Fic RoV : Realm of Love [Yaoi]

ตอนที่ 12 : (Cresht x Thane) -Fury of the Sea- [II] 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,382
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 10 ครั้ง
    23 พ.ย. 60

Story : Fury of the Sea
Type : Fan Fiction,RoV
Pairing : Cresht x Thane
Rate : น 15+

..................................................

- II -


     "ฝ่าบาทเพคะ"

     "อย่าพิธีรีตองอะไรเลยเด็กน้อย เรียกเราว่าเธนก็พอ"กษัตริย์หนุ่มเอ่ยพร้อมรอยยิ้มละมุน

     "งั้น พี่เธนคะ เราไปเล่นกันที่ทุ่งดอกไม้ได้มั้ยคะ?"ภูตสาวกล่าวเสียงใสพลางชี้นิ้วออกไปยังทุ่งดอกไม้หลากสีเบื้องหน้า

     ชายหนุ่มเงยหน้าขึ้นมองตามที่คนตัวเล็กชี้ชั่วครู่ ก่อนใบหน้าเกลี้ยงเกลาจะก้มลงมาฉีกยิ้มให้อีกคราตามนิสัย"อือ ได้สิ"

     หลังเอ่ยจบ ริมฝีปากจิ้มลิ้มสีซากุระก็พลันค่อยๆวาดโค้งเป็นรูปพระจันทร์เสี้ยวดูน่ารักด้วยความดีใจ ก่อนสองมือบางจะพุ่งไปจับฝ่ามือหยาบขึ้นพลางไม่วายออกแรงลากอีกฝ่ายให้เดินตามหลังตนไปยังทุ่งดอกไม้แสนสวยแห่งป่ามนตราทันทีทันใด

     โดยมีสองร่างต่างเผ่าพันธุ์กำลังยืนมองพวกเขาอย่างเงียบๆอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่เก่าแก่อายุกว่าร้อยปีซึ่งก็ตั้งตระหง่านอยู่ไม่ใกล้ไม่ไกลจากบริเวณนั้น สองร่างชายหญิงทอดดวงเนตรต่างโทนสีจ้องมองบุคคลทั้งสองซึ่งมีขนาดตัวแตกต่างกันเป็นโย่งที่กำลังพากันเดินจูงมือฝ่าทุ่งดอกไม้หอมลออสูงระดับครึ่งแข้งเข้าไปอย่างช้าๆ

     เปย์น่ากับเครชส์ต่างคนก็ต่างยืนเงียบกันมานานเพราะเรื่องตรงหน้า คนหนึ่งคือเด็กสาวที่ไม่รู้ที่มาที่ไปอย่างแน่ชัดส่วนอีกคนคือกษัตริย์ผู้ห้าวหาญผู้เป็นเจ้าของรอยแผลเป็นบนใบหน้าหล่อคมของเครชส์ เจอแบบนี้เข้าไปไมเกรนไม่ขึ้นหัวเขาก็บุญแค่ไหนแล้ว เมอร์มิดอนหนุ่มยืนหน้านิ่วคิ้วขมวดอยู่ครู่หนึ่งเพราะเรื่องที่กำลังคิดอยู่ในหัวก่อนที่เขาจะเป็นฝ่ายเปิดประเด็นถามเป็นคนแรก

     "ยัยหนูนั่นเป็นเด็กที่เจ้ารับมาเลี้ยงอย่างนั้นหรือเปย์น่า?"เครชส์ถามโดยที่ดวงเนตรคู่คมยังคงจ้องออกไปข้างหน้าไม่เคลื่อนขยับไปไหน

     "ใช่"เปย์น่าตอบ"นางคือเด็กที่ข้าเคยเล่าให้ฟังนั่นแหละ เจ้าได้ยินไม่เป็นหรอก"

     "แล้วเจ้ามนุษย์นั่นมาทำอะไรอยู่ที่นี่?"เครชส์แสร้งถามอีกครั้งเพื่อหาว่ากษัตริย์หนุ่มผู้นั้นมีเป้าหมายอะไรแอบแฝงรึเปล่า เพราะถ้ามีเขาก็จะได้เก็บชายผู้นั้นเสียเลยทีเดียว

     กวางสาวเงียบอยู่พักหนึ่งราวกับว่าตอนนี้นางกำลังใช้ความคิดเรียบเรียงคำตอบ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยตอบกลับไปด้วยน้ำเสียงราบเรียบ

     "เขาแค่เดินทางผ่านมา ไม่มีอะไรมากไปกว่านั้น"เปย์น่าเอ่ยพลางเกลี่ยนิ้วลงลูบไล้ไปตามผิวเรียบลื่นของดอกหญ้าสีเขียวสดอย่างแผ่วเบา แต่มีเรอะที่เครชส์จะเชื่อ

     "อย่าคิดที่จะเลี่ยงคำตอบข้านะ เจ้าก็รู้ว่าข้าดูออกว่าเจ้าพูดเท็จหรือพูดจริง"เครชส์เอ่ยเว้นช่วงพลางดวงเนตรสีเหลืองนวลไม่วายตวัดหันไปมองคนข้างๆด้วยหางตา ซึ่งพอสิ้นประโยคใบหน้างดงามก็พลันกระตุกอยู่แวบนึงด้วยความตกใจก่อนที่ใบหน้านั้นจะกลับมาราบเรียบดังเดิม อย่าลืมสิ เขาเป็นเพื่อนกับนางมาตั้งกี่ปี แค่นี้ก็ดูออกว่านางกำลังพูดจริงหรือพูดเท็จ โดยเฉพาะฝ่ามือบางที่กำลังลูบยอดดอกหญ้าสีอ่อนอยู่นั่น มันเป็นพฤติกรรมที่ติดเป็นนิสัยของนางในเวลาที่จะพยายามหลีกเลี่ยงคำตอบที่แท้จริงไปแล้วนั่นแหละ"ตอบมาได้แล้ว ว่าความจริงมันคืออะไรกันแน่"คนตัวใหญ่ว่าพร้อมหันหน้าไปมองกวางสาวตรงๆ

     "จะเอาความจริงใช่หรือไม่?"กวางสาวถามคนตัวสูงเพื่อความแน่ใจ ซึ่งอีกฝ่ายก็พยักหน้ารับเป็นเชิงแน่ใจตอบมาเช่นกัน เมื่อได้รับคำตอบอันเป็นที่แน่ชัดเปย์น่าจึงไม่รีรออะไรอีก ริมฝีปากจิ้มลิ้มจึงเปิดปากเพื่อบอกความจริงทั้งหมดไปเลยเพราะยังไงซะตัวนางเองก็ไม่ชอบการพูดโกหกอยู่แล้ว"เธน...เขามาเยี่ยมคริซี่ซึ่งเป็น'ลูกสาว'เขาน่ะ"

     ...พูดงี้ก็เงียบสิครับ...

     "ข้าว่าแล้วว่าเจ้าต้องอึ้ง"เปย์น่าพูดเสียงอ่อนพลางถอนหายใจยาว

     "ยัยหนู??? เป็นลูกเจ้านั่น???"

     เมอร์มิดอนหนุ่มนิ่งอึนอยู่ชั่วขณะก่อนริมฝีปากยักลึกจะเอ่ยปากเพื่อส่งน้ำเสียงที่ติดไปทางตะกุกตะกักอย่างไม่เชื่อรู้หูโดยเรียวนิ้วยาวไม่วายเลื่อนขึ้นชี้ไปที่สองร่างต่างระดับเบื้องหน้าหน่อยๆซึ่งสิ่งที่เขาได้รับกลับมาก็คือ...พยักหน้า

     ให้มันได้อย่างงี้สิ...เฮ้อ...

     เมื่อได้รับคำตอบสุดทึ้งกลับมา คนตัวใหญ่ก็พยายามที่จะนั่งทำความเข้าใจกับมันให้ได้มากที่สุดเท่าที่จะทำได้ เพราะตามปรกติแล้วการให้กำเนิดลูกครึ่งนั้นนับเป็นเรื่องยากมากที่จะต้องทำใจยอมรับให้ได้กับผลกระทบต่างๆนานาที่จะตามมาที่หลัง ทั้งเรื่องความกดดันจากทั้งสองเผ่า ไหนจะสภาพสังคมที่เด็กจะต้องเจอ มันฟังดูโหดร้ายมากสำหรับเด็กน้อยคนหนึ่งซึ่งเหตุผลก็เพียงเพราะแค่เจ้าตัวเกิดมาเป็นลูกครึ่ง ปัจจุบันเด็กลูกครึ่งจำนวนไม่น้อยก็มักจะถูกทิ้งและถูกแรงกดดันจากสภาพแวดล้อมต่างๆข่มทำร้ายจนถึงแก่ชีวิตก็มีออกถม และเพราะเหตุนั้นกระมัง กษัตริย์หนุ่มผู้นี้ถึงได้ตัดสินใจที่จะนำคริซี่มาฝากเลี้ยงกับเปย์น่าซึ่งเป็นผู้พิทักษ์แห่งพงไพรแทน

     หลังนั่งทำความเข้าใจกับเรื่องราวทั้งหมดเรียบร้อย เครชส์ก็นั่งพ่นลมหายใจเข้าออกตามจังหวะการเต้นของหัวใจอยู่ประมาณห้านาที ก่อนริมฝีปากยักลึกจะปริปากถามออกไปอีกครา

     "แล้ว...ภูตตนใดได้เจ้าหนุ่มนั่นมาเป็นผัวล่ะ"

     "ไม่มีใครได้เขาเป็นสามีหรอก นอกจากได้เขาไปเป็น'ภรรยา'"

     เปย์น่าตอบอย่างไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไร แต่ตัวนางจะรู้บ้างมั้ยว่าคำตอบของนางนั้นได้สร้างความตกตะลึงให้แก่สหายของนางมากขนาดไหน ภรรยา! บ้าไปแล้ว!!

     "ผู้ชายมันท้องได้ด้วยเรอะเปย์น่า! ข้าไม่เคยเห็นได้ยินเลยว่าผู้ชายมันมีมดลูกเหมือนผู้หญิงด้วย!!"

     เมอร์มิดอนหนุ่มตะโกนเสียงลั่นพลางฝ่ามือหนาไม่วายพุ่งออกไปจับหมับเข้าที่ไหล่มลทั้งสองข้างของหญิงสาวแน่นพร้อมออกแรงเขย่าสุดฤทธิ์จนกวางสาวเริ่มเห็นดาวเห็นเดือนลอยปรากฏเด่นอยู่เบื้องหน้านางอย่างรวดเร็ว

     "โอ๊ยย!! ข้าแค่ล้อเล่น!!"

     เสียงนุ่มเสนาะเปล่งเสียงลั่นก่อนมือบางจะเลื่อนขึ้นมาตีเพี้ยะเข้าที่หลังมือหยาบเต็มแรงเพื่อหวังให้มือหนาคลายนิ้วทั้งห้าออกจากหัวไหล่ของนางก่อนที่มันจะเป็นรอยแดงเสียก่อนจนคนตัวใหญ่ถึงกับหลุดร้องโอ้ยเบาๆออกมาเพราะแรงตีเมื่อสักครู่ เห็นหน้าแม่พระแบบนี้แต่ตีแรงใช่ย่อยเลยเชียวล่ะ

     "ก็เจ้าเล่นตอบข้าแบบนั้นเอง ใครไม่คิดแบบนั้นก็บ้าแล้วยัยบ้า"เครชส์พูดเสียงประชดประชันพลางลูบหลังมือข้างที่โดนตีไปด้วยปอยๆ"แล้วตกลงมันเป็นยังไงกันแน่เปย์น่า"

     "เจ้ายังจำ'เทล แอนนาส'ได้อยู่มั้ยล่ะ"กวางสาวเอ่ยถามขึ้นอีกคราพร้อมนวดหัวไหล่ไปพลาง

     "ฮึ ยัยแสบปากจัดตีนแมวนั่นน่ะเรอะ ให้ตายแล้วกลับมาเกิดใหม่สักร้อยชาติก็ลืมไม่ลงหรอก"

     เมอร์มิดอนหนุ่มเอ่ยด้วยน้ำเสียงหงุดหงิดพลางดวงเนตรคู่คมไม่วายกรีดตาลงไปข้างตัวอย่างเอือมระอาเมื่อต้องมานึกถึงเอลฟ์สาวนักธนูตัวแสบผู้นั้น หญิงสาวที่เป็นโจทย์ประเด็นครั้งนี้มีชื่อเสียงเรียงนามว่า 'เทล แอนนาส' หรือที่ประชาชนในป่ามนตราแห่งนี้เรียกนางกันติดปากว่า 'แอนนาส'  นางเป็นเอลฟ์สาวผู้ปกครองป่ามนตราและควบตำแหน่งพระอนุชาสุดที่รักของ'ยอร์น'เทพแห่งดวงสุริยาด้วยเช่นกัน

     ยอร์น คือเทพเกรียนประจำสรวงสวรรค์ ไม่เว้นแต่ละวันเลยที่พ่อหนุ่มหน้ามลคนนี้จะสร้างวีรกรรมชวนปวดสมองให้เหล่าเทพโอลิมปัสเป็นว่าเล่นจนมีอยู่หลายครั้งหลายคราที่เขาเกือบจะโดยเทพชั้นผู้ใหญ่ถีบตกจกสวรรค์อยู่รอมร่อ แต่เพราะเผอิญยอร์นกลับอยู่ในฐานะผู้คุบบังเหียนดวงสุริยายักษ์ใหญ่กระมังนั่นจึงทำให้เขายังคงยืนยิ้มทะเล้นเป็นแป๊ะยิ้มอยู่ได้จนถึงตอนนี้

      ส่วนแอนนาส นางคือผู้ปกครองผืนป่ามนตรา แม้นางจะเป็นเอลฟ์แต่ด้วยที่นางมีเชื้อสายของผู้เป็นพี่ชายไหลเวียนอยู่ในร่าง นั่นจึงทำให้นางมีพลังมหาศาลไม่ต่างจากเหล่าเทพเทวาแล้วไหนจะได้พลังของราชันแห่งความมืดเข้ามาเสริมให้อีก ก็คงไม่ต้องพูดกันอีกแล้วล่ะว่านางจะแสบขนาดไหน แอนนาสกับยอร์นต่างร่วมกันสร้างวีรกรรมสะเทือนประสาทอยู่หลายครา แต่วีรกรรมที่น่าจะเจ็บแสบมากที่สุด ก็คงเป็นการที่ทั้งสองพี่น้องรวมหัวกันแกล้ง'กิลเดอร์'ซึ่งเป็นเทพชั้นผู้ใหญ่นั่นแหละ บอกได้ประโยคเดียว...'บ้านแตกสาแหรกขาด'

     ก็นะมันเป็นเรื่องธรรมดา เมื่อคนเป็นพี่มีนิสัยอย่างไร คนเป็นน้องก็ต้องได้รับถ่ายทอดมาเชดเช่นเดียวกัน แถมไม่มีขาดตกบกพร่องเลยสักนิด...

     แต่เดี๋ยวนะ...พอนึกถึงวีรกรรมแสบๆของยัยนั่นแล้ว...หรือว่า...

     เมอร์มิดอนหนุ่มนั่งไตร่ตรองอยู่ชั่วครู่ ก่อนดวงเนตรสีเหลืองอำพันจะเลิกเปลือกตาขึ้นสูงทันควันราวกับว่าตัวเขานั้นได้นึกอะไรบางอย่างออกพร้อมดวงเนตรคมไม่วายตวัดจ้องไปที่สตรีข้างๆทันที

     "อือ อย่างที่เจ้าคิดนั่นแหละ"

     ยังไม่ทันที่ใบหน้าคมสันจะหันไปพูดกับคนข้างๆ เปย์น่าก็พลันเอ่ยเสียงหวานพร้อมพยักหน้าเป็นการประกอบคำพูดตอบกลับมาเสียก่อนทันควันราวกับว่าตัวนางนั้นรู้อยู่ก่อนแล้วว่าเครชส์จะถามอะไรนางหลังจากนี้...ซึ่งมันก็เป็นอย่างที่หญิงสาวคิดไว้จริงๆเพรามื่อคนตัวสูงล่ำได้ฟังคำตอบจากนาง เจ้าตัวก็นั่งแข็งทื่อไปเสียดื้อๆอย่างฉับพลัน ก่อนดวงหน้าหล่อจะก้มลงแนบฝ่ามือหนาทันทีด้วยท่าทางเคร่งเครียดอย่างสุดซึ้ง

     โอ้พระเจ้า...จริงเหรอเนี่ย เครชส์คิดพลางกุมขมับแน่นอันเนื่องมาจากความเครียดสะสมเกินอัตรา เหตุที่เขาเครียดก็ไม่ได้มาจากเหตุปัจจัยใดอื่นเลย แต่มันมาจากสิ่งที่เขากำลังคิดอยู่ในขณะนี้นั่นแหละ...ซึ่งมันก็เป็นสิ่งที่เกี่ยวข้องกับ'เธน'และ'แอนนาส'ซะด้วย...

     กวางสาวเจ้าของดวงแก้วสีไซแอ็นชำเลืองขึ้นลอบมองปฏิกิริยาของสหายหนุ่มอยู่ห่างๆอย่างห่วงๆ เพราะนางรู้ดีว่าเครชส์กำลังเครียดหนักขนาดไหนเมื่อต้องมารับรู้เกี่ยวกับ'วีรกรรม'ของเอลฟ์สาวตัวแสบอีกแล้ว แต่เพราะวีรกรรมครั้งนี้ของแอนนาสคงจะเป็นวีรกรรมที่หนักหนาสาหัสอยู่พอตัวถึงขนาดสามารถทำให้คนใจดีอย่างเปย์น่ายังเครียดได้ แล้วคิดหรือว่าคนอารมณ์ร้อนและไม่ค่อยมีความอดทนอย่างเครชส์จะไม่เครียดจนไมเกรนขึ้นสมองเลยรึ?

     "ลุงเครชส์คะ มาเล่นกันเถอะค่ะ!"

     จังหวะเดียวกันกับที่เมอร์มิดอนหนุ่มกำลังนั่งนวดขมับเป็นว่าเล่นอยู่ใต้ร่มไม้ใหญ่ เสียงใสแจ้วก็พลันเปล่งเสียงเรียกร้องให้เขาเข้าไปหาอย่างรวดเร็วโดยไม่วายยกฝ่ามือเล็กขึ้นโบกไปมาน้อยๆเป็นการประกอบการพูดโดยมีร่างสูงโปร่งใต้ชุดเกราะโกธิกโบราณของกษัตริย์หนุ่มชาวมนุษย์ยืนประกบอยู่ข้างๆ

     กวางสาวเหลือบสายตาทอดมองออกไปตามต้นเสียงชั่วครู่ก่อนใบหน้างามจะหันกลับมาสนทนากับชายหนุ่มต่อ"ป่ะ ไปเล่นกับยัยหนูเถอะ"เปย์น่าเอ่ยพลางตบไหล่หยาบไปทีสองที"เผื่อจะได้ทำความรู้จักกับสองคนนั้นให้มากขึ้น"

     คงไม่ต้องทำความรู้จักอะไรกันแล้วม้างง ก็เจ้าตัวเล่นอัดลูกปืนใหญ่เข้ากลางแสกหน้าข้ามาแล้วเนี่ย ร่างสูงคิด

     "แล้วนั่นเจ้าจะไปไหนรึ?"เครชส์ถามสหายสาวด้วยความสงสัยทันทีเมื่ออยู่ๆก็เห็นนางเดินย่างเท้าออกไปจากใต้ร่มไม้ใหญ่เสียอย่างนั้น

     "ได้เวลาลาดตระเวนแล้วน่ะ"หญิงสาวตอบพร้อมรอยยิ้ม ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยให้กำลังใจเชิงบังคับไปว่า"พยายามผูกสัมพันธ์กับสองคนให้ได้ล่ะ ถ้าทำไม่ได้ข้าจะให้ลัมเบอร์พาเจ้าไปเป็นจิตอาสาตลอดหนึ่งเดือนเต็ม"ว่าจบปุ๊บ เปย์น่าก็พลันรีบเดินหายลับไปเลยอย่างรวดเร็ว ทิ้งไว้เพียงเงือกหนุ่มชาวเมอร์มิดอนให้นั่งนิ่งเป็นรูปปั้นอยู่กับที่คนเดียวโดดๆโดยที่เขายังไม่ทันได้ปริปากอะไรกลับไปเลยสักคำ นี่มันบังคับกันชัดๆเลยนี่!

     "ยัยกวางบ้า...ขอให้เจ้าชราภาพเร็วๆ..."

     เครชส์ออกปากสาปแช่งเพื่อนสาวกับตัวเองเบาๆ ก่อนเสียงกระพือปีกกับเสียงเหยียบย้ำใบหญ้าเขียวขจีจะเอื้อนดังมาหยุดอยู่ข้างหน้าเขาอย่างช้าๆ ซึ่งพอดวงหน้าคมก้มหน้าลงมองก็ปะเข้ากับใบหน้าใสซื่อของภูตสาววัยกระเตาะกับใบหน้าหล่อเหลาแบบสุภาพบุรุษชาวอังกฤษกำลังยืนฉีกยิ้มยิ่งฟันขาวให้ตนอยู่พอดี

     เธนยื่นส่งยิ้มอ่อนๆให้ชั่วครู่ถามประสา ก่อนริมฝีปากสีอ่อนจะเอ่ยเชิงขอร้องไปว่า

     "ถ้าท่านไม่รังเกียจอะไร"กษัตริย์หนุ่มเว้นช่วงไว้ครู่หนึ่ง"มาเล่นกับคริซี่เป็นพวกเราหน่อยได้หรือไม่ ท่านเครชส์?"

     เธนเอ่ยปากถามด้วยน้ำเสียงนุ่มเสนาะจนเมอร์มิดอนหนุ่มเผลออึ้งไปแวบนึงกับวิธีการพูดของอีกฝ่าย ก่อนหน้านี้กล่าวตะคอกอย่างกะยักษ์กะมาร พอมาตอนนี้กล่าวด้วยวาจาอ่อนหวานจนเลี่ยนดั่งน้ำผึ้งเดือนห้าเชียวนะ เครชส์คิดในใจด้วยความรู้สึกหมั่นไส้ส่วนตัวล้วนๆ

     นี่ข้าต้องมากลายเป็นพี่เลี้ยงเด็กอย่างนั้นหรือนี่? เครชส์ครวญในใจพลางไม่วายอดผ่อนลมหายใจออกมาหนักๆสักเฮือกสองเฮือกไม่ได้ราวคนสูงอายุ...แต่แกก็อายุเยอะแล้วจริงๆนั่นแหละ...

     ก็ได้...ไหนๆก็ไหนๆแล้ว...เล่นด้วยสักหน่อยก็คงไม่เป็นอะไรหรอก...เผื่อจะได้สร้างสัมพันธ์อันดีกับยัยหนูและล้วงรู้ความลับของเจ้ามนุษย์ผู้นี้ไปด้วยในทีว่าเพราะอะไรเจ้าหนุ่มนี่ถึงได้กลายมาเป็น'แม่'คนแบบนี้ ดังสุภาษิตที่ว่ายิงปืนนัดเดียวได้นกสอง

     "ได้ ข้าจะเล่นเป็นเพื่อนด้วยสักคนก็ได้"

     

     ยามที่ดวงตะวันกำลังจะลับลาขอบฟ้าไปในที่ไกลแสนไกล สายลมเอือนอ่อนโฉบพัดพากลิ่นหอมละมุมของบุปผาลอยล่องผ่านกลีบต้นหญ้าสีเขียวสดอย่างแผ่วเบา แต่แม้จะเพียงน้อยนิดแต่กลิ่นหอมของมันก็สามารถบรรเทาอารมณ์ร้อนของเงือกหนุ่มได้อย่างดีจนดูน่าพิศวง

     ดวงเนตรคู่สีเหลืองอำพันตวัดกลอกจับจ้องทุกการกระทำของหนึ่งภูตกับหนึ่งมนุษย์อย่างไม่คลาดสายตานับตั้งแต่วินาทีที่เจ้าตัวถูกทั้งสองชักชวนให้มานั่งเล่นเป็นเพื่อนด้วยอีกคน ถ้าจะพูดเอาตามความจริง ตอนนี้เครชส์อยากกลับทะเลไปงีบหลับซะเหลือเกินจวนใจแทบขาด แต่อีกใจก็เป็นห่วงยัยตัวเล็กเนื่องจากกลัวว่าอีกฝ่ายจะเผลอเล่นเพลินจนหลงป่าเอาเสียก่อน เพราะเมื่อวิเคราะห์จากคำพูดของเปย์น่าเมื่อหลายชั่วโมงก่อนนี้แล้ว ดูถ้าว่ายัยตัวเล็กจะไม่เคยออกมาเล่นนอกบ้านเลยสักครั้งเดียว

     และอีกประเด็นหลักก็คือ...การจับตาดูพฤติกรรมของหนุ่มชาวมนุษย์ผู้นั้นนั่นแหละ

     "นั่นพี่เธนกำลังทำอะไรอยู่หรือคะ?"เสียงใสแจ้วเอ่ยถามด้วยความอยากรู้อยากเห็นพลางดวงเนตรคู่สวยพลันเหลือบไปเห็นฝ่ามือหนากำลังง่วนอยู่กับอะไรบางอย่างบนตักตนเอง กษัตริย์หนุ่มฉีกยิ้มหวานให้ ก่อนสองฝ่ามือจะแบโชว์สิ่งที่อยู่ในมือให้หญิงสาวดูแทนคำตอบ ซึ่งทันทีที่นางเห็นสิ่งที่วางอยู่บนฝ่ามือหนาบปุ๊บ ดวงเนตรใสพลันเปล่งประกายสุกสกาวดั่งดาราพลางริมฝีปากสีซากุระก็พลันวาดรอยยิ้มออกกว้างทันทีพร้อมคำอุทานเล็กๆน้อยๆตามอารมณ์"ว้าว! มงกุฎดอกไม้นี่นา!"

     "สวยหรือไม่เล่าคริซี่?"เธนถาม

    "สวยค่ะ พี่เธนทำได้ยังไงอ่ะ สอนหนูบ้างสิ!"

     ภูตสาวถามเสียงใสโดยที่ปีกผีเสือแสนสวยไม่วายกระพือเบาๆตามอารมณ์ของผู้เป็นเจ้าของน้อยๆ กษัตริย์หนุ่มยิ้มส่งให้ตามความเคยชินก่อนสองมือจะจับประคองมงกุฎช่อน้อยเลื่อนขึ้นไปสวมประดับไว้บนเลือนผมสีชมพูสวยอย่างแผ่วเบาพร้อมพูดว่า

     "ได้สิ ประเดี๋ยวเราจะสอนให้อย่างแน่นอน"

     "จริงหรอคะ!"

     "จริง เราไม่พูดโกหกหรอกเด็กน้อย"

     "เย้! พี่เธนใจดีจังเลย!"คริซี่ตะโกนพร้อมถลาเข้ากอดแผ่นอกกว้างทันทีอย่างรวดเร็วจนเธนเองก็เกือบจะหงายหลังลงนอนแอ้งแม้งไปตามแรงชนของคนตัวเล็กกว่าอยู่เหมือนกัน"ลุงเครชส์คะ มาร้อยมงกุฎดอกไม้ด้วยกันเถอะค่ะเร็ว"หลังกอดเสร็จ ภูตสาวก็พลันเปล่งเสียงเรียกเครชส์พลางโบกไม้โบกมือไปมาตามประสาเด็ก

     เมอร์มิดอนหนุ่มเลิกตาขึ้นเล็กน้อยเมื่ออยู่ๆก็ถูกเรียกเฉย"ให้ข้าไปเล่นร้อยดอกไม้?"คนตัวสูงทวนคำถามด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มโดยไม่วายเลื่อนนิ้วชี้ขึ้นชี้หน้าตนเองหน่อยๆเพื่อให้แน่ใจว่าเมื่อกี้หูเขาไม่ได้ฟังผิดเพี้ยนไป แต่สวรรค์หนอชังใจร้ายใจดำกับเขาเหลือเกินเพราะภูตสาวพนักหน้ารัวๆเป็นคำตอบแทนคำพูดออกเสียงนั่นเอง...

     โอ้...ไม่นะ...

     "ไม่ๆๆๆ ข้าขอบายดีกว่า"เมอร์มิดอนรีบปฏิเสธพัลวันทันทีเมื่อทราบคำตอบจากร่างเล็กเบื้องหน้า

     "น่าาาา มาเล่นด้วยกันเถอะนร้าาาา"

     ภูตสาวลากเสียงยาวพร้อมทำตาใสแจ๋วเป็นการออดอ้อนคนตัวสูงเพื่อเพิ่มศักยภาพสกิลความน่าสงสาร(?)ให้สูงยิ่งขึ้นไปอีก หนุ่มใหญ่เจ้าของใบหน้าหล่อคมหรี่ตามองใบหน้าจิ้มลิ้มของยัยตัวเล็กชั่วครู่ก่อนที่จะหันหลบไปทางอื่นเพื่อหวังหลบสายตาคู่พิฆาตของยัยตัวเล็ก เมื่อเห็นว่าคนตัวสูงทำท่าไม่สนใจใยดีอะไรกับสกิลอ้อนของตนเลยดวงหน้าหวานสวยก็พลันทำปากป่องทันทีเพราะงอน

     เลิกตื้อข้าแล้วสินะ

     เครชส์คิดในใจเมื่อพบว่ายัยตัวเล็กดันหุบปากเงียบฉับไปเป็นที่เรียบร้อย แต่ความโล่งอกก็มาชะโลมใจได้เพียงเสี้ยววินาทีเท่านั้น เสียงระฆังยกสองก็พลันดังขึ้นต่อทันทีแบบไม่ให้เมอร์มิดอนหนุ่มได้พักหายใจเลย

     "น่าท่านเครชส์"กษัตริย์หนุ่มพูกเว้นช่วงไว้ครู่หนึ่ง"มาเล่นเป็นเพื่อนคริซี่หน่อยเถิด ข้าคนเดียวรับมือเด็กน้อยผู้นี้ไม่ไหวหรอกนะท่าน"

     "แต่ข้า..."

     "ได้โปรด...ท่านเครชส์..."

     เครชส์ตั้งท่าจะโต้เถียงกลับก็พลันโดนอีกฝ่ายพูดขัดขึ้นเสียก่อนอย่างรวดเร็วโดยที่เจ้าตัวไม่วายส่งสายตาอ้อนวอนไปให้คนตัวสูงกว่าเล็กน้อยพอเป็นมารยาท พอดวงเนตรสีเหลืองอำพันเหลือบลงสบกับดวงเนตรคู่สีเปลือกไม้โอ้คเข้าเมอร์มิดอนหนุ่มก็พลันนั่งนิ่งไปเสียดื้อๆราวกับทั่วทั้งร่างนั้นได้ถูกฉาบทับด้วยปูนซีเมนต์อย่างหนาแบบพิเศษเข้าอย่างจัง เครชส์ยอมรับว่าสกิลการอ้อนของคริซี่นั้นรุนแรงมากอยู่ในระดับหนึ่งจนเขาเผลอที่จะตอบตกลงไปอยู่แล้ว แต่พอมาเจอสกิลอ้อนของกษัตริย์หนุ่มเข้าเจ้าตัวนี่ถึงกับทำอะไรไม่ถูกเลยทีเดียว ความรู้สึกมันต่างกันจริงๆระหว่างสอง'แม่ลูก'คู่นี้

     "ข้า..."เครชส์ยังพยายามที่จะฝืนออร่าของชายหนุมเบื้องหน้าอย่างสุดฤทธิ์สุดเดช แต่สุดท้ายผลมันก็..."เออได้...ข้ายอมเล่ยร้อยมงกุฎกับพวกเจ้าก็ได้..."

     "ขอบคุณ/ขอบคุณค่ะ!"

     เธนกับคริซี่กล่าวขอบคุณพลางฉีกยิ้มส่งให้ตามประสาพร้อมกันโดยไม่ต้องนัดหมาย เมอร์มิดอนหนุ่มผ่อนลมหายใจออกเล็กน้อยอย่างเอือมระอา ก่อนร่างสูงใหญ่ซึ่งถูกประดับด้วยมัดกล้ามแน่นหนักจะเคลื่อนขยับเข้าไปนั่งใกล้ๆกับอีกสองร่างต่างความสูงทันทีเพื่อรับการสอนอบรมจากกษัตริย์หนุ่มเกี่ยวกับเรื่องการร้อยมงกุฎดอกไม้

     เมื่อสองเนตรเห็นร่างสูงใหญ่ยอมขยับเข้ามานั่งใกล้ๆเป็นที่เรียบร้อย ริมฝีปากบางก็พลันอดที่จะวาดร้อยยิ้มละมุนขึ้นประดับบนใบหน้าเกลี้ยงเกลาไม่ได้อย่างน่ารัก ก่อนที่เจ้าตัวจะอุ้มภูตสาวตัวน้อยออกจากตัวให้ลงไปนั่งอยู่ข้างตนแทนเพื่อสะดวกแก่การสอนมากขึ้น

     "เอาล่ะ งั้นมาเริ่มทำกันเลยแล้วกันเนอะ"

     เธนเอ่ยพร้อมโปรยยิ้มอ่อนส่งให้ทั้งสองตามความเคยชิน ซึ่งคริซี่เองก็กระดี๊กระด๊าคันไม้คันมืออยากจะทำจนแทบแย่แล้วส่วนเครชส์เองก็เออออไหลตามน้ำไปอย่างช่วยไม่ได้ หลังสิ้นเสียงคำกล่าว ฝ่ามือหยาบจึงเอื้อมลงหยิบก้านดอกไม้สีสวยขึ้นมาหกก้านจากกองที่ถูกเด็ดไว้นานแล้ว ก่อนเรียวนิ้วยาวจะสอดแบ่งก้านสีเขยวสดออกเป็นสามคู่โดยคู่หนึ่งจะมีสองก้านใหญ่ๆ ทั้งสามคู่ถูกหมุนเป็นเกรียวเบาๆก่อนจะถูกนำมาถักรวมกันเป็นปมหนึ่งปมเพื่อใช้เป็นหัวตัวมงกุฎ เมื่อทำได้หนึ่งปมชายหนุ่มจึงใช้มืออีกข้างลงไปหยิบอีกหกก้านขึ้นมาและทำแบบวิธีแรกพลางนำมาถักรวมกับที่ทำไว้ยาวมาเรื้อยๆจนได้ตัวมงกุฎตามที่ต้องการ

     หลังผูกปมสุดท้ายเสร็จ เธนจึงเริ่มเด็ดตัวดอกไม้สีสวยขึ้นมาเสียบตามรอยแยกเล็กตามตัวมงกุฎซึ่งเขาก็บอกว่าจะเติมดอกไม้อะไรก็ได้หรือจะเติมเถาวัลย์กับกลีบใบลงประดับเพิ่มแล้วแต่ความชอบได้ตามสบาย เมื่อได้เห็นวิธีทำเป็นที่เรียบร้อย ภูตสาวจึงเริ่มเลียนแบบวิธีทำเมื่อครู่นี้ทันทีอย่างตั้งอกตั้งใจโดยมีกษัตริย์หนุ่มคอยช่วยบอกวิธีอยู่ข้างๆไม่ห่าง ครีซี่เป็นเด็กที่เรียนรู้เร็วมากนางจึงใช้เวลาไม่กี่นาทีมงกุฎดอกไม้ช่องามก็พลันเสร็จสมบูรณ์ท่ามกลางเสียงหวีดร้องด้วยความดีใจของนาง

     แต่อีกคนน่ะสิ...นั่งหน้าดำคร่ำเครียดราวกับไปโกรธใครมาตั้งแต่ชาติไหนก็ไม่รู้

     "ทำมงกุฎดอกไม้นะ ไม่ใช่ไปสนามรบ"กษัตริย์หนุ่มแซวพลางป้องปากหัวเราะคิก

     "ก็มันทำยากนี่หว่า"เครชส์ตอบพลางขมวดคิ้วมุ่น"เนียะ แค่บิดนิดเดียวก็แตก ข้าขอไม่ทำได้มั้ย"คนตัวสูงว่าพร้อมแบซากมงกุฎให้อีกฝ่ายดู ซึ่งสภาพมันก็...อ่ะนะ

     เธนส่ายหน้าเล็กน้อย ก่อนร่างสวมชุดเกราะจะเคลื่อนขยับเข้าไปนั่งอยู่เบื้องหน้าคนตัวสูงทันควันพร้อมริมฝีปากบางก็เอ่ยออกเสียงไปว่า"ก็ท่านเล่นบิดซะแรงเลยนี่ มันไม่แตกไม่ช้ำก็บ้าแล้ว มานี่มา เดี๋ยวเราจะทำให้ดูอีกรอบ"เสียงนุ่มเอ่ยพร้อมหยิบก้านดอกไม้ขึ้นมาค่อยๆทำตามขั้นตอนเพื่อที่จะได้ให้อีกฝ่ายได้นั่งดูไปด้วย

     ดวงเนตรคู่สีเหลืองอำพันจับจ้องฝ่ามือทั้งสองอย่างไม่คลาดสายตา แต่อยู่ด้านหน้าล่ะมั้งเลยดูไม่ค่อยถนัด ร่างสูงจึงเปลี่ยนที่ขยับไปนั่งข้างๆกษัตริย์หนุ่มแทนโดยที่สมองยังไม่ทันได้ทันสั่งการอะไรเลยด้วยซ้ำ ซึ่งมันก็แอบทำให้เครชส์อดนึกที่จะแปลกใจกับตนเองหน่อยๆไม่ได้เช่นกัน ก่อนที่ดวงเนตรคู่คมจะตวัดขึ้นจ้องมองใบหน้าหันข้างของอีกฝ่ายอย่างเงียบๆ

     ใบหน้าอ่อนเยาว์เยี่ยงหนุ่มอายุยี่สิบต้นๆซึ่งหารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเธนนั้นอายุย่างเข้าเลขสามไปเป็นที่เรียบร้อยแล้ว โครงหน้าหล่อเหลาแบบมาตรฐานชาวอังกฤษยู่ลงเล็กน้อยตามอารมณ์ ผิวขาวคล้ำแดดต้องแสงอาทิตย์อัสดงอ่อนๆชวนให้ดูน่าหลงใหล ดวงเนตรคมจ้องกรีบปากอิ่มที่กำลังขยับอ้าเปล่งเสียงอธิบายอย่างเพลิดเพลิน เขาไม่รู้ว่าตนนั้นเอาแต่นั่งจ้องริมฝีปากนั้นอยู่นานแค่ไหนแต่ที่รู้ขณะที่ใบหน้าหล่อคมกำลังเพลินอยู่กับกรีบปากหวานเจ้าตัวก็พลันถูกคนตัวเล็กกว่าดีดมะกอกเข้าให้เต็มๆหน้าผากจนหน้าหงายนั่นแหละ

     "ฟังเราอยู่รึเปล่าฮึ?"เธนถามด้วยน้ำเสียงที่ดูติดออกไม่พอในนิดๆ

     "ฟังอยู่น่า"เครชส์ตอบพลางยกมือข้างหนึ่งลูบหน้าผากไปด้วยปอยๆ

     "ถ้าเช่นนั้น เมื่อครู่เราพูดว่าอะไรรึ?"

     ชิบผายล่ะ...

     เครชส์อุทานคำหยาบในใจ ก่อนดวงเนตรคมจะตวัดขึ้นลงพร้อมริมฝีปากหยักก็เอออออ้ำอึ้งไปต่างๆนานาโดยสมองใต้กระโหลกศีรษะหนาก็พลันพยายามเค้นหาประโยคดีๆสวยๆที่เมื่อพูดออกไปแล้วจะไม่ทำให้อีกฝ่ายเปลี่ยนจากดีดมะกอกมาเป็นตะบันหน้าตนแทนเสียก่อนไปพลาง

     แต่สงสัยเมอร์มิดอนหนุ่มคงใช้เวลาคิดนานไปหน่อยเสียกระมังเพราะสุดท้าย...เขาก็โดนดีดมะกอกไปอีกโป๊ะนึงจนได้...

     "จริงๆเลยท่านเนียะ"กษัตริย์หนุ่มผ่อนลมหายใจออกอย่างแผ่วเบา ก่อนริมฝีปากบางจะเอ่ยทวนคำถามเดิมที่เครชส์ไม่ได้ทันฟังออกไปอีกครา"เราถามว่าบนหน้าท่านน่ะ ไปได้แผลแต่ใดมา"

     ก็ได้มาจากเจ้านั่นแหละพ่อหนุ่มเอ๊ยยย

     "อุบัติเหตุน่ะ อย่าใส่ใจเลย"

     คนตัวสูงตอบปัดพร้อมโบกมือประมาณว่า'ไม่ต้องไปสนใจอะไรมันมากหรอกแผลแค่นี้ขี้หนูจะตาย'อะไรอย่างนั้น ซึ่งดูเหมือนทั้งคู่จะคุยกันแบบสนิทสนมกันมากไปกระมัง นั่นจึงส่งผลให้ภูตสาวคริซี่ที่กำลังนั่งร้อยมงกุฎเพิ่มอยู่ข้างๆมีแอบฉีกยิ้มหวานอย่างกรุ่มกริ่ม ก่อนน้ำเสียงหวานสวยจะเอื้อนถ่อยคำออกไปว่า

     "แหม~เหมือนคู่รักกันเลยนะคะ ลุงเครชส์~พี่เธน~"

     "ห๊ะ ตะกี้ว่าว่าไงนะ?"เมอร์มิดอนหนุ่มถามด้วยความสงสัยเมื่ออยู่ๆก็เหมือนได้ยินหญิงสาวถามอะไรพวกตนเลยอย่างไรอย่างนั้น

     "เปล่านะคะไม่มีอะไรสักหน่อย~~"คริซี่ตอบก่อนที่ร่างเล็กจะหันมานั่งถักมงกุฎดอกไม้ต่อจากที่ค้างไว้อย่างไม่รู้ไม่ชี้ โดยที่บนใบหน้าหวานหยดก็พลันแอบลอบปรากฏรอยยิ้มอ่อนๆไปด้วยในที ซึ่งเจ้าตัวก็นึกแอบเชียร์ให้สองคนนี้ได้เป็นคู่กันไปด้วยอยู่ในใจลึกๆ...



     ทั้งสามนั่งเล่นกันอยู่นานจนในที่สุดดวงอาทิตย์อัสดงก็พลันเคลื่อนหายจมสู่ผืนมหาสมุทรสีน้ำเงินแสนงาม ราตรีกาลเข้าปกคลุมผืนฟ้าอย่างรวดเร็วซะยิ่งกว่าลั่นไกลูกกระสุนเข้าเป้าซ้อมยิง เครชส์จึงตัดสินใจชวนเธนพาคริซี่กลับไปส่งที่บ้านเปย์น่าดีกว่าเพราะมันตกค่ำแล้วซึ่งป่ามนตราในยามวิกาลแห่งนี้ก็ขึ้นชื่อลือชาเรื่องสัตว์ดุร้ายอยู่ด้วยนั่นจึงเป็นทางเลือกที่ดีที่สุดที่จะรีบกลับเข้าบ้าน และอีกประเด็นคือตัวเจ้าหล่อนเองก็พลอยหลับไปเป็นที่เรียบร้อยแล้วเสียอ่ะนะ

     "ผู้หญิงบ้าอะไรตัวหนักเป็นบ้า"เครชส์บ่นอุบโดยที่เจ้าตัวก็แบกภูตสาวขึ้นขี้บนแผ่นหลังกว้างไปด้วย เห็นตัวบางๆแบบนี้ แม่มเล่นซัดน้ำหนักไปกี่กิโลเนี่ย!

     "นางกำลังอยู่ในช่วงเจริญเติบโตนี่นา ปล่อยๆไปเถิด"เธนเอ่ยพลางแอบหัวเราะร่วนเบาๆ

     "ก็มันหนักนี่ ดีไม่ดีหนักยิ่งกว่าช้างอีกมั้ง"ชายร่างสูงใหญ่บ่นร่ายยาวเป็นหมีกินผึ้ง

     "ถ้าจะหนักขนาดนั้น ให้เราอุ้มเองดีกว่ามั้ย?"เธนเอ่ยพร้อมยื่นสองมือหมายจะรับร่างของภูตสาวมาอุ้มไว้เอง แต่คนตัวสูงกลับเบี่ยงตัวหลบเสียซะอย่างนั้น ซึ่งนั่นก็สามารถเรียกร้อยยิ้มเอ็นดูจากกษัตริย์หนุ่มได้เป็นอย่างดี"ไหนว่าหนักไงเล่า?"เธนเอ่ยเสียงนุ่มพลางช้อนดวงเนตรคู่สีเปลือกไม้โอ๊คขึ้นมองใบหน้าคมสันเบื้องหน้าน้อยๆ

     "ข้าบอกว่าหนักจริง แต่ข้าไม่ได้บอกว่าแบกไม่ไหวเสียหน่อย"

     เครชส์ตอบเสียงเรียบ ก่อนสองขาเรียวยาวจะก้าวฉับตรงไปเรื่อยๆโดยที่สองแขนแกร่งก็โอบกระชับเรียวขายาวสีขาวนวลไว้แน่นเผื่อกันร่างบนหลังตนร่วงก้นกระแทกพื้นเสียก่อน เธนยิ้มกรุ่มกริ่มให้กับคนตัวสูงเล็กน้อยก่อนที่หนุ่มใต้ชุดเกราะโกธิกโบราณสีทองอ่อนจะจ้ำเท้าตามแผ่นหลังตรงหน้าให้ทันจนในที่สุดก็เดินขึ้นมาตีขนาบข้างอีกฝ่ายได้สำเร็จ ก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยแซวคนตัวสูงเล่นไปพลางอีกครา

     "ไหนว่าหนักไง ให้เราอุ้มเองก็ได้นะ ดูสิหน้าเริ่มเขียวแล้วแหนะ"กษัตริย์หนุ่มเอ่ยพร้อมตวัดมือลงไพล่หลังไว้หน่อยๆด้วยความเคยชินพลางสองเนตรก็ยังคงจ้องมองใบหน้าหันข้างของอีกฝ่ายอยู่ไม่ห่าง ซึ่งมันก็เริ่มออกเขียวแล้วจริงๆนั่นแหละ...

     "ข้าไหวน่า"

     เครชส์ตอบพลางพยายามปรับสีหน้าให้เป็นปกติมากที่สุดเท่าที่จะทำได้ ทำไงได้ล่ะ เขาอยู่บนบกมานานเกินไปแล้ว น้ำก็ยังไม่ได้แตะสักหยด เพราะปกติพวกสายพันธุ์เงือกจะขาดน้ำได้ไม่นานซึ่งถ้าขาดนานได้มีแววไปเยี่ยมยมบาลใต้โลกแน่นอน แต่เพราะเผอิญเครชส์เป็นพันธุ์พิเศษกระมังนั่นจึงทำให้เขาสามารถอยู่บนบกได้นานหน่อย แต่ทว่าตอนนี้อาการมันก็เริ่มออกลายให้เห็นบ้างแล้วล่ะนะ และดูเหมือนเธนจะดูออกด้วยนี่สิ

     "เฮ้! นั่นเจ้าจะไปไหนน่ะ?!"

     เมอร์มิดอนหนุ่มร้องขึ้นทันควันเมื่ออยู่ๆร่างสมส่วนใต้ชุดเกราะก็พลันเดินแยกเข้าหลังพุ่มไม้ข้างทางไปเสียอย่างนั้น เครชส์นึกสงสัยปนหงุดหงิดขึ้นมาตะงิดๆเพราะกังวลว่าอีกฝ่ายจะโดนสัตว์ร้ายยามวิกาลในป่ามนตราดักทำร้ายเข้าซะก่อน แต่ดูเหมือนสวรรค์จะรับฟังคำขอของเครชส์ เพราะหลังจากที่หนุ่มสัญชาติอังกฤษเดินหายไปประมาณสักสองถึงสามนาทีเจ้าตัวก็พลันเดินแหวกพุ่มไม้สีเขียวสดออกมาพร้อมในมือก็กำกระติกใส่น้ำแบบพกพาติดมือมาด้วย

     "อ่ะ"เธนเอ่ยพลางยื่นปากกระติดขึ้นจ่อปากเมอร์มิดอนหนุ่มทันทีจนร่างสูงผงะไปวูบหนึ่

     "อะไร"เครชส์ถามพร้อมมองต่ำลงจ้องใบหน้าหล่อใต้หมวกเกราะอันเนื่องจากระดับความสูงที่นับว่าต่างกันพอสมควร

     "เราเห็นว่าท่านฝืนกลั้นความทรมาณไว้ เราเลยไปเอาน้ำมาให้ท่านดื่มดับกระหาย"คนตัวเล็กกว่าตอบ ก่อนจะพูดเสริมอีกครั้งเมื่อเห็นใบหน้าคมสันเริ่มฉายแวววิตกอยู่นิดๆ"เราไม่ได้ไปเอาจากแหล่งโสโครกหรอก เราไปเอาจากเถาวัลย์น้ำแถวๆนี้"

     หลังสิ้นเสียงคำตอบของกษัตริย์หนุ่ม ดวงเนตรสีเหลืองอำพันเหลือบจ้องคนตัวเล็กชั่วครู่ก่อนที่จะตวัดลงส่องลอดรูกระบอกน้ำเพื่อเช็คดูว่ามันสะอาดจริงมั้ย ซึ่งการกระทำอย่างนี้ก็สามารถเรียกเสียงถอนหายใจจากเธนได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว เงือกอะไรขี้ระแวงเสียจริง เขาคิดพลางยืนกระดิกปลายเท้ารอให้คนตัวสูงกว่าเช็คไปเสียให้เต็มที่เพื่อความปลอดภัยและทรัพย์สินของเจ้าตัวเอง

     เมื่อเช็คดูจนแน่ใจร่างสูงใหญ่ของเมอร์มิดอนหนุ่มจึงคลายความกังวลที่มีอยู่ลง ก่อนริมฝีปากหยักสวยจะเปิดปากอ้าออกเล็กน้อยเป็นการบอกใบ้ และดูเหมือนคนตัวเล็กกว่าจะรู้ใจอีกฝ่ายดีฝ่ามือหยาบจึงจัดการประเคนปากกระติกน้ำขึ้นจรดกรีบปากสีซีดเบาๆพลางยกก้นกระติกขึ้นน้อยๆเพื่อให้น้ำเย็นในนั้นไหลลื่นเข้าปากคนเครชส์ไปทีละนิด

     น้ำเย็นฉ่ำใสบริสุทธิ์ไหลลื่นลงคอสร้างความกระชุ่มกระชวยให้แก่เครชส์เป็นอย่างมากหลังจากที่ขาดน้ำมาเป็นเวลานานพอสมควร เขากระอึกกลื่นลงไปอยู่หลายอึกก่อนใบหน้าหล่อคมจะดันให้ปากกระบอกออกห่างเมื่อดื่มจนชื่นใจแล้ว

     "ขอบใจ-"

     เครชส์กล่าวยังไม่ทันจบประโยคดี หนุ่มร่างใหญ่ก็พลันสะดุ้งกึกสุดตัวเมื่ออยู่ๆฝ่ามือหยาบของกษัตริย์หนุ่มก็ยื่นเข้ามาใช้นิ้วหัวแม่มือไล่ปาดเกลี่ยคราบน้ำตรงบริเวณมุมปากให้หน้าตาเฉยราวกับว่ามันเป็นเรื่องปกติสำหรับเธน แต่สำหรับเครชส์น่ะไม่ใช่ นี่พวกเขาเพิ่งจะเจอกันนะ แถมก่อนหน้านี้ก็เคยตะบันเขามาแล้วครั้งนึงด้วย!

     "อะไรรึ?"เธนถามเมื่อเห็นคนตัวสูงกว่ายืนทำหน้าเหวอเป็นเป็นไก่ตาแตกก่อนมือบางจะยกกระติกน้ำขึ้นจรดริมฝีปากเล็กน้อยเพื่อหวังจะดื่มน้ำดับกระหายเช่นกัน"อย่ารังเกียจเลยท่าน ขี้ปากเราไม่เหม็นหรอก"คนตัวเล็กยู่ปากนิดหน่อยพลางพูดติดตลกก่อนจะกระดกน้ำเข้าปากพรวดไปตามอัตโนมัติ แต่เจ้าตัวก็หารู้ไม่ว่าแท้จริงแล้วเครชส์นั้นไม่ได้รังเกียจแต่อย่างใด แต่แค่เมื่อครู่นี้ปากเขาเพิ่งจะแตะปากกระบอกไปแล้วน่ะสิ แล้วตอนนี้กรีบปากสีเนื้อนั่นก็กำลังดื่มกินต่อจากปากกระบอกอันเดียวกันด้วย นี่มัน'จูบทางอ้อม'ชัดๆเลยนี่

     "ดื่มเสร็จยัง จะได้รีบพายัยหนูกลับส่งบ้านให้มันเสร็จๆไป"เครชส์แสร้งถามพลางสมองก็พยายามสะบัดเรื่องบ้าบอคอแตกเมื่อครู่ออกจากความคิดรัวๆ

     "ครับๆ รับทราบครับ"

     กษัตริย์หนุ่มขานรับตามประสา ก่อนฝ่ามือบางจะหมุดปิดฝากระติกพร้อมใส่เก็บไว้ที่เดิมด้วยความเคยชิน พลางสองขายาวไม่วายเดินข้ามรากไม้ใหญ่ลงมายืนเสมอพื้นกับเครชส์อย่างรวดเร็วจนผ้าคลุมสีน้ำเข้มเข้มพริ้วไสวตามแรงลมหน่อยๆคล้ายดั่งปีกนกในยามจะสยายปีก ซึ่งเมื่อปลายเท้าแตะสัมผัสพื้นร่วนซุยปุ๊บสองขาก็พลันก้าวจ้ำตามแผ่นหลังกว้างไปติดๆปั๊บทันที

     สองหนุ่มและหนึ่งสาวเดินบากหน้าฝ่าพุ่มไม้ใบหญ้าหลากชนิดด้วยความทุลักทุเลอันเนื่องมาจากอาคมที่เปย์น่าเคยลองใช้ร่ายเวทย์อำพรางไว้ตามจุดต่างๆของป่ามนตรา แม้มันจะผ่านมานานแรมปีแล้วก็ตาม แต่มันก็ยังมีบางจุดที่อาคมของนางยังตกค้างหลงเหลืออยู่เป็นประปราย มันจึงส่งผลให้พวกเขาต้องลำบากสักนิดในการเดินหาบ้านของกวางสาวอ่ะนะ

     เครชส์พยายามเดินเลี่ยงควากหนามแหลมเพื่อกันไม่ให้หญิงสาวบนหลังจนได้รับบาดเจ็บ แต่เพราะบางจุดมันก็หลบยากซะเหลือเกินเธนจึงขออาสาช่วยเคลียร์ทางเดินให้อีกฝ่ายไปตลอดระยะการเดินทางจนในที่สุด...พวกเขาทั้งสองก็ถึงบ้านของเปย์น่าเสียที

     บ้านของกวางสาวเป็นแบบกระท่อมหลังเล็กน่ารักเหมาะแก่คนสบายๆอย่างนาง ซึ่งโครงสร้างส่วนใหญ่ของบ้านนั้นจะเป็นต้นสนต้นใหญ่ที่มีอายุมากกว่าพันปีนี้เป็นเสาหลักคอยค้ำจุนกระท่อมน้อยไว้กลางลำต้นหนาด้านล่างกระท่อมจะเป็นรากไม้ใหญ่ยาวคดกระหวัดพันกันแน่นจนมีลักษณะคล้ายบันไดใช้ไว้สำหรับขึ้นลงกระท่อมหลังงาม รอบกระท่อมถูกสร้างเป็นระเบียงทางเดินกว้างขวาง ตามตัวบ้านปรากฏเถาวัลย์สีเขียวสดขึ้นเกาะตามขื่อหลังคาแบบพอเหมาะนั่นจึงยิ่งเสริมให้กระท่อมหลังนี้ดูมีความเป็นธรรมชาติมากยิ่งขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว

     และเพราะเหตุนั้นล่ะมั้ง พวกภูตถึงอยากที่จะเลือกมาพักอารมณ์ที่กระท่อมนางอยู่ซะส่วนใหญ่ ซึ่งถ้านางรับอาสาเป็นหมอบำบัดอารมณ์กับรักษาอาการบาดเจ็บให้และแถมผู้ที่มารักษายังมอบเงินให้นางเป็นค่าตอบแทน...ป่านนี้นางก็คงรวยเละไปนานแล้ว

     เครชส์กระชับสองขาเรียวเล็กแนบลำตัวเพื่อความปลอดภัยอีกคราก่อนจะก้าวดุ่มๆขึ้นบันไดไปโดยมีเธนคอยเดินตามขึ้นไปห่างๆ ระหว่างทางกษัตริย์หนุ่มก็หันซ้ายหันขวาสำรวจบริเวณกระท่อมแบบคร่าวๆไปด้วยอย่างสนอกสนใจ จนโดนเมอร์มิดอนหนุ่มที่เดินไปถึงหน้าประตูหันมาแซวเล่นว่า

     "ตื่นตาตื่นใจเป็นสาวแรกแย้มเชียวนะคุณชาย"

     "เรื่องของเรา ไม่ใช่เรื่องของท่านเสียหน่อย"

     กษัตริย์หนุ่มตอบหน้านิ่ง ก่อนสองขายาวจะเดินเบียดคนตรงหน้าเข้าไปภายในกระท่อมหลังจ้อยอย่างรวดเร็วโดยทิ้งให้อีกคนยืนนิ่งเป็นรูปปั้นประดับหน้าบ้านไป ร่างสูงยืนปลายตามองแผ่นหลังเบื้องหน้าสักพักก่อนริมฝีปากหยักจึงจะค่อยๆบรรจงวาดรอยยิ้มโค้งเป็นรูปจันทร์เสี้ยวดูสวยงามตามฉบับ

     "ข้าน้อยน้อมรับคำบัญชา ฝ่าบาท"เครชส์เอ่ยเสียงนอบน้อมเป็นเชิงล้อเลียนก่อนร่างสูงใหญ่จะเดินทอดน่องเข้ากระท่อมตามอีกฝ่ายไป

     ภายในกระท่อมไม้ถูกตกแต่งด้วยของเรียบง่ายไม่ดูโอ้อ้าอลังการอะไรมากนัก ใจกลางบ้านปรากฏลำต้นขนาดใหญ่ของต้นสนซึ่งเป็นเสาหลังเด่นสง่าท่ามกลางตู้หนังสูตรยาชนิดต่างๆ เครื่องเรือนล้วนถูกถักทอขึ้นมาจากไม้สานกับผักตบชวาชั้นดี โดยบรรยากาศภายในกระท่อมก็มีกลิ่นเจือของดอกไม้นานาพันธุ์ลอยคลุ้งทั่วบริเวณกระท่อม ซึ่งมันก็สามารถช่วยทำให้ผู้มาเยือนรู้สึกผ่อนคลายขึ้นเยอะไม่มากก็น้อย บนหลังขือหลังคาปรากฏดอกตะวันสีเหลืองนวลที่ทำหน้าที่ส่องแสงสว่างให้แก่บ้านลอยเด่นอยู่เหนือศีรษะพวกเขาอย่างหงอยเหงา ถ้าดูเผินๆไปมันก็น่าสงสารดีล่ะนะ

     "ห้องนอนยัยหนูนี่อยู่ไหนกันนะ"คนตัวใหญ่เอ่ยเปรยเบาๆพลางสองเนตรคมไม่วายตวัดซ้ายขวาหาเป้าหมายอยู่เป็นนิจ

     "เราว่าน่าจะอยู่ชั้นสองนะ"

     "ทำไมถึงคิดเช่นนั้นเล่า?"เครชส์แย้งพร้อมเลิกคิ้วขึ้นหน่อยๆเป็นเชิงรอคำตอบ 

     "ก็บนประตูมีชื่อนางสลักอยู่"เธนตอบหน้าซื่อก่อนฝ่ามือหยาบจะชี้นิ้วขึ้นไปจ่อหน้าประตูบานหนึ่งบนชั้นสองทันที ซึ่งบานประตูนั้นก็ปรากฏรูปสลักตัวอักษรชื่อของคริซี่ไว้จริงๆตามที่อีกฝ่ายพูดไว้เป๊ะ

     โอเค....ดีนะที่ข้าไม่พูดในทำนองหาเรื่องออกไป....

     "เยี่ยม งั้นเรารีบพายัยหนู่ไปนอนเถอะ"

     เครชส์เอ่ยกลบเกลื่อนอาการหน้าแตกอย่างแนบเนียนก่อนสองขาแกร่งจะย่างสามขุมขึ้นปรู้ดไปตามบันไดอย่างรวดเร็วโดยมีเสียงหัวเราะคิกด้วยความชอบอกชอบใจของเธนดังแว่วตามแผ่นหลังกว้างมาติดๆ

     กษัตริย์หนุ่มเดินนำมาก่อนเพื่อที่จะได้มาเตรียมเปิดประตูให้อีกฝ่ายตามอัตโนมัติ หลังเปิดประตูเสร็จ เมอร์มิดอนหนุ่มจึงค่อยๆแบกภูตสาวเข้าห้องนอนของเจ้าหล่อนไปอย่างเงียบเฉียบ ภายในห้องสี่เหลี่ยมจัตุรัสถูกฉาบทับด้วยสีเขียวสดแซมสีชมพูซากุระซึ่งมันก็ให้บรรยากาศประมาณว่าตัวนางนั้นกำลังนอนหลับอยู่ท่ามกลางสวนดอกไม้ก็ไม่ปาน ในสุดของห้องมีเตียงนอนผ้าฝ้ายสำหรับหนึ่งคนซึ่งนั่นก็น่าจะเป็นที่นอนของคริซี่เอง เหนือหัวเตียงขึ้นไปก็เป็นหน้าต่างรูปวงกลมโดยมีแสงนวลของดวงจันทร์สุกสกาวบางส่วนสามารถสาดส่องลอดผ่านเข้ามาสู่ภายในห้องนอนผ่านหน้าต่างบานน้อยได้อย่างง่ายดาย และมันก็สามารถช่วยให้ห้องมืดๆของนางดูสว่างขึ้นมาบ้างหลังจากที่จมอยู่ท่ามกลางความมืดมิดมานาน

     เมื่อจับจุดโฟกัสได้ คนตัวใหญ่จึงเดินลิ่วไปที่เตียงทันทีเพราะตอนนี้มันก็ใกล้จะถึงขีดจำกัดของตัวเขาแล้วเหมือนกัน เธนเดินมารับคริซี่จากเครชส์ก่อนร่างใต้ชุดเกราะจะหันไปวางหญิงสาวตัวเล็กลงบนเตียงฝ้ายอย่างแผ่วเบา โดยที่ไม่ลืมดึงผ้าห่มเนื้อนุ่มตรงปลายเตียงเลื่อนห่มให้เป็นการปิดท้ายเพราะในนี้อากาศมันก็หนาวอยู่พอสมควร ก็นะบ้านไม้มันก็ให้ความรู้สึกหนาวและเย็นสบายเป็นธรรมดาแหละ

     "บุรุษหุ่นล่ำสองคนแอบย่องเข้าห้องสาวน้อยยามวิกาลเช่นนี้ คงไม่โดนข้อหาพรากผู้เยาว์หรอกนะ"

     เครชส์พูดติดตลกพร้อมร่างประดับมัดกล้ามแน่นหนักค่อยๆเอนหลังทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้ไม้หวายหน้าโต๊ะเครื่องเขียนของคนเจ้าของห้อง ซึ่งมันก็สามารถเรียกเสียงหัวเราะจากกษัตริย์หนุ่มได้เป็นอย่างดี โดยริมฝีปากสีเนื้อไม่วายลืมที่จะโต้ตอบไปในทำนองเดียวกัน

     "เราว่าคงโดนแน่นอน ถ้าผู้อื่นมาเห็นเข้าล่ะก็นะ"

     เธนเอ่ยพร้อมฝ่ามือหยาบเลื่อนขึ้นหน่อยๆพลางใช้ปลายนิ้วทั้งห้าไล่ลูบสัมผัสผิวเนียนเรียบลื่นของหญิงสาวที่กำลังหลับใหลอยู่เบื้องหน้าอย่างแผ่วเบาด้วยรอยยิ้มละมุนที่ถูกเจ้าตัววาดประดับบนใบหน้าเกลี้ยงเกลา เครชส์นั่งมองพฤติกรรมของอีกฝ่ายเงียบๆพลางสมองก็หวนคิดถึงเรื่องที่ตนนั้นนึกสงสัยมานานขึ้นมา เขาต้องรู้ให้ได้ว่ามันมีความเป็นมาอีท่าไหนถึงได้ออกมาผิดธรรมชาติแบบนี้ เมื่อบรรยากาศเป็นใจให้ เมอร์มิดอนหนุ่มจึงฉวยจังหวะออกปากถามไปทันทีโดยไม่คิดไตร่ตรองอะไรอีก

     "เปย์น่าบอกว่าเจ้ากับยัยหนูเป็น'แม่ลูก'กันนั้นเรื่องจริงหรือ?"

     สิ้นคำกล่าวถาม ดวงเนตรคู่สีเปลือกไม้โอ๊คก็พลันเคลื่อนลงจนเปลือกตาบางแทบจะบังลูกตามิดพร้อมรอยยิ้มบางที่ถูกเจ้าตัววาดประดับไว้บนมุมปากเล็กน้อย ก่อนกรีบปากบางจะโต้กลับไปด้วยด้วยน้ำเสียงทุ้มนุ่มโดยไม่มีเจตนาคิดปิดบังแต่อย่างใด

     "นางเป็นเด็กน่ารัก แม้เราจะไม่มีโอกาสได้เรียกดูนางก็ตามที"

     เธนตอบพร้อมรอยยิ้มทั้งๆที่สองเนตรยังคงจดจ้องอยู่แต่แก้วตาดวงใจเบื้องหน้าอย่างไม่คลาดเคลื่อน ซึ่งเมื่อเมอร์มิดอนหนุ่มได้รับคำตอบเชิงอ้อมกลับมา ขมับซ้ายขวาก็พลันปวดทึบขึ้นมาอย่างไม่ทราบสาเหตุตะงิดๆ ก่อนริมฝีปากหยักลึกจะเอ่ยถามออกไปอีกว่า

     "มันเกี่ยวข้องกับเทล แอนนาสด้วยใช่หรือไม่?"

     หลังถามเสร็จ สิ่งที่ได้รับกลับมาจากคนเบื้องหน้าก็คือ 'การพยักหน้า' โพไซดอนทรงพิโรธเถอะ เครชส์ครวญในใจพร้อมภาพวีรกรรมต่างๆนานาของแอนนาสก็พลันฉายวาบขึ้นมาในหัวราวม้วนหนังหนังที่ถูกนำมาปัดฝุ่นเล่นใหม่ ถ้าเป็นเรื่องอื่นเขาพอนึกภาพออก แต่เขานึกภาพไม่ออกจริงๆว่านางไปทำอีท่าไหนถึงได้ไปฝากลูกไว้กับกษัตริย์หนุ่มแห่งอังกฤษผู้นี้ได้จนคลอดออกมาเป็นตัวเป็นตนได้ถึงขนาดนี้นั่นแหละ

     แต่ถึงแม้จะเป็นความตั้งใจของนางหรือไม่ได้ตั้งใจอย่างไรก็ตาม...อีการที่กษัตริย์ผู้ครองนครแห่งความหวังซึ่งเป็นที่เคารพนับถือของทุกคนกลับต้องมาอุ้มบุญลูกของศัตรูแบบนี้มัน...

     "ทำไมถึงไม่ปลิดชีพนางเสียเล่า ถ้าประชาชนของเจ้ารู้เรื่องที่เจ้ามีลูกเป็น'เผ่าพันธุ์ของศัตรู' เจ้าจะถูกข้อหากบฏเอานะ"เครชส์เอ่ยก่อนที่จะนิ่งค้างไปชั่วขณะ จากนั้นเรียวคิ้วหนาจึงค่อยๆขมวดมุ่นอยู่กลางหน้าทันควันอย่างรวดเร็ว นี่เขารู้สึกเป็นห่วงอีกฝ่ายอย่างนั้นเหรอ?

     "นางเป็นลูกเรานี่นา เราจะกลั้นใจสังหารนางลงคอได้อย่างไรเล่า"กษัตริย์หนุ่มตอบพลางหัวเราะร่าเมื่อเห็นใบหน้าคมสันบูดยู่ลงทันตาเห็น

     เมอร์มิดอนหนุ่มนิ่งเงียบไม่คิดโต้กลับ เพราะเขาคิดว่า การโต้กลับไปในเวลาแบบนี้ก็เท่ากับกินปูนร้อนท้องเสียเปล่า หนุ่มร่างใหญ่จึงตีหน้าเรียบพลางตวัดสองแขนแกร่งขึ้นกอดอกแน่นโดยไม่วายก้มหน้าเหล่ตาไปทิศอื่นทำราวกับไม่สนใจอะไรชายหนุ่มเบื้องหน้าสักนิด นั่นจึงสามารถเรียกรอยยิ้มอ่อนโยนจากเธนได้ตั้งไม่รู้ตั้งกี่ครั้งแล้ววันนี้

     "เราว่าเราต้องรีบกลับแล้วล่ะ ประเดี๋ยวมอร์ทอสสหายเราจะเป็นห่วง"เธนเอ่ยเสียงแผ่ว ก่อนใบหน้าเกลี้ยงเกลาจะค่อยๆโน้มหน้าลงไปจุมพิตบนหน้าผากเนียนของลูกรักด้วยความรักใคร่

     "เดี๋ยวข้าไปส่งมั้ย"

     เผลอหลุดปากอีกแล้ว!?

     "ไม่เป็นไรท่าน เรากลับคนเดียวได้ ถ้าท่านไปประเดี๋ยวจะโดนหน้าไม้ของทหารเรายิงเข้าให้โดยไม่รู้ตัว"เธนเตือนพร้อมส่งยิ้มหวานให้อย่างเป็นมิตร

     เมื่อได้รับคำตอบกลับมาเช่นนั้น เครชส์ก็ไม่คิดที่จะคัดข้านอะไรอีกฝ่ายอีกก่อนมือใหญ่จะผายมือออกตามมารยาท กษัตริย์ยิ้มรับพร้อมไม่วายลืมก้มศีรษะลงเล็กน้อยเป็นเชิงขอบคุณ พลางสองขายาวจึงก้าวฉับออกไปจากห้องนอนของภูตสาวอย่างรวดเร็ว ภายในห้องนั้นจึงเหลือเพียงแค่ร่างที่กำลังหลับใหลกับร่างสูงกำยำของชาวเมอร์มิดอนเท่านั้น

     เครชส์นั่งนิ่งชั่วครู่ ก่อนคนตัวสูงล่ำจะเดินพรวดตรงไปยืนเกาะบานหน้าต่างบานใหญ่ตรงบริเวณแถวหน้าบ้าน ซึ่งเมื่อมองตรงลงไปก็จะพบกับลานหญ้าขนาดกว้างโดยตอนนี้ก็ปรากฏร่างใต้ชุดเกราะโบราณกำลังเดินย่างก้าวเข้าสู่พุ่มไม้เบื้องหน้าเพื่อมุ่งหน้ากลับอาณาจักร และดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ว่าเครชส์กำลังยืนดูตนอยู่ เจ้าตัวจึงหยุดอยู่กับที่พลางไม่วายเหลียวหลังกลับมามองตอบเขาพร้อมร้อยยิ้มละมุนแลดูน่ารักซะเหลือเกินในสายตาของเครชส์

     ......เจ้าจะกลับมาที่นี่อีกรึเปล่าหนอ......

     ......เดี๋ยวนะ......นี่ข้ากำลังคิดอะไรอยู่วะ!!!!?

..................................................
-To be continue-
..................................................
มันแต่งมันส์จริงๆสำหรับคู่นี้*^*
กะจะให้จบแค่สองตอน ฉนัยมันถึงกลายเป็นสาม!?(WTF)
แต่เอาเถอะ ดูเหมือนมันจะยาว เช่นนั้นไรท์จะข้ามมาแต่งคู่ พ่อไพรแม่วันให้ก่อนก็แล้วกันเพราะเดี๋ยวนักอ่านท่านที่อยากได้คู่พ่อไพรแม่วันจะรอนานจนรากงอกเสียก่อน//ดีไม่ดีตอนนี้รากแก้วคงงอกแล้วล่ะ-.,-
แต่ที่รู้ตอนนี้พ่อหมึกเราเริ่มปากอารมณ์ไม่ตรงกับใจแล้วนร้าาา

ขอบคุณสำหรับคอมเม้นกับกำลังใจด้วยนะครับ ขอบคุณครับ!!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 10 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

189 ความคิดเห็น

  1. #161 Nut (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 กุมภาพันธ์ 2561 / 21:36
    มีความอยากให้คู่นี้เเต่งให้จบ ชอบมาก!!

    แต่อิเทล เมิงไปทำไรเทนไว่ห๊ะ!!! ย๊ะ!! ธนกลายเป็นคุณแม่ไปเลยนะเนี่ย พ่อทอสน่าจะดีใจ...เดี๋ยว! ผิดคู่!!!
    #161
    0
  2. #132 ALkung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 24 พฤศจิกายน 2560 / 11:23
    โอยยยย น่าร๊ากกกกกกกก
    #132
    0
  3. #131 LadyTiwa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:15
    ลุง....ทำไม...เมื่อไร....จะ@#กับแม่ณี//อย่าคิดลึ๊กก
    #131
    0
  4. #130 Hasashi Minako (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 23 พฤศจิกายน 2560 / 22:08
    แหมมมมม ปากไม่ตรงกับใจเลยนะค่ะลุงขาาาาาา ///7/// รีบๆฉุดแม่ณีเลยคร่าาาา เดี๋ยวโดนพ่อมอโทสกับพ่ออาดูอินชิงไปก่อน อร๊ายยยยยย ///7///

    #แอร๊ยยยย รอคู่ป๋าไพรแม่วันคร่าาาาาาา ///7/// //ชั้นมารอไรท์ที่หน้าเว็บ(?)ทุกวันเลยนะ-----
    #130
    0
  5. #129 ALkung (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 18:51
    คริกซี่เรามานั่งเชียร์ไปด้วยกันเถอะ 555555
    #129
    0
  6. #128 LadyTiwa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 19 พฤศจิกายน 2560 / 06:47
    เธนมีความอ้อน โง้ยย น่าร้ากก~ เหมือนกันทั้งแม่ลูกเลย
    #128
    0
  7. #127 K-Kris (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 15 พฤศจิกายน 2560 / 15:19
    รอข่าา
    #127
    0
  8. #126 Hasashi Minako (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:46
    พูดง่ายๆคือพี่น้องคู่เกรียนสินะคร่าาาา 5555555+---//วิ่งหนีลูกธนู
    #126
    0
  9. #125 LadyTiwa (จากตอนที่ 12)
    วันที่ 14 พฤศจิกายน 2560 / 22:22
    แจ้งตำรวจ//หากใครพบเห็นเทพสุริยะและราชินีป่ามนตรา ให้ทุกคนล็อคประตูปิดหน้าต่างให้เรียบร้อยและกันอย่างแน่นหนา ไม่งั้นบ้านของท่านจำไม่โปรดภัย//เราว่าเรื่องที่เธอเป็นเมียนิเรื่องจริง
    #125
    0