Fic RoV : Realm of Love [Yaoi]

ตอนที่ 13 : (Zephys x Valhein) -Little cat of the Grim reaper- 80%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,887
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 21 ครั้ง
    25 ก.พ. 61

Story : Little cat of the Grim reaper
Type : Fan Fiction,RoV
Pairing : Zephys x Valhein
Rate : น 15+

.................................................

     'ดินแดนแห่งเปลวเพลิง'หรืออีกชื่อที่ทุกคนรู้จักกันดีในชื่อของ'นรกภูมิ' มันคือดินแดนที่เต็มไปด้วยเปลวไฟสีฉาดกับดวงวิญญาณเร่ร่อนไร้ที่ไป อสูรกาย สัตว์เดรัจฉาน และอื่นๆอีกเพียบเกินที่จินตนาการของมนุษย์จะนึกฝันออก แต่ถ้าใครจะคิดว่าที่นี่น่ากลัว เต็มไปด้วยผู้คุมหน้าดุเยี่ยงยักษา มือถือสามงามหรือตะบองเตรียมไล่หวดไอ้หน้าไหนก็ตามที่กล้าหลบหนีจากการจับกุมเพื่อเข้ารับบทลงโทษจากผู้พิพากษาให้วุ่นไม่เว้นแต่ละวัน

     สงสัยทุกคนต้องปรับทัศนคติเกี่ยวกับ'นรกภูมิ'แห่งนี้ใหม่อย่างด่วนแล้วล่ะ...โดยเฉพาะสำนักงานของเหล่ายมทูตและผู้พิพากษา...

     โครมมม!!!!

     "แวนไฮล์!! กลับไปที่ห้องเดี๋ยวนี้นะ!!"

     'มีน่า'ยมทูตสาวเจ้าของเรือนผมสีดำขลับตะโกนก้องพร้อมสองขายาวพยายามวิ่งไล่จับ'น้องเหมียว'ให้วุ่นตั้งแต่เช้าจวนจะถึงเที่ยงวัน แมวน้อยใต้ชุดคลุมหางยาวหันมาแลบลิ้นใส่เป็นเชิงแหย่ยมทูตสาวเล่นตามประสา ก่อนริมฝีปากสีพีชจะกล่าวโต้ไปว่า

     "จ้างให้ก็ไม่กลับหรอก แบร่!"เหมียวน้อย'แวนไฮล์'ไม่พูดเปล่าก่อนจะแลบลิ้นเล็กสีชมพูใส่หน้านางอีกครั้ง พร้อมสองขาเรียวพลันออกแรงถีบส่งร่างบอบบางปีกขึ้นไปบนแท่นพิพากษาของ'นาครอท'ต่อทันทีปานฟ้าแลบ

     นาครอทสะดุ้งโหยงเมื่ออยู่ดีๆเจ้าเหมียวน้อยก็ดันมาโผล่พรวดอยู่เบื้องหน้าซะนี่"เจ้าออกมาเล่นซนนอกห้องอีกแล้ว?"หนุ่มสวมหน้ากากเอ่ยด้วยน้ำเสียงทุ้มแหบพลางดวงเนตรคู่สีทับทิมแดงไม่วายชำเลืองขึ้นมองอีกฝ่ายนิ่งๆ ซึ่งสิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือรอยยิ้มกว้างอวดฟันขาวประดับเขี้ยวเล็กสองซี่น่ารักนั้นแล

     เห็นแบบนี้ปุ๊บผู้พิพากษาหนุ่มถึงกับเครียด...

     "พี่นาครอท~"ไม่ทันที่เขาจะพูดอะไร เสียงหวานนุ่มก็พลันเอ่ยเอื้อนอย่างน่ารักน่าชังพลางสองมือเล็กไม่วายเลื่อนออกไปลูบหน้ากากเหล็กที่เขาสวมอยู่เบาๆ ถึงแม้จะไม่สัมผัสถึงผิวหนังแต่มันก็สามารถทำให้คนเจ้าของชื่อถึงกับขนลุกซู่ด้วยอารมณ์ตื่นตัวได้อย่างมหัศจรรย์"มาเล่นเป็นเพื่อนข้าหน่อยน้าา~"

     เล่นน่ะเล่นได้...แต่'เล่น'ของเธอมันหมายถึงแบบไหนกันล่ะ หืมมมม นาครอทเริ่มคิดลึก

     "แวนไฮล์ ลงมาเถอะพวกข้ากำลังทำงานกันอยู่นะ พรีสสสส"ยมทูตสาวเอ่ยเสียงอ่อนพลางกางสองแขนออกเป็นนัยว่าให้เจ้าตัวเล็กกระโดดลงมาหานาง แต่แวนไฮล์กลับดื้อไม่ทำตามที่นางขอก่อนจะพองแกมเนียนใส่นางไปหนึ่งชุดพร้อมคำพูด

     "ไม่เอาอ่ะ ข้าจะอยู่ที่นี่ ข้าจะเล่นกับพี่นาครอท!"เหมียวน้อยตอบพลางไม่วายโผเข้ากอดรอบลำคอหนาจนร่างโปร่งผงะเกือบหงายหลังตกจากเก้าอี้ประจำตัว

     "น่านะ นาครอทเขากำลังยุ่งอยู่มาเล่นกับพวกพี่ก่อนนะครับคนดี"

     'คริกแหน็ก'ที่เพิ่งจะเคลียร์เอกสารอยู่ข้างๆแท่นพิพากษาเสร็จหันมาช่วยหญิงสาวพูดกล่อมเจ้าตัวเล็กพร้อมพยายามปั้นหน้ายิ้มเต็มที่ซึ่งถึงแม้มันจะออกไปทางน่ากลัวเสียมากกว่าก็เถอะ ในใจของด้วงหนุ่มคิดไปว่าโชคยังดีที่เจ้า'เพื่อนซี้'ของมีน่านั้นยังไม่กลับมาจากมหานครทะเลทราย เพราะถ้าเกิดว่าเจ้านั่นดันมาเห็นแมวน้อยสุดที่รักที่ตนอุตส่าห์เฝ้าทะนุถนอมมานานแรมปีราวไข่ในหินเสือกมานั่งกอดคอคนอื่นเล่นอยู่เช่นนี้ เชื่อสิ จากนรกที่เคยเลวร้ายพออยู่แล้วคงมีแววได้อัพเลเวลให้โหดมหาหินยิ่งขึ้นไปอีกอย่างแน่นอน

     ฉะนั้น ตอนนี้เขากับนางต้องรีบพาเจ้าเล็กกลับห้องอย่างด่วนเลยเพื่อความปลอดภัยของผู้พิพากษาหนุ่มและความอยู่รอดของสำนักงานและประชาชนตาดำๆในนรกภูมิ...

     "ไม่!"ทว่าเหมียวน้อยยังคงตอบปฏิเสธแบบไม่คิดหน้าคิดหลังตามเคย จนในที่สุดนาครอทต้องเป็นคนออกปากพูดเอง

     "แวนไฮล์..."

     "ครับ??"ทันทีที่สองใบหูได้ยินคำเรียกชื่อจากบุคคลเบื้องหน้า เจ้าเหมียวน้อยก็พลันหันขวับกลับไปจ้องชายหนุ่มด้วยดวงเนตรใสแจ๋วราวผลึกแก้วทันทีหมายรอคำตอบตกลงจากอีกฝ่าย 

     นาครอทนิ่งอึนชั่วครู่ ก่อนกรีบปากบางจะเอ่ยออกไป"ไว้ค่อยวันหลังได้มั้ยตอนนี้พี่ไม่ว่าง?"

     ซึ่งคนตัวสูงกลับตอบปฏิเสธกลับมาซะนี่น่ะสิ...

     "ไม่เอา ข้าอยากจะเล่นกับท่านตอนนี้!"

     เจ้าตัวน้อยเริ่มโวยวายขึ้นอีกครั้งหลังได้รับคำตอบที่ตนไม่ต้องการ ทำไมอ่ะ! ก็ข้าอยากจะเล่นนี่นา! ทำไมไม่มีใครเข้าใจข้าเลยล่ะ! คนตัวเล็กคำรามในใจ เหมียวน้อยงอแงอยู่นานหลายนาทีจนกระทั่งริมฝีปากสีพีชจำเป็นต้องรีบหุบปากฉับทันควันเมื่อปลายนิ้วชี้ของผู้พิพากษาหนุ่มพลันเคลื่อนเข้ามาแตะไปที่กรีบปากหวานเบาๆเป็นนัยบอกว่าให้ตนนั้นเงียบก่อน

     "ฟังพี่นะแวนไฮล์ พี่ก็อยากจะเล่นกับเจ้าไม่ต่างกัน แต่ตอนนี้พี่กำลังอยู่ในฐานะหน้าที่ของผู้พิพากษา ผู้ที่มีอำนาจสูงสุดในการตัดสินความผิดของดวงวิญญาณ"นาครอทพูดเว้นช่วง พลางไม่วายเกลี่ยปลายนิ้วไล่สัมผัสไปตามกรีบปากสีพีชอย่างหลงใหล"ฉะนั้น เจ้าจงกลับไปที่ห้องเสียเถิด ไม่เช่นนั้น'เซฟิส'ผู้ปกครองของเจ้าอาจจะไม่พอใจก็เป็นได้เมื่อเขากลับมาแล้วไม่เห็นเจ้าอยู่ในห้อง"

     สิ้นเสียงประโยค เหมียวน้อยพลันนิ่งงัก ใบหน้าเกลี้ยงเกลาใต้หมวกปีกกว้างสีเข้มก้มลงเล็กน้อยพร้อมสองใบหูค่อยๆลู่ลงตามอารมณ์ผู้เป็นเจ้าของ จนทำให้ใจของผู้พิพากษาหนุ่มถึงกับกระตุกวูบขึ้นมาในบัดดลเมื่อเห็นปฏิกิริยาของคนตัวเล็กกว่า นี่ข้าพูดอะไรผิดไปรึเปล่าเนี่ย!?

     "อะ เอ่อ...งั้นเอางี้มั้ยหลังเสร็จนี่เดี๋ยวข้าไปเล่นกับเจ้าทันทีเลย ตกลงนะ?"นาครอทเอ่ยพร้อมยกมือทำท่าเกี่ยวก้อยสัญญา

     แวนไฮล์ยู่ปากเล็ก ก่อนจะยอมยื่นนิ้วก้อยออกไปตวัดเกี่ยวกับนิ้วก้อยของอีกฝ่ายด้วยใบหน้ายิ้มแย้ม"ก็ได้ ข้าจะรอท่านทำงานให้เสร็จก่อนก็ได้"

     "แต่ข้าไม่อนุญาต"

     "!!!!"

     นาครอทสะดุ้งสุดตัวหลังได้ยินน้ำเสียงทุ้มเย็นแสนคุ้นหูเอื้อนแววกังวาลทั่วห้องโถงขนาดใหญ่ ซึ่งเมื่อเขาหันไปตามต้นเสียงปุ๊บเขาแทบอยากจะกัดลิ้นตัวเองให้ตายเสียตรงนั้นเลยดีกว่าที่ต้องมาเจอกับเจ้านี่!!!

     ตรงบริเวณประตูทางเข้าของห้องพิพากษาปรากฏชายหนุ่มรูปร่างสูงใหญ่ล่ำสันสวมชุดเกราะสีม่วงแกมเงินเต็มยศ ใบหน้าหล่อเหลาประดับพวงด้วยดวงเนตรคมไร้แววราวกับพญาราชสีห์ ร่างนั้นกำลังยืนกอดอกพลางแสดงสีหน้าราบเรียบดั่งผืนน้ำแข็งแต่แอบแฝงไว้ด้วยความดุร้ายเกรี้ยวกราดไว้ในตัวอย่างแนบเนียน ซึ่งข้างๆนั้นก็มีร่างของมีน่าและคริกแหน็กสองสหายเพื่อนซี้กำลังยืนคอตกส่งยิ้มเจือนให้นาครอทอยู่ไม่ห่าง

     เจ้าของใบหน้าและน้ำเสียงเย็นยะเยือกนั่นน่ะในนรกแห่งนี้มีเพียงแค่คนเดียวเท่านั้น...'เซฟิส'!!

     "ป๊ะป๋า~!"

     เสียงใสเอ่ยขานลั่นเมื่อหันมาเห็นผู้ปกครองสุดที่รักของตนมายืนโผล่อยู่ด้านล่าง แต่ทว่ารอยยิ้มสดใสนั้นก็เป็นอันต้องหุบฉับลงทันควันเมื่อดวงเนตรสีครามพลันเหลือบไปเห็นสายตาของคนตัวสูงที่กำลังฉายแววไม่พอใจอย่างรุนแรงเข้านั่นเอง

     เซฟิสยืนจ้องทั้งสองอยู่สักพัก ก่อนน้ำเสียงเรียบเย็นจะเอื้อนออกคำสั่งไปว่า"แวนไฮล์...ลงมาเดี๋ยวนี้"

     แค่ประโยคเดียว...ประโยคเดียวเท่านั้น...ก็สามารถทำให้คนฟังภายในห้องโถงถึงกับผวาเฮือกด้วยความกลัวจนขี้อดตุดหายกันได้เลยทีเดียว

     ใบหน้าเกลี้ยงเกลาหมองลงนิดหน่อยหลังได้ยินคำสั่งเด็ดขาดจากผู้ปกครอง แต่ก่อนที่เจ้าเหมียวน้อยจะปีนลงกลับไปด้านล่างเจ้าตัวก็ไม่วายที่จะลืมหันไปอำลาผู้พิพากษาหนุ่มด้วยเช่นกัน พลางยื่นหน้าไปจุ๊บแก้มอีกฝ่ายเบาๆพอเป็นพิธีตามความเคยชิน แต่เจ้าตัวกลับไม่รู้เลยสักนิดว่าการกระทำแบบนั้นมันจะส่งผลให้นาครอทต้องชะตาขาดในเร็ววันนี่น่ะสิ

     "ข้ากลับล่ะนะท่านพี่ เดี๋ยววันหลังข้าจะมาใหม่"แวนไฮล์เอ่ยพลางฉีกยิ้มหวานแสนมหาภัยไปให้อีกครั้งด้วยใบหน้าใสซื่อ

     "จ้ะ...."

     นาครอทตอบเสียงอ่อนพร้อมโบกมือลาอย่างหงอยๆ ก็แหงดิจะไม่ให้ทำหน้าเจือนได้ไงล่ะ ก็ป๋าแกเล่นจิกตาใส่จนลูกตาแทบจะยิงเลเซอร์ออกมาแล้วนู้น เหมียวน้อยยิ้มร่าอีกคราตามประสาเมื่อได้รับคำตอบจากผู้พิพากษาหนุ่มก่อนเท้าเล็กสองคู่จะกระโจนใส่อ้อมแขนแกร่งของเซฟิสที่เขานั้นได้อ้าแขนรอรับไว้นานแล้วอย่างคล่องแคล่ว

     "ยินดีต้อนรับกลับนะฮะ ป๊ะป๋า~"แวนไฮล์เอ่ยเสียงหวานตามแบบฉบับพร้อมยื่นหน้าขึ้นไปจุ๊บแก้มสอบของผู้ปกครองหนุ่มเบาๆหวังเอาใจ ซึ่งดูเหมือนอีกฝ่ายก็จะดูชอบมันมากเสียด้วย...แต่แค่ไม่แสดงสีหน้าออกไปก็เท่านั้น

     ทว่ายมทูตหนุ่มกลับทำเป็นยืนนิ่งไม่แสดงสีหน้าใดๆออกไปเลยสักแอะ ทำเหมือนว่าตนนั้นกำลังโกรธคนในอ้อมกอดเกี่ยวกับเรื่องเมื่อครู่นี้อยู่ไม่หาย แต่อย่างว่าล่ะ แวนไฮล์คือยอดดวงใจของเขาเลยนะแถมเจ้าตัวยังมาทำท่าออดอ้อนแบบนี้ใส่อีก...ใครมันจะฝืนทำใจแข็งได้อยู่อีกล่ะหือ?

     หนุ่มใหญ่ลอบฉีกยิ้มอ่อน พร้อมตอบกลับคำถามของเหมียวน้อยไปด้วยน้ำเสียงทุ้มเย็นตามฉบับ"อา ข้ากลับมาแล้ว"เซฟิสเอ่ยพลางยอมหันแก้มให้คนตัวเล็กหอมจุ๊บดีๆอย่างว่าง่าย"คิดถึงข้ามั้ยตัวเล็ก?"

     "มากกกกก!"คนตัวเล็กตอบทันควันแบบไม่ต้องคิดพร้อมเรียวหางเงางามสีนิลไม่วายตวัดเลื้อยขึ้นรัดรอบท่อนแขนแกร่งไว้หลวมๆ

     ยมทูตยิ้มฉีกยิ้มชอบใจ"งั้นหรือ ถ้างั้นก็ต้องมีรางวัลสักหน่อยแล้วล่ะ"ไม่ว่าเปล่า ใบหน้าหล่อคมพลันค่อยๆโน้มใบหน้าลงไปฝังจูบบนแก้มนิ่มสีงาช้างทันทีอย่างหมั่นเขี้ยว ซึ่งดูเหมือนเขาคงจะเริ่มมีหนวดเคราขึ้นประปลายแล้วกระมัง เพราะในจังหวะที่เซฟิสก้มลงจุ๊บแก้มขาวนั้นเจ้าเหมียวน้อยมีท่าทางจั้กจี้ปรากฏออกมานิดหน่อยด้วยนั่นเอง

     "ป๊ะป๋ามันจั้กจี้ งื้อ~"คนตัวเล็กครางแผ่วพลางสองมือบางยกขึ้นดันดวงหน้าหล่อออกห่างเมื่อเริ่มรู้สึกว่าหนวดแข็งของชายร่างสูงเริ่มเสียดสีแรงขึ้นกว่าเดิม"ป๊ะป๋ามีนวดอีกแล้วอ่ะ ไปโกนก่อนเลยไม่งั้นหนูไม่ให้จุ๊บแก้มจริงๆด้วย!"

     "อ้าว! ไหงงั้นเล่าเด็กน้อย"เซฟิสว่าพร้อมทำหน้าตื่น

     "หนวดป๊ะป๋าแข็ง! หนูเจ็บ!"เหมียวน้อยแวนไฮล์ตอบแบบเถรตรงด้วยน้ำเสียงแงงอนพลางทำปากป่อง ซึ่งมันก็ส่งผลทำให้ยมทูตหนุ่มอดกลั้นเสียงหัวเราะไว้ไม่ไหวเช่นกันกับท่าทางอันแสนน่ารักน่าชังของอีกฝ่าย

     "ฮ่ะฮ่ะ ย่อมได้ ประเดี๋ยวข้าจะไปโกนออกให้แน่นอน..."ร่างสูงเว้นช่วงครู่หนึ่ง ก่อนที่เขาจะค่อยๆยื่นหน้าเข้าไปใกล้เจ้าเหมียวน้อยอย่างอ่อยอิ่งจนปลายจมูกของแต่ละฝ่ายชนกันเบาๆ พร้อมๆกับที่เขาเอื้อนเอ่ยน้ำเสียงแหบพร่าแสนทรงเสน่ห์ว่า"แต่หากเมื่อข้าโกนเสร็จเรียบร้อยแล้ว...เจ้าเตรียมตัวรอเล่น'กอดรัดฟัดเหวี่ยง'กับป๋าได้เลยนะจ๊ะ แวนไฮล์"

     พูดจบ ใบหน้าสวยหวานสีงาช้างก็พลันเปลี่ยนสีเป็นชมพูระเรื่ออ่อนๆอย่างรวดเร็ว พร้อมกับท่าทางบิดงอขวยเขินแบบฉบับสาวแรกแย้มค่อยๆปรากฏออกมาให้คนตัวสูงได้เชยชม อ่า...น่ารักดีจริงๆ

     "อะแฮ่มๆ"

     "สเลดติดหลอดลมหรือมีน่า"

     ยมทูตหนุ่มสวนกลับแบบมะนาวแล้งน้ำจนเจ้าของเสียงกระแอ่มแทบอยากจะถอดส้นตึกของเธอแล้วเขวี้ยงอัดหน้าเพื่อนรักของนางเสียให้รู้กันไป มีน่าทำตาถลนใส่สหายหนุ่มทีนึง ก่อนที่นางจะปรับเปลี่ยนอารมณ์ให้เข้าร่องเข้ารอยพลางกล่าวว่า

     "จะหวานจะแหววยังไงข้าไม่ว่าหรอกนะเซฟิส แต่นี่มันห้องพิพากษานะยะ! ให้เกียรติสถานที่หน่อยสิ!"

     สิ้นประโยคของยมทูตสาว ใบหน้าหล่อคมก็พลันร้องอ้อขึ้นเหมือนว่าเจ้าตัวนั้นเพิ่งจะบรรลุญาณสวรรค์ขั้นแปดอย่างไรอย่างนั้นก็ไม่ปาน สายตาคมดั่งเหยี่ยวตวัดกลอกทั่วพื้นที่ปานฟ้าแลบซึ่งเขาก็พบแต่วิญญาณคนตายที่รอการพิพากษาจากนาครอทจนเต็มห้องโถง และอีกอย่างสถานที่นี้ก็เป็นสถานที่ศักดิ์สิทธิ์ของคนตายและนรก มันจึงไม่ควรอ่ะนะที่ยมทูตอย่างเขาจะมาทำผิดกฏเสียเอง

     เซฟิสจึงไม่คิดที่จะโต้แย้งอะไรกับสหายสาวแต่อย่างใด ร่างสูงหนาจึงอุ้มพาร่างน้อยๆของเจ้าเหมียวแสบกลับห้องทันที แต่ก่อนที่เรียวขาคู่ยาวจะก้าวพ้นประตูออกไป ใบหน้าคมสันใต้หมวกเกราะก็ไม่วายหันกลับไปจ้องเขม็งใส่นาครอทอย่างเอาเรื่องประมาทว่า'เดี๋ยวกูจะมาเคลียร์กับมึงที่หลัง มึงเตรียมตัวล้างคอรอได้เลย'อะไรอย่างนี้ก่อนที่แผ่นหลังกว้างจะเดินหายไปในหลังประตูบานใหญ่

     "ทำใจนะเพื่อน"

     มีน่าเอ่ยกับนาครอทพลางตบบ่าเจ้าตัวเบาๆเป็นเชิงปลอบ ซึ่งนางเองก็ไม่รู้หรอกนะว่ามันจะช่วยอะไรอีกฝ่ายได้มั้ยเพราะตัวเขานั้นใส่หมวกปิดบังใบหน้าอยู่นั่นเอง ยมทูตสาวจึงได้แต่ยืนปลอบอยู่ข้างๆแบบนั้นไปนั่นแล...

     เดี๋ยวกูจะจองเมรุไว้รอมึงเลยแล้วกันนะเพื่อนรัก...

..................................................

     เซฟิสอุ้มแวนไฮล์กลับมาจากสำนักงานหลักโดยผ่านมาทาง'ลัส'(Lust)ซึ่งเป็นนรกขุมที่ 2 ถัดมาจาก'ลิมโบ้'(Limbo)นรกขุมแรกซึ่งนรกขุมนี้มันก็เป็นสำนักงานของเหล่าผู้พิพากษานั่นแหละ เส้นทางของนรกขุมที่ 2 ลัสนี้จะเป็นแบบสะพานหินเก่าขรุขระทอดยาวจรดไปถึงนรกขุมต่อไปโดยมีพายุทอร์นาโดขนาดมหึมาโหมกระหน่ำคอยทำหน้าที่พัดพาเหล่าดวงวิญญาณบาปทั้งหลายขึ้นไปบนท้องนภาสีทมิฬอยู่ไม่ขาด คอยฉุดกระชากให้ลอยสูงและเร็วที่สุดแล้วจึงค่อยเหวี่ยงให้มันตกลงมาโดนหินแหลมนับล้านแง่งเสียบทะลุผิวหนังโสโครกเหล่านั้น บีบอัดให้เครื่องในเน่าๆสีสนิมล้นทะลักออกมาอวดโฉมหลอกล่อยวนใจให้เหล่าอีกานับร้อยถลาลงมาจิกกินทั้งเป็น

     หลังถูกจิกกินจนเหลือเพียงกระดูกขาว...มันผู้นั้นจักถูกชุบชีวิตขึ้นมาใหม่...แล้วถูกสายลมโฉบหิ้วร่างมันกลับขึ้นไปใหม่อีกครั้ง...ซ้ำแล้วซ้ำเล่าจวนกว่าจะพ้นสิ้นเสียกรรมที่ตนได้ก่อไว้ในครั้นที่ยังมีชีวิตอยู่...

     ตลอดทางที่สองเท้าหนาเหยียบย้ำผ่าน ล้วนแต่ปรากฏไปด้วยฝูงทอร์นาโดจำนวนมากมายเกินจะนับไว้ผนวกกับเสียงกรีดร้องโหยหวนของวิญญาณบาปชวนให้เสียวไส้และขวัญผวาเหลือคณา แต่สำหรับเซฟิสมันกลับเปรียบเสมือนดั่งเสียงดนตรีชนิดหนึ่งเสียมากกว่า เขาปฏิบัติหน้าที่และใช้ชีวิตอยู่ที่นี่มาแต่กาลก่อนนู้นแล้ว คิดหรือว่าเขาจะไม่ชินชากับภาพและสุรเสียงแสนจิตวิปริตเหล่านั้น...ซึ่งนั่นก็รวมถึงเจ้าเหมียวบนอ้อมแขนของเซฟิสด้วยเช่นกัน

     "ป๊ะป๋า นั่นเจ้าดำกำลังทำอะไรอยู่หรือ?"

     ปากว่าพลางไม่วายกรีดนิ้วชี้ออกไปจรดจ่อที่อีกาตัวเท่าสุนัขตัวโตกำลังใช้จงอยปากคล้ายตะงอเกี่ยวเกี่ยวกระซวกท้องวิญญาณตนหนึ่งกินอยู่อย่างตระกละตระกลามอยู่ข้างใต้สะพานโดยมีเสียงร้องอย่างทุกข์ทรมานของวิญญาณตนนั้นร้องหวนมาตามลำดับ ยมทูตหนุ่มปรายตานิ่งๆ ก่อนจะตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงเรียบสนิท

     "สงสัยเจ้าดำมันกำลังเขมือบอาหารว่างมันอยู่กระมัง"

     "เอ...แต่เจ้าดำจะไม่ท้องร่วงเอาหรือ"

     แมวน้อยว่าพลางเหลือบดวงตาลงไปจ้องวิญญาณบาปตนนั้นชั่วครู่ก่อนบนใบหน้าหวานน่ารักจะค่อยๆผันเปลี่ยนไปเป็นเหยเกอยู่เนื่องๆ...แล้วจะไม่ให้หยีได้ยังไงล่ะ...หนอน...น้ำเหลือง...พยาธิ...และของเสียต่างๆเกินกว่าจะสรรหาคำมาบรรยายได้พวกนั้นกำลังถูกเจ้าอีกาตัวสีทมิฬกัดกระชากจนทะลักออกมาจากผิวหนังสีเทาจนนองพื้นกระเด็นเกลื่อนกลาดอาบขนสีดำเงาของมันไปเกือบทั่วร่างแล้วนั่นน่ะ

     ถึงจะชินกับความโหดร้ายของที่นี่แล้วก็เถอะ...แต่กับเจ้าสิ่งนี้...ให้ตายยังไงแวนไฮล์ก็ยังคงรับไม่ไหวจริงๆขอพูดตามตรงเลยแล้วกัน...

     ซึ่งมีหรือที่ผู้ปกครองอย่างเซฟิสจะไม่รู้เกี่ยวกับนิสัยในข้อนี้ของอีกฝ่าย ยมทูตหนุ่มผ่อนลมหายใจออกเฮือกหนึ่งพลางส่ายหน้าไหวประมาณ'ไม่ไหวเอาซะเลยนะเจ้าเนียะ'

     "อยู่กับข้ามาก็นานเหลือแสน แต่เจ้ายังมิหายกลัวกับพิธีการกินอาหารของเจ้าดำมันอีกรึ?"เซฟิสว่าพลางยกปลายนิ้วขึ้นดีดจมูกเล็กไปเบาๆหนึ่งที

     "ก็หนูไม่ชอบนี่นา"แวนไฮล์ยู่ปากพลางไม่วายยกสองมือขึ้นปิดจมูกที่เพิ่งจะโดดดีดไปเมื่อกี้สักครู่"และก็นะ หนูไม่ได้กลัวสักหน่อย ก็แค่ไม่ชอบอะไรที่มันสะอิดสะเอียนน่าขยะแขยงแค่นั้น ยิ่งกว่านั้นนะป๊ะป๋า...มันเหม็น!!"

     เสียงเล็กแหลมดังอู้อี้เป็นชุดพร้อมเรียวหางพลันเหวี่ยงตวัดตีมือข้างที่ใช้รองก้นของตนอยู่รัวๆเพื่อเป็นการแสดงให้เห็นว่าตนนั้นไม่ชอบจริงๆ เรียวเนตรสีลาเวนเดอร์หรี่มองบุคคลบนท่อนแขนด้วยรอยยิ้มเอ็นดู ช่างเดียงสาเหลือเกินนะ เขาคิดก่อนริมฝีปากหยักจะเปล่งเสียงหัวเราะออกมาเบาๆพร้อมคำพูด

     "ก็ได้ๆ แต่ประเดี๋ยวนึงล่ะข้ามีธุระที่นี่พอดี"หลังพูดไปครึ่งประโยค ใบหน้าอ่อนเยาว์ก็พลันบูดบึ้งทันตาเห็นขึ้นมาแทบจะทันทีจนเซฟิสอดที่จะแอบหลุดหัวเราะนิดๆไม่ได้ก่อนจะเริ่มปริปากพูดต่อพร้อมไม่ลืมยกมือหยาบขึ้นลูบศีรษะสวมหมวกปีกกว้างไปพลาง"รอเดี๋ยวนึงก่อนนะตัวเล็ก พอกลับถึงบ้านข้าจะให้'ปนาลี'ไปจัดเตรียมขนมมาให้ ตกลงมั้ย?"

     สิ้นคำกล่าวแสนนุ่มนวล คนตัวเล็กนั่งทำปากป่องราวกับในโพลงปากกำลังอมลูกมะนาวกลมมลไว้อย่างไรอย่างนั้น เหมียวน้อยทำท่าไม่พอใจอยู่เล็กๆ ก่อนจะถอดถอนลมหายใจออกมาอย่างยอมจำนน

     "เอาขนมเยอะๆนะ ไม่งั้นหนูโกรธจริงด้วย"

     คนตัวใหญ่ฉีกยิ้มหวานพลางหัวเราะ"ครับๆ แต่ไม่กลัวปนาลีจักเเหนื่อยเอาหรือ ฮึ?"

     "ถ้าปนาลีโมโห หนูจะบอกว่าป๊ะป๋าเป็นคนบอกให้หนูกินได้ตามแต่ใจหนูต้องการ"

     มุมปากยิ่งกระตุกยิ้มกว้างขึ้นไปจวนจะถูกติ่งหู...ไปเอานิสัยแบบนี้มาจากไหนกันหนอเจ้าตัวเล็กเอ๊ย...

     เซฟิสไม่พูดอะไรออกมาอีกนอกจากคำขานรับแบบสบายๆพร้อมกับที่เขายื่นใบหน้าลงไปจูบหน้าผากมลแผ่วๆด้วยใจเสน่หา ก่อนสองขายาวจะค่อยๆก้าวฉับพาสองร่างหนาบางตรงไปยังที่พำนักของผู้ดูแลนรกขุมที่สองแห่งนี้อย่างรวดเร็ว...

..................................................

     "อะ อาา ใช่แบบนี้ล่ะ ใช่"

     เสียงกระสันหวานเชื้อมเอื้อนครางปนคำกล่าวภาษาเป็นช่วงระยะตามทำนองสวาทที่นางบรรเลง ร่างผอมอรชรสีระเรื่อบิดพริ้วตามแรงกระทั้นของคนใต้ร่างเบาๆด้วยใจสุขสม ความเป็นชายสอดเสียดลึกตื้นกระทุ้งตอดทวารน้อยในร่างสาวถี่จัดเพื่อเร่งเร้าหมายเอาน้ำสวาทจากร่างข้างใต้สาดใส่เข้าตัว ซัสคิวบัสสาวลูบสองมือเรียวลากมาตามหน้าท้องนวลขึ้นกางเล็บขย่ำดอกบัวตูมแน่นเพื่อเพิ่มหฤหรรษ์ให้ตนมากขึ้น

     ดวงหน้างดงามเผยอริมฝีปากออกพลางปล่อยเสียงร้องหวานไม่หยุด นางกดสะโพกงอนลงกับความเป็นชายอยู่ครั้งสองครั้งจนสามารถกระทุ้งแทรกเปิดทวารน้อยได้สำเร็จ ก่อนน้ำสวาทจำนวนมากจะฉีดพุ่งเข้าอัดพนังเนื้อบางในร่างสาวราวน้ำตาไหลหรากพร้อมเสียงกรีดร้องสุดแสนจะรัญจวนใจพลันดังก้องกังวานทั่วห้องนอน ซัสคิวบัสสาวสะกิดนิ้วแหย่เขี่ยยอดถันแข็งพลางลิ้นแหลมตวัดเลียรอบริมฝีปากจนมันวาว น้ำอุ่นถูกกักเก็บไว้ในร่างอรชรจนหยดสุดท้าย แต่นางก็ยังมิวายลุกจากความเป็นชายนั้นอยู่ดีแม้ว่ามันจะอ่อนยวบไปแล้วก็ตาม

     "มากกว่านี้...ต้องมากกว่านี้"นางกล่าวเสียงเยิ้ม ก่อนสะโพกงอนจะขยับบิดก้อนเนื้ออ่อนในร่างตนให้มันลุกชันขึ้นมาอีกครั้ง นางทำแบบนี้อยู่สักพักเยื่อบุแสนเบาบางก็พลันรู้สึกได้ถึงความแข็งกร้าวที่กำลังขยายพองภายในกายเนื้องามนี้ นางฉีกยิ้มพราวพลางกระหวัดลิ้นเลยปากนุ่มเล็กน้อยครั้นได้สิ่งที่ตนต้องการ"อา ผลิตมาเยอะๆ แล้วจงปล่อยมันให้มารวมกันอยู่ในตัวเสียซะเถิดทูนหัว"

     ก๊อก ก๊อก ก๊อก

     ในขณะที่กำลังจะบรรเลงเพลงสวาทต่อ เสียงเคาะประตูไม้หนาก็พลันดังขึ้นสามครั้งตามจังหวะเสียก่อน ซัสคิวบัสสาวชะงักครู่หนึ่งพร้อมเอนกายขึ้นนั่งหลังตรง พลางค่อยๆผินใบหน้าตรงไปยังประตูห้องทันควันด้วยรอยยิ้มเย้ายวนที่นางมักจะชอบทำอยู่เสมอ

     เพราะนางรู้น่ะสิ...ว่าใครมา

     "ไงจ๊ะพ่อหนุ่มสุดหล่อ~"

     ซัสคิวบัสสาวเอื้อนเอ่ยเรียกชายร่างสูงใหญ่กำยำสวมเกราะสีม่วงแกมเงินด้วยน้ำเสียงกระเส่าน้อยๆชวนให้สะกิดต้อมอารมณ์เหลือคณา ยมทูตหนุ่มหาได้สนใจอะไรกับท่าทีของสาวงามเลยไม่พลางเรียวตาคู่คมไม่วายพลันตวัดกรองลงสำรวจภาพเบื้องหน้าตนเล็กน้อย ก่อนริมฝีปากสีซีดจะปริปากออกตามลำดับ

     "นี่ข้ามาขัดจังหวะอะไรเจ้ารึเปล่าวีร่า"เซฟิสถามเมื่อเห็นว่าซัสคิวบัสสาวตรงหน้ากำลังยุ่งอยู่กับกิจส่วนตัวของนางอยู่

     "เจ้านี่เป็นพวกอารมณ์ตายด้านรึไงกันยะ" 'วีร่า'พ่นเสียงกระเง้ากระงอนยามเมื่อเห็นว่าอีกฝ่ายยังคงยืนนิ่งเป็นเต่าล้านปีไร้อารมณ์เช่นเคย นางเปลือยกายโชว์เรือนร่างแสนเย้ายวนใจให้ยลเฉิมแบบถึงพริกถึงขิงขนาดนี้ทว่าเจ้าตัวกลับยังคงยืนนิ่งไม่ไหวติ่งสักแอะ ก็คิดดูแล้วกันว่าเจ้าตัวนั้นช่างไร้อารมณ์ขนาดไหน

     "ข้าคงเป็นเช่นอย่างที่เจ้ากล่าว"เซฟิสตอบเสียงเรียบอย่างไม่คิดใส่ใจ"เจ้าจะทำต่อให้เสร็จก่อนก็ได้ เดี๋ยวข้าออกไปรอข้างนอก"

     "จ้า งั้นรอสักเดี๋ยวแล้วกันนะ"

     วีร่าขานรับด้วยรอยยิ้ม ก่อนร่างอรชรอ้อนแอ้นจักเริ่มขยับพริ้วอีกครั้งโดยไม่คิดสนใจว่าชายหนุ่มนั้นได้ออกไปจากห้องหรือยัง ซึ่งเซฟิสเองก็ไม่ได้คิดพิศวาทอะไรในตัวซัสคิวบัสสาวอยู่แล้ว เขาจึงปลีกกายออกมาจากห้องกระทำกิจของนางโดยพลัน

     สองขากำยำเดินทอดน่องมาตามระเบียงโถงยาวโดยมีแสงจากด้านนอกปราสาทส่องกระทบผ่านเข้ามาจากกระจกสีจึงทำให้ลำแสงเหล่านั้นถูกย้อมสีไปตามที่แสงส่องผ่านกระจกสีนั้น กระจกแต่ละบานถูกสลักรูปเรื่องราวต่างๆของพระเยซูคริสต์อย่างประนีตไร้ที่ติตั้งแต่ประสูติไล่ลำดับมาเรื่อยๆจวบจนถึงวันสุดท้ายในบั้นปลายชีวิตของพระองค์ นั่นก็คือวันที่พระองค์ถูกครหาว่าเป็นผู้หลอกลวงประชาราษฎร์และถูกจับตรึงไว้กับไม้กางเขนจนสิ้นชีวาไป

     ภาพทุกภาพบนกระจกสีนั้นจะสวยงามมาก...ถ้าไม่มีหยาดเลือดสีแดงชาดไหลรินลงมาตามดวงเนตรทุกคู่บนกระจกทุกบานนั่นล่ะก็นะ...

     โดยเฉพาะภาพที่พระเยซูคริสต์ถูกจับตรึงบนไม้กางเขนนี่แหละ...ลวดลายต่างๆล้วนแต่ผิดแผลงไปจากบานอื่นๆโดยสิ้นเชิง...สีบนบานกระจกล้วนขาวซีดดั่งผิวศพเปื่อย...เลือดสีแดงข้นไหลหลั่งลงมาตามทวารทั้ง 9 อย่างน่ากลัวจนจับจิตชนิดที่ผู้ใดก็ไม่สามารถนึกฝันออกเลยว่าภาพอันแสนเศร้าสลดนี้จะผันแปรไปเป็นภาพแห่งความเคียดแค้นของพระองค์ไปได้...

     ซึ่งยมทูตหนุ่มก็ได้หยุดยืนนิ่งทอดสายตาขึ้นจรดมองกระจกบานที่ว่านิ่งๆด้วยดวงเนตรเรียบสนิทดั่งพื้นน้ำแข็งชั่วครู่พร้อมคำถามมากมายที่คอยลอยวนเวียนอยู่ในศีรษะทุยนี้ คำถามมากมายที่พระองค์ต้องจุติลงมาช่วยมนุษย์เหล่านั้นเพื่ออะไร? ออกประกาศคำสอนแก่พวกเดรัจฉานพวกนั้นทำไม? แล้วเหตุไฉนถึงได้ยอมให้พวกมันจับวรกายขึ้นตรึงขังบนไม้กางเกงได้ด้วยไม่คิดต่อต้าน? ทำไม??

     "เยซู...เหตุใดท่านจึงได้ยอมสละแม้กระทั่งดวงไฟแห่งชีวิตของท่าน...ให้แก่พวกโสมมพวกนั้นกันเล่า?"เสียงทุ้มต่ำเอื้อนเอ่ยคำกล่าวถามถึงแม้ในใจก็รู้ทั้งรู้ว่าจักไม่มีสุรเสียงใดๆเอื้อนตอบกลับมาก็ตามที"เฮ้อ...ข้านี่ชักจะบ้าเข้าไปทุกทีซะแล้วสิ"เซฟิสพำพึมพลางถอนหายใจเงียบๆราวคนปลงชีวิต ซึ่งจังหวะเดียวกันกับที่เจ้าตัวกำลังยืนยกมือขึ้นนวดเปลือกตา เสียงส้นสูงย่ำตามจังหวะก้าวอย่างสม่ำเสมอก็พลันค่อยๆดังขึ้นเรื่อยๆ เมื่อเปลือกตาบางปรือขึ้นก็พลันสบเข้ากับร่างสวยสะพรั่งของซัสคิวบัสสาวนาม วีร่า เข้าพอดี

     "นี่เจ้าเสร็จกิจแล้วงั้นหรือ?"ร่างสูงถาม

     "อือ"วีร่าตอบสั้นๆพร้อมกรีดนิ้วขึ้นปัดผมหน้าขึ้นเหน็บข้างหูตามนิสัย

     "สุขสำราญพอมั้ย?"เซฟิสแสร้งถาม ทั้งๆที่ตัวเขานั้นก็น่าจะรู้คำตอบนั้นดีอยู่แล้วว่า...

     "ไม่"

     เป็นอย่างที่เขาคิดไว้...ไม่มีอะไรมาเติมเต็มหรือลดย่อนบรรเทาความอยากกระหายของซัสคิวบัสสาวตนนี้ได้เลยจริงๆ...

     

     

     -ช่วงนี้ตันนิดๆ(ไม่นิดแล้วมั้งเอ็งT_T) ขอลงตอนอื่นไปก่อนนร้าาา//กราบขอขมาผู้อ่านทุกท่าน

..................................................
-Now Loading-
..................................................
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 21 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #157 Hasashi Minako (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 2 กุมภาพันธ์ 2561 / 16:21
    ป๋าคร๊าาา!!บางทีป๋าก็ตายด้านเกินไปน่าาาาา อ๋อออ~ต้องเป็นแม่วันใช่ม้าาาา ป๋าถึงจะมีอารมณ์------กริ๊ดดดดดด!!!!//หนีหอกคู่
    #157
    0
  2. #156 Tokith (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 23:12
    คิดถึงไรท์มากกกกหายไปไหนมาเนี่ยยยคิดถึงฟุดๆ
    #156
    0
  3. #155 Hasashi Minako (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 มกราคม 2561 / 13:19
    ยิ่งอ่านยิ่งเอ็นดูว์น้องเหมียวแวนไฮล์ขึ้นไปทถกวัน แอร๊ยยยย ยย //คิดถึงไรท์มากกกหายไปไหนมาอ่าาาา ฮือออออออ//กอดแบบหมีโอาล่า(?)
    #รอทุกวันคร๊าาาาาา ///7///
    #155
    0
  4. #151 copp2547 (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 30 ธันวาคม 2560 / 23:58
    แต่งลิบโปแวนต่อเร็ว
    #151
    0
  5. #148 Ooh-luhan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 23 ธันวาคม 2560 / 15:30
    ครอทผิดอัลไรครอทไม่เข้าจัย;^;
    #148
    0
  6. #147 LadyTiwa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 22 ธันวาคม 2560 / 03:38
    สงสารนาครอทแรงง555
    #147
    0
  7. #146 Hasashi Minako (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 21 ธันวาคม 2560 / 23:00
    โฮฮฮ หนูคิดถึงไรท์มากคร๊าาาาาา QwQ//กอดดดด
    อื้มมมมมมม น้องเหมียวจ๋าาาา หนูกำลังทำชะตาเฮียนาครอทขาดน่าาาลูกกกกกกก 555555555+
    #รอคร๊าาาา มาต่อเร็วๆน่าาาาาา
    #146
    0
  8. #145 กระรอกน้อยวิ้ง ๆ (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 9 ธันวาคม 2560 / 00:17
    มีความหมันไส้แม่แวนลึก ๆ 555
    #145
    0
  9. #144 Tokith (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 23:36
    ขอแมวน้อยแวนไฮล์กับบ้านได้ไหม?55
    #144
    0
  10. #143 ALkung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 10:55
    ไว้อาลัยให้นาครอทสามวิ // ยืนก้มหน้า
    #143
    0
  11. #142 LadyTiwa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 10:34
    นาครอทเรายังรักนาย โบกผ้า
    #142
    0
  12. #141 Hasashi Minako (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 08:32
    นาครอทททท ไม่น่าเล๊ยยยยยยเราจะคิดถึงนายตลอดไปนะ ฮืออออออ//โบกมือลา

    #ทำไมน้องเหมียวขี้อ่อยอย่างนี๊ย์~~ ///7///
    #141
    0
  13. #140 TMJK_00Y (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 07:51
    ไว้อาลัยนครสามวิค่ะ//ไปดีเด้อป๋าไม่เอาไว้แน่
    #140
    0
  14. #139 Ooh-luhan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 29 พฤศจิกายน 2560 / 07:07
    ตายๆผัวกับมาแล้วไอเหมียวเอ้ยยย//เย็นเอวหักแน่เจ้าเหมียว
    #139
    0
  15. #138 BC_FC (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 28 พฤศจิกายน 2560 / 06:36
    มีความซนขั้นสุดยอด
    #138
    0
  16. #137 ALkung (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:54
    มีความซนและความดื้อสูง...
    #137
    0
  17. #136 Hasashi Minako (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:28
    แอร๊ยยยยย น้องเหมียวแวนไฮล์ตัลร้ากกกกกก ///7///
    #136
    0
  18. #135 Ooh-luhan (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:26
    เย้ตอนใหม่มาแล้ววแต่?ตัดทำไมง่ะไรท์;^;
    #135
    0
  19. #134 LadyTiwa (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:17
    มีความสงสารนาครอทสูง
    #134
    0
  20. #133 Solien (จากตอนที่ 13)
    วันที่ 27 พฤศจิกายน 2560 / 22:16
    รอค่ะรอออ
    #133
    0