ข้าเป็นแค่เด็กรับใช้

ตอนที่ 11 : ตอน 9

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 77
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 6 ครั้ง
    5 ต.ค. 63

ตอนที่ 9 

เมื่อคุณหนูซูหมี่เดินทางกลับจากวังหลังในครานั้น ก็ได้ข่าวว่าฮ่องเต้ทรงหึงหวงพระสนมซูเฟยเป็นอันมาก และคงอีกไม่นานคงจะได้ข่าวดีไม่น้อย

/ก็เล่น เรียกองค์รักษ์เข้าเฝ้าบ่อยๆ แถมยังลุกขึ้นมาแต่งกายสวยงามอีก คนเป็นสามีคงคิดไปทางอื่นไม่ได้/ คุณหนูซูหมี่นั่งเหม่อมองด้านนอกห้องเรียน 
 

"คุณหนู" เสี่ยวเนียวกระตุกเรียก

"ท่านอาจารย์เรียก"

"อะ อ่ะ" เด็กน้อยหันมองอาจารย์ดวงตากลมโต

"ท่านอาจารย์ ท่านว่าอย่างไรนะเจ้าค่ะ"

"เฮ้ย เอาเป็นว่าวันนี้เลิกเรียนเพียงเท่านี้ก่อนนะเจ้าค่ะ"

"ขอบคุณท่านอาจารย์" เด็กน้อยโค้งคำนับก่อนออกเดินข้ามธรณีประตูทันทีเมื่อได้รับคำอนุญาต
 

/ใครจะเชื่อ สี่คุณธรรม สามคล้อย ตามก็เอาเถอะ ข้าไม่เชื่อหรอก/

 

 

"น้องเล็ก" 

"เด็กน้อยถึงกับเหลือบตามองบน ใครเรียกก็ได้แต่ต้องไม่ใช่เจ้าคนอัมหิตคนนี้ คุณชายรอง จางหย่ง แห่งตระกูลซู

"เจ้าค่ะ" ร่างเล็กคารวะอย่างไปที

"พี่อยากคุยกับเจ้า ใยเจ้าถึงในร้ายกับพี่ขนาดนี้"
 

"พี่รองท่านมีธุระอะไรกับข้า" ข้าถามไปอย่างเซ็งๆ อดหงุดหงิดไม่ได้นี้สิ ไอ้คนใจร้ายที่ทำให้เรื่องราวมันเลวร้ายคนนี้

"พี่จะพาเจ้าไปฟังดนตรี ข้าพึ่งได้นักดนตรีใหม่มา" 

"ท่านจะพาข้าไปที่ใด" 

"หอจื่อเถิงหลัว" คำตอบที่ทำเอาข้าขนลุกซู่ ในจิตนาการก็เห็นภาพเครื่องทรมาน กรงขังในคุกใต้ดินของสถานที่แห่งนั้น

"...." เหมือนคำตอบของพี่ชายเป็นสิ่งที่ควรพูดออกมาที่สุดในจวบแห่งนี้ ทำให้เจ้าตัวยิ้มแก่นๆให้น้องสาว จับด้านพัดขึ้นเคาะกับมืออย่างวางท่า แทนความเขินอาย

"....หากเจ้าไปชมดนตรีกับพี่ พี่จะให้เจ้า ห้าพันตำลึงทอง" 

จ้าให้ข้าก็ไม่ไป......หึ......ห้าพัน.....หากมันมากพอก็น่าสนใจ

"พี่รองโปรดรอหมี่เออสักครู่" เด็กน้อยทำความเคารพอยา่งงดงาม ย่อกายก่อนกลับไปยังห้องของตน

 

ร่างเล็กถูกพาขึ้นรถม้าไปยังหอจื่อเถิงหลัว จากประตูด้านหลังสถานเริงรมณ์แห่งนี้ เพราะคุณชายรองท่านนี้เป็นเจ้าของอย่างลับๆเหมือนดั่งในนิยายต้นฉบับ 

/ไม่คิดจะเปลี่ยนเลยสินะ/

เมื่อถูกพามายังห้องรับรอง มู่เทียนก็ปีนหน้าต่างออกไปนั่งรอด้านนอกทันที

"เจ้าว่าหน่วยก้านดีหรือไม่"  พี่ชายสะกิดเรียกน้องสาวที่ตอนนี้ตื่นตาตื่นใจกับการประดับตกแต่งของสถานที่

เด็กน้อยหันดวงตากลมโตนั้นจับจ้อง ร่างของหญิงสาว ไม่สิ นั้นมันผู้ชาย สวยงามจยไม่อาจละสายตาได้ มือเท้านั้นกลมกลึง และไหนจะปั้นท้ายหน้าตีนั้นอีก นี้อายุเพียง แม้จะเสื้อผ้าของนักดนตรี แต่ก็ไม่อาจปิดปังเสน่ห์อันเย้ายวนของร่างกายได้ นี้อายุเพียง สิบห้าหนาวเองใช่หรือไม่ ทำไมข้าอาจฉาขนาดนี้

ให้ตายเถอะ หากสวยงามขนาดนี้ คงไม่พ้น นายโลมที่ได้รับเลือกเข้าเป็นสนมขั้นหนึ่งของฮ่องเต้เป็นแน่

"เด็กคนนี้ชื่อลี่หมิน" 

/ตายๆ ดาวหายะดวงที่สองมาแล้ว/

"เริ่มบรรเลง" กู่ชินถูกวางลงอย่างงดงาม มือเรียวกรีดกราย บรรเลงเพลงสนุกสนาน รอยยิ้มมากเสน่ห์เผยให้เห็นเพียงเล็กน้อยน่าค้นหา

/นี้แค่เด็กฝึก ยังมากเสน่ห์ขนาดนี้ เอาวะ เอาเป็นเอา มีคำกล่าวที่ว่า จงเก็บมิตรไว้ใกล้ตัวแต่จงเก็บศัตรูไว้ใกล้ยิ่งกว่า/

"ท่านพี่ ข้าอยากให้ ท่านลี่หมินเป็นผู้สอนดนตรีให้ข้าได้หรือไม่เจ้าค่ะ" เด็กน้อยเข้ามาออดอ้อนพี่ชาย ส่งดวงตาวิงวอน
 

"แต่ แต่" พี่ชายทำท่าอึกอัก เมื่อน้องสาวต้องการสิ่งที่ยากจะเป็นได้

"ไม่มีแต่พี่รอง ข้าจะให้มู่เทียนมาส่งข้าทุกวันขึ้นสิบห้าค่ำ รับรองไม่มีใครเห็นหรือรู้แน่ว่าข้ามาที่นี่ น๊าท่านพี่" น้องสาวยื่นบอกกล่าวที่ยากจะปฏิเสธ และส่งสายตาหน้าสงสาร ทำให้เขาอย่างไรก็ต้องใจอ่อน พยักหน้ารับอย่างจนใจ
 

/เยี่ยม ต่อไปก็สถานที่/

"เจ้าบรรเลงได้ดีมาก" ซูหมี่ทำท่าทางเป็นผู้ใหญ่แข็งขันเกินวัยของเด็กน้อยเรียกรอยยิ้มเอ็นดูของทั้งสองในห้องรับรอง

"ตบรางวัล คริ คริ" พี่ชายทำหน้าที่ยื่นถุงเงินใส่มือน้องสาวที่ยื่นมาตรงหน้าอย่างเอือมละอา ทำท่าทางเป็นเศรษฐีหนุ่มมาชมดนตรีเสียอย่างนั้นน้องสาวข้า

 

"่ท่านพี่ ข้าอยากขอคำปรึกษา" คำพูดของน้องสาวคนเล็กบางครั้งก็ทำให้เขานั้นฉงนใจ บางครั้งก็เป็นผู้ใหญ่เกินตัว บางครั้งก็เล่นซุกซนจนเกินไป แต่อย่างไรก็น้องที่น่าสงสารของเขาโตเกินวัยคงไม่แปลกอะไร เพราะตั้งแต่คลอดนางซึ่งเป็นลูกหลงออกมา ท่านแม่ก็เสีย ไม่มีพี่น้องอายุไล่เลี่ยกันเป็นเพื่อเล่นอีก
 

"ข้าจะขายเครื่องแป้งผัดหน้า กับสีชาติทาปาก"

"เจ้าจะเล่นขายของรึ" ท่านพี่หันมองหน้าน้องสาว

"ไม่ข้าจริงจัง" ดวงตาแน่วแน่ถูกส่งมาให้พี่ชายถอดหายใจ 

"ได้ๆพี่จะช่วยเจ้า พี่จะให้เจ้าใช้ห้องด้านหน้าถนนปีกซ้ายด้านการค้า" ใบหน้าของน้องสาวส่ายไปมา

"ไม่ๆท่านพี่ ข้ามองไว้แล้ว อยากได้ห้องด้านในตรอกการค้าฝั่งตะวันออกของท่าน สองห้อง"

"ทำไมน้องถึงเลือกทำเลลึกขนาดนั้น" 

"ท่านพี่ หากอยู่ใกล้ถนน เหล่านางโลมละแวกนี้ก็จะซื้อหาได้ยากเพราะไม่ต้องการเดินออกไป หากแต่ข้าตั้งร้านละแวกนี้......" รอยยิ้มสดใสส่งมาให้พี่ชายคิดเอาเอง

"ได้ๆ เมื่อเจ้าต้องการ แล้วทำไมต้องสองห้องแหละ"

"ข้าอยากเปิดร้านตรวจบัญชี" 

"ตรวจบัญชี ซู่หมี่ เจ้าคิดอะไร มันไม่ใช่เรื่องง่ายๆเลยน้องเล็ก"

"ข้าคิดว่าหลายคนชอบทีจะมาสืบข่าวจากสถานที่แห่งนี้ เรื่องตรวจบัญชีก็น่าจะสะดวกมากกว่าจะให้ไปสถานที่โล่งแจ้ง"

"พี่ไม่ได้สนเรื่องสถานที่ แต่การตรวจบัญชีไม่ใชเรื่องง่ายๆ ไม่ใช่การเล่นของของ หากผิดพลาดอาจต้องขึ้นโรงขึ้นศาล เจ้าเข้าใจพี่ใช่ไหมน้องเล็ก" 

ใบหน้าเล็กนั้นพยักหน้างึกๆ

"ข้าทำได้ ท่านจะพิสูจน์ก็ได้" ใบหน้าของน้องสาวนั้นมุ่งมั่น

คนเป็นพี่หยิบบัญชีเล่มหนึ่งยื่นให้น้องสาว

"ซูหมี่ หากเจ้าตรวจผิด พี่จะไม่เปิดร้านตรวจเงินให้เจ้า เจ้าเข้าใจเงื่อนไขใช่หรือไม่" 

/เขาก็มีเหตุผลเหมือนกันนะ ธงหายนะ/

คุณหนูรับสมุดบัญชีเปิดอ่าน หยิบพู่กันจรดลงกระดาษเขียนยุกยิกเป็นนานจึงเสร็จ ส่งเล่มคัดลองให้เขาเปิดอ่าน

ดวงตาเรียวคมนั้นเบิกกว้างอย่างน่าอัศจรรย์ การแบ่งแยกหมวดหมู่ประเภท อ่านเข้าใจง่าย และกวาดตราสอบได้ง่าย แต่เสียอย่างเดียวเรื่องลายมือ 

/ข้าต้องให้น้องสาวฝึกเรื่องนี้ให้จงหนักเสียแล้ว/

"ได้ พี่จะให้คนเข้าไปตกแต่งร้านให้เจ้า และมีเสี่ยวเออดูแลร้านให้เจ้าด้วย"

"ท่านพี่ใจดีที่สุดเลย" เด็กน้อยกระโดดเข้ากอดพี่ชายอย่างดีใจ
 

"เอ๋ ท่านพี่"

"อะไรอีก เจ้าจะให้หมดเนื้อหมดตัวเลยรึยังไง" พี่ชายบีบจมูกอย่างหมั้นเขี้ยวน้องสาว ที่พอขอได้ก็ขอใหญ่

"ข้า ข้าอยากได้ห้องใต้ดิน" ใบหน้าของพี่ชายบึ้งตึง ห้องใต้ดินของที่นี้เป็นความลับ น้องสาวคนเล็กของเขาไม่น่าจะรู้เรื่องแบบนี้ได้ แต่ก็ลองถามก่อน เผื่อตนเข้าใจผิด
 

"ท่านพี่ ข้าอยากได้ห้องใต้ดิน" 

"พี่จะให้คนสร้างไว้เรือนหลังเล็กดีหรือไม่ เจ้าจะได้เอาไว้หลบหนีท่านพ่อได้" 

"ไม่ ข้าจะเอาไว้หมักสุราขาย ท่านข้าอยากให้อยู่ใกล้หูตาของท่านพี่ ท่านจะได้ดูแลกิจการของข้า แล้วก็ต้องกว้างมากพอ เพราะข้าจะขายเยอะมาก"

ความคิดเด็กของน้องสาวทำให้เขายิ้มออกมาได้ ในใจนึกประหวินว่าน้องสาวรู้ได้อย่างไรว่าที่นี้มีห้องใต้ดิน สถานที่นั้นแม้ไม่ได้ทำอะไรก็จริง แต่มิได้จดแจ้งทางการ ดังนั้นมันจึงเป็นความลับตลอดมา ทั้งช่องทางหลบหนีเผื่อเหตุสุดวิสัยจริงๆด้วย
 

แต่ในระหว่างที่พี่ชายคิดไตร่ตรอง ร่างเล็กของน้องสาวก็วิ่งหายไปเสียแล้ว

พอมารู้ตัวอีกที ก็เห็นเพียงหลังไวๆเมื่อครู่ เจ้าของอย่างเขาต้องคอยหลบหลีกผู้คนตามหลังน้องสาว

"หมี่เออ" เสียงตะหวาดดังเมื่อพบจุดหมายปลายทางที่น้องสาวมุดตัวเข้ามา

" ค่ะ" ดวงตากลมโตนั้นสะท้อนแสงในที่สลัว

"ข้าอยากจะตีเจ้าเสียจริง" 

"ท่านพี่ น้องจะเอาที่นี้หมักเหล้า" เด็กน้อยดวงตาเป็นประกายระยับเหมือนดาวพบฟ้า ทำให้พี่ชายอย่างเขากล้าขวางหรอ

/บางครั้งก็เหนื่อนนะ น้องสาวเป็นอัจฉริยะเข้าจริงๆ หลังจากป่วย/

 

 

----------

อีกตอนจะเจอเสี่ยวเมาตัวเป็นๆแล้วจ้า

ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 6 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

8 ความคิดเห็น