ข้าเป็นแค่เด็กรับใช้

ตอนที่ 20 : ตอนที่ 16 วางแผนเพื่ออนาคต

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 39
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    13 ต.ค. 63

ตอนที่ 16 วางแผนเพื่ออนาคต

เช้าวันใหม่ที่ควรจะทำให้คุณหนูซูหมี่ควรสดใส แต่ตอนนี้นั่งคิ้วขมวดผู้เป็นปมที่โต๊ะเครื่องเขียนโดยมีเสี่ยวเมายื่นอยู่ข้างกายฝนหมึก ส่วนองค์รักษ์มู่เทียนนอนเหยียดยาวข้างหน้าต่างพลางกอดกระบี่หลับตาพริ้ม

“เทียนเทียนข้าควรทำอย่างไรดี” แม้จะเรียกชื่อเจ้าตัวกลับไม่ขานตอบ เขารู้ดีว่าคุณหนูเพียงต้องการจะใช้ความคิดจึงเรียกเชื่อตนไปงั้น

….ข้าจะทำอย่างไรดี เรื่องการเรียนพื้นฐานทั่วไปพอจะทำใจได้ให้เรียนกับข้าในจวน แต่จะต่างอะไรกับคุณหนูบ้านอื่น

...ไม่ๆ เสี่ยวเมาต้องงามล้มเมือง ต้องหาอาจารย์

/อาจารย์ที่จะสอนความงามของชาย ยากจริงๆ เลย คุณหนูซูหมี่นั่งทึ้งผมของตัวเอง/

/อา.......จารย์ / สายตาของเขาเหลือบมองมู่เทียน พลันนึกบางเรื่องได้

"โอ้ย ทำไมข้าโง่แบบนี้" คุณหนูซูหมี่ทึงผมตัวเอาเบาๆ

/คำตอบก็อยู่ตรงหน้าข้าแล้วนี้ไง/

/ลี่หมิน/ สองคำที่ปรากฎในใจของนาง ทำไมถึงไม่นึกถึงอาจารย์ได้น๊า ลืมไปได้อย่างไรกัน

“อะแอ๊ม เทียนเทียน พี่รองสั่งห้ามเจ้าใช่หรือไม่”

“....” เงียบจากคู่สนทนา เหลือบมองมาเหมือนกำลังตอบว่า ท่านก็รู้อยู่แล้วจะถามทำไม

“เทียนเทียนเอาจดหมายนี้ไปให้องค์ชายเก้า” มู่เทียนขยับกายหินผาของตนเองลุกขึ้น เดินมาคว้าจดหมายบนโต๊ะ 

“อย่าลืมรอรับของกลับมาด้วย” เขาพยักหน้าแล้วกระโดดออกหายลับไปทางหน้าต่าง

เสี่ยวเมามองตามวรยุทธเลิศล้ำนั้นด้วยความทึ่ง

เขาอยากมีกล้ามเนื้อ ตัวใหญ่โตแบบท่านมู่เทียนบ้างจัง แต่กินอย่างไรก็ไม่เคยตัวใหญ่ขึ้นเลย


 

สองบ่าวสาวเดินเข้ามาตามคุณหนูของจวนให้รับสำรับเช้า

“คุณหนูตั้งสำรับเรียบร้อยแล้วเจ้าค่ะ” เสี่ยวเนียวเดินเข้ามายิ้มแป้นให้เจ้านาย

“อืม” คุณหนูสี่วางพู่กันลงอย่างเบามือ พละออกจากเก้าอี้ที่นั่งมานานตั้งแต่เช้า นั่งลงที่โต๊ะอาหาร เสี่ยวซุ่งชู่กับเสี่ยวเนียวจึงนั่งลงยังเก้าอี้ที่เหลือ

“นั่งสิเสี่ยวเมา ยืนอยู่ทำไม”

“บะ...บ่าวไม่กล้า” เสียงละล่ำละลักของเจ้าตัวน้อยของเรือน ทำให้ทำให้นายบ่าวทั้งสามอดยิ้มขำไม่ได้

“ในเรือนนี้เราเหมือนพี่น้องกัน พอออกนอกเรือนค่อยเป็นนายบ่าว”

เสี่ยวเมาคิดในใจ มีแบบนี้กันที่ไหนเนี่ย บรรดาคุณหนูทั้งหลายส่วนใหญ่จำต้องแสดงอำนาจของตนในเรือน แบ่งนายบ่าวชัดเจน แต่คุณหนูกลับให้แสดงการเป็นนายบ่าวนอกเรือน

“เสี่ยวเมานั่งลงเถอะ” เสี่ยวเนียวเรียกสติเสี่ยวเมาให้กลับมา

“ขะ..ขอรับ” เสี่ยวเมานั่งลงเก้าอี้ตัวตรงข้ามกับคุณหนู

“ตัวตรง ไม่งอไหล่” เสี่ยวเนียว พลางเอาไม้เล็กๆ ที่ไม่รู้พบมาจากไหนตีเข้าที่ไล่เล็กของเสี่ยวเมา เล่นเอาเจ้าตัวสะดุ้ง ยืนตัวตรง 

“เสี่ยวเมาต่อแต่นี้เรื่องมารยาท ท่วงท่าต่างๆ ซุ่งๆ จะเป็นคนควบคุม ส่วนเรื่องงานเรือนเนียวๆ จะเป็นคนดูแลเจ้า นอกเหนือจากที่อาจารย์สอนในแต่ละวัน”

“คุณหนูบ่าวว่า ไม่ควรนะขอรับ"

"สิง่ใดควรไม่ควร ข้าพิจารณาเองได้"

"ขะ...ขอรับ" คุณหนูดุใส่เขาอีกแล้ว

"เสี่ยวเมา เจ้าเลิกเกรงใจเถอะ ข้าอยากให้ พี่เสี่ยวซุ่งชู่กับพี่เสี่ยวเนียว ต่างก็ได้ร่ำเรียนเช่นกัน" คุณหนูอธิบายเพิ่มเติมออกมา เมื่อเห็นใบหน้าของคนที่ตนคิดว่าไม่ต่างจากน้องชายคนหนึ่ง

"เสี่ยวเมา หากเจ้าได้ร่ำเรียน ท่วงท่างดงาม ฉลากหลักแหลม ย่อมเป็นการดีกับคุณหนูใช่หรือไม่" เสี่ยวเนียวหันถามบ่าวคนเล็ก อธิบายด้วยเหตุผลอย่างให้เข้าใจง่าย

ใบหน้าเล็กๆนั้นพยักหน้าขึ้นลงอย่างเข้าใจ

"ข้าจะตั้งใจเรียนขอรับคุณหนู" 

"ดี" รอยยิ้มเจ้าเล่ห์นั้นปรากฎขึ้นบนใบหน้าของคุณหนูอีกครั้ง 

“ส่วนเรื่องที่ต้องเรียนเพิ่มเติมนั้นจะเป็นช่วงบ่ายๆ ของวัน อีกเจ็ดวันจึงจะได้เริ่ม”

“ขอรับ” เสียงขานรับเบาๆ ของเด็กน้อย

ทุกคนต่างเริ่มลงมือรับประทานอาหาร โดยมีเสี่ยวซุ่งชู่คอยใช้ไม้เล็กๆนั้นตี และบอกจุดบกพร่อง แต่เป็นมืออาการที่สร้างเสียงคร่ำครวนในใจของเสี่ยวเมาดังก้อง “มื้ออาหารนี้มันนรกบนดิน”


 

เมื่อเข้าช่วงบ่าย เสี่ยวเมาจึงมีเวลาว่าง เพราะไม่อาจเข้าร่วมชมการเดินหมากของคุณหนูกับนายท่านได้ เขาจึงเดินเตร็ดเตร่ เดินชมนกชมไม่ในจวนอย่างเพลิดเพลิน เดินเพลินเข้าเขตของป่าไผ่ที่อยู่ทางตะวันตกของจวน 

ป่าไผ่นี้ เย็นสบาย สงบ ทั้งยังมีชิงช้าแขวนไว้ เสี่ยวเมาวิ่งเข้าไปเล่นชิงช้านั้นอย่างสนุกสนานเพียงผู้เดียว หัวเราะคิกคักสดใส ชีวิตที่ผ่านมาของตนต่างต้องอยู่ในกรง โดนฝึกให้ต้องแก่งแย้งอาหารและทรัพย์สินของผู้อื่น ซึ่งแน่นอนที่เขารอดชีวิตมาได้เพราะเป็นคนเงียบและหลีกเลี่ยงการมีปัญหา

"เสี่ยวเมา" เสียงเรียกจากด้านหลัง ทำให้ร่างเล็กนั้นปล่อยมือออกจากสายเชือกขึงชิงช้า ร่างเล็กนั้นถูกเหวี่ยงออกจากกระดานไม้ ลอยขว้าง หลับตาแน่นรับความเจ็บปวด

ดวงตาค่อยๆเปิดออกเมื่อเห็นว่าไม่ไมีความเจ็บปวดใดๆ

"เจ้าบาดเจ็บรึเปล่า" เสียงกระซิบข้างหู ดวงตาจับจ้องดวงตาของอีกฝ่ายอย่างใกล้ชิดในอ้อมแขนแข็งแกร่ง ใบหูเล็กๆของเสี่ยวเมานั้นขึ้นสีแดงอย่างไม่อาจหลบเลี่ยงลมหายใจที่รดหูเล็กๆ

"บ...บ่าว บ่าวไม่เป็นอะไรขอรับ" วงแขนนั้นค่อยๆวางร่างของเขาลงอย่างนุ่มนวน

"ขอบคุณคุณชายขอรับ" 

"เจ้าควรเรียกข้าว่า พี่จางหย่ง นะ" 

"มิกล้า บ่าวมิอาจขอรับ" เสี่ยวเมาก้มมองพื้นดินไม่อาจสู้สายตาของคนตรงหน้า

"ทำไมเจ้าถึงเดินมาเล่นถึงที่นี้"

"คุณหนูไปเดินหมายกับนายท่านขอรับ บ่างจึงมีเวลาว่างในครึ่งบ่ายนี้ขอรับ"

"นั้นสินะ ออกไปเที่ยวเป็นเพื่อนข้าดีกว่า" มือหน้านั้นคว้าจับอย่างอุกอาจ จูงเด็กน้อยออกเที่ยวเล่นในตลอด

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น