Fic Seven Knights : Black Hole (Yaoi)

ตอนที่ 1 : - I - 70%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 288
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 14 ครั้ง
    11 มี.ค. 61

- I -



'เจ้าซ้อนทับความทรงจำในปัจจุบันให้แก่ตัวเองในครั้นอดีตไปกี่หนแล้วเล่า'

'มันก็ไม่ใช่ธุระอะไรของเจ้ามิใช่รึ เหตุใดเจ้าต้องรู้?'

'ก็แค่ความอยากรู้อยากเห็นตามประสานักวิจัย'

'ไม่รู้สิ...มันนานเกินกว่าที่ข้าจะจำได้แล้ว...แต่ถ้าจำไม่ผิดมันเริ่มตั้งแต่ตอนที่ข้าลืมตาตื่นขึ้นมาบนโลกนี้อีกครั้ง...ในฐานะเซเว่นไนท์...'


     
     "...."

     ท่ามกลางความมืดมิดของห้องวิจัยซึ่งตั้งอยู่ ณ ชั้นใต้ดินที่ลึกที่สุดของปราสาทดาร์กไนท์ ดวงเนตรสีบุหลันนวลพลันวูบไหวอยู่เหนือเปลวเทียนสีอรุณอยู่เงียบๆราวหุ่นกระบอกไร้การควบคุม นิ้วยาวกระดกเคาะผิวโต๊ะแข็งเป็นจังหวะพลางเรียวคิ้วคมพลันขมวดเข้าออกเป็นพักๆตามอารมณ์จนตราลักษณ์สีนิลเหนือหว่างคิ้วเบี้ยวผิดรูปไปบ้างเล็กน้อย

     มือข้างหนึ่งกุมคลึงขมับ มือข้างหนึ่งเปลี่ยนจากเคาะโต๊ะไปคว้าเอาผลึกแก้วสีครามที่ด้านในผลึกมีสีม่วงอินดิโก้ ไวโอเล็ต และลาเวนเดอร์แซมอยู่ตรงกลางซึ่งเป็นผลงานชิ้นโบว์แดงที่ได้มาจากการวิจัยของเขาขึ้นมาควงเล่นจนหมดภาพลักษณ์ของอาวุธทำลายล้างไปเลย เนตรคมดุจสิงห์เปลี่ยนตำแหน่งจากเปลวเทียนขึ้นมาจรดจ้องผลึกแก้วในมือแทน

     พลางสมองที่เปี่ยมล้นไปด้วยปัญญาก็พลันนึกย้อนถึงบทสนทนาเก่าระหว่างตนกับเขาผู้นั้น 'อดีตเซเว่นไนท์'เมื่อยามรุ่งไปพร้อมๆกัน...

     นึกย้อนถึงน้ำเสียงที่เอื้อนเอ่ย...

     นึกถึงสีหน้าที่แสดงออกมา...

     นึกถึงดวงตาอันแสนเศร้าหมองในยามที่ต้องทอดมองออกไปนอกนภาราวกับว่าเจ้าของเรียวเนตรคู่งามกำลังนึกถึงผู้ใดผู้หนึ่งอยู่...

     บอกได้เต็มปากเลยว่าในวินาทีนั้นเขารู้สึก...

     หงุดหงิด...ไม่สบอารมณ์สุดๆ...

     "เมลคีร์"

     ในระหว่างที่นักวิจัยหนุ่มกำลังนั่งจ้องผลึกแก้วพลางคิดอะไรไปเรื่อยเปื่อยอยู่นั้น น้ำเสียงหวานเล็กแบบเด็กสาวก็พลันเอื้อนเอ่ยเรียกขานชื่อของคนเจ้าของห้องเบาๆช้าๆคล้ายคนง่วง แต่ก็ชวนให้คนฟังรู้สึกอยากเอ็นดูคนเจ้าของเสียงขึ้นมาด้วยเช่นกัน

     เปลือกตากระตุกปรือขึ้นนิดหน่อย ก่อนใบหน้าครามคมจะผินหน้าไปทางต้นเสียงซึ่งอยู่ด้านหลังเขาน้อยๆด้วยใบหน้าเปื้อนยิ้มที่ตนมักจะชอบทำอยู่เสมอ

     "มีธุระอันใดกับข้างั้นหรือยอนฮี"เสียงทุ้มแหบเอ่ยถามเรียบนิ่งแฝงจริตเล่ห์อย่างชัดเจน"หรือเจ้าแค่จะมายึดตักข้าเป็นที่หลับนอน?"

     'เมลคีร์'ว่าพลางตบหน้าตักประกอบพร้อมดวงเนตรสีบุหลันพลันจรดจ้องไปที่ร่างน้อยๆของผู้มาเยือนตัวเล็กไม่ขาด 'ยอนฮี'เลือกส่ายหน้าไหวเป็นการปฏิเสธ ก่อนริมฝีปากอิ่มเล็กจิ้มลิ้มจะเปล่งเสียงกังวานใสออกมา

     "เขาคนนั้น...คลั่งอีกแล้ว"

     สิ้นคำของเด็กสาว รอยยิ้มพลันหุบลงราวถูกห้วงมิติดูดกลืน

     "งั้นหรือ"เมลคีร์ทวน ซึ่งเด็กสาวอดีตสี่จักรพรรดิก็ไม่ได้พูดอะไรกลับนอกเหนือจากการพยักหน้ารับเพียงอย่างเดียว

     อ่า...อาการกำเริบอีกแล้วสินะ

     ชายหนุ่มรอบสบถในห้วงคำนึงอย่างนึกระทวยจิตเหลือแสนพลางไม่วายก้มหน้าลงแนบบนฝ่ามือพร้อมลมถอนหายใจออกเฮือกใหญ่เหมือนคนที่เพิ่งจะปลงกับชีวิตไปมาดๆ

     "ถ้าเจ้าเบื่อ...ข้าจะหาทางจัดการเองก็ได้นะ"ยอนฮีออกปากเสนอทางช่วยหลังเห็นปฏิกิริยาของอีกฝ่าย

     "ไม่ไม่"เมลคีร์ตอบ"ข้าจัดการเองได้"ไม่ว่าเปล่า ร่างโปร่งจึงยันตัวลุกขึ้นเต็มหลัก โดยท่อนแขนแกร่งไม่วายเอื้อมยาวไปหยิบขวดบรรจุของเหลวสีพิรุณกระปุกเล็กซึ่งถูกวางเรียงอยู่บนตะแกรงรองสีเงินติดมือไปด้วยสองสามกระปุก

     "ให้ข้าไปช่วยด้วยมั้ย?"เสียงใสเอื้อนเอ่ยตามประสา

     "ข้าจัดการคนเดียวได้ เจ้าน่ะนอนหลับอยู่นี่แหละประเดี๋ยวสักพักก็เสร็จ"

     ดาร์กไนท์หนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มลึกพร้อมยื่นมือข้างว่างออกไปลูบก้อนผมนุ่มฟูดังขนแกะเบาๆอย่างนึกเอ็นดู พลางค่อยย่างเท้าขึ้นบันไดไปยังประตูไม้สีเข้มแบบสองบานประตูซึ่งลอยตัวสูงเหนือพื้นดินหยาบอยู่หลายช่วงหมายเพื่อขึ้นไปข้างบนปราสาท แต่จังหวะที่มือหนากำลังพลักบานประตูออกไปนั้นเอง...

     "สักพักของเจ้า...มันคือกี่ชั่วยามกันเล่า?"

     เสียงใสถามอย่างตรงไปตรงมาเหมือนนางจะรู้ว่าสิ่งที่อีกฝ่ายได้สื่อมานั้นหมายถึงอะไร ร่างโปร่งของดาร์กไนท์จึงชะงักฝ่าเท้าข้างที่จะก้าวข้ามพ้นประตูไว้เชื่อครู่ ก่อนดวงหน้าหล่อจะหันมาฉีกยิ้มหวานส่งให้อดีตสี่จักรพรรดิหญิงน้อยๆตามนิสัย 

     "ก็คงยันถึงยามรุ่งของวันใหม่เลยเสียกระมัง"

     

     

     'สโนว์เล็ตข้าให้เจ้านะ'

     เสียงกังวานใสดังระฆังแก้วเอ่ยพร้อมสองมือยื่นช่อดอกไม้ช่อเล็กสีฟ้าครามส่งให้ชายหนุ่มเบื้องหน้า เขามองหน้าเจ้าหล่อนด้วยสีหน้างุงงงก่อนจะยอมยื่นมือข้างหนึ่งออกไปรับช่อดอกไม้นั้นมาถือไว้

     'ดอกไม้???'

     'อย่าพูดเหมือนกับมันเป็นของไร้ค่าสิ ไฮเดรนเยีย ชื่อของมันคือดอกไฮเดรนเยียต่างหาก'หลังสิ้นคำทวนย้อน หญิงสาวจึงเอ็ดใส่คนตัวสูงไปนิดหน่อยเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ให้ความสำคัญกับมันเลย

     'แล้วเอามาให้ข้าทำไมเล่าองค์หญิง'

     'นี่เจ้าไม่รู้จักความหมายของมันเหรอ?'เธอย้อนถาม

     'ความหมาย? ดอกไม้มันมีความหมายด้วยหรือ??'ชายหนุ่มถามพลางมุ้ยหว่างคิ้วเข้าหากันคล้ายปมเชือกขนาดเล็ก

     'ให้ตายสิ ในหัวเจ้านี่มีแต่เรื่องรบรึไงกัน'หญิงสาวหรือองค์หญิงเปรยเบาพลางไม่วายอดส่ายหน้าไหวไม่ได้ให้กับความรู้แสนอ่อนด้อยในด้านนี้ของชายหนุ่มหรือก็คืออัศวินประจำกายของเธอ ก่อนเสียงใสดังเสียงพิณดีดจะเอ่ยอธิบายให้อีกฝ่ายฟัง'จำไว้นะสโนว์เล็ต ดอกไม้แต่ละชนิดบนโลกนี้นั้นล้วนมีความหมายเป็นของตัวมันเองทั้งนั้นแหละ มีทั้งความหมายในแง่บวกและแง่ลบควบคู่กันไปแล้วแต่ลักษณะและสีของมัน อย่างเช่นดอกเดซี่'

     'เจ้าดอกเล็กๆนั่นก็มีความหมายกับเขาด้วย?'

     'แหงสิแถมมันไม่ได้มีความหมายเดียวนะเพราะมันมีอยู่ด้วยกันสี่สี ความหมายมันจึงมีสี่ความหมายแตกต่างกัน เช่น สีส้ม มีความหมายว่า เธอคือแสงสว่างในชีวิตฉัน สีขาว มีความหมายว่า ความไร้เดียงสา ความเที่ยงแท้ เป็นต้น'หญิงสาวกล่าวพร้อมยกสองมือขึ้นทำท่าประกอบ

     สโนว์เล็ตพยักหน้ารับรู้ พลางเนตรสีอะความารีนค่อยๆเคลื่อนลงจับจ้องไปที่เจ้าไฮเดรนเยียในมือ ก่อนจะวาดตาขึ้นจ้องดวงหน้างามนั้นอีกครั้งพร้อมคำเอ่ยถาม'แล้วเจ้านี่ล่ะ มีความหมายว่าอะไร'

     พอพูดถึงดอกไฮเดรนเยีย ใบหน้าจิ้มลิ้มพลันจึงขึ้นสีชมพูระเรื่อดูน่ารักพร้อมรอยยิ้มหวาดหยดย้อยดังดวงจันทร์สุกไสวยามราตรี ก่อนริมฝีปากอิ่มจะปริปากไปด้วยน้ำเสียงเสนาะรื่นหู'ดอกไฮเดรนเยียน่ะมันไม่เชิงเป็นความหมายหรอก แต่เป็นในแบบของดอกไม้แทนคำพูดและความรู้สึกของผู้ให้ที่มีต่อผู้รับเสียมากกว่า กล่าวคือ เป็นดอกไม้แทนใจ'

     'ดอกไม้แทนใจ?'เสียงทุ้มนุ่มทวน

     ร่างบางใต้ชุดกระโปรงยาวลายลูกไม้ครางอื้มในลำคอเป็นเชิงตอบ ก่อนบนใบหน้านั้นจะถูกวาดประดับด้วยรอยยิ้มสดใสจนตาหยี่เป็นรูปจันทร์เสี้ยวดูไร้เดียงสา

     'ขอบคุณนะสโนว์เล็ต ที่ยอมรับและเข้าใจในตัวข้า'

(ขอบคุณความหมายดอกไม้จากคุณ)
I-Tim                   

     .

     .

     .

     .

     ตู้มมมมม!!!!!!!!!!!

     ยามบ่ายของวันหนึ่งที่ควรจะเป็นอีกวันที่แสนสงบในจักรวรรดิ์สกายเทียร์ พลันเกิดเสียงระเบิดของศาสตราวุธใหญ่ยักษ์ดังกระหึ่มกึกก้องไปทั่วฟ้า ลูกดินปืนหุ้มไฟพุ่งเข้ากระแทกทำลายล้างสิ่งก่อสร้างบ้านเรือนรอบข้างจนล้มทลายเป็นว่าเล่น กลุ่มควันไฟสีมืดขมัวลอยคลุ้งปิดนภาใสจนไร้สุริย์แสง เพลิงร้อนประดั่งไฟโลกันตร์โหมพัดทำลายสิ้นเสียทุกชีวิต เสียงกรีดร้องทุกช์ทรมานดังประสานสลับเสียงเกือกม้าเหยียบอัดกระดูกและปลายคมของศาสตราที่เชือดเฉือนฟันร่างจนโลหิดเจิงนองทั่วพสุธา

     ที่ทุกอย่างเกิดขึ้นนี้...ล้วนเพราะเกิดมาจากการก่อจราจลของตระกูลเพียงตระกูลเดียวเท่านั้นเอง...

     'องค์หญิง!! องค์หญิง!!!'

     สโนว์เล็ตตะโกนก้องเรียกหญิงสาวคนสำคัญสุดหัวใจ พลางสองขารีบวิ่งพาร่างโชกเลือดอริศัตรูเข้าไปในปราสาทที่สั่นสะเทือนเพราะถูกปืนใหญ่ยิงใส่อย่างต่อเนื่องจวนเพดานจะถล่มลงมาอยู่แล้ว สองเนตรใต้หมวกเกราะอัศวินฉายแวววิตกอย่างชัดเจนพลางพยายามกวาดส่องหาร่างเพรียวปานฟ้าแลบ แต่จนแล้วจนรอด เขาก็ไม่พบเธอเลยสักนิดแม้แต่เงาร่างของนาง

     ซึ่งระหว่างที่เข้าวิ่งหาหญิงสาวอยู่นั้น ทหารศัตรูชุดหนึ่งพลันวิ่งทะลวงผ่านเข้ามาภายในตัววัง สโนว์เล็ตจึงจำใจหันมาประดาบกับคนกลุ่มนี้ก่อน ดาบยาวถูกฟันลงมาหมายผ่าไหล่กว้างให้ขาด ทว่าชายหนุ่มกับคว้าโล่ขึ้นมากั้นไว้ได้ทันท้วงทีก่อนจะถีบสวนกลับไปจนศัตรูหงายเซหัวฟาดพื้น คนที่เหลือกรู่กันเข้ามาทำร้ายพร้อมสี่ทิศ ประสาทฉับไหวทำงานประสาทกับกล้ามเนื้อทุกมัดได้อย่างพร้อมเพรียง ร่างโปร่งเอี้ยวหลบอีกคนพลางวาดคมดาบปาดลึกแผ่นอกอีกคนจนโลหิสาดกระเซ็นอาบหน้า ด้ามทุยของศาสตราหนักถูกกระแทกอัดเข้าเต็มจมูกพร้อมสะบัดโล่กระแทกหน้าอีกคนจนกระดูกคอลั่นดังกร๊อบ

     แต่ถึงแม้สโนว์เล็ตจะเก่ง แต่ตอนนี้เขาเหนื่อยล้ามากนั่นจึงทำให้เขาไม่สามารถหลบทุกการโจมตีของศัตรูได้พ้นทุกกระบวน แก้มสอบถูกเท้าหนาของศัตรูคนหนึ่งถีบยันจนปากเลือดก่อนจะถูกฟันตามเขาสะบัดเหวี่ยงท่อนแขนไปด้านหลังกระแทกเข้าคางคนคนนั้นไปเต็มๆจนล้ม แต่ก็ไม่วายโดนดาบอีกเล่มฟันเฉือนเข้าที่หน้าท้องกับต้นขาอยู่ดี

     ริมฝีปากขบเขี้ยวเคี้ยวฟันกลั้นความเจ็บสุดกำลัง ก่อนจะหันไปฟันอีกสองคนข้างๆจนถึงแก่ชีวิต ประจวบเหมาะกับที่มีเศษเพดานตกล่วงลงมาด้วยสโนว์เล็ตจึงใช้โอกาสถีบคนสุดท้ายไปบริเวณนั้นจนศัตรูรายสุดท้ายโดนเพดานยักษ์หนักราวร้อยตันล่วงตับจนร่างแหลกละเอียดเป็นเหมือนของเหลวผสมก้อนเนื้อยุ้ยๆชนิดหนึ่ง

     ชายหนุ่มเหนื่อยแทบขาดใจพลางทรุดเข่าลงแนบพื้นเย็นแทบจะทันที ร่างกายเขาร้องประท้วงให้พักเพราะถึงขีดจำกัดของร่างกายแล้ว แต่ใจเขากลับร้องว่าให้รีบออกตามหาหญิงสาวต่อเดี๋ยวนี้ก่อนที่เธอจะเป็นอะไรไป

     'ต้องช่วย....'เสียงแหบพร่าเอ่ยสลับหอบเหมือนคนขาดน้ำมานานแรมปี'ข้าต้องช่วยเจ้าให้ได้...เยอบีร่า...'

     .

     .

     .

     .

     ซ่า...ซ่า...ซ่า...

     เปรี้ยงงง!!!!!!

     เวลาเลยผ่านหลายชั่วยามจนสงครามสงบ คลื่นไฟถูกหยาดพิรุณชโลมดับสิ้นทุกอณูร้อน เหลือไว้เพียงซากปรักหักพังของเรือนและปราสาทที่ถูกเผาจนวอดเทานั้น แอ่งน้ำถูกก่อตัวขึ้นในชั่วอึดใจ ไหลผสมกับเลือดข้นจนสีจางลงเป็นส่วนๆ เหมือนทุกอย่างจะถูกหยาดพิรุณเย็นช่วยชำระล้างความเศร้าให้ทุเลาลง

     แต่ไม่ใช่สำหรับเขา...

     ด้านในสุดหลังปราสาทคือสวนดอกไม้ขนาดย่อมมีไว้สำหรับองค์หญิงแสนใจดีและเข้มแข็งของจักรวรรดิ์นี้ และบัดนี้...ร่างนั้น...กำลังนอนสิ้นใจนอนนิ่งไม่ไหวติ่งเนื้อตัวเปื้อนเลือดปากแผลเปิดกว้างจนอวัยวะภายในทะลักออกมาอยู่กลางสวนดอกไม้สีขาวบริสุทธิ์ราวภาพวาดเขย่าขวัญกระชากจิต...

      มือหนาสั่นระริกพร้อมหยาดน้ำตาที่เอ่อไหลอาบแก้ม แข้งขาอ่อนยวบทุรดกายลงข้างเรือนร่างเล็กของคนรักราวหุ่นเชิดที่ถูกตัดสายเชิดออกอย่างไร้เยื่อใย

     'ทำไม...ทำไมทุกอย่างถึงกลายเป็นแบบนี้...'เสียงนุ่มเอ่ยปนสะอื้นไห้พลางสองแขนเลื่อนลงตระกองร่างเพรียวขึ้นโอบไว้ในอ้อมอกโดยไม่คิดนึกรังเกียจอวัยวะบนตัวนางเลยสักนิด'เยอบีร่า...ยอดรักของข้า...อย่าจากข้าไปแบบนี้เลยได้โปรด'เอ่ยพลางพรมจูบหน้าผากนวลด้วยริมฝีปากสั่นเครืออย่างน่าสงสาร ร่างหนาดั่งชายนักรับสั่นกระเพื่อมตามทำนองหายใจติดขัดพร้อมค่อยๆโยกตัวไปมาอยู่ท่ามกล่างห่าฝนและกองเลือดของหญิงสาว ก่อนเขาจะเงยหน้าขึ้นอ้าปากตะโกนกู้ร้องคำรามลั่นฟ้าราวสัตว์ป่าด้วยน้ำตาจนแทบจะเป็นสายเลือด

     'อ้ากกกกกกกกกกก!!!!!!!!!!!!!'

     

     

     '

     -Now Loading-
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 14 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

14 ความคิดเห็น

  1. #13 Darkslight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 19 มีนาคม 2561 / 12:24
    ท่านหมาป่าใต้แสงจันทร์ขอรับ จงอัพเสียเถิด ข้าน้อยรออยู่นะขอรับ
    #13
    0
  2. #12 ゆめ- M (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 13 มีนาคม 2561 / 16:31
    คิดภาพตามล่ะบับ...อื้อหือ-- /ไส้ทะลักเต็ม--/ ;-;
    #12
    0
  3. #11 000killer000 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 22:46
    อ่านเพลินไมาสะดุดเลย
    เนื้อเรื่องดีมากอ่านแล้วเข้าใจง่าย
    #11
    0
  4. #10 bloodc2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 มีนาคม 2561 / 13:44
    ภาษาสวยมาก///
    #10
    0
  5. #9 Yotsugi (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 8 มีนาคม 2561 / 17:37
    อร๊ายยยย รอติดตามนะคะะะ ภาษาดีมากเลยย ไม่นึกว่าจะมีคนแต่งคู่นี้ เรือหลักเรา ฟินๆๆๆ 
    #9
    0
  6. #8 Darkslight (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 16 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:48
    ดีวาม เอ้ย! ดีงามมากกกกกกค่าา ข้าน้อยจะรออ่านนะขอรับ เป็นคู่ชิปที่ข้าน้อยชอบมากกกกกกกกที่สุดค่ะ
    #8
    0
  7. #7 GV_Ammy (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 15 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:47
    ภาษาสวยมว้ากกกกก
    #7
    0
  8. #6 bloodc2 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 12 กุมภาพันธ์ 2561 / 06:39
    หึง ว๊ายยย

    ชอบภาษาเขียนจังค่ะ ฮือ ;///;
    #6
    0
  9. #5 ゆめ- M (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 22:16
    เมลคีร์เมียนายอยากให้ไปปลอบ-- (?) เเม่นางยอนฮีนี่เเม่สื่อใช่มั้ย 555+
    #5
    0
  10. #4 เทพผู้โดดเดี่ยว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:54
    เมลคีร์มีหึงด้วยยยย
    #4
    0