YESTERDAY ❥ Taeten Jaeten Allten {os/sf}

ตอนที่ 5 : (sf) Stay – Markten

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 731
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 22 ครั้ง
    12 เม.ย. 61

 

Title : Stay

Author : LittleG

Pairing : Markten ft.Noten

Request by : -

About it : เป็นฟิคสั้นที่แต่งเมื่อนานมาแล้วค่ะ แต่เปลี่ยนคู่นิดหน่อย (เวอร์ชั่นเดิมเป็น Jaeten ft.Jaedo) เรื่องนี้ได้แรงบันดาลใจจากเพลง Stay ของ EXO ค่ะ แนะนำให้ฟังแบบซับไทยแล้วค่อยอ่าน หรือไม่ก็อ่านเสร็จไปฟังแบบซับไทยนะคะ จะได้มีอารมณ์ร่วมกับฟิคมากขึ้น ^^

 

 

- - - - - | | - - - - - | | - - - - -

 

 

 

          เรา..ห่างกันซักพักเถอะ มาร์ค

 

          นัยน์ตาเรียวคมกระพริบตาถี่ๆปรับโฟกัสให้ชินกับแสงแดดยามเช้าที่สาดส่องมาทางบานหน้าต่างที่ถูกเปิดทิ้งไว้ตลอดทั้งคืน มือหนายกขึ้นมาขยี้ตาเล็กน้อย..เมื่อหยัดตัวลุกขึ้นและเหลือบมองหมอนที่ชุ่มไปคาบน้ำตาก็ได้แต่ถอนหายใจ ลุกไปส่องกระจกก็พบว่าตัวเองในตอนนี้นั้นดูไม่ได้เลยซักนิด..คาบน้ำตาที่ยังคงแห้งกรังบนใบหน้าและบริเวณรอบดวงตาที่ปูดบวมเป็นหลักฐานชั้นดีว่าได้ผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก

 

          ลีมินฮยอง หรือ มาร์คลี ใช้เวลาไม่นานในการอาบน้ำและจัดการตัวเองให้เรียบร้อย..ทำอาหารเช้าแบบง่ายๆอย่างขนมปังปิ้งและไข่ดาวอีก 2 ฟอง..

 

          มันเป็นเรื่องยากจริงๆเมื่อต้องใช้ชีวิตโดยไม่มีคนตัวเล็กคนนั้น

 

          อาหารเช้าที่อีกฝ่ายจะทำให้กินทุกวันอย่างเอาใจใส่..นัยน์ตากลมที่มักจะฉายแววเป็นห่วงและริมฝีปากจิ้มลิ้มที่พูดเสียงเจื้อยแจ้วทุกเช้าเป็นอะไรที่น่าคิดถึง

 

          หากแต่เมื่อนึกถึงความทรงจำอันแสนสุข..ก็ต้องหลับตาลงเมื่อความอบอุ่นที่เคยแผ่ซ่านกลับแตกสลายหายไปเมื่อความเป็นจริงเข้ามาแทนที่ ร่างสูงทิ้งตัวลงนั่งบนเก้าอี้อย่างหมดแรง น้ำสีใสเริ่มระรื่นขึ้นมาที่ขอบตาอีกครั้งจนสุดท้ายก็ต้องบีบมือตัวเองหวังจะคลายความเจ็บปวดบริเวณหน้าอกข้างซ้ายให้บรรเทาลง

 

          เตนล์..” เอ่ยชื่อของผู้เป็นที่รักซึ่งถูกฝังในใจด้วยเสียงแหบแห้ง..

 

          มันคือความเป็นจริงที่ว่าอีกฝ่ายไม่มีวันกลับมาอีกแล้ว..

 

          ความทรงจำที่เคยมีร่วมกันแตกกระจายคล้ายเศษแก้วที่ไม่วันต่อกลับเป็นเหมือนเดิมได้อีก

 

 

++++++++++++

 

 

         “ย่าส์! มาร์คลี! ลุกมากินข้าวเดี๋ยวนี้นะ!

 

          เสียงโวยวายดังขึ้นจากห้องนั่งเล่นทำให้ร่างสูงจำต้องหยัดตัวลุกขึ้นมาจากเตียงอย่างเสียมิได้ ดวงตากลมกระพริบตาถี่ๆเพื่อปรับโฟกัสสายตาให้คงที่ ใบหน้าหล่อเหลาดูงัวเงียเสียจนน่าสงสาร..ดูก็รู้ว่าคงไม่ได้นอนเต็มที่มาพักใหญ่ ร่างสูงยืนขึ้นก่อนจะบิดตัวไปมาคลายความเมื่อยล้าที่สะสมมานานแล้วเดินไปที่ห้องนั่งเล่น

 

          เตนล์ยืนอยู่ตรงนั้น..คนตัวเล็กสวมผ้ากันเปื้อนสีชมพูหวานแหววที่เจ้าตัวเคยบ่นว่าเกลียดนักเกลียดหนา ในมือเล็กๆข้างหนึ่งถือจานแพนเค้กในขณะที่มืออีกครั้งถือแก้วโกโก้ร้อนกลิ่นหอมกรุ่น

 

          ใบหน้าน่ารักบึ้งตึง..ดูก็รู้ว่าคงไม่พอใจที่แฟนหนุ่มอายุน้อยกว่าอย่างลีมินฮยองหักโหมทำงานจนดึกดื่นอีกแล้ว

 

          “ทำไมไม่รู้จักดูแลตัวเองบ้าง อย่านอนดึกนะสิ” บ่นไปตามประสาก่อนจะวางจานแพนเค้กในมือลงบนโต๊ะอาหารขนาดไม่ใหญ่นัก กายเล็กหย่อนตัวนั่งลงบนเก้าอี้ก่อนจะปรับสีหน้าบึ้งตึงให้กลายเป็นรอยยิ้มสดใส ดวงตาเรียวกลายเป็นสระอิก่อนที่เจ้าตัวจะผายมือให้คนอายุน้อยกว่านั่งตรงข้ามกัน

 

          “เอ้าๆ รีบๆกินนะ บอกเราด้วยว่ามันอร่อยมั้ย”

 

          ริมฝีปากเล็กพูดเสียงเจื้อยแจ้วอย่างน่ารักก่อนจะฉีกยิ้มกว้างเมื่อมือใหญ่ลูบหัวตัวเองด้วยความเอ็นดู มาร์คยกยิ้มบางก่อนจะนั่งที่ตรงข้าม..

 

          “อะไรที่พี่ทำก็อร่อยไปหมดแหละ” พูดด้วยน้ำเสียงทุ้มก่อนจะก้มหน้าก้มตาทานอาหารไปเงียบๆปล่อยให้แฟนตัวเล็กยิ้มน้อยยิ้มใหญ่อยู่คนเดียว

 

          มาร์คลีเป็นนักศึกษามหาวิทยาลัยคณะวิศวกรรมศาสตร์ปี 4..ส่วนเตนล์ก็เป็นศิษย์เก่าของคณะบริหารธุรกิจซึ่งตอนนี้กำลังช่วยบริหารกิจการของครอบครัวสาขาย่อยอยู่

 

          ทั้งคู่พบกันครั้งแรกในงานพรอมของมหาวิทยาลัย..และคบกันมาจะ 3 ปีแล้ว

 

          คนตัวสูงมองแฟนรุ่นพี่ที่ยิ้มน้อยยิ้มใหญ่ก่อนจะบีบแก้มกลมๆนั่นอย่างหมั่นเขี้ยว แม้จะอายุปาไป 25 ปีแล้ว แต่หน้าตาก็ยังดูเป็นเด็กวัยรุ่นราวๆมัธยมปลาย เผลอๆนิสัยก็ไม่ต่างอะไรจากเด็กมัธยมต้น

 

          “มองเราแล้วยิ้มหมายความว่าไง!

 

         “ก็พี่น่ารักนี่”

 

         “อ..อ้ะ ไอบ้าเอ้ย! ปิดท้ายด้วยเจ้าตัวเล็กที่หน้าแดงแปร๊ดไปถึงหูพร้อมกับโวยวายกลบเกลื่อนความเขินและเดินตึงตังเอาบรรดาจานทั้งหลายแหล่ไปเก็บ

 

         มันช่างเป็นช่วงเวลาที่เต็มไปด้วยความสุข..

 

 

++++++++++++

 

 

          “กูพามึงมาเยี่ยมมอนะไอมาร์ค..ไม่ได้พามาฆ่า แม่ง ทำหน้าซึมอยู่ได้”

 

          ลีดงฮยอกผู้เป็นเพื่อนสนิทผลักหัวเขาอย่างแรงจนเซไปข้างหน้า มาร์คมองไปรอบๆ..อ่า เมื่อเช้าอยู่ดีๆเจ้าเพื่อนคนนี้ก็โทรมาหาพร้อมเร่งให้รีบมาเจอกันที่หน้ามหาวิทยาลัยที่เคยเรียนอยู่ เขาจบมาได้ 2 ปีแล้ว..มันเป็นระยะเวลาที่นานพอจะทำให้อะไรๆมันเปลี่ยนไป

 

          แต่สิ่งที่ไม่เคยเปลี่ยนก็คือใจของเขา..

 

          เพราะไม่ว่าจะมองไปตรงไหนก็มีแต่ภาพของคนตัวเล็กคนนั้นเต็มไปหมด

 

          “กูขอพูดอะไรหน่อยได้ปะวะ..” หันหน้ามาหาเพื่อนสนิทที่มีสีหน้าเคร่งเครียดเหมือนอยากจะพูดอะไรซักอย่างแต่ก็ไม่ยอมพูด ความจริงมันก็เป็นแบบนี้มาซักพักตั้งแต่ที่เขาเล่าให้เจ้าตัวฟังว่าตอนนี้ห่างกับคนตัวเล็กมานานมากแค่ไหน

 

          “อืม..มีไร”

 

          “กูว่ามึงเลิกรอพี่เขาเหอะ ไอมาร์ค..มันผ่านมาเกือบปีแล้วนะเว้ย”

 

          ผ่านมาเกือบปี..

 

          อา..ประโยคนี้ทำให้เขาเจ็บปวด เตนล์ขอห่างกับเขาตั้งแต่หนึ่งปีก่อน..แต่สิ่งที่เจ้าตัวทำมันไม่ใช่แค่การห่างกัน แต่มันคือการหายไปจากชีวิตเขาแบบที่ไม่สามารถตามหาตัวเจอได้ เคยบุกไปถึงบริษัทของเจ้าตัวแต่สุดท้ายก็พบว่าเจ้าตัวนั้นย้ายไปสังกัดที่สาขาต่างประเทศเป็นที่เรียบร้อยแล้ว..

 

          ชายหนุ่มหลับตาลง..ซึมซับบรรยากาศเดิมๆของความทรงจำเดิมๆเข้าไปเต็มปอด

 

          “กู..จะรอเขาต่อ”

 

          และเมื่อพูดไปแบบนั้น..ก็ได้ยินเสียงถอนหายใจยาวๆของเพื่อนรัก แต่ก็ไม่มีถ้อยคำใดๆหลุดออกมาจากปากของอีกฝ่ายอีก

 

          คิดไว้ว่า..ไม่ว่าจะนานแค่ไหนก็จะรอ

 

 

++++++++++++

 

 

         “มาร์คอา..ยินดีด้วยที่เรียนจบนะ”

 

          รอยยิ้มเจิดจ้าของคนตัวเล็กช่างดูสว่างไสวและสดใสเสียจนช่วยให้มาร์คลืมความเหนื่อยล้าตลอดทั้งวันไปจนหมด เขากอดอีกฝ่ายแน่นเท่าที่จะแน่นได้..เขาเรียนจบแล้ว เรียนจบแล้ว! และแม้คนๆนี้จะไม่ได้ไปหาเขาตอนรับปริญญาบัตร แต่แค่กลับมายังที่พักแล้วเจออีกฝ่ายมอบรอยยิ้มสดใสราวดวงอาทิตย์ให้แบบนี้เขาก็มีความสุขมากแล้ว

 

         “วันนี้วันครบรอบ 4 ปีนะ..จำได้ใช่มั้ย”

 

          “แน่นอน..มาร์คไปพักนะ เดี๋ยวเราทำอาหารเอง! จะเอาของที่มาร์คชอบทั้งหมดเลย! คนตัวเล็กชูกำปั้นขึ้นเหมือนจะสื่อว่าจะทำให้สุดฝีมือ..ท่าทางเด็กๆนั่นทำให้มาร์คลีต้องยิ้มกว้างออกมา

 

          แฟนของเขาน่ารักจริงๆ..

 

         “ไว้วันไหน..เดี๋ยวผมพาพี่ไปเที่ยวทะเล อยากไปใช่มั้ย”

 

          “เอ๋! จริงเหรอ! สัญญานะ ต้องไปด้วยกันนะ! ร่างบางในครัวหันมามองด้วยดวงตาเป็นประกาย..เจ้าตัวเล็กยิ้มร่าก่อนจะหันไปทำอาหารต่อพร้อมฮัมเพลงอย่างอารมณ์ดี

 

          แค่เห็นรอยยิ้มของพี่เตนล์..มาร์คก็รู้สึกเหมือนได้ชาร์ตพลังงาน

 

          เขาในตอนนี้เหมือนโทรศัพท์ที่ถูกชาร์ตแบตจนเต็มเปี่ยม

 

          “ไหนๆ..ทำไรให้กิน” เดินอ้อมไปด้านหลังคนตัวเล็กก่อนจะโอบเอวบางไว้หลวมๆ หูของอีกฝ่ายขึ้นสีแดงจัดเสียจนน่าแกล้งแต่ก็เกรงว่าถ้าแกล้งมากกว่านี้ตะหลิวที่อยู่ในมืออาจลอยมาโดนหัวได้ในไม่ช้า

 

         “ข้าวผัดกิมจิ..เดี๋ยวทำทาร์ตให้ด้วย ไปนั่งรอเลยเด็กบ้า!

 

          “รักพี่ที่สุด” ยิ้มบางก่อนจะหอมแก้มกลมหนึ่งทีแล้วรีบเดินหนีเพราะกลัวจะโดนมือเล็กๆนั่นฟาด

 

          ร่างสูงหย่อนตัวนั่งลงบนโซฟาอย่างอารมณ์ดีก่อนจะหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาเล่น..ข้อความบางอย่างถูกส่งเข้ามา และนั่นก็ทำให้เขารู้สึกประหลาด..มันอาจจะเป็นลางสังหรณ์หรืออะไรซักอย่าง แต่ท้ายที่สุดเขาก็เลือกที่จะปัดความรู้สึกแย่ๆทิ้งไปแล้วฉีกยิ้มยินดีขึ้นมาแทน

 

          เสียงทุ้มตะโกนหาคนตัวเล็กในครัว

 

          “พี่เตนล์! วันนี้ทำข้าวผัดกิมจิเพิ่มอีกจานนะ เดี๋ยวไอเจโน่เพื่อนตอนมอปลายมันจะมาค้างด้วย!

 

          แล้วเขาก็ได้ยินเสียงตะโกนของคนตัวเล็กตอบกลับมา

 

         “คร้าบๆ จะทำสุดฝีมือเลย”

 

          ในบางครั้ง..มาร์คก็รู้สึกเหมือนว่าทุกอย่างจะเป็นความผิดของเขา

 

          เขาไม่ควรให้สองคนนั้นได้รู้จักกัน

 

 

++++++++++++

 

 

          นัยน์ตากลมสั่นระริก..

 

          มาร์คไม่อยากจะเชื่อเลยจริงๆ

 

          เขามองเข้าไปในร้านอาหารหรูๆกลางห้างดังในกรุงโซล..เตนล์อยู่ข้างในนั้น คนที่เขาไม่ได้เจอมาเกือบปีกำลังทานอาหารอย่างมีความสุขกับกลุ่มเพื่อนของเจ้าตัวที่เขาไม่รู้จัก ใบหน้าน่ารักที่เขาแสนคิดถึงนั่นยิ้มแย้มอย่างสดใส..ดูมีความสุขเสียเต็มประดาจนเขานึกอิจฉา

 

         อา...แล้วเขาล่ะ

 

          ยกยิ้มให้ตัวเองอย่าวขมขื่น..ทว่าทั้งที่รู้ว่าอีกฝ่ายคงไม่สนใจแต่ก็ไม่อาจจะละสายตาไปจากร่างบอบบางนั่นได้ แต่ในวินาทีที่อีกฝ่ายหันหน้ามาสบตากัน..

 

          ราวกับโลกทั้งใบนั้นหยุดหมุน

 

         อา ไม่นะ ทำไมถึงหลบหน้าผมล่ะ

 

          คนตัวเล็กเสตามองไปทางอื่นทำเป็นไม่รู้จักเขา..ทั้งๆที่ในชั่ววินาทีแรกที่สบตากันเขาก็เห็นว่าอีกคนนั้นมีสีหน้าตกใจมากแค่ไหน ทำไมถึงเมินเขาล่ะ..ทำไมถึงต้องหลบตาเขาล่ะ

 

          บริเวณอกข้างซ้ายมันช่างปวดหนึบ..

 

          มาร์คลีกำลังเจ็บปวด

 

 

++++++++++++

 

 

         “อย่างี่เง่าน่ามาร์ค”

 

          ใจทั้งใจชาวาบไปกับถ้อยคำที่ถูกเอ่ยออกมาด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยจากคนรัก..ดวงตากลมสั่นระริกยามเมื่อสบตากับอีกฝ่าย ทั้งแววตาที่ดูนิ่งเสียจนน่ากลัวและใบหน้าที่ไม่เปิดเผยอารมณ์ใดๆออกมาทำให้คนอายุน้อยกว่ารู้สึกเจ็บปวด

 

          นี่นับเป็นการทะเลาะกันครั้งที่ 101 ของเรา..

 

          ในตอนแรกเริ่ม..พวกเขาเริ่มทะเลาะกันในช่วงที่มาร์คได้ที่ทำงานใหม่ๆ ยอมรับว่าช่วงนั้นอาจจะเพราะสังคมมันเปลี่ยนเขาถึงได้เปลี่ยนไปเล็กน้อย เขาหักโหมทำงานหนักมากขึ้นเพื่ออนาคตของเขากับเตนล์ที่เคยวาดฝันกันเอาไว้ เพื่อรักษาสัญญาที่ว่าจะไปทะเลด้วยกัน กลับบ้านช้าบ้าง ละเลยเตนล์ไปบ้าง..แต่เขาก็ไม่เคยที่จะลดความสำคัญคนตัวเล็กของเขา

 

          เพียงแต่..

 

          ในบางครั้งที่ไม่ว่าง..ก็มีการไหว้วานให้เจโน่เพื่อนรักที่กลับมาจากลอนดอนช่วยไปรับไปส่งคนตัวเล็กให้

 

          หากแต่เมื่อเวลาผ่านไป..หัวข้อของการทะเลาะกันก็เปลี่ยนไปเช่นกัน

 

          “งี่เง่า..? ผมเหรองี่เง่า..? พี่ไม่มาหาผมที่คอนโดเลยนะ ไปอยู่กับใครล่ะ? ไปหาใครล่ะ? อ๋อ..ไอเจโน่” ด้วยอารมณ์ที่กำลังขึ้นถึงขีดสุด..ปฏิเสธไม่ได้เลยว่ามันทำให้เขาขาดสติ เขาประชดเสียงดังด้วยใบหน้าบึ้งตึง..ในใจแอบคิดว่าอย่างน้อยก็ขอให้เตนล์แก้ตัวอะไรซักอย่าง พูดอะไรออกมาก็ได้

 

          แต่สิ่งที่ได้รับกลับมาคือความเงียบ

 

          และดวงตาของคนอายุมากกว่าที่สั่นระริก

 

          เตนล์ไม่ตอบอะไรซักอย่าง..คนตัวเล็กแค่ปิดปากเงียบแล้วก็เดินเข้าห้องนอนไป แต่มาร์คลีไม่ใช่..เขาเดินไปหาอีกคนด้วยความตั้งใจที่จะถามเรื่องราวให้รู้เรื่อง

 

         “ผมถามพี่ตรงๆนะ..”

 

         “....”

 

         “พี่ยังรักผมอยู่มั้ย..เตนล์”

 

         “....”

 

          ความเงียบของอีกฝ่ายช่างน่ากลัว..ดวงตาเรียวรีเสมองไปทางอื่นพร้อมกับริมฝีปากบางที่เม้มเข้าหากันแน่น ทุกปฏิกิริยาที่คนตัวเล็กแสดงออกมามันทำให้มาร์คเจ็บปวด

 

          เคยมีคนบอกว่าในซักวันทุกอย่างมันจะดีขึ้นเอง..แต่เขากลับไม่เห็นว่ามันเป็นแบบนั้น

 

          นับวัน..อะไรๆก็ยิ่งแย่ลง

 

          ไหนละความฝันที่เคยมีร่วมกัน..พวกเขาเคยสัญญากันว่าจะไปทะเลด้วยกัน

 

          ดวงตาของเตนล์ดูเฉยชาขึ้นทุกวัน..

 

         “ได้โปรด..เตนล์ พี่บอกผมหน่อยเถอะ..พี่ยังรักผมใช่มั้ย เรายังเป็นเหมือนเดิม..ใช่มั้ย?”

 

         “....”

 

          ความเงียบคือคำตอบของทุกอย่าง..

 

          แต่ในที่สุดคนตัวเล็กก็พูดกับเขา..ทว่าเนื้อความของประโยคที่พูดออกมานั้นกลับกำลังจะทำให้เขาต้องตายทั้งเป็น

 

          “เรา..ห่างกันซักพักเถอะ มินฮยอง”

 

          เขาเรียกผมว่ามินฮยอง..ไม่ได้เรียกว่ามาร์คเหมือนทุกที

 

          ถ้าในตอนนั้นผมรั้งพี่เอาไว้..พี่ยังต้องการจะจากผมไปอยู่รึเปล่า

 

         ดูเหมือน..เราจะรักษาสัญญาที่ว่าจะไปทะเลด้วยกันไม่ได้อีกแล้ว

 

 

++++++++++++

 

 

          “สบายดีมั้ย..มินฮยอง”

 

         ไม่..

 

          อยากจะตอบแบบนั้นไปใจจะขาด..แต่เมื่อสบตากับดวงตาเรียวคู่นั้นคำพูดทุกอย่างที่เตรียมมาก็ถูกกลืนลงคอไปจนหมด

 

          “สบายดี..แล้วพี่เป็นไงบ้าง”

 

          “ก็ดี”

 

          เกิดเดดแอร์ขึ้นในทันทีที่อีกฝ่ายตอบมาแบบนั้น

 

          มาร์คกำลังเจ็บปวด..ทั้งๆที่อีกฝ่ายอยู่ตรงหน้าแต่เขากลับรู้สึกเหมือนเราห่างกันเหมือนอยู่คนละทวีป ทั้งสายตาและรอยยิ้มที่มีให้เขามันเปลี่ยนไปจนหมด

 

          เขากำมือตัวเองแน่น..รู้ดีว่าตัวเองกำลังจะต้องพบเจอกับอะไร

 

          “มินฮยองอา..”

 

          “ครับ..”

 

          “นายยังรอพี่อยู่รึเปล่า..”

 

          “....”

 

         “เราเลิกกันเถอะนะ”

 

          ในเมื่อพี่พูดแบบนี้..แล้วผมจะกล้าตอบได้ยังไงว่าผมยังคงอยู่ตรงนี้ ผมยังคงรอพี่อยู่

 

 

 

 

 

 

 

 

S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 22 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #66 Artemis.T (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 14:43
    มาร์คลูก มาหอมหัวว แงงง
    #66
    0
  2. #38 ไอฮยอง (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 22 เมษายน 2561 / 23:22
    สงสารม้ากก พี่เตนล์ ฮัมไมใจร้าย T_T
    #38
    0
  3. #35 Tem009 (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:32
    มาร์คคคค แงงง มาหาพี่มา
    #35
    0
  4. #20 Sohyuk (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 14:09
    เศร้ามากๆมาร์คลูกกกก เตนล์กลับมาหามาร์คเถอะน้องรักเตนล์มากเลยน๊าาา ไรท์เตอร์เขียนดีมันหน่วงงงมาก ขอบคุณที่แต่งคู่นี้นะคะ
    #20
    0
  5. #19 SUN_B (จากตอนที่ 5)
    วันที่ 12 เมษายน 2561 / 13:36
    สงสารมาร์ค ㅠㅠ
    #19
    0