(nct) darker than black | taeten (hogwarts au)

ตอนที่ 4 : Stage 03 - Prince Without a Crown

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,043
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 125 ครั้ง
    10 ต.ค. 61

 


Stage 03

Prince Without a Crown

 

 

 

          พักหลังมานี้เทเนส เกรฟยาร์ดรู้สึกได้ว่ามีบางอย่างแปลกๆ มันมีบางสิ่งที่ไม่ชอบมาพากล โดยเฉพาะการที่สามสหายบ้านกริฟฟินดอร์อย่างฟรอสต์ มอนทรีเอล และอาร์ลิงตันคอยจับจ้องทุกการเคลื่อนไหวของเขา และมันทำให้เขารู้สึกอึดอัดเหมือนหายใจได้ไม่ทั่วท้อง สองคนหลังยังพอว่า..แต่คนแรกนี่ดูท่าจะอาการหนัก

 

          ในโลกมักเกิ้ลเขาเรียกว่าอะไรนะ?

 

          สตอล์กเกอร์..?

 

          เขารวบมีดกับส้อมไว้บนจานอย่างเรียบร้อย ใช้ผ้าเช็ดปากบนโต๊ะซับคราบน้ำฟักทองที่มุมปากอย่างบรรจง ความรู้สึกเหมือนกำลังถูกจับตามองก็ยังไม่หายไปไหน คิ้วเรียวขมวดมุ่น คนที่นั่งฝั่งตรงข้ามคือเจนนิเฟอร์ที่กำลังพยักเพยิดหน้าให้เขาหันกลับไปดูด้านหลัง แต่เขาก็ไม่ทำตาม..มือเรียวหยิบกระจกขึ้นมา ภายในกระจกแสดงภาพสะท้อนของสามสหายบ้านสิงโตที่กำลังจ้องเขาไม่วางตา

 

          และสาบานได้ว่ามันกำลังทำให้เขาหงุดหงิด

 

          “พวกเขาน่ารำคาญเป็นบ้า” เจนนิเฟอร์ชักสีหน้าอย่างไม่ชอบใจ และยิ่งหัวเสียไปอีกเมื่อนึกขึ้นได้ว่าวันนี้เป็นวันศุกร์..พวกเขามีเรียนวิชาปรุงยากับบ้านกริฟฟินดอร์ในภาคบ่าย

 

          ดูเหมือนว่าสายตาของพวกนั้นจะทำให้พวกเขาอึดอัดจนทานอะไรไม่ลงอีก ทั้งสามคนลุกขึ้นยืนก่อนเดินออกไปจากห้องโถงโดยไม่แม้แต่จะชายตาแลมองที่โต๊ะบ้านสิงโตด้วยซ้ำ สิ่งที่พวกเขาควรทำในตอนนี้คือไปหาที่นั่งสงบๆสำหรับพักผ่อนและทำรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ให้เสร็จเพื่อที่จะได้ไม่มีงานค้างให้ลำบากภายหลัง

 

          แต่..ให้ตายเถอะเมอร์ลิน แม้ว่ามอนทรีเอลกับอาร์ลิงตันจะไม่ได้เดินตามพวกเขามา แต่กับอีธาน ฟรอสต์มันไม่ใช่! ซีกเกอร์มือดีแห่งบ้านกริฟฟินดอร์เดินตามพวกเขาห่างๆมาตั้งแต่ตอนออกจากห้องโถง

 

          ถ้าไม่ติดว่าจูลิโอ้ห้ามไว้ เจนนิเฟอร์คงวิ่งไปหาเรื่องแวดๆใส่ตั้งแต่ตอนที่รู้ตัวว่าถูกเดินตามแล้ว!

 

          “เขาทำตัวเหมือนว่าง..มันชักจะทำให้ฉันรู้สึกหัวเสีย” หญิงสาวเพียงคนเดียวในกลุ่มกัดฟันกรอดก่อนเหลือบตามองการซ่อนตัวที่ไม่เนียนที่สุดเท่าที่เธอเคยเจอ หมอนั่นคิดว่าเสาต้นนั้นจะบดบังตัวเองได้รึไง! ดูมือที่โผล่ออกมานั่นสิ!

 

          “ฉันสงสัยว่าเขาตามเรามาทำไม” จูลิโอ้ว่าด้วยน้ำเสียงขบขัน นัยน์ตาสีน้ำทะเลของเขาเป็นประกายอยู่ชั่วครู่หนึ่ง และมันก็ทำให้เจนนิเฟอร์รู้สึกขนลุกไม่ใช่น้อย เธอเบียดเข้าไปชิดกับเทเนสก่อนจะมองเพื่อนชายผิวขาวด้วยความหวาดระแวง เห็นมีลุคแบบเจ้าชายแต่จริงๆแล้วจูลิโอ้ก็เป็นผู้ชายที่อันตรายคนหนึ่ง ไม่มีใครเดาความคิดของเขาออกแม้แต่เจนนิเฟอร์ที่เป็นเพื่อนกับเขามานาน

 

          โอ้..จริงๆแล้วอาจจะมีอยู่คนนึง

 

          “ไม่ว่านายจะวางแผนอะไรไว้ แต่ฉันคิดว่านายควรยกเลิกมัน” คนที่เงียบมานานพูดโดยไม่ได้หันไปสบตากับใครอีกคนในบทสนทนานี้ “เราไม่ควรทำให้เรื่องทุกอย่างมันวุ่นวายกว่าที่เป็นอยู่”

 

          “โธ่— เทเนส ฉันยังไม่ได้คิดอะไรเลย”

 

          ร่างเล็กกลอกตามองบน เอ่ยเสียงสูงขึ้นจมูก “อย่างนายไม่ได้คิดอะไรเลย? ขอทีเถอะ..เมอร์ลินคงอ้วกแตกที่ได้ยินแบบนั้น”

 

          ใบหน้าหล่อเหลาของผู้เป็นเจ้าของฉายาเจ้าชายแห่งสลิธีรินยิ้มเผล่ เหลือบมองคนที่ยังคงแอบตามมาแม้พวกเขาจะทิ้งตัวนั่งลงบนพื้นหญ้าใกล้ทะเลสาบแล้วก็ตาม เขาลอบหัวเราะในลำคอเล็กน้อย นัยน์ตาที่เคยทอประกายอบอุ่นอ่อนโยนตลอดเวลาเปลี่ยนเป็นสายตาคมกริบที่พร้อมทิ่มแทงทุกคนที่ตนไม่พอใจ

 

          “เห็นยังงี้..แต่ฉันก็รำคาญคนตื้อไม่เลิกน๊า”

 

          เจนนิเฟอร์ยกมือขึ้นปิดปาก “เฮ้ รู้มั้ย— ฉันไม่ชินกับนายเวอร์ชั่นนี้จริงๆนั่นแหละ”

 

          เธอแค่นหัวเราะ “มันน่ากลัวสุดๆไปเลย!

 

          พวกเขาหยิบรายงานออกมาทำตรงพื้นหญ้า เทเนสเอนหลังพิงต้นไม้..นัยน์ตากลมเหม่อมองรายงานวิชาประวัติศาสตร์เวทมนตร์ด้วยสายตาว่างเปล่า กลิ่นดอกไม้ป่าที่โชยมาตามกระแสลมช่วยให้รู้สึกผ่อนคลายขึ้นมาได้อย่างน่าประหลาด มีเวลาอีกมากก่อนจะถึงมื้อเที่ยงและเริ่มเรียนวิชาถัดไป เขาก็อยากจะรู้เหมือนกันว่าคนที่เอาแต่สะกดรอยตามเขานั้นจะทนนั่งเบื่ออยู่ตรงนั้นได้ซักกี่น้ำ

 

          เป็นเรื่องน่ายินดีที่ไม่นานนักก็มีเด็กบ้านกริฟฟินดอร์เดินมาตามเจ้าตัว นั่นทำให้พวกเขาไม่ต้องทนอึดอัดกับสายตาที่เอาแต่จดจ้องเหมือนกำลังระแวงอะไรบางอย่าง

 

          อย่างที่เจนนิเฟอร์บอก

 

         หมอนั่นน่ารำคาญจริงๆ

 

 

 

          วิชาปรุงยายังคงเป็นวิชาที่น่าเบื่อเสมอสำหรับอีธาน..เขาฟุบหลับกับโต๊ะในขณะที่จอห์นนี่กำลังตั้งใจฟังและยูที่กำลังเพ้อถึงรุ่นน้องคนสวยบ้านฮัฟเฟิลพัฟซึ่งเจอกันเมื่อเช้าด้วยความบังเอิญ

 

          กว่าจะหมดคาบก็ทำเอาเขาวิญญาณหลุด รู้สึกเหมือนตัวเองเป็นผีดิบที่กำลังเดินโซซัดโซเซออกจากห้องเรียน เขาทำสีหน้าซังกะตายพลางลอบมองไปที่กลุ่มสลิธีรินซึ่งกำลังเดินแยกไปอีกทาง คนที่โดดเด่นที่สุดก็คงไม่พ้นพรีเฟ็คตัวเล็กที่เอาแต่ทำหน้านิ่งท่ามกลางเสียงพูดคุยของเพื่อนๆที่ห้อมล้อม

 

          “หลังจากที่นายบอกฉันว่านายสงสัยในตัวเกรฟยาร์ด รู้อะไรมั้ยเพื่อน— จากการสังเกตหมอนั่นมาตลอดหลายวัน ฉันไม่คิดว่าเขาน่าสงสัยเลยซักนิด” ยูมองตามเขาก่อนพูดด้วยน้ำเสียงสบายๆ

 

          “แปลกนะที่นายเข้าข้างเกรฟยาร์ด ฉันนึกว่านายไม่ชอบเขา..เพราะเขาเป็นสลิธีริน” จอห์นนี่หรี่ตามองเพื่อนตัวดีอย่างสงสัย ซึ่งยูก็ทำได้เพียงยักไหล่ราวกับตั้งใจจะบอกว่า ก็ไม่รู้สินะ ฉันไม่ได้เกลียดสลิธีรินทุกคนซักหน่อย และแน่นอนว่าปฏิกิริยาแบบนั้นของคุณชายอาร์ลิงตันทำให้อลิเซียถึงกับเบิกตากว้างอย่างเหลือเชื่อ

 

          “ถามจริง? คนที่หาเรื่องเด็กบ้านงูมาตลอดเหมือนนายเข้าข้างเด็กบ้านงู?” เธอถามเสียงสูง ก่อนพึมพำเสียงเบาในประโยคสุดท้าย “ฉันคิดว่ายูนิคอร์นคงกำลังออกลูกเป็นพ่อมดแล้วล่ะ”

 

          อีธานไม่ได้สนใจบทสนทนาของเพื่อนๆของเขา นัยน์ตาสีฟ้าครามยังคงมองไปที่ร่างบอบบางของพรีเฟ็คบ้านอสรพิษซึ่งกำลังเดินห่างไกลออกไป

 

         นายจะปล่อยให้เรื่องทุกอย่างเป็นแบบนี้จริงๆน่ะหรือ?

 

          เขาคิด..และคำตอบก็ถือคงต้องรอให้เกรฟยาร์ดอยู่คนเดียวเขาถึงจะเข้าหาได้อีกครั้ง และเขารู้ว่าเวลาไหนที่หมอนั่นจะปลีกตัวออกมา..

 

          หลังจากรับประทานอาหารเย็นที่ห้องโถงใหญ่เสร็จ เด็กหนุ่มก็เดินไปที่ห้องสมุด..ณ ส่วนที่ลึกที่สุดมีร่างของเด็กหนุ่มร่างโปร่งบางที่เขากำลังตามหานั่งทำรายงานอยู่ อีธานสูดลมหายใจเข้าลึกๆ เพราะเป็นเวลาค่ำที่นี่จึงมีคนน้อยจนแทบจะนับได้ และส่วนที่ลึกสุดของห้องสมุดนี้ก็ไม่ใช่ที่นิยมนัก..สำหรับเกรฟยาร์ดที่ชอบสถานที่ที่เงียบสงบ ที่นี่คงเป็นตัวเลือกที่ดี

 

          “ไง” ใบหน้าหวานเงยขึ้นมาจากกองหนังสือ นัยน์ตากลมฉายแววฉงนเล็กน้อย..เจ้าตัวพึมพำไม่ได้ศัพท์ก่อนพยักหน้ารับเป็นการทักทาย

 

          อีธานคิดว่าอีกฝ่ายคงไม่ได้ชอบเขามากนัก..แต่อาจจะไม่ได้เกลียด

 

         รึเปล่า?

 

          ช่างเถอะ ยังไงซะตอนนี้เขาก็ทำหน้าด้านนั่งตรงข้ามกับอีกฝ่ายไปแล้ว

 

          “ช่วงนี้นายดูท่าจะว่างนะ งานการเสร็จแล้วรึไง” คนตัวบางถามเสียงเรียบในขณะที่ตาก็ยังไม่ละไปจากหนังสือกองโต อีธานยกมือเท้าคางกับโต๊ะ มองสีหน้าไร้อารมณ์นั่นอย่างไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่คิดจะชวนทะเลาะแต่อย่างใด

 

          “ก็ยัง แต่ฉันต้องจับตาดูนาย ก็เท่านั้นล่ะ”

 

          มันเป็นชั่วครู่หนึ่งที่ริมฝีปากบางสีชมพูอ่อนนั่นยิ้มมุมปากดูน่ามอง แต่ไม่นานมันก็หายไปจนเขารู้สึกสงสัยว่าบางทีตัวเองอาจจะนอนน้อยจนตาฝาด

 

          “แล้วจะจับตาดูฉันทำไม รู้มั้ยว่ามันทำให้ฉันรำคาญ..โดยเฉพาะเวลานายแอบตามไปไหนมาไหน ทำตัวเหมือนพวกสตอล์กเกอร์ไปได้” นี่ถือเป็นหนึ่งในไม่กี่ครั้งที่บทสนทนาของพวกเขาไม่มีการขึ้นเสียงสูง ทำเสียงดัง หรือมองจิกกันเหมือนไก่

 

          “ฉันเห็นนายในงานแต่งของเจสสิก้า”

 

          “เจสสิก้า มอนทรีเอลน่ะหรือ?

 

          อีธานมองร่างบางตรงหน้านิ่ง สบตากับนัยน์ตาสีมรกตคู่นั้นเนิ่นนานราวกับกำลังค้นหาความจริงบางอย่าง หากแต่ก็ไม่มีสิ่งใดเลยที่เขาสัมผัสได้..ดวงตาคู่กลมของคนตรงหน้าดูว่างเปล่าราวกับหลุมดำที่เมื่อมองเข้าไปก็สมองขาวโพลนจนนึกอะไรไม่ออก

 

          “เสียใจด้วยนะฟรอสต์ แต่..ฉันไม่ได้เข้าไปเหยียบโลกมักเกิ้ลเลยตลอดปิดเทอมที่ผ่านมา” แม้มันยากจะเชื่อ..แต่เขาก็ไม่อาจจับพิรุธอะไรจากดวงตาคู่นั้นได้

 

          เมื่อลองคิดดูดีๆ เขาเคยนั่งคุยดีๆกับอีกฝ่ายครั้งล่าสุดคือเมื่อ 2 ปีก่อน

 

          จริงๆแล้ว..พวกเราก็พอรู้จักกัน และเคยพูดคุยกันอยู่บ้าง แต่ความสัมพันธ์ของเราก็เปลี่ยนไปเมื่อขึ้นปี 5

 

          มันเป็นภาพชินตาของนักเรียนและบรรดาอาจารย์ในฮอกวอตส์ที่จะเห็นเด็กบ้านสลิธีรินและกริฟฟินดอร์คอยเขม่นกันอยู่บ่อยๆ และมันเริ่มหนักข้อขึ้นเมื่อ 2 ปีก่อน คงต้องเรียกว่าเป็นจุดแตกหักของทั้งสองบ้าน แน่นอนว่าเขาจำได้ดีว่าสาเหตุคืออะไร

 

          “คุณหนูเกรฟยาร์ดคงไม่อยากมายุ่งกับมักเกิ้ลอยู่แล้วสินะ” น้ำเสียงที่ใช้เรียกอีกฝ่ายว่าคุณหนูเต็มไปด้วยความประชดประชัน นัยน์ตาสีมรกตคู่งามนั้นเพียงเหลือบมองเขาครู่หนึ่ง ใบหน้าที่นิ่งสงบนั่นไม่อาจทำให้เขารู้ว่าเจ้าตัวรู้สึกอย่างไร

 

          พวกเขานั่งเงียบอยู่ตรงนั้นซักพัก ก่อนที่คนตัวเล็กจะเป็นฝ่ายเปิดบทสนทนาอีกครั้ง

 

          “จะนั่งอยู่ตรงนี้อีกนานเหรอ?” อีกฝ่ายเงยหน้าขึ้นมามองเขา คิ้วโก่งเรียวนั้นขมวดมุ่นนิดๆจนแทบติดกันเป็นโบ เขาพยักหน้า “ก็จนกว่านายจะลุก”

 

         เห็นได้ชัดว่าอีกฝ่ายไม่ชอบใจในคำตอบ

 

          “งั้นก็เชิญนั่งต่อไปจนกว่าจะเบื่อเถอะ” เทเนสดูไม่สบอารมณ์แต่ก็ไม่ได้ทำอะไรมากไปกว่าปล่อยให้เขานั่งเงียบๆต่อไป และมันก็เป็นอย่างที่เจ้าตัวคิด..เขาเบื่อ เบื่อเอามากๆ เขาไม่ใช่หนอนหนังสือที่จะสามารถอ่านหนังสือหรือสิงอยู่ในห้องสมุดได้นานๆ และหากจะหลับก็กลัวว่าอีกฝ่ายจะออกจากที่นี่ไปโดยไม่ปลุก

 

          ดังนั้นสิ่งที่อีธานทำคือการนั่งเหม่อมองออกไปนอกหน้าต่าง ไม่ก็นั่งเล่นมือของตัวเองไปเรื่อยๆ หากแต่ผ่านไปหลายชั่วโมงเจ้าตัวก็ไม่มีทีท่าจะลุกขึ้นเลย

 

          “นี่ก็ 3 ทุ่มแล้ว..นายไม่คิดจะกลับหอรึไง?  ใบหน้าหวานเงยขึ้นมามองคนถาม แต่เพียงชั่วครู่เดียวก็ก้มกลับไปจดจ้องรายงานที่เขียนไปได้เกินครึ่งของตนต่อ

 

          “นายอาจลืมไปแล้วฟรอสต์ แต่ฉันเป็นพรีเฟ็ค..และพรีเฟ็คได้รับอนุญาตให้เดินตรวจตราหรืออยู่นอกหอตอนกลางคืนได้”

 

          คนตัวเล็กเงียบไปครู่หนึ่ง ก่อนมือเรียวจะวางปากกาและชี้นิ้วมาที่เขา

 

          “แต่นายไม่ใช่ และนี่ใกล้เวลาเคอร์ฟิวแล้ว..นายควรกลับหอก่อนจะโดนฉันจดชื่อเพื่อหักคะแนนกริฟฟินดอร์ 5 คะแนน” ร่างสูงทำสีหน้าเหม็นเบื่อก่อนจำใจลุกขึ้นยืนเพื่อเตรียมตัวจะเดินออกจากห้อง

 

          “ฉันกลับก็ได้”

 

          “อ้อ— เดี๋ยวก่อน”

 

          แต่ก่อนที่จะเดินออกไป..น้ำเสียงทุ้มหวานที่แผ่บรรยากาศเย็นเยียบกลับรั้งตัวเขาเอาไว้ นัยน์ตาสีมรกตดูว่างเปล่ายามที่สบตากับเขา และมันทำให้เขาขนลุกซู่ไปทั่งตัว

 

          “ฉันขอเตือนนายไว้อย่าง นายไม่ควรทำให้เจ้าชายรำคาญนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม”  

 

          เขาไม่รู้ว่าคนตัวเล็กหมายความว่าอย่างไร และแน่นอนว่าเขาไม่ได้ใส่ใจกับมันมากนัก

 

 

 

 

 

Darker than black

 

 

 

 

 

          “ช่วงนี้นายดูยุ่งๆนะ”

 

          เขาเหลือบมองจอห์นนี่ พรีเฟ็คคนเก่งแห่งกริฟฟินดอร์ถอนหายใจเฮือกใหญ่พลางเอนตัวลงนอนบนโซฟา เจ้าตัวยิ้มแกนๆพลางเล่าถึงปัญหาที่เด็กบ้านอสรพิษก่อเมื่อไม่กี่วันมานี้

 

          “พวกงูน้อยปี 5 ดันปรุงยาบ้าๆเข้าน่ะซี่” ว่าแล้วก็โยนขวดแก้วมาจนอีธานต้องรีบรับมันเพื่อไม่ให้ตกแตก

 

          เขาอ่านฉลาก “น้ำยาเปลี่ยนคนเป็นไส้เดือน?

 

          “พอฉันถามว่าจะเอาไปทำอะไร เด็กบ้าพวกนั้นก็ไม่ยอมบอก จนฉันต้องอ้างศาสตราจารย์เอคิลล์..ถึงได้รู้ว่าจะเอาไปแกล้งเด็กบ้านเรา” เขาหัวเราะพลางเลิกคิ้วอย่างสนใจ นึกทึ่งว่าเดี๋ยวนี้เด็กบ้านงูก็แสบไม่ใช่เล่น แต่ยังเทียบรุ่นเขาไม่ได้..จำได้ว่าตอนปี 3 เพื่อนเขาคนนึงถูกเด็กบ้านสลิธีรินเสกเป็นหนอน แน่นอนว่าเกือบโดนเจ้าเรลิกซ์(นกฮูกของเขา)คาบไปกิน

 

          “เอาน่า เบากว่าปีเราตั้งเยอะ” จอห์นนี่ยิ้มแกนกับคำพูดนั้น

 

          “ก็จริง”

 

          พวกเขานั่งคุยเล่นกันอีกซักพักจนกระทั่งเด็กกริฟฟินดอร์คนอื่นๆเริ่มเดินเข้ามาในห้องนั่งเล่นบ้าง ได้ยินเสียงพูดคุยเกี่ยวกับศาสตราจารย์ผู้สอนวิชาป้องกันตัวจากศาสตร์มืดคนใหม่..จับใจความได้คร่าวๆว่าอีกฝ่ายสอนโหดและน่ากลัวมาก โดยเฉพาะดวงตาที่คมกริบราวกับจะฉีกใครก็ตามที่ตอบผิดเป็นชิ้นๆ

 

          อีธานอยากจะพูดว่ามันเว่อร์เกิน..แต่บังเอิญว่าเขารู้จักคนที่มีลักษณะแบบนี้เหมือนกัน

 

          เขากับจอห์นนี่เดินออกจากห้องนั่งเล่นรวมเพื่อไปนั่งคุยกันที่ริมทะเลสาบ โชคดีที่นี่เป็นเวลาบ่าย..ดังนั้นจึงไม่มีใครอยู่ที่นี่มากนักโดยเฉพาะเด็กสลิธีริน เมื่อวันก่อนเขาคุยกับจอห์นนี่และยูเรื่องที่ว่าตนเจอใครบางคนที่มีดวงตาคล้ายๆเกรฟยาร์ดในงานแต่งเจสสิก้าตอนที่กำลังหนีออกมา แน่นอนว่ายูแทบจะเถียงขึ้นมาในทันทีว่าเขาต้องตาฝาดแน่ๆ ไม่ก็อาจจะจำคนผิด

 

          คนที่ยืนมองดูอยู่ตอนนั้น..คือเทเนส เกรฟยาร์ดไม่ผิดแน่

 

          ถึงการเรียนจะไม่ได้ดีเลิศอะไร สมองทึ่ม เก่งแค่กีฬา..แต่เขาก็มั่นใจในลางสังหรณ์ของตัวเองอยู่ดี หากก็แต่วันที่ไปถาม..คนตัวเล็กกลับไม่ได้มีทีท่าว่าโกหกเลยแม้แต่นิดเดียว

 

          “แล้วคนที่ช่วยนายล่ะ? ใคร? ผู้เสพความตายคงไม่ใจดีถึงขนาดช่วยลูกมักเกิ้ลอย่างนายหรอกมั้ง” จอห์นนี่ว่าก่อนเอนตัวนอนลงบนพื้นหญ้า

 

          “นึกว่าฉันไม่อยากรู้รึไง? แต่..เฮ้อ เอาเถอะ” ร่างสูงโปร่งถอนหายใจก่อนเหม่อมองลงไปในทะเลสาบ ปลาที่แหวกว่ายช่างดูมีอิสระและมีความสุขจนน่าอิจฉา เขาก็เคยคิดอยากจะลงไปสัมผัสน้ำเย็นๆให้รู้สึกสดชื่น หากแต่มันคงไม่คุ้มถ้าต้องป่วยหลังจากนั้น พูดตามตรง..เขายังไม่อยากมีงานค้างซักเท่าไหร่

 

          ไม้กายสิทธิ์ถูกหยิบขึ้นมาเพื่อฝึกฝนคาถาที่ต้องสอบในวิชาภาคค่ำ ไม้กายสิทธิ์ของเขาเป็นไม้โอ๊กแดงขนาด 12 ¼ นิ้ว แกนกลางทำจากขนนกฟินิกซ์ แน่นอนว่ามันเป็นไม้อันเดียวกับที่เขาได้เมื่อตอนปี 1 เพราะเขาเป็นคนค่อนข้างรักษาของ มันจึงอยู่กับเขานานถึง 7 ปี ในขณะที่ไม้ของเพื่อนตัวแสบอย่างยูถูกเปลี่ยนเป็นรอบที่ล้านกว่า

 

          ล้อเล่นนะ จริงๆไม้ของหมอนั่นพึ่งถูกเปลี่ยนเป็นรอบที่ 4 เมื่อไม่นานมานี้ หลังจากที่อันเก่าหักไปเพราะไปตีกับเด็กบ้านสลิธีริน

 

          “เอ็นกอร์จิโอ” ไม้กายสิทธิ์สะบัดเบาๆแล้วแตะไปที่ใบไม้ที่ร่วงลงมาใบหนึ่ง ก่อนที่มันจะขยายใหญ่ขึ้นและใหญ่ขึ้นจนมีขนาดเท่าตัวคน เขายิ้มอย่างภูมิใจ จริงๆแล้วมันเป็นคาถาที่หากเขายังอยู่เพียงปี 1 คงทำไม่สำเร็จ แต่ตอนนี้กลับใช้ได้ง่ายๆและเริ่มคุ้นชินกับมัน

 

          จอห์นนี่เป็นคนร่ายคาถาให้มันเล็กลงเท่าเดิมก่อนที่พวกเขาจะเริ่มฝึกทบทวนคาถาอื่นๆวนเวียนไปเรื่อยๆ จนกระทั่งพวกเขาเริ่มเปลี่ยนเป็นช่วยกันติววิชาปรุงยา โดยมีจอห์นนี่ซึ่งเก่งวิชานี้และได้คะแนนดีมาโดยตลอดเป็นคนถาม และอีธานเป็นคนตอบ เพื่อนตัวสูงเปิดหนังสือวิชาปรุงยาไปที่หน้าหนึ่ง

 

          “บีซัวร์เป็นส่วนผสมของน้ำยาแก้พิษหรือการแยกพิษ ฉันอยากรู้ว่าเราจะหามันได้จากที่ไหน”

 

          “กระเพาะของแพะ?

 

          “ถูกต้อง มันคือหินที่อยู่ในกระเพาะของแพะ” จอห์นนี่พลิกหน้ากระดาษเป็นหน้าต่อไป เขาอธิบายว่าน้ำยาแก้พิษนั้นมีส่วนผสมของอะไรบ้าง รวมถึงน้ำยาหดตัว น้ำยาสรรพรสและอื่นๆ ที่ผ่านมานั้นอีธานไม่เคยตั้งใจเรียนจริงๆจังๆเหมือนจอห์นนี่ เขาเป็นเด็กประเภทเล่นบ้างเรียนบ้างไปตามประสา ผลการเรียนก็ไม่ได้ห่วยแต่ก็ไม่ได้ดีเด่นอะไร อยู่ในระดับปานกลาง ก็มีเรื่องกีฬาที่โดดเด่นกว่าเพื่อนคนอื่นๆในรุ่นมาหน่อย

 

          แต่นี่เป็นปีสุดท้ายก่อนสอบส.พ.บ.ส.

 

          ดังนั้นเขาจึงต้องตั้งใจเรียนขึ้นมาบ้างซักนิดก็ยังดี

 

          “ไม่คิดเหรอว่ายูควรมาได้แล้ว” จอห์นนี่ขมวดคิ้วมุ่น เพื่อนตัวสูงเหลือบตามองไปรอบๆซึ่งยังคงว่างเปล่าไร้ซึ่งผู้คน

 

          “งั้นหรือ? หมอนั่นไปต่อรองขอสนามซ้อมควิดดิช คิดว่าคงอีกซักพัก..ได้ข่าวว่าบ้านงูก็จะขอสนามเหมือนกัน คงตบตีกันอยู่ซักที่นี่แหละ” ตวัดไม้กายสิทธิ์ทีหนึ่งก็มีแผ่นหนังสำหรับเขียนหนังสือที่ว่างเปล่าปรากฎอยู่ในมือ อีธานหยิบไม้กายสิทธิ์ขึ้นมา สะบัดมันเบาๆหนึ่งทีให้ปลายด้ามไปแตะที่แผ่นหนัง

 

          “ข้าขอสาบานอย่างจริงจังว่าข้านั้นหาความดีมิได้” เมื่ออีธานกล่าวไปดังนั้นบนแผ่นหนังที่ว่างเปล่าก็ปรากฎลวดลายเป็นภาพแผนที่ของปราสาทฮอกวอตส์ ในนั้นมีรอยเท้าเล็กๆเดินเตาะแตะไปทั่วแผนที่ ใต้รอยเท้ามีอักษรเขียนว่าเจ้าของรอยเท้าคู่นั้นคือใคร  

 

สิ่งที่เขาถืออยู่นั้นคือแผนที่ตัวกวน มันเป็นแผนที่ที่ถูกสร้างขึ้นมาโดยเหล่าแก๊งตัวกวนแห่งบ้านกริฟฟินดอร์ในยุคสมัยหนึ่ง (ว่ากันว่าหนึ่งในกลุ่มคนที่สร้างมันคือบิดาของผู้พิชิตจอมมารคนก่อน) และได้ถูกสืบทอดกันมาในหมู่แก๊งตัวกวนบ้านกริฟฟินดอร์รุ่นต่อรุ่น อย่างที่คุณรู้..มันเป็นเรื่องปกติในโรงเรียนที่จะมีพวกตัวป่วนที่ไม่ชอบทำตามกฎระเบียบ และแน่นอนว่า..เขา จอห์นนี่ และยู ก็ถูกเรียกว่าพวกตัวกวนเช่นกันจึงได้รับแผนที่ตัวกวนมาไว้ในการดูแล ถึงแม้ภายหลังจอห์นนี่จะได้เป็นพรีเฟ็คเลยไม่ค่อยได้ออกไปป่วนกันซักเท่าไหร่ก็เถอะ

 

“อยู่สนามควิดดิชจริงๆด้วย” อีธานชี้ไปที่รอยเท้าหนึ่งซึ่งมีชื่อ ยู อาร์ลิงตัน ปรากฏอยู่ และไม่ใกล้ไม่ไกลกันนั้นก็มีรอยเท้าของลูคัสซึ่งเป็นน้องชายของเขา และ เอซร่า โอริแกน กัปตันทีมควิดดิชของสลิธีรินอยู่ด้วย

 

“โอริแกนก็อยู่ที่นั่น หวังว่าพวกเขาจะไม่ตีกันตาย” เขาว่าพลางจินตนาการถึงอีกไม่กี่นาทีต่อจากนี้ที่ยูคงต้องเข้าไปพบมาดามพอมฟรีย์ที่ห้องพยาบาลอีกครั้ง หลังจากที่พึ่งไปมาเมื่อไม่กี่ชั่วโมงก่อน แน่นอนว่าในกลุ่มตัวกวนของพวกเขา..ยูคือคนที่ชอบแกว่งเท้าหาเสี้ยนมากที่สุด

 

“ก็ดูปากหมอนั่นสิ มีชีวิตรอดถึงตอนนี้ก็น่าเหลือเชื่อแล้ว” เพื่อนตัวสูงหัวเราะก่อนที่พวกเขาจะลุกขึ้นเพื่อเตรียมตัวไปหายูที่สนามควิดดิช

 

อ้อ ไม่สิ..

 

เขามองนาฬิกาบนข้อมือ “ฉันว่าไปหาหมอนั่นที่ห้องพยาบาลเลยน่าจะดีกว่า”   

 

 

 

 

 

Darker than black

 

 

 

 

 

          จูลิโอ้ไม่คิดว่าจะมีอะไรไร้สาระไปมากกว่านี้อีกในชีวิตของเขา

 

          เขามองกัปตันทีมควิดดิชบ้านสลิธีรินและกริฟฟินดอร์ยืนเถียงกันว่าใครกันแน่ที่วิ่งมาหามาดามฮูซเพื่อขอเช่าสนามสำหรับฝึกซ้อมก่อน ฝั่งอาร์ลิงตันมีฟรอสต์คนน้องยืนขนาบข้างพร้อมร่วมวงเถียงด้วย นี่มันงี่เง่ามากโดยเฉพาะการที่ทั้งคู่เถียงกันว่าตัวเองมาก่อนกี่วินาที

 

          “จูลิโอ้! นายไม่คิดบ้างเหรอว่าหมอนี่มันน่ารำคาญน่ะ!” เอซร่าแหวลั่นก่อนชี้ไปที่ ลูคัส ฟรอสต์ ซึ่งกำลังทำท่าจะเถียงกลับ ข้างๆกันนั้นมีมาดามฮูซกำลังกลอกตามองบนเหมือนไม่รู้จะทำอย่างไรดี เขานิ่งเงียบไม่ยอมตอบ ใบหน้ายังคงประดับไปด้วยรอยยิ้มบาง..หากแต่ดวงตากลับไม่มีร่องรอยแห่งความปิติหรือความสุขเลยซักนิด

 

          โอ้— ใช่ เขากำลังนอนกลางวันอยู่หลังจากที่ดูแล้วว่าตนไม่มีเรียนคาบบ่าย แต่แล้วก็ถูกคนตรงหน้าลากให้มาสนามควิดดิชเป็นเพื่อน

 

          “อย่าเหลวไหลน่าเอซร่า รีบจัดการธุระให้เสร็จได้แล้ว นายคงไม่อยากปล่อยให้เทเนสอยู่คนเดียวใช่มั้ย?

 

          “เฮ้ย! แต่ว่าไอหมอนี่—“

 

          จูลิโอ้ลืมตาขึ้น นัยน์ตาคู่นั้นจับจ้องคนข้างๆพลางแผ่รังสีกดดันออกมาจนแม้แต่คุณชายจากตระกูลอาร์ลิงตันยังอดไม่ได้ที่จะเสียวสันหลัง เอซร่าหน้าซีดเผือด ร่างโปร่งหันไปชักสีหน้าใส่ลูคัส

 

          “เพราะนายจูลิโอ้ถึงโกรธฉัน! เพราะงั้นฉันต้องได้สนามซ้อมของวันนี้!

 

          “เกี่ยวอะไรกันล่ะ!? พวกเราต่างหากที่ต้องได้!” อาร์ลิงตันโต้

 

          “ใช่ พวกเราต่างหาก!” ฟรอสต์คนน้องเสริม

 

          ดูเหมือนว่าปัญหาในครั้งนี้จะไม่ได้จบลงง่ายๆอย่างที่คิด มันเริ่มจากเอซร่าที่ตวัดไม้กายสิทธิ์ร่ายคาถาสาปเป็นคางคกใส่อาร์ลิงตันและฟรอสต์ ส่วนสองบ้านสิงห์ที่หลบทันก็เริ่มร่ายคาถาโต้กลับ มันเป็นอย่างนั้นอยู่ราวๆ 10 นาที สังเกตได้ว่าอาร์ลิงตันเริ่มอ้วกออกมาเป็นแมลง ส่วนร่างของเอซร่าก็กลายเป็นสีเขียวสลับกับสีเหลืองอยู่นานจนมาดามฮูซต้องตวาดไล่ให้ไปห้องพยาบาลเพื่อรักษา

 

          และสุดท้ายสนามซ้อมควิดดิชก็ตกเป็นของทีมควิดดิชจากบ้านเรเวนคลอซึ่งมาทีหลัง

 

          เด็กหนุ่มร่างสูงเจ้าของใบหน้าหล่อเหลาราวกับรูปสลักเดินเข้าไปในห้องพยาบาลด้วยใบหน้าที่ประดับไปด้วยรอยยิ้ม หากแต่นัยน์ตากลับไม่ได้ยิ้มไปด้วยเลยซักนิด สังเกตได้ว่าบรรยากาศรอบตัวของเขามันน่าอึดอัดซะจนคนที่เคยห้อมล้อมพยายามตีตัวออกห่างเพราะไม่อยากมีปัญหา

 

          ใครๆก็รู้ว่าเวลา เจ้าชาย  หงุดหงิดนั้นไม่ควรเข้าไปยุ่งด้วย

 

          เขาทรุดตัวนั่งลงบนเก้าอี้ที่ถูกลากมาไว้ข้างเตียงของเอซร่า มองเจ้าเพื่อนตัวปัญหาที่ยังคงไม่หายจากอาการร่างกายเปลี่ยนสีด้วยสีหน้าไม่สบอารมณ์ที่นานๆครั้งจะมีให้เห็น เป็นที่รู้กันว่าปกติจูลิโอ้นั้นจะใจเย็นอยู่พอสมควร เขาเป็นสุภาพบุรุษและใจดี มักยิ้มแย้มอยู่ตลอดเวลา

 

          แต่มันต้องไม่ใช่ช่วงนี้..ช่วงที่นอกจากจะต้องหงุดหงิดกับการสะกดรอยตามเทเนสของอีธาน เมื่อคืนก็ไม่ค่อยจะได้นอนเพราะต้องทำงานส่ง..พอตอนกลางวันจะนอนก็ถูกลากออกมาดูการทะเลาะกันของเด็กๆ(?)

 

          เขาใจเย็นกับทุกเรื่อง..แต่เรื่องถูกปลุกตอนกำลังจะนอนหลับฝันดีนี่เป็นเรื่องที่เขารับไม่ได้

 

         ไม่สาปให้พวกนั้นกลายเป็นกบทั้งสามคนก็ถือว่าดีแค่ไหนแล้ว

 

 

 

          อีธานเดินเข้ามาในห้องพยาบาลพร้อมกับจอห์นนี่และแผนที่ตัวกวนในมือ เขามองมันก่อนลอบยิ้มในใจพลางพึมพำเสียงเบา “แผนลวงสำเร็จแล้ว” และรายละเอียดบนแผนที่ก็หายไปในทันที

 

          เขาเดินไปยังเตียงที่น้องชายและเพื่อนสนิทของเขานอนอยู่ มองพวกมันที่อยู่ในสภาพดูไม่ได้ก็ทำได้เพียงกลั้นหัวเราะเท่านั้น เพราะนี่คือห้องพยาบาล..และมันคงไม่ใช่เรื่องดีหากมาดามพอมฟรีย์เดินมาดุข้อหาทำเสียงดังรบกวนผู้อื่น

 

          “นั้นแอชเบิร์นนี่” จอห์นนี่พยักเพยิดหน้าไปทางข้างเตียงที่โอริแกนซึ่งเป็นกัปตันทีมควิดดิชบ้านสลิธีรินนอนอยู่ มันเป็นเรื่องแปลกที่เห็นจูลิโอ้อยู่ที่นี่โดยที่ไม่มีเทเนสอยู่ด้วย (ใครคนหนึ่งในบ้านสลิธีรินถึงกับเคยพูดว่าที่ไหนมีเทเนสที่นั่นต้องมีจูลิโอ้) แต่สำหรับอีธาน..นี่เป็นสิ่งที่พบได้โดยทั่วไปในช่วงนี้ สังเกตได้ว่าช่วงนี้เทเนสมักไปสิงสถิตอยู่ในห้องสมุดเพียงลำพัง ในขณะที่จูลิโอ้กับเจนนิเฟอร์จะอยู่ที่หอของตัวเองโดยส่วนใหญ่

 

          “ไง ฟรอสต์ มอนทรีเอล” อีกฝ่ายหันมาทักทายพวกเขาพร้อมรอยยิ้มบางๆบนใบหน้า แต่ดวงตาทั้งสองข้างฉายแววออกมาชัดเจนว่าไม่พอใจกับการพบกันครั้งนี้ซักเท่าไหร่

 

          “หมอนั่นเป็นไรน่ะ” เขาหันไปกระซิบกับยู “ไม่รู้เฟ้ย”

 

          “เอาเป็นว่า— ฉันไปก่อนนะเอซร่า ขอบคุณมากที่รบกวนเวลานอนของฉันเพื่อมาดูนายตีกับพวกบ้านสิงโต” เจ้าตัวเอ่ยยิ้มๆก่อนลุกขึ้นยืนพร้อมบรรยากาศอึกครึ้มที่ทำเอาเขาอดรู้สึกเสียววาบไม่ได้ ยากนักที่จะเห็นเจ้าของฉายา เจ้าชายไร้มุงกุฎกับ เจ้าชายแห่งสลิธีรินทำหน้าแบบนั้น

 

          อีกฝ่ายเดินเข้ามาหาเขา นัยน์ตาสีฟ้าน้ำทะเลสบตากับเขาท่ามกลางความเงียบงันของคนรอบข้าง สิ่งที่นัยน์ตาคู่นั้นต้องการจะสื่อเหมือนจะเป็นความไม่พอใจหรืออะไรซักอย่าง

 

          ซึ่งเขาก็ได้คำตอบในเวลาต่อมา

 

          “เลิกทำตัวน่ารำคาญด้วยการเป็นสตอล์กเกอร์คอยตามเทเนสซะ ฉันขอเตือนนายด้วยความหวังดี” เพียงแค่นั้นก็เดินออกจากห้องพยาบาลไป

 

ฉันขอเตือนนายไว้อย่าง นายไม่ควรทำให้เจ้าชายรำคาญนะ ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม

 

          ดูเหมือน..อีธานอาจจะเข้าใจแล้วว่าที่เทเนสพูดกับเขาในห้องสมุดเมื่อวันก่อนนั้นมันหมายความว่าอย่างไร

 

 

 

 

 

++++++++++

10/10/2018

          ลูคัสก็คือลูคัสค่ะ ส่วนตัวละครใหม่ เอซร่า ก็คือจองอูนั่นเอง~

          ช่วง 5-6 ตอนแรกอาจจะเอื่อยๆหน่อยนะคะ เพราะจะเน้นไปทางแนะนำตัวละครหลักๆ (สังเกตได้จากรูปข้างบน) แล้วหลังจากนั้นจะเริ่มเข้าสู่เนื้อเรื่องหลักค่ะ

          คือเรามีคำถามเล็กๆน้อยๆมาให้ทุกคนลองทายกันเล่นๆ ในตอนที่ 5 โดยองจะเริ่มมีบทบาท (ขอไม่บอกชื่อภาษาอังกฤษในเรื่องนะคะ) อยากให้ลองทายกันดูว่าในเรื่องนี้คุณโดยองของเราจะได้อยู่บ้านไหน ระหว่างเรเวนคลอ ฮัฟเฟิลพัฟ กริฟฟินดอร์ หรือสลิธีริน ทายถูกก็ไม่มีรางวัลหรอกค่ะ แหะๆ แค่ให้ลองทายกันสนุกๆเฉยๆ

 

          สำหรับเรื่องนี้น้องเตนล์หรือเทเนสจะเป็นสายเคะแบบแมนๆค่ะ ไม่ออกสาว ดูแลตัวเองได้ มีความเป็นผู้นำ แต่มีบางมุมที่ไม่เคยมีใครได้เห็น ส่วนแทยง(หรือคุณพี่อีธาน)..เราพยายามสร้างบุคลิกให้ดูเป็นคนมึนๆค่ะ ทึ่มๆ ไม่ค่อยคิดหน้าคิดหลัง มีความมั่นใจในตัวเอง แต่ไม่ใช่คนชอบพึ่งทฤษฎี ใช้สัญชาตญาณล้วนๆ

สังเกตได้จากตอนไปถามเทเนสว่าปิดเทอมทำอะไร อันนั้นคือไม่ได้ใช้สมองคิดเลยว่าถ้าเทเนสเป็นผู้เสพความตายจริงอาจจะฆ่าปิดปากเขาก็ได้ แค่สงสัยก็เลยเดินไปถาม.. อย่างในตอนนี้ที่เทเนสถามว่าจับตาดูเทเนสทำไม คุณพี่อีธานของเราก็ดันตอบไปตรงๆเลยว่าเพราะเจอคนที่มีดวงตาเหมือนเทเนสในงานแต่งเจสสิก้า คิดหน้าคิดหลังหน่อยสิคุณพี่ขา TT

          และยังยืนยันคำเดิมว่าจูลิโอ้เป็นตัวละครที่เขียนยากมากตัวหนึ่ง ด้วยหลายๆอย่างที่ดูซับซ้อนและนิสัยที่ไม่ใช่แนวเรา (เราไม่ค่อยได้เขียนตัวละครแนวนี้ซักเท่าไหร่) แต่ก็เป็นตัวละครที่เราชอบมากลองจากยูเลยค่ะ ;-;

          และสุดท้ายนี้..ขอบคุณสำหรับทุกคอมเม้นและทุกกำลังใจนะคะ แง TT

         

 

T
B
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 125 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

108 ความคิดเห็น

  1. #106 นว้องหมา (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 16 สิงหาคม 2563 / 17:44
    รอเลยยย แต่งสนุกมากกกกๆๆๆ
    #106
    0
  2. #91 Madeonearth (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 21 ตุลาคม 2562 / 00:55
    ตื่นเต้นทุกบรรทัดเลยค่ะ ชอบมาก
    #91
    0
  3. #84 บยอนกัสสึ. (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 17 มีนาคม 2562 / 23:25
    ตัวละครค่อยๆเพิ่มขึ้นเรื่อยๆเลย ติดตามนะคะ : )
    #84
    0
  4. #60 wiquerin (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 29 ตุลาคม 2561 / 21:52
    น่าจะอยู่เรเวนคลอนะคะ
    #60
    0
  5. #58 Baybie0322 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 24 ตุลาคม 2561 / 16:08
    กะกรี๊ด รอนะคะ เราชอบแนวนี้มากๆๆๆ
    #58
    0
  6. #57 MbhvMw (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 22 ตุลาคม 2561 / 10:03
    โดยองฉลาดแบบเรเวนคลอแต่เราว่าลึกๆก็มีความสลิธีรินซ้อนอยู่อ่ะ
    #57
    0
  7. #56 Music_Umi (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 18 ตุลาคม 2561 / 01:10
    เราว่าโดยองเหมาะกับเรเวนคลออ่ะ
    #56
    0
  8. #50 0892925640 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 15 ตุลาคม 2561 / 13:15
    เดาว่าเรเวนคลอนะ ยังไม่ค่อยเจอตัวละครจากบ้านนี้ค่ะ
    #50
    0
  9. #49 Fernlyland33 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 13 ตุลาคม 2561 / 10:06
    โดยองนี่บุคลิกเหมาะกับฮัฟเฟิลพัฟนะคะ 55
    #49
    0
  10. #45 CYJ917 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 12 ตุลาคม 2561 / 11:32
    อาจจะฮัฟเฟิลพัฟไม่ก็เรเวนคลอ
    #45
    0
  11. #43 Pxhit (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 11:16
    คุณโดจะได้อยู่บ้านไหนกันนะะะ
    #43
    0
  12. #42 eh70 (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 08:23
    คุณโดน่าจะอยู่เรเวรคลอ เดาจร้าาาร
    #42
    0
  13. #41 Sunstnxr (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:52
    ขอเดาว่าน่าจะอยู่เรเวนคลอนะคะะ
    #41
    0
  14. #40 praelove love (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 11 ตุลาคม 2561 / 00:38
    โดยองน่าจะอยู่เรเวนคลอนะเพราะเป็นคนฉลาดอ่ะ5555555
    นั่นไงว่าแล้วว่าเทเนสกับอีธานต้องมีเบื้องลึกเบื้องหลังรู้จักกันมาก่อนจริงๆสินะ รอนะสู้ๆ
    #40
    0
  15. #39 quint (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:16
    โดยองนี่ ไม่เรเวนคลอก็สลิธธีริน ออกแนวชายผู้เงียบขรึม5555 รอนะคะ เป็นกำลังใจให้~
    #39
    0
  16. #38 _ _ _ m _ _ (จากตอนที่ 4)
    วันที่ 10 ตุลาคม 2561 / 22:12

    คุณโดยองน่าจะอยู่เรเวนคลอไม่ก็สลิธธีรินอ่ะ
    #38
    0