ภาระกิจรักพิชิตหัวใจเธอ

ตอนที่ 1 : อเมริกา

  • เนื้อหานิยายตอนนี้เปิดให้อ่าน
  • View : 35
    จำนวนคนให้กำลังใจ : 0 ครั้ง
    13 มิ.ย. 59

               ณ คฤหาสน์หลังใหญ่ของตระกูล ลูอีส ชายชราวัย 54 ปี กำลังนั่งรอใครบางคนอยู่ภายในห้องโถงใหญ่ของ คฤหาสน์ ข้างๆ กันมีภรรยาสาววัย 40 ปี กำลังนั่งเปิดดูอัลบั้มรูปของสาวๆ ที่สั่งให้ลูกน้องคนสนิทไปรวบรวมมาให้ เพื่อให้เจ้าลูกชายตัวดีของท่านได้เลือก จอร์น ลูอีส อดีตเจ้าของธุรกิจบ่อน้ำมันขนาดใหญ่ติดอันดับหนึ่งของประเทศ ได้ยกเก้าอี้ตำแหน่งประทานบริษัทให้ลูกชายคนโตได้บริหารงานต่อ หลังจากท่านได้เกษียณตัวเองออกจากตำแหน่งประทาน เพราะว่าท่านเหนื่อยจากการทำงานและอยากเลี้ยงหลานจะแย่อยู่แล้ว แต่ติดตรงที่ว่า ไอ้เจ้าลูกชายตัวดีของท่านที่เรียนจบถึงด็อกเตอร์ กับสนใจแต่การทำงานไม่คิดจะจริงจังกับผู้หญิงคนใหนสักคน พอถามถึงเรื่องแต่งงานทีไร ก็ทำท่าบ่ายเบียง พร้อมกับข้ออ้างและเหตุผลต่างๆ นา ๆ เช่น
               "โถววว...ครับคุณพ่อ ที่บริษัทงานเป็นกระตัก ๆ จะให้ผมเอาเวลาที่ใหนไปสนใจสาวๆ ได้ละครับ" และอีกข้ออ้างมากมายที่เจ้าลูกชายตัวดีจะสันหามาเป็นข้ออ้างซะทุกครั้งไป
               ทำไมท่านจะไม่รู้ทันเจ้าลูกชายตัวดีของท่านละ ว่าเจ้าชู้ขนาดไหน เห็นควงผู้หญิงไม่ซ้ำหน้า แต่ละวัน หลายคราที่ท่านต้องปวดหัวกับผู้หญิงพวกนั้นที่ลูกชายท่านควงเล่นไม่คิดจะจริงจัง และมันก็มาหนักที่ท่านต้องเป็นคนไกล่เกรียให้ฝ่ายหญิงเป็นคนเลิกราไปกันเอง เพราะส่วนใหญ่ที่มีปัญหาคือพวกที่ต้องการเงินทองของท่านเสียมากกว่า 
               วันนี้ท่านจึงนัดเจ้าลูกชายตัวดีของท่านให้กลับมาบ้านเร็วกว่าปกติเพื่อจะได้จับเจ้าลูกชายตัวดีใส่พานถวายให้กับฝ่ายหญิงเสียให้รู้แล้วรู้รอดไป สมัยท่านก็แบบนี้แหละ ท่านคิด อยู่กันไปเดียวก็รักกันจนได้ ใช้เวลานานหน่อย ไม่เห็นจะเป็นไรไป ถ้าท่านไม่ทำแบบนี้ แล้วเมื่อไหร่กันละที่ท่านและภรรยาจะได้อุ้มหลานกับเค้ากันสักที
               ท่านมองหน้าภรรยาของท่าน และบอกกับ ดอนน่า ลูอีส ว่า ไม่ต้องห่วงนะที่รัก อีกไม่นานเราจะได้อุ้มหลานแน่ๆจ๊ะที่รักไม่ต้องกังวลนะ ปล่อยให้เป็นหน้าที่ผมเอง พร้อมกับกุมมือของภรรยา 
               เมื่อผ่านไปไม่นาน รถแรมโบกินี่ สีดำด้าน ก็ขับเข้ามาจอดที่ข้างหน้าตัวคฤหาสน์หลังใหญ่ พร้อมกับการมาถึงของ ดอน ลูอีส ลูกชายคนโตของตระกูล ตระกูล ลูอีส มีทายาทอยู่ด้วยกันสองคน หนึ่งในนั้นคือ ดอน ลูอีส ที่เป็นลูกชายคนโต และทายาทคนเล็กชื่อ เจมส์ ลูอีส ที่กำลังศึกษาปริญาโทอยู่ที่ไมอามี้ ความหวังทั้งหมดจึงมาตกอยู่ที่พี่ชายคนโตของตระกูลอย่างเสียไม่ได้
               ประตูรถถูกเปิดออกพร้อมๆ กับที่เจ้าตัวก้าวขาลงมาจากรถ และเดินมุ่งหน้าตรงเข้าไปในตัวคฤหาสน์ ภายในหัวก็กำลังคิดว่า ทำไมท่านพ่อถึงต้องบอกให้เขาเข้ามาพบในวันนี้ด้วยนะ ทั้งๆ ที่เขากำลังสนุกอยู่กับการควงสาวคนล่าสุดอยู่เลย เห้ยยย...เสียของหมด แล้วแบบนี้พวกหล่อนเหล่านั้นจะเสียใจขนาดใหนที่ต้องนอนคนเดียวกัน
               "สวัสดีครับ " เสียงเจ้าตัวดีร้องทัก พร้อม ๆ กับที่นั่งลงฝั่งตรงข้ามของโซฟา พลางมองหน้าผู้เป็นพ่อของตัวเอง และหันไปยิ้มให้กับคุณแม่ ที่นั่งเปิดสมุดอะไรดูอยู่สักอย่าง
               "มาแล้วหรอ" จอร์น ลูอีส ตอบลูกชาย พร้อมกับเงิยหน้าขึ้นมาจากสมุดภาพที่ท่านกำลังดูอยู่
               "ว่าแต่พ่อมีธุระอะไรหรือป่าวครับถึงนัดให้ผมเข้ามาหากระทันหันแบบนี้" ดอน ลูอีส กล่าว พร้อมกับมองหน้าบิดาของตนเอง 
               "ก็ไม่มีอ่ะไรหลอก ก็เรื่องเดิมนั่นและ มะไรแกจะพาว่าที่สะใภ้มาหาพ่อกับแม่สักที" จอร์น ลูอีส บอก พลางสังเกตุสีหน้าเจ้าลูกชายตัวดีของท่าน 
               "โถวว...ไอ้เราก็นึกว่าเรื่องอะไรซะอีกที่แท้ก็เรื่องนี้ พ่อไม่ต้องเป็นห่วงหรอกครับ ไว้ผมจะหามาให้นะ " เจ้าตัวว่าพลางส่งแวตาขอความช่วยเหลือไปที่มารดาของตัวเอง แต่ท่านกลับทำเป็นไม่สนใจและเปิดดูสมุดของท่านไปเหมือนเดิม
               จอร์น ลูอีส คิดอยู่แล้วว่าเจ้าลูกชายตัวดีของท่านจะต้องพูดแบบนี้ ท่านจึงหยิบอัลบั้มรูปที่มีสาวๆ สวยๆที่ภรรยาดูอยู่ไปให้เจ้าลูกชาย ตัวดีของท่านได้ดู
               "นี่มันอะไรกันครับ!"
               "คนที่แกจะแต่งงานด้วยไง เลือกมาสักคนแกอยากได้คนไหน แล้วแกไม่มีสิทธ์ปฏิเสธด้วย พ่อให้เวลาแกเลือก 5 นาที" จอร์น ลูอีส บอกลูกชาย พลางสังเกตุใบหน้าที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออกของเจ้าลูกชายตัวดีของท่าน
               "............."
               "เลือกมาสักคน ถ้าแกไม่เลือกเดียว พ่อกับแม่จะเป็นคนเลือกให้แกเอง ทั้งชีวิตพ่อ ไม่เคยขออะไรแกสังอย่างเดียว แต่สำหรับเรื่องนี้พ่อขอละ" คำประกาศิตของผู้เป็นพ่อ ที่ประกาศออกมาทำให้ ดอน ต้องจำใจเลือกหล่อนสักคน
               "ก็ได้ครับผมจะทำเพื่อพ่อ แค่ครั้งนี้ครั้งเดียวนะคับ " มือก็เปิดอัลบั้มรูปในมือดู ในใจก็ โหหหววว....พ่อเราไปสันหาพวกหล่อนเหล่านี้มาจากใหนนิ แต่ละคนงามไม่มีที่ติสักคน พลันสายตาก็ไปสะดุด กับใบหน้าจิ้มลิ้ม ของผู้หญิงผมบลอน์ แวตาซุกซนคนหนึ่ง ใบหน้ารูปใข่ จมูกโด่ง ริมฝีปากสีชมพู กำลังฉีกยิ้มกว้างอยู่ในรูป พันหัวใจของ ดอน ก็กระตุก อ่าาา..ช่างเป็นคนที่ดูออนหวานน่าทะนุถนอมเสียจริง
               "เร็วซินี่มันเลย 5 นาทีแล้วนะ มานี่มาเดียวพ่อเลือกให้"จอร์น ลูอีส บอกพร้อมกับที่ยื่นมือออกไปหยิบอัลบั้มรูป แต่เจ้าลูกชายตัวดีดันดึงอัลบั้มเข้าหาตัวเองและส่งสายตาว่าผมเลือกแล้ว
               "ไม่ต้องครับพ่อ ผมเลือกคนนี้ก็แล้วกัน" พลางหงายอัลบั้ม และเอานิ้วจิ้มไปที่รูปของเธอแทน 
               "แกแน่ใจหรอ" จอร์น ลูอีส ถามลูกชายตัวดีของท่าน
               "ครับ" อ่ะไรกันทำไมพ่อต้องถามแบบนั้น ในเมื่อให้เลือกผมก็เลือกแล้ว และที่สำคัญดูเธอคนนี้จะว่านอนสอนง่ายด้วย แบบนี้ละ ดอน ลูอีส ชอบ พลางยิ้มอย่างผู้ชนะ
               "โอเคงั้นแกเตรียมตัวรอได้เลย อีกสามอาทิยต์แกจะได้สละโสดแน่งานนี้" จอร์น ลูอีส ว่าพลางมองหน้าเจ้าลูกชายตัวดี ที่ทำท่าทางไม่ทุกข์ร้อนอะไรเลยเหมือน เรื่องแต่งงานเป็นเพียงการเล่นขายขนมซะอย่างนั้น
               "ครับๆ"เสียงตอบรับอย่างไม่ทุกข์ร้อนของเจ้าตัว พลางสะบัดตูดเดินออกไปทำให้บิดาต้องเอามือกุมขมับแทบจะทันทีเหมือนไมเกรนจะขึ้น

               อีกฝั่งหนึ่งของประเทศไทย สาวผมบลอน์ หน้าตาจิ้มลิ้มกำลัง อาละวาดอยู่ที่ห้องทำงานของคุณพ่อของเธอ หลังจากที่นาย ไกรวุฒิ อัครสุนทรณ์ ได้บอกเรื่องงานแต่งงานที่เธอจะต้องเข้าร่วมอย่างขัดไม่ได้ โดยเหตุผลที่ว่า รินทร์ พ่อขอโทษนะ แต่คุณ จอร์น ลูอีส เขาเป็นผู้มีพระคุณของ พ่อ ลูกอย่าทำให้พ่อเสียหน้าได้ไหม อีกอย่างนึงนะ ลูกชายเขาก็รวยมากๆ เลยนะรับรองลูกของพ่อไม่อดตายแน่ กับเหตุผลที่ยาวเหยียดที่บิดาของเธอจะสันหามาเกลี่ยกล่อมเธอ เธอรู้ว่าพ่อของเธอเป็นคนที่พูดคำใหนคำนั้น และต้องทำให้ได้ แต่มีหรอคนอย่าง นลิน จะยอมให้บิดาของตัวเองมาบังคับกันได้ง่ายๆ 
               หลังจากที่เธอเสียแม่ไปจากอุบัติติเหตุเมื่อครั้งนั้นเธอก็ต้องอาศัยอยู่กับพ่อแค่สองคนพ่อลูก ถึง นลิน จะคิดถึงแม่สักแค่ใหนแต่ก็ไม่เคยแสดงความอ่อนแอออกมาให้ใครได้เห็น แม่ของเธอเป็นคนอังกฤษส่วนพ่อของเธอเป็นคนไทย หลังจากที่แม่ของเธอเสีย พ่อของเธอก็พาเธอกลับมาที่ประเทศไทยซึ่งเป็นบ้านเกิดของพ่อเธอ และเริ่มทำธุรกิจส่งออกสินค้าและกลายเป็นเจ้าของธุรกิจที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทย รวมถึงส่งออกน้ำมันด้วย และอีกหลาย ๆ อย่างที่ท่านทำ และเธอเองก็มีหน้าที่เป็น CEO ของบริษัท ด้วยเช่นกัน
               "ค่ะ รินทร์ รู้แล้วค่ะพ่อ" นลิน ตอบรับผู้เป็นบิดาด้วยน้ำเสียงที่เรียบๆเฉยและดูสบายๆหลังจากที่ท่านได้พยายามโน้นน้าวอยู่นานพอสมควร
               "จริงหรอ รินทร์ ลูกพ่อ พ่อรู้ว่าลูกต้องไม่ทำให้พ่อผิดหวังแน่" คุณไกรวุฒิ กล่าวออกมาด้วยความดีใจ แต่ก็สะกิจใจอยู่เหมือนกัน หวังว่าเจ้าลูกตัวแสบของท่านคงไม่ทำอะไรพิเรนๆให้ท่านได้ปวดหัวอีกนะ (ก็มันสายเลือดเดียวกันนิค่ะ เลือดย่อมข้นกว่าน้ำ >..<)
               "งั้น รินทร์ขอไปเตรียมตัวก่อนนะค่ะ"และกล่าวลาผู้เป็นบิดาของเธอ เพื่อจะบินไปยังอเมริกา บ้านเกิดของแม่เธอโดยให้เหตุผลว่า หนูอยากไปไหว้แม่ก่อนค่ะ นั่นและบิดาของเธอถึงได้ยอม 

               ณ สนามบินดอนเมือง ร่างบางในชุดรัดรูปสีแดงสด พร้อมร้องเท้าส้นสูงสีแดงสองนิ้วก้าวขาลงจากรถส่วนตัวของเธอ ภายในสนามบินถึงกลับเงียบกริบเลยทีเดียว ทุกสายตาต่างจ้องไปที่ร่างของคนมาใหม่ ที่แทบจะหยุดลมหายใจของคนทั้งสนามบิน ก่อนที่เหตุการณ์จะกลับมาปกติ ร่างบางลากกระเป๋าลงจากรถพร้อมเดินไปที่ตัวอาคารผู้โดยสาร พลางเงิยหน้ามองเที่ยวบินของเธอที่จะขึ้นในอีก 30 นาที ร่างบางก้มมองนาฬิกาข้อมือของตัวเอง พลางเดินไปนั่งที่โต๊ะรับรอง และหยิบโทรสัพท์ขึ้นมากดเบอร์เพื่อโทรข้ามทวีปไปหาเพื่อนรักของเธอ หลังจากไม่นานปลายสายก็กดรับ
               "ฮันโหลลล...ว่าไงยะหล่อน"เสียงเพื่อนสาวของเธอตอบกลับมา
               "ไม่ว่ายังไงหรอกยะ แค่จะโทรมาบอกว่า ฉันจะแต่งงานแล้วนะยะ" หลังจากที่พูดจบปลายสายก็เงียบไปสักพักหนึ่ง....
               "กรี๊สสสสสส....."
               "โอ๊ยยย...พอเลยมินนี่หูจะแตกแล้วนิ!"พลางเอาโทรสัพท์ออกจากหูของตัวเอง
               "แก ๆ จะแต่งงานกับใครยะ ไม่เห็นบอกฉันเลยนะเก็บเงียบคนเดียวเลย งอลค่ะ มินนี่งอล" 
               "หึ...ฉันก็เพิ่งจะรู้จากปากพ่อไม่นานนี่ละแก แล้วฉันก็ไม่รู้ว่าหน้าตาเป็นยังไงด้วยแกไม่ต้องถามว่าหล่อรึป่าวนะ อันนี้ฉันไม่รู้" นลิน บอก มินนี่เพื่อนรักของเธอไปตามตรง
               "แล้วแกยอมหรอย๊ะ...ยัยรินทร์"
               "ก็นี่ละฉันถึงได้โทรมาหาแก เพราะจะให้แกช่วยนี่ละ"
               "เออ...ใหนว่าแผนของแกมาดิ"มินนี่ว่า เพราะรู้อยู่แล้วว่าคนอย่าง นลิน ไม่เคยให้ใครมาบังคับได้ กับเพื่อนรักคนนี้แล้ว เธอช่วยได้ทุกอย่าง  
               รินทร์จึงเล่าแผนการทุกอยากให้มินนี่ได้ฟ้ง พร้อมๆกับที่เสียงง ปลายสายร้องวี๊ด...ว้ายมาตลอดระยะเวลา เพราะยอมรับกับแผนการที่รินทร์ เล่าให้หล่อนได้ฟังไม่ได้ งานนี้จะวินาศสันตะโรแค่ใหนเธอก็ไม่อยากจะคิดเหมือนกัน แต่ที่แน่ๆ เลยเธอจะทำให้ไอ้หนุ่มฝรั่งตาน้ำข้าวได้จดจำไปชั่วชีวิตเลยว่าอย่าริอาจมาลองดีกับหล่อน คิดจะคุมถุงชนหรอสมัยนี้มันหมดยุคไปแล้ว พร้อมกับหัวเราะอย่างบ้าคลั่ง
               "แกจะเอาแบบนี้จริงๆ หรือยัยรินทร์ เจ้าบ่าวของแกเค้าจะไม่ตามมาฆ่าแกที่หลังแน่นะ"มินนี่บอกหลังจากฟังแผนการที่เพื่อนรักตัวแสบของหล่อนได้ว่ามา
               "เออซิหรือแกจะไม่ช่วยหะยัยมินนี่! เออๆ เดียวฉันขึ้นเครื่องก่อนนะ แล้วเจอกันที่อเมริกา" เธอบอกลาเพื่อนสาวหลังจากที่ได้ยินประชาสัมพันธ์สาวประกาศ ว่าเที่ยวบินของเธอจะออกแล้ว พร้อมกับลุกเดินและลากกระเป๋าเดินทางใบโตไปขึ้นเครื่อง
               "ยะแล้วเจอกัน ยัยรินทร์ มาเร็วๆละคิดถึงแก" มินนี่บอกลาปลายสาย






  





นิยายที่ผู้อ่านนิยมอ่านต่อ

loading
กำลังโหลด...

0 ความคิดเห็น