Fic RoV : Realm of Love [Yaoi]

ตอนที่ 5 : (Lu Bu x Valhein) -Mistress- [I] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,943
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 28 ครั้ง
    31 ต.ค. 60

Story : Mistress
Type : Fan Fiction,RoV
Pairing : Lu Bu x Valhein
Rate : น 15+

...................................................

- I -


     "นี่ ท่านลิโป้"เสียงนุ่มหวานดังเรียกชื่อสามีของตน"เมื่อไรท่านจะ'รวมเป็นหนึ่ง'กับข้าเล่า?"

     เตียวเสี้ยนภรรยาสาวสวยเจ้าของฉายาจันทร์หลบโฉมสุดาช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองใบหน้าคมคายของสามีพร้อมเรียวมือขาวไม่วายเลื่อนขึ้นลูบไล้ไปตามแผ่นอกกว้างอย่างถือวิสาสะ ลิโป้ปลายตามองการกระทำของภรรยาด้วยสายตาราบเรียบ 

     เขาไม่มองว่าการกระทำแบบนี้ว่ามันเป็นอะไรที่สวยงามหรือเย้ายวนใจเลยสักนิด...กลับกันเขากลับมองว่ามันเหมือนสัตว์ที่จ้องจะหาเพศผู้มาสนองตัณหาเสียมากกว่า

     ดูแต่งตัวเข้าสิ สวมชุดวาบหวิวโชว์ต้นขาโชว์เนินอกต่อสายตาประชาชีแบบนี้ มันจะไปมีอะไรให้น่าดึงดูดอีกล่ะ ก็เจ้าหล่อนเล่นเปิดหมดซะขนาดนั้นแล้วนี่

     และประเด็นหลักเลยก็คือ...ลิโป้เพิ่งกลับมาจากสงครามแล้วยิ่งมาเจออะไรแบบนี้เข้า

     ก็อย่าหวังเลยว่าเขาจะเหลียวแลมองแม้แต่หางตา

     "ปล่อยข้าเตียวเสี้ยน"เสียงเข้มเอ่ยพลางดึงตัวนางออกไปจากกาย"ข้าไม่มีอารมณ์มาเล่นกับเจ้า กลับไปนอนเสียไป"

     หญิงงามหน้าเสียทันทีเมื่อโดนผู้เป็นสามีไล่ แต่นางก็ยังไม่ลดละความพยายามเสียงนุ่มลื่นเสนาะหูจึงเอ่ยแว่วขึ้นมาอีกครา"แหม่ท่านนี่ก็ ข้าแค่อยากมอบความสุขสมให้ท่านเป็นการคลายเครียดจากสงครามก็เท่านั้น การช่วยประโลมจิตใจของผู้เป็นสามีเป็นหน้าที่ของคนเป็นภรรยาอย่างข้านี่นา"

     "แต่ข้าไม่ต้องการ"ลิโป้เอ่ยเสียงเรียบราวออกคำสั่ง จนหญิงงามเริ่มรู้สึกหวั่นๆ"พูดคำให้รู้เรื่องเตียวเสี้ยน ไม่เอาคือไม่เอา แล้วตอนนี้ข้าอยากพักไม่ต้องจะทำอะไรอีกในคืนนี้"หนุ่มร่างใหญ่เว้นช่วงก่อนจะพูดต่อด้วยวาจาหยาบกระด้างและท่าทางน่ากลัว"ถ้าร่านนัก ก็ไปหาผู้ชายจากซ่องมาสนองความต้องการของเจ้าเองก็แล้วกัน"

     ว่าจบ ร่างสูงใหญ่ใต้ชุดเกราะสีถ่านแกมแดงจึงลุกพรวดขึ้นมาจากเตียงพระบรรทม ก่อนสองขายาวจะก้าวหายลับออกไปจากห้องโดยทิ้งให้ภรรยาสาวทำหน้ากระฟัดดระเฟียดด้วยความไม่พอใจเป็นอย่างมากที่ตนโดนผู้เป็นสามีปฏิเสธกลับมาอย่างไร้เยื่อใย

     "เป็นสามีแท้ๆ กลับพูดกับภรรยาแบบนี้น่ะเหรอหยาบคายที่สุด"เตียวเสี้ยนบ่นอุบ ก่อนสองมือบางจะเลื่อนขึ้นจับแจงเสื้อผ้าให้เข้าร่องเข้ารอยพลางหันไปเอนกายลงนอนทันที ก่อนความคิดหนึ่งจะเด้งขึ้นมาในสมอง"หรือว่าเขาจะมีเมียน้อย?"

     เตียวเสี้ยนนอนคิดไม่ตกพลางร่างอวบอิ่มไม่วายนอนพลิกไปพลิกมาอยู่บนเตียงนุ่มกว่าสิบรอบ ก่อนที่หญิงสาวจะเลิกคิดเพื่อหันมาหลับผักผ่อนเอาแรงเสียดีกว่า ถึงแม่ชายหนุ่มจะมีหรือไม่มีมันก็ไม่เกี่ยวอะไรกับนางอยู่แล้วเพราะยังไงซะ...คืนนี้นางก็จะไปหาชู้รักของนางเหมือนกันนั่นแหละ

..................................................

     นครฉางอาน คือเมืองหลวงเก่าแก่ของประเทศมหาอำนาจอย่างจีน บ้านเรือนล้วนถูกสร้างขึ้นอย่างโอ่โถงและหรูหราราวปราสาทขนาดย่อส่วน ถนนถูกปูราบให้มีขนาดกว้างเป็นพิเศษสำหรับเกวียนวัวสามคันเดิน ตอนเช้าที่เมืองแห่งก็นับว่าสวยเป็นธรรมชาติอยู่แล้ว แต่พอตกกลางคืน มันกลับยิ่งทวีความสวยงามมากยิ่งขึ้นอย่างถนัดตาราวเพชรเม็ดงามที่ถูกขัดมันจนเงาวับอยู่ใต้แสงจันทราแห่งคืนเดือนเพ็ญ

     แต่ใครเล่าจะรู้ว่าเบื้องหลังความงดงามเหล่านั้น...จะมีด้านมืดอันแสนร้ายกาจซ่อนเล้นอยู่

     เมื่อใดที่รัตติกาลเคลื่อนตัวเข้าปกคลุมท้องฟ้า คนจำพวกหนึ่งที่มักจะตีห่างออกจากคนทั่วไปก็จะเริ่มต้นวิธีชีวิตท่ามกลางราตรีอันมืดหม่นราวไขควงเหล็กที่กำลังเริ่มหมุนไปตามกลไก คนพวกนี้ชาวบ้านเรียกว่า'พวกท่องราตรี' อบายมุข พ่อค้าของเถื่อน ชุมชนตลาดมืด ของผิดกฏหมายมากมายที่ลักลอบเข้าแผ่นดิน นี่คืออาชีพของพวกเขาและอาชีพที่น่าจะมีคนทำเยอะมากที่สุดและหารายได้มากที่สุดก็คงจะหลุดไม่ผลพวกพ่อค้าทาศหรือพวกผู้จัดการหอนางโรมของเหล่าโสเภนี

     เพราะสำหรับที่นี่...การผ่อนคยายด้วยสตรีคือยารักษาที่ดีที่สุด

     "นายท่านขอเวลาสักครู่ได้มั้ยเจ้าคะ?"

     เสียงอ่อนหวานดั่งหยดน้ำผึ้งเอ่ยพลางทำมือเชื้อเชิญชายหนุ่มให้เข้าไปหา ถ้าเป็นชายอื่นอาจเดินเข้าไปนานแล้วเมื่อเห็นเรือนร่างอรชรยืนยั่วอยู่หน้าประตูทางเข้าหอนางโรม

     แต่นั่นไม่ใช่สำหรับลิโป้

     ดวงเนตรคมทำเมินใส่หญิงสาวผู้นั้นก่อนมือหนาจะบังคับบังเหียนให้อาชาสีทมิฬเคลื่อนตัวไปจากที่ตรงนี้ทันควัน ถึงเขาจะเป็นชายแต่เขาก็ไม่คิดชอบดูถูกสตรี...แม้พวกนางจะเป็นโสเภนีก็ตาม

     ลิโป้ควบม้าตรงไปยังสะพานข้ามฝั่งสีแดงเลือดหมูแห่งหนึ่งกลางนครก่อนมือหยาบจะออกแรงกระตุกบังเหียนเบาๆเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้'เซ็คเธาว์'อาชาคู่ใจของตนหยุดยืนอยู่กับที่ ร่างสูงใต้ชุดเกราะสีถ่านแกมแดงนั่งรอบุคคลผู้หนึ่งอยู่บนอานม้าอย่างสงบนิ่ง ก่อนที่ฝั่งตรงข้ามของสะพานไม้จะค่อยๆปรากฏร่างทหารใต้ชุดเกราะกำลังควบอาชาสีน้ำตาลเข้มพุ่งทะยานออกมาจากความมืดพลางตรงเข้ามาหาเขาด้วยความเร็วระดับกลางๆ

     "เป็นอย่างไรบ้างเล่า"เสียงเข้มเอ่ยถามพร้อมดวงเนตรคมไม่วายจ้องผู้มาใหม่อย่างไม่ละสายตาเพื่อหมายรอฟังคำกล่าวรายงานของอีกฝ่าย

     นายทหารผู้นั้นวาดข้าลงมาจากอานม้าอย่างคล่องแคล่วพร้อมรีบถลาตัวเข้าไปทิ้งตัวลงนั่งชันเข่าพลางปากก็ทำหน้าที่รายงายผลให้ผู้เป็นนายฟังไปตามอัตโนมัติ"เป็นไปตามที่นายท่านคิดไว้ทุกประการขอรับ แม่นางเตียวเสี้ยนแอบลอบคบชู้ลับหลังท่านจริงๆระหว่างที่ท่านไปทำสงคราม"

     สิ้นเสียงคำกล่าวรายงาน ใบหน้าคมเข้มสมอายุพลันนิ่งงักไปชั่วครู่ เป็นอย่างที่ข้าคิดไว้จริงๆหรือนี่ ลิโป้คิดพลางเรียวคิ้วเข้มขมวดตีเข้าหากันแน่นอยู่กลางหน้า

     "ท่านจะสั่งการให้ข้าน้อยไปเก็บมันผู้นั้นดีมั้ยขอรับนายท่าน"เสียงทุ้มเอ่ยเสนอผู้เป็นนายพร้อมใบหน้าหล่อแบบธรรมชาติที่ถูกซุกซ้อนอยู่ใต้หน้ากากนักรบสีบรอนซ์เงยขึ้นมองร่างสูงเบื้องหน้าน้อยๆเพื่อรอรับคำสั่งจากอีกฝ่ายอย่างตั้งใจ

     "ไม่ต้อง"ลิโป้ตอบพลางกลับมาตีหน้าเรียบดังเดิมราวรูปปั้นหิน"เจ้ากลับไปได้แล้ว"คนตัวใหญ่ว่าพร้อมโบกมือไล่

     "แต่ว่านายท่าน..."

     ทหารหนุ่มอยากจะเอ่ยปากแย้งกลับเหลือเกินถ้าไม่ติดตรงที่ว่าดวงเนตรคมดุจกริชแหลมสีโกเมนนั่นจะจ้องเขม็งลึกเข้าไปในดวงตาของเขาเสียก่อนอ่ะนะ สองเนตรแสนทรงอำนาจที่ทุกคนต่างก็รู้สึกหวาดกลัวมันอย่างร้ายกาจ...ไม่เว้นแม้แต่ภรรยาคนรัก

     "กลับไปซะมันดึกมากแล้ว"ร่างสูงเอ่ยก่อนที่เขาจะนึกอะไรขึ้นได้ มือหยาบกร้างจงล้วงลงไปหยิบถุงเงินถุงเล็กสีน้ำตาลเข้มใต้ชายพกออกมาโยนให้ทหารหนุ่มไปหนึ่งห่อ"ขอบคุณสำหรับข่าวสารของเจ้า ไอ้หนู"

     ทหารหนุ่มแทบจะพุ่งเข้าไปรับถุงใบเล็กไม่ทันเพราะอยู่ดีๆลิโป้ก็เสือกโยนถุงผ้าขนาดเล็กป้อมให้ เมื่อถุงผ้าตกกระทบมือบางสัมผัสแข็งๆหนักๆก็พลันวิ่งแล่นขึ้นสู่โสตประสาททันทีปานฟ้าแลบ น้ำหนักแบบนี้ สัมผัสแบบนี้ ใช่เลย!! นี่มันเงินนี่หว่า!!

     "นะ นายท่านนี่มัน"ชายหนุ่มลนลาน เพราะกิริยาแบบนี้กระมังจึงทำให้คนตัวใหญ่อดที่จะหลุดคำออกมาเบาๆไม่ได้

     "รับไปเถอะ นั่นคือค่าตอบแทนที่เจ้าช่วยงานข้า"เสียงทุ้มเข้มว่า เมื่อเห็นว่าทหารหนุ่มทำท่าจะแย้งตอบอีก ร่างหนาจึงออกคำสั่งเด็ดขาดไปเลย"ถ้าไม่รับ ข้าจะตัดเศียรเจ้าออกเสียไอ้หนู"พูดจบเท่านั้น ชายหนุ่มก็นิ่งเงียบไปเลยเหมือนแผงวงจรถูกสับปิดลงกระทันหัด ต้องรับลูกเดียวเลยสินะ...เฮ้อออ

     "ขอพระกรุณาเป็นอย่างสูงขอรับ นายท่าน"นายทหารหนุ่มเอ่ยพร้อมก้มหน้าลงคำนับผู้เป็นนายอย่างนอบน้อม"เช่นนั้น ข้าน้อยขอตัวลา"กล่าวจบ ร่างใต้ชุดเกราะทหารจึงยืดตัวขึ้นสูงโดยไม่ลืมโค้งคำนับให้ลิโป้อีกครั้งก่อนร่างโปร่งจะเดินตรงไปปีนขึ้้นนั่งบนอานม้า พลางควบทหารม้าคู่ใจวิ่งฝ่าท่ามกลางความมืดออกไปปานสายลม...ทิ้งไว้เพียงร่างสูงล้ำของจอมทัพผู้ไร้พ่ายเพียงผู้เดียวบนสะพานใต้แสงจันทร์เดือนเพ็ญสีนวลเท่านั้น

     เมื่อแผ่นหลังของลูกน้องคนสนิทกลืนหายไปกับความมืด ใบหน้าคมสันที่ตอนแรกเหยียดยิ้มอย่างอารมณ์ดีพลันกลับค่อยๆหม่นหมองลงอย่างเห็นได้ชัดจนน่าใจหาย ดวงหน้าหล่อแหงนหน้าขึ้นปลายตามองท้องฟ้าสีรัตติกาลที่ถูกประดับประดาหมู่ดวงดารามากมายเคียงคู่กับจันทราแสนงามตา ดวงเนตรคู่สีโกเมนปลือมองความงดงามบนท้องฟ้าเบื้องหน้าสักพักก่อนเปลือกตาบางจะค่อยๆเคลื่อนตัวลงปิดสนิทอย่างช้าๆราวกับว่าเขากำลังพยายามข่มความรู้สึกเจ็บปวดรวดร้าวเพื่อทำใจยอมรับกับความจริงที่ได้รับรู้ 

     "เจ้าหมดรักข้าแล้วหรือไร แม่ดอกโบตั๋นของข้า"

     ลิโป้คร่ำครวญเสียงแผ่ว พร้อมสองแก้มสอบสีน้ำผึ้งค่อยๆถูกชโลมด้วยหยาดน้ำสีใสที่นับว่าหาดูได้ยากนักจากจอมทัพผู้น่าเกรงขามอย่างเขา ลิโป้ ยอดขุนศึกผู้ไร้พ่าย ต้องมาหลั่งน้ำตาให้กับภรรยายอดดวงใจที่กล้าฉีกหัวใจที่เขายอมมอบให้ไปขาดเป็นชิ้นๆได้ลงคอเพียงเพราะตัณหาที่มากเหลือจนล้นอก

     ถึงแม้ลิโป้จะทำเป็นหยาบคายกับเตียวเสี้ยนบ่อยแค่ไหนจนดูเหมือนเขาไม่เคยรักหญิงสาวเลยก็ตาม แต่ตามจริงแล้วเขารัก เขารักนางมากจนแทบจะยอมทุกอย่างเพื่อนาง แค่เพียงแต่ว่าเขาแสดงความรักต่อหญิงสาวไม่เป็นก็เท่านั้นจึงได้แต่ทำกิริยาหยาบกระด้างใส่ไปแบบนั้น

     ข้ามันไม่ดีพอใช่มั้ย? ข้ามันดูแลเจ้าไม่ดีพอใช่มั้ย? ข้ามอบความรักให้เจ้าไม่มากพอใช่มั้ย? เจ้าถึงได้นอกใจข้าไปแอบมีผู้อื่นเยี่ยงนี้...เตียวเสี้ยน??

     ตูม!!!

     "!?"

     ขณะที่ชายหนุ่มกำลังฝืนกลั้นน้ำตาแทบตาย เสียงของหนักตกกระทบผิวน้ำก็พลันดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงบยามราตรีจนทำให้ร่างสูงหลุดพ้นออกมาจากภวังค์ เมื่อตั้งสติได้มือหยาบจึงเลื่อนขึ้นปาดน้ำตาบนหน้าออกลวกๆพลางบังคับอาชาสีทมิฬให้เคลื่อนตัวไปชิดริมรั้วสะพาน ใบหน้าคมหันซ้ายหันขวาสอดส่องสายตากวาดไปรอบบริเวณผิวน้ำอย่างรวดเร็ว

     "อะไรตกน้ำวะ"

     เขาพึมพำ พลางกวาดดวงแก้วสีโกเมนสวยไปทั่วผืนน้ำอย่างไม่หยุดหย่อน เขายืนเพ่งมองหาอยู่นานจนสุดท้ายดวงเนตรคมจึงไปสะดุดอยู่ที่ปลายลำธารที่อยู่ห่างออกไปจนเห็นเส้นขอบแม่น้ำสีนวลซึ่งเกิดจากการสะท้อนแสงของจันทรา ก้อนกลมๆนูนๆโผล่พ้นน้ำเพียงเล็กน้อยพลางค่อยๆลอยคว้างมาตามกระแสน้ำเชี่ยว ถุงขยะ? นี่คือสิ่งที่เขาคิดได้เป็นสิ่งแรกเพราะมันเป็นปกติของคนที่นี่อยู่แล้ว แต่พอเพ่งมองไปนานๆเข้ามันกลับไม่ใช่ถุงขยะอย่างที่เขาคิดซะนี่น่ะสิ มันมีขา สวมเสื้อผ้า และมีใบหน้า! นั่นมันคนนี่!!

     "ไม่ๆๆๆ ข้าไม่ใช่พ่อพระ"ลิโป้ส่ายหน้ารัวๆ"ข้าไม่ลงไปให้เสียแรงเปียกน้ำหรอกฝันไปเถอะ"ชายหนุ่มยืนยันกับตนเอง ก่อนมือหยาบจะบังคับบังเหียนให้เจ้าเซ็กเธาว์มุ่งหน้าออกไปจากที่ตรงนี้ทันควัน ถึงแม้ชายหนุ่มจะทำเป็นเย็นชาขนาดไหน แสร้งทำเป็นไม่แยแสคนรอบข้างเพียงไร แต่อย่างว่าล่ะ...เขามันก็เป็นคนที่มีหัวจิตหัวใจคนนึงนี่นะ

     ไอ้เวรเอ๊ย....

     ลิโป้ด่าตนเองในใจ พร้อมกับที่ร่างสูงกำยำรีบโดดลงมาจากอานม้าทันควันจนอาชาสีทมิฬชะงักกึกด้วยความสงสัยว่าทำไมเจ้าของตนถึงพรวดพราดลงไปแบบนั้น สองขายาวรีบวิ่งอ้าวกลับไปที่เดิมก่อนสองแขนแกร่งจะยันขอบสะพานไว้แล้วกระโดดเหวี่ยงตัวเองลงไปในลำธารทันทีอย่างรวดเร็วชนิดลิงลมยังต้องอาย

     ร่างหนาดิ่งลงไปในน้ำเพียงชั่วครู่ก่อนสองแขนแกร่งจะแหวกว่ายพาร่างของตนเองขึ้นโผล่พ้นผิวน้ำ ดวงเนตรคู่สีโกเมนปรับสภาพให้คุ้นชินกับผิวน้ำชั่วครู่ก่อนแสงแขนสองขาจะเริ่มตีแหวกสายธาราหนาแน่นเข้าไปหาบุคคลผู้นั้นทันที ด้วยที่เขาเป็นคนที่มีกำลังวังชาล้นหลามอยู่แล้วนั่นจึงไม่เป็นอุปสรรคสำหรับเขาแถมมันก็ทำให้เขาว่ายไปประชิดตัวอีกฝ่ายได้เร็วขึ้นอีกต่างหาก

     เมื่อเข้าประชิดตัวได้ปุ๊บ แขนแกร่งจึงสอดมือผ่านรักแร้ไปช้อนแผ่นหลังบางไว้ให้เข้ามาใกล้ๆแผ่นอกกว้าง ตัวเล็กจังแฮะ ลิโป้คิดในใจก่อนสองขากับอีกหนึ่งแขนจะทำการตีน้ำพาร่างคนตัวเล็กกับร่างของตนเองขึ้นฝั่งใกล้ๆทันทีก่อนที่ขาเขาจะเป็นตะคริวเสียก่อน

     หลังถึงฝั่งลิโป้รีบแบกร่างบางระหงขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเลเพราะน้ำหนักจากชุดเกราะที่ตนสวมอยู่มันอุ้มน้ำไว้ภายในพร้อมค่อยๆวางคนตัวเล็กลงบนเนินกรวดสีขาวสะอาดทันทีเพราะเขากลัวว่าน้ำจะไหลเข้าปอดระหว่างที่เขาใช้เวลาว่ายน้ำเข้าไปหา แต่พอดวงเนตรคู่สีโกเมนเห็นใบหน้าของอีกฝ่ายเท่านั้นแหละ ลมหายใจของเขาก็พลันหยุดชะงักกึกไปเสียดื้อๆ

     ดวงหน้าขาวผ่องยามต้องแสงจันทร์ตัดกับเรือนผมสีเปลือกไม้แก่ แพขนตางอนยาวปรากฏหยดน้ำใสติดเป็นจุดๆราวกากเพชร ริมฝีปากสีพีชน่ากินเผยอออกน้อยๆรับกับจมูกโด่งได้รูปแบบคนทวีปยุโรป 

     งดงาม...

     นั่นคือสิ่งที่สมองของลิโป้จะสามารประมวลผลได้ในวินาทีนี้ แต่สุดท้ายใบหน้าหล่อเหลาก็จำต้องสลัดความคิดเหล่านั้นออกไปให้หมดแล้วหันมาช่วยเหลือคนตัวเล็กก่อนแทน มือหนาสองข้างเลื่อนขึ้นมาประสานกันแน่นเหนือแผ่นอกบางก่อนจะออกแรงกดปั๊มหัวใจของอีกฝ่ายให้กลับมาทำงานใหม่อีกครั้ง ถึงเขาจะเป็นยอดขุนพลแต่เขาก็ต้องรู้วิธีปฐมพยาบาลบ้างในเวลาบาดเจ็บหรือลูกน้องเจออุบัติเหตุที่ไม่ขาดฝันกันเผื่อไว้บ้างจริงมั้ลล่ะ

     ร่างสูงทำแบบนี้กับสลับผายปอดให้เป็นช่วงๆ จนในการปั๊มหัวใจให้เป็นครั้งสุดท้าย ร่างบางใต้ชุดโค้ทหนาก็พลันกระตุกเฮือกพลางสำลักเอาน้ำเย็นออกมาจากปากคำโตพร้อมส่งเสียงแค่กๆไม่หยุด เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายฝืนได้สติร่างหนาจึงผ่อนลมหายใจแล้วค่อยๆทิ้งตัวลงนั่งแหมะลงข้างกายหนุ่มร่างเล็กทันที

     "นึกว่าจะช่วยไว้ไม่ทันแล้วเสียอีก"ลิโป้ถอนหายใจพร้อมลำพึงโดยไม่วายยกฝ่ามือขึ้นลูบน้ำที่เกาะอยู่ตามใบหน้าคมออกทิ้งไปลวกๆ แต่แทนที่เขาจะได้คำขอบคุณกลับมา เขากลับได้ฝ่ามือบางฟาดตวัดตบเพี้ยะเข้าให้เต็มๆหน้าแทนจนหน้าหันไปตามแรงตบเสียอย่างนั้น

     ยอดขุนพลนิ่งค้างราวรูปปั้นหินกับเหตุการณ์เมื่อครู่ ก่อนดวงเนตรคมจะเริ่มฉายแววเกรี้ยวกราดออกมาอย่างเห็นได้ชัดกับการกระทำของคนที่เขาอุตส่าห์เสียเวลาช่วยให้รอดพ้นขึ้นจากการจมน้ำตายมามาดๆ วอนหาเรื่องงั้นเรอะ!

     "นี่เจ้า---!!"

     พูดยังไม่ทันจบประโยค ลิ้นหนาก็พลันแข็งทื่อไปเสียอย่างนั้นเหมือนถูกฉาบด้วยปูนหนาแสนขรุขระเมื่อดวงเนตรคมเหลือบไปเห็นหยาดน้ำตาสีใสไหลทะลักออกมาจากเรียวตาสีครามคู่งามเยี่ยงสายธารบนใบหน้าขาวผ่องอย่างไม่มีสาเหตุ ร้องไห้งั้นเหรอ??

     "เจ้า...ฮึก....เจ้าช่วยข้าไว้ทำไม!?"เสียงหนุ่มตะคอกใส่ด้วยความโกรธ

     ลิโป้นั่งเงียบไม่คิดตอบอะไรเพราะยังงงไม่หายพลางเรียวคิ้วเข้มไม่วายเลิกคิ้วขึ้นสูงเพราะเขาไม่เข้าใจกับสิ่งที่บุรุษผู้นี้พูดเลยสักนิด แต่ความสงสัยของขุนพลหนุ่มก็เป็นอันต้องหยุดลงไว้เพียงเท่านั้น เพราะอยู่ดีๆร่างบางระหงที่เขาอุตส่าห์ลากขึ้นมาจากน้ำอย่างทุลักทุเลเมื่อครู่กำลังทำท่าจะกลับลงไปใหม่อีกแล้วน่ะสิ!"เฮ้ย!! หยุดเดี๋ยวนี้เลยนะโว้ย!!"ลิโป้แหกปากลั่นพร้อมร่างหนารีบพุ่งทะยานออกไปคว้าเอวบางไว้ทันท่วงที

     "ปล่อยข้า!"หนุ่มร่างเล็กตะโกนพลางเหวี่ยงแข้งเหวี่ยงขาดิ้นไม่อยู่ราวคนเสียสติ"เจ้าบ้า! ปล่อยข้าเดี๋ยวนี้ ข้าอยากตาย!!"

     "เจ้านั่นแหละที่บ้า!!"ลิโป้โต้กลับเสียงแข็งพร้อมสองแขนแกร่งไม่ยอมปล่อยร่างเพรียวเลยแม้แต่นิดกลับกันสองแขนของขุนพลหนุ่มกลับยิ่งรัดแน่นขึ้นไปอีกจนกระดูกร่างบางแทบหัก"เจ้าคิดบ้าอะไรอยู่ห๊ะถึงได้อยากจะมากระโดดน้ำฆ่าตัวตายเนี่ย!?"

     "เรื่องของข้า! อย่ามาเสือกไอ้หมีควาย!!"ชายหนุ่มตะโกนด่าพลางออกตัวดิ้นไม่หยุด

     หมีควายงั้นเรอะ!!! คนตัวสูงคิ้วกระตุกกับคำด่าของคนตัวเล็ก ก่อนความรู้สึกหมั่นไส้ส่วนตัวก็พลันเคลื่อนเข้าครอบงำจิตใต้สำนึกของเขาทันทีปานฟ้าแลบ ตบหน้าข้าก็ยังพออภัย แต่มาด่าข้าว่าหมีควายแบบนี้ มันจะมากไปแล้วนะ!!

     "เจ้าจะหยุดมั้ย!"ลิโป้เอ่ยเสียงแข็ง

     "ไม่!!!"ร่างบางตะโกนตอบอย่างไม่กลัวเกรง นั่นจึงทำให้ขุนพลหนุ่มไม่คิดที่จะอดทนกับอารมณ์หัวฟัดหัวเหวี่ยงกับบุคคลผู้นี้อีกต่อไป ถึงแม้เขาทั้งคู่จะเพิ่งเจอกันเป็นครั้งแรกก็ตาม...

     มือหยาบพุ่งขึ้นบีบกร้ามขาวเพื่อบังคับให้ใบหน้าหวานหยดหันหลังไปหาเขา ก่อนที่ริมฝีปากหยาบจะทำการกดทับลงบนริมฝีปากอิ่มทันทีชนิดไม่ยอมให้อีกฝ่ายได้ทันตั้งตัว ดวงเนตรสีครามซึ่งอาบคลอไปด้วยหยาดน้ำตาเย็นชื้นเบิกกว้างด้วยความตกใจอย่างถึงขีดสุด

     "อื้อ! อื๊อ!!"ร่างบางร้องประท้วงพร้อมสองมือเล็กรีบเลื่อนขึ้นทั้งจิกทั้งข่วนไปตามใบหน้าคมสันอย่างรุนแรงราวแมวพยศจนแก้มสอบเกิดเป็นรอยบาดแผลมากมายปรากฏขึ้นเป็นแผลจางๆ อาการเจ็บแสบแล่นปลี๊ดขึ้นเซลล์สมองของยอดขุนพลหนุ่มอย่างรวดเร็วจนเรียวคิ้วเข้มยิ่งขมวดเข้าหากันแน่นมากขึ้นจวนจะรวมเป็นเส้นเดียวอยู่กลางหน้า

     แต่มันก็หยุดเขาไว้ไม่ได้หรอก

     มือขวาผละจากกร้ามเลื่อนอ้อมไปทึ้งเส้นผมสีเข้มเพื่อบังคับให้ใบหน้าหวานเงยหน้าขึ้นเพื่อรับรสจูบจากเขาไปให้มากขึ้นกว่าเดิมอย่างอุกอาจ โดยมือซ้ายก็เลื่อนลงโอบรัดเอวบางให้เขยิบเข้ามาแนบชิดกับร่างหนาสวมชุดเกราะแข็งหยาบจนร่างบางเริ่มเจ็บ คนตัวเล็กพยายามขัดขืนเต็มที แต่เพราะมันไม่ได้ผลเลยนั่นจึงทำให้เรือนร่างเพรียวเริ่มสั่นระริกด้วยความหวาดกลัว แรงสั่นนั้นมีมากพอที่จะทำให้ร่างสูงใหญ่เยี่ยงราชสีห์ของลิโป้รู้สึกฉงนขึ้นมาเสียทันควัน

     ดวงเนตรคู่สีโกเมนปลือมองใบหน้าอาบคราบน้ำตาชั่วครู่ ก่อนที่เขาจะค่อยๆถอนจูบออกมาอย่างอ้อยอิ่ง สองเนตรคมจ้องพินิจอากัปกิริยาของร่างบางในอ้อมแขนด้วยความสงสัย ก่อนริมฝีปากหยักลึกจะเอ่ยถามออกไปด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มตามแบบฉบับของเขา

     "เจ้ากลัวงั้นรึ?"ร่างเล็กไม่ตอบนอกจากสองแขนบางพยายามดันกายออกมาห่างๆจากลิโป้เท่าที่แขนเล็กๆนี้จะทำได้ลูกเดียว ดูจากท่าทางแล้วสงสัยคงจะกลัวเอามากจริงๆนั่นแหละ ขุนพลหนุ่มถอนหายใจยาวพลางไม่วายอดนึกโทษตนเองไปหลายชุดกับการที่เขาไม่สามารถควบคุมอารมณ์ของตนเองได้ ลิโป้ยืนมองใบหน้าหวานสักพักก่อนสองแขนแกร่งจะโอบกระชับให้ร่างบางระหงกลับเข้ามาซุกแผ่นอกกว้างอีกครั้ง ซึ่งนั่นก็ทำให้ชายหนุ่มเริ่มตัวสั่นเพราะความกลัวหนักขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

     "ดะ ได้โปรดปล่อยข้าไปเถอะ"เสียงนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริกอย่างน่าสงสาร พร้อมฝ่ามือบางพยายามพลักร่างแกร่งเบื้องหน้าออกห่างให้เร็วที่สุด

     "ข้าขอโทษ"อยู่ดีๆเสียงทุ้มเข้มก็พลันบอกกล่าวคำขอโทษออกมาเสียดื้อๆแบบไม่มีปี่มีขลุ่ยจนร่างเล็กถึงกับนิ่งค้างไปชั่วขณะราวรูปปั้นหิน เมื่อเห็นว่าบุคคลในอ้อมแขนนิ่งเงียบไปเขาจึงเริ่มพูดขึ้นมาอีกครา"เรื่องเมื่อครู่นี้ข้าขอโทษด้วยเจ้าหนุ่ม"

     คนตัวเล็กยังคงนิ่งเงียบ และคราบน้ำตากับอาการสั่นกลัวเยี่ยงลูกแมวตกน้ำก็ยังคงปรากฏให้เห็นอยู่เนื่องๆไม่ขาด เฮ้อ จะกลัวอะไรขนาดนี้ล่ะเนียะหือออ ไอ้หนุ่มเอ๊ยย

     ลิโป้รู้สึกอับจนปัญญากับเหตุการณ์นี้อย่างเหลือร้าย เขารู้ว่าตัวเขาผิดที่คุมอารมณ์ไม่ได้จนถึงขั้นจับอีกฝ่ายเข้ามาบดจูบได้หน้าตาเฉยแบบนี้ ขุนพลหนุ่มยืนคิดวิธีปลอบอีกฝ่ายอยู่นานสองนานจนสมองที่มีแต่กล้าเนื้อก็นึกปิ้งไอเดียดีๆขึ้นมาได้หนึ่งอย่าง...นั่นก็คือการกอด...ก็มันคิดได้แค่นี้จริงๆนี่นา

     "จะ เจ้า"เสียงนุ่มเอ่ยติดๆขัดๆพลางดวงเนตรสีครามหลุบตาลงต่ำไม่กล้าสบตามองบุรุษสูงใหญ่เมื่อเห็นว่าตัวเขาถูกมือหนากระชากเข้าไปใกล้อีกครั้ง ร่างเล็กกลัวว่าเขาอาจจะ'โดน'แบบนั้นอีกจึงหลับตาปิดสนิท แต่พอผ่านไปสักพักความอบอุ่นจากอ้อมแขนแกร่งก็พลันโอบรอบกายร่างเพรียวอย่างช้าๆและนิ่มนวลมากที่สุดเท่าที่คนอารมณ์ร้อนอย่างลิโป้จะทำได้ เปลือกตาบางปลือขึ้นน้อยๆพลางดวงเนตรสีสวยมองช้อนขึ้นมองใบหน้าคมสันด้วยความงุงงน ว่าทำไมอยู่ดีๆอีกฝ่ายถึงได้มาทำดีกับเขาแบบนี้

     "น่า ข้าปลอบใครไม่เป็นนะเฮ้ย"ลิโป้ว่าพลางยกมือขึ้นเกลี่ยปลายนิ้วปาดเช็ดคราบน้ำตาออกให้หน่อยๆ"หยุดร้องได้แล้ว น้ำตามันไม่เหมาะกับเจ้าหรอกนะรู้มั้ย-"พูดจบ ทั้งคู่ก็ต่างคนต่างเงียบดิ นี่เขาพูดบ้าอะไรออกไปเนี่ย!?"เอ่อ คือว่าเรื่องที่ข้าพูดเมื่อกี้มัน เอ่อ"ลิโป้พยายามพูดแก้เก้อ พลางไม่วายยกฝ่ามือข้างหนึ่งขึ้นลูบท้ายทอยเบาๆด้วยรวามเขินอายในคำพูดเมื่อครู่ เวรเอ๊ยยย นี่กูพูดอะไรออกไปไหนเนี่ยยย

     ขุนพลหนุ่มคิดพลางไม่วายเลื่อนมือเปลี่ยนตำแหน่งจากท้ายทอยขึ้นมานวดขมับแทน คงเป็นเพราะอากัปกิริยาแบบนี้กระมังนั่นจึงทำให้ใบหน้าหวานสวยค่อยๆวาดรอยยิ้มบางประดับอยู่บนหน้าได้อย่างไม่ยากเย็น เมื่อดวงเนตรสีโกเมนเห็นว่าชายหนุ่มคนนี้กลับมาร่าเริงขึ้นหน่อยๆ ใบหน้าคมคายจนอดที่จะฉีกยิ้มออกมาไม่ได้ ถึงแม้จะเพิ่งรู้จักกันจากการที่อีกฝ่ายกระโดดลงน้ำก็ตาม แต่ลิโป้ก็ดีใจ ดีใจที่เห็นใบหน้างามนั้นกลับมามีชีวิตชีวาอีกครา

     "เฮ้เจ้าหนุ่ม"เสียงเข้มเรียกขาน"เจ้าชื่ออะไรรึ ข้า ลิโป้"

     สิ้นเสียงคำถาม หนุ่มน้อยลังเลชั่วครู่ ก่อนกลีบปากอิ่มจะยอมพูดตอบกลับไปอย่างกล้าๆกลัวๆ"แวน...แวน เฮลซิ่ง"

..................................................

     หลังจากที่ลิโป้ได้พบกับ'แวน'หนุ่มน้อยจากทวีปยุโรปแห่งโรมาเนียมันก็ผ่านมานานร่วมสัปดาห์แล้ว โลกของลิโป้ที่เคยมีแต่ความมืดมนก็พลันค่อยๆเปลี่ยนไปทีละนิดเหมือนได้มีแสงสว่างดวงน้อยช่วยเข้ามามอบความอบอุ่นให้ท่ามกลางความเหน็บหนาวภายในอก หัวใจที่เคยบอบช้ำเพราะเรื่องของภรรยาสาวที่แอบคบชู้ก็พลันค่อยๆถูกเยียวยารักษาให้หายได้ในเวลาไม่กี่สัปดาห์ ถึงแม้การพบกันครั้งแรกของคนทั้งคู่มันจะดูแหกแหวกไปสักหน่อยสำหรับการทำความรู้จักซึ่งกันและกัน แต่ทั้งคู่ก็ปรับความเข้าใจกันได้จึงกลายมาเป็นเพื่อนรู้ใจกันได้จนถึงวันนี้อ่ะนะ

     "เอาล่ะ เอาอะไรไปฝากเจ้าหนุ่มนั่นดีนะ"ชายร่างสูงสง่าเอ่ยกับตนเองเบาๆในห้องส่วนตัวด้วยความรู้สึกเบิกบานใจอย่างที่ไม่เคยเป็นมาก่อน แม้แต่ตอนที่ได้อยู่กับเตียวเสี้ยนเขาก็ไม่เคยเป็นถึงขนาดนี้เลยนะ"เอาเจ้านี่ดีมั้ยนะ"ลิโป้เอ่ยพลางหยิบชุดผ้าไหมปักดิ้นทองลายหงส์ชั้นดีขึ้นมาจากกองเสื้อผ้าที่เขามุมานะไปหาซื้อมาจากร้านขายเสื้อผ้าทั่วเมืองหลวงกลับมาเป็นตับซึ่งราคามันก็...โคตรนรกยังต้องเรียกพี่เลยอ่ะแหละ

     ดวงเนตรสีโกเมนจ้องสำรวจตัวผ้าอย่างละเอียดถี่ถ้วนโดยมือหยาบก็ไม่วายจับพลิกหน้าพลิกหลังอยู่สองสามครั้ง ขุนพลหนุ่มนั่งพินิจตัวผ้าอยู่ชั่วครู่จนสุดท้ายเขาก็วางชุดนั้นเก็บเข้ากรุตามเดิม เพราะอะไรน่ะเหรอ? ตะเข็บชายแขนมันขาด! ใครมันจะยอมส่งของที่ชำรุดแล้วให้เพื่อนสุดรักสุดหวงแหนเอาไปสวมใส่ให้ขายขี้หน้าล่ะ ไม่มีวัน! แม้เย็บเบี้ยวไปแค่มิลเดียวเขาก็ไม่ให้ผ่านโว้ยบอกเลย!!

     ชายหนุ่มเลื่อนกองผ้าที่สำรวจดูแล้วไปกองไว้อีกฝั่งพลางไม่วายเลื่อนมือออกไปคว้ากล่องบรรจุเครื่องเพชรประดับกรอบสีขาวนวลขึ้นมาเปิดดู ภายในกล่องไม้สีดำขลับถูกบรรจุไว้ด้วยเครื่องประดับอันเลอค่ามากมาย ไม่ว่าจะเป็นสร้อยหยกสีสว่างใสดั่งผลึกแก้ว กำไลเนื้อหินอ่อนฝังเพชรที่ถูกเจียระไนใหม่จนมีความบริสุทธิ์สูงไว้รอบกำไลสีขาวสะอาด แต่ที่น่าจะเด่นที่สุดในบรรดาเครื่องเพชรเหล่านี้ก็คงจะเป็นปิ่นปักผมประกายทองนั่นน่ะแหละ

     ก้านของปิ่นยาวจนไปถึงโคนทำมาจากแร่หินชั้นดีซึ่งมีลักษณ์เงาวับและเป็นสีนิลสนิทแกมด้วยสีน้ำเงินกรมท่าราวสีท้องฟ้ายามราตรี ขอบโคนกับปลายปิ่นถูกเคลือบด้วยทองคำเปลวบริสุทธิ์สลักลายดอกดอกโบตั๋นตูมสลับหุบ หัวปิ่นทำมาจากหยกขาวชั้นดีที่ขึ้นชื่อว่าหายากมากที่สุด หรือจะพูดว่ามันมีมูลค่ามากที่สุดในหมู่ตระกูลหยกเลยก็ว่าได้ หัวปิ่นถูกแกะสลักเป็นรูปหงส์สยายปีกออกราวกับว่ามันกำลังบินอยู่บนท้องนภาอันกว้างใหญ่อย่างมีความสุข ตรงปลายจะงอยปากแหลมถูกเกี่ยวคล้องด้วยโซ่เหล็กสีทองสะท้อนแสงเรียวเล็กอยู่ประมาณสามเส้นปล่อยยาวลงมากว่าครึ่งหนึ่งของความยาวของปิ่น ปลายสุดของโซ่ถูกคล้องติดกับพวงกระดิ่งสีเดียวกับสีโซ่ซึ่งมันก็ส่งเสียงกรุ๊งกริ๊งลื่นเสนาะหูไม่ดังไปและไม่เบาไป เสียงพอดีๆกำลังพอเหมาะแบบเสียงนกกระจิ๊บร้องเพลงในยามเช้าตรู่

     แถมก้นกระดิ่งมันก็ผูกติดกับพู่สีแดงสดใสเหมาะกับคนน่ารักเสียด้วยนี่นะ...เดี๋ยวน่ารักเรอะ??

     "ไม่ๆๆ"เสียงทุ้มเข้มเอ่ยซ้ำๆกับตนเองอยู่หลายรอบ"เพื่อนเว้ยเพื่อน อย่าคิดไกลไปมากกว่านี้เชียวนะไอ้ลิโป้"ขุนพลหนุ่มว่าพลางไม่วายตบหัวตัวเองไปโป๊กใหญ่เพื่อหมายเรียกสติ เขาต้องการเป็นเพื่อนกับอีกฝ่ายไม่ได้ต้องการให้คนคนนั้นมาเป็นคนรักเสียหน่อย...ถึงแม้เขาจะคิดไปในทำนองนั้นนานแล้วก็เถอะ

     จะพูดไงดีล่ะ ก็หลังจากที่ลิโป้ได้ขโมยจูบของแวนไปอย่างอุกอาจในวันนั้น ความรู้สึกนุ่มนิ่มและหวานหอมละมุนจากกลีบปากสีพีชนั้นก็ยังคงติดอยู่บนริมฝีปากหยักลึกไม่หาย มันยังคงตราตรึงและยังคงเด่นชัดขึ้นทุกวันจวบจนวันนี้ อยากจูบอีกครั้งจังเลย...

     ชายหนุ่มคิดพลางหลงทำหน้าเคลิ้มไปแวบหนึ่ง ก่อนที่ใบหน้าคมสันจะชักสีหน้ากลับมาราบเรียบเหมือนเดิมโดยไม่วายยกมือหยาบขึ้นฟาดป้าบเข้าให้เต็มๆที่แก้มสอบ บอกว่าอย่าคิดไงเล่าปัดโธ่เอ๊ยยยย

     ครื้นนนน

     จังหวะเดียวกันกับที่ชายหนุ่มกำลังนั่งลูบแก้มสอบขึ้นสีแดงเรื่ออันเนื่องมาจากที่เจ้าตัวดันเสือกออกแรงตบไปเสียเต็มเหนี่ยวเมื่อครู่ เสียงประตูไม้เลื่อนก็พลันถูกเลื่อนเปิดออกเล็กน้อยอย่างช้าๆ เมื่อดวงเนตรสีโกเมนตวับเหลือบหันกลับไปมอง ดวงเนตรเรียวก็พลันถูกฉาบด้วยธารน้ำแข็งอันแสนเย็นเฉียบลงทันควันเมื่อเห็นผู้เข้ามาใหม่

     "ท่านกำลังทำอะไรอยู่รึ ท่านลิโป้"

     ใบหน้าหวานสวยเยี่ยงสาวงามผู้เลอโฉมบรรจงฉีกยิ้มละมุนให้ผู้เป็นสามีเล็กน้อยพร้อมน้ำเสียงหวานหยดค่อยๆเอ่ยปากถามไปอย่างอ้อยอิ่งตามความเคยชิน โดยเรือนร่างอรชรไม่วายค่อยๆย่างกรายเข้าไปนั่งเบียดชิดอยู่ข้างร่างแกร่ง

     "หาของไปให้เพื่อน"

     ลิโป้ตอบเสียงเรียบพลางหันหน้าหลีกไปทางอื่น เขายังไม่อยากพบหน้าเตียวเสี้ยนตอนนี้ เพราะเขายังเคืองหญิงสาวอยู่ไม่หายจากเรื่องที่นางแอบไปมีชู้ลับหลังเขานั่นแหละ เตียวเสี้ยนช้อนดวงตากลมโตขึ้นมองใบหน้าหันข้างของผู้เป็นสามีชั่วครู่ก่อนริมฝีปากจิ้มลิ้มจะค่อยๆปริปากอีกครา

     "เพื่อนที่ท่านว่า ใช่พ่อหนุ่มจากแดนตะวันตกที่ท่านพามาเที่ยวเรือนเมื่อวานซืนใช่หรือไม่?"

     "ใช่"

     ขุนพลหนุ่มตอบเพียงสั้นๆโดยที่สองตาก็ยังคงจ้องพินิจปิ่นปักผมบนมือไม่เลิก เมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายไม่ยอมสนใจหญิงสาวก็เริ่มฉุนสิ ตั้งแต่เมื่อกี้แล้วนะ ชายหนุ่มจ้องมองนางด้วยสายตาราบเรียบไร้อารมณ์ราวกับว่ากำลังเห็นตัวประหลาด แถมเมื่อครู่อีกฝ่ายก็ใช้คำพูดคำจาน้ำมะนาวไร้น้ำใส่อีก โดนประพฤติเยี่ยงนี้ คนหยิ่งในศักดิ์ศรีอย่างเตียวเสี้ยนก็ของขึ้นสิ แต่อย่าว่าล่ะถ้าเกิดนางเผลอปล่อยนิสัยที่แท้จริงออกไปทุกอย่างก็จบ นางจึงเลือกที่จะใช้วิธีอื่นแทน...ซึ่งมันก็เป็นวิธีที่น่าจะใช้ได้ผลกับชายหนุ่มได้เกินคาดเลยล่ะ

     "นายท่าน"เสียงหวานปานน้ำผึ้งเอ่ยขึ้นอีกคราพร้อมร่างบางระหงค่อยๆเบียดแทรกกายเข้าหาลำแขนแกร่งอย่างถือวิสาสะ"ท่านรู้หรือไม่ ว่าเพื่อนหนุ่มของท่านผู้นั้นมีอาชีพเป็นอะไร?"

     "ถึงข้าจะอยากรู้ แต่ข้าก็ไม่อยากรู้จากปากเจ้า"ลิโป้ว่าพร้อมแกะฝ่ามือเล็กออกจากต้นแขนตนเบาๆ

     "งั้นข้าถามใหม่ ท่านรู้จักโสเภนีใช่มั้ย?"นางเปลี่ยนคำถามพลางดวงเนตรกลมโตก็เอาแต่จ้องใบหน้าคมสันไม่เลิกเพื่อหมายสำรวจปฏิกิริยาของคนตัวใหญ่ ซึ่งทันทีที่หญิงสาวกล่าวจบ ชายหนุ่มก็พลันหันขวับกลับมามองหน้าผู้เป็นภรรยาทันควัน ก่อนริมฝีปากหยักลึกจะเอ่ยปากตอบกลับไปตามอัตโนมัติ

     "ถามข้าทำไม"

     "หึ"หญิงสาวหัวเราะในลำคอ"ข้าก็แค่จะบอกว่าโสเภนีน่ะมันไม่ได้มีแค่สตรีเยี่ยงข้าเพียงอย่างเดียวก็เท่านั้นสามีข้า"ริมฝีปากจิ้มลิ้มกล่าวพลางยกฝ่ามือขาวขึ้นลูบไล้ใบหน้าคมสันไปพลาง"โสเภนีน่ะ มันมีบุรุษด้วยเช่นกัน ถึงแม้ว่ามันจะมีน้อยไปสักหน่อยก็เถอะ"

     "เจ้าอยากจะบอกว่าแวนเป็นโสเภนี?"ลิโป้ว่าด้วยอารมณ์โกรธ

     หญิงสาวยิ้มมารยาตอบ ก่อนร่างบางระหงจะปลีกตัวออกมาจากร่างแกร่งพร้อมสองขาเรียวยาวค่อยย่างกรายออกไปยังหน้าทางเข้าของห้อง พลางใบหน้าหวานหยดไม่วายหันกลับหาเขาด้วยคำพูดอีกประโยคว่า

     "ข้าก็ไม่ได้พูดเจาะจงว่าเป็นเขาเสียหน่อย แต่ถ้ามันเป็นความจริง ท่านก็ลองไปถามจากปากเขาเองแล้วกัน แต่ก่อนจะถึงตอนนั้น"หญิงสาวพูดเว้นช่วง พร้อมร่างบางระหงค่อยๆย่างกรายออกไปจากห้องเรียบร้อยโดยทิ้งให้ชายหนุ่มนั่งช็อคกับสิ่งที่ได้ยินจากปากของนาง"พ่อหนุ่มคนนั้นก็คงจะกำลังรับแขกอยู่นั่นแหละนะ ที่รัก"

     ว่าจบ ร่างของผู้เป็นภรรยาก็พลันเดินหายลับออกไปจากครรลองสายตาของชายหนุ่ม ลิโป้นั่งเงียบอยู่ภายในห้องอยู่นานพร้อมสมองก็คิดคำนวนไปเรื่อยๆ เพราะแบบนั้นรึเปล่าแวนจึงได้อยากฆ่าตัวตาย เพราะแบบนั้นรึเปล่าแวนจึงได้สั่นกลัวหนักขนาดนั้นเมื่อเขาเข้าโอบกอดหรือจูบอีกฝ่าย ถ้างั้นก็แสดงว่า...

     เมื่อคิดจบ ใบหน้าคมสันก็พลันฉายแวววิตกกังวลออกมาอย่างเห็นได้ชัดก่อนร่างสูงกำยำจะลุกพรวดพราดออกไปทันทีราวฟ้าแลบ ก่อนที่ฝันร้ายจะเข้าครอบงำเจ้าแมวน้อยของเขาอีกเหมือนครั้งก่อนๆอีกเป็นแน่...

..................................................
-To be continued-
..................................................
สวัสดีจร้า! ที่จริงไรท์ก็กะจะเขียนตอนเดียวจบนะแต่เนื้อเรื่องมันดั๊นยาวซะนี่น่ะสิ????
ไรท์จึงต้องทำการแบ่งเป็นตอนยาว ส่วนเรื่องคู่มอร์ทอสเธนกับแม่มุราไม่ต้องกังวลนะครับ เดี๋ยวไรท์เขียนให้ก่อนแน่นอน แต่คงจะนานนิสนึงนร้าาา//โดนลีดถีบหงาย

ยังไงก็ขอบคุณนะครับสำหรับคอมเม้น รักอ่านอ่านทุกท่านะคร้าบบบ!!!//โปรยจูบ
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 28 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #188 เจ้าสาวยามราตรี (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2561 / 09:05

    ชอบมากเลยค่าาาาได้โปรดมาต่อเถอะท่าน~

    #188
    0
  2. #184 แพรวเองไง555 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 14 พฤษภาคม 2561 / 23:31

    ชอบมากเลยค่ะ อยากให้อัพต่อจากตอนี้เร้วๆจังเลยค่ะ ^ ^https://www0.dek-d.com/assets/article/images/sticker/jj-11.png

    #184
    0
  3. #150 Ooh-luhan (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 00:23
    มาต่อเถอะพลีสสส
    #150
    0
  4. #75 LadyTiwa (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 9 ตุลาคม 2560 / 13:24
    มีแค่นี้หย๋อ?อยากให้ต่ออ่ะ?w?
    #75
    1
    • #75-1 OkamiSung(จากตอนที่ 5)
      9 ตุลาคม 2560 / 13:44
      มีอีกครับ พอดีเนื้อมันยาวไรท์เลยต้องตัดแบ่งอ่ะครับ
      #75-1
  5. #54 กระรอกน้อยวิ้ง ๆ (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 18:20
    นังเตี้ยว นังงูไหล~~~
    #54
    0
  6. #53 K-Kris (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 17:02
    นังเตียววว ทำไมพูดแบบเน้----
    #53
    0
  7. #52 Maaanowww (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 3 ตุลาคม 2560 / 01:22
    เตียวเสี้ยนนางงูพิษ//อินจัด555
    #52
    0
  8. #51 Sendou Nunny (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 2 ตุลาคม 2560 / 23:28
    สงสารลิโป้อะฮืออออ
    #51
    0
  9. #48 ALkung (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 21:28
    เป็นการเจอกันครั้งแรกที่สุดมากๆ คนนึงจะฆ่าตัวตาย คนนึงช่วยละโดนตบโดนด่า 555555

    ว่าแต่ทำไมแวนถึงจะฆ่าตัวตายน้อ
    #48
    1
    • #48-1 OkamiSung(จากตอนที่ 5)
      1 ตุลาคม 2560 / 21:34
      ก็ไม่รู้สินร้ากั๊บ//ทำหน้าใสซื่อ?^?(?????)
      #48-1
  10. #43 Hasashi Minako (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 07:51
    สงสารเสี่ยโป้ ฮืออออออ TwT
    #43
    0
  11. #42 K-Kris (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 1 ตุลาคม 2560 / 07:41
    เอาน้องแวนมาดามใจเฮียแกที t_t
    #42
    0
  12. #41 Wiscousin (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 23:30
    ป้าเตียวสายดาร์คคึ
    #41
    0
  13. #40 ink sans (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 14:55
    รอค่าาาา//// เกลียดเตียวเซี้ยนแปป ไมทำงี้ล่ะเธอมีหลัวอยู่แล้วยังจะไปหาชู้อีกหรอ? เดี๋ยวหลัวเธอก็ควงแวนมาให้ดูเป็นขวัญตาหรอก ชิชะ!
    #40
    0
  14. #39 0900041738 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 12:24
    ต่อ เลยยยค่า อยากอ่านต่อออ 
    #39
    0
  15. #38 Sendou Nunny (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 27 กันยายน 2560 / 09:41
    อ้าวเตียวเสี้ยน ทำงี้ตบกันป้ะ
    #38
    0