ข้าเป็นแค่เด็กรับใช้

ตอนที่ 19 : ขัดศรีฉวีวรรณบทที่ 15 ขัดศรีฉวีวรรณ

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 42
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 2 ครั้ง
    12 ต.ค. 63

ขัดศรีฉวีวรรณบทที่ 15 ขัดศรีฉวีวรรณ
 

ซูหมี่เดินกลับเข้าเรือนกระจ่างฟ้าของตน พลันได้ยินเสียร้องโวยวายออกมาทางห้องอาบน้ำ

“ปล่อยข้า ปล่อยข้าเถอะขอรับ ขอร้องปล่อยข้า ปะ..ปล่อย” เสียงเสี่ยวเมารองโวยวาย 
 

ซูหมี่รีบเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นเล๋นเอาเจ้าของเรือนขำเสียงดัง 
 

เพราะอะไรนะหรอ 
 

เด็กชายวันแปดหนาวนั่งในอ่างไม้ขนาดใหญ่ที่กำลังต่อสู้กับบ่าวสองคนของตนที่พยายามจับขัดศรีฉวีวรรณเจ้าแมวน้อย 
 

แม้เสี่ยวเมาจะยังเล็กแต่ก็พอทราบเรื่องชายหญิงบ้างแล้ว เล่นเอาเจ้าตัวหน้าแดงตัวแดงยิ่งทำให้บ่าวสองคนอยากแก้งเจ้าตัวเข้าไปอีก

“ข้ากลับมาแล้ว” ซูหมี่เห็นภาพแล้วสงสารจึงกล่าวขึ้นเพื่อระงับการแหย่เด็กน้อยเล่น บ่าวหญิงทั้งสองจับจูงเสี่ยวเมาขึ้นจากน้ำ จับแต่งกายด้วยชุดผ้าเนื้อดี แม้จะเก่า แต่ชุดมันเป็นชุดสตรีสูงศักดิ์ ทำให้เจ้าแมวน้อยถึงกับหน้าแดง

“ว้าว คุณหนู เสี่ยวเมาน่ารักมากเจ้าค่ะ” เสี่ยวเนียวหันมากล่าวกับคุณหนูแม้มือจะยังไม่ละออกจากการสางเส้นผมของเสี่ยวเมา

“ไหนข้าดูหน่อยสิ” ซูหมีใช้ปลายนิ้วเล็กจับปลายคางเล็กๆ นั้นเงยขึ้น เอียงซ้ายทีขวาทีเพื่อพิจารณา 
 

สักครู่คุณหนูของเรือนจึงปล่อยใบหน้าเล็กนั้น รอยยิ้มแปลกที่ฉายชัดว่าทั้งถูกใจ ทั้งเจ้าเล่ เล่นเอาเสี่ยวเมาหนาวๆ อย่างไรชอบกล

“คุณหนู บ่าวว่าแบบนี้ไม่ดีนะขอรับ” 
 

เสี่ยวเมาหันมองพิจารณาตนในกระจกที่ทำจากทองเหลืองขัดมัน ตอนนี้อารมณ์หลากหลายตีผสมปนเปไม่หมดแล้ว 
 

แมวน้อยเมาเมาทำหน้ากระอักกระอวน ร่างกายของตนนั้นเป็นชาย แต่ถูกกับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ดีๆ ของคุณหนู ผ้าผืนลื่นนุ่มและสะอาดนั้นเขาชอบ
 

แต่เป็นชุดของเด็กผู้หญิงเนี่ยสิ และยิ่งเมื่อแต่งกับร่างกายตนเองแล้วยิ่งดูไม่ออกว่าจะหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิงแบบนี้

“หมุนตัวสิ” ซู่หมีจับหัวไหล่ของเสี่ยวเมาให้ลูกขึ้นพลางสั่ง

“ผิวขาวๆ ปากกระจับสีชมพู รูปร่างผอมบาง อ้อนแอ่นอรชรแบบนี้ ตำแหน่งงามล้มเมืองจะหนีไปไหนได้”

“เจ้ากระรอกพรุ่งนี้ ให้ช่างฝีมือมาวาดรูป”

“เสี่ยวเมาต่อแต่นี้ไป เจ้าเป็นของข้า ถ้าข้าบอกว่าดี มันย่อมต้องดีต่อเจ้าแน่นอน” คุณหนูวัยสิบหนาวยืดตัวขึ้นเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กน้อย

“ขะ...ขอรับ บ่าวจะทำตามที่ท่านหญิงสอนสั่ง”

“ดี ดี วันนี้เป็นวันดี เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เอาห้องรับแขกของเรือนข้านี้แหละให้เจ้าอยู่”

“ท่านหญิง บ่าวว่าแบบนี้ไม่ดีนะขอรับ” เสี่ยวเมาพยายามเถียง เมื่อตนเป็นเด็กเข้ามาใหม่ ไหนเลยจะได้อยู่สุขสบายกว่าบ่าวคนอื่นๆ

“ข้าพึ่งพูดว่าอย่างไรเหอะ เสี่ยวเมา”

“ขะขอรับ”

“ไปๆ แยกย้าย เราจะนอนแล้วไปๆ ออกไป” เมื่อคุณหนูขับไล่บ่าวทั้งสามของตนออกจากห้องไป ก็ได้เวลาปฏิบัติการตรวจสอบแผนการอีกครั้งก่อนนอน

 

ข้าจะเป็นแม่(สื่อ)คนต้องเตรียมพร้อมดันลูกคนนี้เสียก่อน

เมื่อได้ตัวเสี่ยวมาแล้ว ข้ายังไม่เคยตรวจสอบเลย ไหนจะเรื่องมารยาท จริตจะก้านที่ต้องเตรียมไว้ แล้วยิ่งสายตาของพี่รองนั้นยิ่งทำให้ข้าหวันเกรงเสียจริง 

จะให้ไปอยู่ที่สถานเริงรมณ์แบบนั้น ข้ามองอย่างไรก็ไม่แคลวอิหรอบเดิม

อยู่ข้างกายข้านี้แหละ อย่างน้อยจะได้แก้สถานการณ์ทันท่วงที แล้วไหนจะเรื่องการเมืองอีก ทั้งภายใน ภายนอก ข้าจะทำอย่างไรดี
 

เอาเป็นว่าต้องนอนก่อน ไม่นั้นผิวพรรณข้าจะแย่เอา 

คุณหนูเจ้าของเรือนดับไฟ และหลับลงทันทีเมื่อหัวถึงหมอน แต่การเคลื่อนไหวบางอย่างก็คลืบคลานเข้ามา เงาร่างสูงโปรดทอดยาวตามแสงจันทร์

มือเรียวยาวดั่งเล่มเทียน ปัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงให้ออกจากไปหน้า กระชับผ้าให้เข้าที่ เพื่อเจ้าเด็กขี้เซาที่นอนดิ้น หัวทาง ขาไปทางแบบนี้

เรียกร้อยยิ้มที่แสนอบอุ่น แต่ต้องหลบๆซ้อนๆเช่นนี้ทุกคืน 

อีกไม่เท่าไหร่ คุณหนูคนเล็กของตระกูลจะได้เข้าพิธีหมั้นหมายกับเขาแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของฤกษ์ดี ที่ฝ่ายหญิงยินยอม

เขาได้แต่นั่งจ้องมองใบหน้าเล็กๆนั้นหลับไหลกว่าครึ่งคืนจึงกระโจนออกจากเรือนกระจ่างจันทร์แห่งนี้
 

 

"นั้นใคร" เสียงของคุณชายรองที่มาเดินสำรวจเรือนของน้องสาวเรียกขึ้น เมื่อพบเงาตะคลุมๆ เขาวิ่งเข้าหาอย่างเต็มฝีเท้า 

"อึก" ไหล่เล็กที่เขาจับได้นั้นสะท้านขึ้น

"เสี่ยวเมา" เสียงเรียกชื่อของบ่าวคนใหม่ ทำให้ดวงตานั้นหันมาจ้องมองเขา

"เจ้าออกมาอะไรข้างนอก" เสียงของคุณชายรองถามขึ้น

"ขะ....ข้าได้ยินเสียงบางอย่างจึงออกมาดู" 

"อาจจะเป็นแมวขโมย เจ้าเข้าไปนอนเถอะ"

"ตะ...แต่" เสี่ยวเมาทำหน้าพิกล เขาเพียงอยากบอกว่าได้ยินเสียงคนวิ่งจึงออกมาดู

"ไม่ต้องห่วยหน้าห้องของซูหมี่มีมู่เทียนคอยเฝ้าอยู่ ไปข้าจะเดินไปส่ง"

"ขอบคุณคุณชาย แต่บ่าวกลับเองได้" เด็กน้อยหมุนตัวเร็วๆเดินมุดๆกลับเข้าห้องนอนของตน"

จางหย่งทำท่าจะเอื้อมมือคว้ามือเล็กๆนั้น แต่ก็ช้าเกินกว่าความคิดเสียแล้ว 

"น่ารัก" คนบ้าน้องสาวตัวน้อยบัดนี้ได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว เมื่อมองบ่าวน้อยในชุดของน้องสาวนั้นดูน่ารักกว่าเสียแล้ว 
 

/คงเพียงความเอ็ดดูเสียหละมั้ง /

จางหย่งเดินกลับห้องไป แต่ทุกสรรพสิ่งต่างอยู่ในครรลองสายตาขององครักษ์หนุ่มที่นอนเหยียดยาวบนต้นไม้บทที่ 15 ขัดศรีฉวีวรรณ
 

ซูหมี่เดินกลับเข้าเรือนกระจ่างฟ้าของตน พลันได้ยินเสียร้องโวยวายออกมาทางห้องอาบน้ำ

“ปล่อยข้า ปล่อยข้าเถอะขอรับ ขอร้องปล่อยข้า ปะ..ปล่อย” เสียงเสี่ยวเมารองโวยวาย 
 

ซูหมี่รีบเดินมาดูว่าเกิดอะไรขึ้น ภาพที่เห็นเล๋นเอาเจ้าของเรือนขำเสียงดัง 
 

เพราะอะไรนะหรอ 
 

เด็กชายวันแปดหนาวนั่งในอ่างไม้ขนาดใหญ่ที่กำลังต่อสู้กับบ่าวสองคนของตนที่พยายามจับขัดศรีฉวีวรรณเจ้าแมวน้อย 
 

แม้เสี่ยวเมาจะยังเล็กแต่ก็พอทราบเรื่องชายหญิงบ้างแล้ว เล่นเอาเจ้าตัวหน้าแดงตัวแดงยิ่งทำให้บ่าวสองคนอยากแก้งเจ้าตัวเข้าไปอีก

“ข้ากลับมาแล้ว” ซูหมี่เห็นภาพแล้วสงสารจึงกล่าวขึ้นเพื่อระงับการแหย่เด็กน้อยเล่น บ่าวหญิงทั้งสองจับจูงเสี่ยวเมาขึ้นจากน้ำ จับแต่งกายด้วยชุดผ้าเนื้อดี แม้จะเก่า แต่ชุดมันเป็นชุดสตรีสูงศักดิ์ ทำให้เจ้าแมวน้อยถึงกับหน้าแดง

“ว้าว คุณหนู เสี่ยวเมาน่ารักมากเจ้าค่ะ” เสี่ยวเนียวหันมากล่าวกับคุณหนูแม้มือจะยังไม่ละออกจากการสางเส้นผมของเสี่ยวเมา

“ไหนข้าดูหน่อยสิ” ซูหมีใช้ปลายนิ้วเล็กจับปลายคางเล็กๆ นั้นเงยขึ้น เอียงซ้ายทีขวาทีเพื่อพิจารณา 
 

สักครู่คุณหนูของเรือนจึงปล่อยใบหน้าเล็กนั้น รอยยิ้มแปลกที่ฉายชัดว่าทั้งถูกใจ ทั้งเจ้าเล่ เล่นเอาเสี่ยวเมาหนาวๆ อย่างไรชอบกล

“คุณหนู บ่าวว่าแบบนี้ไม่ดีนะขอรับ” 
 

เสี่ยวเมาหันมองพิจารณาตนในกระจกที่ทำจากทองเหลืองขัดมัน ตอนนี้อารมณ์หลากหลายตีผสมปนเปไม่หมดแล้ว 
 

แมวน้อยเมาเมาทำหน้ากระอักกระอวน ร่างกายของตนนั้นเป็นชาย แต่ถูกกับแต่งตัวด้วยเสื้อผ้าอาภรณ์ดีๆ ของคุณหนู ผ้าผืนลื่นนุ่มและสะอาดนั้นเขาชอบ
 

แต่เป็นชุดของเด็กผู้หญิงเนี่ยสิ และยิ่งเมื่อแต่งกับร่างกายตนเองแล้วยิ่งดูไม่ออกว่าจะหญิงก็ไม่ใช่ชายก็ไม่เชิงแบบนี้

“หมุนตัวสิ” ซู่หมีจับหัวไหล่ของเสี่ยวเมาให้ลูกขึ้นพลางสั่ง

“ผิวขาวๆ ปากกระจับสีชมพู รูปร่างผอมบาง อ้อนแอ่นอรชรแบบนี้ ตำแหน่งงามล้มเมืองจะหนีไปไหนได้”

“เจ้ากระรอกพรุ่งนี้ ให้ช่างฝีมือมาวาดรูป”

“เสี่ยวเมาต่อแต่นี้ไป เจ้าเป็นของข้า ถ้าข้าบอกว่าดี มันย่อมต้องดีต่อเจ้าแน่นอน” คุณหนูวัยสิบหนาวยืดตัวขึ้นเหมือนผู้ใหญ่สั่งสอนเด็กน้อย

“ขะ...ขอรับ บ่าวจะทำตามที่ท่านหญิงสอนสั่ง”

“ดี ดี วันนี้เป็นวันดี เจ้าไปพักผ่อนเถอะ เอาห้องรับแขกของเรือนข้านี้แหละให้เจ้าอยู่”

“ท่านหญิง บ่าวว่าแบบนี้ไม่ดีนะขอรับ” เสี่ยวเมาพยายามเถียง เมื่อตนเป็นเด็กเข้ามาใหม่ ไหนเลยจะได้อยู่สุขสบายกว่าบ่าวคนอื่นๆ

“ข้าพึ่งพูดว่าอย่างไรเหอะ เสี่ยวเมา”

“ขะขอรับ”

“ไปๆ แยกย้าย เราจะนอนแล้วไปๆ ออกไป” เมื่อคุณหนูขับไล่บ่าวทั้งสามของตนออกจากห้องไป ก็ได้เวลาปฏิบัติการตรวจสอบแผนการอีกครั้งก่อนนอน

 

ข้าจะเป็นแม่(สื่อ)คนต้องเตรียมพร้อมดันลูกคนนี้เสียก่อน

เมื่อได้ตัวเสี่ยวมาแล้ว ข้ายังไม่เคยตรวจสอบเลย ไหนจะเรื่องมารยาท จริตจะก้านที่ต้องเตรียมไว้ แล้วยิ่งสายตาของพี่รองนั้นยิ่งทำให้ข้าหวันเกรงเสียจริง 

จะให้ไปอยู่ที่สถานเริงรมณ์แบบนั้น ข้ามองอย่างไรก็ไม่แคลวอิหรอบเดิม

อยู่ข้างกายข้านี้แหละ อย่างน้อยจะได้แก้สถานการณ์ทันท่วงที แล้วไหนจะเรื่องการเมืองอีก ทั้งภายใน ภายนอก ข้าจะทำอย่างไรดี
 

เอาเป็นว่าต้องนอนก่อน ไม่นั้นผิวพรรณข้าจะแย่เอา 

คุณหนูเจ้าของเรือนดับไฟ และหลับลงทันทีเมื่อหัวถึงหมอน แต่การเคลื่อนไหวบางอย่างก็คลืบคลานเข้ามา เงาร่างสูงโปรดทอดยาวตามแสงจันทร์

มือเรียวยาวดั่งเล่มเทียน ปัดเส้นผมที่ยุ่งเหยิงให้ออกจากไปหน้า กระชับผ้าให้เข้าที่ เพื่อเจ้าเด็กขี้เซาที่นอนดิ้น หัวทาง ขาไปทางแบบนี้

เรียกร้อยยิ้มที่แสนอบอุ่น แต่ต้องหลบๆซ้อนๆเช่นนี้ทุกคืน 

อีกไม่เท่าไหร่ คุณหนูคนเล็กของตระกูลจะได้เข้าพิธีหมั้นหมายกับเขาแล้ว แต่ยังไม่มีวี่แววของฤกษ์ดี ที่ฝ่ายหญิงยินยอม

เขาได้แต่นั่งจ้องมองใบหน้าเล็กๆนั้นหลับไหลกว่าครึ่งคืนจึงกระโจนออกจากเรือนกระจ่างจันทร์แห่งนี้
 

 

"นั้นใคร" เสียงของคุณชายรองที่มาเดินสำรวจเรือนของน้องสาวเรียกขึ้น เมื่อพบเงาตะคลุมๆ เขาวิ่งเข้าหาอย่างเต็มฝีเท้า 

"อึก" ไหล่เล็กที่เขาจับได้นั้นสะท้านขึ้น

"เสี่ยวเมา" เสียงเรียกชื่อของบ่าวคนใหม่ ทำให้ดวงตานั้นหันมาจ้องมองเขา

"เจ้าออกมาอะไรข้างนอก" เสียงของคุณชายรองถามขึ้น

"ขะ....ข้าได้ยินเสียงบางอย่างจึงออกมาดู" 

"อาจจะเป็นแมวขโมย เจ้าเข้าไปนอนเถอะ"

"ตะ...แต่" เสี่ยวเมาทำหน้าพิกล เขาเพียงอยากบอกว่าได้ยินเสียงคนวิ่งจึงออกมาดู

"ไม่ต้องห่วยหน้าห้องของซูหมี่มีมู่เทียนคอยเฝ้าอยู่ ไปข้าจะเดินไปส่ง"

"ขอบคุณคุณชาย แต่บ่าวกลับเองได้" เด็กน้อยหมุนตัวเร็วๆเดินมุดๆกลับเข้าห้องนอนของตน"

จางหย่งทำท่าจะเอื้อมมือคว้ามือเล็กๆนั้น แต่ก็ช้าเกินกว่าความคิดเสียแล้ว 

"น่ารัก" คนบ้าน้องสาวตัวน้อยบัดนี้ได้เปลี่ยนไปเสียแล้ว เมื่อมองบ่าวน้อยในชุดของน้องสาวนั้นดูน่ารักกว่าเสียแล้ว 
 

/คงเพียงความเอ็ดดูเสียหละมั้ง /

จางหย่งเดินกลับห้องไป แต่ทุกสรรพสิ่งต่างอยู่ในครรลองสายตาขององครักษ์หนุ่มที่นอนเหยียดยาวบนต้นไม้

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 2 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น