YESTERDAY ❥ Taeten Jaeten Allten {os/sf}

ตอนที่ 3 : (sf) Sorry that I walked away – Jaeten

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 850
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 43 ครั้ง
    11 เม.ย. 61


 Title : Sorry that I walked away

Author : LittleG

Pairing : Jaeten

Request by : -

About it อ่านหน่อย ตรงนี้สำคัญมากๆ ฟิคสั้นเซตนี้มีทั้งหมด 4 ตอนนะคะ คือ Back to you / Sorry that I walked away / Because of you / Stay in my life แนะนำให้อ่านให้ครบจะได้อรรถรสมากกว่าค่ะ เรื่องทั้งหมดเกือบ 90% เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง โปรดใช้จักรยานในการรับชม ปล.เรื่องนี้เราอ้างอิงถึงสังคมเกาหลีกับเพศที่ 3 ด้วยนะคะ (ผิดพลาดประการใดขออภัยด้วยค่ะ TT) อยากให้อ่านให้จบก่อนที่จะตัดสินตัวละครแต่ละตัวเด้อ

          ไม่อยากบอกว่าตอนแต่ง sf ชุดนี้นี่ฟังเพลง timeless ของแทอิล โดยอง แจฮยอนบิ้วอารมณ์วนไปจร้า ความหมายมันได้อยู่ 5555555555

          ให้เดาว่าเรื่อง Stay in my life กับ Because of you เป็นคู่ไหน บอกไว้ก่อน เดาได้ง่ายๆเลยครัช เพราะตัวละครในชุดนี้มีเด่นๆอยู่ 4 ตัว คือ เตนล์ แจฮยอน และอีก 2 คนขอไม่บอกว่าใคร 55555555555555555

          ส่วนเรื่องที่รีเควสจะทยอยแต่งให้หลังวันที่ 11 เม.ย. นะคะ พอดีว่าติดไปญี่ปุ่น ไม่ว่างเด้อ ;^; แล้วตอนแต่งมันต้องใช้ฟีลลิ่งกับเพลงมาบิ้วอารมณ์พอสมควรเลย เลยไม่รู้ว่าจะได้แต่งเรื่องไหนก่อน ขอโทษล่วงหน้าด้วยค่า TT 

 

- - - - - | | - - - - - | | - - - - -

 

 

 

          จองแจฮยอน มองโทรศัพท์เครื่องหรูในมืออย่างเหม่อลอย ไม่มีการรับสาย แต่ก็ไม่ตัดสาย..ดวงตาคมปิดลงกลั้นหยาดน้ำตาที่กำลังไหลออกมา เขาจะมาร้องไห้ไม่ได้ อย่างน้อยก็ในตอนนี้..เวลานี้

 

          ถ้าเกิดร้องไห้ออกไปล่ะก็..มันต้องวุ่นวายมากแน่ๆ

 

          แจฮยอนต้องเข้มแข็ง

 

          เขาเก็บโทรศัพท์ใส่กระเป๋ากางเกงเมื่อคิดได้ว่าอีกฝ่ายคงไม่คิดจะรับสายกันจริงๆ เขาปรับสีหน้าท่าทางให้ร่าเริงดังเดิม เดินไปโค้งคำนับให้กับรุ่นพี่ค่ายเดียวกันที่เดินผ่าน แจกรอยยิ้มสดใสให้เพื่อนร่วมวงการที่เดินไปเดินมา ไม่มีใครรู้ว่าภายใต้ใบหน้ายิ้มแย้ม..คนตัวขาวต้องอดทนกับความรู้สึกบางอย่างที่กำลังกัดกินหัวใจขนาดไหน

 

         ไม่มีใครรู้

 

         และจะไม่มีวันได้รู้

 

          “เตนล์ไม่รับโทรศัพท์ล่ะสิ” โดยองฮยองซึ่งพึ่งลงมาจากเวทีพูดอย่างรู้ทัน ใบหน้าหล่อเหลานั่นดูนิ่งสนิทไม่ยินดียินร้ายกับความรู้สึกของแจฮยอนเลยซักนิด

 

          “อย่าว่าฉันเข้าข้างเตนล์เลยนะแจฮยอน แต่..นายน่าจะรู้ว่านายไม่ควรทำแบบนี้อีก” พี่ชายหน้ากระต่ายมองมาด้วยสายตาจริงจัง มือเรียวตบบ่าเขาดังแปะๆก่อนจะเดินเลี่ยงไปยังห้องพักสำหรับพิธีกรพิเศษในรายการเพลงวันนี้

 

          “ผมรู้”  เสียงทุ้มต่ำพึมพำกับตัวเอง

 

          แจฮยอนรู้ดี..เขารู้ดีว่าเขาไม่ควรทำแบบนี้

 

          เขาไม่มีสิทธิอะไรอีกแล้ว

 

          หลังจากที่เดินทางกลับมายังหอก็รีบพุ่งไปที่ห้องของคนตัวเล็กทันที แต่รูมเมทร่วมห้องของเตนล์กลับเปิดประตูออกมาแล้วยืนขวางเอาไว้ ใบหน้าของหัวหน้าวงอย่างแทยงดูนิ่งและดุดันเสียจนร่างสูงรู้สึกกลัวขึ้นมาเล็กน้อย

 

          แต่แจฮยอนคิดถึงเตนล์

 

          เขาคิดถึงเตนล์เหลือเกิน

 

          “แทยงฮยอง ผมขอเข้าไปหาเตนล์ฮยอ---“

 

          “ไม่ แจฮยอน..ฉันจะไม่ปล่อยให้นายเข้าไป” แทยงว่าด้วยสีหน้าจริงจังก่อนจะยืนขวางประตูไม่ยอมขยับไปไหน

 

          “แต่ผม..”

 

          “เตนล์ร้องไห้”

 

          แจฮยอนสะอึก..เขากำมือแน่น

 

          “ผม..”

 

          “อย่างน้อย..นายควรรอให้เตนล์ตื่นก่อน” ร่างสูงไม่คิดจะพูดอะไรอีก พี่ชายร่วมวงตรงหน้ารู้จักเตนล์ดีกว่าเขา..และเขาเข้าใจว่าแทยงกำลังพยายามไกล่เกลี่ยให้เขาและเตนล์อารมณ์เย็นลงแล้วค่อยมาคุยกัน สุดท้ายแล้วแจฮยอนก็ทำได้เพียงพยักหน้าอย่างเข้าใจเท่านั้น

 

          “ครับ ผมจะรอ”

 

          แทยงฮยองพยักหน้ารับแล้วเดินไปดูหนังกับพวกวินวินที่นั่งล้อมวงดูหนังกันอยู่ที่โซฟาและพื้น คนเดียวที่ไม่ได้อยู่ตรงนั้นคือเตนล์ที่นอนอยู่ข้างใน

 

          มือขาวหมุนลูกบิด

 

          เขารู้ว่าแทยงฮยองต้องไม่พอใจแน่ๆ

 

          แต่เขาอยากเจอเตนล์

 

          เมื่อเดินเข้าไปในห้องก็พบกับคนตัวเล็กที่นอนคุ้ดคู้อยู่ใต้ผ้าห่มผืนหนา ดวงตาที่เขาชอบมองยามเผลอบวมเป่ง หมอนแสนนุ่มนิ่มที่อีกคนชอบหนุนอยู่เป็นประจำเปียกเป็นวงกว้าง..มันทำให้เขารู้ว่าเตนล์ฮยองของเขาร้องไห้หนักขนาดไหน

 

          มือแกร่งยกขึ้นลูบศีรษะอีกคนอย่างแผ่วเบา

 

          “ผมขอโทษ”

 

          เอ่ยถ้อยคำขอโทษจากใจทั้งที่รู้ว่าผู้ตกอยู่ในห้วงนิทราไม่มีทางได้ยินมัน

 

 

 

 

          แจฮยอนไม่รู้ว่าจุดเริ่มต้นความรักของเรามันมาจากตรงไหน อาจเป็นเพราะตอนที่คนตัวเล็กเข้ามาเป็นเทรนนี่ใหม่ๆนั้นพูดภาษาเกาหลีไม่ได้ อาจเป็นเพราะในตอนนั้นเขาพูดภาษาอังกฤษได้ดี อาจเป็นเพราะนิสัยของเราเข้ากัน อาจเป็นเพราะพวกเราสนิทกันได้เร็ว

 

         และอาจเป็นเพราะพวกเราสนิทกันมากเกินไป

 

         สนิทกันมากจนเผลอก้าวข้ามเส้นกั้นบางๆโดยไม่รู้ตัว จากพี่น้องคนสนิทกลายเป็นคนรัก

 

         มันโชคดีแค่ไหนที่เพื่อนเทรนนี่ที่สนิทกันยอมรับความรักของพวกเขา

 

         โชคดีแค่ไหนที่ทุกคนไม่รังเกียจ

 

         ใช่..มันโชคดีแค่ไหน

 

         เขาจำได้ว่าครั้งหนึ่ง..เขาเคยตื่นแต่เช้าเพื่อชวนจอห์นนี่ฮยองไปซื้อเค้กช็อกโกแลตที่คนตัวเล็กชอบนักหนา ตอนที่เดินเข้าร้านเขาประหม่าแทบตาย..เขาไม่รู้ว่าเตนล์ชอบเค้กช็อกโกแลตแบบไหน ครีมช็อกโกแลตเหรอ? หรือช็อกโกแลตหน้านิ่ม?

 

         แล้วสุดท้ายเขาก็เลือกไปทั้งสองอย่าง

 

         หลังจากซื้อเค้กเสร็จก็เดินไปไกลอีกซักหน่อยเพื่อแวะร้านสะดวกซื้อ เขาซื้อขนมขบเคี้ยวที่เมเนเจอร์ฮยองบ่นว่ามันไม่มีประโยชน์แต่คนตัวเล็กก็ยังชอบกิน ซื้อนมช็อกโกแลตและนมจืดเพราะจำได้ว่าคนตัวเล็กบ่นอยากสูงๆเหมือนจอห์นนี่ฮยอง

 

         ตอนที่เดินเข้าไปในหอก็เห็นคนรักยืนทำหน้ามุ่ยอยู่กับพี่ชายชาวญี่ปุ่น

 

         “แจฮยอนนา ไปไหนมาอ่ะ! ไม่ชวนเลย~” คนตัวเล็กวิ่งมากอดแขนเขาแน่นอย่างออดอ้อน จนแจฮยอนรู้สึกหน้าร้อนไปหมด ถ้าไม่ใช่เพราะอยู่ต่อหน้าพวกพี่ๆเขาคงจับอีกคนฟัดให้หนำใจไปแล้ว

 

         แจฮยอนรู้สึกเหมือนจะตาย

 

         “แหม สวีตกันแต่เช้าเลยนะ! เอ้าแจฮยอน บอกเตนล์ไปดิวะว่าไปไหนมา” พี่ชายที่พาไปซื้อของเมื่อเช้าจีบปากจีบคอพูด ยักคิ้วให้เขาแล้วเหลือบมองคนรักของเขานิดหน่อย เตนล์ทำหน้างงงวยจนเขารู้สึกอยากหยิกแก้ม

 

         “ไรอ่ะ! ไปไหนมา..บอกมานะแจฮยอนนี่!” ปากเล็กๆเบะออกจนแจฮยอนรู้สึกอยากบีบแต่ต้องยั้งใจเอาไว้ เขายิ้มให้คนตัวเล็กก่อนจะตอบด้วยเสียงทุ้มต่ำแล้วชูถุงขนมในมือทั้งสองข้างขึ้นมาให้อยู่ในระดับสายตาของคนรัก

 

         “ผมไปซื้อเค้กให้ฮยองไง รู้หรอกว่าตื่นมาแล้วจะหิวอ่ะ”

 

         เตนล์ยิ้มกว้าง ร่างบางกระโดดกอดเขาจนตัวลอย

 

         “ขอบคุณนะแจฮยอนอา~ รักแจฮยอนนี่ที่สุดเลยยยยย”

 

         วันนั้นแจฮยอนมีความสุขมาก แม้ว่าจะถูกเทรนนี่ร่วมหออย่างพวกจอห์นนี่ฮยองแซวทั้งวัน แต่เขาก็รู้สึกเหมือนหัวใจพองโตจนคับแน่น เตนล์ฮยองบอกรักเขานานมากๆจนเขาต้องลากเข้าไปในห้อง

 

         ได้ยินเสียงแซวตามหลังมา แต่เขาไม่ได้สนใจ

 

         “ฮยองรักผมใช่มั้ย” ดันคนตัวเล็กจนหลังติดกับกำแพง เขาเอื้อมมืออีกข้างหนึ่งดันประตูให้ปิดลง โน้มตัวลงจูบคนในอ้อมแขนอย่างอ่อนโยน จมูกโด่งไซร้ไปที่แก้มขาวนวลก่อนเลื่อนลงมาที่ต้นคอ เตนล์น่าแดงจัดจนเขารู้สึกว่ามันน่ารักน่าชังเป็นบ้า..

 

         และน่าจับขยำๆยัดเข้าปากมากๆ

 

         ดังนั้นเขาจึงหอมแก้มคนตัวเล็กไปฟอดใหญ่

 

         “ตอบผมสิครับ ฮยองรักผม..ใช่มั้ย” กอดคนตัวเล็กแน่น ซุกหน้าลงตรงซอกคอขาวของอีกฝ่าย แอบสังเกตหูที่แดงจัดก็รู้ว่าตอนนี้เตนล์ต้องเขินมากแน่ๆ

 

         คนรักตัวเล็กพยักหน้าตอบเสียงอู้อี้

 

         “อื้อ”

 

         แจฮยอนยิ้ม

 

         “ครับ ผมก็รักฮยองนะ”

 

         ก่อนจะโน้มตัวจูบคนตัวเล็กอีกครั้งและอีกครั้ง

 

 

 

 

          เขาเดินออกจากห้องนอนของอดีตคนรักก่อนจะทรุดตัวนั่งลงหน้าประตู เห็นสายตาของเหล่าพี่ชายและน้องชายร่วมหอมองมาด้วยความสงสาร แจฮยอนน้ำตาไหลอาบแก้ม เขาตัดสินใจที่จะกลับไปนอนที่บ้านในคืนนี้เพราะรู้ว่าไม่อาจนอนร่วมหอกับคนตัวเล็กได้

 

          จนกระทั่งในตอนเช้า..เขากลับมาอีกครั้ง

 

          สมาชิกในวงบางคนออกไปทำงานและบางคนก็ยังนอนอยู่ในหอ

 

          เขาหยุดยืนอยู่หน้าห้องของคนตัวเล็กนานแสนนาน..กำลังตัดสินใจว่าควรจะเคาะดีหรือไม่ เขาอยากคุยกับเตนล์..อยากคุยกับเตนล์มากๆ แม้จะรู้ว่าสภาพจิตใจของตัวเองในตอนนี้มันไม่ได้ดีเลย เมื่อคืนเขานอนไม่หลับแถมยังร้องไห้ทั้งคืน นั่นทำให้วันนี้ดวงตาของเขาทั้งแดงก่ำและบวมเป่ง ขอบตาก็คล้ำยิ่งกว่าหมีแพนด้าเสียอีก

 

          เขาไม่ควรกวนเตนล์หรือเปล่า?

 

          แค่นหัวเราะก่อนจะตั้งท่าหมุนตัวเพื่อเดินกลับ

 

          ทว่าก่อนที่จะได้ทำแบบนั้น..ประตูกับถูกเปิดออกมาเสียก่อน คนตัวเล็กยืนอยู่ตรงนั้น ดวงตารีมองมาที่เขาแล้วเบิกกว้างนิดๆด้วยความตกใจ

 

          “แจฮยอน..”

 

          แจฮยอนรู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอบื้อ เพียงแค่เห็นเตนล์ฮยองที่เขารักนักหนายืนอยู่ตรงหน้าก็ทำให้เขารู้สึกราวกับโดนสาปให้แข็งเป็นหิน ประโยคมากมายที่เคยคิดเอาไว้ในหัวเพื่อคุยกับพี่ชายตัวเล็กกลับหายไปและแทนที่ด้วยความว่างเปล่าจนสมองขาวโพลน ทำได้เพียงส่งรอยยิ้มโง่ๆไปเท่านั้น

 

         จองแจฮยอน..ไอโง่

 

          “ฮยองไม่รับโทรศัพท์ผม..แต่ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธหรอกนะ” แต่สุดท้ายแล้วเขาก็พยายามเค้นทุกอย่างในหัวแล้วพูดออกมา

 

          “....” แต่เตนล์ฮยองก็ยังนิ่ง

 

          “ไปเที่ยวกับผมมั้ย?”

 

          “....”

 

          “ไม่สิ ฮยองคงไม่อยากไปเที่ยวกับผมหรอกเนอะ”

 

          “....”

 

         ใช่ ฮยองคงไม่อยากไปกับเขา

 

          “งั้นไปหาไรกินกัน”

 

          “....”

 

          แจฮยอนนึกสมเพชตัวเองในใจ

 

          ถามอะไรโง่ๆแจฮยอน ขนาดชวนไปเที่ยวก็เห็นแล้วว่าเขาไม่อยากไป นึกว่าเขาจะอยากไปกินข้าวกับนายรึไง

 

          เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะไม่ไหว

 

          “แต่ ฮยองก็คง ม ไม่ อยากไปกับ ผ..ผมอยู่ดี” แจฮยอนรู้สึกอุ่นๆที่ขอบตา ก่อนที่น้ำตาหยดหนึ่งจะร่วงลงตามแรงโน้มถ่วงของโลก แล้วตามด้วยหยดที่สองและหยดที่สาม เขาเอื้อมมือไปคว้าคนตัวเล็กมากอดแน่น..ซุกใบหน้าหล่อเหลาราวกับเจ้าชายนั่นที่ไหล่แคบที่เขาคุ้นเคย กอดอีกฝ่ายแน่นราวกับกลัวว่าอีกคนจะหายไป

 

         เตนล์ลูบหลังเขาเหมือนพยายามปลอบเขาให้หยุดร้อง

 

         แจฮยอนได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆของคนตัวเล็ก เขารู้ดี..

 

           เตนล์พยายามที่จะเข้มแข็ง เตนล์ฮยองเป็นคนแบบนี้เสมอ

 

          “นายทำงานทั้งวันคงเหนื่อยแล้ว พึ่งกลับมานี่..ใช่มั้ย? งั้นไปนอนนะ” เตนล์พูดกับเขาพร้อมตบหลังแปะๆ แต่เขาก็ส่ายหน้า..เขากอดรัดอีกฝ่ายแน่นกว่าเดิม

 

          “ถ้าผมไปพัก..ฮยองจะหายไป”

 

         ใช่ ผมรู้..ฮยองกำลังจะหายไป

 

          “ฮยองไม่หายไปไหน..เชื่อฮยองนะ”

 

          เขาไม่เชื่อ

 

          แต่ท่าทางที่เหมือนอยากผลักเขาออกไปไกลๆนั่นทำให้เขาต้องยอมเดินเข้าห้องตามแรงดันของคนตัวเล็กแต่โดยดี ชั่วครู่หนึ่งที่เขาสังเกตเห็นมาร์คที่กำลังมองมาจากห้องครัว เขาพยักเพยิดหน้าไปทางพี่ชายตัวเล็กเป็นเชิงว่าให้คอยดูแลด้วย เจ้าเด็กจากแคนาดาพยักหน้ารับก่อนที่เขาจะเดินเข้าไปในห้องตัวเองแล้วปิดประตู

 

          เขาทรุดตัวลงนั่งพิงประตูบานใหญ่

 

          ได้ยินเสียงสะอื้นเบาๆดังมากจากอีกฟากหนึ่ง และได้ยินเสียงมาร์คแทรกมาเป็นระยะ

 

          แจฮยอนหลับตาลงอย่างเหนื่อยอ่อน รู้สึกอ่อนแอไปทั้งหัวใจ นึกย้อนถึงช่วงเวลาที่ผ่านมาที่เขากับคนตัวเล็กดูเมินเฉยต่อกัน ไม่เล่นกัน ดูไม่สนิทกันเหมือนเมื่อก่อนจนแฟนคลับและเพื่อนร่วมวงเริ่มรู้สึกอึดอัดตามไปด้วย

 

          แม้จะพยายามปกปิดด้วยใบหน้ายิ้มแย้มเหมือนไม่มีอะไร

 

          แต่การกระทำที่เหมือนจะพยายามไม่ยุ่งเกี่ยวกันอย่างชัดเจนนั่น..ใครๆก็ดูออก

 

 

 

 

         แจฮยอนรักเตนล์มาก..เขามักจะเป็นฝ่ายเริ่มสกินชิพกับเตนล์ก่อนเสมอจนติดเป็นนิสัย แฟนคลับส่วนใหญ่ก็รู้ว่าเขากับเตนล์สนิทกันมากจนถึงมากที่สุด

 

         อย่างตอนถ่ายทำรายการ nct life ที่เชียงใหม่..รู้มั้ยว่าเขาดีใจขนาดไหนที่ได้นอนร่วมห้องกับเตนล์ ได้นอนเตียงเดียวกับเตนล์ เราดีใจจนเผลอกอดกันแนบแน่นเสียขนาดนั้น หนึ่งในฉากที่ถูกตัดออกไปคือตอนนอน..ไม่สิ ไม่ใช่ถูกตัด แต่เขาเป็นคนปิดกล้องเองต่างหาก คงไม่มีรายการที่ไหนอยากถ่ายผู้ชายสองคนที่นอนกอดกันทั้งคืนหรอกจริงมั้ย?

 

         ผลตอบรับในตอนนั้นก็ค่อนข้างดี..ถ้าเข้าไปอ่านในทวิตเตอร์ #Jaeten คุณจะเห็นว่าแฟนคลับมีความสุขมากขนาดไหนกับโมเม้นของคู่นี้

 

         แต่..มันไม่ใช่ว่าทุกคนจะโอเคกับความสัมพันธ์ของเรา

 

         ไม่ใช่ทุกคนจะชอบเรา

 

         เขาถูกสอนให้เข้าใจในเรื่องนี้มาแล้วตอนเป็นเทรนนี่ แต่พอถึงเวลาจริงๆเขาก็ไม่เคยรับมันได้เลย เขาเริ่มอดทนกับความคิดเห็นแย่ๆเกี่ยวกับตัวเขาและเตนล์มาตั้งแต่ตอนนั้น เขาเริ่มห่างจากเตนล์มากขึ้น..ประกอบกับช่วงนั้นมีงานในฐานะยูนิต 127 ที่ท่วมท้นทำให้ไม่มีเวลาได้อยู่ด้วยกันมากนัก

 

         นั่นทำให้..บางครั้งเขาก็รู้สึกว่าต่อให้ไม่มีเตนล์เขาก็อยู่ได้

 

         ในวันนั้นมันเป็นอีกวันที่เขาเข้าทวิตเตอร์

 

         แจฮยอนกับเตนล์น่ะเหรอ? ฉันไม่ชอบ พวกเขามัน..ฉันไม่ยอมรับ!’

 

         พวกบ้า

 

         ฉันไม่ชอบพวกเขา

 

         ฉันเกลียดพวกเขา

 

         พวกเขาดูแปลกๆนะว่ามั้ย? ไม่ใช่ว่าแอบคบกันเหรอ 555555

 

         นี่มัน..ฉันรับไม่ได้

 

         ในบางครั้งที่เขาเริ่มอ่านความเห็นพวกนี้..เขาเริ่มตั้งคำถามกับตัวเอง ทำไมความรักของเราถึงได้ผิดปกติ? เฮ้..พวกเราแค่รักกันเองนะ ก็เหมือนกับผู้ชายรักกับผู้หญิงไง? มันต่างกันตรงไหน?

 

แต่ยิ่งนานวันเข้าความคิดของคนพวกนี้ก็ยิ่งดูดกลืนตัวตนของเขา..

 

         สังคมของคนเกาหลีไม่ได้เปิดกว้างมากนัก

 

         และด้วยอาชีพของเรา..เราต้องเป็นในสิ่งที่สังคมคาดหวังให้เป็น

 

         ความคิดและความรู้สึกของเขาถูกดูดกลืนด้วยตรรกะของคนหมู่มากที่เกลียดชังเขา เกลียดชังความสัมพันธ์ของเรา นึกย้อนดูแล้วช่างน่าผิดหวัง..ทำไมเขาถึงต้องไปให้ค่าคำพูดของคนพวกนั้น คนที่ต่อให้เขาทำตัวดีขนาดไหนก็ไม่มีวันเลิกอคติกับเขาได้

 

         จำได้ดีว่าระหว่างที่ไถทวิตอ่านความเห็นแย่ๆพวกนั้นอยู่ดีๆเตนล์ก็ชะโงกหน้ามาถามว่าดูอะไรอยู่ เขารีบคว่ำมันลงเพราะไม่อยากให้อีกคนรู้สึกแย่กับข้อความพวกนี้ แต่ในตอนนั้นความรู้สึกของเขามันไม่เหมือนเดิม

 

         ความคิดเห็นของคนพวกนั้นเริ่มแทรกซึมเข้าไปในหัว

 

         เหมือนกับเทปที่เล่นวนซ้ำไปซ้ำมา

 

         สุดท้ายเขาก็เลือกที่จะเมินเตนล์แล้วไปซ้อมที่บริษัท เจอแทยงฮยองก็ตัดสินใจซ้อมด้วยกันอยู่พักหนึ่ง จนเมื่อพระอาทิตย์กำลังจะลับขอบฟ้า..แทยงฮยองกดปิดเพลงก่อนจะเดินมาจับไหล่เขา

 

         “นายกำลังทำเตนล์เสียใจ” ลีดเดอร์ของวงมองเขาด้วยสายตาจริงจัง

 

         “แทยงฮยอง..ผมรู้ แต่ผมไม่สนใจสายตาของแฟนคลับไม่ได้”

 

         “นายก็แค่รักเตนล์เหมือนเดิม ดูแลเตนล์เหมือนเดิม แค่นี้มันยากตรงไหน? เตนล์รักนาย นายรักเตนล์ แค่นี้มันก็พอแล้วนี่”

 

         ไม่..มันไม่พอ

 

         “ไม่ ฮยอง..มันไม่พอ พวกเรารักกันไม่ได้ มันไม่ถูก..ผมเป็นผู้ชาย เตนล์ฮยองก็เป็นผู้ชาย”

 

         คำพูดแย่ๆของคนพวกนั้นวนอยู่ในหัว

 

         “รู้มั้ย แทยงฮยอง..ผมเคยคิดว่าเตนล์ฮยองเป็นโลกทั้งใบของผม”

 

         “.....”

 

 

         “แต่หลังจากที่พวกเราเริ่มห่างกัน ผมเริ่มมีงานของตัวเอง..ในตอนนั้นผมเริ่มคิดว่ามันไม่ใช่”

 

         “....”

 

          “เตนล์ฮยองไม่ใช่โลกทั้งใบของผมอีกต่อไปแล้ว”

 

 

 

 

          หลังจากหลับไปได้ซักพักเขาก็เดินออกไปข้างนอกเพื่อซื้อของเขาหอ ตอนที่เปิดประตูเข้ามาก็สังเกตเห็นคนตัวเล็กนั่งอยู่ที่โต๊ะเตี้ยๆ บนโต๊ะมีอาหารที่แทยงฮยองเตรียมไว้ให้ตั้งแต่ช่วงบ่ายๆ

 

          “เตนล์ฮยอง..ตื่นแล้วเหรอ” คนตัวเล็กชะงัก

 

          “อืม” เตนล์ฮยองตอบ แจฮยอนมองอีกฝ่ายก่อนจะเดินไปเทน้ำใส่แก้ว หยิบยาแก้ปวดที่อยู่ในตู้ยาแล้วเดินเอามาวางไว้ข้างหน้าคนตัวเล็ก เตนล์ขอบคุณเบาๆ..มันทำให้แจฮยอนรู้สึกอุ่นวาบในใจจนเผลอเอื้อมมือไปหวังจะสัมผัสหัวกลมๆนั่น

 

          แต่เตนล์หลบมัน

 

          คนอายุน้อยกว่าชะงัก..ก่อนจะแสร้งยิ้มออกมาเหมือนไม่เป็นไรแล้วขอตัวออกไปถ่ายรายการตามตารางงานที่บริษัทจัดไว้ให้ ระหว่างที่นั่งอยู่ในรถ..เหตุการณ์ตอนที่เราเลิกกันก็ฉายวาบขึ้นมาในหัว

 

 

 

 

          “เตนล์ฮยอง”

 

         เขายืนอยู่ตรงหน้าประตูห้องนอนของคนตัวเล็ก ไล่สายตามองใบหน้าหวานที่เคยรักนักหนาก็เห็นดวงตากลมที่แดงก่ำเหมือนผ่านการร้องไห้มาอย่างหนัก ขอบตาที่ดำคล้ำเหมือนอดหลับอดนอนมานานยิ่งทำให้เขารู้สึกแย่

 

         แต่ก็ทำได้เพียงอดกลั้นมันไว้..

 

         เขาเดินเข้าไปประชิดตัวคนตัวเล็ก..ดันอีกฝ่ายจนแผ่นหลังบางนั่นแนบกับเตียงนุ่มๆ ก่อนจะคลานมาคร่อมอีกคนเอาไว้

 

         “แจ..แจฮยอนอา” เตนล์เรียกชื่อเขาเสียงสั่น เขาไม่รู้ว่าตัวเองทำสีหน้าแบบไหนออกไป..แต่เตนล์ดูกลัวเขามาก อาจจะเป็นเพราะข้อความบ้าๆพวกนั้นที่ยังคงวนเวียนอยู่ในห้วงความคิดจนเขารู้สึกว่าตัวเองมองเตนล์ไม่เหมือนเดิม

 

         เราเดินทางมาถึงทางตันแล้ว

 

         แจฮยอนคิดแบบนั้น

 

         “ไม่อยาก ย..อยู่กับฮยองแล้วเหรอ แจ ฮึก แจฮยอนอา” เตนล์ร้องไห้..มือบางถูกยกขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น หยาดน้ำตามากมายบีบรัดหัวใจของแจฮยอนจนเจ็บปวด และเพราะน้ำตาที่ไหลอาบแก้มจนตาพร่ามัวนั่น..ทำให้เตนล์มองไม่เห็นว่าแท้จริงแล้วแจฮยอนรู้สึกอย่างไร

 

         แจฮยอนไม่ได้ตอบอะไรเขาทั้งนั้น

 

         “ฮยอง..ฮยอง ฮึก ม ไม่ใช่โลกทั้งใบของแจฮยอน ฮึก..แล้วเหรอ” มือเล็กๆเอื้อมมาสัมผัสใบหน้าของเขาอย่างแผ่วเบา นัยน์ตาของแจฮยอนสั่นไหว..แต่แล้วเมื่อนึกถึงข้อความแย่ๆ เขาก็รู้สึกเหมือนตามืดบอด..เขารู้สึกว่างเปล่า มันเป็นชั่วครู่หนึ่งที่เขาคิดว่าตัวเองไม่ได้รักเตนล์แล้ว

 

         “แต่..แต่แจฮยอนเป็นโลกทั้งใบของฮยองนะ” เตนล์ปิดเปลือกตาลง มันดีแล้ว..ดีแล้วที่เตนล์หลับตา เพราะไม่อย่างงั้นเตนล์คงเห็นว่าดวงตาของเขาก็ฉายแววเจ็บปวดราวกับกระจกที่แตกร้าวออกเป็นเสี่ยงๆ

 

         แต่แจฮยอนตัดสินใจแล้ว

 

         “พอเถอะ เตนล์ฮยอง..”

 

         “....”

 

         “ผมว่า..เราไปต่อกันไม่ไหวแล้วว่ะ”

 

         ใช่ เราไปต่อกันไม่ไหวแล้ว..

 

         “พอกันแค่นี้เถอะนะ ผมเหนื่อย ผมอึดอัด”

 

         ผมเหนื่อยที่ต้องอดทนกับความเห็นแย่ๆ ผมอึดอัดที่ต้องคอยระวังตัวตลอดเวลาว่าคนภายนอกจะรู้ความสัมพันธ์ของเรารึเปล่า

 

         “รู้มั้ย..ผมเคยรักฮยองมาก เคยคิดว่าแค่มีฮยองผมก็ไม่ต้องการอะไร แต่พอเริ่มโตขึ้น ได้เห็นโลกมากขึ้น ผมถึงได้รู้..โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่พวกเรา โลกของผมก็ไม่ได้มีแค่ฮยอง”

 

         ใช่ เพราะโลกใบนี้ยังมีผู้คนอีกมากที่ไม่ยอมรับคนแบบพวกเรา

 

         “.....”

 

         “เราจบกันตรงนี้เหอะนะ ผมขอร้อง”

 

         ผมขอโทษ ความจริงแล้วผมไม่อยากให้เราต้องจบกัน

 

         “....”

 

         “เลิกกันนะ”

 

          แต่ผมอดทนกับมันต่อไปไม่ไหวแล้ว

 

 

 

 

          ถ้าย้อนเวลากลับไปได้..เขาจะไม่ให้ค่าคำพูดแย่ๆพวกนั้น เขาจะไม่ให้ค่าคนที่ไม่มีวันเลิกอคติกับตัวเขาแม้ว่าเขาจะทำตัวดีขนาดไหน เขาจะไม่ให้ค่าพวกคนที่มุ่งโจมตีเขาตลอดเวลา

 

          อยู่ได้โดยไม่มีเตนล์งั้นเหรอ?

 

          ในตอนนั้นเขาคิดแบบนั้นออกมาได้ยังไงกัน?

 

          ความรักของเรามันผิด?

 

          ผิดตรงไหน? ผิดยังไง? แค่เพราะเราเป็นผู้ชายทั้งคู่เหรอ? เพราะเราเป็นคนของสังคม..ต้องเป็นในสิ่งที่สังคมอยากให้เป็นเหรอ? แต่เราไม่ได้สร้างความเดือดร้อนให้ใครนี่? เราแค่รักกัน..

 

          จริงมั้ย?

 

          แค่รักกันมันก็โอเคแล้วไม่ใช่เหรอ? อะไรคือสิ่งที่มาวัดว่าความรักแบบนี้ผิดความรักแบบนู้นถูก? มันก็แค่ตรรกะที่มนุษย์คิดกันขึ้นมาเองทั้งนั้น เขาโชคดีแค่ไหนแล้วที่เพื่อนร่วมวงของเรายอมรับเรื่องแบบนี้ได้ โชคดีแค่ไหนแล้วที่ครอบครัวรับเรื่องพวกนี้ได้

 

          นึกอยากตบหัวตัวเองในตอนนั้นซักพันครั้ง..แค่คนรอบตัวรับได้ก็ดีแล้วไม่ใช่เหรอ จะไปสนสายตาของคนนอกทำไม? คนพวกนั้นเป็นใคร? แฟนคลับเราเหรอ? ก็ไม่ใช่นี่..คนพวกนั้นเป็นแค่คนที่คอยพ่นคำพูดแย่ๆเพื่อบั่นทอนความรู้สึกของพวกเขา

 

เราไม่ได้ทำให้เขาเดือดร้อนปะวะ? เราไม่ได้แสดงความรักประเจิดประเจ้อต่อหน้าคนนับร้อยคนนับพันนี่ เราไม่ไปจูบกันต่อหน้าสาธารณชนให้คนเขามาด่าเล่นอยู่แล้ว

 

          ก็แค่รักกันในที่ของเรา ดูแลกันในที่ของเรา ปกป้องกันในที่ของเรา

 

          ในตอนนั้น..ทำไมเขาถึงปล่อยมือพี่ชายตัวเล็กคนนั้น ทำไมเขาถึงเลือกที่จะเดินหนีออกมา?

 

          แต่มารู้สึกตัวเอาตอนนี้มันก็สายไปเสียแล้ว

 

          ความจริงที่ต้องยอมรับคือเราย้อนเวลากลับไปไม่ได้ เขาไม่สามารถกลับไปบอกตัวเองในอดีตได้ว่า นี่ ไม่ต้องสนใจสายตาของคนนอกหรอก ใช่..เขาย้อนเวลาไม่ได้

 

          แจฮยอนตัดสินใจวางสายหลังไม่มีการตอบรับจากคนตัวเล็ก..เตนล์ก็ยังคงไม่คิดจะรับสายจากเขาเหมือนเดิม

 

          ถ้าถามว่าเขาคิดเรื่องพวกนี้ได้ตอนไหน..มันคงเป็นตอนที่เขาเริ่มรู้ตัวว่าเตนล์ฮยองไม่ใช่ของเขาอีกต่อไปแล้ว

 

         เด็กคนนั้น..เด็กคนนั้นที่ดึงเตนล์ขึ้นมาจากหลุมที่เรียกว่าความเจ็บปวด หลุมที่เขาเป็นคนขุดแล้วผลักพี่ชายตัวเล็กลงไปโดยไม่คิดจะยื่นมือเข้าไปช่วยเหลือ เด็กคนนั้นที่คอยกุมมือเตนล์ยามที่เตนล์รู้สึกแย่กับสายตาของคนนอกที่จดจ้องมายังพวกเขา เด็กคนนั้นที่คอยปลอบเตนล์เวลาที่เตนล์เศร้า เด็กคนนั้นที่ตามติดเตนล์เป็นเงาเพราะไม่อยากให้เตนล์ฟุ้งซ่าน

 

          เด็กคนนั้นที่อยู่ข้างเตนล์เสมอ..ยอมรับทุกอย่างที่เป็นเตนล์ จับมือเตนล์โดยที่ไม่สนว่าคนอื่นจะมองยังไงหรือคิดยังไง

 

         เด็กคนนั้น..ที่จะไม่มีวันปล่อยมือเตนล์ไปไหน

 

          แจฮยอนแค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง เขาที่ทิ้งเตนล์ไป..เขาที่เลือกจะปล่อยมือเตนล์เพราะกลัวสายตาของคนอื่น เขาที่เลือกจะเดินจากเตนล์ไปในวันนั้น..

 

          เทียบไม่ได้เลย

 

          เทียบกับลูคัสไม่ได้เลย

 

          ดวงตาคมเหม่อมองท้องฟ้ายามค่ำคืน

 

        “ผมขอโทษ..ขอโทษที่ตอนนั้นผมเดินออกไป ขอโทษ..ที่ผมปล่อยมือพี่ ผมขอโทษ”

 

         มันคือคำขอโทษ..ที่มันไม่มีวันส่งไปถึงใครอีกคน

 

 

 

 

 

 

 

 

 

S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 43 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #62 Artemis.T (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 มีนาคม 2563 / 06:23
    ว่าแล้วว่าต้องลูคัส คือลูคัสเป็นเด็กพี่เตนล์อะ ;-;
    #62
    0
  2. #58 siriloveten (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 16:34

    อะย้ายเรือรอเลยจ้าาาา ฮือออ

    #58
    0
  3. #50 muay500 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 พฤษภาคม 2561 / 15:09
    ว่าแล้วคือพี่โจ้
    #50
    0
  4. #33 Tem009 (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:20
    อมก ลูคัสสสส
    #33
    0
  5. #15 Aern&Kyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 05:18
    ฮืออออถึงตอนนี้ก็ปวดใจ สู้ๆนะคะไรท์
    #15
    0
  6. #13 yoursbroccoli (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:26
    ว่าแล้วว่าต้องเป็นลูคัส ฮืออออ พี่โจ้ของพรี่
    #13
    1
  7. #11 Mini Cup'Pf (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 01:57
    ฮื้ออออปวดหัวใจ รออ่านตอนต่อไปนะคะ
    #11
    0
  8. #9 Mai_cmplex (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:11
    สิ่งผิดพลาดในอดีตทำให้เราโตขึ้น แจฮยอนได้รู้แล้วก็หวังจะไม่ไปทำกับใครอีก ส่วนเตนล์ก็ต้องเดินหน้าต่อไป ดีใจที่ลูคัสช่วยดึงเตนล์ขึ้นมาจากความทุกข์ได้ รอตอนต่อไปค่ะ
    #9
    0
  9. #7 9thFuyu (จากตอนที่ 3)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 20:34
    เจ็บทุกฝ่าย เข้าใจเหตุผลของแจฮยอนนะ จะให้กลับไปเป็นเหมือนเดิมมันก็สายไปแล้วอะเนอะ;__;) ตอนนี้คือมองไม่เห็นตอนจบของเรื่องนี้เลยอ่ะ ฮืออTT
    #7
    0