไปก่อน

 

“เดี๋ยวเย็นนี้มีของกินเยอะมากเลยนะ”

 

“อะไรนะ”

 

“ไม่มีอะไร พรุ่งนี้จะพาไปนั่งรถเล่นด้วยนะดีไหม”

 

“ดีสิ”

 

แจ็คสันพูดช้ากว่าที่เคยเพื่อให้ยองแจฟังได้ง่ายขึ้น

 

“จำผมได้ไหม”

 

“แบมแบม”

 

“ครับ”

 

แจ็คสันหลุดยิ้มหลังจากที่ยองแจพูดชื่อเขาผิด นึกคิดจะลงโทษอีกคนซักที

 

“ขอหอมแก้มหน่อย”

 

จมูกโด่งกดที่ตรงเนื้อแก้มของอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว ช่วงนี้บางทียองแจก็รู้เรื่องบางทีก็ไม่รู้เรื่อง อาการขึ้น ๆ ลง ๆ แต่มันไม่ได้มีแต่ข้อเสียเพียงอย่างเดียวหรอกนะ

 

“เดี๋ยวไปอาบน้ำอีกรอบดีกว่า ฉี่อีกแล้วหรอ”

 

แจ็คสันพยุงตัวอีกคนขึ้นมา นึกคิดไปว่าหากเขามีลูกคงเป็นคุณพ่อดีเด่นน่าดู สองมือจับกางเกงดึงลงและจับแพมเพิสของผู้ใหญ่ถอดออกมา จับยองแจถอดเสื้อ ก่อนจะพาเข้าไปในห้องน้ำ

 

“ดีนะที่เข้ามาเตรียมน้ำไว้ก่อน”

 

“แจ็คสัน”

 

“อะไรครับ อยากอาบเองหรอ”

 

ยองแจพยักหน้ารับ ใบหน้าแดง ๆ ทำให้แจ็คสันรู้ว่าอีกคนเกิดอายขึ้นมาเสียแล้ว

 

“ได้ เดี๋ยวผมจะหันหลังไปนะ”

 

สองมือกดยองแจให้นั่งลงในอ่าง น้ำอุ่น ๆ ช่วยให้สบายตัว กลิ่นหอม ๆ ของสบู่ก็ทำให้ผ่อนคลายได้มาก

 

“เสร็จแล้ว”

 

“เดี๋ยวสิ นั่งก่อน วันนี้กินอะไรรึยัง”

 

แจ็คสันไม่ได้จะปล่อยให้ยองแจอาบน้ำเองจริง ๆ หรอกนะ รายนี้ชอบคิดว่าอาบน้ำไปแล้วอยู่บ่อย ๆ

 

“กินหรอ..”

 

“ครับ เดี๋ยวพรุ่งนี้พาไปนั่งรถเล่นแล้วจะกลับมานอนดูหนังด้วย ดีไหม”

 

“อื้อ”

 

ดวงตากลมจ้องมองฟองสบู่ ไม่นานนักยองแจก็นั่งเล่นแต่ฟองสบู่ปล่อยให้อีกคนขัดถูร่างกายของตัวเองได้ตามใจซึ่งนั่นเองก็ดีสำหรับแจ็คสันมาก เคยมีครั้งหนึ่งที่ยองแจอาละวาดไม่ยอมอาบน้ำ นึกถึงทีไรก็ตลกดี

 

“ไหนบอกสิว่าตัวเองชื่ออะไร”

 

“ยองแจ”

 

“แล้วผมล่ะ”

 

“แจ็คสัน”

 

“ผมรักคุณนะ”

 

“อื้อ”

 

“รักแจ็คสันไหม”

 

“รัก”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“ขอบคุณ”

 

แค่นี้มันก็เพียงพอแล้วที่จะทำให้แจ็คสันหลงยองแจจนโงหัวไม่ขึ้น

 

“เสร็จแล้ว ไปแต่งตัวกัน”

 

“หนาว”

 

“มาเช็ดตัวก่อน กอดกันก่อนนะ”

 

แจ็คสันพายองแจขึ้นจากอ่าง รีบคว้าผ้าขนหนูมาคลุมให้แถมด้วยการกอดอีกคนแน่น ๆ ให้หายมันเขี้ยวไปที น่ารักน้อยเสียที่ไหนล่ะคนนี้

 

แต่เชื่อไหมว่านอกจากจูบแล้วแจ็คสันก็ไม่เคยทำเกินกว่านี้เลยซักครั้ง

 

เขากับยองแจไม่จำเป็นต้องเปลื้องผ้าเพื่อที่จะมีช่วงเวลาดี ๆ ด้วยกัน

 

“หนาว”

 

“ไม่หนาวแล้ว กอดอยู่นี่ไง”

 

“อื้อ”

 

หลังจากที่จัดการแต่งตัวกันอยู่นานยองแจก็เสร็จเรียบร้อย น่ารักสมเป็นเจ้าของวันเกิด

 

“ไปกินกัน”

 

“อื้อ”

 

แจ็คสันจูงยองแจให้เข้ามานั่งล้อมวงกับคนอื่นโดยที่มีเขานั่งอยู่ข้าง ๆ และอีกข้างก็เป็นแบมแบมที่เป็นมือสำรองของเขาบ่อย ๆ

 

“ยองแจ กูหั่นเนื้อไว้แล้ว คำเล็กกินง่ายแน่นอน เชฟยูคยอมการันตี”

 

แบมแบมว่าพลางอาสาป้อนข้าวให้ยองแจ ถึงแม้ว่ามือทั้งสองข้างของยองแจจะจับชายเสื้อของแจ็คสันไว้ไม่ยอมปล่อยก็ตาม

 

“เดี๋ยวของขวัญให้หลังจากกินเสร็จเลยนะ วันนี้มากันเยอะ คิดว่ายองแจน่าจะเหนื่อยจนหลับไปเองได้”

 

“ยองแจยังเดินได้ปกติใช่ไหม”

 

แจบอมถามเพื่อเช็กอาการตามปกติ จนแทบจะเป็นคำถามที่ต้องถามทุกครั้งไปเสียแล้ว

 

“ก็ขัด ๆ บ้าง”

 

“อาการไปเร็วมากจริง ๆ ระวังโรคแทรกซ้อนดี ๆ นะ รักษาความสะอาด”

 

แจ็คสันพยักหน้ารับ ไม่นานนักทั้งวงสนทนาก็ดำเนินไปเรื่อย ยองแจแทรกขึ้นมาพูดบ้าง ลุกเดินหนีบ้างแต่ไม่นานนักก็ตาปรือใกล้หลับเต็มที

 

“ถึงเวลานอนแล้วเพื่อน”

 

“เออ ขอบคุณมากที่มากัน กลับดี ๆ นะ”

 

“มึงไปเหอะ เดี๋ยวพวกกูเก็บของล้างให้”

 

ยองแจตัวผอมบางกว่าที่เคย เขาถูกอุ้มพาเข้าไปนั่งที่เคาน์เตอร์อ่างล้างหน้า

 

“อย่าลืมแปรงฟันก่อนนอนสิครับ”

 

“อื้อ..”

 

“อ้าปากหน่อย”

 

ยองแจไม่ได้ให้ความร่วมมือเท่าไหร่นัก แจ็คสันจับอีกคนอ้าปากก่อนจะเริ่มแปรงฟันอย่างเบามือ นึกไปถึงวันแรก ๆ ที่เริ่มทำแบบนี้ ยองแจสำลักจนเกือบอ้วก เขาเองก็หงุดหงิดตัวเองที่ทำให้ยองแจต้องเจ็บ แต่ตอนนี้เขาเซียนแล้ว เขารู้ว่าทำแบบไหนยองแจถึงจะไม่หงุดหงิดมากไปกว่าเดิม

 

“เสร็จแล้ว ล้างปากหน่อย”

 

ยองแจนั่งนิ่ง

 

“ทำแบบนี้ครับ”

 

แจ็คสันทำท่าให้ดู แต่สุดท้ายแล้วเขาก็ต้องจัดการล้างให้เองจนได้ ก่อนหน้านี้มีครั้งหนึ่งที่ให้ยองแจอมน้ำเองแล้วบ้วนออกแต่กลายเป็นว่าเจ้าตัวดันกลืนเข้าไปเฉยเลย ตอนนั้นแจ็คสันขำจนยองแจขำตาม

 

“มา ไปนอนแล้ว ปกติไม่ง่วงเร็วนะ สงสัยวันนี้เหนื่อย”

 

แจ็คสันไม่ยืดยื้อมาก ไม่ดีนักหรอกที่ทำให้ยองแจหงุดหงิด

 

“นอนได้แล้ว หลับตา”

 

ยองแจทำตามอย่างว่าง่าย สงสัยวันนี้เพลียจริง ๆ แฮะ

 

“สุขสันต์วันเกิดนะครับที่รัก ผ่านปีนี้ไปด้วยกันอีกปีนะ”

 

เสียงหายใจสม่ำเสมอบ่งบอกว่ายองแจหลับแล้ว

 

“ขอบคุณสำหรับทุกอย่างเลยนะ ขอบคุณที่คุณให้โอกาสคนแบบผม”

 

“ขอบคุณที่วันนั้นคุณเข้ามาในชีวิตผม”

 

“ผมรักคุณนะยองแจ”

 

“รักมาก ๆ เลยคนนี้”

 

แจ็คสันลอบเช็ดน้ำตาของตัวเองออก เป็นอีกคืนที่เขาขโมยจูบยองแจไป เป็นอีกคืนที่เขาทิ้งตัวลงนอนและรั้งอีกคนเข้ามากอดไว้ เป็นอีกคืนที่เขาพึมพำบอกรักคนข้างกายจนหลับไป

 

ถึงแม้ว่าตื่นมาในตอนเช้ายองแจจะลืมว่าเขาเป็นใครก็ตาม

 

ความรักไม่ใช่การที่เราหลงใหลคนที่เพอร์เฟ็คในทุก ๆ ด้านแต่เป็นการที่เราหลงใหลคนที่เพอร์เฟ็คท่ามกลางข้อบกพร่องมากมายของเขาต่างหาก

 

----------REMEMBER----------

 

“คงต้องอยู่ดูอาการที่นี่ไปก่อนว่ะ..”

 

แจบอมตบบ่าเพื่อนเบา ๆ แจ็คสันก้มหน้ามองพื้นแต่เขารู้ว่ามันฟังเขาอยู่

 

“นี่เป็นทางเลือกที่ดีที่สุดแล้วนะ”

 

“อืม กูเข้าใจ”

 

เสียงของเพื่อนทำให้แจบอมพูดไม่ออก เขาทิ้งแก้วกาแฟลงถังขยะหน้าประตูห้องก่อนจะเดินจากไป ปล่อยให้เพื่อนได้ยืนมองคนรักอยู่ข้างเตียง ปล่อยให้มันได้คิดอะไรอยู่เงียบ ๆ

 

“จนได้เลยนะ”

 

แจ็คสันพูดต่อไม่ออก ทำไม่ได้แม้แต่จะนึกคำพูดด้วยซ้ำ

 

ยองแจเริ่มเคลื่อนไหวไม่ได้ พูดไม่ได้ กลืนอาหารไม่ได้ อาการทรุดลงไปเรื่อย ๆ และมันเกินกว่าที่แจ็คสันจะช่วยดูแลได้ ถึงแม้จะต้องการทำเองแค่ไหนก็ตาม

 

ทั้ง ๆ ที่ช่วงสุดท้ายเขาอยากให้ยองแจได้เห็นเขาคนเดียวแท้ ๆ

 

“เดี๋ยวมาใหม่.. แล้วกัน”

 

ดูท่าว่านี่คงเป็นที่ ๆ เขาจะต้องมาทุกวันหลังจากนี้แล้วล่ะ ที่ห้องเก้าสี่เก้าหกโรงพยาบาลโซลอินเตอร์เนชันแนล

 

“งานที่บริษัทยุ่งมาก ๆ เลยครับ แต่ว่าเพราะว่าผมเป็นสามีของคุณ ทุกอย่างถึงได้เรียบร้อย”

 

“มองแบบนี้จะไม่เชื่อล่ะสิ”

 

“หึหึ ยอมแล้วครับ ผมโม้ ความจริงผมก็แค่สั่งงานไปเรื่อย ๆ”

 

ที่แย่ที่สุดสำหรับเขาคือการที่ยองแจไม่ยิ้มอีกเลย ไม่เลยซักนิด คนตรงหน้าแสนเงียบและเย็นชาจนเกือบจะว่างเปล่า

 

“พลิกตัวนะคนดี”

 

แจ็คสันลุกขึ้นไปจัดการพลิกตัวยองแจ เรื่องนี้สำคัญมาก มีผู้ป่วยหลายคนเสียชีวิตจากแผลกดทับ

 

“จำที่ผมบอกได้ไหมต้องดูแลผิวดี ๆ สิ ช้ำหมดแล้วถ้าคุณเอาแต่นอนนิ่ง ๆ แบบนี้”

 

“อย่าลืมตัดเล็บด้วยนะ”

 

แจ็คสันยิ้มเมื่อคิดได้ว่าสุดท้ายเขาก็ต้องมานั่งทำให้เองอยู่ดี

 

“รู้ไหมว่า... ผมพยายามจะรั้งคุณเอาไว้..”

 

“ผมอยากให้คุณอยู่กับผมนานที่สุดเท่าที่จะนานได้”

 

เขาจ้องมองดวงตาที่เลือนลอยของยองแจ

 

“แต่ผมรู้แล้วว่าคุณและรอยยิ้มของคุณได้จากผมไปแล้ว..”

 

“จากไปไกล ไกลเกินกว่าที่ผมจะตามไปหาได้เร็ว ๆ นี้”

 

“อยากให้คุณอดทนรอผมอีกสักหน่อย”

 

“รอที่เราจะได้เจอกันอีกครั้ง”

 

“รู้ไหมว่าแจบอมบอกผมว่ายังไง..”

 

“คุณเสี่ยงอย่างมากที่จะติดเชื้อทางเดินหายใจ แล้วก็โรคแทรกซ้อนอื่น ๆ อีก ตอนที่ผมรู้ผมไม่ถามซักคำว่าจะต้องทำยังไงคุณถึงจะหาย ผมได้แต่ขอให้อาการอัลไซเมอร์กำเริบให้แรงกว่านี้”

 

“มันจะได้ช่วยคุณลืมความเจ็บ”

 

“ถ้าผมเป็นอัลไซเมอร์บ้างคงดีนะ”

 

วันนั้นมาถึงเร็วกว่าที่คาดเอาไว้เยอะ ยองแจเริ่มติดเชื้อ แจ็คสันไม่ได้เข้าไปเยี่ยมได้บ่อยเท่าเมื่อก่อน เวลาของเราสองคนเริ่มจะจำกัดมากขึ้นเรื่อย ๆ

 

ทั้ง ๆ ที่เขาต้องการมากกว่านี้

 

“ให้แค่ครั้งเดียวนะ”

 

แจบอมว่าอย่างไม่สบอารมณ์และพักหลัง ๆ เริ่มจะเป็นแบบนี้บ่อยขึ้นทุกครั้งหลังจากที่แจ็คสันมาคุยกับเขา

 

“เออ ครั้งเดียว”

 

หลังจากนั้นแจ็คสันก็รีบไปนำของที่เตรียมมาไว้เข้ามาในห้องทันที เขามองไปที่ยองแจด้วยความดีใจ ก่อนจะรีบวิ่งออกไปขึ้นรถ เขาต้องแข่งกับเวลา

 

“เห็นผมไหม! เห็นผมใช่ไหม!

 

เขารู้ว่าไม่ควรทำแบบนี้เวลาขับรถ มันอันตรายจะตาย ยองแจเองเคยทะเลาะกับเขาเรื่องนี้ถึงสองหนตอนก่อนแต่งงานกัน

 

“ผมก็เห็นคุณ แต่ผมต้องรีบก่อนที่พยาบาลจะเข้ามาเจอนะ”

 

แจ็คสันนึกขอบคุณที่เขาเลือกวันนี้รถมันไม่ติดมากนัก ตอนกลางคืนแบบนี้ถนนยิ่งโล่ง

 

“ตื่นเต้นไหมล่ะ”

 

“ผมตื่นเต้นกว่าคุณอีกนะ”

 

เขามองนาฬิกาอีกครั้ง อีกไม่นานก็จะถึงแล้ว

 

“ขอให้วันนี้พยาบาลไม่เข้มมาก เขาจะได้ไม่รู้ว่าผมแอบเอากล้องไปวางแบบนี้”

 

“นี่.. ตอนผมมองถนนอยู่อย่าแอบมองผมนะ ถ้าจะมองก็มองตอนที่ผมมองตาคุณด้วย”

 

“ถือว่าเข้าใจนะ”

 

“ขอบคุณครับ”

 

ถนนสายเดิม ๆ ที่เขาแทบจะไม่ได้มาอีกเลยนับจากที่อาการของยองแจเริ่มทรุดหนัก

 

“เหลือเชื่อมาก ๆ ที่วันนี้มีดาวตกอีกแล้ว ถึงจะไม่เหมือนคราวนั้นที่เรามาด้วยก็เถอะ แต่ผมว่ามันน่าจะสวยพอ ๆ กันนะ”

 

“สารภาพเลยว่าวันนั้นผมไม่ได้มองดาวเลยซักนิด”

 

“ผมมองแต่คุณ”

 

แจ็คสันหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาในระยะที่จะเห็นใบหน้าของเขาชัดเจนและมีพื้นท้องฟ้าดำสนิทอยู่เบื้องหลัง

 

“ผมรู้ว่ากล้องมันไม่ได้ชัดถึงขนาดที่คุณจะเห็นดาวหรอก”

 

“แต่เห็นหน้าผมก็ถือว่าคุ้มเกินคุ้ม”

 

จากนั้นเขาก็ยิ้มให้กับความหลงตัวเองของตัวเอง

 

“ยองแจ..”

 

“นี่คุณ..”

 

“มองผมหรอ..”

 

“คุณกำลังมองผมหรอ!

 

“คุณ..”

 

เขารู้ว่ายองแจเลื่อนสายตาไปจ้องที่กล้อง นั่นทำให้ภาพแสดงผลเหมือนว่ายองแจกำลังมองตาเขาอยู่ จากนั้นยองแจก็ละสายตามาจับจ้องที่หน้าจอ ซึ่งวัตถุเดียวที่เคลื่อนไหวอยู่นั้นก็คือเขา

 

“ฮะ ๆ คุณมอง.. ผม..”

 

อยู่ ๆ จมูกของแจ็คสันก็เห่อร้อนพอ ๆ กับดวงตาที่อุ่นไปด้วยน้ำตา

 

“เก่งมาก”

 

“เก่งมากแล้วนะ..”

 

“คุณชื่ออะไร”

 

“ยองแจ”

 

“แล้วผมชื่ออะไร”

 

“แจ็คสัน”

 

“ผมรักคุณนะ”

 

“แล้วคุณรักแจ็คสันไหม..”

 

“...”

 

“ขอบคุณครับ”

 

“ผมก็รักคุณ”

 

ไม่รู้ว่าเพราะยองแจตอบสนองมาแบบนี้ด้วยรึเปล่า เหมือนกับแรงเฮือกสุดท้าย ของขวัญชิ้นสุดท้ายที่ยองแจจะมอบให้เขา ตอนนี้เหมือนมันถูกนำมาวางไว้ตรงหน้าแล้ว

 

เพียงแต่แจ็คสันไม่อยากเปิดตอนนี้

 

เขาจ้องมองใบหน้าที่เขารักเงียบ ๆ เวลาผ่านไปเรื่อย ๆ อีกคนทรุดโทรมลง ยองแจกินยาไปเยอะจริง ๆ ไหนจะต้องเข้ารับการรักษาอีกสารพัดโรคที่แทรกซ้อนเข้ามาเรื่อย ๆ รักษาตรงนี้ไปเป็นตรงนั้น

 

เรียกได้ว่าแทบจะมองไม่เหลือเค้าชเวยองแจคนเดิมแล้ว

 

แต่ในสายตาของเขา ยองแจเหมือนเดิม เหมือนคืนที่ฝนตกหน้าร้านกาแฟ เหมือนคนเดิมที่ให้เขาเข้าไปหลบฝนในร้าน เหมือนคนเดิมที่ทำให้เขาเปลี่ยนไปเป็นเขาที่ดีขึ้น

 

“ยิ้มแล้วหรอ..”

 

ดูเหมือนว่ายองแจคงรอต่อไปอีกไม่ได้แล้วถึงได้เปิดกล่องของขวัญนั้นเองโดยที่แจ็คสันทำได้เพียงแต่มอง เสียงร้องของพยาบาลดังขึ้นเป็นลำดับถัดมา ตามด้วยเสียงชีพจรล้มเหลว ทุกอย่างวุ่นวายไปหมด โทรศัพท์ตกลงพื้นไปแล้ว ภาพเพดานสีขาวปรากฏขึ้นแทน

 

“ผมรักคุณ”

 

สองชั่วโมงถัดมาแจ็คสันได้รับแจ้งข่าวจากทางโรงพยาบาล ถึงเขาจะคำนวณมันเอาไว้แล้วก็ตามทีเถอะ แต่เขาไม่อาจฝืนบังคับตัวเองให้ขับรถกลับไปทันทีได้

 

เขาเอาแต่ร้องไห้ และร้องไห้

 

เขาตะโกนด่าพระเจ้า

 

ด่าทุกสิ่งทุกอย่าง

 

นั่งลงร้องไห้ข้างรถ

 

อยากจะตาย ๆ ไปให้พ้นซะ

 

เคยนึกชมตัวเองว่าเป็นคนใจเย็นและตั้งใจว่าถ้าวันนี้มาถึงเขาคงจะควบคุมตัวเองได้

 

แต่ทำไมกันนะ

 

ทำไมภาพสุดท้ายที่เขาเห็นถึงไม่ใช่สีหน้าที่ยองแจทำใส่เขาทุกวันก่อนหน้านี้

 

ทำไมถึงเป็นรอยยิ้มที่เขาแสนจะโหยหามันมานานแสนนานแบบนี้

 

รอยยิ้มนั้นเป็นเหมือนอาหารเลิศรสที่มีคนยกมาให้เขากินแต่ก็ปิดปากมัดมือเขาเอาไว้ ตอนนี้เขาคงเป็นคนที่โมโหหิวอยู่แน่ ๆ

 

ในชีวิตของเขา เคยร้องไห้หนักสุดอยู่สามครั้ง ครั้งแรกคือตอนที่คิดว่าตัวเองหมดสิ้นทุกอย่างแล้ว ครั้งที่สองคือตอนที่ยองแจไล่เขาและครั้งสุดท้ายคงเป็นครั้งนี้

 

เขาร้องไห้หนักจนกระทั่งตอนที่เขาหายใจออกก็เกิดฟองกลม ๆ ใส ๆ ออกมาด้วย

 

ฮ่า ๆ ร้องไห้ขี้มูกโป่งเลย

 

สงสัยว่าล้อยองแจเอาไว้ซะเยอะ วันนี้ถึงได้มาเป็นเองแบบนี้

 

“หึ.. หึ.. ฮ่า ๆ ๆ ๆ”

 

และนี่เป็นอีกครั้งที่เขาหัวเราะหนักที่สุดในชีวิต

 

----------REMEMBER----------

 

“ขอโทษที่มาช้านะ”

 

ยูคยอมวิ่งลงจากรถมาด้วยความเร่งรีบ เหงื่อผุดซึมตามไรผม เขาไม่ได้สนใจที่จะปาดมันทิ้งถึงแม้จะนึกรำคาญอยู่หน่อย ๆ ก็ตาม

 

“ไม่เป็นไร ยังทัน”

 

มาร์คว่า เขาขยับที่ให้เพื่อนเข้าไปยืนที่ด้านในสุด

 

“อีกกี่นาทีจะเริ่ม”

 

“มานู่นแล้วล่ะ”

 

แจบอมหันไปมองบุคคลที่เดินมาอย่างช้า ๆ ด้านหลังมีแจ็คสันเดินตามมาด้วย และด้านหลังกว่านั้น คือร่างของชเวยองแจวัยสามสิบเอ็ดปีที่นอนหลับอย่างสงบอยู่ในหีบไม้สลักลายอย่างดี

 

“ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพสร้างฟ้าดิน เชื่อถึงพระเอกบุตรเยซูคริสต์สวามีของเรา ปฏิสนธิ เดชะพระจิต บังเกิดจากพระนางมารีอาพรหมจารีย์ รับทรมานสมัยปอนซีโอปีลาโต ถูกตรึงกางเขน ตายและฝังไว้ เสด็จลงใต้บาดาล วันที่สามกลับคืนชีพจากบรรดาผู้ตาย เสด็จสู่สวรรค์ ประทับเบื้องขวาพระเป็นเจ้า พระบิดาทรงสรรพานุภาพ แล้วจะเสด็จมาพิพากษาผู้เป็นและผู้ตาย ข้าพเจ้าเชื่อถึงพระเจ้า พระศาสนจักรศักดิ์สิทธิ์สากล สหพันธ์นักบุญ การยกบาป การคืนชีพของเนื้อหนังและชีวิตนิรันดร อาเมน”

 

“พระเจ้าทรงสร้างเราทั้งหลายมาจากดิน และเราก็ต้องกลับคืนไปสู่ดิน”

 

บาทหลวงหย่อนถุงดินสามถุงลงไป มันกระเด็นตกลงไปบนหีบสีขาวบริสุทธิ์

 

“ดินกลับกลายเป็นดิน เถ้ากลับกลายเป็นเถ้า ธุลีกลับไปสู่ธุลี ส่วนวิญญาณจิตพระเจ้าจะทรงรับไว้”

 

“อาเมน”

 

แจ็คสันไม่ได้พูดอะไร เขาเงียบเกือบจะตลอดพิธี ยูคยอมตาแดงก่ำ แบมแบมและจินยองถึงกับร้องโฮออกมา หลังจากที่ดอกไม้ดอกสุดท้ายถูกโยนลงไป พวกผู้ช่วยพิธีพากันเลื่อนปิดฝาหินอ่อนที่ดูท่าคงหนักอยู่ไม่น้อย แจ็คสันให้มาร์คไปช่วยจัดการเรื่องค่าใช้จ่ายอื่น ๆ ให้ก่อน จินยองและแบมแบมถูกแจบอมพาไปนั่งพัก แม้จะเป็นยามสายวันอังคารแต่แสงแดดกลับมีไม่มากนัก

 

เราจะรู้สึกสูญเสียจริง ๆ ก็เมื่อสูญเสียใครซักคนที่เรารักมากกว่าตัวเราเอง

 

จำได้ว่าประโยคนี้มาจากหนังซักเรื่องที่เขาเปิดให้ยองแจดูก่อนที่เขาจะหันหลังไปทำงานต่อ เพิ่งนึกได้ว่ามันแสนจะเป็นจริง

 

“ขอถาม.. อะไรหน่อยได้ไหม”

 

ยูคยอมตัดสินใจพูดออกมาหลังจากที่พวกเขาเอาแต่ยืนเงียบกันอยู่นาน

 

“อืม”

 

“ทำไมถึงรักเพื่อนผมมากขนาดนี้ ทำไมถึงยอมอยู่ดูแลเพื่อนผมทั้ง ๆ ที่ความจริงคุณจะทิ้งมันไปก็ได้ ผมรู้ว่าคุณเหนื่อยมากที่ต้องดูแลมัน ทำไมคุณถึงทิ้งชีวิตทิ้งความสุขของตัวเองอยู่นานหลายปีแบบนี้”

 

“ความจริง.. ผมตายไปนานแล้วแต่ยองแจทำให้ผมกลับมามีชีวิตได้อีกครั้ง”

 

“หมายความว่าไง”

 

“ในวันนั้นผมคิดจะฆ่าตัวตายเพื่อหนีปัญหาทุกอย่างที่เจอแต่เพราะยองแจทำให้ผมหันหน้าไปสู้มัน เขาทำให้ผมไม่ต้องตายอย่างคนล้มเหลว เขาทำให้ชีวิตของผมมีความหมาย”

 

“งั้นหรอ..”

 

“แต่ก็นะ.. บางคนทำให้ชีวิตเรามีความหมายแต่เขาอาจไม่ได้อยู่กับเราไปทั้งชีวิต”

 

แจ็คสันยิ้มขมขื่น น่าทึ่งที่เขาไม่ได้ร้องไห้เลย

 

“ตอนแรกผมนึกสงสัยคุณอยู่.. แต่ตอนนี้กระจ่างหมดแล้วล่ะ”

 

ยูคยอมนึกละอายที่เคยคิดร้ายกับแจ็คสันอยู่บ้าง

 

“เสียใจด้วยอีกครั้งกับความสูญเสียครั้งนี้นะ หวังว่าคุณจะเดินต่อไปได้และผมพร้อมจะเป็นเพื่อนอีกคนที่คุณไว้ใจและปรึกษาได้เสมอ”

 

“ไม่หรอกครับ ผมว่าผมไม่ได้สูญเสียอะไรมาก ถึงแม้บางคนจะได้อยู่ในใจนานกว่าอยู่ด้วยกัน”

 

และชเวยองแจจะยังคงอยู่ในใจของเขาตราบจนวันสุดท้าย

 

สองปีต่อมา

 

“แจ็คสันก้าวหน้าใหญ่แล้วแฮะ เมื่อกี้เห็นออกทีวีด้วยนะ”

 

จินยองว่า เขานั่งมองจอทีวีพลางยื่นถุงขนมให้อีกคน แจบอมมานั่งเบียดเขาก่อนจะกดรีโมตเปลี่ยนช่องเพื่อหาอะไรดู ไม่นานนักแจ็คสันก็ตามเข้ามา วันนี้เป็นวันเกิดของจินยองพวกเขาก็เลยนัดมารวมตัวกัน เดี๋ยวพวกแบมแบมก็จะตามมาแล้ว

 

“ฉิบหาย ลืมของขวัญไว้ในรถ สงสัยกูจะเป็นอัลไซเมอร์แล้วมั้งเนี่ย”

 

แจ็คสันว่าก่อนจะเดินออกไปจากบ้าน สงสัยว่าจะไปเอาของขวัญที่ว่า

 

“มันก็ดูร่าเริงขึ้นเยอะนะเนี่ย”

 

จินยองว่าก่อนจะหันมาจัดการกับขนมให้หมด

 

“คนมีความสุขไม่ได้แปลว่าเขาไม่เจ็บปวดเลย แต่เขารู้ว่าทำอย่างไรจึงไม่ถูกความเจ็บปวดครอบงำต่างหาก”

 

แจบอมพึมพำ ไม่นานนักแจ็คสันก็กลับเข้ามาพร้อมของขวัญกล่องโต จินยองไม่ยอมแกะจนกว่าจะได้ของขวัญจากคนอื่นครบทุกคนก่อน

 

“แจ็คสัน นี่ยา”

 

แจบอมส่งขวดยาให้เพื่อนตอนที่คนอื่นไม่ได้สนใจ มันเป็นอะไรที่ช่วยได้ดีในวันที่แจ็คสันนอนไม่ได้

 

“ไหวไหมมึงอ่ะ”

 

“เออดิ”

 

“ทำไมมึงต้องทนเจ็บขนาดนี้วะ ไม่ออกไปเจอคนใหม่ ๆ บ้างหรอ”

 

“ทนเจ็บก็ไม่แย่นะ ที่เราเจ็บปวดกับความรักไม่ใช่เพราะมันจากไป แต่เพราะมันยังคงอยู่ต่างหาก”

 

มันอยู่มาตลอดนับตั้งแต่วันที่ยองแจจากไปจนวันนี้ นั่นคือเหตุผลที่แจ็คสันไม่ได้รู้สึกเสียใจที่เขาจะทนทรมานกับความเหงาและความคิดถึงโหยหา

 

ยองแจเคยถามเขาว่ารักคืออะไร เชื่อไหมว่าจนตอนนี้เขาก็ยังหาคำตอบไม่ได้ซักที ไม่ใช่เพราะมันไม่รู้จะตอบอะไร แต่เพราะมันมีเยอะมากจนเขาเลือกหาคำตอบไม่ถูก อย่างเช่นตอนนี้เขาก็ได้มาอีกคำตอบหนึ่งแล้ว

 

ความรักคือการที่เรามีร้อยเหตุผลที่เราจะไปแต่เรากลับมองหาเพียงหนึ่งเหตุผลที่เราจะอยู่

 

“ถ้ากูมีคนอื่น ใครจะคอยคิดถึงยองแจให้ได้มากเท่าที่กูคิดถึงวะ”

 

----------REMEMBER----------

 

“สวัสดีครับคุณพ่อ วันนี้ผมมาขอมิสซาให้ยองแจครับ”

 

แจ็คสันพูดประโยคเดิม ทุก ๆ ครึ่งปีเขาจะมาที่วัดเพื่อขอมิสซาให้ยองแจ เขาแบบนี้มาอย่างสม่ำเสมอจนบาทหลวงจำเขาได้

 

“ได้ ๆ เอาสิ”

 

บาทหลวงท่าทางใจดี เขายิ้มกว้างให้ก่อนจะชวนคุย

 

“แล้วจะไปที่หลุมศพรึเปล่า”

 

“ไปครับ”

 

“ระวังหน่อยนะ วันนี้แดดแรงมากเลย อย่าไปนั่งนานนักล่ะ”

 

“ครับคุณพ่อ อ๊ะ! มือคุณพ่อไปโดนอะไรมาครับ”

 

“อ่อ น้ำร้อนลวกนะสิ พ่อใจลอยไปหน่อย ฮ่า ๆ”

 

“อย่าลืมทายานะครับ เดี๋ยวเป็นแผลเป็นเอา”

 

“เป็นก็ดีสิ แผลเป็นคือหลักฐานของบาดแผลที่ถูกเยียวยาแล้ว”


บาทหลวงว่าพลางขยิบตาให้หนึ่งที ก่อนจะยิ้มอย่างอารมณ์ดีและเดินจากไป

 

“ครับ ขอบคุณครับคุณพ่อ”

 

วันนี้แดดร้อนจริง ๆ ด้วยอย่างที่บาทหลวงบอก แจ็คสันใส่แว่นกันแดด เขาถือร่มสีฉูดฉาดที่เคยซื้อมาให้ยองแจให้ สุดท้ายยองแจก็ลืมวิธีปิดร่มจนหงุดหงิดเสียยกใหญ่

 

“ได้ทาแฮนด์ครีมรึเปล่า ไม่ใช่ว่าผมไม่ได้อยู่ทาให้แล้วลืมทานะ”

 

“ตอนนี้ผมทำอาหารเก่งกว่าเดิมแล้วนะ มีเมนูใหม่ ๆ ด้วยไว้จะทำให้กิน”

 

“อ่อ เดี๋ยวนี้ก่อนออกจากบ้านไม่ได้จูบคุณเลย รู้สึกแปลก ๆ นะ แปลกมาจะสามปีแล้ว”

 

“อยู่ที่นั่นได้ดูดาวรึเปล่า คงเห็นชัดกว่าตอนที่นอนดูกับผมแน่ ๆ เลย”

 

“อยู่ที่นั่นอย่าไปร้องไห้ขี้มูกโป่งให้คนอื่นเห็นนะ อายเขา”

 

“แล้วเดี๋ยวถ้าได้เจอกันอีกอย่าลืมเล่นเพลงนั้นให้ฟังด้วยนะ เพลงที่คุณจะเล่นให้ผมฟังน่ะ ผมรออยู่นะครับ”

 

“คิดถึงและรักมาก ๆ นะครับ ยองแจ”

 

“ตลอดไปเลย”

 

You will never age for me, nor fade, nor die



END.


ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 45 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #349 Peemsung (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 ธันวาคม 2563 / 17:11
    น้ำตาไหลเลย🥺😭😭😭😭
    #349
    0
  2. #347 Aengtuan (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2562 / 05:12
    น้ามตาไหลถึงตีน ฮือออออออ
    #347
    0
  3. #334 khingg_9521 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2561 / 07:09
    ฮือออออ ร้องไห้หนักมากจริงๆอ่ะTT
    #334
    0
  4. #332 nichapat_yj33333 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 กรกฎาคม 2561 / 21:42
    น้ำตาเเตก;-;
    #332
    0
  5. #331 Lapas292 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 พฤษภาคม 2561 / 08:18
    อ่านมาถึงกลางเรื่อง แอบบอกตัวเองว่ายองแจต้องดีขึ้นสิ แต่อ่านต่อมาเรื่อยๆน้ำตาไหลเลย มันเป็นความเศร้าและเคล้าความสุขความอบอุ่น. ㅠ ㅠ
    #331
    0
  6. #330 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 21:54

    ร้องไห้หนักมากๆๆเลยอ่ะ ไม่คิดว่าจะทำให้ร้องไห้หนักขนาดนี้ ฮืออออ นับถือความรักของพี่แจ็คสัน ไม่นึกเลยว่าจะเป็นตอนเศร้าขนาดนี้ ไม่ไหวแล้ว ร้องไห้

    #330
    0
  7. #327 องค์หญิงน้อยKC (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2561 / 16:33
    ร้องไห้เลยจริงๆ
    #327
    0
  8. #322 WangimPalit (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 มีนาคม 2561 / 00:59
    คือนอนอ่านใต้ผ้าห่ม แล้วน้ำตามันไหลจนเปียกหมอนไปหมด ร้องไห้ตามเลย สงสารทั้งแจ็คสันทั้งยองแจ
    #322
    0
  9. #320 Samild99 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:15
    ยิ้มทั้งน้ำตา
    #320
    0
  10. #318 J-E-L-L (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ธันวาคม 2560 / 20:08
    ไม่เคยร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อนเลย ร้องจนปวดหัว จมูกแดง ตาแดงไปหมดแล้ว
    #318
    0
  11. #317 Kra-ben (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 15 ธันวาคม 2560 / 02:41
    กลับมาอ่านอีกรอบก็ยังร้องไห้เหมือนเดิม ฮืออออ
    #317
    0
  12. #316 อิอิ อุอุ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 ธันวาคม 2560 / 11:08
    รัองไห้หนักมาก
    #316
    0
  13. #315 renonthainos (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 18 พฤศจิกายน 2560 / 22:01
    อ่าาาาหยุดร้องไห้ไม่ได้อ่าาาาาาาา ฮืออออออออออออ
    #315
    0
  14. #313 รอยยิ้มของน้องเอิน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 21 พฤษภาคม 2560 / 02:30
    อ่านตอนแรกๆเขินมาก อ่านมาสักพักเริ่มน้ำตาซึม พอใกล้จบสะอื้นหนักเลย ฮืออออออออ ตอนที่รู้ว่ายองแจเป็นอัลไซเมอร์แล้วอาการไปไวขนาดนี้ กลัวมากว่ายองแจจะตาย แต่มันก็เป็นความจริง เป็นอย่างที่กลัวจริงๆเหมือนหัวใจแตกสลายเลยอะ หน่วงมาก อินสุดๆ แงงงง เป็นอีกเรื่องที่ชอบมากๆเลยค่ะ
    #313
    0
  15. #292 jiab155 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 เมษายน 2560 / 09:47
    ฮือออออออ ร้องไห้เลย ทราบซึ้งมาก
    #292
    0
  16. #279 AreerakFon (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 เมษายน 2560 / 22:01
    เป็นอีกเรื่องนึงที่ร้องไห้ขี้มูกโป่งขนาดนี้ ยอมรับเลยว่าเรื่องนี้กินใจมาก พี่แจ็คเค้าก็ดีนะรักเดียวใจเดียว ยอมใจกับความรักของพี่เค้าเลย ชีวิตจริงจะหาคนที่รักแบบพี่เค้าได้มั้ยนะ????????????
    #279
    0
  17. #268 Mnk_m (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 12:34
    ทำไมมมมมมมม ฮืออออออออ คือแบบว่ามันมีหลากหลายอารมณ์มากเลยอ่ะ ฮือออออออ ชอบที่แจ็คแจมีความรักที่แสนบริสุทธิ์ให้แก่กัน มันอบอุ่นหัวใจมาก แต่ว่าเรื่องโหดร้ายที่ทั้งคู่เจอมันก้แสนสาหัสมากเช่นกัน เรานี่แหละที่สาหัส ร้องไห้หนักมากเลยค่ะ ไม่ไหวแล้ววววว ฮือออออออออออออออออออออออออออออออออออออ
    #268
    0
  18. #265 BLongWith_T (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 01:12
    ร้องแล้ววววววววววววว
    #265
    0
  19. #258 soul_hyukjae (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2560 / 22:41
    มันคือความเศร้า ที่เคล้ามากับความอบอุ่นใจ
    #258
    0
  20. #251 annpcy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 22:46
    ฮือออออ ร้องไห้ขี้มูกโป้งเลยTTTT ไรท์แต่งได้ดีมากๆเลยค่ะ ถึงแม้จะเป็นเรื่องที่บีบหัวใจสุดๆแต่ก็เป็นเรื่องที่อบอุ่นหัวใจเช่นกัน
    #251
    0
  21. #246 Mukimukii (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 18:16
    โอ้ยย ร้องไห้หนักมาก สงสารทั้งคู่อินจัดมากก ฮือออ ร้องจริงจังจนตาบวมกันเลยทแง แต่งได้ดีมาก ขอบคุณนะฮับ
    #246
    0
  22. #226 lemony_sweet (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 27 มีนาคม 2560 / 22:46
    น้ำตาพรากมากกกกก หายใจไม่ออก เป็นฟิคที่ทำให้ร้องไห้หนักมากกับความรักที่ยิ่งใหญ่ของแจ็คที่มีต่อยองแจ มันยากนะที่จะทนกับคนที่เป็นโรคนี้ แต่เพราะความรักจริงๆ ยิ่งรอยยิ้มสุดท้ายที่ยองแจมีให้แจ็คโคตรบีบหัวใจ(คอมเม้นไปร้องไห้ไปฉันจะไหวไหมเนี้ยยยย ???) ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆนะคะ(ไปร้องไห้ต่อ5555)
    #226
    0
  23. #189 Hibarin Bgnk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 05:17
    ฮือออออออ ร้องไห้จนหายใจไม่ออกอ่ะ แบบฮืออออออไม่เคยอ่านฟิคเรื่องไหนแล้วร้องไห้หนักขนาดนี้มาก่อน เศร้ามากๆๆๆๆ ฮืออออ สงสารแจ็คสันมากเลย
    #189
    0
  24. #187 SH.oneworld' (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 02:54
    เศร้ามาก ร้องไห้หนักมาก อินมากๆเลย
    #187
    0
  25. #185 Ti Onvara (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 01:47
    ร้องไห้หนักมากจริงๆๆยังไม่หยุดไหลเลยเศร้ามากไม่ไหวแล้วววฮือออ
    #185
    0