Fic RoV : Just love (Yaoi,Zephys x Valhein)

ตอนที่ 2 : คำขอของวิญญาณ 100%

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 2,892
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 34 ครั้ง
    6 ส.ค. 60

ตอนที่2
คำขอของวิญญาณ


     ตุบ ตุบ ตุบ

     เสียงรองเท้าเหยียบกระทบพื้นหินดังขึ้นอย่างสม่ำเสมอภายในแดนพิพากษาแห่งขุมนรก ดวงหน้าหล่อเปื้อนคราบเลือดเกรอะกรังทั่วเนื้อทั่วตัวแสดงสีหน้าเรียบนิ่งแต่ดวงตากลับฉายแววหงุดหงิดออกมาอย่างเหลือล้นจนทหารหน่วยอื่นๆที่เดินสวนกับเขาเป็นอันต้องสะดุ้งขนลุกสู่ทั่วร่างกันแทบทุกคน เซฟิสย่างสามขุมตรงดิ่งไปยังประตูบานใหญ่ประดับลายวิจิตรอ่อนช้อยพร้อมสองมือออกแรงพลักโครมเข้าไปสุดกำลังจนบานประตูกระทบเข้าผนังห้องอย่างจังจึงทำให้เสียงดังก้องกังวาลไปทั่วแดนพิพากษา

     จนเหล่าบรรดาทหาร วิญญาณคนตาย และนาครอทซึ่งเป็นผู้พิพากษาโทษถึงกับผงะหันมาทางเซฟิสกันหมดเพราะเสียงดังเมื่อครู่ เซฟิสไม่สนสายตานับร้อยคู่รอบข้างซ้ำร่างหนายังคงปรี่เข้าไปหานาครอท...อย่างเอาเรื่อง

     "เดี๋ยวนี้เจ้าชักจะเริ่มพฤติกรรมขี้โกหกกับข้าแล้วนะ"

     เซฟิสว่าพร้อมกระทืบเท้ายืนสงบนิ่งอยู่เบื้องหน้าศาลตัดสินโทษตามระเบียบวินัยของศาล แต่ตามจริงเขาก็แหกข้อวินัยของศาลมาตั้งแต่ตอนที่เขาเดินเหวี่ยงประตูเข้ามาดังโครมแล้วล่ะ

     "เซฟิส นี่ข้ากำลังทำงานอยู่ เชิญมานั่งรอก่อนแล้วค่อยคุยกัน"

     นาครอทเลือกที่จะหลีกเลี่ยงไม่เข้าปะทะอารมณ์กับชายหนุ่มในเวลานี้พร้อมผายมือไปยังที่นั่งฝั่งราชองครักษ์แทนเพื่อเชื้อเชิญให้อีกฝ่ายไปนั่งรอตนก่อน

     "ข้าจะเคลียร์กับเจ้าให้รู้เรื่องตรงนี้ และ เดี๋ยวนี้"

     ยมทูตหนุ่มเอ่ยเสียงดังฟังชัดทุกคำพูดพร้อมรอบกายเริ่มแผ่รังสีอำมหิตออกมาไม่ขาดสายจนวิญญาณที่มาคอยรับคำพิพากษาจากนาครอทถึงกับรีบคลานหนีไปกอดกันตัวกลมอยู่ด้านหลังโดยทิ้งระยะห่างจากเซฟิสไปประมาณสักเมตรสองเมตรเห็นจะได้ เมื่อนาครอทเห็นดังนั้น เจ้าตัวก็พลันนึกอดที่จะถอนหายใจออกมายาวๆสักรอบสองรอบให้กับนิสัยชอบเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบฝังรากลึกของบุคคลเบื้องหน้าไม่ได้ เพียงแค่เขาหลอกให้เซฟิสไปสับเจ้าตัวเหม็นนั่นเล่นหวังช่วยแก้เบื่อให้เองนะยังโกรธเป็นฟืนเป็นไฟขนาดนี้เลย แล้วนี่ถ้าเขาเผอิญไปหลอกให้เซฟิสไปทำเรื่องบัดสีหรือเรื่องที่เจ้าตัวเกลียดแบบสุดๆเข้าล่ะก็ เขาคงไม่มีลางจะคอขาดไปนานแล้วกระมัง...

     "เซฟิส ให้เกียรติข้าบ้าง"

     นาครอทพูดเสียงหนักแน่นกันเผื่อว่าตัวเองจะเสียภาพพจน์ของผู้ตัดสินโทษแห่งนรกที่อุตส่าห์สะสมมาเป็นร้อยๆปีไปกับอีเรื่องแค่นี้เสียก่อน ตอนแรกเซฟิสคิดจะทำเป็นหูทวนลมไม่ไปนั่งตามคำเชิญของอีกฝ่ายเพื่อแก้เผ็ดนิสัยสักหน่อยแต่พอมาคิดๆดูวิญญาณในห้องโถงนี้ก็มีจำนวนมากจวนแทบจะล้นห้อง ซึ่งถ้าตัวเขายังดื้อดึงอยู่แบบนี้นาครอทก็คงไม่มีทางได้ทำงานต่อสักทีซึ่งมันจะส่งผลกระทบไปถึงแดนยมโลกด้านในสุดด้วย ในทางที่ดีเขาก็ควรจะยอมอ่อนข้อให้กับนาครอทไปก่อนสักครั้งจะดีกว่า เพราะในเวลาทำงานนาครอทจะไม่มีวันเผยนิสัยบ้าๆบอๆหรือลุคอ่อนแอให้กับใครหน้าไหนเห็นเด็ดขาด ถึงแม้ว่าในใจเจ้าตัวอยากจะลุกออกจากเก้าอี้ผู้ตัดสินแล้วกระโดดถีบสองตีนคู่อัดใส่หน้าเซฟิสมากขนาดไหนก็เถอะแต่เป็นเพราะตำแหน่งผู้พิพากษาประจำแดนนรกที่เขาควบอยู่นี่จึงเป็นเหตุทำให้เขาต้องสำรวมกิริยาวาจาสักนิดอ่ะนะ

     เห็นแก่ความเป็นเพื่อนหรอกนะถึงยอม ยมทูตหนุ่มคิดก่อนถอนหายใจหนึ่งเฮือกพร้อมยอมเดินไปทิ้งตัวลงนั่งข้างๆแท่นตัดสินโทษพลางยกขาขึ้นพาดไขว่ห้างโดยไม่ลืมเหวี่ยงสองแขนขึ้นประสานกันแน่นเหนือแผ่นอกกว้างตามความเคยชิน...ด้วยสายตาแข็งกร้าวดุจพญาราชสีห์

     ซึ่งไอ้สายตาแบบนี้นี่แหละที่ทำให้เหล่าวิญญาณและบรรดาทหารองครักษ์ประจำแดนพิพากษายังคงไม่เลิกลดคลายความหวาดกลัวที่มีต่อเซฟิสลงอยู่ดี นาครอทนึกอยากจะส่ายหน้าพรืดให้กับท่าทางของเพื่อนสนิทเหลือหลายแต่ก็จำใจไม่ทำเพราะเดี๋ยวจะเสียภาพพจน์หมดก่อนเจ้าตัวจะเลือกหันไปสนใจกับงานตรงหน้าต่อ

     เซฟิสนั่งกอดอกมองนาครอทตัดสินโทษให้กับเหล่าวิญญาณดวงแล้วดวงเล่านานกว่า15นาที แต่จำนวนวิญญาณที่อยู่ในห้องโถงมันก็ยังคงแน่นเอียดเหมือนเดิมตั้งตอนที่เขาเดินเข้ามาข้างในแล้ว ชายหนุ่มนั่งมองไปเรื่อยๆ เรื่อยๆ และเรื่อยๆจนความง่วงงุนเริ่มคืบคลานเข้าหาเขาทีละนิดจนในที่สุด เปลือกตาบางก็พลันเคลื่อนตัวลงปิดสนิท หลับใหลสู่ห้วงนิทราอันเงียบสงบ...และว่างเปล่า

✳▪⚪▪✳▫⚫▫✳⭕✳▫⚫▫✳▪⚪▪✳

     'ไม่...อย่าทิ้งข้าไว้คนเดียว...ข้าไม่เหลือใครแล้วได้โปรด'

     อะไร นี่มันเสียงอะไร? ใครกำลังร้องไห้คร่ำครวณอยู่ภายในหัวข้า?

     'ตื่นขึ้นมาสิ! ตื่นขึ้นมา! ฮึก ตื่นขึ้นมาเดี๋ยวนี้นะ!'

     เสียงผู้ชายงั้นเหรอ กำลังบอกให้ใครตื่นอยู่ล่ะ? 

     'ข้าขอสาบานต่อหน้าศพพวกเจ้าทั้งสอง...ว่าข้าจะฆ่าพวกมันทุกตัวไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว!!'

     "!?"

     สิ้นเสียงคำกล่าวลึกลับ เปลือกตาบางพลันกระตุกเปิดกว้างจนสุดพร้อมลมหายใจถี่ยิบเหมือนคนเพิ่งตื่นจากฝันร้าย เรียวตาคมกระพริบถี่เพื่อปรับสายตาให้คุ้นชินกับสภาพอากาศภายในห้องโถงขนาดใหญ่อย่างรวดเร็วพร้อมไม่วายยกมือหยาบขึ้นนวดคลึงตรงหว่างคิ้วด้วยนิดหน่อย ฝันแปลกชะมัด เซฟิสบ่นในใจก่อนสายตาจะตวัดเหลือบขึ้นมองตรงไปข้างหน้า ซึ่งภาพที่ปรากฏต่อสายตาเขาก็คือห้องโถงที่ตอนแรกแน่นเอียดไปด้วยดวงวิญญาณนับพันแต่ตอนนี้กลับเบาบางลงจนเรียงเป็นแถวตอนลึกอย่างเป็นระเบียบได้เหมือนเดิม

     ยมทูตหนุ่มนั่งมองอยู่ชั่วคร่าวก่อนพ่นลมหายใจออกผ่านริมฝีปากเบาๆพร้อมหวนนึกถึงฝันเมื่อสักครู่ไปด้วย ในฝันตัวเขาถูกห้อมล้อมไปด้วยหมอกสีดำสนิทและเสียงร้องครวญครางด้วยความโศกเศร้าของใครสักคนดังแว่วอยู่ในหัว ฟังจากน้ำเสียงและประโยชน์ที่กล่าวออกมานั้นดูเหมือนเจ้าของเสียงนั่นจะสูญเสียคนสำคัญในชีวิตไปถึงสองคน เสียงปริศนานั่นประกาศลั่นด้วยน้ำเสียงหนักแน่นเจือปนด้วยอารมณ์โกรธแค้นว่า'จะฆ่าพวกมันทุกตัวไม่ให้เหลือแม้แต่ตัวเดียว'

     แล้วพวกมันที่ว่านี่คืออะไร? แล้วทำไมเสียงนั่นถึงมาดังอยู่ในหัวข้าได้? เซฟิสคิด

     "ช่างมันเถอะ คิดมากไปก็หนักหัวเอาซะเปล่าๆ"

     ชายหนุ่มพึมพำพลางเอนหลังพิงพนักที่นั่งตามเดิมพร้อมเปลือกตาบางค่อยๆเคลื่อนตัวลงปิดอีกครั้งด้วยความเบื่อหน่ายเพราะเขาคงต้องออกไปลากวิญญาณคนตายบนโลกมนุษย์ลงมานรกอีกแล้วแน่ๆเนื่องจากในตอนนี้จำนวนวิญญาณที่มารอฟังคำตัดสินก็ลดจำนวนลงจนพื้นที่ในแดนพิพากษาก็เพิ่มมากขึ้นกว่าเดิมแล้วด้วย ทางที่ดีตอนนี้เขาควรจะนอนพักเอาแรงไว้ดีกว่าจะได้ไม่ต้องไปเหนื่อยตามเก็บวิญญาณพวกนั้นให้เสียเวล่ำเวลา...

     เดี๋ยวนะถ้าวิญญาณลดจำนวนลงเรอะ!? เซฟิสทวนความคิดในใจ พร้อมเรียวตาคมกระตุกขึ้นอย่างรวดเร็วพลางรีบตวัดหน้ากลับไปยังแท่นตัดสินทันทีเมื่อนึกขึ้นได้ว่าต้องเคลียร์อะไรกับนาครอท แต่ทว่าบุคคลเจ้าปัญหานั่นกลับหายหัวไปไหนแล้วก็ไม่รู้และเหลือเพียงผู้ตัดสินอีกคนที่เวียนมาเปลี่ยนเวณกับนาครอทเท่านั้น!

     "เฮ้ยเจ้าน่ะ! นาครอทหายไปไหนแล้วเห็นบ้างมั้ย!?"เซฟิสตะโกนถาม

     "ก็...หลังจากที่ข้าน้อยมาเปลี่ยนเวณกับท่านนาครอท ท่านก็รีบเดินกลับไปยังเอลิเซียมเลยน่ะขอรับ"คนโดนถามตอบกลับด้วยน้ำเสียงกล้าๆกลัวๆเมื่อสบเข้ากับดวงเนตรดุจราชสีห์ที่กำลังโกรธจัด

     "กล้าหนีข้างั้นเรอะนาครอท"เซฟิสพึมพำกับตนเองด้วยน้ำเสียงที่ดูเหมือนจะโกรธเอามากๆเนื่องจากที่นาครอทผิดคำพูดกับตนที่ว่าจะยอมเคลียร์เรื่องที่บังอาจมาหลอกเขาได้"เจ้ามาเปลี่ยนเวณกับนาครอทนานรึยัง?!"

     "ก็สักพักได้ขอรับท่านเซ-"

     ไม่ทันที่อีกฝ่ายจะทันพูดจบ ร่างหนาในชุดเกราะสีม่วงเข้มก็พลันหายลับเข้าไปในวงแหวนเวทย์ทันทีปานจรวด ผู้ตัดสินที่มาแทนนาครอทก็ไม่ได้พูดอะไรอีกนอกจากรูดซิบปากเงียบกริบและแอบเฝ้าภาวนาขอให้นาครอทไม่โดนเซฟิสกระทืบตายฝังดินก่อนเวลาอันควรก็พอ...

✳▪⚪▪✳▫⚫▫✳⭕✳▫⚫▫✳▪⚪▪✳

     เอลิเซียม คือดินแดนที่เปรียบเสมือนดั่งแดนสวรรค์เพียงหนึ่งเดียวของโลกใต้พิภพ ทุ่งหญ้าแห่งนี้มีไว้สำหรับดวงวิญญาณที่ทำความดีเท่านั้นที่จะได้พักผ่อนอย่างสงบสุขตลอดไป ซึ่งที่ทุ่งเอลิเซียมแห่งนี้มีไม้ดอกไม้งามหลากหลายสายพันธุ์ที่มีสรรพคุณช่วยบรรเทาอาการปวดเมื้อยล้าและความเครียดได้เป็นอย่างดีที่แห่งนี้จึงเป็นที่นิยมมากสำหรับเหล่าผู้มียศถาบรรดาศักดิ์ เหล่าทหารราชองครักษ์ หรือแม้กระทั่งผู้ที่มีระดับถึงเจ้าผู้ปกครองนรกเลยก็มี

     กลีบดอกไม้สีสวยสดปลิวว่อนไปทั่วฟ้าตามสายลมที่พัดโฉบลงมาก่อนสายลมนั้นจะพัดวกกลับมาวนรอบเป็นรูปวงกลมขนาดใหญ่หนึ่งวงบนแท่นหินอ่อนของซากวิหาร กลีบดอกไม้จำนวนมากเริ่มวนเร็วขึ้นจนสลายกลายเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยคล้ายเศษฝุ่นละอองแล้วค่อยรวมตัวกันเป็นเส้นสายสีม่วงเข้มเรืองแสงอ่อนๆพองาม หลังจากที่ฝุ่นละอองเปลี่ยนเป็นเส้นสายจนหมด ฉับพลันเส้นสายพวกนั้นก็ม้วนตวัดเข้าหาและต่อกันจนปรากฏเป็นวงแหวนเวทย์รูปดวงมหาดาราขึ้นท่ามกล่างทุ่งดอกไม้ศักดิ์สิทธิ์ เมื่อวงแหวนเวทย์ปรากฏรูปลักษณ์เสร็จสรรพร่างกายสูงหนาสวมเกราะสีม่วงเข้มก็พลันย่างกรายออกมายืนสง่าอยู่บนแท่นหินอ่อนอย่างนุ่มนวลราวขนนกร่วงแตะถึงพื้น ดวงตาเรียวคมแสนทรงอำนาจตวัดกรอกไปทั่วทุ่งหญ้าสีเขียวขจีปานฟ้าแลบเพื่อหาเจ้าเพื่อนตัวดีให้พบ ซึ่งถ้าคนตัวสูงเจออีกฝ่ายเมื่อไรแน่นอนเขาจะยินดีประเคนหมัดใส่กบาลเล็กๆนั่นให้ศีรษะสั่นไปเลยสักเปรี้ยงสองเปรี้ยงขอหาบังอาจชอบทำให้เขาหมั่นไส้ดีนัก

     มือหยาบเลื่อนขึ้นปาดวงแหวนเวทย์เป็นทางยาวเพื่อสลายมันไปเมื่อตนไม่ใช้แล้ว หลังจากรูปดวงมหาดาราโดนสัมผัสรอยอักขระโบราณจำนวนมากเหล่านั้นก็พลันสลายกลายเป็นกลีบดอกไม้และร่วงโรยกลับสู่ผืนดินดังเดิม เมื่อจัดการสลายวงแหวนเวทย์เสร็จเซฟิสจึงกระโดดลงมายืนเหยียบดอกหญ้าสีเขียวสดพร้อมสองขายาวก้าวฉับตรงเข้าไปในวิหารสีงาช้างทันทีราวฝีเท้าของเสือชีตาห์ เพราะในความคิดของเขา ถ้าพวกที่มียศสูงแวะเวียนเพื่อมาพักผ่อนหย่อนใจพวกนั้นก็มักจะเลือกเข้ามาผ่อนคลายอารมณ์ภายในวิหารมากกว่านั่งข้างนอกเสียเป็นส่วนใหญ่เพราะมันเป็นที่ที่เงียบสงบมากซึ่งเหมาะสำหรับการนอนหลับ...และแน่นอนตัวเขากับนาครอทเองก็ชอบบรรยากาศแบบนี้เช่นกัน

     เซฟิสเดินเข้าไปในวิหารอย่างเงียบๆพร้อมหันซ้ายหันขวาเพื่อตรวจเช็คสภาพความเรียบร้อยไปด้วยในที เขาพยายามลดรังสีอำมหิตของตนเองให้ได้มากที่สุดเพื่อที่นาครอทจะได้ไม่ทันรู้สึกตัวแล้วหนีไปเสียก่อนตั้งแต่ที่ใช้วงแหวนเวทย์เคลื่อนย้ายมาที่นี่ แต่สงสัยเขาคงจะแค้นนาครอทหนักไปหน่อยกระมัง ภายในห้องพักที่น่าจะมีคนนอนเหยียดขาหลับสบายอยู่กลับเหลือไว้เพียงผ้าปูที่นอนสีขาวยับยู่ยี่ไว้เป็นของดูต่างหน้าเจ้าตัวเท่านั้น

     หึ...

     ยมทูตหนุ่มทำเสียงหัวเราะขึ้นจมูกอย่างมีเลศนัยก่อนเจ้าตัวจะหันหน้าเดินกลับออกไปจากห้องนอน เมื่อแผ่นหลังกว้างลับตาไปแล้วนาครอทที่ซึ่งกำลังยืดแขนยืดขาเกาะแน่นอยู่เหนือหลังคาวิหารเลียนแบบวีถีจิ้งจกจนแขนขาเริ่มชาเพราะเลือดไม่วิ่งไปหล่อเลี้ยงเนื้อเยื้อจึงอดที่จะถอนหายใจหนึ่งเฮือกยาวๆอย่างโล่งอกออกมาไม่ได้

     เกือบตายแล้วมั้ยล่ะ

     นาครอทสบถในความคิด เมื่อแน่ใจว่าเซฟิสคงไม่ย้อนกลับมาดูอีกเขาจึงรีบหย่อนตัวกระโดดลงมาจากหลังคาพร้อมยืนนวดหัวไหล่ของตัวเองสลับซ้ายขวาไปด้วยปอยๆเพราะเกรงว่ากล้ามเนื้ออาจจะมีแววได้อักเสบหนักจากการเกร็งแขนขาในเวลานานเสียก่อน หลังจากนวดจนกล้ามเนื้อเริ่มรู้สึกดีขึ้นมาหน่อยแล้วชายสวมหน้ากากปิดบังหน้าจึงคิดที่จะหลบหนีออกไปจากสวนเอลิเซียมทันทีก่อนที่ยมทูตหน้าโหดนั่นจะตามมาเจอเข้าซะก่อน แต่ทว่า!...

     "ไง ไอ้เพื่อนยาก"

     ทันทีที่สองขาก้าวเลยขอบประตูไปเพียงแค่ครึ่งเดียว เสียงทุ้มต่ำแสนเย็นยะเยือกจนจับขั้วหัวใจก็พลันดังขึ้นเบาๆจากทางด้านข้างของชายหนุ่ม นาครอทเหงื่อแตกพลั่กอย่างรู้ชะตากรรมของตนเองดีก่อนดวงเนตรสีแดงทับทิมจะค่อยๆชำเลืองตาไปยังตำแหน่งที่มาของเสียง และก็ได้พบกับคนเจ้าของใบหน้าคมสันกำลังยืนกอดอกพลางฉีกยิ้มเหี้ยมส่งให้เขาพร้อมรังสีอำมหิตที่เจ้าตัวยิ่งดีปล่อยออกมาเต็มที่...โอพระเจ้า...ท่านมิรักนาครอทผู้นี้แล้วหรือไรกัน?...

     "เอ่อ...ไง! เจ้าก็มาพักผ่อนเหมือนกันรึ?"

     นาครอทแสร้งถามพร้อมพยายามทำตัวให้ปรกติมากที่สุด แต่ดูเหมือนเซฟิสจะไม่เล่นด้วยแถมเจ้าตัวยังเสกหอกคู่ออกมาถือไว้ซะงั้น! ซึ่งตัวนาครอทก็รู้โดยสัญชาตญาณทันทีเลยว่าตัวเขานั้นจะต้องเจอกับอะไร...

     ตูม!!

     ไม่ทันไร เสียงระเบิดก็พลันดังสนั่นลั่นไปทั่วบริเวณทุ่งเอลิเซียมพร้อมกับกลุ่มควันสีขุ่นจำนวนมากฟุ้งกระจายตลบอบอวลออกมาจากหน้าประตูวิหารสีงาช้างราวกลุ่มควันของปล่องภูเขาไฟที่กำลังปะทุ นาครอทพุ่งกระโจนออกมาจากวิหารอย่างรวดเร็วพลางหมุนตัวกลิ้งอยู่หลายตลบจนมานอนคว่ำหน้าจูบพื้นดินตรงลานหินใหญ่ ชายหนุ่มสะบัดหัวทีสองทีตัวด้วยอาการเวียนหัวเนื่องมาจากการกลิ้งไถลลงมาตามเนินอยู่หลายรอบ แต่ตัวเขาไม่ได้มีเวลามากถึงขั้นสามารถลุกมานั่งพักขนาดนั้นน่ะสิเพราะตอนนี้ยมทูตร่างหนาสวมเกราะสีม่วงเข้มนั่นกระโจนตามเขาออกมาแล้วนู้นไง!

     นาครอทเผลอแหกปากปล่อยคำอุทานหยาบๆออกมาด้วยความตกใจเมื่อเห็นหอกเล่มยาวถูกผู้ที่เป็นเจ้าของมันตวัดเหวี่ยงลงมาที่กลางศีรษะของตนอย่างรวดเร็วปานฟ้าผ่า แตโชคยังดีที่ชายหนุ่มรีบพลิกตัวหลบได้ทันควันไม่เช่นนั้นหัวเขาคงถูกฟันแบะเป็นหมูบะช่อไปแล้วแน่ๆ

     "โฮ้ยใจเย็นๆ! ข้าขอโทษ!"นาครอทตะโกนพร้อมเบี่ยงตัวหลบวิถีพุ่งของหอกคมจ้าละหวั่น แต่ทว่าเซฟิสหาได้ฟังคำเหล่านั้นไม่พร้อมสองมือหยาบยังคงตวัดฟาดหอกคู่เล่มยาวไปมาอย่างคล่องแคล่วและว่องไวด้วยใบหน้าโกรธเกรี้ยว

     "ข้าไม่ต้องการคำขอโทษจากเจ้าแต่ข้าต้องการรีดเอาเลือดจอมปลิ้นปล้อนบนสมองเจ้าออกมาล้างหอกข้าเดี๋ยวนี้!"

     เซฟิสกล่าวเสียงแข็งพลางหมุนตัวฟาดส้นเท้าใส่กลางลำตัวของนาครอทอย่างรวดเร็วดุจพญาอินทรีย์ที่แฝงไว้ด้วยความรุนแรงและดุดันดั่งพญาราชสีห์ ชายสวมหน้าปิดบังใบหน้ายกแขนขึ้นกันได้อย่างทันท่วงทีจึงไม่เป็นอะไรมากนักนอกจากทั่วทั้งท่อนแขนรู้สึกชาวาบไปชั่วขณะจากแรงอัดกระแทกเมื่อครู่ แม่งเอ๊ย! ทำไมเจ้าคิดเจ้าแค้นแบบนี้วะเนี่ย! นาครอทตะโกนลั่นในใจ

     เมื่อเห็นว่าลูกเตะของตนถูกขัดขวางยมทูตหนุ่มจึงใช้ขาอีกข้างออกแรงถีบพื้นดินสุดกำลังเพื่อดีดตัวเองให้ลอยขึ้นสูงอยู่เหนือศีรษะของนาครอทโดยสองขาตวัดเกี่ยวรัดร่างของนาครอทไปพร้อมกับสองแขนเรียวให้แนบชิดติดกับลำตัวไว้กันเผื่อว่าอีกฝ่ายจะยกแขนขึ้นป้องกันอีก พลางใช้สองแขนซึ่งกำด้ามหอกคู่ไว้อยู่นานแล้วตวัดควงอย่างชำนาญให้ด้ามคมตวัดลงจ่อที่ลำคอของชายหนุ่มทันที เมื่อนาครอทถูกจับกุมอย่างสมบูรณ์เจ้าตัวก็ได้แต่ยืนเหงื่อกาฬไหลพลั่กๆไม่หยุดเมื่อเจอกับของมีคมจ่อคอถึงสองด้ามพร้อมโดนสายตาคู่ดุจ้องเขม็งลงมาที่เขาเหมือนจะกินเลือดกินเนื้อให้ได้...

     ตายๆๆ ข้าตายแน่ๆ!

     นาครอทคร่ำครวญในใจเป็นร้อยๆครั้งพร้อมสบถด่าตัวเองไปด้วยเป็นพันๆรอบให้กับนิสัยของตนเอง รู้ทั้งรู้ว่าเซฟิสเกลียดคนพูดโกหกมากถึงขั้นเข้ากระดูกดำยันไส้ติ่งแต่เขาก็ยังเสือกพูดโกหกอีกฝ่ายไปอีกจนได้! ตาย! งานนี้มีตาย!!

     "ปล่อยข้านะ! ข้าจะไปหาคนรักของข้า!"

     ขณะที่สองหนุ่มกำลังเล่นบทงูกินกบอยู่นั้น อยู่ดีๆก็มีเสียงแหลมปรี๊ดของหญิงสาวดังสนั่นมาจากบริเวณทางเข้าทุ่งเอลิเซียม ซึ่งเสียงนั้นก็มีอานุภาพมากพอที่จะดึงดูดความสนใจของเซฟิสได้เป็นอย่างดีรวมถึงนาครอทด้วย

     "วิญญาณมาใหม่งั้นเรอะ"

     เซฟิสพึมพำพร้อมหันหน้าไปยังทิศทางของเสียงด้วยใบหน้าราบเรียบดังเดิมเพิ่มเติมคือความใคร่รู้ว่าวิญญาณตนไหนอีกหนอที่ลงมาสร้างความวุ่นวายให้กับระบบงานของโลกใต้พิภพอีกแล้ว เมื่อเห็นว่ายมทูตหนุ่มเริ่มหันไปสนใจเสียงนั่นแทน นาครอทจึงใช้โอกาสนี้ให้เป็นประโยชน์กับตนให้มากที่สุดทันทีอย่างไม่รอช้า!

     "เราลองไปดูกันก่อนมั้ยล่ะ นี่ก็เป็นหนึ่งในงานของเราที่ต้องคอยควบคุมเหล่าวิญญาณที่ลงมายังโลกใต้พิภพนี่เนอะ"

     นาครอทกล่าวพลางพยายามกลบน้ำเสียงที่ตอนแรกสั่นซ่ะยิ่งกว่าโดดลงบ่อน้ำอุณหภูมิติดลบกว่า10องศา ให้ปรกติเท่าที่สุดเท่าที่จะทำได้ พอพูดจบ ดวงตาคู่แสงทรงอำนาจของเซฟิสพลันตวัดเหลือบลงมาจับจ้องใบหน้าสวมหน้ากากปิดมิดชิดอีกครั้งพร้อมพิจารณาคำพูดของอีกฝ่ายไปด้วยในที ถ้าจะให้พูดตามหลักเขากับนาครอทก็สมควรที่จะไปดูว่าเกิดอะไรขึ้นตามหน้าที่ของผู้คุมกฎ ถ้าเป็นคนอื่นพูดเซฟิสเชื่อแน่ แต่ถ้าเป็นนาครอทพูดเขาคงเชื่อแบบสนิทใจไม่ได้หรอกว่าอีกฝ่ายจะแอบซ่อนลูกไม้แผลงๆเพื่อใช้ในการหลบหนีอะไรอีกรึเปล่าแม่งยิ่งหนีเร็วอยู่ด้วย

     แต่ยังไงซ่ะสำหรับเซฟิสแล้ว...งานต้องมาก่อนเรื่องส่วนตัวเสมอ

     เซฟิสคิดพร้อมถอนหายใจหนึ่งเฮือกยาวๆสักรอบอย่างไม่สบอารมณ์ก่อนที่เจ้าตัวจะยอมลดเก็บอารมณ์ส่วนตัวกับหอกคู่เล่มยาวอย่างเงียบๆ"จำไว้ เรื่องของข้ากับเจ้ายังไม่จบ"เซฟิสว่าพร้อมผละออกมาจากตัวนาครอทแล้วเดินมุ่งหน้าตรงไปยังทางเข้าทุ่งเอลิเซียม...โดยไม่วายลากนาครอทไปด้วยเผื่อกลัวว่าอีกฝ่ายจะหนีไปอีก

     สองหนุ่มใช้เวลาเดินเลาะไปตามทุ้งหญ้าสีเขียวสดสักพักอันเนื่องมาจากตอนที่พวกเขากระโจนไล่ฟันกันอยู่นั้นเป็นประตูหลังของวิหารจึงต้องใช้เวลาเดินอ้อมสักนิด เซฟิสกับนาครอทใช้เวลาพอสมควรจนไปโผล่อยู่ตรงทางเข้าทุ่งเอลิเซียมเป็นที่เรียบร้อย ซึ่งตอนนี้ตรงบริเวณปากทางเข้านั้นปรากฏร่างของหญิงสาวในชุดโปร่งสีขาวสะอาดกำลังยืนสะบัดท่อนแขนออกจากการจับกุมขององครักษ์ร่างยักษ์ประจำแดนเอลิเซียมตนหนึ่งอยู่พอดีพร้อมกับที่นางแหกปากตะโกนไม่หยุดอย่างกับเด็กๆ

     "มีอะไรงั้นเรอะ?"เซฟิสถาม

     "อ่า ท่านเซฟิส ท่านนาครอท โชคดีเสียจริงที่ท่านทั้งสองมา"องครักษ์หนุ่มตอบ"วิญญาณตนนี้พยายามจะหลบหนีขึ้นไปยังโลกมนุษย์น่ะขอรับ ข้าก็เลยรั้งไว้แต่นางไม่ฟังข้าเลย"

     เมื่อหญิงสาวเห็นว่าองครักษ์ร่างยักษ์ทำกิริยานอบน้อมกับคนทั้งสองนางจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาอ้อนวอนขอสองหนุ่มแทนทันที"นายท่าน! ข้าขอร้องขอข้าขึ้นไปข้างบนเถอะเจ้าค่ะ ขอแค่ครั้งเดียวก็ยังดี!"

     "เดี๋ยวเถอะ! รู้จักมียางอายบ้างแอนนา!"

     องครักษ์ต่อว่าพลางตรงเข้าไปดึงนางออกมาห่างๆเซฟิสกับนาครอทตามหน้าที่ที่ควรพึงปฏิบัติ แต่กลับโดนนาง'แอนนา'สะบัดออกอีกครั้งพร้อมร่างระหงตรงเข้าไปคุกเข่าเกาะขาของเซฟิสด้วยน้ำตาอาบสองแก้ม

     "ได้โปรดนายท่าน ข้ากับลูกต้องการพบสามี พวกเรากลัวว่าเขาจะถลำลึกสู่ห้วงแห่งความแค้นเกินจนไม่สามารถที่จะเยียวยารักษาเขาได้อีกต่อไป ถ้าไม่เห็นแก่พวกข้าสองแม่ลูกก็โปรดเห็นแก่โลกนี้เถอะนายท่าน!"

     สามี? ความแค้น? เซฟิสทวนคำพูดเหล่านั้นในใจพร้อมทอดตามองหญิงสาวที่กำลังก้มเกาะท่อนขาของเขาพลางร้องห่มร้องไห้ไม่หยุด เขานึกทวนไปเรื่อยๆจนนึกถึงฝันประหลาดที่ตนฝันเห็นตอนที่อยู่ในวิหารพิพากษาเพราะในฝันนั่นก็มีเสียงผู้ชายคนนึงลั่นวาจาว่าจะฆ่าล้างอะไรสักอย่างให้สิ้นด้วยอารมณ์เคียดแค้นเกินคาดเดา หรือว่าฝันนั่นจะเป็นนิมิตเกี่ยวกับสตรีผู้นี้?

     "แอนนา! ออกมาเดี๋ย-!"

     "ไม่เป็นไร"ขณะที่องครักษ์ร่างยักษ์กำลังจะออกแรงกระชากหญิงสาวออกมาห่างๆนายเหนือของตน เซฟิสกลับออกปากห้ามไว้ก่อน พลางร่างหนาย่อตัวลงนั่งชันเข่าให้สายตาของเขาอยู่ในระดับที่จะพอมองหน้าหญิงสาวได้ชัดๆ"เจ้าตายเพราะอะไรแอนนา"

     แอนนามองยมทูตหนุ่มผ่านม่านน้ำตาสีใส ก่อนที่เสียงอ่อนนุ่มจะค่อยๆพูดตอบกลับไป"พวกข้าสองแม่ลูกตายด้วยน้ำมือของเหล่าแวมไพร์เจ้าค่ะ"

     "สองแม่ลูก? แล้วไหนล่ะลูกของเจ้า?"นาครอทถาม

     "ลูกของดิฉันอยู่ในท้องเจ้าค่ะ"

     แอนนาตอบเสียงอ่อน เมื่อนึกขึ้นได้ว่าลูกน้อยของเธออยู่ในท้องปุ๊บร่างระหงจึงค่อยๆใช้ฝ่ามือยันตัวขึ้นนิดหน่อยเพื่อให้หน้าท้องของเธอยกห่างจากพื้นหยาบตามสัญชาตญาณของผู้เป็นแม่...แต่สงสัยคงช้าไปนิดเพราะเมื่อนาครอททราบปั๊บเจ้าตัวก็พลันทะลึ่งพุ่งพรวดเข้าไปอุ้มแอนนาขึ้นมาจากพื้นทันทีจนวิญญาณสาวเผลอหลุดปากร้องออกมาด้วยความตกใจ

     "น่าจะรีบบอกให้มันเร็วกว่านี้นะเจ้าน่ะ! ถึงจะเป็นวิญญาณก็เถอะแต่เจ้าเป็นแม่คนแล้วนะที่หลังอย่านอนราบไปกับพื้นอย่างนั้นอีกนะแอนนาเดี๋ยวก็แท้งกันพอดี!"

     เจ้าน่ะดูคล้ายคนเป็นแม่มากกว่าอีก เซฟิสกับองครักษ์หนุ่มคิดในใจ

     "อ่า ขอประทานโทษด้วยเจ้าค่ะดิฉันสะเพร่าเอง กรุณาวางดิฉันลงเถอะเจ้าค่ะนายท่าน"แอนนาว่าพร้อมไม่กล้าสบดวงตาอีกฝ่าย จะว่าไงดีล่ะนาครอทก็ดันใส่หน้ากากที่ออกแนวน่ากลัวปกปิดใบหน้าแถมเรียวตาก็คมส่องแสงสีแดงเข้มคล้ายดวงตาสัตว์ป่า...ใครไม่กลัวบ้างก็บ้าแล้ว!

     "ไม่! ข้าจะอุ้มเจ้าไว้นี่แหละ!"นาครอทกล่าวพร้อมอุ้มหญิงสาวไว้บนท่อนแขนแกร่งพลางแนบหูลงชิดกับหน้าทองนูนใต้ผ้าคลุมบางสีขาวเบาๆ"เอ...เจ้าน่าจะอายุราวๆสัก1-2เดือนได้แล้วมั้งเนี่ย อย่าดื้อกับคุณแม่นะเจ้าหนู เดี๋ยวถ้าเจ้าคลอดข้าจะรับเลี้ยงเจ้าเองนะ"

     ห๊ะ!? สิ้นเสียงคำกล่าวของนาครอททั้งวิญญาณสาวกับองครักษ์ร่างยักษ์ถึงกับผงะไปเลยกับคำพูดของอีกฝ่ายแต่สำหรับเซฟิสแล้วเขากลับรู้สึกเฉยๆเสียมากกว่า เพราะอะไรน่ะเหรอ? ขอบอกเลยถึงแม้จะเห็นนาครอทเป็นอย่างนี้ก็เถอะแต่จริงๆแล้วเขาเป็นคนรักเด็กมาก! มากจนที่ว่ามีหลายต่อหลายครั้งที่นาครอทเกือบจะขโมยเด็กจากทั้งโลกมนุษย์ โลกปีศาจ และโลกใต้พิภพกลับไปเก็บไว้ที่บ้านเลยแหละ!

     เซฟิสถอนหายใจหนึ่งเฮือกด้วยความเบื่อหน่ายก่อนที่เขาจะหันมาวิเคราะห์คำกล่าวของหญิงสาวเมื่อสักครู่ต่ออย่างเงียบๆ ตามที่แอนนาพูดความแค้นของคนหนึ่งคนที่สูญเสียสิ่งสำคัญของชีวิตไปนั้นมันมีผลกระทบต่อโลกรุนแรงมาก เพราะความแค้นนั้นจะแปรเปลี่ยนไปเป็นเชื้อเพลิงให้แก่พลังด้านมืดของเหล่าปีศาจได้เป็นอย่างดีจนน่าหวาดหวั่น ซึ่งมันก็จะทำให้'เจ้านั่น'สามารถแหกคุกออกมาจากอเวจีมหานรกได้ในที่สุด ซึ่งมีแค่เจ้านั่นเท่านั้นที่ผู้คุมกฎอย่างเขาไม่อยากให้มันออกมาเพ่นพ่านอยู่บนโลกนี้ได้เด็ดขาด! แม้ตัวตายเขาก็จะรักษาสมดุลของโลกนี้ไว้และจะตามฉุดกระชากให้มันกลับมารับโทษทัณฑ์ที่อเวจีมหานรกอีกครั้ง!

     แต่ถึงอย่างไร...

     "ไม่ได้ ข้าไม่สามารถอนุญาตให้เจ้าขึ้นไปหาสามีได้ กฎก็คือกฎ"

     สิ้นเสียงคำตอบ ใบหน้างามพลันซีดเผือดลงทันตาเห็นจนนาครอทอดที่จะหันไปตวาดใส่เพื่อนรักไม่ได้กับนิสัยแสนเย็นชาและโหดร้ายเกินจรรยาบรรของผู้คุมกฎแห่งโลกใต้พิภพ

     "เจ้ามันบ้าไปแล้วเรอะเซฟิส! ข้าว่านางก็พูดถูกนะเรื่องที่กลัวว่าสามีของนางจะถลำลึกสู่ห้วงแห่งความแค้นจนเป็นอันตรายแก่สรรพสิ่งบนโลกโดยตามหน้าที่ของผู้คุมกฎแล้วพวกเราควรที่จะขัดขวางไม่ให้มันเกิดขึ้นไม่ใช่รึไง!"

     "แล้วข้าบอกรึยังว่าข้าจะไม่ไป"

     อะจะชะอุ่ย

     ทันทีที่นาครอทร่ายยาวจบเซฟิสก็สวนกลับไปเพียงประโยคสั้นๆแต่ทว่ามันมีอานุภาพร้ายแรงถึงขั้นทำให้อีกฝ่ายหน้าแตกดังเพล้งแบบที่ว่าขนาดหมอหลวงฝีมือดีระดับพระเจ้าถึงกับโบกมือบ๊ายบายไม่ขอรับเย็บ รู้งี้ข้าไม่น่าแสดงเท่เลยพับผ่าสิ นาครอทบ่นอุบพลางยืนน้ำตาตกในอย่างน่าสงสาร เมื่อเห็นว่านาครอทหุบปากฉับไม่กล้าเสนอความคิดอะไรอีกยมทูตหนุ่มจึงหันไปคุยกับแอนนาต่อด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มตามแบบฉบับ

     "ข้าจะขอรับคำขอร้องของเจ้าไว้แล้วกัน"เซฟิสเอ่ยพร้อมหันไปมองหน้าวิญญาณสาวบนอ้อมกอดของนาครอท"ที่ข้ายอมรับคำขอของเจ้า ก็เพราะข้าเห็นแก่โลกหรอกนะ"

     เมื่อได้รับคำตอบตกลงจากยมทูตหนุ่ม ใบหน้างามราวกับเทพธิดาก็พลันเปลี่ยนจากซีดเผือดมาเป็นยิ้มแย้มทันทีด้วยความดีใจพร้อมหยาดน้ำตาสีใสเอ่อล้นออกมาจากดวงเนตรกลมโตสง่าดั่งลูกแก้วสะท้อนแสง"ขอบพระคุณเจ้าค่ะนายท่าน ขอบพระคุณมากจริงๆเจ้าค่ะ"

     "ถ้าท่านไปแล้วใครจะมาทำหน้าที่นี้แทนท่านล่ะขอรับท่านเซฟิส?"องครักษ์หนุ่มถาม

     "งานข้าเดี๋ยวให้นาครอทรับผิดชอบเองไม่ต้องห่วง"

     "ห๊ะ!? เดี๋ยวสิทำไมต้องเป็นข้าด้วยล่ะ!?"นาครอทโวยวายเพื่อเรียกร้องความยุติธรรม แต่โชคร้ายความยุติธรรมนั้นไม่สามารถหาได้จากโลกใต้พิภพนี่สิ...

     "หุบปากนาครอท เรื่องของข้ากับเจ้ายังไม่จบนะอย่าลืมแต่ข้าจะให้เลือก ระหว่างรับผิดชอบงานข้าไปพร้อมกับงานเจ้าด้วยหรือจะให้ข้าทรมานเจ้าจนหมดสังขารไปเพื่อเป็นการลงโทษในการกระทำความผิดของเจ้า เจ้าจะเลือกอันไหน?"เซฟิสเอ่ยพลางชูสองนิ้วชี้กลางขึ้นตรงหน้านาครอทด้วยใบหน้าราบเรียบ ซึ่งมันก็แน่นอนอยู่แล้วสำหรับนาครอทผู้มีเกียรติยศสูงสุดและทระนงตนในศักดิ์ศรีเยี่ยงชีวิต! ทางเลือกที่เขาจะเลือกนั่นก็คือ!!

     "ข้าจะรับผิดชอบงานเจ้าเองไม่ต้องห่วง"

     "ดี จำไว้ถ้าเจ้าทำงานข้าเละเจ้าถึงฆาตแน่"

     "ขอรับกระผม..."นาครอทตอบพร้อมผงกหัวรับคำสั่งราวลูกน้อง ถึงแม้จะมีหน้ากากอันหน้าเกรงขามสวมทับใบหน้าและทำท่าทำทางไม่รู้ร้อนรู้หนาวอะไรก็เถอะ แต่แท้จริงแล้วตอนนี้เขากำลังยืนร้องไห้น้ำตาตกในอย่างสุดซึ้งอยู่ต่างหาก โธ่...ป่นปี้หมดแล้วศักดิ์ศรีข้า!!

✳▪⚪▪✳▫⚫▫✳⭕✳▫⚫▫✳▪⚪▪✳

     หมอกเมฆสีคล้ำค่อยๆเคลื่อนตัวปกคลุมท้องนภาอันกว้างใหญ่พร้อมนำห่าฝนจำนวนมากตกกระหน่ำสู่ผืนดินสีเข้มจนสะสมเป็นแอ่งน้ำขังเล็กๆน้อยๆ ตามพื้นปรากฏร่างของเหล่าปีศาจนอนสิ้นใจเกลื่อนกลาดนับสิบศพ บางศพมีรอยของมีคมเชือดเฉือนจนขาดสะบั้น บางศพมีรอยกระสุนปืนขนาดกลางเจาะอยู่บนกระโหลกศีรษะถึงแม้ลูกกระสุนมันจะมีขนาดเล็กแต่พลังทำลายกลับน่ากลัวเหลือร้ายซ่ะยิ่งกว่าอะไรดี เซฟิสก้มลงตรวจเช็คสภาพศพด้วยใบหน้าเฉยชาพลางดวงตาคมมองตามรอยเลือดลากยาวจนไปถึงหน้าประตูของกระท่อมโรงนาหลังหนึ่ง โลกนี้นี่มันชั่งสรรค์สร้างอะไรเหลือเชื่ออยู่หลายอย่างจริงๆสร้างได้แม้กระทั่ง'อสูร'ในร่างมนุษย์...

     ยมทูตหนุ่มลุกขึ้นยืนเต็มความสูงพร้อมก้าวขาเดินตรงไปยังหน้าประตูไม้อย่างช้าๆ ทันทีที่ร่างสูงหยุดยืนอยู่ตรงหน้าประตู ฝ่ามือหยาบก็พลันเลื่อนออกไปพลักประตูไม้เก่าเข้าไปข้างในกระท่อม ซึ่งทันทีที่ประตูเปิดอ้าออกจนสุดก็ปรากฏร่างบางใต้ชุดคลุมหางยาวสีดำสวมหมวกปีกกว้างกำลังยืนตวัดกงจักรขนาดใหญ่เฉือนคอหอยปีศาจตนหนึ่งอย่างรวดเร็วจนหลอดเลือดขาดสะบั้นพร้อมเลือดสีแดงข้นพลันกระฉูดออกเป็นวงกว้างเหมือนดั่งดอกไม้ยามแย้มกลีบ

     ดูเหมือนอีกฝ่ายจะรู้ตัวว่ายมทูตหนุ่มกำลังยืนอยู่ตรงหน้าประตู เพราะทันทีที่ร่างปีศาจตนนั้นล้มผับลงไปกองกับพื้นร่างบางจึงลดแขนลงกลับมายืนตามปกติพลางค่อยๆหันหน้ากลับไปมองอีกฝ่ายด้วยสายตาแข็งกร้าวที่เปี่ยมล้นไปด้วยความเคียดแค้นเหลือคณา...

     เซฟิสจ้องอีกฝ่ายกลับอย่างไม่กลัวเกรงก่อนที่ริมฝีปากบางจะเอ่ยถามคำถามออกไป

     "เจ้าคือ แวน เฮลซิ่ง ใช่หรือไ-"

     ฟิ้ว!! เคร้ง!!

     ยังไม่ทันถามจบ กงจักรอาบเลือดขนาดยักษ์ก็พลันถูกเรียวแขนยาวเขวี้ยงตรงเข้ามาที่ลำคอของยมทูตหนุ่มทันทีปานฟ้าแลบ เซฟิสไหวตัวทันจึงเสกหอกออกมาจากวงแหวนเวทย์พลางออกแรงตวัดปัดกงจักรเล่มนั้นออกไปเสียเต็มแรงจนกงจักรเปลี่ยนทิศพุ่งเอียงไปปักฉึกอยู่ตรงกลางเสาไม้ค้ำกระท่อมข้างๆแทนจนทะลุเนื้อไม้ไปกว่าครึ่ง เซฟิสมองกงจักรเล่มที่ปัดไปเมื่อครู่ด้วยหางตาก่อนที่จะเปลี่ยนมาจ้องหนุ่มมนุษย์เบื้องหน้าอีกครั้งพร้อมทวนคำถามเก่าอีกรอบ

     "ข้าถาม ว่าเจ้าคือ แวน เฮลซิ่ง ใช่หรือไม่"

     "เจ้าเป็นปีศาจประเภทในกัน ถึงได้มีพลังมากมายขนาดนั้น"

     ร่างบางสวนถามอย่างไม่ใยดีพร้อมมืออีกข้างเอื้อมอ้อมหลังไปหยิบปืนกระบอกใหญ่ที่เจ้าตัวสะพายหลังไว้ออกมาเตรียมยิง เซฟิสคิ้วกระตุกทันทีเมื่อโดนสวนกลับแบบเมินคำถามเมื่อครู่แต่ที่จี๊ดเส้นประสาทเขาสุดๆก็คงจะเป็นคำว่า'ปีศาจ'นี่แหละ!

     "อย่าริอาจมาเปรียบเปรยข้ากับปีศาจชั้นต่ำพรรค์นั้นเด็ดขาดเชียวเจ้ามนุษย์"เซฟิสเอ่ยเสียงกร้าวพร้อมดวงตาคู่แสนทรงอำนาจฉายแววเกรี้ยวกราด

     "ข้าไม่สน"หนุ่มสวมหมวกกล่าวพร้อมยกปลายกระบอกปืนขึ้นจ่อหน้ายมทูตหนุ่มทันควัน"ปีศาจก็คือปีศาจ และข้าก็จะฆ่ามันให้หมดทุกตัวไม่เว้นแม้แต่เจ้า"

     อยากหาเรื่องข้านักใช่มั้ย เจ้ามนุษย์...

     เซฟิสคิดในใจพลางยกฝ่ามือขึ้นนวดหว่างคิ้วหน่อยๆเพราะความเครียด ดวงตาคมตวัดเหลือบขึ้นมองดวงหน้าขาวที่เปรอะเปื้อนคราบเลือดสีแดงสดผ่านสอดนิ้วอยู่ครู่หนึ่งอย่างใช้ความคิด จากเท่าที่ฟังจากคำพูดของอีกฝ่ายเมื่อสักครู่คนคนนี้ก็น่าจะเป็น'แวน เฮลซิ่ง'สามีของแอนนาและพ่อของเด็กในท้องนางนั่นแหละ และมันก็เป็นจริงอย่างที่แอนนาพูดไว้เป๊ะเลยว่าแวนในตอนนี้จะต้องเคืองแค้นเหล่าเผ่าพันธุ์ปีศาจหนักมากจนถึงขั้นน่ากลัว

     น่ากลัวขนาดที่กล้าขว้างจักรและหันปากกระบอกปืนใส่'กึ่งเทพ'อย่างเซฟิสได้อย่างหน้าตาเฉยแบบนี้...

     เซฟิสถอนหายใจยาวเพื่อพยายามสงบสติอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นดั่งกองไฟบนกองฟืนแห้งภายใต้จิตใจให้เย็นลงและพยายามใช้เหตุผลในการเจรจาพูดคุยกันอย่างสันติวิธีกับแวนแทน ตามสำนวนที่ว่า เอาน้ำเย็นเข้าลูบ

     "เอางี้นะแวน เฮลซิ่ง เรามาลองคุยกันก่อนไม่ดีกว่-"

     ปัง!! ตูม!!

     ยังไม่ทันที่เซฟิสจะพูดจบอีกครั้ง ลูกกระสุนเวทย์สีฟ้าครามก็พลันพุ่งกระจายใส่ยมทูตหนุ่มรวมกว่าห้านัดรวดทันทีปานฟ้าผ่า แต่โชคดีที่เซฟิสก้มตัวลงหมอบทันจึงทำให้ลูกกระสุนเหล่านั้นพุ่งเลยไปทะลุแผ่นไม้เก่าที่ใช้ทำประตูกับพนังกระท่อมจนหลุดกระจุยออกไปเป็นแผ่นๆแทน

     ไม่คงไม่คุยแม่งมันแล้ว! เมื่อเป็นอย่างนี้ก็ต้องใช้กำลังกันลูกเดียว!!

     เซฟิสไม่คิดปล่าวพร้อมกับที่เจ้าตัวเสกหอกอีกด้ามออกมาถือไว้จนครบทั้งสองข้างพลางร่างหนาหุ้มชุดเกราะสีม่วงเข้มพลันกระโจนพุ่งเข้าใส่อีกฝ่ายทันทีด้วยความเร็วที่พอๆกับลูกกระสุนปืนเวทย์เมื่อครู่ นักล่าหนุ่มกระโจนกลิ้งหลบไปอีกทางอย่างคล่องแคล่วพร้อมตวัดปืนเตรียมยิงใส่ร่างหนาอีกครั้งแต่กลับโดนฝ่าเท้าหนักของยมทูตหนุ่มถีบเต็มแรงจนกระบอกปืนกระเด็นหลุดออกจากฝ่ามือบางไปเสียก่อน หลังถีบเสร็จท่อนแขนแกร่งก็พลันตวัดจ้วงหอกแหลมใส่ร่างเล็กเบื้องหน้าทันทีด้วยสายตาดุจราชสีห์จ้องมองเหยื่อ

     แวนหลบได้อย่างทันท่วงทีพร้อมสองแขนเรียวเอื้อมขึ้นจับล็อกแขนข้างที่พุ่งเข้ามาของคนตัวสูงไว้แน่นพลางตวัดขาเตะขาขวาของเซฟิสให้อีกฝ่ายเสียสมดุล หลังจากนั้นก็ออกแรงเหวี่ยงทุ่มลงพื้นให้สุดกำลัง!

     โครม!

     เสียงของหนักถูกเหวี่ยงลงกระแทกพื้นดังสนั่นลั่นกระท่อมโรงนาจนพื้นดินยุบลงไปเป็นหลุมขนาดเท่าตัวของยมทูตหนุ่ม เซฟิสกระอักหนึ่งคำเพราะอาการจุกที่กระดูกสันหลัง เมื่อจับร่างหนาทุ่มลงพื้นเสร็จปุ๊บนักล่าหนุ่มก็พลันขึ้นคร่อมคนตัวสูงไว้พร้อมมือสองข้างง้างกงจักรอีกเล่มออกมาหมายจะสับคอของเซฟิสให้ขาดสะบั้นเสียให้ได้ราวสับเนื้อหมูบนเขียง...แต่คงไม่ใช่สำหรับเซฟิส

     เมื่อแวนกดจักรคมลงมาที่ใบหน้าหล่อ ศีรษะสวมหมวกเกราะพลันตวัดคอหลบได้อย่างฉิวเฉียดจึงได้เพียงรอยฉลอกยาวตรงบริเวณขอบหมวกเท่านั้น เมื่อได้จังหวะร่างหนาจึงตวัดแขนรัดตรงข้อพับแขนทั้งสองข้างแล้วออกแรงกดให้มันพับลงจนร่างบางถูกดึงลงจนหน้าเกือบจะชนกับหน้าของเซฟิส พร้อมฝ่ามือหยาบกร้านอีกข้างพลันเลื่อนลงไปงัดต้นขาที่ทับคร่อมเอวเขาอยู่พลางออกแรงพลิกตัวให้ร่างบางกลิ้งเปลี่ยนสลับไปอยู่ด้านล่างแทน

     ทันทีที่แผ่นหลังเล็กแนบแตะกับพื้นดินอันเย็บเฉียบ ฝ่ามือแกร่งก็พลันพุ่งพรวดออกไปรวบกดข้อมือบางไว้เหนือศีรษะด้วยมือข้างเดียวโดยไม่วายใช้มืออีกข้างเอื้อมไปกำด้ามหอกมาตวัดจ่อหน้าอีกฝ่ายอย่างรวดเร็ว

     แวนนอนหอบนิดหน่อยพร้อมตวัดตาลงมองท่าทางที่อีกฝ่ายกระทำกับเขาพลางช้อนตาขึ้นมองใบหน้าหล่อเข้มแสนเย็นยะเยือกเบื้องหน้า ก่อนริมฝีปากอิ่มจะเอ่ยกล่าวออกไป"จะข่มขืนข้ารึไง ไอ้ปีศาจ"

     "อย่าท้าข้า ข้าสามารถข่มขืนเจ้าได้ ณ ที่ตรงนี้ ในเวลานี้เลยก็ย่อมได้"เซฟิสเอ่ยพร้อมก้มหน้าลงจ้องใบหน้าหวานสวยด้านล่างด้วยสายตาจริงจังไม่มีโกหก ซึ่งเมื่อแวนได้สบกับดวงเนตรคู่นั้นปุ๊บความรู้สึกว่าอันตรายก็พลันแล่นปรี๊ดขึ้นเส้นประสาทเขาทันทีอย่างรวดเร็วตามสัญชาตญาณ เจ้านี่มันเอาจริง! แวนร้องขึ้นในใจอย่างตระหนกพลางร่างบางพยายามดิ้นให้หลุดจากการจับกุมของร่างสูงแต่ทว่า...กลับยิ่งไปทำให้'ไอ้นั่น'ของยมทูตหนุ่มตื่นเสียแทนซ่ะนี่น่ะสิ

     "หยุด..."เซฟิสเอ่ยเสียงแผ่ว

     "ถ้าข้าไม่ทำอะไรเลยข้าก็คงโด-"

     "ข้าบอกให้หยุด!"เซฟิสตวาดเสียงกร้าวพร้อมกดข้อมือบางแน่นขึ้นจนแวนเผลอปล่อยเสียงครางออกมาเบาๆ"ถ้าเจ้าไม่หยุด เจ้ามีหวังได้เสียตัวให้ข้าเป็นคนแรกแน่!"ยมทูตหนุ่มเอ่ยเสียงทุ้มพร้อมก้มหน้าต่ำลงมาจวนจมูกจะชนกันอยู่รอมร่อ ทันทีที่ลมหายใจของร่างสูงรดใส่พวงแก้มขาวซึ่งเปรอะเปื้อนด้วยคราบเลือดอ่อนๆร่างเล็กก็พลันรู้ได้ทันทีเลยว่าตอนนี้อีกฝ่ายกำลังมีอารมณ์แบบไหนบังเกิดอยู่ภายในกายหยาบ

     ดวงตาคมกริบจ้องลึกเข้าไปในดวงตาคู่สีฟ้าคราวราวท้องฟ้ายามราตรีครู่หนึ่ง ก่อนจะหลุบตาลงปิดสนิทเพื่อพยายามข่มอารมณ์ประหลาดภายในตัวเขาให้สงบลงก่อนที่มันจะเตลิดไปไกลเสียก่อน ร้อยวันพันปีไม่เคยเป็นอย่างนี้แท้ๆ ไฉนถึงมาเกิดอารมณ์กับเจ้ามนุษย์ไร้ยางอายนี่ได้ล่ะเนียะ...

     เซฟิสสูดลมหายใจเข้าออกลึกๆพร้อมเปลือกตาบางปลือขึ้นเพื่อจ้องมองดวงหน้าของคนตัวเล็ก ก่อนที่เขาจะเริ่มเปิดประเด็นเข้าเรื่องทันที"เอาล่ะเข้าเรื่องนะแวน เฮลซิ่ง ตอนนี้ภรรยาของเจ้าแอนนากับลูกน้อยในท้องของนาง ต้องการให้เจ้าหยุดการกระทำทั้งหมดนี่ลงซ่ะ"

     "หยุดอะไร-"

     "อย่ากวนอารมณ์ข้าให้ขุ่นแวน เฮลซิ่ง อย่าลืมว่าเจ้ากับข้า ณ ตอนนี้อยู่ในสถานะไหน"เซฟิสกล่าวทันควันเมื่อแวนพูดจบพลางกระตุกต้นขาที่พาดอยู่บนต้นขาเขาเบาๆเพื่อเตือนสติให้ร่างเล็กรู้ตัว เมื่อถูกเตือนริมฝีปากอิ่มก็พลันหุบปากฉับไม่เถียงอะไรชวนกวนน้ำให้ขุ่นอีก เมื่ออีกฝ่ายยอมหุบปากเงียบยมทูตหนุ่มก็เริ่มพูดต่อ"แอนนา นางมาขอร้องข้าให้ช่วยมาหยุดเจ้าก่อนที่เจ้าจะถลำลึกลงไปมากกว่านี้ ถ้าเจ้าเข้าใจก็จงหยุดซ่ะ"

     สิ้นเสียงคำกล่าว ดวงหน้าขาวนวลใต้ปีกหมวกก็พลันนิ่งงักไปทันทีราวแท่นหินปูน ริมฝีปากอิ่มกัดปากล่างแน่นก่อนจะพูดตอบกลับไปด้วยน้ำที่ติดออกจะสั่นเครือไปสักนิด"ข้าแค่ต้องการล้างแค้นให้นางกับลูกมันผิดตรงไหน พวกมันคร่าชีวิตคนสำคัญของข้าไปถึงสองชีวิตนะ!"

     เมื่อยิ่งพูดน้ำเสียงทุ้มนุ่มก็ยิ่งสั่นเครือหนักมากขึ้นเหมือนคนจะร้องไห้ เซฟิสจ้องมองใบหน้าหวานหยดข้างใต้โดยไม่พูดอะไรพร้อมยอมปล่อยฝ่ามือบางให้เป็นอิสระ ตอนแรกแวนก็รู้สึกโล่งใจและอับอายนิดหน่อยที่ดันมาตกอยู่ในสถานการณ์แบบนี้ แต่สุดแวนก็คิดผิด เพราะหลังจากที่ฝ่ามือหยาบกร้านปล่อยข้อมือเขาปุ๊บมือแกร่งก็ฉุดร่างเขาขึ้นมากอดไว้แน่นแทนเสียดื้อๆ!

     "เจ้า! เจ้าทำอะไร-อุ้บ!?"

     ยังไม่ทันกล่าวจบ ริมฝีปากอิ่มก็พลันถูกประกบปิดด้วยริมฝีปากของยมทูตหนุ่มทันทีอย่างรวดเร็ว ดวงเนตรสีฟ้าสวยเบิกกว้างด้วยความตกใจพร้อมสองมือพยายามพลักอีกฝ่ายออกไปห่างๆทว่าท่อนแขนที่กำลังโอบร่างเขาอยู่กลับไม่ขยับเขยื้อนเลยแม้แต่นิดราวโซ่ตรวนเหล็กขนาดมหึมาที่มีไว้ใช้สำหรับยึดตรึงร่างเล็กไว้ให้อยู่กับที่

     ลิ้นสากตวัดเกี่ยวรัดลิ้นนุ่มพร้อมขบฟันกัดริมฝีปากอิ่มจนกลายเป็นสีแดงระเรื่อดั่งกลีบกุหลาบยามเปื้อนหยดน้ำค้าง แวนรู้สึกเจ็บระบมไปทั่วริมฝีปากจนอยากจะร้องออกมาให้ดังๆ ร่างเล็กพยายามฝืนตัวออกมาสุดชีวิตแต่กลับโดนท่อนแขนแกร่งกระชากให้กลับมาอยู่ในอ้อมแขนของคนตัวสูงอีกครั้ง สองกายแนบชิดสนิทกันจนรับรู้ได้ถึงอุณหภูมิของกันและกันถึงแม้จะมีเนื้อผ้าและชุดเกราะกั้นไว้ก็ตามแต่ความรู้สึกมันก็ยังคงชัดเจนไม่หาย แวนร้องประท้วงพลางสองมือเล็กทุบกำปั้นลงบนแผ่นอกกว้างทีสองทีเพื่อเป็นสัญญาณบอกให้อีกฝ่ายปล่อยเขาสักทีก่อนที่จะไม่มีอากาศให้หายใจ

     เซฟิสลืมตาขึ้นมองคนตัวเล็กครู่หนึ่งก่อนที่เขาจะยอมถอนจูบออกมาจากริมฝีปากอันน่าหลงใหลนั้นอย่างอ้อยอิ่ง สายน้ำลายสีใสเชื่อมติดสองริมฝีปากไว้ก่อนจะสลายไปตามลมที่พัดเข้ามา หลังจากหลุดจากนาทีช่วงเสียวสวาทเมื่อครู่มาได้ปุ๊บร่างเล็กก็พลันเอนตัวซบอกแกร่งทันทีอย่างไร้เรี่ยวแรง คนบ้าอะไรป่าเถื่อนที่สุด!

     "เจ้า...ทำบ้าอะไร"แวนถามเสียงอ่อน

     "ข้าแค่ทำสัญญากับเจ้า"เซฟิสตอบเสียงเรียบพร้อมลูบหลังร่างเล็กไปด้วยพร้อมกัน แวนเลิกคิ้วขึ้นนิดหน่อยกับคำตอบชวนงงงวยของร่างสูง สัญญา? สัญญาอะไร??

     "สัญญาอะไรของเจ้าไอ้ปีศาจ"

     "ทำพันธสัญญาเผื่อกันไว้ว่าถ้าหากเจ้าฝ่าฝืนลงมือฆ่าสิ่งมีชีวิตทุกประเถทไม่ว่าจะเป็นมนุษย์ ภูต เทวดาหรือแม้กระทั่งปีศาจเมื่อไร"เซฟิสเว้นช่วงพลางกระชากร่างเล็กให้มองหน้าเขาตรงๆ"ภายในกายเจ้าจะร้อนรุ่มดั่งไฟ และเจ้าจะทุกข์ทรมานจนต้องร้องขอให้ข้าช่วยเหมือนร้องขอชีวิต"

     ยมทูตหนุ่มว่าพร้อมเชยคางมลให้เงยขึ้น ใบหน้าขาว ณ ขณะนี้ถูกแต่งแต้มไปด้วยสีกุหลาบทั่วทั้งหน้าพร้อมดวงเนตรหวานเยิ้มราวน้ำผึ้ง เซฟิสชักไม่แน่ใจขึ้นมาชั่วขณะนึงว่าตอนนี้ตัวเขากำลังทำอะไรอยู่กันแน่ เพราะตั้งแต่เมื่อครู่แล้วที่ร่างกายเขามันขยับไปเองโดยที่สมองยังไม่ทันสั่งการเลยด้วยซ้ำ เพราะเจ้ามนุษย์ผู้นี้แท้ๆเลยที่ดันมาปลุกนิสัย'เก่า'ของเขาให้ตื่นขึ้นมาอีกครั้งจนได้...

     "ออ อีกอย่าง อย่าริอาจเรียกข้าว่าปีศาจอีก ข้ามีนามว่าเซฟิสเข้าใจหรือไม่?"

_____^.To be continued.^_____
     
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 34 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #113 Dameong (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 26 ตุลาคม 2560 / 23:25
    แวนเจ้าน่าจะดิ้นให้แรงกว่านี้!!!
    #113
    0
  2. #97 nadia10012559 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 16 กันยายน 2560 / 17:08
    ทำไมไม่จับกดเลยนะค่-//โดนแวนเอาปืนมายิงหัว
    #97
    0
  3. #71 Hasashi Minako (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 11 สิงหาคม 2560 / 11:28
    ทำไมลุงเซฟิสไม่จับน้องแวนข่มขืนเลยล่ะคะ!!!  แอ่ก!!//โดนหอกของซานิสฟาดหน้า
    #71
    1
    • #71-1 Fangzzzgn(จากตอนที่ 2)
      9 กันยายน 2560 / 20:25
      +++เลยจ้าาาา
      #71-1
  4. #70 Sendou Nunny (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 18:28
    ว้ายตั่ยแล้ววว เจอกันปุ๊ปพ่อพระเอกของเราจะจับกดแวนเลยหรอคะ ร้ายนะเนี่ยๆๆๆ
    #70
    0
  5. #65 Ksrk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 8 สิงหาคม 2560 / 20:22
    ปล้ำเลยค่ะไม่ปล้ำเราจะปล้ำเองแล้วนะคะ //หอกปลิวมาแต่ไกล ฟินค่ะฟิน เรากะพวกเพื่อนๆชอบมาก>\\< สู้ๆค่ะไรท์ ติดตามม
    #65
    0
  6. #62 NOXRINX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 7 สิงหาคม 2560 / 17:13
    วู้วววว ในที่สุดก็มา!! โผล่มาแล้ว นี่กะจะข่มขืนเลยเหรอค่ะ ง่อวววว เขินอ้ะะะะ -//////-
    #62
    0
  7. #61 ชิโช (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 23:06
    ขะ-ขอบคุณค่ะ หนูคิดว่าพี่จะแต่งฉากนี้ในKing's heartก่อนซะอีกค่ะ
    ฮืออ ขอบคุณที่เขียนให้ค่ะ จะรอนะ ฮืออ คิดว่าจะไม่มาซะแล้ว ฮืออ พี่แวนจะโดนงาบตามคำขอหนูแล้ว หึ หึ ฮาๆ
    //ยิ้มร้ายๆก่อนจากลา555+
    #61
    0
  8. #60 กระรอกน้อยวิ้ง ๆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 22:00
    ฟิน~~~~ ลุงน่าจับปล้ำไปเลยน้า~~~
    #60
    1
    • #60-1 OkamiSung(จากตอนที่ 2)
      6 สิงหาคม 2560 / 22:02
      เย็นๆจร้า~เดี๋ยวน้องแกได้โดนขโมยพรมจรรห์แน่นอนจร้า~
      #60-1
  9. #59 Tenyacha1130 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:58
    ทำไมไม่จับปล้ำเลยยยยยยฟ่ะ!!!!
    #59
    1
    • #59-1 OkamiSung(จากตอนที่ 2)
      6 สิงหาคม 2560 / 22:00
      มันบทแรกๆเองน้า~ใจเย็น~
      #59-1
  10. #58 หมีติดแฟน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:53
    เป็น 100% ที่แบบ ฟดเทสววงงงสเเ้รนวบบบบบ///////////
    #58
    0
  11. #57 K-Kris (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 6 สิงหาคม 2560 / 21:52
    สกพสดยำพนกนนนะนกน/ ฮืออออออ 2%นี่มันกร้าวใจเหลือเกินค่าาาา โอ้ยยยย ศรีไพรรุกนักมากเลยแงงงง อ่านไปดิ้นไป โอ้ยยยยยว//-///
    ปล. ขอคู่แอเซนการ์แบบนี้บ้างนะคะ อิอิ
    #57
    1
    • #57-1 OkamiSung(จากตอนที่ 2)
      6 สิงหาคม 2560 / 21:58
      จัดไปคร้าบ!
      #57-1
  12. #56 หมีผู้ชอบy (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 สิงหาคม 2560 / 18:42
    อีก 2% ///0///
    #56
    0
  13. #55 หมีติดแฟน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 2 สิงหาคม 2560 / 04:14
    //////
    #55
    0
  14. #54 ชิโช (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 20:49
    หนูไม่ได้นับว่าหนูมาเม้นตอนนี้กี่เม้นแล้ว แต่พี่แวนมาแล้วววว5555+
    #54
    0
  15. #53 ถุง (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 18:25
    เง้ออออออ นุ้งแวนออกแล้ววววววว รีบๆมาต่อนะค้าา><

    ปล. แวบไปอัพคู่แอซเซนก้าก็ดีนะคะ-3- 55555555
    #53
    1
    • #53-1 OkamiSung(จากตอนที่ 2)
      1 สิงหาคม 2560 / 18:41
      จัดไปครับ!555+
      #53-1
  16. #52 K-Kris (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 สิงหาคม 2560 / 13:26
    อูยยยย ลูกสาวออกแล้วววว
    #52
    0
  17. #51 กระรอกน้อยวิ้ง ๆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 22:26
    มาและลูกสาวเรา เง้อออ
    #51
    0
  18. #50 NOXRINX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 กรกฎาคม 2560 / 02:52
    นี่ก็ลุ้น หรือเซฟิสกับนาครอทเขาจะได้กันจริงๆ 555555 อ่ะล้อเล่นนน รอท่านแวนต่อไปค่ะะะ
    #50
    0
  19. #49 เด็กดี//แบบโม้ๆ (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 23:08
    นั่งรอแวนต่อไปเมื่อไรจะได้กับเซฟิสสัก---//
    #49
    0
  20. #48 หมีติดแฟน (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 22:19
    รออัพแต่ละตอนลุ้นกว่ารอหวยออกอีก งื้อออ สนุก //////
    #48
    0
  21. #46 K-Kris (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 09:18
    น้องแวนจิออกแล้วววว เง้อออออ ในที่สุดดด
    #46
    0
  22. #45 Wiscousin (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 02:25
    แค่สองตอนแรกก็สนุกแล้ว งื้ออ
    #45
    0
  23. #44 NOXRINX (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 กรกฎาคม 2560 / 00:01
    เมียแวนออกมาแล้ว ท่านแวน เมื่อใดท่านจิออกมา 55555555 นาครอทกับเซฟิสจะได้กันแล้วท่านนน ล้อเล่นนะคะะะ รอต่อจ้าาา
    #44
    0
  24. #43 ชิโช (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:49
    พี่แวนนน พี่ค่าตัวแพงไปแล้ว ในเกมฟรี แต่ทำไมในนี้แพงจังคะ555+ (ความคิดของหนูในเรื่องตอน90%นะ หนูคิดว่าแอนนาน่าจะท้องอยู่ตอนตายก็เลยมีแค่แอนนาคนเดียวรึเปล่าคะ?)
    #43
    0
  25. #42 Kanashimu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 กรกฎาคม 2560 / 17:06
    แวนค่าตัวหนูเท่าไหร่ลูก รอจนรากงอกแล้วนะ---
    #42
    0