ข้าเป็นแค่เด็กรับใช้

ตอนที่ 14 : บทที่ 11 เจรจาแลกเปลี่ยน (1)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 61
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 4 ครั้ง
    6 ต.ค. 63

บทที่ 11 เจรจาแลกเปลี่ยน (1)

ชายร่างใหญ่สูงประมาณแปดฉื่อ (184-194 ซ.ม.) ในเสื้อผ้าขาดรุ่งริ้ง ไม่ต่างจากขอทาน วางหีบผ้าลงกับพื้นอย่างถะนุถนอม

“ก๊อกๆ แอ๊ด” เสียงหีบผ้าถูกเปิดออก

“โอ้ย เมื่อยจริงๆ เลย” เมื่อหีบถูกเปิดออกเสียงโวยวายก็ดังขึ้น ชายร่างใหญ่นั้นค่อยๆ อุ้ม เด็กหญิงวัยสิบหนาวออกมาจากกล่องผ้า ผิวพรรณนุ่มละเอียด ทั้งหน้าตาจิ้มลิ้มนั้นคาดเดาได้ไม่ยากต้องเป็นลูกคุณหนูตระกูลใดสกุลหนึ่งแน่นอน แม้จะอยู่ในอาภรณ์โกโรโกโส่เหมือนขอทานน้อยๆ ก็ตาม

มู่เทียนยื่นผ้าเช็ดหน้าที่เลอะเขม่าถ่านมาให้เจ้านายของตน เพื่อทาลงบนหน้าในการอำพรางท่องเที่ยววันนี้

“ไม่น่าเลือกวิธีนี้เลยเทียนเทียน เมื่อยๆ ทั้งตัวเลย” เด็กหญิงหันไปบ่นกระบิดกระบอยกับชายร่างยักษ์ในชุดดำที่ยืนเงียบไร้ซุ่มเซียง พลางยิ่นกระบอกไม้ไผ่บรรจุน้ำผสมกระเทียมดานใน เพื่อช่วยให้กลิ่นเพื่อความแนบเนียน

“ข้าแหละเบื่อๆ จริงๆ เชียว เรื่องที่ไม่ควรหละหลวมก็หละหลวม เรื่องที่ไม่ควรก็เคร่งครัดกันจริงๆ เจ้าว่างั้นมั้ยเทียนเทียน”

“เจ้าอย่ามองข้าหน่ายๆ ขนาดนั้นสิเทียนเทียน เจ้าก็รู้ข้าเป็นท่านหญิงยอดคุณธรรม”

“ไป วันนี้ข้าจะไปด้านวัดร้าง ได้ข่าวว่าจะถูกจัดเป็นตลาดมืด ข้าจะไปดูเสียหน่อยว่ามันเป็นอย่างไร วันนี้เห็นองค์ชายเก้าส่งข่าวมาบอกว่ามีของน่าสนใจมาขายด้วย ไปเร็วเทียนเทียน” มู่เทียนอุ้มเจ้านายของตนเดินหลบหลีกผู้คนอย่างว่องไว ต่างจากสภาพรูปลักษณ์ภายนอกที่ดูใหญ่โตตลอดทาง

มู่เทียนเพยายามคิดในใจว่าเจ้านายท่านลืมหรืออย่างไรกลิ่นปากท่านมีแต่กลิ่นกระเทียม
 

 

มู่เทียนเดินอุ้มเจ้านายของตนเข้ามาในตลาดที่มีแต่การขายของผิดกฎหมาย ของหายาก บ่อนไพ่ บ่อนไก่ บ่อนสุนัข ละครเร่ รวมไปถึงทาสซึ่งเป็นของผิดกฎหมาย

แม้มู่เทียนจะแต่งกายเลือนแบบขอทานมาอย่างแน่เนียนก็ตาม แต่ท่าทางรูปร่างของเจ้าตัวกลับไม่ได้ถูกเปลี่ยนแปลงไปตามเสื้อผ้าด้วยเลย ทั้งร่างกายกำยำที่ทำให้หญิงสาวระแวกตลาดมืดนั้นจ่อประเมินราคากันตาเป็นวาว แม้มืออีกข้างจะอุ้มเด็กน้อยวัยสิบปีนั้นในอ้อมกอดด้วยก็ตามยิ่งเสริมเส้นเลือดและก้ามเนื้อที่แขนชัดเจนยิ่งขึ้น หญิงสาวหลายคนต่างเดินนำเงินทองมาใส่ในกะลาขอทานจะพูนแล้วพูนอีก โดยท่านหญิงซูหมี่นั้นเป็รผู้คอยเก็บเงินทองเหล่านั้นใส่ถุงสีดำมัดถุงให้แน่นและยื่นให้องค์รักษ์ของตนผูกติดกับตัวเหมือนแท่งเหล็กท่วงน้ำหนักไปพราง

“เจ้าควรเปลี่ยนอาชีพนะ ท่านขอทานกะลาทองคำ” ท่านหญิงซูหมี่เอยแซวขึ้น

 

“อ้าว เร่เข้ามาทุกท่านวันนี้มีของน่าสนใจมานำเสนอ เด็กชายที่เกิดจากมารดาที่เป็นผู้ชาย” ดวงตาของ

“สินค้าชิ้นนี้หายากยิ่ง ทั้งบริสุทธิ์ สวยงาม ปราศจากราคี.......”

พ่อค้างานประมูลพูดขายสินค้าชิ้นนี้พลางใช้ไม้ท่อนสั่นๆ ไล่ไปตามกรอบใบหน้าเล็กของเด็กชายวันเก้าหนาวนั้นที่ถูกบังคับให้ยืนอยู่กลางลานวัดล้างที่ถูกจัดขึ้นเหมือนเวที เหล่าผู้เข้าประมูลต่างยื่นมองตามขั้นบันไดของวัด ดวงตาสีน้ำตาลดั่งลูกกวางนั้นวาววับไปด้วยน้ำตานองหน้า ผิวขาวสะอาดสะอ้าน หากจับมาแต่งตัวต้องถูกเข้าใจว่าเป็นลูกผู้ดีมีเงินแน่ แม้ริมฝีปากกระจุมกระจิมสีชมพูนั้นจะแห้งแตกก็ตาม ความงดงามของเด็กน้อยกลับมิได้ลดลง

“เทียนเทียน ข้าถูกชะตากับเจ้าเด็กนั้น ข้าต้องการนำเขากลับไปด้วย” แววตาของท่านหญิงน้อยนั้นเปร่งประกายเหมือนดวงดาวบนท้องฟ้า เล่นเอาองค์รักษ์ข้างกายได้แต่ลอบถอนหายใจ

/มาแล้วสินะ เมาเมาน้อยๆของแม่ ดีนะที่วันนี้ข้าให้พี่รองไปจัดการธุระเรื่องการฟอกเงินของขุนนางขั้นห้า ไม่นั้นเนื้อเรื่องคงกลับมาเหมือนเดิมเป็นแน่/

“เทียนเทียน ถ้าเอาเด็กนี้มาแต่งตัวหน่อยต้องงามล้มบ้านล้มเมืองแน่ๆ เลย” ท่านหญิงซู่หมี่ได้แต่กระซิบกระซาบสิ่งที่ตนเองคิดมาตลอดทาง กำเสื้อขององครักษ์ตนเองอย่างตื่นเต้น

“ขอเริ่มต้นที่หนึ่งพันตำลึงทอง” เสียงประกาศเริ่มประมูลดังขึ้น

“ห้าพันตำลึงทอง”

“หกพันตำลึงทอง”

“ข้าให้เจ็ดพันตำลึงทอง”

“แปดพัน”

“หนึ่งพันตำลึงทอง” เสียงตะโกนมาจากขอทานน้อย

“หนึ่งร้อยทองคำ!!!!!” เสียงตะโกนจากหนึ่งในฝูงชน เป็นสตรีร่างบางอ้อนแอ่น คาดเดาด้วยสายตาต้องเป็นหนึ่งในหญิงงามของแคว้นแน่นอน แม้เพียงเห็นแต่ผิวขาวเนียนที่พ้นออกจากเสื้อสีดำและผ้าปิดหน้าสีดำนั้นก็ตาม ทำให้ทุกคนต่างหันไปสนใจของสวยงามนั้นแทน

“อะแฮ่ม” เสียงกระแอมกระไอของหญิงงามชุดดำนั้น

“ร้อยทองคำ!!!!! ครั้งที่หนึ่ง ครั้งที่สอง ครั้งที่สาม” ท่านหญิงน้อยในอ้อมออก

“เทียนเทียนข้าจะทำยังไงดี ข้าจะทำยังไงดี” คุณหนูตระกูลซู่กระซิบร้อนอกร้อนใจที่พลาดสิ่งที่หมายปองไว้ นางไม่คิดว่าการประมูลทาสรวดเร็วขนาดนี้ 

นางยังไม่ทันได้ยกมือเลยแข่งสู้ราคาเลย ทั้งยังประมูลราคาหนึ่งร้อยทองคำเช่นนี้อีกมันแพงเกินนิยายไปหรือไม่นะ

“เชิญท่านหญิงรับสินค้าขอรับด้านในเลยขอรับ” คนประมูลเดินค้อมหลังอย่างเคารพเดินนำทางไปด้านหลัง ปิดฉากประมูลอย่างรวดเร็ว เพราะหากยืดเยื้อการต่อสู้ราคาของสองขอทานกับท่านหญิงย่อมเห็นแล้วว่าควรจะขายให้กับผู้ใด

“ส่งเจ้าเด็กน้อยนั้นมาให้ข้า” ชายร่างอ้วนกลมหัวล้านหื่นกามแม้จะใส่ผ้าปิดหน้าเอื้อมมือขว้าเด็กน้อย แต่ก่อนที่ปลายนิ้วมือจะสัมผัสโดนเสื้อผ้านั้น มีดเล่มเล็กก็ถูกแกว่งขวางระหว่างปลายนิ้วมือกับเสื้อผ้าของเด็กน้อย

“คนๆ นี้เป็นของข้า ท่านเศรษฐี” หญิงงามนั้นกล่าวเสียงเรียบกับท่านเศรษฐีที่หมายจะคว้าสินค้าประมูลที่ไม่ใช่ของตน เล่นเอาชายอ้วนหัวล้านเข่าอ่อน เพียงนิดเดียวนิ้วของเขาจะต้องถูกหั่นแน่ๆ

“เทียนเทียน แอบตามไปเร็วๆ เข้า ข้าอยากรู้ว่านางเป็นใคร” มู่เทียนเดินหลบซ้อนเร้นไปตามทางเดินตามหลังผู้ชนะประมูล

แม่นางคนนั้นเดินขึ้นรถม้าที่จอดเทียบในตรอกเล็กๆ ไม่ไกลจากวัดร้างมากนัก จนมาถึงหอจื่อเถิงหลัว แหล่งสถานเริงรมณ์ลำดับหนึ่งของคุณชายซูจางหย่งเป็นเจ้าของแบบลับๆ

/นี้ชะตาเมาเมาของข้าต้องกลับมาในสถานที่แห่งนี้รึไงกัน/

หญิงสาวจับจูงเด็กน้อยขึ้นไปด้านบนของหอเริงรมณ์ เด็กน้อยเดินตามอย่างตัวสั่น หากไม่เดินตามไปอาจจะเจอเรื่องที่เลวร้ายกว่าที่จะเจอหากไม่เดินตามขึ้นไปก็เป็นได้

“เทียนเทียนเข้าไป” ร่างใหญ่กระโจตามเข้ามายังห้องของแม่นาง ปรากฎร่างกลางห้องของนาง

หญิงสาวสั่งเด็กน้อยนั่งรอที่เบาะภายในห้องพัก ตนเองเดินไปนั่งหน้าโต๊ะเครื่องแป้ง ปลดผ้าคุมหน้าออก พลันปรากฎร่างของทั้งสองขอทานในห้องของตนเอง และปลดอาภรณ์สีดำที่ปกปิดร่างกายนั้น

“ว้าย!!!!”

“ขอโทษแม่น..า..ง....” เด็กหญิงขอทานถูกวางลงจากอ้อมแขนแกร่งกล่าวขออภัยเจ้าของห้อง เสียงขาดๆ หายๆ ของเด็กหญิงสกุลซู่ถึงกับตกตะลึง ผู้ชนะประมูลที่ตนคิดว่ายังไงต้องเป็นหญิงงามนางหนึ่งแน่ๆ กลับเป็นชายงามร่างบางนาม “ลี่หมิน” นายโลมชื่อระบือ เป็นหนึ่งไม่เป็นสองรอง

“มู่เทียนเจ้ากลับไปเอาเสื้อผ้ามาให้ข้าเปลี่นที่นี่” ซูหมี่หันมาสั่งมู่เทียนที่ยืนเยื้องด้านหลัง

“ท่านลี่หมิน ข้าอยากเจรจากับท่านอาจารย์” รอยยิ้มสดใสนั้นกลับมาอีกครั้ง เรียกลางร้ายมายังองค์รักษ์เสียจริง

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 4 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น