YESTERDAY ❥ Taeten Jaeten Allten {os/sf}

ตอนที่ 2 : (sf) Back to you – Jaeten

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 1,045
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 44 ครั้ง
    30 มี.ค. 61

Title : Back to you

Author : LittleG

Pairing : Jaeten

Request by : -

About it : ฟิคสั้นเซตนี้มีทั้งหมด 4 ตอนนะคะ คือ Back to you / Sorry that I walked away / Because of you / Stay in my life แนะนำให้อ่านให้ครบจะได้อรรถรสมากกว่าค่ะ เรื่องทั้งหมดเกือบ 90% เป็นเพียงจินตนาการของผู้แต่ง โปรดใช้จักรยานในการอ่าน

 

 

- - - - - | | - - - - - | | - - - - -

 

 

 

          Rrrrrrrrr

 

          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นเรียกสายตาของทุกคนในหอให้หันไปมองที่ต้นเหตุ ชายหนุ่มร่างเล็กสัญชาติไทยมองเครื่องมือสื่อสารนิ่งจนกระทั่งมันดับไป ไม่มีใครพูดอะไรออกมาทั้งนั้น มือเรียวหยิบมันขึ้นมา..เขากดปิดเครื่องแล้วโยนมันไปที่โซฟาอย่างไม่ใส่ใจ

 

          “ไม่รับหน่อยเหรอเตนล์

 

          พี่ใหญ่อย่างแทอิลถามขึ้นพร้อมกับมองคนตัวเล็กด้วยความเป็นห่วง เขาไม่รู้หรอกว่าตัวเองแสดงสีหน้าแบบไหนออกมาถึงได้ทำให้ทุกคนในห้องมองมาด้วยความสงสารแบบนั้น แต่มันต้องเป็นสีหน้าที่แย่มากแน่ๆ เขาสัมผัสได้เพียงหยาดน้ำตาอุ่นๆที่ไหลอาบแก้ม ไม่มีใครพูดอะไรอีก เตนล์เดินเข้าไปในห้องที่ตอนนี้แชร์ร่วมกับแทยงฮยองก่อนจะปิดประตูอย่างแรง

 

          ปัง!!

 

          ร่างสูงซึ่งนอนอยู่ในห้องสะดุ้งมองคนตัวเล็กที่เดินดุ่มๆทิ้งตัวนอนลงบนเตียง ลีดเดอร์ชั่วคราวของวงหยัดตัวลุกขึ้นจากเตียงอย่างยากลำบากแม้จะรู้ว่าตัวเองยังไม่หายจากอาการป่วยดี แต่ความเป็นห่วงที่มีให้คนตัวเล็กนั้นมีมากกว่า มือหนาสัมผัสไหล่ที่สั่นไหวของคนอายุน้อยกว่าเบาๆ

 

          “แจฮยอนโทรมาอีกแล้วเหรอ”

 

เตนล์พยักหน้า

 

          “เอาน่า น้องมันคงอยากได้กำลังใจนะ ไปถ่ายทำที่สตูดิโอคงเหนื่อย” ตบบ่าเล็กเบาๆก่อนจะโน้มตัวลงกอดคนตัวเล็กที่สะอื้นหนักกว่าเก่า เตนล์โผล่เข้ากอดแทยงแน่น

 

          หลายครั้งหลายคราที่แจฮยอนมักจะโทรมาทั้งๆที่ไม่จำเป็น

 

          ชวนพูดคุยเหมือนปกติทั้งๆที่รู้ว่าทุกอย่างมันไม่ปกติอีกต่อไป

 

          “แจฮยอนไม่เคยเข้าใจความรู้สึกผม เขาไม่ควรโทรมา..ไม่ควร” เตนล์ร้องไห้หนักกว่าเก่า ส่วนคนโดนกอดก็ทำได้เพียงลูบหัวเด็กน้อยเพื่อปลอบใจ

 

          เตนล์ร้องไห้จนหลับไป

 

          เขาฝันถึงเรื่องราวในอดีต

 

          ฝันเห็นตัวเองกับแจฮยอนที่ยังคงยิ้มแย้มให้กัน มีความสุขราวกับโลกนี้มีเพียงสองเรา พวกเรารักกัน..ในความคิดของพวกเราตอนนั้นคือเพียงแค่มีกันและกันก็ไม่เป็นไร ขอแค่คนรอบตัวไม่รังเกียจ..ขอแค่เพื่อนร่วมวงโอเคกับความสัมพันธ์ของเรา

 

         แค่เรารักกันมันก็คงเพียงพอ

 

 

 

 

         “ยูตะฮยองงงง!! เห็นแจฮยอนบ้างมั้ยครับ”

 

         เจ้าคนตัวเล็กถามหาคนรักจากพี่ชายชาวญี่ปุ่น ยูตะทำสีหน้าครุ่นคิดก่อนจะส่ายหน้า..วันนี้แจฮยอนไม่มีซ้อม ก็อาจจะแปลได้ว่าคงไปเที่ยวกับพวกพี่ๆน้องๆในกลุ่ม smrookies ซักคน เตนล์ถอนหายใจก่อนจะเดินกลับเข้าห้อง

 

         เขากะว่าจะชวนอีกฝ่ายไปซื้อเค้ก

 

         หรือไปคนเดียวดีนะ

 

         แต่เขากลัวนี่

 

         ยู่ปากอย่างขัดใจก่อนจะทิ้งตัวลงนั่งบนโซฟากลางห้องนั่งเล่น..เจ้ามาร์คกับเจโน่และแจมินนั่งเล่นเกมกันอยู่ข้างล่าง ส่วนที่ห้องครัวก็มีแทยงฮยองคอยทำอาหารให้พวกเขา คำถามคือ..เจ้าเด็กนั่นไปกับใคร?

 

         บานประตูเลื่อนออกพร้อมกับร่างสูงเจ้าของผิวขาวสว่างราวกับแสงนีออนเดินเข้ามาภายในห้องนั่งเล่น ในมือของเขาถือถุงขนมมากมายที่จำได้ว่าพี่ชายตัวเล็กชอบกินนักหนาแม้มันจะไม่มีประโยชน์ต่อร่างกาย

 

         นั่นไง..แจฮยอนของเขามาแล้ว

 

         “แจฮยอนนา ไปไหนมาอ่ะ! ไม่ชวนเลย~” ถามก่อนจะกอดแขนแกร่งอย่างออดอ้อน เด็กหนุ่มอายุ 19 มองพี่ชายตัวเล็กด้วยความขวยเขิน ใบหน้าและหูของเขาแดงเถือกราวกับมะเขือเทศ โดยเฉพาะเมื่อพี่ชายตัวเล็กเอาแก้มมาถูกับไหล่เขาอย่างเอาใจ

 

         แจฮยอนรู้สึกเหมือนจะตาย

 

         แต่แจฮยอนไม่มีทางรู้หรอก..เตนล์ก็รู้สึกเขินเหมือนจะตายเหมือนกัน

 

         “แหม สวีตกันแต่เช้าเลยนะ! เอ้าแจฮยอน บอกเตนล์ไปดิวะว่าไปไหนมา” จอห์นนี่ที่เดินตามมาทีหลังสะกิดน้องชายตัวขาวก่อนจะยักคิ้วอย่างกวนๆแล้วเหล่มองไปยังคนตัวเล็ก

 

         เตนล์ทำหน้างง

 

         “ไรอ่ะ! ไปไหนมา..บอกมานะแจฮยอนนี่!” ปากเล็กๆเบะออกอย่างขัดใจ ซึ่งแจฮยอนมองว่าการกระทำนี้มันช่างน่ารักเสียเหลือเกิน

 

         “ผมไปซื้อเค้กให้ฮยองไง รู้หรอกว่าตื่นมาแล้วจะหิวอ่ะ”

 

         ในตอนนั้น..เตนล์จำได้ว่าตัวเองดีใจมากๆ เขาบอกรักแจฮยอนนานมากๆจนเพื่อนๆพี่ๆน้องๆในวงแซวจนคนตัวสูงเขินตัวม้วน

 

 

 

         ความทรงจำมากมายไหลเข้ามาในหัวไม่หยุด

 

 

 

         “เตนล์ฮยองจะไปไหนครับ?”

 

         “ไปซื้อของขวัญวันเกิดให้แฟนไง”

 

         “น่ารักที่สุดเลย!”

 

 

 

         “แจฮยอน วันนี้กินไรดี~

 

         “ฮยองจะทำเหรอ”

 

         “เปล่าอ่ะ แทยงฮยองทำ ฮ่าๆๆๆๆๆ”

 

 

 

         “นายขอพรอะไรน่ะแจฮยอน”

 

         “บอกไม่ได้ครับ”

 

         “งั้นค่อยบอกทีหลังละกัน อย่าลืมนะ!

 

 

 

         “แจฮยอน~ เตนล์ฮยองอยากกินจังเลย ให้เตนล์ฮยองกันน๊า”

 

         “....”

 

         “นะๆๆๆๆ แจฮยอนอา~

 

         “ค..ครับๆ ให้ตาย..ทำไมฮยองน่ารักแบบนี้วะ”

 

 

 

         “สุขสันต์วันเกิดนะเตนล์ฮยอง!”

 

         “แจฮยอนนา~

 

         “อยู่กับผมแบบนี้ตลอดไปเลยนะ”

 

         “แน่นอนอยู่แล้ว~ อย่าพึ่งเบื่อฮยองก่อนล่ะ”

 

         “ผมไม่เบื่อฮยองหรอกน่า”

 

 

 

ในตอนนั้นมันเป็นช่วงเวลาที่ดีที่สุด

 

          และเป็นช่วงเวลาที่มีความสุขที่สุด

 

 

 

 

          เตนล์ตื่นมาพร้อมกับคราบน้ำตาบนใบหน้า..ความทรงจำแสนหวานถูกเก็บกลับไปฝันซ้ำแล้วซ้ำเล่า เขาเดินออกมาจากห้องนอน..เห็นคนตัวสูงที่พึ่งโทรมาหาเขาเมื่อวานยืนอยู่หน้าห้อง

 

          “แจฮยอน..”

 

          แจฮยอนผู้มีรอยยิ้มอยู่บนใบหน้าเสมอส่งยิ้มอ่อนโยนมาให้เขา มันทำให้เขารู้สึกอยากจะร้องไห้

 

          “ฮยองไม่รับโทรศัพท์ผม..แต่ไม่เป็นไร ผมไม่โกรธหรอกนะ”

 

          “....”

 

          “ไปเที่ยวกับผมมั้ย?”

 

          “....”

 

          “ไม่สิ ฮยองคงไม่อยากไปเที่ยวกับผมหรอกเนอะ”

 

          “....”

 

          “งั้นไปหาไรกินกัน”

 

          “....”

 

          “แต่ ฮยองก็คง ม ไม่ อยากไปกับ ผ..ผมอยู่ดี” น้ำตาหยดหนึ่งหยดแหมะลงบนพื้นก่อนที่หยดที่สองและสามจะตามกันมาติดๆ จองแจฮยอนของเขากำลังร้องไห้..แจฮยอนกอดเขาแน่น แน่นมากจนเหมือนกลัวว่าเขาจะหลุดหายไปไหน เตนล์ไม่ได้กอดอีกฝ่ายตอบ..เขาทำเพียงลูบหลังของคนตัวโตให้หยุดร้อง

 

         ทั้งๆที่เขากำลังจะร้องไห้อีกครั้ง

 

         โชคยังดีที่แจฮยอนซบลงบนไหล่เล็กๆของเขา นั่นทำให้อีกฝ่ายมองไม่เห็นสีหน้าที่บิดเบี้ยวราวกับจะขาดอากาศหายใจตายของเขา เขากัดริมฝีปากแน่น..ให้มั่นใจว่าตัวเองจะไม่ส่งเสียงสะอื้นใดๆออกไป กรอกตาขึ้นมองเพดานไม่ให้น้ำตาไหลลงมา

 

           เตนล์พยายามที่จะเข้มแข็ง

 

          “นายทำงานทั้งวันคงเหนื่อยแล้ว พึ่งกลับมานี่..ใช่มั้ย? งั้นไปนอนนะ” บังคับเสียงตัวเองไม่ให้สั่นก่อนจะตบหลังกว้างของคนอายุน้อยกว่าแปะๆ แจฮยอนส่ายหน้า..แขนแกร่งยังคงกอดเขาแน่น และดูท่าว่าจะแน่นกว่าเดิมจนเขารู้สึกอึดอัด

 

          “ถ้าผมไปพัก..ฮยองจะหายไป”

 

          “ฮยองไม่หายไปไหน..เชื่อฮยองนะ”

 

          ยิ้มให้คนตัวสูงก่อนจะผลักเบาๆให้เดินไปทางห้องนอนของตัวเอง แจฮยอนยอมเดินไปอย่างว่าง่าย..ทิ้งให้เตนล์ยืนอยู่ตรงนั้น

 

          เตนล์ทรุดตัวลงนั่งบนพื้นอย่างอ่อนแรง

 

          ความเข้มแข็งที่เพียรสร้างมาตลอดเหมือนพังทลายลงไป

 

          เพียงแค่เห็นน้ำตาของแจฮยอน..เขาก็พร้อมจะกลับไปหาอีกฝ่ายทุกเมื่อ

 

          เกือบหลงลืมไปว่า..พวกเราไม่ใช่คนรักกันอีกต่อไปแล้ว

 

          “ฮยอง..ไหวมั้ย” มาร์คซึ่งเดินมาจากห้องครัวย่อตัวลงนั่งข้างๆก่อนจะลูบหัวเขาเหมือนเขาเป็นเพียงเด็กตัวเล็กๆ เตนล์เงยหน้าขึ้นมามองน้องชายตัวสูง..ดวงตาแดงก่ำของเตนล์คือคำตอบ เด็กหนุ่มจากแคนาดามองไปยังบานประตูที่ปิดสนิท

 

          เขาไม่อยากก้าวก่ายความสัมพันธ์ของทั้งคู่ไปมากกว่านี้

 

          ถึงแม้..เขาจะทนไม่ได้ที่ต้องทนเห็นพี่ชายคนสนิททั้งสองเจ็บปวด

 

          เตนล์หยัดตัวลุกขึ้นอย่างยากลำบากก่อนจะเดินกลับเข้าไปในห้อง เขาคิดว่าเขาไม่หิว..และตอนนี้ก็ไม่มีตารางงานอะไร ถ้าขอแทยงฮยองนอนต่อก็น่าจะได้อยู่

 

          คิดได้ดังนั้นแล้วเตนล์ก็ล้มตัวลงนอนบนเตียงโดยมีสายตาของมาร์คมองตามด้วยความเป็นห่วง

 

          “ผมอยากให้พวกฮยองมีความสุขนะ”

 

          เขาได้ยินเสียงมาร์คแว่วมาก่อนที่เขาจะดำดิ่งลงสู่ห้วงนิทรา

 

          แต่ในนิทราครั้งนี้..เตนล์ไม่ได้ฝันดี

 

          มันไม่ใช่อดีตอันแสนหวาน

 

         แต่มันคือความทรงจำอันแสนขมขื่น

 

 

 

 

         “มองไรอ่ะแจฮยอนอา”

 

         เตนล์ชะโงกหน้าไปมองร่างสูงที่นอนเล่นโทรศัพท์อยู่บนโซฟา มือหนาคว่ำมันลงทันที..นัยน์ตาคมคู่นั้นมองมาที่เขาด้วยสายตาอ่านยากจนเตนล์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังดำดิ่งลงสู่เหวลึก แจฮยอนไม่เคยมองเขาด้วยสายตาแบบนี้มาก่อน

 

         ..แต่เขายังคงยิ้มสู้

 

         ความสัมพันธ์ของพวกเราเริ่มดูแปลกๆตั้งแต่กลับมาจากการถ่ายทำ NCT Life ที่เชียงใหม่

 

         คนตัวเล็กพยายามไม่คิดมาก

 

         แต่ก็อดคิดไม่ได้ว่าแจฮยอนกำลังเปลี่ยนไป

 

         “ผมไปซ้อมที่บริษัทนะ” ร่างสูงลุกขึ้นยืนก่อนจะเดินดุ่มๆออกไปจากหอทันทีโดยไม่รอให้เขาตอบรับอะไร ทิ้งไว้เพียงคนตัวเล็กที่แข้งขาอ่อนจนทรุดตัวลงนั่งบนโซฟา เตนล์กำมือตัวเองแน่น..พยายามพร่ำบอกว่าทุกอย่างจะต้องไม่เป็นไร แจฮยอนแค่อารมณ์ไม่ดี

 

         ทั้งๆที่ความจริงแล้ว..

 

         เขารู้ว่าเรื่องราวของเรากำลังจะจบลง

 

         เตนล์เก็บข้าวของที่จำเป็นใส่กระเป๋า เขาเห็นแทอิลฮยองมองมาด้วยความสงสัย คนตัวเล็กฉีกยิ้มกว้างอย่างที่ทำเป็นปกติ..ทั้งๆที่ในใจตอนนี้กำลังร้องไห้

 

         “ผมไปหาเพื่อนข้างนอกนะฮยอง ฝากบอกเมเนเจอร์ฮยองด้วย”

 

         ใส่รองเท้าผ้าใบให้เรียบร้อยก่อนสะพายกระเป๋าเดินออกจากหอพัก

 

         เตนล์ไม่ได้มีเพื่อนในเกาหลีซักหน่อย..เพื่อนกลุ่มเดียวที่มีก็คือพวกเด็กคนอื่นๆที่เทรนมาด้วยกันทั้งนั้น เขาแค่พูดให้แทอิลสบายใจ..คนตัวเล็กเดินมาเรื่อยๆก่อนจะหยุดลงที่หน้าร้านกาแฟ เห็นฮันซลฮยองที่ไม่ได้เจอกันนานนั่งอยู่ในนั้น

 

         เขาไม่ได้เจออีกฝ่ายอีกเลยตั้งแต่คนอายุมากกว่าตัดสินใจออกจากค่าย

 

         เตนล์ตัดสินใจเดินเข้าไปในร้าน “ฮันซลฮยอง” คนตัวสูงเงยหน้าขึ้นมาก่อนจะฉีกยิ้มเมื่อเห็นเขา

 

         “อ้าว เตนล์”

 

         “ฮยองงงงงงงงงงงงง” โผล่กอดพี่ชายคนสนิทที่ตามใจเขามาตลอดแน่นก่อนจะหย่อนตัวนั่งลงข้างๆ พวกเราคุยนู่นคุยนี่กันจนเกือบเย็น..ก็ถึงเวลาที่ฮันซลฮยองต้องกลับไปบริษัท ส่วนเขาก็ต้องกลับหอ..

 

         ใช่..เขาควรกลับหอ

 

         แต่เขากลับเดินทอดน่องมาที่บริษัทโดยไม่รู้ตัว

 

         รู้มั้ย..เขาเคยคิดเสมอว่าแค่เขากับแจฮยอนมีกันและกันก็พอ

 

         พวกเราแค่ใช้ชีวิตอย่างมีความสุข

 

         แต่ด้วยอาชีพของเรา..เราทำแบบนั้นไม่ได้ เขาได้ตระหนักถึงความจริงข้อนี้ตอนที่กำลังเดินไปห้องซ้อมประจำของตัวเองแล้วต้องหยุดกะทันหัน เขาเห็นแทยงยืนอยู่กับแจฮยอน

 

         ทั้งคู่กำลังคุยเรื่องบางอย่าง..ที่เกี่ยวข้องกับเขา

 

         “นายกำลังทำเตนล์เสียใจ”

 

         “แทยงฮยอง..ผมรู้ แต่ผมไม่สนใจสายตาของแฟนคลับไม่ได้”

 

         “นายก็แค่รักเตนล์เหมือนเดิม ดูแลเตนล์เหมือนเดิม แค่นี้มันยากตรงไหน? เตนล์รักนาย นายรักเตนล์ แค่นี้มันก็พอแล้วนี่”

 

         “ไม่ ฮยอง..มันไม่พอ พวกเรารักกันไม่ได้ มันไม่ถูก..ผมเป็นผู้ชาย เตนล์ฮยองก็เป็นผู้ชาย”

 

         เตนล์กุมมือตัวเองแน่น..เขาไม่กล้าแม้แต่จะหายใจด้วยซ้ำ เขารู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจะหายใจไม่ออก

 

         “รู้มั้ย แทยงฮยอง..ผมเคยคิดว่าเตนล์ฮยองเป็นโลกทั้งใบของผม”

 

         “.....”

 

         เตนล์คิดว่าเขาไม่ควรฟังต่อ..คำว่า เคย ของแจฮยอนเป็นดั่งของมีคมที่กำลังกรีดหัวใจของเขาจนเป็นแผลเหวอะ เขาควรเดินออกจากตรงนี้..

 

         “แต่หลังจากที่พวกเราเริ่มห่างกัน ผมเริ่มมีงานของตัวเอง..ในตอนนั้นผมเริ่มคิดว่ามันไม่ใช่”

 

         แต่มันก็ไม่ทัน..

 

         “เตนล์ฮยองไม่ใช่โลกทั้งใบของผมอีกต่อไปแล้ว”

 

          แล้วแจฮยอนก็ฆ่าเขาให้ตายทั้งเป็น

 

 

 

 

         เป็นอีกครั้งที่เตนล์ตื่นขึ้นมาพร้อมกับคราบน้ำตาบนใบหน้า..มองนาฬิกาก็พบว่าตอนนี้เกือบเย็นเข้าไปแล้ว เขาเดินออกจากห้องนอนก่อนจะนำอาหารที่แทยงฮยองเตรียมไว้ให้แต่เช้ามาอุ่นแล้ววางไว้ที่โต๊ะเตี้ยๆหน้าโซฟา เขาหย่อนตัวนั่งก่อนจะกดเปลี่ยนช่องทีวีเป็นรายการที่เขาชอบ

 

          “เตนล์ฮยอง..ตื่นแล้วเหรอ” มือเรียวที่กำลังตักข้าวเข้าปากชะงัก

 

          แจฮยอนยืนอยู่หน้าประตูทางเข้า..ดวงตาคู่นั้นกำลังมองเขาด้วยสายตาที่เขาเคยรักมันมากจนสามารถทำได้ทุกอย่างเพื่อมัน

 

          สายตาแสนอบอุ่น..ที่มองมายังเขาเพียงคนเดียว

 

          “อืม” เขาส่งยิ้มบางไปให้ทั้งๆที่ตอนนี้เริ่มรู้สึกว่าความอยากอาหารมันลดลง แจฮยอนหยิบแก้วน้ำกับยาแก้ปวดมาวางไว้บนโต๊ะ คงเพราะรู้ว่าหากเขานอนมากไปจะปวดหัว เตนล์เอ่ยขอบคุณเบาๆ คนตัวขาวยกมือขึ้นมาเหมือนจะลูบหัวเขาด้วยความเคยชิน

 

          แต่เขาหลบมัน

 

          “....” คนอายุน้อยกว่าหน้าเสียไปครู่หนึ่งก่อนจะแสร้งยิ้มเหมือนไม่เป็นไรแล้วขอตัวออกไปถ่ายรายการตามตารางงานที่บริษัทจัดไว้ให้ ทุกการกระทำอยู่ในสายตาของคนตัวเล็กทั้งหมด

 

          เตนล์แค่นหัวเราะในลำคออย่างสมเพชตัวเอง

 

          ทำไมเขาถึงได้น่าสมเพชแบบนี้ ทำไมถึงได้หลงลืมไปว่าช่วงเวลาที่พวกเราเลิกกันนั้นเขาทรมานแค่ไหน ทำไมถึงลืม..ว่าเขาอึดอัดแค่ไหนที่ต้องทำเหมือนสนิทกันดีตอนอยู่ต่อหน้าแฟนคลับ

 

          เขาเคยเข้าไปในทวิตครั้งหนึ่ง

 

          รู้มั้ย? บางทีแฟนคลับยังสัมผัสบรรยากาศอึดอัดระหว่างพวกเขาทั้งคู่ได้เลย

 

          ช่วงที่เลิกกันเขาทรมานแทบบ้า แต่ต้องทำตัวเหมือนไม่มีอะไรเพราะกลัวแฟนคลับเป็นห่วง ต้องละทิ้งความเศร้าทั้งหมดในใจออกไป ปั้นหน้าให้สดใส..ทำเหมือนไม่รู้สึกอะไรที่เราเลิกกัน เขาสร้างกำแพงไว้สูงลิ่ว..พยายามทำตัวเองให้เข้มแข็ง

 

          แต่แล้ววันหนึ่ง..

 

          แจฮยอนก็กลับมาทำดีกับเขา เอาค้อนในมือทุบกำแพงที่เขาเพียรสร้างขึ้นมาอย่างยากลำบากลงช้าๆ เพียงแค่แจฮยอนต้องการ..เขาก็พร้อมออกไปหาทันที เขารู้สึกเหมือนตัวเองเป็นไอโง่คนหนึ่ง..ไม่กี่วันมานี้แจฮยอนดีกับเขาเสียจนลึกๆแล้วเขาก็กลัว

 

         กลัวว่าตัวเองจะกลับไป

 

 

 

 

          “เตนล์ฮยอง”

 

         เสียงเรียกที่ดังขึ้นมาจากประตูห้องนอนทำให้เตนล์เงยหน้าขึ้นมองทั้งๆที่ตายังแดงก่ำ ขอบตาของคนตัวเล็กคล้ำมาก..เห็นได้ชัดว่าอดหลับอดนอนมานาน ร่างเล็กชะงักไปเมื่อใครบางคนที่ควรยืนอยู่หน้าประตูกลับเดินเข้ามาประชิดตัวได้เร็วจนตั้งตัวไม่ทัน ร่างหนาดันเขาลงจนแผ่นหลังแนบกับเตียงก่อนจะคลานมาคร่อมเขาเอาไว้

 

         “แจ..แจฮยอนอา” เขาเรียกชื่อคนรักเสียงสั่น..พยายามเงยหน้าขึ้นสบตากับดวงตาคมที่เขาเคยหลงใหลนักหนาเพราะมันมีเสน่ห์และมักเป็นประกายเวลาที่อยู่กับเขา แต่ในตอนนี้มันช่างว่างเปล่า..ไม่มีอะไรเลย

 

         แจฮยอนเพียงแค่มองเขา

 

         แค่มองเฉยๆ ไม่ได้มองด้วยความรัก

 

         ไม่มีประกายอะไรอยู่ในดวงตาคู่นั้นอีกต่อไปแล้ว

 

         แจฮยอนเงียบมาก..เงียบจนคนตัวเล็กรู้สึกได้ถึงบรรยากาศบางอย่าง บรรยากาศบางอย่างที่ทำให้เขารู้สึกอยากจะร้องไห้ออกมาดังๆ

 

         เขารู้ได้ในทันที

 

         เราเดินทางมาถึงทางตันแล้ว

 

         “ไม่อยาก ย..อยู่กับฮยองแล้วเหรอ แจ ฮึก แจฮยอนอา” เตนล์ร้องไห้..เขายกมือข้างหนึ่งขึ้นมาปิดปากกลั้นเสียงสะอื้น ภาพตรงหน้าดูพร่ามัวเกินกว่าจะปรับโฟกัส เขาค้นพบว่าหยาดน้ำตามากมายทำให้เขามองไม่เห็นว่าอีกคนมองมาด้วยสายตาแบบไหน เตนล์รู้เพียงแค่ว่าเขาทรมานมาก..รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังจมน้ำ

 

         แจฮยอนไม่ได้ตอบอะไรเขาทั้งนั้น

 

         “ฮยอง..ฮยอง ฮึก ม ไม่ใช่โลกทั้งใบของแจฮยอน ฮึก..แล้วเหรอ” เขาเอื้อมมือไปสัมผัสใบหน้าหล่อคมคายราวกับเจ้าชายนั่นอย่างแผ่วเบา พยายามมองตาเพื่อค้นหาความรักที่อาจจะซ่อนอยู่ในซอกหลีบผ่านสายตาที่พร่าเลือน แต่ก็ไม่มี..มันยังคงเป็นเหมือนเดิม

 

         ว่างเปล่าจนน่าใจหาย

 

         “แต่..แต่แจฮยอนเป็นโลกทั้งใบของฮยองนะ” เขากลั้นใจพูดประโยคนี้ออกไปทั้งๆที่รู้ว่าตัวเองกำลังจะไม่ไหว เขาหายใจไม่ออก หัวใจบีบรัดจนต้องยกมือขึ้นมากำเสื้อบริเวณหน้าอกข้างซ้ายเอาไว้ กัดปากตัวเองจนเลือดซิบก่อนจะหลับตาลงเนื่องจากไม่อยากมองภาพตรงหน้าอีก

 

         ไม่อยากรับรู้ว่าสายตาของอีกคนว่างเปล่าแค่ไหน

 

         “พอเถอะ เตนล์ฮยอง..”

 

         เหมือนมีมีดนับร้อยเล่มปักลงตรงกลางใจ

 

         “ผมว่า..เราไปต่อกันไม่ไหวแล้วว่ะ”

 

         ที่เราไปต่อกันไม่ไหว..ไม่ใช่เพราะนายหรอกเหรอที่ปล่อยมือ

 

         “พอกันแค่นี้เถอะนะ ผมเหนื่อย ผมอึดอัด”

 

         ถ้าเหนื่อยก็บอกกันตรงๆสิ เหนื่อยเรื่องอะไร อึดอัดเรื่องอะไร

 

         “รู้มั้ย..ผมเคยรักฮยองมาก เคยคิดว่าแค่มีฮยองผมก็ไม่ต้องการอะไร แต่พอเริ่มโตขึ้น ได้เห็นโลกมากขึ้น ผมถึงได้รู้..โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่พวกเรา โลกของผมก็ไม่ได้มีแค่ฮยอง”

 

         “.....”

 

         “เราจบกันตรงนี้เหอะนะ ผมขอร้อง”

 

         “....”

 

         “เลิกกันนะ”

 

          แล้วโลกทั้งใบของเตนล์ก็พังทลายลงมา

 

 

 

 

          Rrrrrrrr

 

          เสียงโทรศัพท์ดังขึ้นมาท่ามกลางความเงียบสงัดยามค่ำคืน ชื่อของใครอีกคนที่เขาเคยรักมากเด่นหราขึ้นมา หากเป็นแต่ก่อนเขาคงมองมันแล้วรีบกดรับ หรือไม่ก็พยายามเมินเฉยแต่สุดท้ายก็ร้องไห้

 

          แต่ครั้งนี้มันจะไม่เป็นแบบนั้น

 

          เขาทิ้งมันเอาไว้ในห้องนั่งเล่นก่อนจะเดินออกไปที่ระเบียง..ท้องฟ้าที่มืดมิดไร้ซึ่งแสงดาวคงจะเหมือนกับจิตใจของเขาในยามนี้

 

         ว่างเปล่า

 

          เตนล์มองไปยังนอกหน้าต่างอย่างเหม่อลอย..มือเรียวลูบแหวนสีดำซึ่งประดับอยู่บนนิ้วมือไปมา ใช่..เขาจะกลับไปหาแจฮยอนไม่ได้ เขากลับไปหาแจฮยอนไม่ได้อีกแล้ว แจฮยอนไม่เคยต้องมารับรู้ว่าในตอนที่อีกฝ่ายทำลายโลกทั้งใบของเขา..เขาทรมานแค่ไหนเพราะฝันร้ายที่ตามหลอกหลอนทุกค่ำคืน

 

          ใช่ แจฮยอนไม่เคยรู้

 

          ไม่เคยรู้ว่าเขาต้องใช้เวลานานแค่ไหนกว่าจะกลับมายืนหยัดได้อีกครั้ง

 

          ถ้าไม่มีเด็กคนนั้น

 

          ถ้าเด็กคนนั้นไม่ฉุดเข้าขึ้นมาจากวังวนความเจ็บปวดในอดีต..ก็คงจะไม่มีเขาในวันนี้ เขายังรักแจฮยอนอยู่ เขารู้ตัวดี

 

          แต่เขาจะไม่กลับไป

 

          เขาจะไม่มีวันกลับไป

 

          เพราะเขา..จะไม่มีวันทำให้ ‘เด็กคนนั้น’ เสียใจ

 

          เขาจะไม่มีวันทำให้คนที่ฉุดเขาขึ้นมาจากเหวต้องมาเสียใจเพราะเขา

 

         “ถูกของนาย แจฮยอน..โลกใบนี้ไม่ได้มีแค่พวกเรา โลกของนายไม่ได้มีแค่ฉัน..และโลกของฉันก็ไม่ได้มีแค่นาย”

 

 

 

 

 

 

S
N
A
P
ให้กำลังใจนักเขียน
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว!
นักเขียนได้รับกำลังใจแล้ว 44 ครั้ง

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

67 ความคิดเห็น

  1. #57 siriloveten (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 28 กรกฎาคม 2561 / 16:13

    นีี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่ี่เมเนเจอร์มาแต่งเองถูกไหม หูยยย อินเวอร์

    #57
    0
  2. #55 weivxx (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 29 มิถุนายน 2561 / 23:23
    เจ็บปวดมากฮืออออ
    #55
    0
  3. #32 Tem009 (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 20 เมษายน 2561 / 23:12
    เตนล์ โอ๋นะคะ
    #32
    0
  4. #22 roseeeee (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 13 เมษายน 2561 / 00:29
    เหมือนเอาเรื่องจริงมาแต่งอ่ะค่ะ สารภาพว่าร้องสะอื้นหนักมาก แต่แต่งดีมากจริงๆ
    #22
    0
  5. #14 Aern&Kyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 5 เมษายน 2561 / 05:06
    โอ้โหหห เตนล์คือเข้มแข็งต้องแบบนี้สิลูก
    #14
    0
  6. #12 yoursbroccoli (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 3 เมษายน 2561 / 01:18
    เก็ทฟีลแจ แต่ไม่เก็ทตรงที่เหมือนจะรักกันใช่มั้ย แต่รักกันต่อไม่ได้แล้ว แต่ทำไมต้องมาทำร้ายเตนล์ด้วยล่ะ
    #12
    0
  7. #10 cassysanuk (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 1 เมษายน 2561 / 00:44
    สงสารเตนล์ แจฮยอนนึกอยากจะเลิกก็สาดคำพูดแย่ๆใส่เตนล์ แต่ตอนนี้ทำไมคิดว่ามันยังเหมือนเดิมได้ล่ะ
    #10
    0
  8. #8 Mai_cmplex (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 31 มีนาคม 2561 / 21:00
    เข้าใจแจฮยอนนะ แต่สิ่งที่ทำมันก็ไม่ถูก เตนล์ทำดีแล้ว อย่ากลับไปเลย
    #8
    0
  9. #5 9thFuyu (จากตอนที่ 2)
    วันที่ 30 มีนาคม 2561 / 20:07
    ไม่รู้จะบรรยายความรู้สึกยังไงดี ฮือ เจ่บปวด ทรมานใจเหลือเกินTT
    #5
    0