JACKJAE ll ExtraOrdinary Relation ธรรมดาแต่.. พิเศษ ll #ธรรมดาแจ็คแจ

ตอนที่ 1 : 01 l One day : by Piggie_Sea

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,370
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 60 ครั้ง
    19 มี.ค. 60

   
  CR.SQW

One day

: by Piggie_Sea





มันเป็นเรื่องธรรมดาที่คุณจะต้องพบปะกับผู้คนมากมายในชีวิตประจำวัน

แต่คุณคิดว่าในวัน ๆ หนึ่งคุณจะสามารถจำหน้าคนที่เพียงแค่เดินผ่านกันโดยที่ไม่รู้จักกันได้ไหม?

แล้วถ้าเปลี่ยนจากหนึ่งวัน เป็นหนึ่งเดือน สองเดือนหรือหนึ่งปีล่ะ?

สำหรับ ชเวยองแจ จากคนแปลกหน้าที่เพียงแค่ได้เห็นหน้ากันวันละไม่กี่วินาที แต่จู่ ๆ ก็กลายเป็นจดจำใบหน้านั้นติดตามาตลอด จนกลายเป็นความรัก คุณคิดว่ามันตลกใช่ไหม... เขาก็คิดว่ามันน่าตลกเช่นกัน

การตกหลุมรักคน ๆ หนึ่งโดยที่ไม่รู้ว่าอีกฝ่ายเป็นใครมันน่าตลกสิ้นดี...

- One day -

“เหมือนเดิมครับพี่จินยอง” เสียงหวานเอ่ยปากบอกเจ้าของร้านคอฟฟี่ช็อปที่มาเป็นลูกค้าตั้งแต่เปิดร้านใหม่ ๆ จนรู้จักกัน เมนูที่สั่งซ้ำทุก ๆ วันจนเจ้าของร้านจำได้เป็นอย่างดีทำให้พักหลัง ชเวยองแจ เลือกที่จะไม่พูดชื่อเมนู

เท้าทั้งสองข้างเดินพาตัวเองมานั่งที่โต๊ะตัวเดิมหลังจากชำระเงินเสร็จ เขานั่งโต๊ะตัวนี้มาปีกว่าได้แล้ว ถ้าให้นับจริง ๆ ก็คงจะปีครึ่งได้แล้วล่ะมั้ง โต๊ะตัวเดียวของร้านที่ตั้งติดกับกระจกสามารถมองเห็นผู้คนที่เดินผ่านไปมาได้อย่างชัดเจน

ถ้าเป็นคนอื่นอาจจะรู้สึกรำคาญที่ต้องมานั่งดื่มเครื่องดื่มพร้อมกับมองคนแปลกหน้าเดินผ่านไปผ่านมาน่าปวดหัว นั่นคงเป็นสาเหตุที่ทำให้โต๊ะตัวนี้ว่างมาตลอด แต่ไม่รู้สิ ยองแจคิดว่าเขาชอบนะ ชอบที่จะมองผู้คนที่ต่างรีบร้อนไปทำงานในตอนเช้า ๆ แบบนี้ อาจเป็นเพราะตัวเองทำงานฟรีแลนซ์ถึงได้ไม่ต้องรีบร้อนเท่าคนอื่น แล้วก็อาจเป็นเพราะ... ใครคนหนึ่ง ด้วยล่ะมั้ง

 

“ลาเต้ร้อน ๆ มาแล้ว” แก้วเซรามิคสีขาวที่บรรจุด้วยเครื่องดื่มสีเข้มถูกวางลงบนโต๊ะ ใบหน้ากลมคล้ายซาลาเปานุ่มเงยขึ้นกล่าวขอบคุณด้วยรอยยิ้มบาง ๆ เหมือนทุกวัน

“ขอบคุณครับพี่จินยอง”

“กินเหมือนเดิมทุกวันไม่คิดจะเปลี่ยนบ้างเหรอยองแจ เบื่อแย่” จินยองเอ่ยถามอย่างสงสัย ก็ตั้งแต่เปิดร้านนี้มา ยองแจถือเป็นลูกค้าประจำคนหนึ่งที่สั่งลาเต้ร้อนโดยที่ไม่เคยเปลี่ยนเมนูสักครั้งจนพนักงานในร้านจำได้ทุกคน

“ไม่เบื่อหรอกครับ เวลาที่ผมชอบอะไรมาก ๆ ก็มักจะทำสิ่งนั้นอยู่ซ้ำ ๆ จนเป็นนิสัย แล้วอีกอย่างลาเต้ของพี่จินยองก็อร่อยมาก ๆ ด้วย”

“ชมแบบนี้พี่ก็เขินแย่น่ะสิ ฮะ ๆ” เสียงนุ่ม ๆ ของเจ้าของร้านหน้าสวยทำให้ยองแจอดยิ้มตามไม่ได้ มือน้อยยกแก้วลาเต้ขึ้นจิบยามที่นัยน์ตาเรียวรีเป็นเอกลักษณ์จ้องมองผ่านกระจกไปอีกครั้ง กลืนรสชาติขมแต่ก็มีกลิ่นหอมของนมลงคอไป รู้สึกสดชื่นขึ้นมาเล็กน้อย

จนเวลาผ่านไปประมาณหนึ่ง ยองแจเหลือบมองนาฬิกาข้อมือสลับกับกระจกอีกครั้ง คิ้วเรียวมุ่นติดกันอย่างสงสัย...

“วันนี้ไม่มาเหรอ”

ยังไม่ทันได้สงสัยไปมากกว่านั้น ริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มออกมาเล็กน้อยตอนที่เห็นผู้ชายคนหนึ่งที่ปกติมักจะเดินทอดน่องผ่านร้านไปอย่างเชื่องช้า แต่วันนี้กลับรีบวิ่งแถมยังเอาแต่มองนาฬิกาข้อมือ เดาได้ไม่ยากเลยว่าคงจะไปทำงานสายซะแล้ว

แม้จะเป็นเสี้ยวเวลาเพียงไม่กี่วินาทีแต่ก็ทำให้เขารู้สึกดีได้จนเผลออมยิ้มไปหลายครั้ง ยองแจชินกับการนั่งมองผู้คนผ่านกระจกมาเป็นปี แต่มีเพียงคนเดียวที่สะดุดตาเขาตั้งแต่แรกเห็น ผู้ชายร่างกายสมส่วน ใบหน้าหล่อคมแต่ก็แฝงไปด้วยความขี้เล่นที่มักจะเดินผ่านร้านนี้ทุก ๆ เช้า จนกลายเป็นว่าเขาไม่เคยละสายตายามที่ผู้ชายคนนี้เดินผ่านไปได้เลย รู้ตัวอีกทีก็กลายเป็นงานอดิเรกไปแล้วกับการนั่งมองอีกฝ่ายผ่านกระจกร้านที่มุมเดิม ๆ มุมนี้

อ่า... ยองแจก็ไม่ได้คิดว่าตัวเองโรคจิตหรอกนะ แต่ใครจะไปรู้เล่าว่าตัวเองจะรู้สึกดีกับคนที่ไม่เคยรู้จักกันแม้แต่ชื่อ เขาไม่เคยหวังว่าตัวเองจะได้รู้จักกับอีกฝ่ายแค่คิดว่าได้มองต่อไปแบบนี้มันก็ดีอยู่แล้วเท่านั้นเอง อย่างน้อยเขาก็ไม่ได้ไปทำเรื่องเดือดร้อนอะไรให้ซะหน่อยนี่

“เอาล่ะ ตัวเองก็ไปทำงานได้แล้ว ชเวยองแจ” บอกกับตัวเองเสียงเบาก่อนจะลุกขึ้นยืน กระชับสายสะพายกล้องที่คล้องคอไว้ ไม่ลืมที่จะบอกลาพี่จินยองก่อนเดินออกจากร้าน เท่านี้งานอดิเรกยามเช้าของเขาก็จบลงแล้ว...

- One day -

วันนี้ฝนตก...

โชคดีที่มันตกลงมาหลังจากที่ยองแจมาถึงที่ร้านแล้ว เพราะไม่ได้สนใจติดตามพยากรณ์อากาศสักเท่าไหร่เขาถึงไม่ค่อยจะรู้เรื่องสภาพอากาศ ซึ่งมันคงจะแย่มากถ้าหากกล้อง DSLR D750 ลูกรักที่กว่าจะเก็บเงินซื้อได้อย่างยากลำบากต้องมาเปียกฝนเข้า

ยองแจบอกเมนูกับเจ้าของร้านหน้าสวยเช่นเคย ชำระเงินด้วยบัตรเครดิตเหมือนทุก ๆ วันก่อนจะเดินไปยังโต๊ะประจำที่ยังคงว่างให้ร่างเล็กได้เข้าไปจับจอง ยิ่งพอฝนเริ่มตกหนักเข้าคนก็เริ่มหลบหลีกด้วยการเข้ามาเข้ามาในร้านจนตอนนี้คนแน่นกว่าทุกวัน พนักงานในร้านวุ่นวายขึ้นมาทันที

ตาเรียวรีเหลือบมองผ่านกระจกใสที่เริ่มมีละอองฝนเกาะด้านนอกร้าน ผู้คนที่พกร่มมายังคงเดินกันให้ขวักไขว่แต่คนที่มาตัวเปล่าอย่างเขาก็หาที่หลบกันจ้าละหวั่นจนเผลอนึกไปถึงคน ๆ นั้นเข้า

“อ่า... แล้วเขาจะพกร่มมาไหมนะ” ริมฝีปากบางเผลอพึมพำออกมา ก่อนจะยกแก้วลาเต้ที่ใครสักคนที่ไม่ใช่พี่จินยองยกมาเสิร์ฟขึ้นจิบ และเหมือนจะเอาแต่มองเพลินไปหน่อยเลยไม่ได้สนใจบรรยากาศในร้านว่าคนแน่นจนเก้าอี้แทบจะไม่มีที่ว่างแล้ว

“คือโต๊ะเต็มหมดแล้ว ไม่ทราบว่าคุณลูกค้าสามารถนั่งร่วมกับคนอื่นได้ไหมครับ”

“ครับ...”

“ขอโทษนะยองแจ ให้เขานั่งด้วยได้ไหม”

“...”

“ยองแจ... ยองแจ!

“ครับ?” ร่างเล็กสะดุ้งหลุดจากภวังค์ ใบหน้ากลมหันมามองตามแรงที่สะกิดไหล่ของตัวเองเบา ๆ พี่จินยองนั่นเอง...

“คือโต๊ะเต็มหมดแล้ว ให้ลูกค้าพี่นั่งร่วมโต๊ะด้วยอีกคนจะโอเคไหม”

“ได้สิครับ” ยองแจพยักหน้ารับด้วยรอยยิ้มก่อนจะขยับแก้วของตัวเองให้ชิดกระจกมากขึ้นจะได้ไม่ขวางคนอื่น ตาเรียวรีมองออกไปที่นอกหน้าต่างที่ฝนยังไม่มีท่าทีว่าจะซาลงเร็ว ๆ นี้อีกครั้ง เลยไม่ได้สังเกตคนที่ขยับเก้าอี้ตัวตรงข้ามเพื่อนั่งลง

วันนี้ไม่มาหรอกเหรอ...

นาฬิกาข้อมือถูกยกขึ้นเพื่ออ่านเวลาสลับกับมองด้านนอก ริมฝีปากบางบึ้งลงเล็กน้อยพร้อม ๆ กับเสียงพรูลมหายใจยาวที่ทำออกไปโดยไม่รู้ตัวซึ่งอยู่ในสายตาของผู้ร่วมโต๊ะคนใหม่ตลอดเวลา

“กำลังรอใครอยู่หรือเปล่าครับ” เสียงทุ้มแหบจากคนตรงข้ามทำให้ยองแจชะงัก ตั้งใจจะหันไปเพื่อปฏิเสธแต่แล้วลมหายใจก็ติดขัดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ

เข้าใจแล้วว่าทำไมวันนี้ถึงไม่เห็นคน ๆ นั้นที่นอกกระจก...

ไม่ใช่เพราะเขาไม่มา แต่เพราะมานั่งอยู่ตรงหน้าของเขาตัวเป็น ๆ เลยต่างหาก!!

“ตกลงรอใครอยู่รึเปล่าครับ เห็นมองนาฬิกาตลอดเลย” คนตรงหน้าถามอีกครั้งเมื่อไม่ได้รับคำตอบ ยองแจกลืนน้ำลายลงคออยากจะตอบกลับไป อยากจะทำตัวให้เป็นปกติแต่ก็ทำได้เพียงส่ายหน้าปฏิเสธหลุบนัยน์ตาเรียวลงต่ำก่อนจะยกแก้วลาเต้ร้อนขึ้นจิบ

“เหรอครับ นึกว่าผมจะมาแย่งที่ใครเข้าซะแล้ว” อีกฝ่ายหัวเราะออกมาเล็กน้อย

แต่ทำไมกันเขาถึงได้รู้สึกว่ามันดู... มีเสน่ห์

ถึงจะไม่กล้ามองหน้า แต่ทุกคำพูดทุกน้ำเสียงที่ได้ยินยองแจคิดว่าผู้ชายตรงหน้าต้องเป็นคนที่เข้ากับคนอื่นได้ง่าย ไม่ถือตัว ท่าทางขี้เล่นด้วยซ้ำ ที่สำคัญยังใจดีอีกต่างหาก... อ๊ะ เขาไม่ได้โมเมไปเองซะหน่อย ก็แค่เคยเห็นว่าคน ๆ นี้เคยช่วยคุณยายข้ามถนนผ่านกระจกร้านต่างหาก

จนกระทั่งแก้วเซรามิคเช่นเดียวกับเขาวางลงให้คนตรงข้าม ยองแจถึงได้ให้ความสนใจกับเครื่องดื่มที่ส่งกลิ่นหอมนั่นอีกครั้ง แล้วก็พบว่ามันคือชาเขียวร้อนที่ตัวเองค่อนข้างจะไม่ชอบ แต่ที่เขาสนใจก็เพราะว่าอีกฝ่ายเป็นคนดื่มน่ะสิ

แปลกดีเนอะ ทั้งที่ปกติแค่อยากจะมองเฉย ๆ แต่ตอนนี้กลับอยากรู้ตัวตนของผู้ชายคนนี้ให้มากขึ้น อยากรู้ว่าเขาชอบดื่มอะไร อายุเท่าไหร่ ชื่ออะไร แล้วก็... มีใครในใจรึยัง?

โอ๊ย ชเวยองแจ อย่าเป็นบ้าน่า...

เมื่อพบว่าตัวเองชักจะเกินเลยไปใหญ่มือเล็กเลยเลือกที่จะหยิบหนังสือเล่มเล็ก ๆ ที่พกติดกระเป๋าไว้อ่านแก้เบื่อ เขาไม่ชอบจมอยู่กับตัวหนังสือก็เลยเลือกที่จะพกหนังสือที่เน้นภาพเป็นส่วนใหญ่ แต่เอาจริง ๆ น่ะเหรอ สมาธิของยองแจตอนนี้น่ะไม่ได้จดจ่ออยู่กับของในมือแม้แต่น้อย แต่เป็นบุคคลตรงหน้าที่กำลังยกแก้วชาเขียวร้อนขึ้นจิบต่างหากล่ะ

ทุกอิริยาบถของคน ๆ นี้ทำไมถึงได้ทำให้เขาละสายตาไม่ได้เลยนะ...

“คุณครับ คุณ... คุณ”

“ครับ?” ยองแจกระพริบดวงตาเรียวปริบ ๆ หลุดจากห้วงความคิดที่สร้างขึ้นมาเองก่อนจะจ้องมองนัยน์ตาคมด้วยความสงสัย แต่อีกฝ่ายกลับยกยิ้มแถมยังหัวเราะเล็กน้อยจนสั่นคลอนไปทั้งใจ แถมยังชี้นิ้วมาที่หนังสือเขาอีก

“คุณนี่เก่งจังเลยนะครับ อ่านหนังสือกลับหัวก็ได้ด้วย”

“หะ... ห๊ะ?

ยองแจจ้องมองหนังสือในมืออีกครั้งแล้วก็พบว่ามันเป็นอย่างที่คนตรงข้ามพูดจริง ๆ แก้มกลม ๆ ทั้งสองข้างเห่อร้อนขึ้นมาอย่างเขินอายก่อนจะรีบกลับหัวหนังสือให้เป็นปกติ

“ผ... ผมแค่จะดูภาพมุมกลับน่ะครับ” ริมฝีปากบางคลี่ยิ้มแหยทั้งที่อยากจะยกมือขึ้นทึ้งหัวตัวเองสักทีกับข้อแก้ตัวบ้า ๆ ที่พูดไปจนทำให้คนตรงหน้าหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ผมไม่ค่อยรู้เรื่องภาพน่ะครับ คุณเก่งนะเนี่ย”

เมื่อไม่รู้จะพูดอะไรต่อ ยองแจก็ทำได้แค่เอ่ยขอบคุณเสียงแผ่ว คิดว่านั่งตรงนี้ต่อไปนาน ๆ คงไม่ดีต่อใจแน่ ๆ จึงตัดสินใจเก็บของใส่กระเป๋าเตรียมออกจากร้าน

“จะไปแล้วเหรอครับ ฝนยังตกอยู่เลยนะ” เสียงทุ้มแหบที่กระตุกใจทุกครั้งที่ได้ฟังทำให้ตาเรียวมองผ่านกระจกออกไปนอกร้าน สายฝนยังคงโปรยปรายอยู่ แต่เขาคิดว่าให้ออกไปเผชิญกับฝนยังดีกว่าต้องมานั่งให้ใจเต้นเป็นว่าเล่นแบบนี้ ไม่ใช่ว่าเขาไม่อยากอยู่ใกล้ผู้ชายคนนี้นาน ๆ นะ แต่กลัวว่าตัวเองจะแสดงท่าทางประหลาดไปมากกว่านี้ต่างหาก

“ผมต้องไปทำงานแล้วน่ะครับ”

“อ้าว แล้วตากฝนไปกล้องจะไม่เป็นไรเหรอครับ”

“อ่า... คือ”

แน่นอนว่าต้องเปียกแน่ ๆ ล่ะ และไม่มีทางที่เขาจะทำให้ลูกรักต้องมาเปียกเพียงเพราะโกหกว่าต้องไปทำงานหรอก หรือจะเสี่ยงวิ่งไปซื้อร่มที่ร้านสะดวกซื้อตรงหัวมุมของถนนดีนะ

ยังไม่ทันที่ยองแจจะคิดหาหนทางได้มากไปกว่านี้ ร่มสีใสก็ถูกยื่นมาตรงหน้าพร้อมกับรอยยิ้มบาง ๆ ของเจ้าของ

“เอานี่ไปก่อนก็ได้ครับ”

“แล้วคุณ...”

“วันนี้ผมมีงานตอนสายน่ะครับ”

“อ่า... แต่จะดีเหรอครับ” เจ้าของร่างเล็กยังคงไม่แน่ใจ แต่เมื่อเห็นว่ามือหนานั่นไม่ยอมชักกลับคืนก็เริ่มเกรงใจจนต้องรับมาถือไว้เอง

“เอาไปใช้เถอะครับ กล้องคุณท่าทางจะแพง”

“ขอบคุณนะครับ ยังไงผมจะเอามาคืนคุณนะ” ยองแจคลี่ยิ้มบาง ๆ ทั้ง ๆ ที่ก้อนเนื้อในอกมันเต้นโครมครามไปหมด เขาหันหลังเพื่อจะเดินออกจากร้าน ตาเรียวลอบมองผ่านหางตาก็พบว่าอีกฝ่ายยังคงมองเขาอยู่ วินาทีนั้นในสมองก็เหมือนสั่งให้ทำอะไรสักอย่าง

ยองแจหันขวับกลับมายังโต๊ะตัวโปรดอีกครั้ง ร่างกายยืนแข็งทื่อเพราะความประหม่า นัยน์ตาเรียวกรอกไปมา สูดหายใจเข้าปอดก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยขึ้น

“คุณ... ชื่ออะไรเหรอครับ”

ความเงียบทำให้รู้สึกประหม่าหนักขึ้นไปอีกแต่แล้วก็ถูกแทนที่ด้วยเสียงหัวเราะเบา ๆ จากอีกฝ่าย

“นึกว่าจะไม่ถามซะแล้ว... แจ็คสันครับ ชื่อของผมคือหวังแจ็คสัน

อยู่ ๆ แอร์ในร้านก็เหมือนจะไม่เย็นขึ้นมากะทันหัน เพราะมันทำให้เขาร้อนไปทั้งหน้า โชคดีที่เสียงจอแจภายในร้านมันยังช่วยกลบเสียงหัวใจได้

“ยินดีที่ได้รู้จักสักทีนะครับยองแจ”

“อ... เอ๊ะ คุณรู้จักชื่อผม” ไม่ทันจะให้ยองแจได้งงไปมากกว่านั้น คนที่แนะนำตัวว่าชื่อแจ็คสันก็ชี้ไปที่ป้ายชื่อตัวเล็ก ๆ ที่กลัดติดไปที่อกเสื้อของเขา

แต่เมื่อกี้อีกฝ่ายพูดว่า ยินดีที่ได้รู้จักสักที ใช่ไหมนะ คำว่าสักทีมันใช้กับคนที่เจอหน้ากันมามากกว่าหนึ่งครั้งไม่ใช่หรอกเหรอ

หากแต่ไม่ได้ถามอะไรไปมากกว่านั้น ยองแจก็ทำได้แค่คลี่ยิ้มตอบก่อนจะเอ่ยลาเพราะเริ่มรู้สึกว่าถ้ายังยืนอยู่ตรงนี้ต่อไป อาจจะวูบเพราะเลือดสูบฉีดมากเกินไปก็เป็นได้

ตาเรียวจ้องมองร่มในมือแล้วก็หุบยิ้มไม่ได้ ราวกับว่าอะไรบางอย่างที่มองไม่เห็นมันกำลังก่อตัวขึ้นมาช้า ๆ และเขาคิดว่ามันเป็นจุดเริ่มต้นที่ดีเลยล่ะ

- One day -

ผ่านไปเกือบอาทิตย์ ยองแจก็ยังคงนั่งอยู่ที่ร้านประจำทุกเช้า มีแต่บางสิ่งที่เปลี่ยนไปคือไม่ใช่แค่การแอบมองอยู่ฝ่ายเดียว แต่หลังจากวันที่ฝนตกวันนั้นไม่ว่าจะกี่ครั้งที่คุณแจ็คสันจะเดินผ่านร้านก็มักจะมองมาทางเขาด้วยรอยยิ้มอยู่เสมอและมันก็มักจะทำให้เขาแทบจะกลายเป็นคนบ้าที่นั่งมองแก้วลาเต้ไปยิ้มไป

วันนี้ก็เป็นอีกวันกับกิจวัตรอย่างเดิม หากแต่วันนี้เขากลับตื่นสายกว่าปกติจากการทำงานโต้รุ่งเมื่อคืนทำให้การมาที่ร้านนี้มันช้ากว่าทุกวัน ขนาดพี่จินยองยังแปลกใจ และก็น่าเสียดายที่โต๊ะตัวโปรดถูกลูกค้าคนอื่นจับจองไปแล้วยองแจจึงต้องเลือกโต๊ะตัวใหม่ที่อยู่ด้านในของร้าน แต่ก็ยังมองกระจกได้พอประมาณ

บรรยากาศวันนี้อากาศไม่ค่อยสดใสเหมือนฝนจะตกแต่ก็ไม่ได้ตก แค่ไม่มีแสงแดดให้ร้อนผิวเล่นก็เท่านั้น แต่ผู้คนข้างนอกร้านค่อนข้างจะบางตาเพราะคงจะเข้าทำงานกันหมดแล้ว รวมถึงคุณแจ็คสันด้วยล่ะมั้ง

หลังจากเช็คงานที่ทำไว้เมื่อคืนไปพลาง ๆ เพราะเดี๋ยวต้องไปพบลูกค้าอยู่ ๆ ก็นึกอยากจะมองกระจกร้านขึ้นมา และนั่นเหมือนจะเป็นความคิดที่ผิดไปหน่อยเพราะนัยน์ตาเรียวทันเห็นร่างหนาที่คุ้นเคยกำลังเดินผ่านร้านไปพอดี ถ้าเป็นปกติชเวยองแจคงดีใจจนเผลอยิ้มไปแล้ว แต่ครั้งนี้ข้างกายกลับมีหญิงสาวน่ารักเดินมาด้วย เรียวแขนขาวกอดแขนหนาไว้แนบแน่น ท่าทางสนิทสนม และเขาไม่ปฏิเสธว่ามันดู... เหมาะสม

วินาทีนั้นราวกับภาพตรงหน้ากำลังสโลว์โมชั่นผ่านไปอย่างเชื่องช้าจนต้องเป็นฝ่ายละสายตากลับมามองที่แฟ้มรูปถ่ายของตัวเอง

“ไม่เอาน่ายองแจ อย่าคิดไปเองสิ” ใบหน้ากลมสะบัดไปมาเล็กน้อยพอเรียกสติกลับมา

ก็ไม่ได้หวังอะไรมาตั้งแต่แรกแล้ว ทำไมจะต้องรู้สึกผิดหวังด้วยล่ะ

แค่อาจเผอเรอไปหน่อยกับความสัมพันธ์แปลก ๆ ที่ผ่านมาแต่ไม่ได้หมายความว่าจะคิดเป็นเรื่องจริงจังได้ซะหน่อย มันเป็นไปไม่ได้หรอก ยังไง... ก็เป็นได้แค่คนเพี้ยนที่ชอบแอบมองเขาไปอย่างนั้นแหละ

แต่บางครั้งการที่มองอยู่ห่าง ๆ เก็บภาพตรงหน้าด้วยสายตาของตัวเอง อาจจะมีความสุขกว่าการได้จับต้องก็ได้ ใครจะไปรู้ ความหวังน่ะมันไม่มีตั้งแต่แรกอยู่แล้ว

- One day -

เพราะอยู่ตัวคนเดียวยองแจเลยอาศัยอยู่ที่อพาร์ทเม้นท์เล็ก ๆ ไม่ได้ใหญ่มากถึงแม้จะได้รับเงินเดือนพอสมควรแต่ส่วนใหญ่ก็จะแบ่งส่งไปให้แม่ที่อยู่ต่างจังหวัดเสียส่วนใหญ่ เหลือไว้แค่ใช้จ่ายบางเรื่องกับค่ากาแฟตอนเช้าก็พอแล้ว

พูดถึงกาแฟ นี่ก็เกือบสองสัปดาห์แล้วที่ยองแจไม่ได้แวะเข้าไปที่ร้านของพี่จินยองจึงต้องอาศัยกาแฟในร้านสะดวกซื้อที่รสชาติไม่เอาไหนดื่มไปพลาง ๆ ตอนแรกก็เป็นเพราะว่างานยุ่งจึงไม่มีเวลาไป แต่พอไม่มีงานก็บอกตัวเองว่าแค่อยากนอนพักผ่อน ขี้คร้านจะออกไปตากลมข้างนอก 

แต่สุดท้ายก็พบว่าเขาหลอกตัวเอง ยองแจก็แค่ไม่อยากเจอใครบางคนในช่วงนี้ก็เท่านั้นแหละ

“คุณยองแจ... คุณยองแจครับ!

เสียงทุ้มแหบที่เหมือนจะจำได้ขึ้นใจทำให้สองขาชะงักหยุดเดินเพื่อหันไปมองคนที่เรียกชื่อของตัวเองซะลั่นจนทะลุหูฟังที่เปิดเพลงแนวบัลลาดที่ชอบฟัง แล้วก็เป็นอย่างที่คิดเมื่อคนที่กำลังเดินเข้ามาหาเขาคือหวังแจ็คสัน!

นัยน์ตาเรียวรีเบิกกว้างอย่างตกใจก่อนจะแปรเปลี่ยนเป็นกระพริบถี่อย่างทำตัวไม่ถูก เขาไม่เคยเจอกับอีกฝ่ายนอกจากที่ร้านของพี่จินยองเลยสักครั้ง นั่นทำให้ข้อมือบางยกขึ้นเล็กน้อยเพื่อดูนาฬิกาก็พบว่าเขาก็ออกมาเวลาปกตินี่นา วันนี้ไม่ได้สายซะหน่อย แถมยังเช้ากว่าทุกครั้งด้วย เวลาแบบนี้ไม่น่าจะเจอคน ๆ นี้สักหน่อย

“วันนี้ไปทำงานเช้าจังเลยนะครับ” ยิ้มบาง ๆ ตอบเป็นมารยาท แม้จะรู้สึกแปลก ๆ ยามที่นึกถึงร่างหนาที่มีหญิงสาวน่ารักเคียงข้างในครั้งก่อน

เฮ้อ... จะคิดให้ปวดหัวทำไมล่ะยองแจเอ๊ย ใครจะเป็นแฟนกับใครก็ช่างเขาสิ!

“ผมมารอคุณต่างหาก” แจ็คสันตอบกลับ พอเห็นสีหน้างงงวยของยองแจก็ถอนหายใจยาว

“คุณไม่ได้ไปนั่งที่ร้านหลายวันแล้วนะ ยังไงวันนี้ถ้าคุณไม่รังเกียจให้ผมเลี้ยงอะไรร้อน ๆ สักแก้วนะ”

ยองแจอยากจะปฏิเสธเพราะมันอึดอัดไปทั้งใจ แต่พอเห็นนัยน์ตาคมที่จ้องมองมาอย่างมีความหวัง ก็ทำได้แค่พยักหน้ารับเชื่องช้าราวกับถูกสะกดจิต

- One day -

กลิ่นหอมของกาแฟภายในร้านที่ยองแจไม่ได้เข้ามาเกือบสองสัปดาห์ทำให้รู้สึกผ่อนคลายเล็กน้อย โดยเฉพาะแก้วลาเต้ร้อนที่เขาไม่ได้สั่งด้วยซ้ำ แต่เหมือนคุณแจ็คสันจะรู้ดีเกินไปเพราะพอเข้ามาถึงก็เดินไปสั่งให้ทันที

มือเล็กกอบกุมแก้วเซรามิคไว้ไม่ยอมปล่อยเพราะรู้สึกประหม่าแปลก ๆ ที่ต้องมานั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายแบบนี้ ครั้งล่าสุดก็ตอนที่ฝนตกนั่นแหละ แต่ตอนนั้นยังมีคนอยู่เต็มร้านกว่าตอนนี้นี่นา

“คุณยองแจโกรธอะไรผมหรือเปล่า” เสียงทุ้มแหบเอ่ยทำลายความเงียบทำให้ยองแจหลุดจากภวังค์ความคิดของตัวเองแล้วจ้องมองใบหน้าหล่อเข้มกลับอย่างไม่เข้าใจนัก

“ทำไมผมต้องโกรธอะไรคุณด้วยล่ะ”

ถึงจะพูดไปอย่างนั้น แต่ก็ยอมรับว่ามันเป็นอย่างนั้นจริง ๆ เขาไม่ได้มาอุดหนุนพี่จินยองหลายวันแล้ว แค่คิดว่ามันอึดอัดที่ต้องเห็นภาพนั้นอีกครั้งเท่านั้นเอง

“มันเหมือนคุณกำลังหลบหน้าผมน่ะสิ ขนาดผมมองตาคุณตอนนี้ยังรู้สึกว่าคุณกำลังสับสนอยู่เลย”

เดี๋ยวนะ ยองแจไม่เห็นจะเข้าใจว่าการที่เขาไม่เข้าไปนั่งจิบลาเต้ร้อนที่ร้านมันเกี่ยวอะไรกับคนที่เคยคุยกันไม่กี่ประโยคแค่ครั้งเดียวด้วย แล้วเอาอะไรมาพูดว่าเขากำลังหลบหน้า มันใช่เหรอ!?

 “อ่า... เหมือนคุณจะเข้าใจผิดไปเยอะเลย ผมจะไปหลบหน้าคุณทำไมล่ะ”

“นั่นน่ะสินะ แต่ผมรู้สึกแปลก ๆ ตอนผ่านหน้าร้านแล้วไม่เห็นคุณนั่งอยู่ รู้สึกเหมือนตัวเองทำอะไรผิดไปเลย” แจ็คสันหัวเราะในลำคอก่อนจะยกชาเขียวร้อนขึ้นจิบ แต่ยองแจน่ะอึ้งไปแล้ว ก็ไม่คิดว่าอีกฝ่ายจะมองหาตัวเองนี่

แล้วดูแต่ละประโยคที่พูดออกมาสิ ทำอย่างกับว่ารู้จักกันมานานอย่างนั้นแหละ...ก็ใช่ที่เขามองแจ็คสันมาเป็นปี แต่นั่นก็ไม่นับว่ารู้จักกันใช่ไหมล่ะ ไม่นับเรื่องร่มที่เขาเอาไปคืนทันทีที่เห็นอีกฝ่ายผ่านหน้าร้านของวันถัดมา

“อะไรของเขา ไม่ได้เป็นอะไรกันสักหน่อย” พอคิดอะไรเพลิน ๆ ก็เผลอพูดไปตามความคิดจนต้องยกมือขึ้นปิดปากอย่างตกใจ มือหนาของคนตรงหน้าวางแก้วชาเขียวร้อนลงอย่างสนใจก่อนจะยกยิ้มเล็กน้อย

“ก็ถูก เราควรจะเป็นอะไรกันก่อน”

กึก...

กลายเป็นยองแจที่ชะงักไปยามที่ได้ยินประโยคกำกวมและได้มองนัยน์ตาคมที่จ้องมองมาที่เขาเหมือนกันจนรู้สึกว่าเลือดกำลังมารวมกันอยู่ที่แก้มทั้งสองข้างอีกแล้ว

“ห๊ะ? พูดอะไรออกมาน่ะคุณ”

“ไม่ใช่ว่าคุณมองผมมาตลอดหรอกเหรอคุณยองแจ”

“...!!” คราวนี้นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างขึ้นมา ราวกับว่าอีกฝ่ายกำลังจะสื่อว่ารู้ตัวมาตลอดที่เขาคอยมอง ยองแจเริ่มคิดได้ว่าผู้ชายคนนี้อันตรายกว่าที่เห็นซะแล้ว

“วันพุธที่แล้วเป็นครั้งแรกที่ผมไม่เห็นคุณนั่งอยู่ตรงนี้ ไม่รู้ทำไมแต่ผมรู้สึกเหมือนขาดอะไรไปสักอย่าง แถมยังกังวลไปเรื่อยว่าคุณจะป่วยหรือเป็นอะไรไปรึเปล่าด้วย แปลกดีเนอะคุณยองแจว่าไหม”

“ก็ดูคุณก็มีความสุขกับแฟนดีนี่ครับ” พอพูดจบ ยองแจก็อยากจะยกมือขึ้นตีปากตัวเองแรง ๆ สักทีที่ดันเผลอพูดอะไรออกไปตามใจตัวเองอีกแล้ว ทำอย่างกับว่างอนเขาอยู่อย่างนั้นแหละ โอ๊ย เป็นบ้าไปแล้วจริง ๆ

“คือผมหมายถึงว่า...”

“อ่า... นี่เป็นสาเหตุที่ทำให้คุณหลบหน้าผมสินะ” ยังไม่ทันที่ยองแจจะสามารถหาข้อแก้ตัวให้ตัวเองได้ มือหนาของคนตรงหน้าก็เท้าลงกับโต๊ะใช้ฝ่ามือประสานกันเพื่อรองใต้คาง ริมฝีปากหยักอมยิ้มยามที่จ้องมองเขา

ยองแจรู้สึกอย่างกับว่าตัวเองกำลังทำความผิดแล้วถูกจับได้ซะอย่างนั้น!

“เอ่อ... ผมว่ามันอาจจะเป็นเรื่องเข้าใจผิด”

“แต่ทำไมผมถึงคิดว่าเข้าใจถูกแล้วกันนะ”

“คุณแจ็คสัน...”

เอาตรง ๆ เลยนะ ตอนนี้ยองแจไม่เข้าใจแม้แต่นิดเดียวว่าผู้ชายคนนี้กำลังต้องการอะไรจากเขากันแน่ ไอ้ท่าทางที่เหมือนรู้ทันเขาไปซะทุกเรื่อง นัยน์ตาคมที่จ้องมองมาอย่างกับมองออกอย่างทะลุปรุโปร่งมันหมายความว่ายังไง น่าอึดอัดใจชะมัดยาด

จะกี่ครั้งก็ไม่ชินเลยกับการที่ต้องมานั่งแข็งทื่อเป็นรูปปั้นให้คนที่แอบมองมาร่วมปีเป็นฝ่ายมาจ้องแทนเนี่ย!

“วันนี้ไม่รีบไปทำงานเหรอครับ”

ยองแจไม่รู้หรอกว่าคุณแจ็คสันทำงานอะไร แต่ดูจากการแต่งตัวก็ขอเดาไว้ก่อนว่าคงจะเป็นพนักงานเงินเดือนของบริษัทที่ไหนสักแห่งแถว ๆ นี้ เพราะอีกฝ่ายมักจะสวมเสื้อเชิ้ตสีขาวหรือไม่ก็ดำบางวันก็ใส่เนกไทแต่บางวันก็ไม่ได้ใส่ ลำแขนแข็งแรงพาดไปด้วยเสื้อสูทที่ไม่แน่ใจว่าราคาเท่าไหร่เพราะนาน ๆ ทียองแจถึงจะได้ใส่สูท นั่นก็เพราะเอาแต่ทำงานอยู่ในสตูดิโอนั่นแหละ

“ไม่รีบครับ วันนี้ผมมีเวลาเหลือเฟือเลย”

“อ่า... แต่ผมก็ต้องไปทำงานเหมือนกันนะครับ” แน่นอนว่าเขาโกหก

อาชีพช่างภาพไม่จำเป็นต้องรีบเข้าสตูดิโอหรอกถ้าไม่มีงานเร่งด่วนหรือต้องสรุปแฟ้มภาพเพื่อเสนอลูกค้า บางวันยองแจไม่เข้าสตูดิโอด้วยซ้ำถ้าไม่ได้รับโทรศัพท์จากหัวหน้างาน

“คุณยองแจเป็นช่างภาพสินะ”

“ครับ”

“ถ่ายงานแบบไหนเหรอครับ” บทสัมภาษณ์สั้น ๆ กะทันหันทำให้คนตัวเล็กกว่างงนิดหน่อยแต่ก็เอ่ยตอบอยู่ดี

“ก็ถ่ายบุคคลทั่วไปนะครับ”

“อ้อ ผมนึกว่าจะถ่ายวิวทิวทัศน์อะไรพวกนี้ซะอีก” แจ็คสันพยักหน้ารับก่อนจะยกแก้วชาเขียวขึ้นจิบ

“น่าอิจฉาจังนะครับ”

“หือ? อิจฉางานของผมเหรอครับ”

หรือคุณแจ็คสันจะสนใจเรื่องถ่ายภาพด้วยนะ เขาจะได้บันทึกลงในเมมโมรี่ตัวเองไว้

ทว่า ใบหน้าหล่อที่เต็มไปด้วยความทะเล้นกลับส่ายไปมาแถมยังหัวเราะในลำคอนิด ๆ ด้วย

“อิจฉานางแบบกับนายแบบที่คุณถ่ายต่างหากล่ะ ก็คุณใช้สายตาคู่นี้จ้องมองพวกเขาผ่านเลนส์นี่นะ”

ฉ่าาาาาาาาา

อย่าเข้าใจผิดครับ ฝนไม่ได้ตกลงมาอีกหรอก แต่ตอนนี้เหมือนมีใครสาดน้ำร้อนมาโดนหน้าของเขาต่างหาก และยองแจก็คิดว่าตอนนี้แก้มทั้งสองข้างนี่ต้องแดงมากแน่ ๆ น่าอายสุด ๆ ไปเลย!

“ง... งั้นผมขอตัวไปทำงานก่อนดีกว่า ขอบคุณที่เลี้ยงนะครับ” ยองแจคงจะวิ่งออกนอกร้านไปให้เร็วที่สุดแล้วถ้าไม่ติดว่าเสียงทุ้มแหบนั่นเรียกชื่อเขาไว้ซะก่อน

พออยู่ต่อหน้าผู้ชายคนนี้ เขารู้สึกเหมือนตัวเองเด็กลงไปสิบปีเลยแฮะ ไม่สมกับเป็นผู้ใหญ่อายุยี่สิบห้าแม้แต่น้อย

“คือวันอังคารคุณพอจะมีเวลาว่างไหมครับ”

“วันอังคาร เอ่อ... ผมไม่แน่ใจ แต่ถ้าเป็นหลังห้าโมงเย็นก็ว่างอยู่ครับ”

“งั้นดีเลย ลองไปเดทกันดูไหมครับ”

“แค่ก ๆ!!

เคยสำลักอากาศกะทันหันไหมครับ

ชเวยองแจกำลังเป็นอยู่ แถมยังไอซะหน้าดำหน้าแดงจนคนที่เป็นต้นเหตุส่งสายตามาอย่างเป็นห่วง

“เป็นอะไรไหมครับคุณยองแจ”

“ไม่ครับ... แค่ก ๆ อย่ามาล้อผมเล่นแบบนี้สิ” ... ถ้าหัวใจผมวายตายขึ้นมาจะทำยังไง

“ล้อเล่นเหรอ ผมพูดเรื่องจริงนะ” ดูสิ ไอ้ที่ตอบกลับมาหน้าตาเฉยนี่มันหมายความว่ายังไง

ยองแจชักจะไม่แน่ใจแล้วว่าคนคนนี้นิสัยยังไงกันแน่!

“หะ... ตะ แต่ คุณกับผมยังไม่รู้จักกันเลยนะ”

“ผมชื่อหวังแจ็คสันครับ เป็นคนฮ่องกง อายุยี่สิบแปดปี ชอบดื่มชาเขียว สถานะโสดสนิท...”

“ด... เดี๋ยวสิครับ! ผมไม่ได้หมายถึงแบบนี้สักหน่อย” ช่างภาพตัวเล็กร้องห้าม ก่อนที่ผู้ชายตรงหน้าจะแนะนำตัวเลยไปถึงพ่อแม่พี่น้องเข้า

“ถ้ารู้จักผมแล้ว งั้นก็ตกลงนะครับ”

มัดมือชกกันชัด ๆ ... ตอนนี้เขาคิดคำอื่นไม่ออกนอกจากคำนี้เลย

“แบบนี้มันจะไม่แปลกไปหน่อยเหรอครับ”

ยองแจจำได้ว่าก่อนหน้านี้เขายังนอยด์เรื่องที่อีกฝ่ายมีแฟนอยู่เลย เขาถูกชวนให้มาที่นี่ด้วยความไม่เต็มใจด้วยซ้ำ แล้วทำไมเหตุการณ์มันตาลปัตรไปได้ขนาดนี้ล่ะ!!

“ไม่แปลกหรอกครับ เรื่องที่คุณคอยมองผมก็ด้วย”

“อ่า เรื่องนั้น คือ...” ไม่ทันจะได้อ้าปากเถียง ชเวยองแจก็กลายร่างเป็นปลาขาดน้ำไปอีกครั้งเมื่อได้ยินประโยคถัดไปที่แทบจะทำให้อยากระเบิดตัวเองให้หายไปจากตรงนี้เสียดื้อ ๆ

เพราะผมเองก็มองคุณมาตลอดเหมือนกัน

เห็นไหมล่ะ เรื่องแบบนี้มันเรื่องตลกชัดเลย!

- One day -

เป็นเรื่องธรรมดาที่ในหนึ่งวันจะถูกมองด้วยสายตาหลาย ๆ ความรู้สึกจากผู้คนรอบตัว

คุณคิดว่าในวัน ๆ หนึ่งคุณจะสามารถรู้สึกตัวตอนที่ถูกนัยน์ตาคู่หนึ่งจับจ้องได้หรือไม่?

แล้วถ้าเปลี่ยนจากหนึ่งวัน เป็นหนึ่งเดือน สองเดือนหรือหนึ่งปีล่ะ?

สำหรับ หวังแจ็คสัน จากคนแปลกหน้าที่เพียงแค่ได้เห็นหน้ากันวันละเพียงแค่ไม่กี่วินาที แต่กลับกลายเป็นความเคยชินไปซะแล้วยามเมื่อถูกจ้องมอง คุณคิดว่ามันแปลกใช่ไหม...

เขาก็คิดว่ามันแปลกเช่นกัน

แปลก... ที่อยากให้นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องที่เขาคนเดียวตลอดไป

- One day -

“เฮ้ย ยองแจ นี่ทำงานเสร็จแล้วเหรอวะ” เสียงของเพื่อนร่วมงานตัวโตอย่างคิมยูคยอมร้องออกมาอย่างแปลกใจที่วันนี้ยองแจส่งแฟ้มงานอย่างรวดเร็ว ทั้ง ๆ ที่ปกติจะทำตัวเอื่อยเฉื่อยรอจนเวลาเลิกงานแถมยังบอกอีกว่า

จะรีบกลับไปทำไมล่ะ ฉันไม่ได้มีลูกเมียรออยู่ที่บ้านซะหน่อย

แต่วันนี้เจ้าตัวกลับส่งงานก่อนใครเพื่อนแถมยังเอาแต่มองนาฬิการาวกับว่ากำลังมีนัดอย่างนั้นแหละ

“วันนี้ฉันอารมณ์ดี งานเลยเร็ว”

“อารมณ์ดี? ไม่ใช่ว่านัดสาวที่ไหนไว้หรอกเหรอ” ยองแจลอบถอนหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนจะขยับปากเป็น สอใส่เกือก ให้เพื่อนที่กำลังยักคิ้วหลิ่วตาอย่างล้อเลียน

“วันนี้วันไวท์เดย์นะครับชเวยองแจ จะออกไปให้ช็อกโกแลตสาวที่ไหนก็บอกมา”

“เรื่องของฉันมันน่าสนใจกว่างานตรงหน้ามากเลยงั้นสิ”

“ใช่!” คำตอบที่หนักแน่นของเพื่อนตัวโตทำให้ยองแจกรอกนัยน์ตาเรียวอย่างระอา แต่ถึงอย่างนั้นก็ไม่ได้สนใจไปมากกว่าการเก็บของบนโต๊ะทำงานให้เข้าที่ มือเล็กหยิบกล้องประจำตัวสะพายก่อนจะบอกมือลายูคยอมที่ยังคงทำหน้าอยากรู้อยากเห็น

“ตั้งใจทำงานล่ะ”

“เออ! ทำเป็นเมิน เดี๋ยวพรุ่งนี้จะสอบสวนให้ยับเลยคอยดู”

ยองแจยักไหล่ใส่อย่างไม่สนใจก่อนจะเดินออกจากสตูดิโอไปทั้งอย่างนั้น ตอนนี้สี่โมงครึ่งแล้วเขานัดกับคุณแจ็คสันไว้ห้าโมงที่ปกติจะเป็นเวลาเลิกงานของเขา หลังจากที่ยังงงไม่หายจากเหตุการณ์ครั้งนั้นแถมยังแลกเบอร์กันแบบมึน ๆ อีก แต่ก็เพราะว่ามีนัดนั่นแหละเขาถึงต้องเร่งมือทำงานจนคนอื่นสงสัยกันไปหมด

ยิ่งไปกว่านั้นยองแจเองก็เพิ่งจะรู้ว่าวันนี้มันคือวันไวท์เดย์นี่แหละ!

วันไวท์เดย์ที่คึกคักไม่ต่างจากวันวาเลนไทน์สักเท่าไหร่ ส่วนใหญ่จะมีแต่เด็กวัยรุ่นที่มาเดินเลือกซื้อของ บ้างก็ควงแฟนมาด้วย แต่ไม่รู้เหมือนกันว่าทำไมอาจเป็นเพราะเลยวัยนั้นมาหลายปีแล้วยองแจถึงได้ไม่รู้สึกตื่นเต้นกับเรื่องพวกนี้

ใช่ เขาไม่ได้ตื่นเต้นที่มันเป็นวันแห่งความรักอีกวันหรอก แต่ที่มือเย็นเฉียบอยู่ตอนนี้มันเป็นเพราะคนที่นัดเขามาต่างหาก!

ที่อีกฝ่ายนัดมาวันนี้ก็คงจะว่างวันนี้ล่ะมั้ง ไม่มีอะไรหรอกน่า...

เพราะผมเองก็มองคุณมาตลอดเหมือนกัน

ประโยคในวันนั้นยังมีผลต่ออัตราการเต้นของหัวใจดวงน้อย ๆ ทุกครั้งที่มันผุดเข้ามาในหัว และเลือดก็มักจะสามัคคีกันมารวมอยู่ที่แก้มกลม ๆ จนมันร้อนไปหมด

คิดไปคิดมาก็น่าหงุดหงิดอยู่เหมือนกันเพราะนอกจากพูดประโยคนั้นออกมาแล้วอีกฝ่ายก็ไม่ได้อธิบายอะไรไปมากกว่านั้นอีก ปล่อยให้เขายืนงงอยู่กลางร้านกาแฟ

“นี่ตกลงเราโง่เองหรือเขาไม่เคลียร์วะ...” เผลอพึมพำอีกครั้งจนลืมมองรอบ ๆ ตัว ไม่ได้สังเกตเห็นร่างหนาที่เดินมาตรงหน้าแถมยังแอบได้ยินริมฝีปากบางที่เอาแต่พึมพำไม่หยุดจนต้องลอบยิ้มออกมา

“ใครโง่เหรอครับ”

“ผมเองครับ... เอ๊ย! คุณแจ็คสัน” ร่างเล็กสะดุ้งเฮือกจนเซไปด้านหลังเกือบชนกับผู้คนที่กำลังเดินผ่านไป โชคดีที่มือหนารั้งเขาไว้ได้ทันแต่เหมือนจะออกแรงมากไปหน่อยจนกลายเป็นว่ายองแจกำลังอยู่ในอ้อมกอดแข็งแรงนี่แบบไม่ทันตั้งตัว

“ระวังหน่อยสิครับ เกือบไปแล้ว”

เอ่อ... เริ่มไม่แน่ใจแล้วว่าโชคดีจริงหรือเปล่า

เสียงทุ้มแหบเป็นเอกลักษณ์ที่กระซิบแทบจะชิดกับใบหูของเขามันทำให้ร้อนวูบไปทั้งหน้า อาจเป็นเพราะยองแจเป็นผู้ชายที่ไม่ได้ตัวเล็กถึงขนาดจะฝังไปในอกแกร่งนั่น คางก็เลยเกยอยู่บนไหล่หนาเหมือนยืนกอดกันอยู่ มันใกล้ชิดเกินจนสำนึกได้ว่า แบบนี้มันไม่ดีต่อหัวใจของเขาเลยนะ!!

พลั่ก!

เมื่อตั้งสติได้ก็ผละตัวออกมาทันที ถึงได้เห็นใบหน้าที่กำลังอมยิ้มทะเล้นอยู่

“ก็คุณแจ็คสันทำไมถึงมาไม่ให้สุ้มให้เสียงล่ะครับ ผมก็ตกใจน่ะสิ”

“ฮะ ๆ ขอโทษครับ ผมเห็นคุณยองแจยืนพึมพำอะไรอยู่ก็เลยถามน่ะ ไม่คิดว่าจะทำให้ตกใจ”

ขอโทษทั้ง ๆ ที่เอาแต่ยิ้มเหมือนเป็นเรื่องน่าขันยองแจก็เพิ่งจะเคยเห็นนี่แหละ ที่น่าแปลกก็คือมันทำให้เขาไม่ได้ไม่พอใจอะไร ซึ่งบอกตามตรงว่าถ้าเป็นคิมยูคยอมป่านนี้อาจจะปากแตกไปแล้วก็ได้

“ช่างมันเถอะครับ ผมเองก็เอาแต่เหม่อ ว่าแต่นัดผมมามีอะไรรึเปล่าครับ”

“อืม... ก่อนอื่นเราเลิกพูดเป็นทางการจะดีกว่าไหม”

“ครับ?

“ใช้คุณผมมันแปลก ๆ ขอแทนตัวเองว่าพี่ได้รึเปล่า”

“อ... เอาสิครับ”  ใบหน้ากลมพยักหงึกหงักไปตามน้ำ บทจะสนิทกันก็ง่ายดายขนาดนี้เชียวเหรอคนเรา

“นั้นนายก็ต้องเรียกว่าพี่ด้วยนะ”

“ครับ เอ่อ... พี่แจ็คสัน” ยองแจเอ่ยเรียกเสียงเบา อะไรแบบนี้ไม่ดีต่อหัวใจของเขาเท่าไหร่เลย

“แล้วตกลงวันนี้...”

“อยากกินช็อกโกแลตไหม?” ยังไม่ทันจะถามจบคนตรงหน้าก็ขัดขึ้นแถมยังล้วงกระเป๋าเสื้อหยิบช็อกโกแลตออกมาจำนวนหนึ่ง เห็นอย่างนั้นก็อดถามไม่ได้

“สาวให้มาเหรอครับ?

“วันไวท์เดย์สาว ๆ ไม่ซื้อให้หรอก พี่ซื้อมาเองเห็นมันลดราคาน่ะ เอาไปสิ”

“คือ ของหวาน...”

“พี่ซื้อแบบหวานน้อยมา เห็นนายชอบดื่มลาเต้ก็เลยคิดว่าคงจะไม่ชอบหวานเท่าไหร่” ช็อกโกแลตถูกยัดใส่มือเล็กจนยองแจเผลอคลี่ยิ้มออกมา

เพราะมันเหมือนกำลังถูกใส่ใจอยู่เลยน่ะสิ!

“อื้ม อร่อยแฮะ เทศกาลอย่างนี้ก็ดีเหมือนกัน ถึงจะไม่ได้ฟรีแต่ก็ซื้อถูกแหละ” เสียงเคี้ยวไปพูดไปเหมือนเด็ก ๆ ซะจริง นี่ก็เป็นครั้งแรกที่ยองแจได้เห็นผู้ชายคนนี้ในรูปแบบนี้ แตกต่างจากตอนที่อยู่ที่ร้านพี่จินยองไปอีกแบบ

ไม่ใช่แค่หน้าตาที่ทำให้ชอบตั้งแต่แรกเห็น แต่ยิ่งเห็นตัวตน ก็ยิ่งชอบ...

“ปกติทำตัวเป็นเด็กอย่างนี้ตลอดเลยเหรอครับ” คนถูกถามชะงักก่อนจะหันมามองใบหน้ากลมที่เหมือนซาลาเปา ริมฝีปากหยักก็คลี่ยิ้มออกมาอย่างอัตโนมัติ

“ก็ไม่ได้ทำตลอดหรอก  ทำกับคนที่สนิทมาก ๆ แค่นั้นเอง”

“แล้วทำแบบนี้ต่อหน้าผมจะไม่เป็นไรเหรอครับ” ยองแจถามกลับ ที่จริงอยากจะถามว่า งั้นแปลว่าเราสองคนสนิทกันเหรอ? แต่ไม่ดีกว่า มันคงจะดูแปลก ๆ

แถมพอเขาถามไปอย่างนั้น พี่แจ็คสันก็หัวเราะออกมาซะงั้น

ถึงจะแปลกใจแต่ก็ยอมรับเลยว่าเป็นภาพที่อยากจะหยิบกล้องถ่ายรูปที่สะพายอยู่ออกมาถ่ายซะจริง ๆ ผู้ชายคนนี้เหมาะกับรอยยิ้มและเสียงหัวเราะมากเกินไปแล้วนะ

“นี่ยองแจ ยังไม่เข้าใจอีกเหรอ”

“ครับ?

“นี่นึกว่าจะเข้าใจแล้วซะอีก รู้ไหมว่าวันนี้วันอะไร” ร่างหนาหยุดเดินแต่เลือกที่จะขยับใบหน้าเข้าใกล้คนตัวเล็กแทน พวงแก้มสีแดงทำให้เขาอยากจะยิ้มออกมาแต่ก็กลั้นเอาไว้

“วันอังคาร... เอ่อ วันไวท์เดย์ด้วยครับ” ยองแจตอบกลับเสียงเบาเพราะความต้านทานต่ำจริง ๆ กับการใกล้ชิดผู้ชายคนนี้ แค่มองห่าง ๆ ใจก็เต้นหนักแล้วตอนนี้ล่ะ จะให้หัวใจวายตายไปเลยไหม?!

“อื้อ มันเป็นวันตอบแทนความรักนะ ยองแจชอบพี่ไม่ใช่เหรอ”

อึก...

เหมือนจะถูกแช่แข็งไปชั่วขณะ ถามกันตรง ๆ แบบนี้แล้วเขาจะตอบยังไงกันเล่า!!

“ม...ห มายความว่ายังไงล่ะครับเนี่ย ผมไม่ได้เป็นคนฉลาดถึงขนาดจะนึกอะไรซับซ้อนได้หรอกนะครับ ถ้าอ่านผมออกหมดแล้วก็ไม่ต้องถามอะไรแบบนี้หรอก”

เขาไม่เข้าใจอะไรสักอย่าง ก็แค่บอกมาว่าต้องการอะไรแค่นั้นมันยากนักเหรอ จะให้เขาละลายไปตรงนี้เลยหรือไง

“พี่บอกแล้วใช่ไหมว่าไม่ใช่ยองแจที่มองพี่ แต่พี่ก็มองนายมาตลอดเหมือนกัน”

จำได้สิ ประโยคนั้นมันหลอกหลอนเขามาตลอดเลยนะ!

“พี่ก็ชอบยองแจเหมือนกัน”

ไม่พูดอะไรให้ชัดเจนแล้วจะเข้าใจไหมล่ะเนี่ย...

...

ห๊ะ!!!

“อะไรนะครับ!” ตาเรียวเบิกกว้าง ลมหายใจติดขัดขึ้นมาเสียดื้อ ๆ แต่ยิ่งเป็นอะไรที่น่ารักสำหรับคนมอง

“พี่นึกว่ายองแจจะเตรียมใจมาแล้ว ชวนมาเดทขนาดนี้พี่ก็ต้องมาสารภาพความรู้สึกอยู่แล้วสิ”

สรุปว่าเขาโง่เองนั้นสินะ...

แต่ไม่ใช่สิ! ใครจะกล้าไปคิดเข้าข้างตัวเองล่ะ เขาไม่ได้ผิดซะหน่อย!

“ผมจะไปรู้ได้ยังไง” ขยับปากบ่นอุบอิบ แต่ก็ยอมรับว่าตอนนี้เขากำลังเขินจนแทบจะละลายตามช็อกโกแลตที่กำแน่นอยู่ในมือไปแล้ว

“เราเจอหน้ากันกี่ครั้งกันเชียว ถึงได้มาบอกชอบผมเนี่ย” ถึงจะเขินแต่ก็อยากรู้ ยองแจสาบานได้เลยว่าที่ผ่านมาเขาเป็นฝ่ายมองอยู่คนเดียวมาตลอด

“พี่ก็เหมือนยองแจนั่นแหละ เห็นหน้าพี่ก็ยังชอบได้เลย”

“นั่นน่ะ เพราะเผลอไปเห็นต่างหาก! ก... ก็ใช่ที่ชอบ แต่ผมชอบเพราะมองแต่พี่แจ็คสันจะมาชอบผมได้ยังไง”

“พี่จะชอบใครเพราะถูกมองบ้างไม่ได้เหรอไง หืม?

ถึงตอนนั้น ยองแจก็หยุดชะงักไป เริ่มจะร้อนไปทั้งหน้าอีกครั้งเมื่อนึกขึ้นได้ว่ามัวเถียงเรื่องอะไรกันอยู่ เห็นอย่างนั้นแจ็คสันเลยหลุดหัวเราะออกมาอีกครั้ง

“ถ้าอย่างนั้นก็ไม่มีปัญหาใช่ไหม... ถ้าเราจะเป็นแฟนกัน?

“ถ้าพูดขนาดนี้แล้ว จะปฏิเสธได้เหรอครับ” ยองแจยิ้มออกมาอย่างเขิน ๆ มือเล็กยกขึ้นเกาท้ายทอยอย่างทำตัวไม่ถูก แต่ก็ถูกมือหนาคว้าไปกุมไว้ซะก่อน

“ถ้าไม่รู้จะวางมือไว้ตรงไหนก็เอาไว้ให้พี่จับก็แล้วกัน” แจ็คสันคลี่ยิ้มออกมาก่อนจะกระชับมือนุ่มเล็กน้อย

“ตั้งแต่วันนี้ แล้วก็วันอื่น ๆ ต่อจากนี้เลยนะ...”

- One day -

“ลาเต้ร้อนเหมือนเดิมเนอะ”

“ครับ แล้วก็ชาเขียวร้อนหนึ่งแก้วด้วยครับ”

“หืม?” เจ้าของร้านเงยหน้าจากเครื่องคิดเงินอย่างงง ๆ เพราะปกติยองแจไม่เคยสั่งเมนูนอกเหนือจากลาเต้ที่ร้านเขา แต่พอเห็นแก้มกลม ๆ ขึ้นสีเลือดฝาดอย่างน่ารักก็ขยับปากร้องอ๋อขึ้นมาแบบไร้เสียงก่อนจะก้มหน้ากดเครื่องคิดเงินต่อ

เหมือนเขาจะจำผู้ชายที่เคยเข้าร้านมากับยองแจก่อนหน้านี้ไม่นานได้นะ ผิดกันตรงที่คราวก่อนเขาคนนั้นสั่งชาเขียวร้อนให้ตัวเองและสั่งลาเต้ร้อนเพิ่มอีกแก้ว เมนูเดิมแค่เปลี่ยนคนเท่านั้นเอง

“ไม่ต้องใส่แก้วเซรามิคนะครับ”

“วันนี้ไม่นั่งที่ร้านเหรอ”

“จะไปข้างนอกน่ะครับ คงนั่งไม่นานครับ”

“อ๋อ โอเค”

ยองแจรับแก้วพลาสติกที่บรรจุเครื่องดื่มร้อน ๆ ทั้งสองแก้วจากพี่จินยองหลังจากจ่ายเงินเรียบร้อย ถึงจะรู้สึกแปลก ๆ กับรอยยิ้มของพี่ชายเจ้าของร้านก็เถอะ แต่เอาเป็นว่าหลังจากนี้เขาจะพยายามทำใจให้ชินก็แล้วกันเพราะยังไงก็ต้องถูกเพื่อนตัวโตที่ทำงานมันเผือกใส่มาก่อนแล้ว

วันนี้เป็นวันอาทิตย์ พี่แจ็คสันเลยนัดเขาออกมาข้างนอกเพราะตัวเองหยุดงาน ที่จริงยองแจก็ไม่ได้ถึงกลับหยุดงานหรอก ถ้ามีงานเข้าเขาก็ต้องไปทำ แต่เหมือนวันนี้ทุกอย่างจะลงตัวให้การเดทครั้งที่สองที่อีกฝ่ายบอกซะเหลือเกิน

ทันทีที่เดินมาถึงโต๊ะตัวเดิมโทรศัพท์ก็ดังขึ้นพอดี แน่นอนว่าคนที่โทรมาก็คือคนที่นัดเขาออกมานั่นเอง

“ครับ พี่แจ็คสัน”

[ยองแจ อยู่ที่ร้านหรือยัง]

“ครับ เพิ่งมาถึงพอดี”

[อ่า พี่จะรีบไปนะ]

“ออกมาเร็ว ๆ นะครับ ผมสั่งเครื่องดื่มไว้ให้ด้วย”

[โอเค รอแป๊บหนึ่งนะ]

สายถูกตัดไปแค่นั้น ยองแจเลยเหลือบนัยน์ตาเรียวเหม่อมองออกไปที่นอกกระจกของร้านแทน ที่นั่งตัวเดิม กาแฟรสชาติเดิม บรรยากาศเดิม ๆ แต่ความรู้สึกกลับเปลี่ยนไป

ยองแจว่ามันก็แปลกเหมือนกันแฮะ แอบมองเขาอยู่ได้ทุกวันราวกับเป็นโรคจิต ไม่เคยคิดว่าวันหนึ่งจะได้ยืนอยู่ข้างกายเขาคนนั้น จะว่ายังไงดีล่ะ ความรู้สึกของยองแจมันเกิดขึ้นจากเพียงแค่ได้เห็นหน้า เขามีความสุขกับการได้มอง ได้ใจเต้นแรงวันละนิดวันละหน่อย แต่นี่มันนอกเหนือจากที่คิดไว้สุด ๆ

ก๊อก ๆ

เสียงเคาะกระจกจากด้านนอกทำให้ยองแจละสายตาจากโทรศัพท์ในมืออย่างสงสัย แต่พอเห็นว่าต้นเสียงมาจากใคร ริมฝีปากบางก็คลี่ยิ้มกว้างอย่างน่ารัก

“พี่แจ็คสัน เข้ามาสิ” มือเล็กกวักเรียกแต่ร่างหนากลับยืนอยู่ที่เดิมไม่ยอมขยับตัวตาม แถมยังเป่าลมหายใจจนเกิดฝ้าบนกระจก มือหนาเขียนรูปหัวใจตามด้วยชื่อเขาก่อนจะจุ๊บไปบนกระจกจนหน้าแนบไปบนนั้น

ไอ้เขินน่ะไม่เท่าไหร่หรอก แต่คนเต็มร้านมาทำแบบนี้ไม่อายเขาหรือไง!

“กลับก่อนนะครับพี่จินยอง” เพราะไม่อยากอายไปมากกว่านี้แล้วยองแจเลยต้องรีบยกแก้วลาเต้กับชาเขียว บอกลาเจ้าของร้านแล้วรีบเดินออกมาจากร้านทันที ร่างหนาเดินมารอเขาทางประตูก่อนจะรับแก้วชาเขียวไปจากมือเล็ก

แก้มกลม ๆ เป็นเอกลักษณ์ของยองแจยังถูกแต่งแต้มด้วยสีแดงทุกครั้งที่ได้เจอเขา ซึ่งแจ็คสันคิดว่ามันน่ารักซะจริง ๆ

“พี่แจ็คสัน ไม่อายเขาหรือไง”

“หืม ทำไมต้องอายด้วยล่ะ พี่ทำให้ยองแจคนเดียวนี่นา” คนพูดยักไหล่หน้าตาเฉย ยองแจเลยทำได้แค่พรูลมหายใจยาว ๆ เพราะทำอะไรไม่ได้

“แต่คนเห็นเป็นสิบ ๆ ผมก็อายเป็นนะ”                      

“งั้นไปกันเถอะ นาน ๆ ทีพี่จะได้หยุดงานอยากเดทจะแย่อยู่แล้ว” มือเล็กถูกคว้าไปกุมเอาไว้จนความอุ่นแผ่ซ่านไปทั้งฝ่ามือ มันน่าอายจนอยากจะชักมือกลับแต่ก็รู้สึกดีจนต้องปล่อยไว้แบบนั้น

“เป็นพนักงานบริษัทคงยุ่งน่าดูเลยนะครับ เข้าออกก็ต้องตรงเวลา ส่งงานก็ต้องตรงเวลา แถมถ้าโชคร้ายเจอเจ้านายเรื่องมากเข้าคงเหนื่อยแย่” พูดออกไปอย่างเห็นใจ งานที่เขาทำก็จำเป็นต้องมีหัวหน้าคอยดีลงานเหมือนกัน แต่ดีหน่อยที่คุณแจบอมค่อนข้างจะใส่ใจทีมงานทุกคน ซึ่งเอาเป็นว่ายองแจโอเคกับงานที่ทำอยู่ทุกวันนี้มาก แต่ก็เป็นยองแจอีกนั่นแหละที่ทันเห็นว่าทุกเช้าพี่แจ็คสันรีบไปทำงานขนาดไหน

“หืม? พนักงานบริษัท??

“ครับ”

“พี่ไม่เคยบอกยองแจใช่ไหมเรื่องงานน่ะ”

“ครับ มีแต่ผมที่บอกพี่น่ะ งั้นถ้าไม่ได้เป็นพนักงานบริษัท พี่แจ็คสันทำงานอะไรเหรอครับ”

“ก็ทำที่บริษัทแหละ” ยองแจพยักหน้ารับก่อนจะยกแก้วลาเต้ขึ้นจิบ ไม่เข้าใจว่าคนข้าง ๆ ตั้งใจจะสื่ออะไรกันแน่

“แต่เป็นบริษัทของพี่เอง พี่เป็นประธานน่ะ”

“แค่ก ๆ ! อ...อะไรนะครับ” นัยน์ตาเรียวเบิกกว้างขึ้นนิดหน่อย กาแฟที่ลวกปากเมื่อกี้ทำให้ริมฝีปากขึ้นสีแดง แต่ความตกใจมันมีมากกว่า

ที่ผ่านมายองแจก็นึกว่าพี่แจ็คสันเป็นแค่พนักงานเงินเดือนธรรมดา แต่นี่เป็นถึงประธานบริษัทเลยงั้นเหรอ!!

เออ ชีวิตชเวยองแจจะมีอะไรพีคยิ่งไปกว่านี้อีกไหม???

“ฮ่า ๆ ตกใจขนาดนั้นเลยเหรอ”

“ตกใจสิครับ แล้วเป็นถึงประธานทำไมถึงเดินไปบริษัทล่ะเนี่ย”

ประธานในความคิดของยองแจต้องนั่งลีมูซีนหรู ๆ หรือไม่ก็ขับรถราคาแพงมาทำงานสิ!

แต่ถึงอย่างนั้นร่างหนาก็แค่ยักไหล่ราวกับว่าไม่ใส่ใจเท่าไหร่นัก

“ก็รถไฟฟ้ามันเร็วกว่า แถมยังได้เห็นหน้ายองแจด้วย”

สงสัยจะมีอะไรอีกหลายอย่างที่ยองแจไม่รู้เกี่ยวกับผู้ชายคนนี้อีกเยอะแน่ ๆ

ร่างหนาหยุดเดินหลังจากจูงเขาเดินมาสักพัก ก่อนจะหยุดลงที่สวนสาธารณะใกล้แม่น้ำฮัน ลมเย็น ๆ ทำให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมา ถึงอพาร์ทเม้นท์จะใกล้แม่น้ำฮันแค่ไหน แต่ยองแจไม่ค่อยจะมีโอกาสแวะมาเลย

กล้องประจำตัวที่พกติดมาด้วยถูกยกขึ้นและกดถ่ายเพราะเห็นว่ามันสวยดี พอได้ภาพถูกใจก็ปิดกล้องไว้เหมือนเดิม พอหันมาหาคนข้าง ๆ ก็พบว่ากล้องโทรศัพท์กำลังถ่ายเขาอยู่เหมือนกัน

“ทำอะไรครับ”

“ถ่ายรูปแฟนน่ะ” ได้ยินพี่แจ็คสันตอบมาตรง ๆ แบบนั้นยองแจก็ไปต่อไม่ถูกเหมือนกัน

เขายังไม่ชินกับสถานะนี้ด้วยซ้ำ

“ถ่ายไปทำไมล่ะครับ วิวยังดูดีกว่าอีก”

“ใครบอก เวลานายจดจ่ออยู่กับกล้องมันดูมีเสน่ห์มากจนเริ่มอิจฉาเพื่อนร่วมงานของนายแล้วนะเนี่ยที่ได้เห็นนายในมาดนี้ทุกวัน”

“พอเถอะครับ ผมไม่ได้หน้าตาดีถึงขนาดใครต่อใครจะมาสนใจหรอก ธรรมดาจะตายไป” พูดจริง ๆ นะ ไม่ได้คิดน้อยอกน้อยใจอะไรหรอก

ยองแจไม่เคยซีเรียสเรื่องหน้าตาตัวเอง เขาไม่ใช่คนหล่อเหมือนพี่แจ็คสัน ไม่ได้ดูสวยเหมือนพี่จินยอง แล้วก็ไม่ได้ดูเท่เหมือนยูคยอมหรือพี่แจบอม แค่คิดว่าตัวเองเกิดมาครบสามสิบสองก็โอเคแล้ว นี่ยังแอบสงสัยอยู่เลยว่าทำไมอีกฝ่ายถึงได้มาชอบเขากลับเนี่ย

“แต่พี่ชอบอะไรที่ธรรมดานะ”

“ผมธรรมดาในสายตาพี่แจ็คสันจริง ๆ สินะ”

ดวงตาเรียวรีหรี่เล็กลงจนแจ็คสันหัวเราะออกมา

ใครว่า... ชเวยองแจสำหรับเขาน่ะ เป็นสิ่งมีชีวิตที่น่ารักและพิเศษที่สุดที่เคยเจอมาแล้ว!

“ไม่รู้สิ แต่ขอบคุณที่ชอบพี่นะ ขอบคุณที่มองพี่มาตลอด”

“จะเลิกมองแล้วครับ ถ้าไม่ปล่อยมือออกจากสะโพกผมน่ะ” ยองแจกดเสียงต่ำ กำลังจะซึ้งอยู่แล้วเชียวถ้าไม่รู้สึกถึงมือหนาที่เลื่อนมาวางที่สะโพกเข้าซะก่อน

เขาได้บันทึกเข้าเมมโมรี่เพิ่มแล้ว ว่าผู้ชายคนนี้น่ะอันตราย!

“ฮะ ๆ มือมันไปเอง อย่าเลิกมองเลยนะ พี่ชอบ

ยองแจหลุดหัวเราะออกมาเมื่อเห็นท่าทีราวกับเด็ก ๆ ของร่างหนาข้าง ๆ ก่อนที่นัยน์ตาเรียวรีจะจ้องมองใบหน้าหล่อที่ทำให้ตกหลุมรักตั้งแต่แรกด้วยรอยยิ้มกว้าง ๆ จนตาหยี

“ไม่เลิกหรอก เพราะผมก็ชอบครับ”

 

คุณอาจจะสงสัย ความรักที่แค่ได้เห็นใบหน้าเพียงไม่กี่วินาทีในหนึ่งวันนั้นมันเกิดขึ้นได้จริง ๆ เหรอ

ยองแจตอบได้เพียงว่า ความรักเกิดได้ทุกที่ทุกเวลาโดยที่เราไม่สามารถรู้ล่วงหน้าได้เลย ต่อให้เป็นเพียงแค่เสี้ยววินาทีที่ได้พบหน้า แต่ก็ใช่ว่าหัวใจเราจะเผลอเต้นแรงไม่ได้ซะหน่อย

มันคือเรื่องธรรมดาที่สามารถเกิดขึ้นได้กับทุกคน และเมื่อมันเกิดขึ้นแล้ว...

มันจะกลายเป็นความพิเศษไปเอง

- One day -

มันเป็นเรื่องธรรมดาที่มีผู้คนมากมายผ่านเข้ามาในชีวิต

แต่คุณคิดว่าในวัน ๆ หนึ่งคุณจะสามารถมอบความรู้สึกที่เรียกว่าความรักให้คน ๆ หนึ่งได้มากแค่ไหน

แล้วถ้าเปลี่ยนจากหนึ่งวัน เป็นหนึ่งเดือน สองเดือนหรือหนึ่งปีล่ะ?

สำหรับ แจ็คสันและยองแจ จากความรู้สึกเล็ก ๆ น้อย ๆ ที่เกิดขึ้น  แต่ยิ่งนานวันก็พบว่ามันมากขึ้นและมากขึ้นราวกับผูกพันกันมาเป็นปี ไม่ง่ายเลยที่จะหยุดคิดถึงใบหน้าที่เคยจับจ้องทุกวันได้ คุณคิดว่ามันแสนธรรมดาเกินไปใช่ไหม... เขาก็เคยคิดว่ามันธรรมดาเหมือนกัน

แต่การได้อยู่เคียงข้างกันไปอย่างนี้ จับมือกันในบางครั้ง บอกความรู้สึกที่มีให้ต่อกัน ให้กำลังใจกันเมื่ออีกฝ่ายรู้สึกไม่ดี ความสัมพันธ์แบบนี้น่ะ มันคือความธรรมดาที่แสนพิเศษสุด ๆ เลยล่ะ...

 

- END -

 

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 60 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

353 ความคิดเห็น

  1. #343 Korima (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 กันยายน 2561 / 00:47

    กลับมาอ่านใหม่อีกทีก็ยังยิ้มตามได้

    เป็นเรื่องที่ซอฟท์มากๆ อ่านแล้วรู้สึกละมุนไปหมด

    เป็นแจ็คแจที่น่ารักมากเลยค่ะ

    #343
    0
  2. #338 fOne (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 สิงหาคม 2561 / 16:41

    มันอบอวลไปด้วยคำว่าอบอุ่น และ น่ารัก อ่านแล้วมันคือดี......มากกกค่ะ ยิ้มจนแก้มปริ >_____<

    #338
    0
  3. #333 khingg_9521 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2561 / 12:30
    เขินมากอ่ะTT คือแต่งดีมาก ละมุนมากกกก><
    #333
    0
  4. #328 Y_TwwT_Y (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 7 พฤษภาคม 2561 / 01:22

    เขินมากกกกกกก พึ่งมาเจอโปรเจคดีๆแบบนี้ได้ไงกันน ฟิคพี่ซีแต่งทำใจสั่นม๊ากกก พี่แจ็คสันโครตเจ้าเลห์ แกล้งน้อง จบน่ารักมาก ความธรรมดาแสนพิเศษ ชอบ

    #328
    0
  5. #305 jj.is.janjao (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2560 / 10:49
    ชอบมากๆเลย ยิ้มจนแก้มจะฉีกแล้ววว
    #305
    0
  6. #302 รอยยิ้มของน้องเอิน (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 เมษายน 2560 / 12:13
    ชอบมากเลยค่ะ ไม่มีครั้งไหนที่จะอ่านแล้วไม่ยิ้มตามเลย เป็นเรื่องที่อบอุ่นละมุนหัวใจมาก พอเห็นจุดเริ่มต้นความรักของทั้งสองคนแล้วก็ทำเอาอยากมีแฟนแบบนี้บ้าง ถ้าเป็นแบบในฟิคก็คงดี 5555555 // โดนไรท์ถีบเพราะเพ้อเจ้อ แล้วก็อีกอย่าง ชอบภาษาด้วยค่ะ ไม่ต้องใช้คำให้สวยหรูอะไรมากมาย แค่คำธรรมดาๆก็ทำให้รู้สึกดีได้ ชอบเอกลักษณ์ของตัวละครที่มีจุดเด่นในตัวเอง ชอบทุกอย่างที่เข้ากันได้ดีมันลงตัวมากเลยล่ะค่ะ ชอบมากจริงๆ
    #302
    0
  7. #274 kororo03 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 3 เมษายน 2560 / 23:57
    ชอบความรู้สึกแอบชอบแิบทองของยองแจที่มีให้แจ็คสัน ทั้งน่ารักน่าเอ็นดู ตลกเวลาทำอะไรเปิ่น ๆ บรรยากาศของเรื่องให้ความรู้สึกละมุนเหมือนกับรสชาติของกาแฟลาเต้อุ่น ๆ ไม่หวานมากแต่ละมุนเมื่อได้ลิ้มลอง อ่านไปยิ้มไป เกลียดความมั่นหน้าของแจ็คสันมาก เตาะแต่ละทีเขินแทนยองแจไปอีกมั่นมากจริง ๆ ชอบการเดินเรื่องที่ไม่ได้หวือหว่าแต่ทำให้หยุดอ่านไม่ได้ เป็นความสัมพันธ์ที่แสนจะธรรมดาแต่มันกับดูพิเศษ ฟิคเรื่องนี้น่ารักมากจริง ๆ ชอบงานเขียนของไนท์คนนี้อยู่แล้วชอบภาษาที่อ่านแล้วเข้าใจได้ง่ายและคิดภาพตามได้ เหมาะสมแล้วที่เป็นฟิคเปิดของโปรเจคนี้ #ธรรมดาแจ็คแจ
    #274
    0
  8. #263 BLongWith_T (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 2 เมษายน 2560 / 00:02
    ตลกในความเด๋อของยองแจ
    #263
    0
  9. #248 soul_hyukjae (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มีนาคม 2560 / 20:48
    โง้ยยยยย อิคนพี่ก็ตรงมาก รุกหนักมากก
    #248
    0
  10. #241 Tunpp (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มีนาคม 2560 / 22:04
    เขินมากกกก คนพี่รุกหนักไปอีกกก
    งื้ออออ >///<
    #241
    0
  11. #199 lemony_sweet (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 26 มีนาคม 2560 / 22:50
    งื้อออออออ เขินมากกกกกก เป็นความธรรมดาที่พิเศษมากในความรู้สึกเพียงแค่แอบมอง >///< อบอุ่น ละมุน และรุกหนักของพี่(เป็นนี่คงหัวใจวายก่อน5555) แอบอยากเห็นมุมมองของคนพี่ที่แอบมองน้องด้วยจัง คงฟินแท้~~~ ขอบคุณสำหรับฟิคดีๆแบบนี้นะคะ :)
    #199
    0
  12. #161 SH.oneworld' (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 25 มีนาคม 2560 / 02:41
    น่ารักมากกกกกก เขินตัวมิดหมดแล้ว
    #161
    0
  13. #149 ลำใย เซ'โย๊ะ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มีนาคม 2560 / 20:57
    น่ารักมากกกกกกก ตอนอยู่ม.ต้นแอบมองเป็นไม่เห็นได้กินบ้างเลย 55555
    #149
    0
  14. #132 MILKYJ (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 14:28
    ฮืออออออ เหมาะกับแท๊กมากอ่ะ ธรรมดาแต่กลายเป็นฟินระดับสิบ ???? เขินมากกกกก
    #132
    0
  15. #128 LightRock (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 23 มีนาคม 2560 / 11:34
    น่ารักมาก~~~~ เริ่มจากฟินระดับบิดเบาๆ จนจิกไปเรื่อยๆ ครบรสกำลังดีเชียว อุ่นกลิ่นลาเต้ด้วยชอบ
    #128
    0
  16. #116 milddkr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 23:00
    อ่านจบแล้วก็มโนเลยว่าอยากมีแบบนี้บ้างงงง / เรื่องนี้น่ารักกอะถึงจะเป็นการเริ่มต้นความสัมพันธ์ที่ธรรมดาแต่มันก็พิเศษการมองคนที่ชอบได้เป็นปีๆแบบยองแจโคตรแกร่ง แล้วคนที่เรามองเขาก็มาชอบเราด้วยนี้มันโคตรดีเลยย พี่แจ็คก็เป็นคนพูดตรงชอบก็บอกว่าชอบเนอะ เขินนนนนนจัง ฟินนนนน นั่งยิ้มทั้งตอนนเยย
    #116
    0
  17. #95 Seefahhh (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 14:06
    น่ารักมาก ฮื่ออออออ อ่านไปเขินไป อบอุ่นและละมุนเหลือเกิน -///////- ชอบในความธรรมดาของยองแจที่กลายมาเป็นความพิเศษของคนทั้งคู่
    #95
    0
  18. #91 amptnkmb (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 12:35
    ละมุนนนนนนน
    #91
    0
  19. #88 yjb_csy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 22 มีนาคม 2560 / 04:17
    งื้ออ ดีงามมากค่ะ ฮือออเขินแทนยองแจ แจ็คสันก็มือไวดีนะคะ ฮ่าๆ
    #88
    0
  20. #67 pty_no (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 22:59
    ยิ่งอ่านยิ่งเขิน พี่แจ็คสันสารภาพรักน้องได้ตรงไปตรงมามากเลยค่ะ คนอ่านเขินไม่ไหวแล้ว >///< ถ้าเป็นยองแจนี่คงเป็นลมไปแล้ว^0^
    #67
    0
  21. #54 wrt.ksn (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 14:51
    เขินแทนยัยแจน งื้อออ น่ารักกกกกก จะรออ่านตอนต่อๆไปค่ะ><
    #54
    0
  22. #53 AudcharaMungkala (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 13:34
    เรื่องนี้น่ารักกกละมุนนนชอบบบเป็นอะไรที่ดีต่อใจน่ารักจิงๆ ไรท์เขียนดีอ่ะสู้ๆนะคะ
    #53
    0
  23. #48 N A X X (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 11:42
    น่ารัก ฮือ อบอุ่นละมุนละไมใยสังเคราะห์(?) กดเฟบแบบไม่ต้องคิด5555555
    #48
    0
  24. #46 ddttw (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 08:54
    อบอุ่น ละมุน กรุ่นหัวใจมากเลยค่ะ อ่านไปอมยิ้มไป เผลอใจเต้นไปด้วย ฮ่าๆๆๆ รู้สึกหัวใจพองโตมาก ขอบคุณสำหรับงานเขียนดีๆ ค่ะ
    #46
    0
  25. #42 maynattha21 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 21 มีนาคม 2560 / 01:05
    น่ารักกกกละมุน เป็นฟิคสั้นที่อยากให้ออกมาแต่งเรื่องยาว รอเชียร์โปรเจคนี้ค่ะ พอเห็นรายชื่อของไรท์เตอร์ทั้งหลายก็ตั้งตารอมาก มาคนแรกก็คุ้นเคยกันเลย แงง ผลงานดีตลอด เรื่องนี้ก็ดี ชอบค่ะ ขอบคุณนะค่ะสำหรับโปรเจคดีๆ จะติดตามทุกเรื่องเลย
    #42
    0