ภาระกิจรักพิชิตหัวใจเธอ

ตอนที่ 3 : นลิน VS ดอน(100%)

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 37
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 59

               นลินซึ่งตอนนี้นั่งอยู่ภายในรถมินิคันเล็กของเพื่อนสาวของเธอ พลางมองออกไปยังทิวทัศน์ภายนอกตัวรถบรรยากาศยามค่ำคืนที่เย็นจัด บวกกับแสงสีภายในเมือง ที่ทำให้นลินรู้สึกว่าตัวเธอนั้นเป็นเพียงแค่สิ่งมีชีวิตเล็กๆ ท่ามกลางเมืองใหญ่แห่งนี้ มินนี่เพื่อนสาวของเธอที่เธอรักมากที่สุดคนหนึ่ง กำลังขับรถพาเธอไปยังร้านอาหารแห่งหนึ่งใจกลางเมือง นลินรู้สึกซาบซึ้งใจทุกครั้งกับสิ่งที่เพื่อนสาวคนนี้ทำให้เธอ
          เมื่อนึกย้อนไปสมัยที่เธอยังศึกษาอยู่ที่อเมริกา ก็ได้เพื่อนชายแต่ใจหญิงคนนี้นี่และที่คอยปลอมใจเธอเสมือมมา เรื่องที่หนักที่สุดคงหนีไม่พ้นชายที่เป็นรักแรกของเธอในวัยเรียน อานนท์ เพื่อนที่เรียนคณะเดียวกัน หล่อนคบกับ อานนท์ได้เกือบจะสามปีแล้วถ้าไม่เกิดเรื่องที่จะทำให้ตัวเธอเข็ดขยาดไปซะก่อน ในวันเกิดอายุ 24 ปีของหล่อน หล่อนตั้งใจจะไปหาเขาที่ห้องเพื่อจะเซอร์ไพรส์เขา เพราะต่างคนต่างก็ใกล้จะเรียนจบ ทำให้มีงานมากมายจึงไม่ค่อยได้เจอกัน เธอจึงวางแผนว่าจะไปที่ห้องของเขา แต่ไม่นึกว่าผู้ชายที่หล่อนรักจะทำให้เธอเสียใจแบบนี้ ทันทีที่เธอไขประตูเข้าไปข้างใน เธอได้ยินเสียงร้องหอบกระเซ้า ดังถี่ๆ ของผู้หญิงคนหนึ่ง เธอจึงเดินตามเสียงนั้นไปจนถึงห้องนอนของเขา ภายในใจก็กำลังหวาดกลัวกับสิ่งที่เธอจะเห็น หล่อนเปิดประตูเข้าไปทันที สิ่งที่เธอเห็นมันทำให้เธอถึงกับหน้าชา ตัวชา ดวงตาเริ่มร้อนผ่าว หยดน้ำตาค่อยๆไหลลงเธอไม่มีแม้แต่เสียงสะอึกสะอื้นออกมาเสียด้วยซ้ำ อานนท์ ผู้ชายที่หล่อนรักมาตลอดระยะเวลาเกือบสามปีกำลังระเริงรักอยู่กับผู้หญิงคนอื่นบนเตียงของเขา หล่อนจึงหันหลังวิ่งออกมาแบบไม่คิดชีวิต ไม่ว่าเขาจะเรียกหล่อนยังไงหล่อนก็ตั้งหน้าตั้งตาวิ่งอย่างเดียว หลังจากนั้นเธอก็เลิกกับเขาไม่ว่าเขาจะงอลง้อขอคืนดีเท่าไหร่ก็ตามเธอก็ไม่ให้โอกาสเข้าได้แก้ตัวอีกเลย
               ก็ได้เพื่อนสาวคนนี้ของหล่อนนี่ละที่คอยปลอบโยนเธอตลอดเวลาที่เธอเหมือนกับจมอยู่ในความทุกข์ที่ทรมาน จนเธอสามารถลุกยืนได้ใหม่อีกครั้งนึง ต้องขอบใจเพื่อนแท้ของเธอคนนี้ที่อยู่ข้างเธอตลอดเวลา พลางหันไปมองหน้าเพื่อนของเธอพร้อมส่งรอยยิ้มไปให้เพื่อนของเธอ

               "ว้ายยยย..นังชะนีไม่ต้องมาทำสายตาแบบนี้ส่งมาให้ฉันเลยนะยะ เห็นแล้วขนตูดลุกหมด"พลางเอามือลูบแขนของตัวเอง
               "อะไรแกก็คนมันซึ้งนะ... วิ้งๆ" นลินกล่าวพลางส่งสายตาไปอีกละลอก
               "แค่ขอบใจก็พอย๊ะ ไม่ต้องมาเยาะยัยรินทร์ เอ้า! ถึงแล้วร้านนี้แกเป็นเจ้ามือตามสัญญา"มินนี่กล่าวพร้อมกับหักพวงมาลัยรถ เข้ามาจอดภายในร้านอาหาร
               "ยะ หิวจนไส้จะขาดแล้วแกรีบๆ ลงไปกันเหอะ"นลินว่าและเปิดประตูรถเดินเข้าไปข้างในร้านอาหารพร้อมเพื่อนสาวของเธอ
              
               พวกหล่อนเลือกที่จะฝากท้องไว้กับร้านอาหารไทยร้านหนึ่งใจกลางเมือง เป็นร้านอาหารไทย รสชาติไทยแท้ๆ อย่างที่มินนี่เพื่อนสาวของเธอชอบ มินนี่มักบอกกับหล่อนเสมอๆ ว่า นอกจาประเทศไทยของหล่อนจะสวยแล้วอาหารไทยนี่และถูกใจนางมากที่สุด เพราะรสชาติจัดจ้าน และไม่เหมือนใคร 
               บรรยากาศภายในร้านถูกออกแบบได้ชิคมากๆ ทีมหลักของร้านจะเป็น ดอกกล้วยไม้ อยู่ทั่วทั้งร้าน ไม่ว่าจะเป็น ดอกแคทลียา  แวนด้า กล้วยไม้สกุลหวาย เป็นต้น การตกแต่งของร้านเป็นสไตล์มินิมัลลิสท์ คือสวยแบบเรียบๆ ไม่ฉูดฉาด ภายในร้าน มีมุมให้เลือกหลายโซน ทั้งมุมส่วนตัว มุมโซฟา หรือโต๊ะกลางขนาดใหญ่สำหรับสังสรรค์ โดยรวมน่าจะเป็นดีไซน์ เรสเทอรองท์ ที่น่านั่งมากที่สุดร้านนึง พวกหล่อนจึงเลือกที่จะนั่งตรงมุมส่วนตัวมากกว่า ที่จะไปนั่งตรงที่มีคนเยาะ ๆ 
               มินนี่จัดการสั่งอาหารสำหรับสองคน โดยที่เจ้าตัวไม่เคยพลาดที่จะสั่งอาหารจานโปรดอย่าง ต้มยำกุ้งน้ำข้น ผัดเปรี้ยวหวาน ยำคอหมูย่าง ตบท้ายด้วยไข่เจียว และข้าวเปล่าสองจาน
               "ว่าแต่แกเหอะ ยันรินทร์ แกจะเอายังไงต่อ" มินนี่ถามเพื่อรักของเธอหลังจากที่เจ้าตัวจัดการสั่งอาหารเรียบร้อยแล้ว
               "อืม..ก็ไม่ยังไง คงบินกลับไปทำงานที่เมืองไทยเหมือนเดิมนั่นละ" เพราะเธอก็ไม่เห็นว่ามันจะวุ่นวายอะไร แล้วอีกอย่างอีตาดอน ลูอีส อะไรนั่นคงไม่ตามเธอไปจนถึงเมืองไทยหรอก 
               "แกจะกลับเลยหรือ ยัยรินทร์ ฉันก็นึกว่าแกจะอยู่ต่ออีกสักหน่อย....เห้อออ ฉันอุตส่าห์ลางานมาเพื่อแกเลยนะย๊ะ"
               "โทษทีนะแก ไว้วันไหนแก่ว่าง ๆ แกก็ไปหาฉันที่เมืองไทยได้นะ เดียวฉันพาแกเที่ยวเอง รับรองฟรี! ทุก  อย่างไม่ต้องออกเลย เดียวฉันเลี้ยงแกเอง เพื่อนคนเดียวฉันเลี้ยงได้อยู่แล้ว โอเคไหม มินนี่" เธอว่าพลางส่งสายตาออดอ้อนแกรมประจบไปให้เพื่อนสาวของเธอ
               เมื่อผ่านไปไม่นานอาหารที่สั่งก็ถูกยกออกมาเสริฟ กลิ่นหอมฉุยของอาหาร ทำให้น้ำย่อยในกระเพราะของพวกหล่อนเริ่มทำงานหลังจากที่หิวมานาน พวกหล่อนจึงไม่รอช้าที่จะจัดการกับอาหารตรงหน้า เมื่อทานอาหารเสร็จมินนี่ก็ขับรถพา นลินไปส่งที่โรงแรม
               "แกจะไม่ให้ฉันไปส่งแน่นะยัยรินทร์"มินนี่ถามเพื่อของเธอ
               "ไม่ละแก เสียเวลาแกป่าว ๆ เอาไว้เจอกันที่เมืองไทยนะแก" เธอว่าพร้อมยกมือโบกไปมา
               "ย๊ะ...โชคดีนะยะ บาย" 

               ณ คฤหาส์ ตระกลู ลูอีส บรรยากาศยามค่ำคืนที่เย็นจัด กับไม่ทำให้คนตัวใหญ่สงบใจได้เลยสักนิส ดอน ลูอีส ที่บัดนี้ กำลังนั่งอยู่ที่โต๊ะทำงานภายในห้อง พลางสายตาก็จ้องมองไปยังรูปถ่ายที่อยู่ในมือ หัวใจเจ้ากำพลันกระตุกวาบซะทุกครั้งไปเมื่อเห็นรอยยิ้มของหล่อน จะต้องทำยังไงนะที่จะทำให้ผู้หญิงคนนี้เป็นของเขาแต่เพียงผู้เดียว กัน

               ดอน ลูอีส........
               ผมไม่เข้าใจเลย ว่าเกิดอะไรขึ้นกับผมตอนนี้ ทั้งๆที่ผมน่าจะโมโห หล่อนที่ทำลายงานแต่งเสียยับเยิน แต่ก็สงบลงทุกครั้งที่เห็นรอยยิ้มของแม่ตัวดี หึ...ผมนะหรอจะรักหล่อน ไม่มีทางซะละ ผมก็แค่..ผมก็แค่อยากจะเอาชนะหล่อนเท่านั้นเอง ตั้งแต่เกิดมา ไม่มีผู้หญิงคนใหนจะไม่สนใจผม ผมมีพร้อมทุกอย่าง ไม่ว่าจะรูปร่าง หน้าตา ฐานะเงินทอง แทบจะไม่ต้องคิดอะไรเลย ถ้าผู้ชายอย่างผมยอมแต่งานด้วยนี่ถือว่า คุณโชคดีที่สุดแล้ว..พลางนึกถึงคำพูดของ คุณไกรวุฒิ....
               "ผมนะไม่มีปัญหาอยู่แล้วละ พ่อ ดอน แต่พ่อขอเตือนอะไร คุณดอนสักหน่อย นึงนะ คิดว่าฟังคนแก่ๆ คนนึงพูดหน่อย หนูรินทร์ นะเค้าไม่เหมือนผู้หญิงที่พ่อ ดอน เคยเจอ มานะ รายนั้นซื้อไม้ได้ด้วยเงินทอง ยิ่งบังคับแก แกก็ยิ่งหนีเตลิด ค่อยพูดค่อยจากับ ลูกสาวลุงดีดี หน่อยละ แล้วก็ฝากลูกสาวของลุงด้วยนะ"
               เมื่อคิดได้ดังนั้น ภายในหัวของ ดอน ลูอีส ตอนนี้ก็กำลังวางแผนการต่างๆ ที่จะทำให้ยัยตัวแสบ ได้จำไปจนวันตายเลยที่เดียวละ ในเมื่อเธอไม่อยากได้ผมเป็นสามีนัก ดอน ลูอีส คนนี้ละ จะทำให้ยัยตัวแสบ อย่าง นลิน อัครสุนทรณ์ จะต้องดิ้นรนและร้องขอให้เขาแต่งงานกับเธอให้ได้!

               ประเทศไทย........
               นลินเมื่อเดินทางกลับมาถึงที่ประเทศไทย หล่อนก็ก้มหน้าก้มตาทำงานของตัวเองอยู่ภายในห้องทำงาน ตั้งแต่กลับมาถึงนี่หล่อนก็ยังไม่ได้พบหน้าพ่อของหล่อนเลย เพราะนลิน เอาแต่หลบหน้าบิดาของ ตัวเอง ก็คนมันทำความผิดไว้นี่นะ จะไม่ให้หล่อนหลบ ได้ยังไงละ รอให้สถานการณ์ เย็นลงกว่านี้หล่อนค่อยเข้าไปคุยกับพ่อของเธอดีกว่า
               ก็อก ๆ........
               เสียงเคาะประตูห้องทำงานดังขึ้น และเลขาสาวของเธอก็เปิดประตูเข้ามาภายในห้องทำงานของเธอ พร้อมกับแฟ้มเอกสารกองโตที่เธอหอบเข้ามา และวางไว้ที่โต๊ะทำงานของหล่อน
               "เออ...คุณนลินค่ะ คุณไกรวุฒิ เรียกให้ไปพบด่วนเลยค่ะ"เลขาสาวรายงาน
               "ว่าไงนะ คุณพ่อนะหรอ แล้วท่านบอกหรือป่าวว่าเรียกไปพบเรื่องอะไร?"เมือได้ยินดังนั้นหล่อนแทบจะเงิยหน้าจากกองเอกสารขึ้นมาแทบจะทันที 
               "ไม่ทราบค่ะ...ท่านไม่ได้แจ้งค่ะ"
               "เข้าใจแล้วบอกท่าน ว่ารินทร์กำลังไป" โอ๊ยยย ...ตายแน่เลยยัยรินทร์เอ้ยยย......จะแก้ตัวยังไงละทีนี้ อุตส่าห์หลบหน้าคุณพ่อมาตั้งหลายวันแล้ว สงสัยงานนี้จะไม่รอด พลางกุมขมับของตัวเอง
               ภายในห้องทำงานของคุณไกรวุฒิ บรรยากาศเริ่มจะมาคุ ขึ้นทุกที นลินได้เข้ามาภายในห้องทำงานของคุณพ่อ  แต่ผู้เป็นพ่อกลับไม่พูดอะไร ยังคงก้มหน้าก้มตาอยู่กับกองเอกสารตรงหน้า จนทำให้นลินอดรนทนไม่ไหวจนต้อง เป็นฝ่ายทำลายความเงียบขึ้นมาซะก่อน
               "มีอะไรหรือป่าวค่ะคุณพ่อ"พลางฉีกยิ้ม อ่อนหวานส่งไปให้ผู้เป็นพ่อ
               "แกยังไม่รู้ตัวหรอ ยัยรินทร์ ว่าแกทำอะไรไวนะหาา" ผู้เป็นพ่อตอบกลับมาพร้อมกับคำถาม
               "ก็แหม๋มมมมม....คุณพ่อค่ะ รินทร์ผิดไปแล้วค่ะ รินทร์ขอโทษนะค่ะๆ"พร้อมกับเดินไปด้านหลังคุณไกรวุฒิ พลางเอามือบีบนวดไหล่ของท่านเพื่อเป็นการประจบผู้เป็นพ่อให้หายโกรธหล่อน
               "ไม่ต้องมาประจบพ่อ เลยนะยัยรินทร์ ทำอะไรไม่คิด ดีนะว่าที่ คุณ จอร์น เค้าไม่ได้ติดใจเอาความอะไรกับพ่อนะ...เห้ออ" คุณไกรวุฒิกล่าว ใช่คุณจอร์นนะไม่ติดใจ แต่ ลูกชายเขานี่ซิ เตรียบรับมือดีดีละ ยัยรินทร์ นายไกรวุฒิคิด
               "ขอโทษ คะ " พร้อมทำหน้าสำนึกผิด ที่พยายามปั้นส่งไปให้
               "ไม่ต้องเลย ยัยรินทร์ พ่อนะรู้ทัน แล้วก็ที่พ่อเรียกแกมาพบนี้ไม่มีอะไรหรอก เพื่อนคนสำคัญของพ่อ เค้าจะส่งคนมาดูแลงานบริษัทลูกที่เมืองไทย นะ เลยอยากให้แกช่วยเป็นธุระไปรับเค้าที่สนามบินหน่อยนะ พอดีพ่อติดธุระ แล้วก็งานยุ่งมาก แกช่วยพ่อหน่อยแล้วกันนะยัยรินรท์ เดียวเขาจะมาพักที่บ้านเราเป็นการชั่วคราวด้วย จนกว่าเรื่องงานเขาจะเสร็จนะ" 
               "ก็ได้ค่ะ...เดียวรินทร์จะเป็นธุระให้ ว่าแต่เขาเป็นใครคะ ?" นลินถามพ่อของเธอ
               "พ่อส่งรูปถ่ายของลูกไปแทนแล้ว ไปเดียวแกก็รู้เองละ แค่ไปยืนรอรับเขาอย่างเดียวก็พอ"คุณไกรวุฒิบอกพลางปลายตามองไปทางลูกสาวของท่าน
               "อ๋อ ค่ะ.....รับทราบแล้วค่ะคุณพ่อ"พลางหอมแก้มผู้เป็นพ่อเสียฟอดใหญ่เพื่อเป็นการเอาใจท่าน ก็แหม๋มม คนมีความผิดนี่เนอะ 
               "เห้อออ....เรานี่เนาะโตเป็นสาวแล้วยังจะทำอะไรเป็นเด็กๆ ไปได้ เอ้า...ไปได้แล้วเดียวแขกของพ่อจะรอนาน"พลางไล่ลูกสาวตัวดีพร้อมกับสั่นหัวน้อย ๆ กับความไม่รู้จักโตของลูกสาวท่านเสียที

               สนามบินดอนเมือง.......
               ภายในห้องรอผู้โดยสาย นลิน ในชุดทำงานกำลังนั่งรอแขกคนสำคัญของคุณพ่อ อยู่ภายในสนามบิน มือบางก็ยกข้อมือเพื่อดูนาฬิกา นี่มันก็เลยไป 20 นาทีแล้วนะ ทำไมแขกของคุณพ่อยังไม่มาอีกนะเห้อยยยย........พร้อมกับยกแก้วน้ำโคล่าขึ้นมาดื่มเพื่อดับความกระหาย
               "สวัสดีครับ คุณ รินทร์ รอนานไหม?"
               "อ๋อ ค่ะไม่นานหรอก....คะ....คุณ!" พลางเงิยหน้าเพื่อมองบุคคลที่เดินเข้ามาทักทายเธอ ก่อนที่จะโดนสะตั้นจนแทบจะหงายหลังตกเก้าอี อีตา ดอน ลูอีสสสสสส! เป็นไปไม่ได้
               "ดอน ลูอีส ยินดีที่ได้รู้จักอีกครั้งนะครับ คุณ รินทร์" พร้อมกับส่งรอยยิ้มกระชากใจไปให้แม่ตัวดี
               "..............!!!!!!!!!!!" ยัยมินนี่!!!!!! กลับมาช่วย รินทร์ ก่อนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนนน 
     

          ............................................................................
กลับมาอัพให้จนเต็มแล้วนะคะ ขอให้สนุกกับการอ่านค่ะ

นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น