Fic RoV : Just love (Yaoi,Zephys x Valhein)

ตอนที่ 1 : ผู้ส่งสาสน์แห่งเอลิเซียม

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,818
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 31 ครั้ง
    2 ก.ค. 60

ตอนที่1
ผู้ส่งสาสน์แห่งเอลิเซียม


     สายลมเย็นยะเยือกกระหน่ำพัดผ่านซากศพนับพันที่ขึ้นอืดตามท้องถนนหนทางจนทำให้ทั่วหมู่บ้านอบอวลไปด้วยกลิ่นเน่าเหม็นสุดจะบรรยาย เสียงร้องกังวาลของอีกาตัวใหญ่สีดำดังแว่วพร้อมกับที่ทั้งฝูงบินโฉบลงมาจิกทึ้งผิวหนังเน่าเปื่อยของศพกินอย่างเอร็ดอร่อย แต่ก่อนที่นี่เคยเป็นเมืองที่มีสีสันเหล่าชาวบ้านต่างออกมาทักทายทำมาหากินไปมาหาสู่กันตามปกติเหมือนหมู่บ้านอื่น แต่ทว่าความโชคร้ายก็มาเยือนหมู่บ้านนี้แบบไม่ทันให้ตั้งตัว นั่นคือลูกหลงจาก'สงคราม' สงครามระหว่างมนุษย์กับปีศาจอสูรกาย

     บ้านเรือนและทุกชีวิตต่างถูกเผาทำร้ายจนแทบไม่เหลือซาก เสียงกรีดร้องดังระงมด้วยความหวาดกลัวและความเจ็บปวด ทุกอย่างล้มสลายภายในระยะเวลาเพียงข้ามคืนเท่านั้น มันผ่านไปเร็วมากเหมือนพลิกหน้ากระดาษหนังสือ แต่ยังไงซะจะช้าหรือเร็วทุกคนก็ต้องตายอยู่ดีไม่ว่าจะตายไปตามธรรมชาติหรือถูกฆ่าตายมันก็เหมือนๆกัน 'เขา'คิดเช่นนั้น...

     ยมทูตหนุ่มสวมเกราะประจำตัวนั่งเท้าคางมองเหล่าอีกาตัวเป้งๆจิกกระชากเนื้อหนังสุดเน่าเหม็นของซากศพกินจากซากหอระฆังประจำหมู่บ้านด้วยท่าทางเบื่อหน่ายแกมง่วงงุน อันที่จริงตอนนี้เขาต้องรีบไปตามเกี่ยวคอเหล่าวิญญาณลากลงนรกตั้งแต่ที่เขาขึ้นมาเหยียบผืนดินแล้วแต่คงเป็นเพราะต้องมาเห็นจำนวนการตายมหาเยอะมหาบานตะไทขนาดนี้กระมังจึงทำให้ไฟในการทำงานของเขามีแววริบรี่เกินทน

     "เอาเถอะ งานก็คืองาน"

     ยมทูตหนุ่มสบถพร้อมยันตัวลุกขึ้นยืนเต็มความสูงก่อนสองขายาวจะก้าวลงจากหอระฆังที่มีความสูงกว่า10เมตรดิ่งลงสู่พื้นดินเบื้องล่าง ร่างสูงใหญ่ดิ่งสู่พื้นอย่างรวดเร็วตามแรงโน้มถ่วงของโลกพร้อมผ้าคลุมสีม่วงประดับลายพัดสะบัดตามแรงกระทบของลมเหมือนเวลานกกระพือปีกพอปลายเท้าจะแตะถึงพื้นฉับพลันก็ปรากฏละอองแสงสีม่วงคล้ำโผล่ขึ้นมารองรับสองเท้าของเขาไว้จึงทำให้เขาเหยียบถึงพื้นดินได้อย่างนุ่มนวลเกินคาด แต่สิ่งที่เขาเจอหลังจากลงมาจากหอระฆังก็คือ...ร่างโปร่งใสของเด็กสาวที่กำลังนั่งร้องไห้อยู่ข้างศพบิดาของตน

     คนตัวใหญ่จ้องมองวิญญาณดวงน้อยเบื้องหน้าด้วยใบหน้าไร้ความรู้สึก ใช่ยมทูตอย่างเขาไม่มีความรู้สึกใดๆจะแสดงออกมาเพื่อเหล่าวิญญาณไร้ลมหายใจพวกนี้ ถึงแม้วิญญาณตรงหน้าจะเป็นเด็กแต่ยังไง 'กฎก็คือกฎ' 

     "หยุดร้องซะ...เจ้าร้องไปเขาก็ไม่มีวันฟื้นขึ้นมาหรอก"

     ยมทูตหนุ่มกล่าวขึ้นด้วยน้ำเสียงทุ้มเข้มคล้ายกำลังออกคำสั่งจนเด็กสาวสะดุ้งเฮือกสุดตัวพร้อมรีบหันหลังกระเถิบถอยห่างออกมาจากเขาทันควัน

     "ทะท่านเป็นใคร"

     เด็กสาวเอ่ยด้วยน้ำเสียงสั่นระริกพร้อมสองเท้าเล็กถีบตัวถอยไปเรื่อยๆตามสัญชาตญาณ เรียวตาคมเรืองแสงสีม่วงอ่อนจ้องเธออยู่ครู่หนึ่งก่อนริมฝีปากหยักลึกจะพูดตอบกลับไปตามความเป็นจริงโดยไม่คิดปิดบังอะไรทั้งสิ้น

     "ข้าคือ เซฟิส ผู้ส่งสาสน์แห่งเอลิเซียม ข้ามาที่นี่ก็เพื่อมารับดวงวิญญาณอย่างพวกเจ้ากลับไปเพื่อเตรียมตัวรับการตัดสินพิพากษายังนรก แค่นี้เจ้าคงพอใจนะ"

     'เซฟิส'กล่าวจบพร้อมมือขวายื่นออกไปข้างหน้า ทันใดนั้นก็ปรากฏหอกรูปร่างประหลาดขึ้นมากลางอากาศผ่านละอองหมอกสีขาวคล้ำซึ่งถูกล้อมรอบด้วยเส้นสายสีม่วงอ่อนก่อนที่มันจะหายไป มือหยาบกำด้ามหอกพลางตวัดปลายคมลงจ่อไปยังเด็กสาวเบื้องหน้า ดวงวิญญาณตัวน้อยสะดุ้งตัวสั่นทันทีเมื่อเห็นหอกคมหันมาจ่อตรงหน้า ยมทูตหนุ่มจ้องมองใบหน้าขาวซีดเพราะความตื่นตระหนกตกใจของเด็กน้อยด้วยดวงตาไร้แวว

     ตรงหน้าข้า...เป็นเพียงแค่วิญญาณที่ข้าต้องวิ่งตามเก็บ...ไม่มีค่าอะไรนอกจากเศษซากของจิตใจที่ยังยึดติดอยู่กับโลก

     เซฟิสคิดพร้อมมือข้างที่จับด้ามหอกก็เสือกแทงพรวดเข้าใส่เธอทันที เด็กสาวกรีดร้องสุดเสียงด้วยความกลัวเมื่อปลายหอกกำลังจะแทงทะลุลูกตากลมโตของเธออยู่แล้ว แต่ทว่า ก่อนที่หอกมรณะด้ามนั้นจะแทงทะลุศีรษะของเด็กสาว มันกลับหยุดชะงักลงทันควันด้วยฝ่ามือของยมทูตอีกตน ซึ่งเมื่อเขาเงยขึ้นมองหน้าอีกฝ่ายเรียวคิ้วคมก็พลันขมวดแน่นตามอัตโนมัติเมื่อเห็นใบหน้าของผู้มาเยือนรายใหม่

     "เฮ้ พูดดีๆกันก็ได้ไม่เห็นต้องลงไม้ลงมือกันเลยนี่มันเด็กผู้หญิงนะ"

     'นาครอท'เอ่ยพร้อมกำหอกคู่ใจของเซฟิสลงต่ำเพื่อเปลี่ยนให้ตำแหน่งของด้านคมทิ้งดิ่งสู่พื้นดิน

     "ข้าไม่เหมือนเจ้านาครอท สำหรับข้าพวกนี้มันก็แค่วิญญาณที่ต้องคอยตามเก็บกวาดอย่างไม่มีที่สิ้นสุด จะเป็นเด็ก ผู้ใหญ่หรือคนแก่ สำหรับข้ามันก็เหมือนๆกันมีสถานภาพเท่าเทียมกันหมดไม่มีต่ำสูงหรืออะไรทั้งนั้น"

     เซฟิสกล่าวพร้อมสะบัดหอกออกจากมือของอีกฝ่ายอย่างกับสะบัดเชื่อโรคชนิดหนึ่งออกจากหอก 
นาครอทส่ายหน้าน้อยๆให้กับนิสัยที่ชอบเหมารวมเหล่าดวงวิญญาณทั้งหมดเป็นเพียงแค่สิ่งไร้ค่า ทั้งๆที่มันก็มีจำแนกทั้งพวกดีและไม่ดีอยู่แท้ๆ

     "เด็กนี่ข้าจะพาไปส่งเอง เจ้าน่ะไปทางนู้นเลยไป"

     นาครอทว่าพร้อมชี้คางไปยังทิศตะวันตกซึ่งนั่นก็เป็นทิศทางที่เขาใช้เดินผ่านมาพอดี แถวนั้นเขาพบศพคนตายนอนเกลื่อนกลาดอย่างกะใบไม้ร่วงถ้าเป็นที่นั่นเซฟิสก็คงวิ่งเกี่ยวคอลากวิญญาณคลูดพื้นลูกรังแสนขรุขระได้สนุกล่ะ เมื่อเห็นว่าเซฟิสหันไปสนใจทางทิศตะวันตกปุ๊บนาครอทก็หันมาลดตัวลงนั่งชันเข่าอยู่เบื้องหน้าเด็กสาวเพื่อที่จะได้ปลอบขวัญเรียกกำลังใจให้เธอหลังจากที่เธอต้องเผชิญกับเรื่องเสียวไส้เสียวพุงเมื่อสักครู่ขึ้นมาได้บ้าง แต่พอพูดปลอบไปได้สักพักเจ้าคนตนเหตุก็พูดพรวดขึ้นมาอีกรอบ จนนาครอทชักจะเริ่มปวดขมับขึ้นมานิดๆแล้วสิ...

     "ไม่เห็นต้องมีพิธีรีตองอะไรให้มากเลยนี่ แค่จับๆส่งไปก็สิ้นเรื่อง"

     "ข้าว่าข้าบอกเจ้าไปแล้วนะว่าเด็กนี่ข้าจะจัดการเอง"

     นาครอทเอ่ยเสียงทุ้มพร้อมสองมือค่อยๆประคองเอวเล็กให้ลุกขึ้นยืนโดยไม่ลืมปัดฝุ่นที่เปื้อนอยู่ตามตัวเธอออกให้ด้วยเป็นการทิ้งท้ายก่อนจะจูงมือเด็กสาวเดินหายลับไปจากพื้นที่ท่ามกลางหมอกเมฆสีขุ่นทันทีเพื่อที่เขาจะได้ไม่ต้องมายืนเถียงกับเซฟิสเกี่ยวกับเรื่องนี้อีกเป็นยกที่สอง

     เซฟิสยืนมองทางที่เพื่อนตนเองเดินหายไปอยู่ชั่วครู่ก่อนดวงหน้าหล่อจะหันกลับไปยังทิศตะวันตกตามเดิม รีบลากลงนรกดีกว่าจะได้กลับไปพักเร็วๆ เขาคิดพร้อมสองขาย่างก้าวตรงไปตามเส้นทางที่กว้างโล่ง

     ตลอดทางที่เซฟิสเดินไป เขาเจอแต่ซากศพนับร้อยที่นอนตายเกลื่อนกลาดทั่วพื้นดิน บางจุดก็นอนเกยกันจนสูงเกือบถึงช่วงเอวของเขา บางกองก็เจิงนองไปด้วยเลือดสีแดงข้น ลำธารข้างเคียงถูกชโลมด้วยเลือดของชาวบ้านเป็นจำนวนมากจนลำธารทั้งสายกลายเป็นสีแดงฉานพร้อมเครื่องในที่ลอยปะปนมาเป็นของแถมสุดพิเศษ ดีไม่ดีก็มีชิ้นส่วนร่างกายมนุษย์ที่ถูกหั่นออกเป็นชิ้นเล็กชิ้นน้อยลอยตามน้ำติดมาด้วยเป็นพวงใหญ่ๆชวนให้รู้สึกปั่นป่วนในกระเพาะอาหารมากขึ้นไปอีกเป็นเท่าตัว...สำหรับมนุษย์อ่ะนะ

     ซึ่งแน่นอนที่ไหนมีคนตายเยอะ ที่นั่นก็ต้องมีดวงวิญญาณวนเวียนอยู่รอบบริเวณที่ตัวเองตายเป็นเรื่องธรรมดา แต่ที่เพิ่มมาก็คือตอนนี้กำลังมีปีศาจชั้นต่ำตัวสองตัวที่มีลักษณะเป็นกลุ่มก้อนเนื้อมีขวันสีดำคล้ำห่อหุ้มทั่วร่างและมีปากกว้างเท่ากะละมังประดับเขี้ยวฟันปลากำลังอ้าปากไล่ดูดกลืนวิญญาณโดยรอบอย่างเอร็ดอร่อย

     เมื่อยมทูตหนุ่มเห็นเจ้าตัวนี้ปุ๊บสองขาก็พลันหยุดกึกพร้อมยืนเบะปากตามอัตโนมัติทันทีเมื่อเจอเรื่องไม่สบอารมณ์

     ไอ้ตัวพวกนี้อีกแล้วเรอะ? เซฟิสสบถในใจพร้อมยกมือข้างหนึ่งขึ้นเกาท้ายทอยอย่างอารมณ์เสีย หรือที่นาครอทบอกให้เขามาที่นี่ก็เพื่อจะให้ช่วยกำจัดให้ตัวน่ารำคาญพวกนี้ให้ด้วยเลยในขณะที่เจ้าตัวพาดวงวิญญาณเด็กสาวไปส่ง เจ้าเล่ห์นักนะ นาครอท!

     ในขณะที่เซฟิสเกาหัวพลางหลุบเปลือกตาลงต่ำเพื่อกล่อมอารมณ์ที่กำลังคุกรุ่นอยู่ใต้อกอย่างเอาเป็นเอาตายอยู่นั้น เจ้าก้อนเนื้อสีดำมะเมื่อมทั้งสองก็พลันหันมาเห็นยมทูตหนุ่มเข้าพอดิบพอดี เมื่อกินวิญญาณแถวนั้นจนเกลี้ยงมันจึงเปลี่ยนเป้าหมายมาพุ่งเข้าใส่เขาแทนทันทีราวจรวดมิสไซล์พร้อมปากกว้างอ้าออกจนเผยให้เห็นฟันคมนับร้อยซี่อัดแน่นอยู่เต็มปาก

     ทว่าก่อนที่ฟันคมเหล่านั้นจะทันได้ฝังมิดลงบนร่างของเซฟิส ฉับพลันร่างกลมๆของมันก็โดนหอกยาวแทงพรวดเข้าไปในปากจนทะลุออกด้านหลังพร้อมเลือดสีแดงสดพลันกระฉูดออกมาตามรอยแผลฉกรรจ์ราวก๊อกน้ำแตก เมื่อเห็นพวกโดนทำร้ายเจ้าก้อนกลมอีกตัวจึงพุ่งอ้อมไปทางด้านหลังของเซฟิสเพื่อหมายจะงับศีรษะทุยให้หายไปจากบ่ากว้างซะ แต่ทว่าแผนลอบทำร้ายของมันกลับเป็นต้นเหตุทำให้ตัวมันต้องโดนหอกยาวอีกด้ามของยมทูตหนุ่มตวัดฟาดกลับหลังจนร่างกลมถูกผ่าแยกออกเป็นสองท่อนเสียแทน

     เลือดสีแดงไหลทะลักอาบใบหน้าหล่อไปครึ่งซีกพร้อมกลิ่นเหม็นเน่าสุดจะบรรยายออกมาเป็นคำพูดก็พลันฟุ้งกระจายอบอวลไปทั่วอากาศ กลิ่นฉุนแสบคอแล่นปรี๊ดขึ้นโสตประสาทอย่างรวดเร็วจนดวงหน้าคมถึงกับเผลอนิ่วหน้าพร้อมรีบยกแขนขึ้นปิดจมูกพัลวัน เพราะแบบนี้ไง เขาถึงได้เกลียจไอ้ตัวพวกนี้เข้าไส้นักเลือดเหม็นอย่างกะมีซากหนูตายนับสิบตัวและโดนจับยัดหมักเลือดหมกกลิ่นมาเป็นปีๆอย่างไรอย่างนั้น

     "เสร็จตรงนี้เมื่อไร...เจ้าเตรียมตัวล้างคอรอข้าได้เลย นาครอท!"

     เซฟิสเค้นเสียงผ่านไรฟันพร้อมสองแขนเหวี่ยงสะบัดไล่คราบเลือดออกจากหอกคู่ใจ ก่อนสองขายาวจะจ้ำอ้าวตรงไปตามทางเดินที่ถูกประดับตกแต่งไปด้วยศพคนตาย...นับสิบนับพันร่าง...


_____^.To be continued.^_____

Hello!! ก็จบกันไปแล้วกับบทแรกของฟิคเรื่องนี้นะครับ ในบทนี้ไรท์ตัดสินใจเลือกเขียนในมุมมองชีวิตของเซฟิสแบบย่อๆ ส่วนบทต่อไป...ขอไม่สปอยดีกว่าเดี๋ยวไม่หนุก555+(โดนเหล่านักอ่านกระทืบตาย) ยังไงก็ขอบคุณนะครับที่อุตส่าห์แวะเข้ามาอ่านฟิคนี้ของกระผม ถ้าเขียนไม่สนุกหรือมีคำผิดยังไงก็ขออถัยมา ณ ที่นี้ด้วยนะครับ รักผู้อ่านมากนะครับ!
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 31 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

125 ความคิดเห็น

  1. #68 Sendou Nunny (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 10 สิงหาคม 2560 / 13:54
    นาครอทเจ้าเล่ห์อ้ะ
    #68
    0
  2. #10 คิวิวิวิวิว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 1 กรกฎาคม 2560 / 11:23
    ภาษาดีมากเลยค่าาาาา แต่งต่อเร็วๆนะค้าา
    #10
    0
  3. #9 รุงงง งง (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2560 / 10:22
    กำลังรออยู่นะค้าาาา>< รีบมาต่อนเาาาา
    #9
    0
  4. #8 prewmine33 (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 17:44
    อย่าทำร้ายนาครอทเรานะ-///-
    แต่งดีงามมากค่า ติดตามเลยยย
    #8
    0
  5. #7 ลิงน้อยที่หาที่แจว (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 28 มิถุนายน 2560 / 15:30
    อุ้ย ศัพท์สวยอ่ะเตง ถึงจะมีพิมพ์ผิดบ้าง แต่งานดีย์อ่ะะะะะะะะะ ติดตามนะคะะะะะะ
    #7
    0
  6. #6 Rrr (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 27 มิถุนายน 2560 / 20:47
    สนุกมากๆเลยค่าาา>< รีบๆมาต่อนะค้าาาา
    #6
    0
  7. #5 BlazingTempest (จากตอนที่ 1)
    วันที่ 24 มิถุนายน 2560 / 18:51
    แต่งเพิ่มค่ะ please! มันฟินเกินบรรยาย
    #5
    0